คลังเก็บหมวดหมู่: ศุภกร รักษ์ชาภู่พวง

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้“หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ”

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ, ศิริราชแห่งแรกใช้หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติเริ่มปลายปี8ตัวที่อายุรศาสตร์ #คุณภาพชีวิต #คมชัดลึก, ศิริราช, แห่ง, แรก, ใช้, หุ่นยนต์, จ่าย, อัตโนมัติ, หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้“หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ”ครบวงจร เพิ่มความเร็วใช้เวลาแค่15 นาที-แม่นยำ 100% เริ่มปลายปี หุ่นยนต์ 8 ตัวในห้องจ่ายยาอายุรศาสตร์ครอบคลุมยา 85%

       คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมมือกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)หรือTCELS สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(ฟีโบ้)และบริษัท สุพรีม ไฮทีร่า จำกัด พัฒนาระบบหุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติแบบครบวงจร โดยจะมีการติดตั้งและใช้งานที่รพ.ศิริราชเป็นแห่งแรกและจัดเป็นการดำเนินการของคนไทยในการคิดค้นและพัฒนาเพื่อใช้แก้ปัญหาให้คนไทย

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้“หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ”

        ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า รพ.ศิริราชให้บริการผูป่วยนอก 8,000-10,000 ครั้งต่อวัน คนไข้แต่ละคนจะรับยามากกว่า 1 ตัวและซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ก็จะมีความเสี่ยงขึ้นด้วย ทั้งนี้รพ.ศิริราชตระหนักในเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วนเสมอ

        จึงไดีมีการร่วมมือกับองค์กรรัฐและเอกชนศึกษาและพัฒนาในการนำหุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติแบบครบวงจรมาใช้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการตอบโจทย์เกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ป่วยมากขึ้น และเชื่อว่าเมื่อไหร่ที่ระบบนี้สามารถใช้แก้ปัญหาที่รพ.ศิริราชได้ก็จะใช้แก้ที่รพ.อื่นๆได้เช่นเดียวกัน เพราะที่นี่ค่อนข้างซับซ้อนที่สุด ที่สำคัญ การร่วมมือกันครั้งนี้นับเป็นสิ่งที่คนไทยร่วมกันคิด ร่วมกันทำเพื่อแก้ปัญหาและเกิดประโยชน์กับคนไทย

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้“หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ”

        ผศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการรพ.ศิริราชกล่าวว่า รพ.ศิริราชมีข้อจำกัดที่คนไข้มากและมีความซับซ้อน จึงมีโอกาสอัตราเกิดความคลาดเคลื่อนได้แม้ไม่ถึงผู้ป่วย เพราะเภสัชกรจะดักจับได้ก่อน โดยแต่ละปีเภสัชกรสามารถดักจับการจ่ายยาที่มีความผิดพลาดได้ 3ต่อ 1,000 ใบสั่งยา

        แต่เป้าหมายคือ 0 ซึ่งการใช้หุ่นยนต์นี้จะเข้ามาตอบสนองข้อจำกัดที่มีอยู่ ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนน้อย แม้รพ.ศิริราชจะต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่คุ้มค่าเพราะช่วยลดความผิดพลาดและการสูญเสียของผู้ป่วย

        โดยรพ.ศิริราชจะเริ่มนำระบบหุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติครบวงจร 8 ตัวมาใช้ในปลายปี 2560 เริ่มต้นที่ห้องจ่ายยาผู้ป่วยอายุรศาสตร์ เนื่องจากเป็นส่วนที่มีการจ่ายยามากที่สุด 2 ล้านรายการต่อปี และมีความล่าช้าแม้จะมีความพยายามในการปรับปรุงระบบต่างๆใฟ้ดีขึ้นแล้วก็ตาม

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้“หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ”

        รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศรองผู้อำนวยการรพ.ศิริราช กล่าวว่า เมื่อนำระบบหุ่นยนต์นี้มาใช้ หุ่นยนต์จะจ่ายยาครอบคลุมยา 85 % ที่เป็นยากล่องหรือยาแผงซึ่งคนไข้ช้บ่อย ผิดพลาดไม่ได้และมีราคาแพง อีก 15%จะจ่ายยาโดยมือคน โดยการใช้หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติครบวงจร ทำให้ 95 %ของใบสั่งยามีระยะเวลาการจัดยาไม่เกิน 15 นาที มีความแม่นยำ 100% ซึ่งระบบจะประกอบด้วยหุ่นยนต์บี ไฮฟ์( B Hive) 1 จำนวน 4 ตัว จ่ายยาแบบกล่อง บี ไฮฟ์ 4 จำนวน 4 ตัวจ่ายยาแบบแผง หุ่นมีลักษณะเป็นตู้ หุ่นยนต์แกรนด์ ไฮฟ์(Grand Hive) หุ่นยนต์รวมยา เภสัชกร สายพานลำเลียงและซอฟท์แวร์สำหรับสั่งงานไปยังหุ่นยนต์

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้“หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ”

        ส่วนขั้นตอนการทำของระบบหุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติครบวงจร ประกอบด้วย 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.ระบบยาจัดมือที่ครอบคลุมยา 15% เริ่มจากการตรวจสอบใบสั่งยาและยืนยันการจัดยาโดยเจ้าหน้าที่ จากนั้นจับคู่ยากับตะกร้าสำหรับจัดยาด้วยมือ ระบบจะสั่งงานไปยังตู้ไฟLED ซึ่งจะมีแสงสว่างบนชั้นยาที่จะต้องหยิบและเจ้าหน้าที่จัดยาด้วยมือจะหยิบยาลงตะกร้า นำตะกร้าที่จัดยาเสร็จแล้ววางบนสายพาน ตะกร้าถูกลำเลียงไปยังหุ่นแกรนด์ ไฮฟ์เพื่อรวมกับยาที่จัดโดยหุ่นยนต์ และ2.ระบบหุ่นยนต์จัดยา

รพ.ศิริราชแห่งแรก!ใช้“หุ่นยนต์จ่ายยาอัตโนมัติ”

        โดยแต่ละตัวจะถูกบรรจุยาแต่ละชนิดที่ไม่เหมือนกันไว้ในลิ้นชัก มีรายการยารวมในหุ่นทั้ง 8 ตัวกว่า 300 รายการ การทำงานเริ่มจากการตรวจสอบใบสั่งยาและยืนยันการจัดยาโดยเจ้าหน้าที่ ซอฟท์แวร์สั่งงานไปยังหุ่นยนต์แต่ละตัว เพื่อจ่ายยาตามใบสั่งยา หุ่นแต่ละตัวจะจ่ายยาที่ตัวเองมีอยู่ตามใบสั่งยาลงบนสายพานที่เชื่อมต่อไว้ด้านหลังหุ่นยนต์ โดยแต่ละตัวจพมีหนึ่งสายพาน เพื่อลำเลียงเข้าสู่สายพานหลัก สายพานหลักจะทำการลำเลียงยาจากหุ่นยนต์แต่ละตัวไปยังหุ่ยแกรนด์ไฮฟ์ เพื่อรวมกับยาที่จัดด้วยมือ เมื่อยาครบตามใบสั้งยาของคนไข้แต่ละคน แกรนด์ไฮฟ์จะจ่ายยามาให้เภสัชกรตรวจเช็ค ก่อนจ่ายยาให้แก่ผู้ป่วยต่อไป

ที่มา : http://www.komchadluek.net/news/edu-health/265172

Castrol เผยเทคโนโลยี ‘Nexcel’ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องในเวลาเพียง 90 วินาที

 

Castrol เผยเทคโนโลยี 'Nexcel' เปลี่ยนน้ำมันเครื่องในเวลาเพียง 90 วินาที

บริษัทน้ำมันคาสตรอลในประเทศอังกฤษ เผยโฉมเทคโนโลยี ‘Nexcel’ ช่วยให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องยนต์รถยนต์ได้ในเวลาเพียง 90 วินาทีเท่านั้น

 

      Nexcel มีลักษณะเป็นตลับคล้ายแบตเตอรี่รถยนต์ ภายในบรรจุไปด้วยน้ำมันเครื่องและไส้กรองที่มีประสิทธิภาพมากกว่าไส้กรองในรถยนต์ทั่วไป ซึ่งจะช่วยลดเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องจากปกติ 20 นาที เหลือเพียง 90 วินาที หรือ 1 นาทีครึ่งเท่านั้น

      การทำงานของ Nexcel ก็คือการปรับสภาพน้ำมันเครื่องที่ผ่านการใช้งานแล้ว ให้กลายเป็นน้ำมันเครื่องบริสุทธิ์คุณภาพสูงอีกครั้ง ซึ่งคาสตรอลระบุว่า หาก Nexcel ถูกติดตั้งลงในเครื่องยนต์ทุกคันทั่วโลก จะช่วยลดการผลิตน้ำมันเครื่องเทียบกับรถขนส่งน้ำมันจำนวน 2 แสนคันต่อปีเลยทีเดียว

 

      ทั้งนี้ Nexcel ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยมีการทดสอบในรถยนต์ตั้งแต่ระดับซิตี้คาร์ไปจนถึงรถแข่งที่ใช้เครื่องยนต์สมรรถนะสูง โดยยังคงสามารถทำได้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ขณะเบรกรถอย่างรุนแรงระดับ 1.6G

      ขณะนี้มีการติดตั้ง Nexcel ลงในรถซุปเปอร์คาร์ ‘Aston Martin Vulcan’ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ขณะที่การผลิตสำหรับรถยนต์ทั่วไปจะเริ่มขึ้นภายใน 5 ปีข้างหน้านี้

ที่มา : http://auto.sanook.com/34959/

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1389508467780635

 

ประกาศช็อคโลก เมื่อบอสของ MotoGP กล่าวว่าจะมีการแข่งขันรถบิ๊กไบค์ไฟฟ้าในปี 2019 นี้

ee

บอสใหญ่ของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบนัมเบอร์วันของโลกอย่าง MotoGP คุณ คาร์เมโล่ เอสเปเลต้า ได้ทำการประกาศครั้งใหญ่ที่เล่นเอาสะเทือนกันไปทั้งวงการมอเตอร์สปอร์ต ว่าในรายการแข่งขันชิงแชมป์ MotoGP นั้นกำลังจะมีรายการแข่งโดยใช้รถไฟฟ้ามาห้ำหั่นกัน ซึ่งเราจะได้เห็นทีมแข่งจากทั้ง MotoGP และ Moto2 มาสู้ในรายการเดียวกันด้วย และทั้งหมดนี้มันกำลังจะเกิดขึ้นในอีกแค่ 2 ปีข้างหน้านี้!

เอสเปเลต้าได้กล่าวไว้ว่า “เรากำลังจะมีการแข่งขันรถซุปเปอร์สปอร์ตไฟฟ้าในเร็วๆ นี้ ซึ่งมันจะเป็นรายการแข่งขันภายใต้ชื่อใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับคำว่า eco (อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม) แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน world championship โดยตรง”

คาร์เมโล่ เอสเปเลต้า หัวหอกคนสำคัญของ MotoGP

“ซึ่งจะมีการแข่งขันรถไฟฟ้าทั้งหมด 5 คลาสด้วยกันที่จะเกิดขึ้นในปี 2019 นี้ พวกเรากำลังทำข้อตกลงและเงื่อนไขในการแข่งขันกับทางบริษัทผู้ผลิตรถไฟฟ้าและอุปกรณ์อยู่ ที่จะนำเอาเครื่องชาร์จแบตเตอร์รี่มาไว้ในสเตชั่นต่างๆ ของสนามที่จะแข่งขันกัน”

http://i1.wp.com/plugbike.com/wp-content/uploads/2010/12/Mission-R-Front-Left-Elevation-3-4-HR.jpg?w=980

“โดยแนวคิดของพวกเรานั้นจะให้ทีมอิสระ (independent team) ในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งตอนนี้เรามีอยู่ทั้งหมด 14 ทีมด้วยกัน เท่ากับว่าเราจะมีรถอยู่ 14 คัน ซึ่งเราต้องการทั้งหมด 18 คันในกริดสตาร์ท ดังนั้นแล้วเราจะให้มีรถอีก 4 คันเข้ามาร่วมด้วย โดยการคัดเลือกจากทีมยอดเยี่ยมที่สุดของ Moto2 กับนักแข่งของพวกเขาที่สามารถขี่รถซุปเปอร์สปอร์ตไฟฟ้าได้ และต้องการเป็นส่วนหนึ่งของรายการแข่งขันนี้”

ซึ่งถือว่าเป็นข่าวที่สะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ตกันเลยทีเดียว และทำให้มีการพัฒนาและสร้างงานใหม่ๆ เกิดขึ้นในวงการ และแน่นอนว่าอีกเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้นเราจะได้เห็นการแข่งขันนี้แล้ว ทางเอสเปเลต้ายังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “มันจะเป็นการแข่งขันโดยใช้ทั้งหมด 10 รอบสนามด้วยกัน และสามารถไต่ความเร็วไปได้สูงสุดเกินกว่า 200 กม. ต่อชั่วโมงอย่างแน่นอน ซึ่งมันจะทำให้การแข่งขันนั้นดูตื่นเต้นจนบางทีผู้ชมอาจจะลืมไปเลยด้วยซ้ำว่ามันคือรถไฟฟ้า และในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ พวกเราจะมีความคืบหน้าของโปรแกรมและรายละเอียดต่างๆ มากขึ้นกว่านี้ รอติดตามกันได้”

งานประดิษฐ์ก็มา! ลูกศิษย์ธรรมกายไอเดียหาทางสู้โดนตัดสัญญาณ นักวิทย์ดังชี้ไร้ผล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพจาก เพจเรารักวัดพระธรรมกาย โดยเป็นภาพการนำกระป๋องน้ำอัดลมมาติดกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งระบุว่า “แม้จะโดนตัดสัญญาณแต่เราก็มีความพยายามในการประกาศความจริง” โดยมีการทำตัวอย่างติดไว้หลายภาพด้วยกัน และเชื่อว่า จะสามารถช่วยเพิ่มสัญญาณได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวพบว่า อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ก็ได้แสดงความเห็นไว้เช่นกัน ว่า ไม่สามารถนำมาใช้เพิ่มสัญญาณได้จริง

ความเห็นดังกล่าวสามารถอ่านได้ที่ : https://www.facebook.com/jessada.denduangboripant/posts/956110141186287

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_245025

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1375012172563598

Moto Morini เปิดตัว 2017 Moto Moini Corsaro 1200 ZZ

M_moto-morini-corsaro-1200-zz-2017 (5)

Moto Morini ค่ายรถมอเตอร์ไซค์จากเมืองโบโลญญ่า ประเทศอิตาลี ได้ปล่อยรูปภาพและข้อมูลเบื้องต้นของเจ้า 2017 Moto Moini Corsaro 1200 ZZ รถมอเตอร์ไซค์เนกเกตที่มีการแสดงตัวต้นแบบไปในงาน EICMA Show ช่วงปลายปีที่แล้ว

เจ้าตัว 2017 Moto Moini Corsaro 1200 ZZ มีรูปร่างที่ดุดันดวงไฟหน้ากลมโตคู่ที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นอิตาเลียน โดยได้หยิบยกรูปแบบมาจาก Bialbero 1200 CorsaCorta ที่มีความโดเด่นตั้งแต่ออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี 2005 การออกแบบที่ล้ำสมัยนี้ถูกออกแบบโดย Rodolfo Frascoli  โดยใช้โทนสี 3 สี แดง ขาว และดำ มาเป็นแกนหลักในการออกแบบ และได้เลือกใช้ชิ้นส่วน 99% จากผู้ผลิตในอิตาลี ซึ่งแต่ล่ะชิ้นส่วจากค่ายผู้ผลิตเองก็เป็นชิ้นส่วนที่มีคุณภาพและได้การยอมรับในระดับสากล


สิ่งแรกและเป็นสิ่งที่สำคัญมากอย่างหนึ่งคือระบบความปลอดภัย โดยทาง Moto Morini ได้เลือกใช้ระบบ ABS จาก Bosch ที่มีการอัพเกรดเวอร์ชั่นให้กับเจ้า  new Corsaro 1200 ZZ โดยเฉพาะ และที่สำคัญ Bosch ยังใส่สวิทซ์เปิดปิดการทำงานของ ABS มาให้บนแฮนด์บาร์อีกด้วย ระบบเกียร์เป็นแบบไฟฟ้า เครื่องยนต์ขนาด 1187 cc แบบ V-Twin  8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ทีขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชักอยู่ที่ 107×66 mm อัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 11.9:1 ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยไฟฟ้า เครื่องยนต์ผ่านการตรวจสอบและได้รับมาตรฐาน EURO4 และยังมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่าง slipper clutch

โครงสร้างตัวถังแบบ trellis frame ระบบกันสะเทือนหน้า Mupo แบบหัวกลับที่สามารถปรับระดับได้ทั้ง rebound และ preload มัระยะยุบตัวและยืดตัวที่ 135 mm ระบบกันสะเทือนหลังแบบ Monoshock hydraulic control ที่สามารถปรับได้จากรีโมท ระบบเบรกหน้า floating disc ขนาด 320 mm ทำงานร่วมกับปั้มเบรคแบบ 4 ลูกสูบและระบบ semi-radial pump 16/19 ของ Brembo แบบ 2 ลูกสูบในระบบเบรคด้านหลัง  วงล้อขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง Pirelli Diablo Rosso III  อุปกรณ์พื้นฐานของเจ้า new Corsaro 1200 ZZ จะประกอบไปด้วย ระบบนำทาง GPS navigator ที่ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานได้ทันทีเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ หน้าจอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว ไฟส่องสว่างด้านหน้าแบบ LED ที่แยกไฟสูงต่ำคนล่ะดวง รวมไปถึงไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟส่องสว่างสำหรับป้ายทะเบียนแบบ LED

\

 new Corsaro 1200 ZZ จะใช้ฐานการผลิตที่เมือง Trivolzio ในประเทศอิตาลี ซึ่งจะพร้อมออกสู่ตลาดในช่วงปลายปี 2017 โดยทางค่ายผู้ผลิตเองก็จะมีส่วนของ customized ที่จะถูกผลิตออกมาเพื่อรองรับกับเจ้าโมเดลนี้อีกหลายส่วน รวมไปถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนตกแต่งอีกหลากหลายค่ายที่ตบเท้าเข้ามาขอมีเอี่ยวกับการผลิตชิ้นส่วนในการ Custom เจ้า new Corsaro 1200 ZZ นี้ด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าสาย Custom ตั้งตารอเจ้าโมเดลใหม่ล่าสุดของทาค่ายนี้อย่างใจจดใจจ่อทีเดียวครับ

ที่มา : http://www.greatbiker.com/moto-morini

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1372458989485583

แบบนี้มันดีมาก เมื่อถึงคราวของ Game boy ฟื้นคืนชีพ!!!

แบบนี้มันดีมาก เมื่อถึงคราวของ Game boy ฟื้นคืนชีพ!!!

หลังจากที่มีการนำเครื่องเกมส์คอนโซลรุ่นคลาสสิคอย่าง Famicom กลับมาผลิตใหม่อีกครั้ง คราวนี้ก็มาถึงตาของเครื่อง Game Boy กันบ้าง โดยเครื่องเล่นเกมส์พกพาตัวนี้มีชื่อว่า Retro-bit ซึ่งมีการนำมาเปิดตัวในงาน CES 2017 และไม่ได้เป็นผลงานการผลิตของค่ายเกมส์ต้นตำรับอย่าง Nintendo แต่อย่างใด แต่เป็นผลงานของแบรนด์ Super Retro Boy

แบบนี้มันดีมาก เมื่อถึงคราวของ Game boy ฟื้นคืนชีพ!!!
แบบนี้มันดีมาก เมื่อถึงคราวของ Game boy ฟื้นคืนชีพ!!!
แบบนี้มันดีมาก เมื่อถึงคราวของ Game boy ฟื้นคืนชีพ!!!

รูปร่างหน้าตาของเจ้า Retro-bit ก็เรียกว่าถอดแบบมาจากเครื่อง Game Boy แบบเกือบจะเหมือนเป๊ะ ต่างกันตรงที่ชุดปุ่มควบคุมทางฝั่งขวา แทนที่จะมีแค่ 2 ปุ่ม กลับมีถึง 4 ปุ่ม คือมีปุ่ม A, B และมีปุ่ม L, R สำหรับการเล่นเกมส์ของเครื่อง Game Boy Advance เพิ่มเติมเข้ามาด้วย ซึ่งการวางตำแหน่งปุ่ม L, R ไว้ตรงนี้ ก็ทำให้เล่นไม่ค่อยสะดวกสำหรับบางเกมส์ (ซึ่งเครื่อง Game Boy Advance ต้นฉบับ ปุ่ม L, R จะวางอยู่ขอบบนของตัวเครื่อง และรูปทรงตัวเครื่องก็จะแตกต่างกัน) แต่อย่างไรก็ดี ตัวเครื่องที่นำมาแสดงในงาน CES 2017 เป็นเพียงเครื่องต้นแบบ ในเวอร์ชั่นวางขายจริง จะมีการย้ายมา L, R ไปวางไว้ทางด้านข้างตัวเครื่องแทน

ข้อดีของเจ้า Retro-bit คือใช้แบตเตอรี่แบบเสียบชาร์จได้ผ่านพอร์ต micro-USB ทางขอบล่างตัวเครื่อง ที่จากสเปคบอกว่า ให้ระยะเวลาการใช้งานถึง 10 ชั่วโมงต่อรอบการชาร์จเลยทีเดียว ซึ่งสะดวกกว่าเครื่อง Game Boy รุ่นเก่าที่ใช้แบตฯ แบบก้อน AA ที่ต้องซื้อเปลี่ยนใหม่เมื่อแบตฯ หมด และอีกหนึ่งข้อดีคือ จอสีสันสดใสและภาพคมชัด และมีแถมตลับเกมส์แบบ 10-in-1 มาให้ด้วย

แบบนี้มันดีมาก เมื่อถึงคราวของ Game boy ฟื้นคืนชีพ!!!
แบบนี้มันดีมาก เมื่อถึงคราวของ Game boy ฟื้นคืนชีพ!!!
แบบนี้มันดีมาก เมื่อถึงคราวของ Game boy ฟื้นคืนชีพ!!!

Retro-bit มีช่องเสียบตลับเกมส์อยู่ทางด้านหลังตัวเครื่อง รองรับทั้งการนำตลับ Game Boy, Game Boy Color และ Game Boy Advance มาเสียบเล่นกับตัวมัน ซึ่งตลับเกมส์เหล่านี้ในบ้านเราก็ยังหาซื้อได้ไม่ยากจากแหล่งที่ขายเครื่องเล่นเกมส์ อย่างเช่นสะพานเหล็ก เป็นต้น ส่วนใหญ่จะเป็นสภาพตลับเกมส์แบบมือสองที่ดูเก่าตามสภาพ โดยราคาจำหน่ายของเครื่อง Retro-bit อยู่ที่ $80 (ประมาณ 2,900 บาท) ซึ่งก็นับว่าคุ้มค่า และมีกำหนดการวางจำหน่ายในช่วงเดือนสิงหาครับ

และสำหรับเกมเมอร์ที่อยากสนุกกับเกมส์เก่าๆ บนเครื่อง Game Boy แต่ไม่อยากรอถึงเดือนสิงหา ก็คลิกที่นี่ เพื่อดาวน์โหลดแอพฯ เล่น Game Boy แบบฟรีๆ สำหรับเครื่องสมาร์ทโฟน Android ได้เลยครับ

ที่มา http://news.thaiware.com/9334.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1378981312166684

 

 

 

LG Smart Refrigerator ตู้เย็นเรือธงใหม่ มาพร้อม InstaView หน้าจอ LCD อัจฉริยะ

LG Smart Refrigerator ตู้เย็นเรือธงใหม่ มาพร้อม InstaView หน้าจอ LCD อัจฉริยะ [Advertorial]

ล่าสุดในงาน CES 2017 ทีผ่านมา LG Electronics ได้เปิดตัวตู้เย็น LG Refrigerator รุ่นล่าสุด ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์ Door-in-Door และ InstaView ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้มากขึ้น

LG Smart Refrigerator ตู้เย็นเรือธงใหม่ มาพร้อม InstaView หน้าจอ LCD อัจฉริยะ [Advertorial]

โดยตู้เย็นรุ่นนี้ของทาง LG เป็นผลิตภัณฑ์เรือธงของตู้เย็นในปีนี้ ซึ่งนอกจากฟีเจอร์ Door-in-Door ที่แบ่งประตูออกเป็น 2 ชั้น ที่แยกของที่หยิบบ่อยไว้ในประตูชั้นนอก เพื่อลดการสูญเสียความเย็นและประหยัดไฟแล้ว ยังมาพร้อมกับหน้าจอ LCD ขนาด 29 นิ้ว ที่มีความสามารถที่เรียกว่า InstaView โดยเมื่อเคาะกระจก 2 ครั้ง (Knock Knock) หน้าจอก็จะโปร่งใส สามารถเห็นของต่างๆ ภายในตู้เย็นได้อีกด้วย

LG Smart Refrigerator ตู้เย็นเรือธงใหม่ มาพร้อม InstaView หน้าจอ LCD อัจฉริยะ [Advertorial]

และไม่เพียงแค่นั้น ตู้เย็นเรือธงรุ่นนี้ยังถูกฝัง webOS ระบบปฏิบัติการสมาร์ทดีไวซ์ของทาง LG รวมทั้ง Alexa Voice Service ผู้ช่วยส่วนตัวจากทาง Amazon ที่จะรับคำสั่งเสียง เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานมากขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมสมาร์ทโฮมอื่นๆ ผ่านวง Wi-Fi เดียวกัน, การหาสูตรอาหารจากอินเทอร์เน็ตผ่าน InstaView, หาวัตถุดิบต่างๆ ที่ขาดจากเว็บไซต์ Amazon หรือร้านค้าใกล้เคียง (แน่นอนว่าบ้านเรา คงจะไม่สั่งจาก Amazon), เปิดเพลง, เรียกบริการรถ, เช็คสภาพอากาศ หรืออีกมากมายกว่า 6,000 คำสั่ง ที่ Alexa สามารถรับคำสั่งจากเสียงได้

LG Smart Refrigerator ตู้เย็นเรือธงใหม่ มาพร้อม InstaView หน้าจอ LCD อัจฉริยะ [Advertorial]

นอกจากนี้ webOS ยังมีฟังก์ชั่นอีกมากมาย ที่ทำให้ตู้เย็นรุ่นนี้ สมเป็นตู้เย็นอัจฉริยะ ทั้ง Smart Tag ที่แบ่งแยกวัตถุดิบต่างๆ ในตู้เย็นได้ ทั้งประเภทและวันหมดอายุ พร้อมสามารถแจ้งเตือน เมื่อใกล้วันหมดอายุได้ หรือจะใช้ฟังก์ชั่นง่ายๆ อย่างการจดเมโม่แปะหน้าตู้เย็นแบบดิจิทัล บนหน้าจอ InstaView หรือการตรวจสอบของในตู้เย็นผ่านสมาร์ทโฟน ด้วยกล้องมุมกว้างขนาด 2 ล้านพิกเซล ที่ถูกติดตั้งไว้ในมุมต่างๆ ของตู้เย็นได้อีกด้วย เผื่อบางที เราอยู่นอกบ้านแล้วจำไม่ได้ว่าในตู้เย็นมีอะไรบ้าง จะได้เช็คของในตู้ และซื้อเข้ามาเติมได้อย่างถูกต้อง

และนี่ก็เป็นความอัจฉริยะที่ก้าวไปอีกขั้น สำหรับหนึ่งในผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของทาง LG อย่างตู้เย็นเรือธงรุ่นนี้ ที่จะช่วยทำให้สมาร์ทโฮมมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น

 

ที่มา http://news.thaiware.com/9435.html

ตามดู!! รถโกคาร์ทเด็ก[100% Electric] ซีรี่ย์ใหม่จากผู้ผลิตแบรนด์ยักษ์ งานนี้เฟี้ยวจริง..

รถโกคาร์ท

หากลองนึกย้อนกลับไป ภาพของรถโกคาร์ทในสมัยเด็กที่เราๆเคยเห็น คงเป็นภาพรถที่ใช้สำหรับขับแข่งในสนามกลางแดด

ตัวโครงรถเป็นแค่โครงเหล็กท่อ ที่มีส่วนที่เป็นตัวห่อหุ้มเพียงไม่กี่ชิ้น

อีกทั้งยังเห็นภาพถังน้ำมันที่ติดตั้งอย่างโจ่งแจ้งกับตัวถังรถ

ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศสได้เล็งเห็นถึงข้อเสียเหล่านี้ จึงได้พัฒนารถโกคาร์ทมาอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งมาถึงยุคที่รถโกคาร์ทสามารถใช้ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ

(โดยไม่ได้ตัดทอนคุณสมบัติใดๆของรถโกคาร์ทเดิมออกเลย)

ในสนามโกคาร์ทหลายๆแห่งในยุโรปก็ได้ปรับมาเลือกใช้รถประเภทนี้เกือบทั้งหมดแล้ว

โดยเฉพาะ สนามโกคาร์ทแบบ INDOOR

gokart-kid-electric-06

รถโกคาร์ทสำหรับเด็ก LRX จากค่าย SODI 

ก็เป็นอีกรถโกคาร์ทหนึ่งที่ได้รวบรวมความทันสมัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยได้พัฒนารถต่อมาจากรถรุ่นพี่ยอดฮิต อย่างรุ่น RTXและLR5

ด้วยเทคโนโลยี่เครื่องยนต์ไฟฟ้าแบบ100% ภายใต้เทคโนโลยี่ENGEC ลิขสิทธิ์เฉพาะ ที่ถูกดีไซน์มาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ

gokart-kid-electric-01

gokart-kid-electric-02

รูปลักษณ์ที่ล้ำสมัย กับระบบความปลอดภัยอย่างสูงสุด

ตัวถังรถถูกออกแบบตัวเฟรมครอบตัวถังใหม่ดีไซน์สุดล้ำ
เทคโนโลยี ENGEC ที่ถูกพัฒนาสำหรับรถโกคาร์ทสำหรับแข่งโดยเฉพาะ

gokart-kid-electric-04

gokart-kid-electric-03

ทำไม??ต้องเป็นรถโกคาร์ทระบบไฟฟ้า ( 100% Electric )

เร็ว แรงกว่า

น้ำหนักของถังน้ำมันอาจมีผลต่อความเร็วของรถ ยิ่งรวมกับน้ำหนักของผู้ขับขี่ด้วยแล้ว

ถ้าเทียบกับน้ำหนักของเครื่องยนต์ไฟฟ้าที่เบากว่ามาก และยังมีอัตราเร่งและแรงบิดที่ดีกว่าเครื่องระบบน้ำมันอีกด้วย

สะอาดกว่า

ตัดปัญหาเรื่องกลิ่นน้ำมันที่จะมารบกวนการขับขี่ เครื่องยนต์ไฟฟ้าตัดปัญหาสิ่งเหล่านี้อย่างสิ้นเชิง

อีกทั้งด้านความเงียบของเครื่องยนต์ ทำให้ปราศจากมลภาวะทางเสียงอย่างแน่นอน

ปลอดภัยกว่า

ด้วยน้ำหนักของถังน้ำมันที่ถ่วงไว้ด้านใดด้านหนึ่งของตัวรถ อาจส่งผลต่อการหลุดโค้งได้

แต่รถโกคาร์ทไฟฟ้า สามารถถ่ายน้ำหนักของแบตเตอรี่ให้สมดุล ส่งผลต่อสมรถนะในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น

………………………………….

รถโกคาร์ทสำหรับเด็ก จะว่าไปแล้วแทบจะมีรูปลักษณ์ที่ไม่แตกต่างจากรถโกคาร์ทสำหรับผู้ใหญ่ซักเท่าไรนัก

แต่ทั้งนี้คุณสมบัติของรถเด็กที่จะไว้ใช้สำหรับในการแข่งโกคาร์ท 

จำกัดจากการแบ่งประเภท อายุของผู้ขับขี่ในการแข่งขันนั้นๆ เช่น

— ถูกจำกัดความเร็ว โดยเฉลี่ยไม่ควรเร็วกว่า 25ไมล์ต่อชม. ถ้าเทียบกับรถผู้ใหญ่ที่ 45ไมล์ต่อชม. —

— ขนาดเครื่องยนต์ที่ไม่เท่ากัน (น้ำมัน) —

โกคาร์ท_02

พอเห็นเรื่องราวของรถโกคาร์ทเด็กสมัยใหม่ที่เป็นระบบไฟฟ้าแบบนี้แล้ว

เชื่อได้เลยว่าหลายๆคนอยากได้ลองกลับไปลองขับรถโกคาร์ทดูซักครั้ง

เผื่อในอนาคตอาจได้มีโอกาสผันตัวไปเป็นนักแข่งรถ F1 บ้างก็เป็นได้

ที่มา : http://www.lifeweekend.com/2016/03/kart-singha-junior-kid/

 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1356910424373773

ภาพเรนเดอร์ Kawasaki Ninja H2F จับซุปเปอร์สปอร์ตไบค์มาเปลือยกายในรูปแบบเนกเกต

ssb-2018-kawasaki-h2f-01

หลังจากที่ Kawasaki ได้ปล่อยเจ้า Ninja H2 รถมอเตอร์ไซค์ขนาด 998 cc supercharge เครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง โครงสร้าง trellis frame สวิงอาร์มแขนเดี่ยวแบบคาร์บอนไฟเบอร์ ผสานกับการออกแบบที่โฉบเฉี่ยวดุดันมาพร้อมกับลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนใคร และยังพัฒนาต่อเพิ่มแรงม้าให้เป็น 295 BHP ในรุ่น H2R แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากเราจับเจ้า H2 คันนี้มาเปลี่ยนแนวให้เป็นสปอร์ตเนกเกตล่ะ

2018 Kawasaki Ninja H2F

โดยทางเวบไซค์  superstreetbike.com ได้ทำการจับเอารถซุปเปอร์สปอร์ตไบค์มาดัดแปลงให้กลายเป็นสปอร์ตเนกเกตด้วยการใช้ Computer Graphic และบัญญัติชื่อรุ่นไว้ว่า KAWASAKI NINJA H2F โดยภาพรวมเป็นรถที่แสดงโครงสร้างตัวรถอย่างชัดเจน และยังดึงจุดเด่นของเจ้ารุ่นเดิมคือสวิงอาร์มแขนเดียวแบบคาร์บอน โช้คอัพของ  Ohlins และระบบเบรกของ Brembo ซึ่งเจ้าตัว H2F นี้ดูเหมือนจะถูกวางให้เป็นคู่ปรับกับเจ้า KTM 1290 Superduke และ Aprilia V4 Tuono

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าถ้าทาง Kawasaki ทำรุ่นนี้ออกมาจริงๆคงไม่ให้ใช้รหัส Ninja น่าจะเป็น Kawasaki Z H2 ซะมากกว่า ซึ่งในขณะนี้เราเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นไปได้จริงๆ หรือเปล่า เพราะไม่เคยมีข้อมูลออกมาจากทางฝั่ง Kawasaki โดยตรงเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เพื่อนๆ คิดเห็นกันอย่างไรลองคอมเมนท์มาดูกันนะครับ

ที่มา: คลิกที่นี่

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1360443274020488

Vigo Motorcycle เปิดตัวซุปเปอร์ไบค์พลังงานไฟฟ้า 120 แรงม้า แรงเร้าใจกับความเร็วสูงสุดถึง 290 กม./ชม.

Vigo แบรนด์มอเตอร์ไซค์น้องใหม่จากประเทศอังกฤษ เผยโฉมซุปเปอร์ไบค์พลังงานไฟฟ้ารุ่นต้นแบบ ที่สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูงสุด 290 กม./ชม. วิ่งได้ไกลถึง 640 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง เตรียมพัฒนาสำหรับจำหน่ายจริงในเร็วๆ นี้

1487464963000

ทางค่ายได้เผยข้อมูลของซุปเปอร์ไบค์พลังงานไฟฟ้ารุ่นนี้ว่า จะใช้พลังงานไฟฟ้าที่สะสมจากแบตเตอรี่ Capacity 21 กิโลวัตต์ชั่วโมง พร้อมระบบขับเคลื่อน ที่ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า (90 กิโลวัตต์) โดยตัวแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า 400,000 กม. ใช้เวลาชาร์จไฟบ้านราวๆ 7-12 ชม. หรือใช้บริการสถานีชาร์จไฟจะใช้เวลาชาร์จได้เร็วถึง 20-30 นาที

ด้านตัวเลขสมรรถนะ เริ่มจากอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ที่ 3.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 290 กม./ชม. วิ่งได้ไกลสุดที่ 640 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นอกจากนี้ ตัวรถมีน้ำหนักอยู่ที่ 160 กก. ถือได้ว่าเบาใช้ได้สำหรับกลุ่มซุปเปอร์ไบค์ เพื่อให้รีดสมรรถนะได้อย่างเต็มที่

 

1487464984204

ด้านรายละเอียดอื่นๆ เช่น ไฟหน้า-ไฟท้าย LED, แฟริ่งหน้าพร้อมช่องดักอากาศ, เบาะนั่งสองตอน, ดิสก์เบรกคู่ที่ล้อหน้า, ระบบเบรกที่ล้อหลัง รวมไปถึงยางล้อที่ใหญ่โตสไตล์ซุปเปอร์ไบค์ นอกจากนี้ยังได้บรรจุเทคโนโลยสุดล้ำหลายรายการ เช่น ระบบ GPS, กุญแจรีโมทดิจิตอล, ระบบเบรคอัตโนมัติ, การสั่งการผ่านเสียง, ระบบตรวจสอบข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน เป็นต้น

ทาง Vigo ได้เผยว่ายังคงต้องใช้ระยะเวลาพัฒนาตัวรถให้ผ่านมาตรฐานข้อกำหนดต่างๆ ก่อนจึงจะสามารถวางจำหน่ายจริงได้ในเร็วๆ นี้ โดยตั้งราคาขายราวๆ 7,999 ปอนด์อังกฤษ หรือราวๆ 355,000 บาทโดยประมาณ ทั้งนี้ยังมีราคาพิเศษสำหรับผู้ร่วมลงทะเบียนสนับสนุน โดยมีราคาที่ 5,999 ปอนด์อังกฤษ หรือราวๆ 266,000 บาท

ที่มา : http://bigbike.boxzaracing.com/news/17148

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1354817784583037