คลังเก็บหมวดหมู่: ศุภกร รักษ์ชาภู่พวง

ตามดู!! รถโกคาร์ทเด็ก[100% Electric] ซีรี่ย์ใหม่จากผู้ผลิตแบรนด์ยักษ์ งานนี้เฟี้ยวจริง..

รถโกคาร์ท

หากลองนึกย้อนกลับไป ภาพของรถโกคาร์ทในสมัยเด็กที่เราๆเคยเห็น คงเป็นภาพรถที่ใช้สำหรับขับแข่งในสนามกลางแดด

ตัวโครงรถเป็นแค่โครงเหล็กท่อ ที่มีส่วนที่เป็นตัวห่อหุ้มเพียงไม่กี่ชิ้น

อีกทั้งยังเห็นภาพถังน้ำมันที่ติดตั้งอย่างโจ่งแจ้งกับตัวถังรถ

ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศสได้เล็งเห็นถึงข้อเสียเหล่านี้ จึงได้พัฒนารถโกคาร์ทมาอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งมาถึงยุคที่รถโกคาร์ทสามารถใช้ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ

(โดยไม่ได้ตัดทอนคุณสมบัติใดๆของรถโกคาร์ทเดิมออกเลย)

ในสนามโกคาร์ทหลายๆแห่งในยุโรปก็ได้ปรับมาเลือกใช้รถประเภทนี้เกือบทั้งหมดแล้ว

โดยเฉพาะ สนามโกคาร์ทแบบ INDOOR

gokart-kid-electric-06

รถโกคาร์ทสำหรับเด็ก LRX จากค่าย SODI 

ก็เป็นอีกรถโกคาร์ทหนึ่งที่ได้รวบรวมความทันสมัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยได้พัฒนารถต่อมาจากรถรุ่นพี่ยอดฮิต อย่างรุ่น RTXและLR5

ด้วยเทคโนโลยี่เครื่องยนต์ไฟฟ้าแบบ100% ภายใต้เทคโนโลยี่ENGEC ลิขสิทธิ์เฉพาะ ที่ถูกดีไซน์มาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ

gokart-kid-electric-01

gokart-kid-electric-02

รูปลักษณ์ที่ล้ำสมัย กับระบบความปลอดภัยอย่างสูงสุด

ตัวถังรถถูกออกแบบตัวเฟรมครอบตัวถังใหม่ดีไซน์สุดล้ำ
เทคโนโลยี ENGEC ที่ถูกพัฒนาสำหรับรถโกคาร์ทสำหรับแข่งโดยเฉพาะ

gokart-kid-electric-04

gokart-kid-electric-03

ทำไม??ต้องเป็นรถโกคาร์ทระบบไฟฟ้า ( 100% Electric )

เร็ว แรงกว่า

น้ำหนักของถังน้ำมันอาจมีผลต่อความเร็วของรถ ยิ่งรวมกับน้ำหนักของผู้ขับขี่ด้วยแล้ว

ถ้าเทียบกับน้ำหนักของเครื่องยนต์ไฟฟ้าที่เบากว่ามาก และยังมีอัตราเร่งและแรงบิดที่ดีกว่าเครื่องระบบน้ำมันอีกด้วย

สะอาดกว่า

ตัดปัญหาเรื่องกลิ่นน้ำมันที่จะมารบกวนการขับขี่ เครื่องยนต์ไฟฟ้าตัดปัญหาสิ่งเหล่านี้อย่างสิ้นเชิง

อีกทั้งด้านความเงียบของเครื่องยนต์ ทำให้ปราศจากมลภาวะทางเสียงอย่างแน่นอน

ปลอดภัยกว่า

ด้วยน้ำหนักของถังน้ำมันที่ถ่วงไว้ด้านใดด้านหนึ่งของตัวรถ อาจส่งผลต่อการหลุดโค้งได้

แต่รถโกคาร์ทไฟฟ้า สามารถถ่ายน้ำหนักของแบตเตอรี่ให้สมดุล ส่งผลต่อสมรถนะในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น

………………………………….

รถโกคาร์ทสำหรับเด็ก จะว่าไปแล้วแทบจะมีรูปลักษณ์ที่ไม่แตกต่างจากรถโกคาร์ทสำหรับผู้ใหญ่ซักเท่าไรนัก

แต่ทั้งนี้คุณสมบัติของรถเด็กที่จะไว้ใช้สำหรับในการแข่งโกคาร์ท 

จำกัดจากการแบ่งประเภท อายุของผู้ขับขี่ในการแข่งขันนั้นๆ เช่น

— ถูกจำกัดความเร็ว โดยเฉลี่ยไม่ควรเร็วกว่า 25ไมล์ต่อชม. ถ้าเทียบกับรถผู้ใหญ่ที่ 45ไมล์ต่อชม. —

— ขนาดเครื่องยนต์ที่ไม่เท่ากัน (น้ำมัน) —

โกคาร์ท_02

พอเห็นเรื่องราวของรถโกคาร์ทเด็กสมัยใหม่ที่เป็นระบบไฟฟ้าแบบนี้แล้ว

เชื่อได้เลยว่าหลายๆคนอยากได้ลองกลับไปลองขับรถโกคาร์ทดูซักครั้ง

เผื่อในอนาคตอาจได้มีโอกาสผันตัวไปเป็นนักแข่งรถ F1 บ้างก็เป็นได้

ที่มา : http://www.lifeweekend.com/2016/03/kart-singha-junior-kid/

 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1356910424373773

ภาพเรนเดอร์ Kawasaki Ninja H2F จับซุปเปอร์สปอร์ตไบค์มาเปลือยกายในรูปแบบเนกเกต

ssb-2018-kawasaki-h2f-01

หลังจากที่ Kawasaki ได้ปล่อยเจ้า Ninja H2 รถมอเตอร์ไซค์ขนาด 998 cc supercharge เครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง โครงสร้าง trellis frame สวิงอาร์มแขนเดี่ยวแบบคาร์บอนไฟเบอร์ ผสานกับการออกแบบที่โฉบเฉี่ยวดุดันมาพร้อมกับลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนใคร และยังพัฒนาต่อเพิ่มแรงม้าให้เป็น 295 BHP ในรุ่น H2R แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากเราจับเจ้า H2 คันนี้มาเปลี่ยนแนวให้เป็นสปอร์ตเนกเกตล่ะ

2018 Kawasaki Ninja H2F

โดยทางเวบไซค์  superstreetbike.com ได้ทำการจับเอารถซุปเปอร์สปอร์ตไบค์มาดัดแปลงให้กลายเป็นสปอร์ตเนกเกตด้วยการใช้ Computer Graphic และบัญญัติชื่อรุ่นไว้ว่า KAWASAKI NINJA H2F โดยภาพรวมเป็นรถที่แสดงโครงสร้างตัวรถอย่างชัดเจน และยังดึงจุดเด่นของเจ้ารุ่นเดิมคือสวิงอาร์มแขนเดียวแบบคาร์บอน โช้คอัพของ  Ohlins และระบบเบรกของ Brembo ซึ่งเจ้าตัว H2F นี้ดูเหมือนจะถูกวางให้เป็นคู่ปรับกับเจ้า KTM 1290 Superduke และ Aprilia V4 Tuono

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าถ้าทาง Kawasaki ทำรุ่นนี้ออกมาจริงๆคงไม่ให้ใช้รหัส Ninja น่าจะเป็น Kawasaki Z H2 ซะมากกว่า ซึ่งในขณะนี้เราเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นไปได้จริงๆ หรือเปล่า เพราะไม่เคยมีข้อมูลออกมาจากทางฝั่ง Kawasaki โดยตรงเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เพื่อนๆ คิดเห็นกันอย่างไรลองคอมเมนท์มาดูกันนะครับ

ที่มา: คลิกที่นี่

Vigo Motorcycle เปิดตัวซุปเปอร์ไบค์พลังงานไฟฟ้า 120 แรงม้า แรงเร้าใจกับความเร็วสูงสุดถึง 290 กม./ชม.

Vigo แบรนด์มอเตอร์ไซค์น้องใหม่จากประเทศอังกฤษ เผยโฉมซุปเปอร์ไบค์พลังงานไฟฟ้ารุ่นต้นแบบ ที่สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูงสุด 290 กม./ชม. วิ่งได้ไกลถึง 640 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง เตรียมพัฒนาสำหรับจำหน่ายจริงในเร็วๆ นี้

1487464963000

ทางค่ายได้เผยข้อมูลของซุปเปอร์ไบค์พลังงานไฟฟ้ารุ่นนี้ว่า จะใช้พลังงานไฟฟ้าที่สะสมจากแบตเตอรี่ Capacity 21 กิโลวัตต์ชั่วโมง พร้อมระบบขับเคลื่อน ที่ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า (90 กิโลวัตต์) โดยตัวแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า 400,000 กม. ใช้เวลาชาร์จไฟบ้านราวๆ 7-12 ชม. หรือใช้บริการสถานีชาร์จไฟจะใช้เวลาชาร์จได้เร็วถึง 20-30 นาที

ด้านตัวเลขสมรรถนะ เริ่มจากอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ที่ 3.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 290 กม./ชม. วิ่งได้ไกลสุดที่ 640 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นอกจากนี้ ตัวรถมีน้ำหนักอยู่ที่ 160 กก. ถือได้ว่าเบาใช้ได้สำหรับกลุ่มซุปเปอร์ไบค์ เพื่อให้รีดสมรรถนะได้อย่างเต็มที่

 

1487464984204

ด้านรายละเอียดอื่นๆ เช่น ไฟหน้า-ไฟท้าย LED, แฟริ่งหน้าพร้อมช่องดักอากาศ, เบาะนั่งสองตอน, ดิสก์เบรกคู่ที่ล้อหน้า, ระบบเบรกที่ล้อหลัง รวมไปถึงยางล้อที่ใหญ่โตสไตล์ซุปเปอร์ไบค์ นอกจากนี้ยังได้บรรจุเทคโนโลยสุดล้ำหลายรายการ เช่น ระบบ GPS, กุญแจรีโมทดิจิตอล, ระบบเบรคอัตโนมัติ, การสั่งการผ่านเสียง, ระบบตรวจสอบข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน เป็นต้น

ทาง Vigo ได้เผยว่ายังคงต้องใช้ระยะเวลาพัฒนาตัวรถให้ผ่านมาตรฐานข้อกำหนดต่างๆ ก่อนจึงจะสามารถวางจำหน่ายจริงได้ในเร็วๆ นี้ โดยตั้งราคาขายราวๆ 7,999 ปอนด์อังกฤษ หรือราวๆ 355,000 บาทโดยประมาณ ทั้งนี้ยังมีราคาพิเศษสำหรับผู้ร่วมลงทะเบียนสนับสนุน โดยมีราคาที่ 5,999 ปอนด์อังกฤษ หรือราวๆ 266,000 บาท

ที่มา : http://bigbike.boxzaracing.com/news/17148

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1354817784583037

เกาหลีใต้พัฒนาหุ่นยนต์เดินได้เหมือนมนุษย์ METHOD-2 เหมือนหุ่นทหารในหนัง AVATAR

ทีมผู้พัฒนาจากบริษัทด้านหุ่นยนต์ของเกาหลีใต้ Hankook Mirae Technology ซึ่งประกอบด้วยวิศวกรกว่า 30 ท่าน ได้ทำการทดสอบหุ่นยนต์ครั้งแรกเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยเป็นหุ่นยนต์ที่เดินได้เหมือนมนุษย์ แต่มีน้ำหนักมากจนทำให้พื้นสะเทือนในแต่ละก้าวเลยทีเดียว

ด้วยแรงบันดาลใจจากนิยายเชิงวิทยาศาสตร์ จึงเป็นที่มาของหุ่นยนต์ขนาดสูง 4 เมตร หนัก 1.5 ตัน ชื่อ “Method-2” ซึ่งถือเป็นหุ่นยนต์เดินได้ด้วยสองขา บังคับด้วยมนุษย์ที่นั่งภายในหุ่น ตัวแรกของโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าทำงานในพื้นที่ที่อันตรายเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะเข้าถึง

นักออกแบบท่านหนึ่งชื่อ Vitaly Bulgarov กล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า การพัฒนาหุ่นยนต์ตัวนี้ทำให้ได้องค์ความรู้มากมายที่สามารถนำมาแก้ปัญหาในโลกการทำงานจริงได้เป็นอย่างดี โดยเขาเคยทำงานกับบริษัทที่ผลิตภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Transformers, Robocop, และ Terminator มาก่อน

ห้องนั่งบังคับในช่วงท้องของหุ่นยนต์นี้ ใช้บังคับแขนขาของหุ่น ที่แต่ละแขนหนักถึง 130 กิโลกรัม ตัวหุ่นทั้งหมดใหญ่กว่ามนุษย์ผู้ชายตัวสูงกว่าสองเท่า เมื่อก้าวแต่ละก้าวจะมีเสียงดังของมอเตอร์บังคับที่ดูยิ่งใหญ่มาก

ประธานบริษัท Yang Jin-Ho กล่าวว่า โปรเจ็กต์นี้เป็นการเติมเต็มความฝันในวัยเด็ก โดยได้ลงทุนกว่า 242 พันล้านวอน (ประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ฯ) ตั้งแต่ปี 2557 เพื่อทำให้สิ่งที่ดูเป็นไปได้ในหนังและการ์ตูน มามีชีวิตจริงได้

ที่มา :https://thaitechnewsfeed.com/2017/01/24/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C/

ยุ่นไอเดียเจ๋งนำโลหะรีไซเคิลผลิตเหรียญโอลิมปิก

ญี่ปุ่น เจ้าภาพโอลิมปิก 2020 หัวใสเตรียมนำมือถือเก่า-เครื่องใช้ครัวเรือนขนาดเล็กมารีไซเคิลทำเหรียญรางวัลให้นักกีฬา

1486484021079

วันนี้ (1 ก.พ. 60) คณะผู้จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในญี่ปุ่น เปิดเผยว่า เหรียญรางวัลต่างๆ สำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 จะทำจากโลหะที่นำกลับมาใช้ใหม่ของโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าและเครื่องใช้ที่ประชาชนบริจาค เพื่อให้พวกเขามีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬาระดับโลก

ด้านนายโคจิ มูโรฟูชิ ผู้อำนวยการกีฬาโตเกียว 2020 และเคยคว้าเหรียญทองโอลิมปิกจากกีฬาขว้างค้อนที่เอเธนส์ เกมส์ ปี 2004 เปิดเผยว่า ด้วยวิธีการรีไซเคิล ทำให้ญี่ปุ่นสามารถจำกัดการใช้ทรัพยากรได้อย่างจำเป็น และผู้คนจะมีความรู้สึกปลาบปลื้มว่าโลหะที่ใช้แล้วของพวกเขาได้ถูกนำมาสร้างเป็นเหรียญรางวัลต่างๆ เพื่อมอบให้แก่นักกีฬาโอลิมปิก

อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ยังเป็นความพยายามเพื่อการส่งเสริมอย่างยั่งยืน และประหยัดเงินให้แก่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาลถึง 3 ล้านล้านเยน หรือ 26,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นเงินไทยประมาณ 927,500 ล้านบาท ถึงแม้คณะผู้จัดการแข่งขันโอลิมปิกเคยเปิดเผยงบประมาณ 16,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 588,000 ล้านบาทเมื่อปีที่แล้วก็ตาม

ส่วนคณะกรรมการผู้จัดโอลิมปิก 2020 คาดหวังว่า จะเก็บรวมรวมโลหะให้มากถึง 8 ตันจากโทรศัพท์มือถือที่ล้าสมัยและเครื่องใช้ครัวเรือนขนาดเล็กต่างๆ ที่ชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศบริจาคเพราะต้องแบ่งโลหะเหล่านี้ ไปทำเหรียญทอง 40กิโลกรัม เหรียญเงิน 2,920 กิโลกรัม และเหรียญทองแดง 2,994 กิโลกรัม

ที่มา : http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=127541&t=news

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1352102881521194

เกาหลีใต้สั่งยกระดับตรวจแบตเตอรี่ซัมซุงเข้ม

เกาหลีใต้ประกาศยกระดับตรวจสอบความปลอดภัยแบตเตอรี่ หลังมือถือ Samsung Galaxy Note 7 ไฟไหม้

1486484324544

วันนี้ (6ก.พ.60) กระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงานเกาหลีใต้แถลงว่า ทางการจะยกระดับการควบคุมความปลอดภัยและออกมาตรการตรวจสอบแบตเตอรีลิเธียมไออ้อน เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หลังเกิดวิกฤตโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy Note 7 ของบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ไฟไหม้ จนต้องมีการเรียกคืนทั่วโลกและระงับการผลิตแบบถาวร โดยในเดือนตุลาคมปีก่อน ซัมซุงได้ประกาศเรียกคืนโทรศัพท์รุ่นดังกล่าว ทำให้สูญเสียกำไรปฏิบัติการในช่วงกว่า 3 ไตรมาส ประมาณ 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ซัมซุงและคณะไต่สวนอิสระระบุในเดือนม.ค.ที่ผ่านมาว่า สาเหตุที่ทำให้โทรศัพท์ Samsung Galaxy Note 7 และ Note 7เอส ไฟไหม้เป็นเพราะแบตเตอรีจากซัพพลายเออร์ 2 แห่งมีปัญหา

ขณะที่กระทรวงการค้าเกาหลีใต้ระบุว่า ในการตรวจสอบแยกของฝ่ายปฏิบัติการทดสอบเกาหลีพบว่า ปัญหาเกิดจากแบตเตอรีเพียงอย่างเดียว ไม่มีปัจจัยอื่นมาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นด้านการออกแบบฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ โดยรัฐบาลจะจับตาดูการพัฒนาความปลอดภัยของแบตเตอรีของซัมซุง เช่น การใช้วิธีเอ็กซ์เรย์และเพิ่มมาตรฐานด้านกระบวนการออกแบบ

สำหรับโทรศัพท์ Samsung Galaxy Note 7 ได้รับการเปิดตัวทั่วโลกในเดือนส.ค.ปีที่แล้ว แต่ผู้ใช้จำนวนหนึ่งประสบปัญหาโทรศัพท์ระเบิดและไฟไหม้ ส่งผลให้ทางซัมซุงต้องออกมาเรียกคืนโทรศัพท์ ส่วนสายการบินต่างๆเรียกร้องให้ผู้โดยสารงดนำโทรศัพท์รุ่นนี้ขึ้นเครื่องบินเพื่อความปลอดภัยของผู้เดินทาง

ที่มา : http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=128012&t=news

รับประ​ทานเนยบ่อย ๆ ไม่มีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคหรือเสียชีวิต

 

นักวิจัยพบว่า การรับประทานเนยอยู่เป็นประจำนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตโดยรวมเท่าไหร่นัก และยังไม่เกี่ยวกับโรคทางเดินโลหิตหรือโรคเบาหวานด้วย

การศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยได้ศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคเนยกับการเป็นโรคเรื้อรังและการเสียชีวิตด้วยโรค โดยได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการ PLOS ONE แล้ว

นักวิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาที่ผ่านมาหลาย ๆ ครั้ง ตลอดจนวิเคราะห์ฐานข้อมูลออนไลน์ทางการแพทย์หลายครั้ง จนในที่สุดได้ข้อมูลจากการศึกษา 9 ครั้งที่ค่อนข้างชัดเจน รวมประเทศที่ทำการศึกษาทั้งหมด 15 ประเทศ มีประชากรในการศึกษาครั้งนี้ทั้งหมด 636,151 คน ซึ่งในบางคนมีการศึกษาต่อเนื่องหลายปี หากจำแนกแล้วจะคิดเป็นทั้งหมด 6.5 ล้านคน/ปี

ในจำนวนนี้ มีการเสียชีวิตเกิดขึ้นทั้งหมด 28,271 กรณี เป็นโรคทางเดินโลหิต 9,783 กรณี และเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ทั้งหมด 23,954 กรณี หลังจากนั้น นักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่นี้

ปริมาณการบริโภคเนยระดับมาตรฐานในการศึกษาครั้งนี้ถูกกำหนดไว้ที่ 14 กรัมต่อวัน ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณที่กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกาได้ประมาณเอาไว้ (เทียบเท่ากับปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ) โดยรวมแล้ว การบริโภคเนยของประชากรในการศึกษาครั้งนี้มีตั้งแต่ 0.3 จนถึง 3.2 หน่วยบริโภคต่อวัน

แต่นักวิจัยได้พบว่า ไม่ว่าจะรับประทานเนยมากหรือน้อยก็ไม่ได้มีผลกระทบมาก นักวิจัยไม่พบความสัมพันธ์ที่มีนัยสำคัญระหว่างปริมาณการบริโภคเนยกับการเสียชีวิต การเป็นโรคทางเดินโลหิต หรือโรคเบาหวานเลย

“แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วคนที่กินเนยมักจะเป็นคนที่ไม่ค่อยควบคุมอาหารหรือไม่ได้มีการใช้ชีวิตที่ดี แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นคนปกตินะ”

“อาจจะเป็นการบอกว่า เนยนั้นเป็นอาหารที่อยู่กลางๆ ถือว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำตาลและแป้ง และโดยทั่วไปคนก็ทาเนยกับขนมปังขาวหรือใช้กับมันฝรั่ง ซึ่งอาหารเหล่านี้อาจจะไปเพิ่มความเสี่ยงให้เป็นโรคอ้วนหรือโรคทางเดินโลหิต”

“ในขณะเดียวกัน เนยก็เป็นอาหารที่แย่กว่ามาการีนหรือน้ำมันปรุงอาหาร ทีอุดมไปด้วยไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันคาโนลา น้ำมันมะกอก ถือว่ามีความเสี่ยงน้อยกว่าเนย แป้ง และน้ำตาล”

“กล่าวโดยรวมแล้ว การศึกษาของเราบอกว่า เนยไม่ได้เป็นทั้งปีศาจร้าย และไม่ได้เป็นพระเอกที่ทำให้เรามีสุขภาพที่ดี”

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังต้องศึกษาต่อไปเพื่อหาสาเหตุของผลที่ได้ในครั้งนี้

ที่มา : http://www.vcharkarn.com/vnews/505313