คลังเก็บหมวดหมู่: สุมิตา แสงมิ้ม

สดร. ชี้กรณีนาซาพบดาวเคราะห์ 7 ดวง น่าตื่นเต้น แม้ยังไม่เจอสิ่งมีชีวิต

พบระบบสุริยะใหม่

          ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา เผย การที่นาซาแถลงค้นพบดาวเคราะห์หิน 7 ดวงใกล้เคียงกับโลก ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นแม้ยังไม่เจอสิ่งมีชีวิต แต่ถือเป็นโอกาสดีที่ทำให้รู้ว่ามีที่ใดบ้างที่เหมือนกับโลกวันนี้ (23 กุมภาพันธ์ 2560)  ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา  รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า จากกรณีที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา แถลงข่าวการค้นพบดาวเคราะห์หินถึง 7 ดวงที่ใกล้เคียงกับโลก โคจรรอบดาวแคระแดงแทรพพิสท์-วัน (TRAPPIST-1) ซึ่งห่างจากโลก 39 ปีแสง อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เพราะที่ผ่านมาไม่เคยค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีขนาดคล้ายโลกพร้อม ๆ กัน ถึง 7 ดวง  ซึ่งค่อนข้างน่าสนใจ เพราะบ่งบอกว่ายังมีอะไรให้เราค้นพบและศึกษาอีกมาก

 

พบระบบสุริยะใหม่

ทั้งนี้ ในอนาคตการส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศขึ้นไป เช่น กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์อินฟาเรดที่นาซาวางแผนส่งขึ้นสู่อวกาศในปี 2561 มีภารกิจในการสังเกตการณ์วัตถุอันห่างไกลในเอกภพ ก็จะสามารถศึกษาบรรยากาศของดาวเคราะห์เหล่านี้ได้ และเมื่อเราทราบองค์ประกอบสำคัญ เช่น ก๊าซออกซิเจน มีเทน หรือ โมเลกุลสำคัญอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดจากสิ่งมีชีวิต จะทำให้เราทราบว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือไม่

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่มีการค้นพบหรือยืนยัน แต่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่นักดาราศาสตร์จะได้ค้นพบระบบสุริยะขนาดเล็กที่อยู่ไม่ไกลจากโลก และอาจทำให้เราเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ในเอกภพได้ดียิ่งขึ้น ว่ามีที่ใดบ้างที่เหมือนกับโลกของเรา

ด้าน นายมติพล ตั้งมติธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า ข่าวการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (exoplanet) มีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากย้อนกลับไปจะพบว่ามีการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรกเมื่อ 25 ปี ที่ผ่านมา ปัจจุบันเรามีดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ยืนยันแล้ว 3,449 ดวง และรอการยืนยันอีกกว่า 4,696 ดวง ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ค้นพบส่วนมากจัดเป็นประเภทดาวยักษ์แก๊ส และในจำนวนนี้เป็นดาวเคราะห์หินใกล้เคียงกับโลกมากกว่า 348 ดวง

การค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเหล่านี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตอาจจะไม่ใช่สิ่งที่หายากและมีเพียงแค่บนโลกของเราอีกต่อไป และการค้นพบระบบอื่นและโลกอื่นที่มีดาวเคราะห์หินโคจรอยู่ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งที่อาจจะมีชีวิตอาศัยอยู่ ซึ่งในไม่ช้าเราอาจจะค้นพบดาวเคราะห์หินที่มีหลักฐานของสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

สำหรับการค้นพบครั้งนี้ นาซาเปิดเผยว่า นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบดาวเคราะห์หินที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกถึง 7 ดวงโคจรอยู่ในระบบดาวฤกษ์ดวงเดียว ซึ่งยังพบอีกว่าดาวเคราะห์ 3 ดวงในดาวเคราะห์ทั้ง 7 ดวงนี้อยู่ในช่วงที่เรียกว่า “habitable zone” หรือโซนที่เอื้อต่อการมีชีวิต

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับองค์ประกอบของดาวเคราะห์เหล่านี้ที่จะบอกได้ว่ามีน้ำหรือชีวิตบนดาวเคราะห์เหล่านั้น และด้วยระยะทางที่ไกลถึง 39 ปีแสง มนุษย์ยังไม่มีแผนที่จะเดินทางไปยังระบบดาวเคราะห์นี้ในเร็ววันนี้ หากเราสามารถเดินทางได้เร็วเท่ากับแสง ต้องใช้เวลาถึง 39 ปี และหากพยายามจะเดินทางไประบบดาวเคราะห์นี้ด้วยความเร็วของเครื่องบินเจ็ท จะต้องใช้เวลาถึงกว่าสี่ล้านปี

ภาพจาก NASA/JPL-Caltech
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

ที่มา https://hilight.kapook.com/view/149591

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1361304883934327

 

​การฆ่าสัตว์ป่าอาจทำให้สภาพภูมิอากาศเลวร้ายลง

งานวิจัยใหม่ได้แสดงให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยขนาดใหญ่และนกที่กินผลไม้เป็นอาหาร มีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาพภูมิอากาศ ถ้าหากพวกมันถูกฆ่าจนสูญพันธุ์ไปหมด โลกทั้งใบจะต้องร้อนระอุขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากเหล่าสัตว์ที่กินผลไม้เป็นอาหารเปรียบเสมือนนักรบกองโจรที่ต่อสู่กับภาวะโลกร้อน พวกมันช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ที่ถูกห่อหุ้มด้วยผลไม้รสชาติหวานฉ่ำ

ต้นไม้เนื้อแข็งที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์มักจะมีผลที่มีขนาดใหญ่ และพวกมันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกลไกในการกระจายเมล็ดพันธุ์ของพวกมันให้แพร่กระจายไปได้ไกลจากต้นพ่อแม่ ซึ่งจะทำให้เมล็ดของพวกมันงอกขึ้นมาเป็นต้นได้ และเมล็ดพันธุ์ของพืชบางชนิดไม่สามารถงอกขึ้นมาได้ หากไม่ผ่านระบบทางเดินอาหารของสัตว์กินพืชบางชนิดเสียก่อน

ศาสตราจารย์คาร์ลอส เปเรส ห่างมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย ได้เข้าร่วมการศึกษาของประเทศบราซิล เกี่ยวกับการกระจายตัวของต้นไม้มากกว่า 2,000 ชนิดเมื่อสัตว์สูญพันธุ์ และได้ตีพิมพ์งานในวารสาร Science Advances ซึ่งได้เปิดเผยถึงความสำคัญของเมล็ดพันธุ์ต่างๆ และสุขภาพของโลกของเรา

“นกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ทำให้เกิดการกระจายเมล็ดพันธุ์พืชที่มีขนาดใหญ่ แต่สัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดใหญ่เหล่านั้นกำลังถูกคุกคาม โดยการล่าสัตว์ การค้าที่ผิดกฎหมาย  และการสูญเสียที่อยู่อาศัย  ซึ่งการลดลงที่มากขึ้นของสัตว์ใหญ่ในระบบนิเวศป่าเขตร้อน จะนำมาสู่ผลกระทบรุนแรงที่อาจไม่ได้คาดฝันมาก่อน”  เปเรสกล่าว “เราแสดงให้เห็นว่าการลดลงและการสูญพันธุ์ของสัตว์ขนาดใหญ่ จะทำให้เกิดการลดลงในต้นไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ นี่คือผลกระทบต่อศักยภาพของป่าเขตร้อน ซึ่งทำหน้าที่การดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของโลก และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ”

แม้นกขนาดเล็กและค้างคาวจะสามารถกระจายเมล็ดพันธุ์พืชได้ก็จริง แต่ก็เป็นเพียงเมล็ดของต้นไม้ขนาดไม่ใหญ่นัก ขนาดสูงสุดของเมล็ดที่พวกมันกินได้อยู่ที่ 1.2 เซนติเมตร สิ่งที่ระบุไว้ในงานตีพิมพ์ คือการล่าสัตว์ใหญ่นั้นส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูป่าเป็นอย่างมาก และการล่าในไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ส่งอย่างยิ่งผลต่อป่าเขตร้อนในปัจจุบัน

เมล็ดพันธุ์ที่ขนาดใหญ่กว่า 1.2 เซนติเมตรมีเพียงร้อยละ 21 ของเมล็ดพันธุ์ต้นไม้ทั้งหมด แต่ต้นไม้ที่เกิดจากเมล็ดพันธุ์เหล่านี้เป็นกำลังหลักในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในแถบมหาสมุทรแอตแลนติก

“นโยบายหลักของรัฐบาลในประเทศเขตร้อนที่จะรับมือกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คือ  ลดการตัดไม้ทำลายป่าเป็นหลัก การป้องกันความเสื่อมโทรมของต้นไม้ในป่าและการป้องกันไฟป่าเป็นรอง แต่การวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่า  การลดลงของประชากรสัตว์ป่าขนาดใหญ่และการสูญเสียความสมดุลในระบบนิเวศ ก็เป็นความเสี่ยงร้ายแรงกับการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน” เปเรสกล่าว

“ป่าเขตร้อนนั้นช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์บนโลกร้อยละ 40 การที่พวกมันถูกทำลายจะเพิ่มปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์บนโลกถึงร้อยละ 7 – 17”

อ้างอิง :www.iflscience.com/plants-and-animals/forest-dwelling-creatures-fight-climate-change

ที่มา http://www.vcharkarn.com/vnews/503901

 

โมเดลแผนที่ดวงจันทร์

โมเดลแผนที่ดวงจันทร์

“โมเดลแผนที่ดวงจันทร์”
ดวงจันทร์ Moon เป็นบริวารตามธรรมชาติดวงเดียวของโลก มีลักษณะคล้ายดาวพุธ คือมีชั้นบรรยากาศที่เบาบางมาก แทบเป็นสูญญากาศ ทำให้พื้นผิวเป็นหลุมบ่อมากมาย เนื่องจากถูกชนจากอุกาบาต มนุษย์ได้จินตนาการพื้นผิวของดวงจันทร์เป็นรูปร่างต่างๆ เช่น กระต่าย คนแก่ตำข้าว คนแก่นั่งปั่นด้าย เป็นต้น

คำว่า จันทร์ นั้นเป็นคำศัพท์มาจากภาษาสันสกฤต (चंद्र อ่านว่า จัน-ดระ หรือคนไทยเราเรียกว่า จัน-ทระ) ซึ่งหมายถึงพระจันทร์ ในภาษาไทยเดิมมักเรียกว่า เดือน หรือ ดวงเดือน (ลาว: ເດືອນ เดือน, ไทใหญ่: เหลิน)
สำหรับในภาษาอังกฤษ ดวงจันทร์ ใช้คำว่า Moon (ภาษาอังกฤษใช้อักษรตัวใหญ่ขึ้นต้นคำ) เป็นคำนามมาจากคำว่า moone (ราวปี ค.ศ. 1380) ซึ่งมาจากคำ mone (ราวปี ค.ศ. 1135) ซึ่งมาจากภาษอังกฤษเก่าแก่ mōna (ราว 725 ปีก่อน ค.ศ.) และมีลักษณะคล้ายภาษาเจอร์แมนิก mǣnōn

Selene (Σελήνη เซเลเน่) เป็นชื่อเรียกเทพีแห่งดวงจันทร์ของชาวกรีก ซึ่งเป็นธิดาของ Titans Hyperion กับ Theia ส่วนชาวโรมัน เรียกเทพีแห่งดวงจันทร์ว่า Luna (ลูน่า) ซึ่งเป็นภาษาลาตินหมายถึง ดวงจันทร์
ในภาษาอังกฤษปัจจุบันคำคุณศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับดวงจันทร์ Moon จะใช้คำ lunar
เซเลเน่ ได้มีบทบาทอย่างมากในวิหารของเธอ ซึ่งเก่าแก่มากกว่าวิหารโอลิมปิกเสียอีกอย่างไรก็ตาม เซเลเน่ก็ได้ถูกแทนที่โดย Artemis เช่นเดียวกับ ลูน่า ที่ถูกแทนที่โดย Diana
ดวงจันทร์มีผลกับโลกของเราทั้งทางกายภาพและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลก ทำให้แกนหมุนของโลกส่าย ทำให้เกิดน้ำขึ้น-น้ำลง ทำให้กลางคืนบนโลกสว่าง ไม่มืดมากซึ่งเอื้อต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตบนโลก ทั้งทำให้เกิดขนบธรรมเนียมเกี่ยวกับดวงจันทร์มากมาย

เรียนรู้เรื่องราวของดวงจันทร์ ผ่านโมเดลแผนที่ดวงจันทร์”

ที่มา http://www.nsm.or.th/index.php?option=com_k2&view=item&id=6027:2017-01-31-10-04-26&Itemid=219

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1341069239291225

12 ปี สึนามิอันดามัน โศกนาฏกรรมน้ำทะเลกลืนชีวิต

tsunami_header

เช้าวันอาทิตย์หลังคืนวันคริสต์มาส หากจะหาสถานที่สำหรับพักผ่อนช่วงวันหยุดยาวปลายปี “ทะเลอันดามัน” ก็ดูจะเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับการได้ไปสัมผัส ชายหาดชื่อดังที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ มองออกไปก็มีเพียงท้องทะเลสงบนิ่ง กับท้องฟ้าอันแจ่มใส แต่ใครจะรู้ว่า อีกไม่กี่อึดใจต่อจากนี้ วินาทีสุดท้ายของชีวิตกำลังเคลื่อนตัวมาหาพวกเขา

ความทรงจำ ในวันทะเลพิโรธ

ภู (ภูธเนศ ศรีรัฐ) รุ่นน้องของผู้เขียนที่มหาวิทยาลัย หนึ่งในผู้ประสบภัยในเหตุการณ์ครั้งเลวร้าย ได้เล่าภาพเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ด้วยสายตาของเขา ซึ่งมันยังชัดเจนจนถึงทุกวันนี้… บ้านของน้องภูอยู่ที่ บ้านเขาปิหลาย ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ตอนนั้นเขายังเรียนอยู่เพียงชั้น ป.1 ภูเล่าว่า บ้านของเขาอยู่ห่างเข้ามาจากทะเลเพียง 800 เมตร เช้าวันนั้นพี่ชายของเขาออกไปซื้อของซึ่งต้องผ่านชายหาด ก่อนจะรีบกลับมาตามให้คุณพ่อไปดูที่ทะเล เพราะเห็นว่าน้ำลดลงเยอะจนน่าแปลกใจ คุณพ่อของภูจึงพาตัวเขาและพี่ชายไปที่ริมหาด ภูเล่าว่า ตอนที่เขาไปถึง น้ำเอ่อขึ้นจนถึงเขตแผ่นดินแล้ว ตัวเขาอยู่บนถนนซึ่งห่างจากขอบคลื่นเพียง 100 เมตร มองเห็นหลายคนที่วิ่งไม่ทันเกาะอยู่ตรงศาลาหน้าทะเล กำแพงกั้นเขตทะเลพังทลาย บางคนก็ฝ่ากระแสน้ำไปเรือของตัวเอง คุณพ่อเห็นท่าไม่ดี กลัวว่าน้ำจะขึ้นสูงมากกว่านี้จึงรีบพากันกลับบ้าน

“ยังไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งข่าวออกโทรทัศน์… บางคนก็บอกว่าเป็น ‘วันสิ้นโลก’ อะไรอย่างนี้”

นับเป็นโชคดีที่พื้นที่หมู่บ้านของภูนั้นลาดชันขึ้นไปจากชายหาด พื้นที่หมู่บ้านของเขาจึงได้รับผลกระทบไม่มากนัก และไม่มีใครได้รับอันตราย ภูเล่าเสริมว่า ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเรียกชื่อเหตุการณ์ว่าอะไร ได้แต่คอยฟังข่าวจากโทรทัศน์ ญาติพี่น้องก็ติดต่อกันลำบากเพราะสัญญาณโทรศัพท์ก็ล่ม “มันเป็นวันที่ตกใจที่สุดในชีวิต” หลังจากนั้นคุณพ่อของภูได้พาเขาไปพื้นที่ชายทะเลเขาหลัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา สองข้างถนนนั้นเต็มไปด้วยผ้าขาวห่อศพ ตึกรามบ้านช่องละแวกนั้นก็ราบเป็นหน้ากลองแทบทั้งสิ้น

grafik_0-tsunami-609x450
[1] ภาพถ่ายทางอากาศเปรียบเทียบชายทะเลเขาหลัก ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา (ซ้าย) ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2546 (ขวา) ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2547 หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ 3 วัน

จุดเริ่มต้นแห่งโศกนาฏกรรม

เมื่อเวลา 07:58 น. (เวลาในประเทศไทย) ของวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 เกิดแผ่นดินไหวขนาดโมเมนต์แมกนิจูด (Mw) 9.2 มีจุดศูนย์กลางอยู่ใต้มหาสมุทรอินเดียลึกลงไปประมาณ 30 กิโลเมตร จุดเหนือศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวอยู่บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย (แสดงด้วยรูป ☆) ทำให้เกิดการยุบและยกตัวของมวลน้ำในมหาสมุทร และเกิดคลื่นสูงโถมเข้าถล่มชายฝั่งของประเทศอินโดนีเซีย ศรีลังกา อินเดีย มัลดีฟส์ โซมาเลีย เมียนมาร์ มาเลเซีย แทนซาเนีย แอฟริกาใต้ บังคลาเทศ เยเมน เคนยา มาดากัสการ์ หมู่เกาะเซเชลส์ รวมทั้งประเทศไทย ประมาณกันว่าขนาดของคลื่นที่ยกตัวสูงเมื่อเข้าสู่ชายฝั่ง มีขนาดสูงกว่า 30 เมตร หรือเทียบเท่ากับตึก 10 ชั้น

sumatra_tectonics_region[2] ตำแหน่งเกิดแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547

ปีศาจใต้มหาสมุทร

แผ่นดินไหวครั้งนี้ เรียกว่าเป็นแผ่นดินไหวเมกะทรัสต์ (megathrust earthquake) ซึ่งจะเกิดขึ้นในเขตมุดตัวของเปลือกโลก เมื่อแผ่นเปลือกโลกแผ่นหนึ่ง มุดตัวเข้าไปใต้แผ่นเปลือกโลกอีกแผ่นหนึ่ง เกิดเป็นรอยเลื่อนย้อนมุมต่ำ (thrust) ซึ่งในระหว่างการแตกออก ด้านหนึ่งของรอยเลื่อนจะถูกดันขึ้นไปเมื่อเทียบกับอีกด้านหนึ่ง โดยแผ่นดินไหวในครั้งนี้เกิดขึ้นจากแผ่นเปลือกโลกอินเดีย (Indian Plate) (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นเปลือกโลกอินโด-ออสเตรเลีย (Indo-Australian Plate)) ขยับตัวไปทางทิศตะวันออก และมุดลงใต้แผ่นเปลือกโลกพม่า (Burma Plate) (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นเปลือกยูเรเชีย (Eurasian Plate)) ทำให้เกิดรอยเลื่อน (fault) ขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า รอยเลื่อนซุนดา (Sunda megathrust) ซึ่งมีความยาวกว่า 5,500 กิโลเมตร ซึ่งในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 รอยเลื่อนนี้ได้เลื่อนตัวแตกออกความยาวกว่า 1,300 กิโลเมตร บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา เกิดเป็นแผ่นดินไหวเมกะทรัสต์ที่มีขนาดโมเมนต์แมกนิจูดถึง 9.2 และเกิดเป็นคลื่นขนาดยักษ์พัดถล่มเข้าชายฝั่งอย่างรุนแรง

plate_setting_sunda_megathrust[3] รอยเลื่อนซุนดา (Sunda megathrust)

ทะเลพิโรธ… คลื่นนรก

แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 นั้น เกิดขึ้นใต้มหาสมุทรอินเดีย โดยมีจุดเหนือศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวห่างจากเกาะ Simeulue (ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะสุมาตรา) ไปทางทิศเหนือประมาณ 160 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนในครั้งนั้น ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ (Tsunami) จากการประพฤติตัวของแผ่นเปลือกโลกในหัวข้อก่อนหน้านี้ เมื่อรอยเลื่อนย้อน (thrust) เกิดขึ้นใต้มหาสมุทร จะทำให้เกิดการยุบตัวอย่างฉับพลันของแผ่นเปลือกโลก รวมทั้งมวลน้ำเหนือจุดนั้นก็จะยุบตัวลงตามอย่างกะทันหัน (น้ำทะเลที่ชายฝั่งจะลดลงอย่างผิดสังเกต ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสุดท้าย) ก่อนที่มวลน้ำรอบข้างจะพยายามปรับสมดุลและเคลื่อนเข้ามาแทนที่ จนปะทะกันและยกตัวสูงขึ้นเป็นสันคลื่น แผ่กระจายไปรอบทิศทาง (คล้ายกับคลื่นที่เกิดตอนเราปาก้อนหินลงน้ำ) ในขณะนี้ คลื่นจะมีพลังงานสะสมไว้จำนวนมาก ซึ่งพลังงานนี้จะไม่สูญเสียระหว่างเดินทาง คลื่นสึนามิมีพฤติกรรมเป็นคลื่นน้ำตื้น สามารถหาความเร็วของคลื่น ได้จากรากที่สองของผลคูณระหว่างความเร่งจากสนามแรงโน้มถ่วง (9.8 เมตร/วินาทีกำลังสอง) กับความลึกของระดับน้ำ (หน่วยเป็นเมตร) ซึ่งที่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวกลางทะเล คลื่นจะมีฐานกว้างมากกว่า 100 กิโลเมตร แต่อาจมีความสูงเพียง 1 เมตร และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วหลายร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง จนเมื่อมันเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งที่ระดับความลึกค่อย ๆ น้อยลง ความเร็วของคลื่นก็จะลดลง คลื่นจะอัดตัวและเสริมพลังกันจนยกตัวขึ้นสูงหลายสิบเท่า อาจสูงได้ถึง 10 – 30 เมตร ซึ่งกำแพงคลื่นขนาดยักษ์และพลังงานสะสมของมัน สามารถซัดเข้าถล่มชายฝั่ง กินพื้นที่เข้าไปในแผ่นดินได้ไกลเป็นกิโลเมตร พร้อมกับสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมหาศาล

tsunami_comic_book_style[4] ภาพจำลองการเกิดคลื่นสึนามิ

สำหรับประเทศไทย เหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิครั้งนั้น สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้ที่มีพื้นที่อยู่ติดกับชายฝั่งทะเลอันดามัน ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ ตรัง และสตูล ผู้เสียชีวิตและสูญหายเฉพาะในประเทศไทยมีมากกว่า 8,200 คน มูลค่าความเสียหายต่อทรัพย์สินมากกว่าหนึ่งพันล้านบาท นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทะเลอันดามันยังเสียหายและต้องฟื้นฟูใหม่นับปี ซึ่งจุดที่พบนักท่องเที่ยวเสียชีวิตและบาดเจ็บมากที่สุด คือ ชายทะเลเขาหลัก ในอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

เหตุการณ์ในครั้งนั้น สร้างความเสียหายต่อ 14 ประเทศ 1 หมู่เกาะ มีผู้เสียชีวิตและสูญหายรวมกันมากกว่า 230,000 คน ประชาชนกว่า 1.69 ล้านคนไร้ที่อยู่อาศัย นับเป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก

ขอขอบคุณผู้ให้สัมภาษณ์ :

pooh_display

อ้างอิง:

ที่มาภาพประกอบ:

  • [1] http://www.dlr.de/next/Portaldata/69/Resources/images/2_raumfahrt/2_2_blick-auf-erde/2_2_8_tsunami-system/Grafik_0-Tsunami-609×450.jpg
  • [2] http://www.indiana.edu/~pepp/earthquakes/images/sumatra12_26_04/sumatra_tectonics_region.jpg
  • [3] https://en.wikipedia.org/wiki/File:Plate_setting_Sunda_megathrust.png
  • [4] ดัดแปลงจาก https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Tsunami_comic_book_style.png
  • ภาพหน้าปกบทความ จาก http://eoimages.gsfc.nasa.gov/images/imagerecords/14000/14410/khaolak_iko_2004364_lrg.jpg

​ควันบุหรี่มือสองทำให้เด็กอ้วน-ไม่ฉลาด

นักวิทยาศาสตร์พบว่า การรับเอาควันบุหรี่มือสองเข้าไปมาก ๆ มีความเกี่ยวข้องกับการมีรอบเอวที่ใหญ่ขึ้นและมีระดับของการรับรู้เรียนรู้ที่ลดลง

“สิ่งที่อยากจะฝากสำหรับเด็กกลุ่มนี้คือ การรับควันบุหรี่มือสองเข้าไปนั้นจะทำให้สุขภาพแย่ลงได้ และเด็กทุกคนที่รับควันบุหรี่เข้าไปก็ยังมีระดับของระบบการรับรู้ที่ต่ำลงด้วย” ดร.คาเธอร์รีน เดวิส นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยออกุสตา สหรัฐอเมริกาเผย

ในงานวิจัยครั้งนี้ นักวิจัยได้ศึกษาเด็กที่อ้วนจำนวน 220 คนซึ่งในกลุ่มนี้มีเด็กที่รับควันบุหรี่เข้าไปปริมาณมากอยู่ เด็กกลุ่มนี้อายุระหว่าง 7-11 ปี นักวิจัยพบว่า ปริมาณควันบุหรี่ที่วัดเข้าไปสามารถเป็นตัวชี้วัดภาวะเนื้อเยื่อไขมันมากของเด็กได้เลย ทำให้เด็กบวมขึ้นและมีไขมันมากขึ้น

เปอร์เซ็นต์ของไขมันในร่างกายของเด็กที่รับควันบุหรี่เข้าไปถือว่าสูงกว่าเพื่อนร่วมรุ่นที่อ้วนเหมือนกัน ซึ่งจะทำให้เด็กมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ โรคอ้วน และโรคอื่นๆ ตามมาอีกได้ ก่อนหน้านี้เคยมีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการมีน้ำหนักเกินกับระบบการรับรู้ที่ด้อยลงไป และการศึกษาครั้งนี้ก็ได้พบว่า ควันบุหรี่ก็มีผลกระทบกับระดับของการรับรู้และสติปัญญาได้โดยตัดเอาปัจจัยเรื่องความอ้วนและสถานะทางสังคมออกไปแล้ว

“ความอ้วนว่าแย่แล้ว การรับควันบุหรี่มือสองนั้นแย่ยิ่งกว่าอีก” ดร.มาร์ธา ทิงเกน นักวิจัยในโครงการเผย

“และเด็กที่รับความบุหรี่มือสองก็ทำแบบทดสอบสติปัญญาได้คะแนนน้อยลง เรากำลังจะบอกว่า เด็กที่สุขภาพไม่ดี อาจจะโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่สุขภาพไม่ดี และไม่เคยไปได้สุดศักยภาพที่มีได้เลย”

ดร.ทิงเกน ยังชี้ด้วยว่า ปกติแล้วเด็กไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องรับควันเข้ามาเพราะพ่อแม่นั้นเป็นคนสูบ ทำให้เด็กมีสุขภาพที่ไม่ดี ส่งผลต่อสภาพร่างกายและจิตใจในระยะยาว

ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยได้รวบรวมเอาข้อมูลการสูบบุหรี่ของพ่อแม่ และปริมาณที่เด็กรับเข้าไป ตลอดจนได้ข้อมูลของระดับโคตินีนในเลือดของเด็ก ที่เป็นผลมาจากนิโคตินในบุหรี่ เพื่อวัดระดับของปริมาณควันบุหรี่มือสองที่รับมา นอกจากนี้ นักวิจัยยังได้เก็บข้อมูลของการออกกำลังกาย ซึ่งจะมีผลต่อความอ้วน การนอนหลับ และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานของเด็กมาอีกด้วย

นักวิจัยได้พบว่า การรับควันบุหรี่มือสองเข้าไปนั้นไม่ได้ทำให้ระบบการหายใจมีปัญหามากขึ้นเท่าไหร่ เช่น การกรนและการหยุดหายใจขณะหลับ และพบว่าการรับความบุหรี่ก็ไม่ได้เกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะอ้วน ต่อต้านฮอร์โมนอินซูลิน และไม่เกี่ยวกับไขมันที่แทรกซึมตามอวัยวะต่าง ๆ ขึ้น โดยไขมันที่เกาะนี้จะทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคระบบทางเดินโลหิตอุดตัน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจได้

แต่นักวิจัยได้พบว่า รอบเอวของเด็กที่รับควันบุหรี่เข้าไปมากนั้นเสี่ยงที่จะเพิ่มขึ้น และอาจจะมีปัญหาสุขภาพตามมาได้

การค้นพบครั้งนี้ชี้ว่า ในช่วงอายุน้อย ๆ การรับควันบุหรี่เข้าไปนั้นมีผลกับไขมันของร่างกายมากกว่าจะไปทำให้ระบบเมตาบอลิซึมในร่างกายผิดปกติไป จึงไม่ได้ทำให้เกิดโรคเบาหวานในตอนเด็ก แต่เมื่อโตมา ไขมันที่สะสมมากขึ้นจะไปทำให้เกิดโรคเบาหวานเอง

ก่อนหน้านี้ ได้มีการค้นพบว่า ผู้ใหญ่ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองเข้าไปนั้นอาจจะเป็นโรคเบาหวานประเภทสองได้ และยังมีการค้นพบว่า ระดับโคตินีนในร่างกายนั้นก็มีความเกี่ยวข้องกับระบบการรับรู้และสติปัญญาและการนอนหลับที่ลดลงด้วย

“หากคุณหายใจเอาควันบุหรี่มือสองเข้าไป ก็แย่พอ ๆ กับสูบบุหรี่เองเลย” ดร.ทิงเกนเผย โดยชี้ว่า ควันบุหรี่มือสองนั้นมีผลกระทบในทันที ทำให้คลอเรสเตอรอลส่วนที่ดี และไลโปโปรตีน(lipoprotein) ที่มีความหนาแน่นสูงหรือ HDL ในร่างกายลดลง และทำให้ไลโปโปรตีนที่มีความหนาแน่นต่ำหรือ LDL ในร่างกายเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคมากขึ้น

อ้างอิง: Medical College of Georgia at Augusta University. (2016, January 28). Second-hand smoke increases fatness, hinders cognition in children. ScienceDaily. Retrieved January 31, 2016 from www.sciencedaily.com/releases/2016/01/160128133257.htm

งานวิจัย: Davis Catherine L., Tingen Martha S., Jia Jenny, Sherman Forrest, Williams Celestine F., Bhavsar Kruti, Wood Nancy, Kobleur Jessica, and Waller Jennifer L. Passive Smoke Exposure and Its Effects on Cognition, Sleep, and Health Outcomes in Overweight and Obese Children. Childhood Obesity, January 2016 DOI: 10.1089/chi.2015.0083

ที่มา http://www.vcharkarn.com/vnews/504199

 

คลื่นสมองสามารถบอกได้ว่าเราได้เห็นอะไรมาบ้าง

 

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าการตรวจสอบคลื่นสมองสามารถพิสูจน์ได้ว่าที่ผ่านมาคุณได้เดินอยู่บนถนนในขณะที่กำลังถือร่มสี่เหลืองอยู่จริงๆหรือเปล่า

งานวิจัยชิ้นใหม่ได้เสนอว่าเรื่องดังกล่าวสามารถทำได้จริง : นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการระบุคลื่นสมองเฉพาะที่ทำการตอบสนองต่อรายละเอียดที่มันได้ประสบมาแล้ว สิ่งนี้อาจจะมีความหมายเป็นอย่างมากในห้องพิจารณาคดี ( ยกตัวอย่างเช่นถ้าหากอาชญากรนั้นถือร่มสี่ชมพู การตรวจสอบคลื่นสมองก็สามารถทำให้ผู้ต้องสงสัยที่ถือร่มสีเหลืองนั้นหลุดจากการเป็นผู้ต้องสงสัยได้ )

Electroencephalography (EEG) หรือบันทึกคลื่นไฟฟ้าจากสมองนั้นแสดงได้เรารู้ว่า คลื่นสมองที่มีชื่อเรียกว่า P300 นั้นมีปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อเราสามารถระลึกหรือจำบางสิ่งบางอย่างที่มีความหมายจากกลุ่มสิ่งของที่วางเรียงกันแบบสุ่ม

“บางทีการค้นพบที่น่าประหลาดใจที่สุดนั้นก็คือปริมาณของความละเอียดเล็กๆน้อยๆที่เราสามารถจะสกัดออกมาได้จากวันๆหนึ่งของผู้เข้ารับการทดสอบ อย่างเช่นสีของร่มที่ผู้เข้าทดสอบได้ใช้งานมาก่อน” ผู้นำการวิจัย John B. Meixner จาก Northwestern University ได้กล่าวในงานแถลงข่าว

“ความแม่นยำนี้นั้นน่าตื่นตาต่นใจมากสำหรับอนาคต เนื่องจากมันชี้ให้เห็นว่ารายละเอียดโดยรอบเกี่ยวกับอาชญากรรม อย่างเช่นลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ก่อเหตุนั้นอาจจะสามารถนำมาใช้งานได้จริงในการสืบสวนได้”

เพื่อที่จะเลียนแบบวิธีการที่ P300 สามารถนำไปใช้งานในการสืบสวนได้นั้น นักเรียนมหาวิทยาลัยจำนวน 24 คนได้ตกลงที่จะติดกล้องวิดีโอไว้กับตัวเป็นเวลาสี่ชั่วโมง จากนั้นก็มาดูคำอธิบายที่เขียนไว้ที่ห้องทดลองในวันถัดมา

กว่าครึ่งหนึ่งก็นักเรียนนั้นได้รับมอบคำอธิบายที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆที่พวกเขาได้พบเจอในวันก่อน ในขณะที่นักเรียนคนอื่นๆนั้นได้รับคำอธิบายในเรื่องที่พวกเขาไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย ซึ่งก็เป็นไปตามคาดเมื่อ P300 นั้นมีปฏิกิริยามากขึ้นเฉพาะในกลุ่มคำอธิบายที่มีคนได้เห็นมาแล้วจริงๆเท่านั้น ซึ่งได้ถูกเขียนไว้ในวารสาร Psychological Science

สำหรับงานวิจัยชิ้นต่อไปนั้น พวกเขาหวังว่าการใช้รูปภาพแทนคำอธิบายจะสามารถทำให้ P300 แสดงปฏิกิริยาตอบสนองได้รุนแรงกว่าเดิม

ที่มา : http://news.discovery.com/human/psychology/brain-wave-could-prove-what-people-have-seen-14092.htm

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1317380824993400