คลังเก็บหมวดหมู่: พิมพ์พิชชา พงษ์พํฒนาพร

เมื่อโดรนมีหน้าที่ใหม่! ช่วยกำจัดเศษขยะบนเสาไฟฟ้าแรงสูง

บริษัทบำรุงรักษาเสาไฟฟ้าแรงสูงแห่งหนึ่งในประเทศจีน ทดสอบกระบวนการใหม่ในการกำจัดเศษขยะที่เกาะอยู่บนเสาไฟฟ้าแรงสูง โดยทดลองนำโดรนมาใช้กำจัดเศษขยะเหล่านั้น ซึ่งวีดีโอการทดสอบถูกโพสต์อยู่ในเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ของจีนที่ชื่อว่า QQ

fire-breathing drone 03

fire-breathing drone 04

ภาพในวิดีโอดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการทดสอบ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมโดรนแบบแปดใบพัดบินขึ้นไปใกล้ๆกับสายไฟบนเสาไฟฟ้าแรงสูง เพื่อพ่นไฟออกมาเผาเศษขยะที่ติดอยู่ และมีทีมงานเฝ้าดูอยู่รอบๆ

สามารถเข้าไปดูวีดีโอการทดสอบได้ ที่นี่

การนำโดรนมากำจัดเศษขยะบนเสาไฟฟ้าแรงสูงแทนการใช้มนุษย์ จะช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ และยังสะดวกสำหรับการกำจัดเศษขยะในพื้นที่ที่มนุษย์เข้าถึงได้ยาก

fire-breathing drone 02

ที่มา : https://www.beartai.com/lifestyle/others/151940

 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1360754290656053

Google Map เริ่มกลายเป็นสังคมโซเชียลเช่นเดียวกับ Facebook เข้าไปทุกที

ก่อนหน้านี้ Google Map ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่ม Bottom Bar ออกมาให้ได้ใช้กันทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS โดยไม่เพียงแต่จะช่วยนำเสนอข้อมูลให้กับคุณแบบ Real-Time พร้อมทั้งยังทำให้คุณเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น เท่านั้น แต่มันยังมีความสามารถอื่นแฝงมาด้วย

เพื่อตอบโจทย์คนในยุคดิจิทัล ที่ชื่นชอบความรวดเร็ว และไม่ยุ่งยาก Google Map จึงแฝงความสามารถอื่นไว้ในฟีเจอร์ใหม่ด้วย นั่นคือ คุณจะสามารถสร้างรายชื่อสถานที่สุดโปรด สำหรับ คุณ, เพื่อน และครอบครัว พร้อมทั้งติดตามการเคลื่อนไหวของเพื่อนคุณได้ จากรายชื่อสถานที่ที่คุณสร้างไว้ หรือ แชร์สู่สังคมโซเชียลอื่นๆ, ส่งข้อความแชท และ ส่งอีเมล์ ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถืออื่นๆ ได้ทันที

Google Map เริ่มกลายเป็นสังคมโซเชียลเช่นเดียวกับ Facebook เข้าไปทุกที

ด้วยความสามารถนี้ เริ่มทำให้เราเกิดคำถามว่า Google Map เริ่มที่จะพยายามเป็นสื่อสังคมโซเชียลเช่นเดียวกับ Facebook แล้วใช่หรือไม่? เพราะถ้าดูจากฟีเจอร์ที่พัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ Google Map เริ่มคล้ายกับสื่อสังคมโซเชียลชั้นนำเข้าไปทุกที ไม่ว่าจะเป็นการติดตามเพื่อน, แชร์สถานที่, ส่งข้อความแชท (ผ่านแอพพลิเคชั่นอื่นๆ บนมือถือ) เป็นต้น

ที่มา : www.theverge.com

 ที่มา http://m.thaiware.com/news/9599.html

Sony PSVR เนรมิตวีดีโอ 360 องศา ที่เราสามารถเปลี่ยนตำแหน่งรับชมได้อย่างอิสระ

Sony PSVR เนรมิตวีดีโอ 360 องศา ที่เราสามารถเปลี่ยนตำแหน่งรับชมได้อย่างอิสระ

เราอาจจะเคยเห็น Music Video เพลงแบบ 360 องศา ตาม YouTube กันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบวงดนตรี หรือเกิร์ลกรุ๊ป แต่ข้อจำกัดของการรับชม ก็คือเราสามารถหมุนรับชมได้แค่รอบๆ ตัวเท่านั้น

แต่ล่าสุดทาง Sony ได้พัฒนาคอนเทนท์วีดีโอบน PlayStation VR (หรือ PSVR) ไปอีกขั้น ด้วยการถ่ายทำ การเล่นดนตรีสดของ 2 นักดนตรีชื่อดัง Lyndhurst Hall และ Joshua Bell ในรูปแบบ Virtual Reality และ 360 องศา ให้เราสามารถขยับหามุมมอง รับชมดนตรีในโลก VR ได้ทุกทิศทางที่ต้องการ ไม่จำกัดแค่จุดๆ เดียวอีกต่อไป

ซึ่งที่เราสามารถขยับไปชมรอบๆ ของนักดนตรีในวีดีโอได้ เป็นเพราะว่า นอกจากทาง Sony ใช้กล้อง Action Camera FDR-X1000V ในการเก็บภาพ จากนั้นนำมาเรนเดอร์ภาพที่บันทึกไว้ ให้กลายเป็นโมเดล 3D นั่นเอง

อีกหนึ่งความน่าสนใจ ก็คือ ไม่เพียงแค่ภาพเท่านั้น ที่เราสามารถรับชมในตำแหน่งต่างๆ ได้ แต่รูปแบบของเสียงที่เรารับชม ก็ถูกปรับแต่งตามตำแหน่งที่เราอยู่อีกด้วย เช่น หากเราเข้าใกล้ไวโอลิน ก็จะได้ยินเสียงของไวโอลินชัดเจนยิ่งขึ้น หากเราอยู่ใกล้ฝั่งเปียโนมากกว่า ก็จะได้ยินเสียงเปียโนดังกว่านั่นเอง

จะเห็นว่า ไม่เพียงแค่เกมส์เท่านั้น ที่เราจะได้สัมผัสกันบน PSVR ซึ่งโปรเจค Music Video นี้ แสดงให้เห็นถึงความเสมือนจริงในโลก VR ที่มากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งทาง Sony ก็ได้บอกอีกว่า ในอนาคต ไม่เพียงแค่การแสดงดนตรีเท่านั้น แต่ทั้งละครเวที หรือการแข่งขันกีฬา ก็จะใช้หลักการเดียวกันนี้ ให้ได้ชมกันอีกด้วย

สำหรับใครที่มี PlayStation VR ในตอนนี้ ก็สามารถไปรับชมวีดีโอการแสดงดนตรีของ Joshua Bell กันได้ฟรีๆ เลย เป็นยังไง ประทับใจมากแค่ไหน มาบอกกันบ้างนะครับ

ที่มา : http://m.thaiware.com/news/9616.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1355441084520707

Google Map เพิ่มเมนู Bottom Bar เพื่อการหาข้อมูลระหว่างเดินทางสะดวกขึ้น

เริ่มต้นใช้งานทั้งในระบบปฏิบัติการ Android และ iOS แล้ววันนี้ สำหรับ Google Map เวอร์ชั่นใหม่ ด้วยการเพิ่ม Bottom Bar ที่จะช่วยนำเสนอข้อมูลให้กับคุณแบบ Real-Time พร้อมทั้งยังทำให้คุณเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น ผ่าน 3 แท็บการใช้งาน

  • แท็บสถานที่ (Places Tab) – ภายใต้แท็บนี้ คุณจะพบกับรายชื่อของสถานที่ร้านอาหาร และเครื่องดื่มมากมายที่อยู่รอบตัวคุณ ทั้งยังบอกข้อมูลของสถานที่นั้นทันทีเพียง แตะ ครั้งเดียว นอกจากนี้ คุณยังสามารถค้นหาจุดบริการที่คุณใช้ในชีวิตประจำวันอื่นๆ ได้อีกด้วย อาทิ ATM, ร้านขายยา, ปั้มน้ำมัน เป็นต้น
  • แท็บขับรถ (Driving Tab) – ภายใต้แท็บนี้ หากคุณบันทึกที่อยู่บ้าน หรือ ที่ทำงานไว้ ระบบจะทำการคำนวณเวลาการเดินทางให้คุณโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งรายงานสภาพการจราจรแบบ Real-Time ให้คุณทราบ เพียงคลิกที่ เริ่มขับรถ
  • แท็บการขนส่ง (Transit Tab) – ภายใต้แท็บนี้ คุณจะพบกับเมนูแสดงรถบัสสายถัดไป ที่กำลังจะผ่านในละแวกบ้าน หรือ ที่ทำงานของคุณ พร้อมทั้งบอกป้ายรถเมล์ที่ใกล้เคียง และตารางเวลาที่รถจะมาถึงแบบ Real-Time

แม้ว่า Google จะปล่อยให้ใช้งานกันแล้วในตอนนี้ แต่ยังไม่อัพเดทให้ใช้งานกันหมด ซึ่งเราคงต้องรอกันต่อไป
ที่มา : www.gsmarena.com , blog.google

ที่มา: http://news.thaiware.com/9551.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1346540572077425

“อูเบอร์”งานเข้าศาลอาร์เจนฯสั่งปิดแอปฯทั่วปท.

ศาลอาร์เจนติน่ามีคำสั่งปิดบริการแอปพลิเคชั่นเรียกรถแท็กซี่ “อูเบอร์” ทั่วประเทศ พร้อมสั่งให้จำคุกผู้บริหารฐานละเมิดคำสั่ง

วันนี้(31ม.ค.60)ศาลในกรุงบัวโนสไอเรสของอาร์เจนติน่า มีคำสั่งในวันจันทร์ที่ผ่านมา ให้ปิดบริการแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ “อูเบอร์” ในกรุงบัวโนสไอเรสและประเทศทั่วอาร์เจนติน่า อย่างไรก็ตาม ศาลปฏิเสธคำร้องขอของอัยการ ที่ให้ศาลตัดสินจำคุกคณะผู้บริหารบริษัทอูเบอร์ เทคโนโลยี อิงค์ ฐานละเมิดคำสั่งศาล

ก่อนหน้านี้ อัยการอาร์เจนติน่าได้ร้องขอต่อศาล ให้มีคำสั่งให้อูเบอร์ยุติการให้บริการเรียกรถผ่านแอปบนมือถือทั่วอาร์เจนติน่า พร้อมกับขอให้ศาลตัดสินจำคุกผู้บริหารอูเบอร์ ฐานละเมิดคำสั่งศาล และยังคงประกอบธุรกิจให้บริการแท็กซี่อูเบอร์อย่างผิดกฎหมายในอาร์เจนติน่า

โดยศาลบัวโนสไอเรสเคยมีคำตัดสินตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2559 ให้อูเบอร์ยุติธุรกิจให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่นในอาร์เจนติน่า แต่อูเบอร์ก็ไม่เคยยุติการประกอบธุรกิจดังกล่าวในอาร์เจนติน่าจนถึงปัจจุบัน และในครั้งนั้น ศาลยังมีคำสั่งให้บริษัทบัตรเครดิตและบริษัทโทรศัพท์มือถือในอาร์เจนติน่า หยุดการสนับสนุนอูเบอร์ แต่ก็ยังคงไม่สามารถหยุดยั้งอูเบอร์ได้

ทั้งนี้ อูเบอร์ ซึ่งเป็นบริษัทในสหรัฐ ถูกต่อต้านในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอาร์เจนติน่า มีการประท้วงรุนแรงโดยโชเฟอร์แท็กซี่ เพื่อต่อต้านอูเบอร์ และยังมีการฟ้องร้องอูเบอร์ต่อศาลด้วย จนบางครั้ง ผู้โดยสารอูเบอร์ได้รับการขอร้องให้นั่งเฉพาะที่นั่งด้านหน้าเพื่อความปลอดภัย ถ้าหากรถของอูเบอร์ถูกผู้ประท้วงทุบรถหรือกลุ้มรุม ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้โดยสารได้

ที่มา : http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=127369&t=news

Robot Revolution: หุ่นยนต์ปฏิวัติโลก

Robot Revolution: หุ่นยนต์ปฏิวัติโลก

Robot Revolution: หุ่นยนต์ปฏิวัติโลก

สนับสนุนเนื้อหา

     อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์อุบัติขึ้นเป็นช่วงคลื่น ซึ่งซัดสาดเข้ามาเต็มแรงก่อนจะหายไปและทิ้งไว้เพียงร่องรอยแห่งการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมอย่างไม่มีวันหวนกลับ ที่ผ่านมาเราได้ประสบกับคลื่นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพา อาทิ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ซึ่งได้เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตคนหมู่มากอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่มีผู้วิเคราะห์ว่าในวันนี้เรากำลังอยู่ในช่วงท้ายของ “การปฏิวัติมือถือ” ดังนั้นคำถามคือ อะไรที่จะเกิดขึ้นตามมา?

คำตอบคือ “หุ่นยนต์” เพียงแต่ว่าไม่ใช่หุ่นยนต์แสนรู้อย่าง R2D2 ในจักรวาล Star Wars, Optimus Prime ใน Transformer หรือหุ่นแม่บ้านที่พร้อมปัดกวาดเช็ดถูห้องยามที่เรากำลังวุ่นวายกับงานที่ออฟฟิศ แต่คือหุ่นยนต์ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเรา และคอยทำงานอยู่เบื้องหลังในหลายด้าน ทั้งขณะที่เรารู้ตัวหรือไม่ก็ตาม หลายคนเรียกมันว่า “ปัญญาประดิษฐ์” (artificial intelligence) หรือ AI ขณะที่บางคนอาจคุ้นเคยในชื่อ “ผู้ช่วยดิจิทัล” (digital assistance) แต่การปฏิวัติใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นมีแนวโน้มก้าวกระโดดไปไกลกว่าความหมายของคำทั้งสอง เพราะหมายถึงการที่เทคโนโลยีทุกอย่างในชีวิตของเราทำงานร่วมกันเพื่อรับใช้นายของมัน ดังนั้นหุ่นยนต์จะอยู่กับเราทุกที่ทุกเวลา เหมือนกับภาพยนตร์เรื่อง Her

เราผ่านอะไรมาบ้าง?

ระบบเศรษฐกิจที่เจริญเติบโตและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะก่อให้เกิดการปฏิวัติคอมพิวเตอร์เป็นช่วงทุก 10-15 ปี ส่งผลให้วัฒนธรรมกระแสหลักเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผู้บริโภคมีพฤติกรรมใหม่ท้าทายนักการตลาด และเกิดธุรกิจใหม่มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ท้าทายองค์กรเดิมที่หากไม่ยอมปรับตัวต้องมลายหายไป หากมองย้อนกลับไปก็จะพบว่าเกิดคลื่นแห่งการปฏิวัติเทคโนโลยีสามครั้งด้วยกัน

ครั้งแรกคือ”การปฏิวัติคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล” (personal computer: PC) การปฏิวัติครั้งนี้เกิดขึ้นราวทศวรรษที่ 1980 ด้วยการปรากฏตัวของคอมพิวเตอร์จาก Apple ตามมาด้วย IBM PC และบรรดาเครื่องโคลนนิ่งต่างๆ ในครั้งนี้ผู้ชนะคือ Microsoft กับ intel ซึ่งสามารถครอบครองส่วนแบ่งตลาดระบบปฏิบัติการและโปรเซสเซอร์หลักของตลาดพีซีได้ ส่วนผู้แพ้คือ IBM และบริษัทอื่นที่ยังจมอยู่กับความเชื่อเดิมๆ ว่าคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องขององค์กรมากกว่าผู้ใช้ตามบ้าน สวนทางกับความฝันของ Bill Gates ที่ต้องการนำคอมพิวเตอร์ไปไว้บนโต๊ะทุกตัวและในบ้านทุกหลัง ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ

ครั้งต่อมาคือ “การปฏิวัติอินเทอร์เน็ต” ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1990 เมื่อมาตรฐานการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลไปมาหาสู่กันทั่วโลก สงครามเบราว์เซอร์อุบัติขึ้น ตามมาด้วยภาวะฟองสบู่ของตลาดดอตคอมในช่วงเปลี่ยนสหัสวรรษ ผู้ชนะในคราวนี้คือ Amazon และ Google ที่เข้ามาพลิกโฉมหน้าการซื้อขายสินค้าและค้นหาข้อมูล ส่วนผู้แพ้นั้นก็แน่นอนว่าคือบรรดาอุตสาหกรรมสื่อ โดยเฉพาะสิ่งพิมพ์และดนตรี เนื่องจากผู้บริโภคมีทางเลือกในการเสพเนื้อหามากขึ้น

ครั้งถัดมาซึ่งกำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันคือ “การปฏิวัติโมบาย” ที่เกิดขึ้นในราว ค.ศ. 2007 เมื่อ Apple เปิดตัว iPhone แน่นอนว่าผู้ชนะในครั้งนี้คือ Apple กับ Samsung ที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ได้ ส่วนผู้แพ้คือ Microsoft ที่เปลี่ยนตัวเองช้า และไม่สามารถสร้างชื่อในสมรภูมินี้ให้กับผู้บริโภค ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดไม่เป็นที่ประทับใจ และปิดฉากตัวเองในฐานะผู้คุมตลาดอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ในที่สุด

อย่างไรก็ดี ขอให้สังเกตว่าเมื่อสิ้นสุดการปฏิวัติแต่ละครั้งไม่ได้หมายความว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะมลายหายไปกับลูกคลื่น เพราะทุกวันนี้เราก็ยังใช้ระบบเซิร์ฟเวอร์ในการบริหารข้อมูลขององค์กร และทุกบ้านและสำนักงานก็ยังคงมีพีซีและใช้งานอินเทอร์เน็ตกันอยู่ทุกวัน เพียงแต่ว่านวัตกรรมดังกล่าวกลายเป็นสิ่งธรรมดาสามัญและสิ่งจำเป็นพื้นฐาน เช่นเดียวกับที่ระบบไฟฟ้าและน้ำประปาเคยเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตบ้านเรือนในอดีต

เพราะฉะนั้น ภายใต้คำนิยามดังกล่าวจึงอาจวิเคราะห์ได้ว่าการปฏิวัติโมบายกำลังจะสิ้นสุดหรืออย่างน้อยก็เข้าสู่จุดอิ่มตัวแล้ว เห็นได้จากยอดขายสมาร์ทโฟนของ Apple มีแนวโน้มตกลงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และในปัจจุบันนี้เราก็ได้เห็นธุรกิจมากมายที่อาศัยสมาร์ทโฟนเป็นแรงขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น Uber หรือ facebook ที่คงมีชะตากรรมไม่ต่างอะไรจาก MySpace หากไม่ได้เบนเข็มมาสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าสมาร์ทโฟนจะหายไปจากชีวิตประจำวันของเรา หรือ Apple จะต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน เพียงแต่สมาร์ทโฟนจะกลายเป็นของใช้ธรรมดา ไม่น่าตื่นเต้น หรือเรียกเสียง “ว้าว” ได้อีก

อีกประเด็นที่ต้องการจะเน้นย้ำก็คือการปฏิวัติเทคโนโลยีแต่ละครั้งยังส่งผลให้อำนาจที่เคยอยู่ในมือของคนกลุ่มเล็กๆ มาอยู่ในมือของคนหมู่มาก ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ในองค์กรมาอยู่ในพีซีที่บ้าน เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ใช้ทั่วไปตั้งแต่การทำงานเอกสารไปจนถึงการเสพความบันเทิง เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ตที่ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถเป็นนักข่าวพลเมือง เพิ่มอำนาจในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และก่อให้เกิดการปฏิวัติทางความคิดเช่นเดียวกับที่แท่นพิมพ์เคยทำมาแล้วในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ส่วนสมาร์ทโฟนก็รวมอำนาจของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลกับอินเทอร์เน็ตเข้าด้วยกัน ย่อส่วนลงมาเหลือเท่าฝ่ามือ และเปิดโอกาสให้เราพกพามันไปได้ทุกที่

การปฏิวัติในวันพรุ่งนี้

การปฏิวัติแต่ละครั้งเกิดมาจากการสนธิกำลังระหว่างปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางเทคนิค สังคม และระบบเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับการปฏิวัติหุ่นยนต์ที่เกิดขึ้นมาจากปัจจัยสองสามอย่าง ได้แก่

เซ็นเซอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมีราคาถูกลง โดยปัจจัยนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการปฏิวัติโมบายที่ก่อให้เกิดการประหยัดจากขนาด (economy of scale) ของการผลิตชิพและแผงวงจรสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และสารพันเซ็นเซอร์ช่วยเพิ่มความสามารถ ไม่ว่าจะเป็น GPS เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว กล้องถ่ายรูป และไมโครโฟน ตลอดจนชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับการเชื่อมต่อเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth, Wi-Fi และ  LTE นอกจากนี้การแข่งขันระหว่างหลายผู้ผลิตและความต้องการอย่างไม่หยุดยั้งจากตลาดได้ทำให้เซ็นเซอร์เหล่านี้มีประสิทธิภาพสูงมากขึ้นทุกปี อีกทั้งเซ็นเซอร์ที่เล็กลงยังเป็นการปูทางให้เกิดแนวคิด Internet of Things ที่เครื่องมือเครื่องใช้สามารถเก็บข้อมูลในชิพขนาดเล็กและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันอีกด้วย

ปัจจัยที่สองคือบริษัทชั้นนำทางด้านไอทีต่างกำลังคร่ำเคร่งกับการพัฒนา AI หรือผู้ช่วยดิจิทัลที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น Siri จาก Apple, Cortana จาก Microsoft, Google Now จาก Google, Alexa จาก Amazon และ M จาก facebook ซึ่งยังอยู่ในช่วงของการทดลอง และยังไม่นับรวมถึงบริษัทเกิดใหม่มากมายที่ต่างมีเงินหนุนจากผู้ร่วมทุนใหญ่น้อย การแข่งขันพัฒนาเช่นนี้คือเครื่องบ่งชี้แนวโน้มของเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดีว่าจะเดินไปยังทิศทางใด

ปัจจัยที่สามคือปัจจัยทางสังคมซึ่งสำคัญที่สุด หากเราเฝ้าสังเกตความเป็นไปก็จะพบว่าชีวิตของเราวุ่นวายมากกว่าแต่ก่อน เห็นได้จากชั่วโมงการทำงานที่เพิ่มขึ้น แต่รายได้เท่าเดิม ส่งผลให้หลายคนต้องหาอาชีพเสริมหรือทำฟรีแลนซ์เพื่อให้มีชีวิตที่ใฝ่ฝัน ขณะเดียวกันผู้ที่คิดว่าตัวเองพร้อมและแต่งงานมีครอบครัวก็มักจะพบว่าการเลี้ยงดูเด็กเป็นสิ่งที่ใช้ทรัพยากรเป็นอย่างมาก เวลาที่มีมูลค่ามากขึ้นเป็นเหตุให้เกิดบริการประเภท “ออนดีมานด์” ไม่ว่าจะเป็น Grab หรือ Uber ที่สามารถเรียกรถได้ในทันที ตลอดจนกระแส FinTech ที่ช่วยให้การตัดสินใจเรื่องเงินๆ ทองๆ ทำได้ง่ายมากขึ้น

ลองจินตนาการดูว่าในอีกสัก 10 ปี ทุกอย่างในชีวิตจะง่ายดายมากขึ้นเพียงแค่เดินไปที่ร้านสะดวกซื้อแถวบ้าน ซื้อผู้ช่วยดิจิทัลมาสักตัว โหลดลงมือถือ ป้อนข้อมูลให้เท่าที่มันต้องการ ปล่อยให้มันเรียนรู้ความต้องการของเราทีละน้อย จากนั้นก็เซ็ตระบบให้มันสื่อสารกับอุปกรณ์อื่นรู้เรื่อง ด้วยรูปแบบนี้ ไม่เพียงแต่คอมพิวเตอร์จะอยู่ในกระเป๋าของเราเท่านั้น แต่มันยังอยู่รอบตัวเราอีกด้วย

สรุป

และนับจากนี้ต่อไป ผู้ช่วยดังกล่าวจะทำหน้าที่แทนเราทุกอย่าง เราไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกเองก่อนนอน เพราะคอมพิวเตอร์จะรู้ว่าเมื่อไรควรปลุกโดยดูข้อมูลระยะเวลาที่เราหลับจากเซ็นเซอร์ที่อยู่ในสายรัดข้อมือ เราไม่ต้องวุ่นวายกับการชำระเงินค่าบัตรเครดิตและค่าน้ำค่าไฟทุกเดือน เพราะระบบจะหักบัญชีโดยอัตโนมัติ เราไม่ต้องกดเรียก Uber เพราะแอปจะรู้ว่าเรามักออกจากบ้านช่วงเวลาไหน และเราไม่ต้องคอยลบอีเมลขยะทิ้งเอง เพราะ AI จะเรียนรู้ว่าอีเมลประเภทใดคือขยะ และเราไม่ต้องเปิดดูรายการคุยข่าวอีกต่อไปเพราะแอปข่าวเองนั่นแหละจะเล่าข่าวยามเช้าให้คุณฟัง!

ที่กล่าวไปอาจดูเหมือนเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ แต่มันเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า โดยในตอนนี้ยังมีความท้าทายและงานที่ต้องทำอีกมาก อาทิ การพัฒนามาตรฐานกลางที่เปิดโอกาสให้อุปกรณ์ต่างๆ คุยกันได้รู้เรื่อง แต่หากเราสามารถเอาชนะอุปสรรคดังกล่าวแล้ว ก็เชื่อได้เลยว่าโลกของเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งแน่นอนครับ

 

สามารถติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ นิตยสาร digital Age ฉบับที่ 208

หรือทาง http://www.digitalagemag.com

บทความประชาสัมพันธ์นิตยสาร digital Age ฉบับที่ 208 เดือนเมษายน 2559

ผู้เขียน : falcon_mach_v

สนับสนุนเนื้อหา:  นิตยสาร digital Age

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1345578192173663

ที่มา : http://hitech.sanook.com/1406317/

สู่โลกเสมือนจริงเต็บสูบ เปิดตัว The MM One เก้าอี้ 360 องศา สำหรับแว่น VR

เปิดตัวโปรเจค The MM One เก้าอี้ 360 องศา หรือเครื่องจำลองสถานการณ์ Simulator สำหรับใช้งานร่วมกับแว่น VR โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับเทคโนโลยี Virtual Reality หรือโลกเสมือนจริงได้แบบเต็มสูบอ้วกแน่ ยังคงพัฒนาเรื่อย ๆ กับเทคโนโลยี Virtual Reality หรือโลกเสมือนจริง ที่ปัจจุบันได้พัฒนาตัวแว่นตา VR แบบใหม่ ที่สามารถสร้างภาพ 3 มิติได้สมจริงกว่าก่อนมาก อย่าง HTC Vive และ Oculus Rift เป็นต้น แต่แค่สวมแว่นอย่างเดียวมันยังไม่ได้อารมณ์ หลัง ๆ จึงมีการพัฒนาอุปกรณ์จำลองสถานการณ์ (Simulator) ทั้งหลายด้วย และหนึ่งในนั้นก็คือ The MM One เก้าอี้ 360 องศาสำหรับคอ VR สายฮาร์ดคอร์ !!

The MM One เป็นเครื่อง Simulator หรือเก้าอี้ลอย มีฐานรองพื้นกว้างขนาด 2.6 เมตร x 1.9 เมตร ตัวเก้าอี้ยึดด้วยเครนยกขนาดใหญ่สามแกนหมุน สามารถยกลอยได้สูงถึง 3.8 เมตร และหมุนรอบได้ 360 องศา (นึกภาพเครื่องเล่น Hurricane ที่ Dream World แต่ตัวนี้น่ากลัวกว่า 3 เท่า) การเคลื่อนที่จะเป็นไปตามโปรแกรมหรือเกมที่ตั้งค่าไว้ ซึ่งสามารถตั้งค่าได้อิสระ

ภายในเก้าอี้ก็ติดตั้งเซ็นเซอร์จับสัญญานการเคลื่อนไหวอย่าง Oculus Research ด้วย หรือก็คือใช้แว่น Oculus Rift เป็นตัวแสดงผล VR นั้นเอง (หรือเปลี่ยนไปใช้ HTC Vive ก็ได้) ด้านขวามือก็มีคันโยกบังคับเครื่องบินติดตั้งไว้ และรองรับจอยไร้สาย XBox 360 ด้วย ทั้งนี้ทางทีมผู้ผลิต ได้ปล่อยคลิปสาธิตการเล่นให้ดูด้วย โดยได้เอาเกมแนว Simulator มาเล่นในมุมมอง VR พร้อมกับเคลื่อนไหว 360 องศาผ่านตัวเครื่องไปด้วยตามนี้

เชื่อว่าหลายคนคงมีอาการ “shut up and take my money” กันแล้ว แต่ใครที่อยากได้คงต้องรออีกพักใหญ่ เนื่องจากตัวเก้าอี้ ยังอยู่ในช่วงพัฒนา โดยทางทีมงานก็กำลังรอให้คนมาสนับสนุนอยู่ด้วย ส่วนตัวเก้าอี้ยังไม่มีราคาแน่ชัด ทว่าทางทีมงานได้คำนวนงบสร้างรุ่นต้นแบบตัวนี้แล้ว ราคาก็อยู่ราว ๆ 50,000 เหรียญฯ หรือประมาณ 1.8 ล้านบาทเองครับ…… (รุ่นขายจริงก็น่าจะ 2 ล้านขึ้นฮะ

ข้อมูล ภาพ และคลิปแหล่งที่มาจากเว็บไซด์ Aripfan

ที่มา : www.CreditOnHand.com

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1333630266701789

“SpaceX” บริษัทเอกชนผู้ให้บริการการสำรวจอวกาศ สามารถส่งจรวดสู่ชั้นบรรยากาศสำเร็จ

10151DB6-99B9-4AB4-A0B6-35775C29917E_cx0_cy10_cw0_w987_r1_s_r1

 

“SpaceX” บริษัทเอกชนผู้ให้บริการการสำรวจอวกาศ สามารถส่งจรวดสู่ชั้นบรรยากาศสำเร็จเป็นครั้งแรก หลังจากที่เกิดเหตุระเบิดเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

ในครั้งนี้ SpaceX สามารถส่งจรวด Falcon 9 จากฐานทัพอากาศ Vandenberg ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

กระสวยลำดังกล่าวตกลงที่ฐานในมหาสมุทรแปซิฟิกตามที่วางแผนไว้ หลังจากที่นำดาวเทียม 10 ดวงขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเพื่อโคจรรอบโลก

CCCE4A6B-F5E7-4DA5-9502-B516E94EBD3E_w610_r0_s

โครงการนี้เป็นพัฒนาการสำคัญต่อการนำส่วนประกอบของจรวดที่เคยใช้แล้วมาใช้ใหม่อีกครั้ง

บริษัท SpaceX วางแผนที่จะส่งมนุษย์อวกาศออกไปนอกโลก และส่งยานอวกาศสู่ดาวอังคารในปีหน้า

ที่มา : http://www.voathai.com/a/spacex/3677744.html

หุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่แทนคนขับรถบรรทุกอาจสามารถทำงานแทนมนุษย์ 3 ล้าน 5 แสนตำแหน่งในอนาคต

62ECCF76-3FFC-45E8-AC2E-48726F13C43E_cx0_cy8_cw0_w987_r1_s_r1

นักวิจัยกล่าวว่าหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่แทนคนขับรถบรรทุกอาจสามารถทำงานแทนมนุษย์ 3 ล้าน 5 แสนตำแหน่งในอนาคต

Chan Lieu อดีตเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน National Highway Traffic Safety Administration กล่าวว่า ยุคแห่งยานพาหนะที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ขับเคลื่อนอาจมาถึงเร็วกว่าที่คิด

เพราะในปัจจุบันมีการใช้รถบรรทุกที่ไม่ต้องใช้คนนั่งขับไปด้วยสำหรับกิจการเหมืองแร่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในสหรัฐฯ งานหลายชนิด เช่น ช่างไฟฟ้า และช่างประปา ยังคงเป็นอาชีพที่เป็นที่ต้องการ

นักวิเคราะห์ Ken Simonson จากกลุ่ม Associated General Contractors พยากรณ์ว่าอุตสาหกรรมต่างๆ น่าจะยังคงเผชิญความยากลำบากอย่างต่อเนื่อง ในการหาแรงงานฝีมือที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาทำงาน

ที่มา : http://www.voathai.com/a/truck-driving-robot/3653697.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1322881137776702

เครื่องมือช่วยนักเรียนมัธยมค้นพบตัวเอง Samsung Career Discovery

 

เรียนอะไรทำอาชีพอะไรดี? มาค้นพบตัวเองก่อนออกเดินทาง

ช่วงวัยรุ่นจะเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและความคิด เป็นช่วงที่พยายามค้นหาตัวเอง หลายคนอาจจะมีแผนการใช้ชีวิตที่แน่นอนอยู่แล้ว แต่หลายคนก็หลงทางก่อนจึงจะพบคำตอบที่ใช่ แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราเดินถูกทางตั้งแต่แรกก่อนก้าวเดินสู่เส้นทางของชีวิต

วันนี้เรามีนวัตกรรมมานำเสนอ นวัตกรรมที่ว่านี้คือเว็บแอพพลิเคชันSamsung Career Discovery (http://www.samsungslc.org/scd) สำหรับให้นักเรียนมัธยมเข้าไปทำแบบสำรวจ ‘ค้นพบตัวเอง’ และชมคลิปแนะนำอาชีพเพื่อเลือกเรียนต่อได้ตรงกับความถนัดยิ่งขึ้น ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการ Samsung Smart Learning Center ‘ซัมซุงสร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต’

เหมาะสำหรับเด็กในวัยมัธยม โดยเฉพาะนักเรียนมัธยมต้น ที่กำลังเตรียมเลือกสายการเรียน เว็บแอพพลิเคชัน มี 2 ส่วน คือส่วนค้นพบตัวเอง และ ส่วนค้นพบอาชีพ ซึ่งนักเรียนสามารถเข้าไปสำรวจตัวเองและทำความรู้จักกับอาชีพต่าง ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา

ส่วนที่ 1 ค้นพบตัวเอง

ส่วนที่ 1 ค้นพบตัวเอง เมื่อคลิกเข้าไปใช้งานในส่วนนี้ จะพบกับคำถามที่เป็นแบบสำรวจพหุปัญญา เมื่อนักเรียนทำแบบสำรวจครบ 40 ข้อ เว็บแอพพลิเคชันจะแสดงผลเป็นกราฟพหุปัญญาให้นักเรียนรู้จักความสนใจและศักยภาพของตัวเองรอบด้านขึ้น และยังสามารถแชร์ไปให้เพื่อน ๆ ได้ด้วย

แนวคิดในส่วน ‘ค้นพบตัวเอง’ นี้พัฒนามาจากแนวคิดพหุปัญญา (Multiple Intelligences) ของ Professor Howard Gardner นักจิตวิทยาการศึกษา แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผู้เชื่อว่าคนเรามีปัญญาที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดแค่วิชาในห้องเรียน ซึ่งเราต้องใช้ปัญญาด้านต่าง ๆ นี้ร่วมกันเพื่อทำงานอาชีพและใช้ชีวิต ถ้าอยากรู้ว่าพหุปัญญาคืออะไร ปัญญาแต่ละด้านคืออะไร ผู้เข้าใช้งานสามารถอ่านคำอธิบายหรือดูคลิปวิดีโอยาวประมาณ 7 นาที ก็จะเข้าใจได้ชัดเจน

เมื่อค้นพบตัวเองว่าถนัดด้านไหน มีทักษะด้านไหนแล้ว ผู้เข้าใช้งานจะสามารถทำความรู้จักกับอาชีพต่าง ๆ เพื่อดูว่าอาชีพไหนที่จะเหมาะกับทักษะที่เรามี ในส่วนที่ 2

ส่วนที่2 ค้นพบอาชีพ

ส่วนที่ 2 คือค้นพบอาชีพส่วนนี้ จะมีคลิปสัมภาษณ์วิทยากรกว่า 30 อาชีพ ซึ่งทุกท่านเป็นผู้ที่ทำงานอาชีพด้วยใจรักและประสบความสำเร็จอย่างดี ซัมซุงได้นำมาจัดทำเป็น “นิทรรศการอาชีพออนไลน์” ให้เลือกดูได้ทุกเวลา มีทั้งอาชีพสายวิทย์ สายศิลป์ และ สายอาชีพที่ไม่ได้อาศัยความรู้ในโรงเรียน มีทั้งที่เป็นอาชีพกระแสหลัก และอาชีพนอกกระแส

คลิปแต่ละเรื่องยาว 7-10 นาที วิทยากรจะตอบคำถามว่าอาชีพนั้น ทำอะไร มีความสำคัญอย่างไร ต้องมีคุณสมบัติอะไร เส้นทางที่จะก้าวไปสู่อาชีพ และปัจจัยที่เป็นรางวัลชีวิต ความสุขและความสำเร็จของอาชีพนั้น ๆ คืออะไร วิทยากรทุกคนจะตอบคำถามสำคัญเหล่านี้ เพื่อให้น้องๆ เข้าใจแต่ละอาชีพได้มากขึ้นและสามารถเปรียบเทียบอาชีพที่แตกต่างกันได้

ในคลิปแต่ละเรื่องนอกจากจะได้รู้จักแต่ละอาชีพอย่างมีชีวิตชีวาแล้ว นักเรียนยังจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตของวิทยากรแต่ละท่าน ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจให้นักเรียนได้เป็นอย่างดี

เว็บแอพพลิเคชัน Samsung Career Discovery ไม่เพียงมีประโยชน์ต่อนักเรียนมัธยมเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อคุณครูแนะแนวหรือคุณครูประจำชั้น อีกด้วย ในปี 2559 นี้ ซัมซุงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ และ สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร มีแผนจัดอบรมเพื่อคุณครูสามารถนำเว็บแอพพลิเคชัน Samsung Career Discovery ไปประยุกต์ใช้และจัดกระบวนการในคาบเรียนเพื่อช่วยนักเรียนค้นพบตัวเองและพัฒนาเส้นทางสู่อาชีพเป้าหมายอย่างได้ผล คุณครูผู้สนใจติดตามตารางการอบรมได้ที่ี่ http://www.facebook.com/samsungslc

นวัตกรรม Samsung Career Discovery ‘ค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ’ พัฒนาขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Samsung Smart Learning Center ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสังคมของบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.samsungslc.org หรือ www.facebook.com/samsungslc

คลิกที่นี่”  เพื่อทดลองใช้เว็บแอพพลิเคชัน Samsung Career Discovery “ค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ”

ที่มา: http://www.vcharkarn.com/varticle/504893

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1314928418571974