คลังเก็บหมวดหมู่: ศุภกร รักษ์ชาภู่พวง

Norton อัดฉีดเงินเพิ่มอีก 3 ล้านปอนด์ สำหรับการผลิต Norton V4 มอเตอร์ไซค์ที่หลายๆคนอยากเป็นเจ้าของ

Norton_V4_RR_13-1024x683

ได้ผลตอบรับที่ดีเกินคาดหลังจากเปิดตัวไปในช่วงปลายปีที่ผ่านมาและทำยอดจองงได้แบบเต็มยาวจนกระทั่งทางค่ายต้นสังกัดอย่าง Norton ต้องไปอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่สายการผลิตเจ้า Norton V4 SS และ Norton V4 RR ถึง 3 ล้าน ปอนด์

Norton V4 SS

Norton V4 RR

โดยการอัดฉีดเงินจำนวนนี้ก็เพื่อการเพิ่มอัตราและจำนวนของพนักงานถึง 40 ตำแหน่ง ซึ่งเงินที่ทางค่ายได้รับมาจาก Santander Corporate & Commercial bank ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนเพิ่มเพื่อการวางตลาดในสหราชอนาจักร

สืบเนื่องมาจากการพัฒนาและบริการก่อนการขายที่ยอดเยี่ยมรวมไปถึงการวางแผนการตลาดที่ดีส่งผลให้เจ้า Norton V4 ทั้ง 2 รุ่น จำเป็นต้องมีการผลิตที่สูงถึง 40 คันต่อเดือน จะต้องเร่งให้ทันในการส่งมอบให้ครบตามกำหนด โดยแผนการเพิ่มจำนวนการผลิตนั้นจะส่งผลให้ทางค่ายผลิตรถได้ 1500 คันต่อปี นั้นก็ถือว่าเป็นจำนวนที่สุดมากๆสำหรับการทำงานโดยการใช้มนุษย์ในการประกอบ

Stuart Garner CEO ของ Norton ได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อไว้ว่า “ทางเรามีความยินดีอย่างมากที่ผลตอบรับของ Norton V4 ทั้งสองรุ่นนั้นดีเกินตาด และแน่นอนเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับกลุ่มลูกค้าของเรา เราจะมีการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากเดิมและรถ 130 คันแรกจะถูกส่งมอบได้ในหน้าร้อนปี 2017 นี้อย่างแน่นอน”

ในครั้งแรกที่มีการเปิดให้จอง Norton V4 ทั้งสองรุ่นนั้น จากเป้าหมายที่ทางค่ายได้วางไว้เพียง 120 คัน กลับทะลุเป้าทำบอดจองไปได้เกินกว่า 130 คัน นั้นก็ส่งผลให้ทาง Norton เองต้องขยายฐานการผลิตเพื่อจะซับพอร์ทกลุ่มลูกค้าให้ได้รับรถที่จองไว้ไวที่สุด

สำหรับเจ้าซุปเปอร์ไบค์ Norton V4 นั้นมีพื้นฐานเครื่องยนค์  4 สูบแบบวี 1200 ซีซี ให้แรงม้าที่สูงถึง 200 Hp ร่วมไปถึงออพชั่นที่มากมายไม่ว่าจะเป็น robust electronics package ระบบไจโรแบบ 6 แกน ระบบ Traction Control ระบบ Wheelie Control หรือระบบป้องกันล้อยกโดยไม่จำเป็น ระบบ Launch Control ที่ช่วยเหลือในเรื่องการออกตัว และระบบ Cruise Control เหมือนในรถยนต์เลนทีเดียว

สนนราคาของเจ้า Norton V4 RR จะอยู่ที่ £28,000 หรือราวๆ 1,205,000 บาท และเจ้า Norton V4 SS ที่มีสเปคที่สูงกว่า ราคาจะอยู่ที่ £44,000 หรือราวๆ 189,000 บาท

ที่มา คลิกที่นี่

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1419756641422484

Robocar รถแข่งไร้คนขับ สงครามระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ในสนาม Formula E

Robocar

Robocar รถแข่งปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ไร้คนขับที่คิดเป็นคันแรกของโลก หวังครองตำแหน่งเจ้าแห่งความเร็วสนาม Formula E ฤดูกาล 2016-2017 ชัยชนะแห่งอนาคตควรเป็นของใครระหว่างผู้สร้างหรือหุ่นยนต์ที่ฉลาดล้ำเหนือมนุษย์

มนุษย์สร้างหุ่นยนต์เพื่อพิสูจน์ถึงความอัจฉริยะล้ำเลิศและตอนนี้หุ่นยนต์ก็พร้อมที่จะพิสูจน์ว่าฉลาดล้ำเหนือกว่ามนุษย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งล่าสุด Robocar จาก Roborace รถแข่งไร้คนขับที่คิดเองได้พร้อมลงสนาม Formula E ในฤดูกาล 2016-2017 เพื่อประกาศให้มนุษย์ทุกคนรับรู้ว่าอนาคตของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) พร้อมจะครองโลกและทำหน้าที่แทนมนุษย์ผู้สร้างมันขึ้นมาได้แล้ว

Robocar

Robocar ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดย Roborace เพื่อให้เป็นรถแข่งไร้คนขับคันแรกของโลกขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า​ โดย Robocar จะติดตั้งทั้งกล้องด้านหน้า บนเสากระโดงท้ายแบบ 360 องศา รวมทั้งหมด 6 ตัว, อัลตราโซนิคเซนเซอร์ 18 จุด, เรดาร์ 2 จุด หน้า-หลัง รวมถึงไลดาร์รอบคัน 5 จุด ซึ่งมีขนาดยาว 4.8 เมตร กว้าง 2 เมตร แต่มีน้ำหนักเบาเพียง 975 กิโลกรัมเท่านั้น และประมวลผลด้วยสมองของ AI แสนฉลาดล้ำจากพาร์ทเนอร์อย่าง NVIDIA ที่เรียกว่า NVIDIA DRIVE™ PX 2 ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับรถไร้คนขับในอนาคตโดยเฉพาะ

Robocar

ส่วนงานดีไซน์ภายนอกที่ดูล้ำยุคกว่ารถแข่ง F1 และไม่มีค็อกพิทสำหรับนักแข่งนี้ออกแบบโดย นายแดเนียล ซิมอน (Daniel Simon) ซึ่งเป็น Chief Design Officer ของ Roborace แต่จะเข้าใจง่ายกว่าถ้าบอกว่าเขาผู้นี้คือคนที่ออกแบบยานพาหนะในภาพยนตร์แนว Sci-Fi ฟอร์มยักษ์มาแล้วหลายต่อหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น Tron Legacy ปี 2010 ทั้ง Light Jet, Light Cycle และ Light Runner หรือพาหนะแนวย้อนยุคสุดล้ำรูปแบบต่าง ๆ ใน Captain America : The First Avenger อย่าง Hydra Schmidt Coupe Rot, Hydra Sub, Hydra Parasit, Hydra Bike, Hydra Flying Wing และ Hydra Tank มาจนถึงยาน Bubble Ship ในภาพยนตร์เรื่อง Oblivion ปี 2013 เป็นต้น

Robocar

เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม Robocar ถึงมีหน้าตาล้ำอนาคตคล้ายกับยานอวกาศมากกว่ารถแข่ง F1 ทั่วไป แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือมันไม่ใช่จินตนาการและสามารถวิ่งได้จริงด้วยมอเตอร์ขับเคลื่อน 300 กิโลวัตต์ จำนวน 4 ตัว และแบตเตอรี่ 540 กิโลวัตต์ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 320 กม./ชม. แบบไม่ต้องง้อนักแข่งอีกต่อไป

Robocar

ทั้งนี้ข้อมูลจากกล้องและเซนเซอร์จำนวนมหาศาลและซับซ้อนนั้นจะถูกประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วย AI (NVIDIA DRIVE™ PX 2) ซึ่งทำได้ในระดับสูงสุด 24 ล้านล้าน (24 Trillion) ต่อวินาที ทั้งหมดถูกโปรแกรมจากทีม “วิศวกรซอฟต์แวร์” ด้วยอัลกอริทึมที่มีความซับซ้อน โดยมีการพัฒนามาจาก DEVBOT รถแข่งโปรโตไทป์ไร้คนขับก่อนที่จะมาเป็น Robocar และนี่คือมิติใหม่ของวงการมอเตอร์สปอร์ตที่ไร้ขอบเขตแห่งโลกอนาคตที่นักแข่งอาจกลายเป็นเพียงแค่ตำนานไปตลอดกาล

Robocar

ฉลาดล้ำ คิดได้ สะดวกสบาย แต่ไร้อารมณ์ นี่อาจเป็นคำตอบของอนาคต ซึ่งทั้งหมดอาจดูเป็นชัยชนะสำหรับมนุษย์ที่น่าตื่นเต้นและขอต้อนรับทุกท่านก้าวเข้าสู่โลกแห่งอนาคต ณ บัดนี้ เพราะ Robocar คือของจริง ไม่ใช่รถแข่งในภาพยนตร์ Sci-Fi ที่เราเคยดูอีกต่อไป

 

RobocarRobocar

Robocar

ฟอร์ดเปิดตัวรถตร.ไฮบริดรุ่นใหม่คันแรกของแอลเอ

ฟอร์ด มอเตอร์ ผู้ผลิตยานยนต์ของสหรัฐเปิดตัวรถตำรวจไฮบริดรุ่นใหม่ ที่ใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้าคันแรกของเมืองลอสแองเจลิส ระบุมีอัตราเร่งไล่ล่าคนร้ายได้อย่างสบาย

วันนี้ (11 เม.. 60) ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการอเมริกาเหนือของฟอร์ด มอเตอร์ แถลงข่าวแนะนำรถตำรวจไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับหน่วยงานตำรวจ โดยกล่าวว่านอกจากช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงแล้ว ยังช่วยงานตำรวจในการปกป้องชุมชน ซึ่งเป็นรถตำรวจไฮบริดที่ใช้ได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้าคันแรกของกรมตำรวจลอสแองเจลิส ที่สามารถเร่งความเร็วจาก 0 กม./ชม.เป็น 90 กม/ชม.ได้ภายใน 6 วินาที โดยใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ ความจุ 2 ลิตร และแบตเตอรีลิเทียมไอออนกำลัง 1.4 กิโลวัตต์ สามารถแล่นได้ 61 กม./ชม. ประหยัดน้ำมันเกือบ 2 เท่าของรถตำรวจรุ่นทอรัสที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการอเมริกาเหนือของฟอร์ดมอเตอร์ย้ำว่า สมรรถนะของตำรวจไฮบริดสามารถไล่ล่าคนร้ายที่ขับรถหลบหนีโดยใช้ความเร็วสูงได้อย่างสบาย โดยเชื่อว่าจะช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่ด้านต่างๆของตำรวจสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

r2.jpg

 

ที่มา http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=134773&t=news

Dring Smartcane ไม้เท้าอัจฉริยะ ติดตามทุกฝีก้าวผู้ใช้งาน

Dring Smartcane

Dring Smartcane ไม้เท้าอัจฉริยะ ติดตามความเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวของผู้ใช้งาน พร้อมระแบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน

Nov’in บริษัทผลิตอุปกรณ์ไอทีสัญชาติฝรั่งเศส ได้เปิดตัว Dring Smartcane ไม้เท้าอัจฉริยะที่สามารถติดตามความเคลื่อนไหวผู้ใช้งานได้ในงาน CES 2017  พร้อมคว้ารางวัล CES Innovation Awards ประจำปี 2017

Dring Smartcane

หลักการทำงานของ Dring Smartcane คือใช้อุปกรณ์ตรวจวัดต่าง ๆ ที่อยู่ภายในไม้เท้าอย่าง Accelerometer (เซ็นเซอร์วัดองศาความเอียงของตัวอุปกรณ์) และ Gyroscope (เซ็นเซอร์ที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวของอุปกรณ์) เพื่อติดตามทุกความเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานทุกย่างก้าวและช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ดูแล

นอกจากนี้ Dring Smartcane ยังมีระบบแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลทั้งทางโทรศัพท์, ข้อความ และอีเมล กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น การเดินเริ่มผิดปกติอาจส่งผลให้ผู้ใช้งานล้มลงได้ เป็นต้น รวมถึงยังมีระบบบันทึกข้อมูลการใช้งานไม้เท้าอีกด้วย

ที่มา : https://men.kapook.com/view164109.html

 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1395040967227385

เจ้าพ่อแอนดรอยด์โชว์ของ! Andy Rubin เผยสมาร์ทโฟนใหม่ ไร้ขอบ จอแสดงผลจรดมุม

 

เจ้าพ่อแอนดรอยด์โชว์ของ! Andy Rubin เผยสมาร์ทโฟนใหม่ ไร้ขอบ จอแสดงผลจรดมุม

เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อพ่อผู้ให้กำเนิดสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์อย่าง Andy Rubin ได้ออกมาเปิดธุรกิจสตาร์ทอัพใหม่และเตรียมออกสมาร์ทโฟนเรือธงของตัวเองออกสู่ตลาดอีกครั้ง ซึ่งล่าสุด เขาก็ได้เผยโฉมต้นแบบสมาร์ทโฟนให้แฟนๆ ได้ยลโฉมกันผ่านทวิตเตอร์ของเขาเอง

I’m really excited about how this is shaping up. Eager to get it in more people’s hands…

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เห็นเต็มๆ แต่เราก็ได้เห็นว่า สมาร์ทโฟนใหม่ของ Rubin นี้ มีหน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบ เหมือนกับ Xiaomi Mi Mix 2 รวมทั้งมีขนาดที่ใหญ่กว่า iPhone 7 Plus และด้านหลังของตัวเครื่องเป็นวัสดุเซรามิกอีกด้วย ส่วนหน้าตามือถือและฟีเจอร์ต่างๆ จะเป็นอย่างไรนั้น อดใจรอไม่นาน ก็คงได้คำตอบกัน เพราะคาดว่าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ จะเปิดตัวในช่วงกลางปี 2017 นี้

สำหรับสมาร์ทโฟนเครื่องที่เราเห็นนี้จะออกมาวางจำหน่ายโดยบริษัท Essential Products Inc. ซึ่งเป็นบริษัทใหม่ของ Rubin ที่มุ่งมั่นพัฒนาอุปกรณ์แท็บเล็ต สมาร์ทโฟนและซอฟต์แวร์มือถือ โดยก่อนหน้านี้ Andy Rubin ได้เคยดำรงตำแหน่งผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Android Inc. ก่อนที่จะโดนทาง Google ซื้อกิจการในปี 2005 และเขาได้ทำงานร่วมกับ Google จนถึงปี 2014 ก็ได้เริ่มออกมาตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง

 

ที่มา : https://news.thaiware.com/9981.html

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้“หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ”

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ, ศิริราชแห่งแรกใช้หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติเริ่มปลายปี8ตัวที่อายุรศาสตร์ #คุณภาพชีวิต #คมชัดลึก, ศิริราช, แห่ง, แรก, ใช้, หุ่นยนต์, จ่าย, อัตโนมัติ, หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้“หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ”ครบวงจร เพิ่มความเร็วใช้เวลาแค่15 นาที-แม่นยำ 100% เริ่มปลายปี หุ่นยนต์ 8 ตัวในห้องจ่ายยาอายุรศาสตร์ครอบคลุมยา 85%

       คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมมือกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)หรือTCELS สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(ฟีโบ้)และบริษัท สุพรีม ไฮทีร่า จำกัด พัฒนาระบบหุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติแบบครบวงจร โดยจะมีการติดตั้งและใช้งานที่รพ.ศิริราชเป็นแห่งแรกและจัดเป็นการดำเนินการของคนไทยในการคิดค้นและพัฒนาเพื่อใช้แก้ปัญหาให้คนไทย

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้“หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ”

        ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า รพ.ศิริราชให้บริการผูป่วยนอก 8,000-10,000 ครั้งต่อวัน คนไข้แต่ละคนจะรับยามากกว่า 1 ตัวและซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ก็จะมีความเสี่ยงขึ้นด้วย ทั้งนี้รพ.ศิริราชตระหนักในเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วนเสมอ

        จึงไดีมีการร่วมมือกับองค์กรรัฐและเอกชนศึกษาและพัฒนาในการนำหุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติแบบครบวงจรมาใช้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการตอบโจทย์เกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ป่วยมากขึ้น และเชื่อว่าเมื่อไหร่ที่ระบบนี้สามารถใช้แก้ปัญหาที่รพ.ศิริราชได้ก็จะใช้แก้ที่รพ.อื่นๆได้เช่นเดียวกัน เพราะที่นี่ค่อนข้างซับซ้อนที่สุด ที่สำคัญ การร่วมมือกันครั้งนี้นับเป็นสิ่งที่คนไทยร่วมกันคิด ร่วมกันทำเพื่อแก้ปัญหาและเกิดประโยชน์กับคนไทย

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้“หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ”

        ผศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการรพ.ศิริราชกล่าวว่า รพ.ศิริราชมีข้อจำกัดที่คนไข้มากและมีความซับซ้อน จึงมีโอกาสอัตราเกิดความคลาดเคลื่อนได้แม้ไม่ถึงผู้ป่วย เพราะเภสัชกรจะดักจับได้ก่อน โดยแต่ละปีเภสัชกรสามารถดักจับการจ่ายยาที่มีความผิดพลาดได้ 3ต่อ 1,000 ใบสั่งยา

        แต่เป้าหมายคือ 0 ซึ่งการใช้หุ่นยนต์นี้จะเข้ามาตอบสนองข้อจำกัดที่มีอยู่ ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนน้อย แม้รพ.ศิริราชจะต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่คุ้มค่าเพราะช่วยลดความผิดพลาดและการสูญเสียของผู้ป่วย

        โดยรพ.ศิริราชจะเริ่มนำระบบหุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติครบวงจร 8 ตัวมาใช้ในปลายปี 2560 เริ่มต้นที่ห้องจ่ายยาผู้ป่วยอายุรศาสตร์ เนื่องจากเป็นส่วนที่มีการจ่ายยามากที่สุด 2 ล้านรายการต่อปี และมีความล่าช้าแม้จะมีความพยายามในการปรับปรุงระบบต่างๆใฟ้ดีขึ้นแล้วก็ตาม

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้“หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ”

        รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศรองผู้อำนวยการรพ.ศิริราช กล่าวว่า เมื่อนำระบบหุ่นยนต์นี้มาใช้ หุ่นยนต์จะจ่ายยาครอบคลุมยา 85 % ที่เป็นยากล่องหรือยาแผงซึ่งคนไข้ช้บ่อย ผิดพลาดไม่ได้และมีราคาแพง อีก 15%จะจ่ายยาโดยมือคน โดยการใช้หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติครบวงจร ทำให้ 95 %ของใบสั่งยามีระยะเวลาการจัดยาไม่เกิน 15 นาที มีความแม่นยำ 100% ซึ่งระบบจะประกอบด้วยหุ่นยนต์บี ไฮฟ์( B Hive) 1 จำนวน 4 ตัว จ่ายยาแบบกล่อง บี ไฮฟ์ 4 จำนวน 4 ตัวจ่ายยาแบบแผง หุ่นมีลักษณะเป็นตู้ หุ่นยนต์แกรนด์ ไฮฟ์(Grand Hive) หุ่นยนต์รวมยา เภสัชกร สายพานลำเลียงและซอฟท์แวร์สำหรับสั่งงานไปยังหุ่นยนต์

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้“หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ”

        ส่วนขั้นตอนการทำของระบบหุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติครบวงจร ประกอบด้วย 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.ระบบยาจัดมือที่ครอบคลุมยา 15% เริ่มจากการตรวจสอบใบสั่งยาและยืนยันการจัดยาโดยเจ้าหน้าที่ จากนั้นจับคู่ยากับตะกร้าสำหรับจัดยาด้วยมือ ระบบจะสั่งงานไปยังตู้ไฟLED ซึ่งจะมีแสงสว่างบนชั้นยาที่จะต้องหยิบและเจ้าหน้าที่จัดยาด้วยมือจะหยิบยาลงตะกร้า นำตะกร้าที่จัดยาเสร็จแล้ววางบนสายพาน ตะกร้าถูกลำเลียงไปยังหุ่นแกรนด์ ไฮฟ์เพื่อรวมกับยาที่จัดโดยหุ่นยนต์ และ2.ระบบหุ่นยนต์จัดยา

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้“หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ”

        โดยแต่ละตัวจะถูกบรรจุยาแต่ละชนิดที่ไม่เหมือนกันไว้ในลิ้นชัก มีรายการยารวมในหุ่นทั้ง 8 ตัวกว่า 300 รายการ การทำงานเริ่มจากการตรวจสอบใบสั่งยาและยืนยันการจัดยาโดยเจ้าหน้าที่ ซอฟท์แวร์สั่งงานไปยังหุ่นยนต์แต่ละตัว เพื่อจ่ายยาตามใบสั่งยา หุ่นแต่ละตัวจะจ่ายยาที่ตัวเองมีอยู่ตามใบสั่งยาลงบนสายพานที่เชื่อมต่อไว้ด้านหลังหุ่นยนต์ โดยแต่ละตัวจพมีหนึ่งสายพาน เพื่อลำเลียงเข้าสู่สายพานหลัก สายพานหลักจะทำการลำเลียงยาจากหุ่นยนต์แต่ละตัวไปยังหุ่ยแกรนด์ไฮฟ์ เพื่อรวมกับยาที่จัดด้วยมือ เมื่อยาครบตามใบสั้งยาของคนไข้แต่ละคน แกรนด์ไฮฟ์จะจ่ายยามาให้เภสัชกรตรวจเช็ค ก่อนจ่ายยาให้แก่ผู้ป่วยต่อไป

ที่มา : http://www.komchadluek.net/news/edu-health/265172

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1393657444032404

Castrol เผยเทคโนโลยี ‘Nexcel’ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องในเวลาเพียง 90 วินาที

 

Castrol เผยเทคโนโลยี 'Nexcel' เปลี่ยนน้ำมันเครื่องในเวลาเพียง 90 วินาที

บริษัทน้ำมันคาสตรอลในประเทศอังกฤษ เผยโฉมเทคโนโลยี ‘Nexcel’ ช่วยให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องยนต์รถยนต์ได้ในเวลาเพียง 90 วินาทีเท่านั้น

 

      Nexcel มีลักษณะเป็นตลับคล้ายแบตเตอรี่รถยนต์ ภายในบรรจุไปด้วยน้ำมันเครื่องและไส้กรองที่มีประสิทธิภาพมากกว่าไส้กรองในรถยนต์ทั่วไป ซึ่งจะช่วยลดเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องจากปกติ 20 นาที เหลือเพียง 90 วินาที หรือ 1 นาทีครึ่งเท่านั้น

      การทำงานของ Nexcel ก็คือการปรับสภาพน้ำมันเครื่องที่ผ่านการใช้งานแล้ว ให้กลายเป็นน้ำมันเครื่องบริสุทธิ์คุณภาพสูงอีกครั้ง ซึ่งคาสตรอลระบุว่า หาก Nexcel ถูกติดตั้งลงในเครื่องยนต์ทุกคันทั่วโลก จะช่วยลดการผลิตน้ำมันเครื่องเทียบกับรถขนส่งน้ำมันจำนวน 2 แสนคันต่อปีเลยทีเดียว

 

      ทั้งนี้ Nexcel ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยมีการทดสอบในรถยนต์ตั้งแต่ระดับซิตี้คาร์ไปจนถึงรถแข่งที่ใช้เครื่องยนต์สมรรถนะสูง โดยยังคงสามารถทำได้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ขณะเบรกรถอย่างรุนแรงระดับ 1.6G

      ขณะนี้มีการติดตั้ง Nexcel ลงในรถซุปเปอร์คาร์ ‘Aston Martin Vulcan’ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ขณะที่การผลิตสำหรับรถยนต์ทั่วไปจะเริ่มขึ้นภายใน 5 ปีข้างหน้านี้

ที่มา : http://auto.sanook.com/34959/

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1389508467780635

 

ประกาศช็อคโลก เมื่อบอสของ MotoGP กล่าวว่าจะมีการแข่งขันรถบิ๊กไบค์ไฟฟ้าในปี 2019 นี้

ee

บอสใหญ่ของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบนัมเบอร์วันของโลกอย่าง MotoGP คุณ คาร์เมโล่ เอสเปเลต้า ได้ทำการประกาศครั้งใหญ่ที่เล่นเอาสะเทือนกันไปทั้งวงการมอเตอร์สปอร์ต ว่าในรายการแข่งขันชิงแชมป์ MotoGP นั้นกำลังจะมีรายการแข่งโดยใช้รถไฟฟ้ามาห้ำหั่นกัน ซึ่งเราจะได้เห็นทีมแข่งจากทั้ง MotoGP และ Moto2 มาสู้ในรายการเดียวกันด้วย และทั้งหมดนี้มันกำลังจะเกิดขึ้นในอีกแค่ 2 ปีข้างหน้านี้!

เอสเปเลต้าได้กล่าวไว้ว่า “เรากำลังจะมีการแข่งขันรถซุปเปอร์สปอร์ตไฟฟ้าในเร็วๆ นี้ ซึ่งมันจะเป็นรายการแข่งขันภายใต้ชื่อใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับคำว่า eco (อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม) แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน world championship โดยตรง”

คาร์เมโล่ เอสเปเลต้า หัวหอกคนสำคัญของ MotoGP

“ซึ่งจะมีการแข่งขันรถไฟฟ้าทั้งหมด 5 คลาสด้วยกันที่จะเกิดขึ้นในปี 2019 นี้ พวกเรากำลังทำข้อตกลงและเงื่อนไขในการแข่งขันกับทางบริษัทผู้ผลิตรถไฟฟ้าและอุปกรณ์อยู่ ที่จะนำเอาเครื่องชาร์จแบตเตอร์รี่มาไว้ในสเตชั่นต่างๆ ของสนามที่จะแข่งขันกัน”

http://i1.wp.com/plugbike.com/wp-content/uploads/2010/12/Mission-R-Front-Left-Elevation-3-4-HR.jpg?w=980

“โดยแนวคิดของพวกเรานั้นจะให้ทีมอิสระ (independent team) ในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งตอนนี้เรามีอยู่ทั้งหมด 14 ทีมด้วยกัน เท่ากับว่าเราจะมีรถอยู่ 14 คัน ซึ่งเราต้องการทั้งหมด 18 คันในกริดสตาร์ท ดังนั้นแล้วเราจะให้มีรถอีก 4 คันเข้ามาร่วมด้วย โดยการคัดเลือกจากทีมยอดเยี่ยมที่สุดของ Moto2 กับนักแข่งของพวกเขาที่สามารถขี่รถซุปเปอร์สปอร์ตไฟฟ้าได้ และต้องการเป็นส่วนหนึ่งของรายการแข่งขันนี้”

ซึ่งถือว่าเป็นข่าวที่สะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ตกันเลยทีเดียว และทำให้มีการพัฒนาและสร้างงานใหม่ๆ เกิดขึ้นในวงการ และแน่นอนว่าอีกเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้นเราจะได้เห็นการแข่งขันนี้แล้ว ทางเอสเปเลต้ายังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “มันจะเป็นการแข่งขันโดยใช้ทั้งหมด 10 รอบสนามด้วยกัน และสามารถไต่ความเร็วไปได้สูงสุดเกินกว่า 200 กม. ต่อชั่วโมงอย่างแน่นอน ซึ่งมันจะทำให้การแข่งขันนั้นดูตื่นเต้นจนบางทีผู้ชมอาจจะลืมไปเลยด้วยซ้ำว่ามันคือรถไฟฟ้า และในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ พวกเราจะมีความคืบหน้าของโปรแกรมและรายละเอียดต่างๆ มากขึ้นกว่านี้ รอติดตามกันได้”

งานประดิษฐ์ก็มา! ลูกศิษย์ธรรมกายไอเดียหาทางสู้โดนตัดสัญญาณ นักวิทย์ดังชี้ไร้ผล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพจาก เพจเรารักวัดพระธรรมกาย โดยเป็นภาพการนำกระป๋องน้ำอัดลมมาติดกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งระบุว่า “แม้จะโดนตัดสัญญาณแต่เราก็มีความพยายามในการประกาศความจริง” โดยมีการทำตัวอย่างติดไว้หลายภาพด้วยกัน และเชื่อว่า จะสามารถช่วยเพิ่มสัญญาณได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวพบว่า อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ก็ได้แสดงความเห็นไว้เช่นกัน ว่า ไม่สามารถนำมาใช้เพิ่มสัญญาณได้จริง

ความเห็นดังกล่าวสามารถอ่านได้ที่ : https://www.facebook.com/jessada.denduangboripant/posts/956110141186287

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_245025

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1375012172563598