คลังเก็บหมวดหมู่: พิมพ์พิชชา พงษ์พํฒนาพร

“Echo Ring”แหวนแปลภาษาแก็ดเจ็ตติดตัวคนชอบเที่ยว

 “Echo Ring” แหวนแปลภาษาที่ทำหน้าที่เป็นล่ามส่วนตัว อยู่กับคุณทุกที่ทุกเวลา ตอบโจทย์คนชอบเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ 

วันนี้(3เม.ย.60)Echo Ring คือ แหวนที่สามารถแปลภาษาต่างๆได้ถึง 24 ภาษา หนึ่งในนั้นมีภาษาไทยรวมอยู่ด้วย วิธีใช้งานเพียงแค่พูดใส่แหวนก็จะแปลเป็นภาษาที่ต้องการให้ ซึ่งเราจะต้องไปตั้งค่าผ่านแอปก่อน ส่วนการแปลจะไม่ได้เป็นแบบ Real-time จะดีเลย์ประมาณ 3 วินาที

แหวนสุดเจ๋งวงนี้นอกจากเป็นล่ามแปลแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวได้อีก โดยสามารถสั่งงานด้วยท่าทางหรือสั่งงานด้วยเสียง โดยเปลี่ยนคำสั่งเรียกใช้เป็น “Hola” แทนสำหรับเรียกใช้งาน

นอกจากนี้ยังสามารถรับสายโทรศัพท์พร้อมคุยผ่านแหวนได้โดยผ่านไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนภายในตัว  และสั่งการควบคุมการเล่นเพลงบนมือถือ การส่งอีเมล  หรือสั่งให้ค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตที่คุณอยากรู้ ส่วนท่านใดที่ชอบช็อปปิ้งออนไลน์ สามารถใช้สั่งซื้อของจากเว็บ Amazon ได้อีกด้วย นอกจากนั้นในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินก็สามารถตั้งค่าให้ส่งพิกัดไปหาเพื่อนได้ด้วย

ตัวแหวนมีแบตเตอรี่ในตัว ชาร์จหนึ่งครั้งสามารถใช้งานได้นาน 2 วัน มาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำ สนนราคาสุทธิที่ 299 ดอลล่าร์หรือ 10,500 บาท คาดว่าจะวางขายในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

ที่มา http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=136739&t=news

 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1434488046616010

ดีไซเนอร์เนเธอร์แลนด์ เปลี่ยนมูลวัวเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น

AROUND THE WORLD : จูเลีย เอสไซดิ  ดีไซเนอร์เนเธอร์แลนด์ เปลี่ยนมูลวัวเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น

 

1494307544231
ดีไซเนอร์เนเธอร์แลนด์ เปลี่ยนมูลวัวเป็นเสื้อผ้า… โดย rmutphysics

ดีไซเนอร์เนเธอร์แลนด์ เปลี่ยนมูลวัวเป็นเสื้à from rmutphysics.com on Vimeo.

จูเลีย เอสไซดิ นักออกแบบชาวเนเธอร์แลนด์ จากเมืองไอนด์โฮเวน ในนอร์ทบราแบนต์ ไม่คิดการเปลี่ยนมูลสัตว์ให้เป็นปุ๋ยคอกและก๊าซชีวภาพจะเพียงพอต่อการแก้ปัญหาของมูลสัตว์ เธอจึงเกิดความคิดในการใช้สารเคมีเปลี่ยนมูลสัตว์เหล่านี้ให้กลายเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ และเป็นมิตรกับธรรมชาติ แถมยังมีมูลค่าอีกด้วย อย่างพวกเสื้อผ้า พลาสติกที่ย่อยสลายได้ และกระดาษ

จากการทำงานในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ จูเลียพบว่า มูลวัวประกอบไปด้วยสารตั้งต้นที่สามารถย่อยสลายได้ และสารเคมีที่จำเป็นในการผลิต เธอจึงเริ่มต้นด้วยการแยกของเสีย โดยนำมูลสัตว์แห้งไปใช้ในการสกัดเซลลูโลสบริสุทธิ์จากหญ้าที่วัวกิน ส่วนมูลสัตว์เปียก ก็สกัดเป็นกรดที่ใช้ในการสร้างเซลลูโลสอะซิเตท หรือพลาสติกเหลวตามธรรมชาติ ซึ่งใช้เป็นเส้นใยผลิตผ้าหรือพลาสติกชีวภาพ และสามารถนำไปฟรีซให้แห้งทำเป็น แอโรเจล ที่เป็นวัสดุน้ำหนักเบามากได้ด้วย โดยวัสดุใหม่ที่เกิดขึ้นนี้ มีชื่อว่า เมสติก (Mestic) ซึ่งมาจากคำว่า เมส (mest) ในภาษาดัตช์ ที่แปลว่ามูลสัตว์

โดยในปีที่ผ่านมา จูเลียได้จัดแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าที่ผลิตจากวัสดุเมสติก ซึ่งคอลเลคชั่นเสื้อผ้าวัสดุจากมูลวัวของเธอนั้นทั้งเก๋และสวยงาม และที่น่าประหลาดใจก็คือไม่มีกลิ่นเหม็นของมูลสัตว์เลย ทำให้แบรนด์เสื้อผ้าดัง H&M มอบรางวัล Global Change Award ให้พร้อมกับเงินอีก 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 35 ล้านบาท)

นอกจากนี้ จูเลียมีแผนที่จะเพิ่มการผลิตวัสดุเมสติก และคิดค้นวิธีการให้สามารถใช้งานได้กับเทคนิคการพิมพ์ 3 มิติ โดยมูลวัวเป็นเพียงการเริ่มต้นในการทดลองหลังจากนี้เธอตั้งเป้าที่จะทำการทดลองกับมูลสุกร และสัตว์อื่นๆ อีกด้วย

ที่มา http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=137194&t=news

 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1434642759933872

อังกฤษพัฒนาหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ

AROUND THE WORLD : ผู้เชี่ยวชาญในอังกฤษพัฒนาหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง โดยเพิ่มระบบโปรแกรมอัจฉริยะ เพื่อช่วยดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการให้คลายเหงา

1492607170039

มิโร คือหุ่นยนต์สุนัขหน้าตาน่ารัก ที่ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ ในสหราชอาณาจักร พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้เป็นเพื่อนแก้เหงา และดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ เนื่องจากเห็นว่าในอนาคตหุ่นยนต์จะมีความสำคัญต่อมนุษย์ โดยหุ่นยนต์แต่ละชนิดจะทำหน้าที่แตกต่างกันไป เพื่อตอบสนองความต้องการของคนในด้านต่างๆ

มิโรจะเป็นเพื่อนตัวเล็กๆ ที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้พิการ รู้สึกอบอุ่น หายเหงา เป็นเพื่อนพูดคุยสำหรับคนที่ต้องอยู่บ้านคนเดียวอย่างโดดเดี่ยว แต่ที่ผู้เชี่ยวชาญไม่สร้างหุ่นยนต์ที่มีหน้าตาคล้ายมนุษย์ เนื่องจากผลวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ รวมถึงผู้ที่ใช้ชีวิตตามลำพัง ต้องการคู่หูหรือเพื่อนที่เป็นสัตว์เลี้ยงมากกว่าเพื่อนที่เป็นมนุษย์ด้วยกันเอง

สำหรับระบบปฏิบัติการของมิโรจะถูกสั่งการโดยเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่ฝังไว้อย่างละเอียดในทุกส่วนของร่างกาย และจะมีการตอบสนองที่ไวต่อการสัมผัสของมนุษย์ ซึ่งมิโรต่างจากสัตว์เลี้ยงจริงตรงที่หากมีอันตรายหรือเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นกับผู้เลี้ยง มันจะส่งสัญญาณไปถึงหน่วยงานรักษาความปลอดภัยต่างๆ ที่ถูกตั้งค่าไว้ในทันที และยังติดกล้องวิดีโอบันทึกภาพของผู้เลี้ยงไว้อีกด้วย

ทีมพัฒนาหุ่นยนต์กล่าวว่า ไม่อยากให้มองว่า หุ่นยนต์พวกนี้เป็นแค่การทดแทนบางสิ่งในชีวิตที่ขาดหายไป แต่อยากให้มองว่า มันเป็นสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ที่มา http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=135371&t=news

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1416249428439872/

“รถยนต์บินได้” ในสโลวาเกียเตรียมเปิดให้จองล่วงหน้า

AROUND THE WORLD : “รถยนต์บินได้” ในสโลวาเกียเตรียมเปิดให้จองล่วงหน้า

1492906473409

บริษัทแอโรโมบิล ในประเทศสโลวาเกีย สุดภูมิใจ ล่าสุดประกาศเตรียมจะเปิดให้จองล่วงหน้า “รถยนต์บินได้” เพื่อให้ชาวโลกได้ขับจริง บินจริงกันแล้ว

หลังจากเมื่อปี 2558 บริษัท แอโรโมบิล (AeroMobil) ได้มีการโชว์วิดีโอแสดงให้เห็นประสิทธิภาพของรถยนต์บินได้ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “เดอะ แอโรโมบิล 3.0” ที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง นับตั้งแต่ถูกขับแล่นออกมาจากโรงจอด แล่นไปจนถึงสนามหญ้าโล่ง จากนั้นก็ทะยานขึ้นเหินฟ้า บินได้ราวกับนก และสามารถบินกลับมาลงตรงสนามหญ้า ที่ไม่ใช่รันเวย์ปูนได้สำเร็จ ท่ามกลางความดีใจของทีมงาน

ล่าสุดของรถยนต์บินได้ ต้องถูกพูดถึงอีกครั้ง เนื่องจากบริษัทแอโรโมบิล ในประเทศสโลวาเกีย ได้ประกาศเตรียมเปิดให้จองล่วงหน้ากันแล้วภายในปีนี้ (แต่ยังไม่กำหนดราคา) ซึ่งรถยนต์บินได้รุ่นล่าสุดนี้ ได้ปรับให้เครื่องยนต์เป็นระบบไฮบริดด้วย แม้จะทำงานเต็มรูปแบบทั้งการเป็นรถยนต์และเครื่องบิน ซึ่งถือเป็นขั้นตอนการพัฒนาที่ความสมบูรณ์มากขึ้น หลังจากมีการเปิดตัวรถต้นแบบไปเมื่อปี 2558

โดยผู้ผลิตจะนำมาจัดแสดงให้ชม เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติกันอย่างละเอียดในงาน “ท็อปมาร์เควส โมนาโก” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นงานแสดงรถยนต์หรูระดับซูเปอร์คาร์ และ เอ็กคลูซีฟที่สุดในโลก ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 20 เมษายนนี้

สำหรับรถยนต์บินได้นั้น จะมี 2 ที่นั่งคือ ที่นั่งของนักบินและผู้โดยสาร ขณะที่ใบพัดของเครื่องบินซึ่งเป็นแบบใบพัดเดียวจะอยู่ด้านท้ายของเครื่องบิน โดยจะวิ่งได้ด้วยความเร็วอย่างน้อย 99 ไมล์ต่อชั่วโมง และบินได้ด้วยความเร็วอย่างน้อย 124 ไมล์ต่อชั่วโมง อีกทั้งสามารถบินได้ไกลเป็นระยะทาง 435 ไมล์ หรือประมาณ 700 กิโลเมตร ก่อนแก๊สจะหมด

ที่มา http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=135370&t=news

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1423854294346052/

Mondo+ วิทยุตัวแรกของโลก ที่มาพร้อม Chromecast ในตัว

Mondo+ วิทยุ

เปิดตัว Mondo+ วิทยุออนไลน์ ที่มาพร้อม Chromecast ในตัว สามารถรับฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งได้หลายช่องทาง และสามารถสั่งงานควบคุมหน้าจอผ่านสมาร์ทโฟนได้

Grace Digital บริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดัง เปิดตัว Mondo+ วิทยุออนไลน์ ที่มาพร้อมการติดตั้งเทคโนโลยี Chromecast ในตัว ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกรับฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งได้หลายช่องทางไม่ว่าจะเป็น Deezer, TIDAL, Spotify, Google Play Music หรือ TuneIn เป็นต้น และยังสามารถสั่งงานหรือควบคุมหน้าจอผ่านสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

สำหรับสิ่งที่น่าสนใจของ Mondo+ นอกจากจะมาพร้อมการติดตั้ง Chromecast ในตัวที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานแล้ว ยังรองรับ Google Home สำหรับจัดการและควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน รวมถึงรองรับการสั่งงานด้วยเสียง นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีระบบเสียง MaxxAudio เข้ามาใช้ และมีฟีเจอร์ Room-filling Sound ที่สามารถนำเสียงมาปรับแต่งให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นได้ ส่วนสเปคอื่น ๆ มีดังนี้

Mondo+ วิทยุ

Mondo+ วิทยุ

Mondo+ วิทยุ

Mondo+ วิทยุ

Mondo+ วิทยุ

Mondo+ วิทยุ

สเปคเบื้องต้นของ Mondo+

– หน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว พร้อมปุ่มคำสั่งต่าง ๆ บนหน้าจอ
– รองรับไฟล์เสียงต่าง ๆ เช่น MP3, AAC, AAC +, FLAC, LPCM, ALAC, WMA, WMA9 และ Ogg         Vorbis
– รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 4.1
– รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi
– ขนาดตัวเครื่อง 10.5 x 5.8 x 5.4 มม. และน้ำหนัก 2.4lbs
– ตัวเครื่องมีให้เลือก 3 สี คือ สีขาว, สีเทาและสีดำ
– มีพอร์ตช่องแจ็คเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม, AUX ช่องรับสัญญาณเสียง,  ช่องสายสัญญาณเสียง RCA และพอร์ต USB สำหรับเสียบแฟลชไดรฟ์หรือช่องจ่ายไฟไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ
– รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB กับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต
– แบตเตอรี่ 7,400mAh สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 12 ชั่วโมง (สำหรับเปิดใช้งานปกติ) และ 5 ชั่วโมง (สำหรับใช้งานแบบเลือกรับฟังเสียงดังสุด)
– อุปกรณ์ภายในกล่องมีคู่มือการใช้งาน, อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ และรีโมท

สำหรับผู้ที่สนใจ Mondo+ สามารถสั่งซื้อได้ที่ kickstarter.com สนนราคาที่ $200 หรือประมาณ 6,990 บาท โดยจะเริ่มจำหน่ายในเดือนเมษายน นี้

ที่มา https://men.kapook.com/view167019.html

เปิดตัว Xiaomi Walkie – Talkie วิทยุสื่อสาร ที่ใช้งานได้นาน 8 วัน

Xiaomi Walkie - Talkie วิทยุสื่อสาร

Xiaomi เปิดตัว Xiaomi Walkie – Talkie วิทยุสื่อสาร ที่สามารถใช้งานได้นานถึง 8 วัน ในราคาเพียง 1,200 บาท

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560 เว็บไซต์ GizmoChina รายงานว่า Xiaomi ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าไอทีชื่อดังจากจีน ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Xiaomi Walkie – Talkie วิทยุสื่อสารคลื่นความถี่แบบสั้นทั้ง UHF (403-470MHz) และ VHS (136-174MHz) ที่สามารถใช้งานได้นานถึง 8 วัน และสามารถใช้ติดต่อสื่อสารได้แม้จะอยู่ในป่า รวมถึงยังรองรับการใช้งานวิทยุ FM พร้อมหน้าจอแสดงผล

Xiaomi Walkie - Talkie วิทยุสื่อสาร

Xiaomi Walkie - Talkie วิทยุสื่อสาร

Xiaomi Walkie - Talkie วิทยุสื่อสาร

Xiaomi Walkie - Talkie วิทยุสื่อสาร

Xiaomi Walkie - Talkie วิทยุสื่อสาร

Xiaomi Walkie - Talkie วิทยุสื่อสาร

Xiaomi Walkie - Talkie วิทยุสื่อสาร

Xiaomi Walkie - Talkie วิทยุสื่อสาร

Xiaomi Walkie - Talkie วิทยุสื่อสาร

Xiaomi Walkie - Talkie วิทยุสื่อสาร

Xiaomi Walkie - Talkie วิทยุสื่อสาร

Xiaomi Walkie - Talkie วิทยุสื่อสาร

สำหรับ Xiaomi Walkie – Talkie สนนราคาที่ 249 หยวน หรือประมาณ 1,260 บาท และจะเริ่มวางจำหน่าย 3 มีนาคม นี้ ผ่าน Xiaomi Mall, Xiaomi shops, Jingdong, Lynx และ Suning

ที่มา https://men.kapook.com/view167161.html

ล้ำไปอีก! จีนประสบความสำเร็จปลูกถ่ายหูมนุษย์แล้ว

ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวจีนประสบความสำเร็จในการปลูกใบหูมนุษย์เทียมและสามารถปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วย

1491265394531

วันนี้(2เม.ย.60)กัว ซูจง ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวจีนได้ใช้กระดูกอ่อนปลูกใบหูมนุษย์เทียมขึ้นบริเวณแขนของผู้ป่วยชายแซ่จี่ ซึ่งเป็นชาวมณฑลส่านซี เมื่อสามเดือนก่อนและประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายใบหูเทียมให้แก่เขาในวันพุธ ที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากเขาประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนจนสูญเสียใบหูขวาไปเมื่อปีที่แล้ว

นายแพทย์กัว ประจำโรงพยาบาลเฟิร์สต์ อะฟิลลิเอท ฮอสปิทอล ( First Affiliated Hospital) ของมหาวิทยาลัยซีอาน เจียวตง ได้ตัดสินใจปลูกใบหูเทียมขึ้นบนแขนของผู้ป่วย เพราะอุบัติเหตุที่ผู้ป่วยเผชิญไม่เพียงทำให้เขาสูญเสียใบหูเท่านั้น แต่ยังทำลายหลอดเลือดและผิวหนังรอบหูไปด้วย ดังนั้นจึงใช้ใบหูเทียมแบบปกติทั่วไปไม่ได้

นายแพทย์กัวและทีมงานได้ใช้อุปกรณ์ขยายผิวหนังในการขยายผิวหนังบริเวณแขนของผู้ป่วย ก่อนจะนำกระดูกอ่อนบริเวณหน้าอกด้านหนึ่งของเขามาแกะสลักให้กลายเป็นใบหูและนำไปปลูกบนแขนของผู้ป่วย เมื่อใบหูเทียมเติบโตเต็มที่ แพทย์จึงสามารถนำใบหูดังกล่าวไปปลูกถ่ายบริเวณศีรษะของผู้ป่วยจนสำเร็จ คาดการณ์ว่าผู้ป่วยจะใช้เวลาพักฟื้นภายใnews

พยาบาลประมาณ 2 สัปดาห์ จากข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญระบุว่า มีประชาชนกว่า 300,000 คนในประเทศจีนที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับใบหูและความสำเร็จในการปลูกใบหูเทียมครั้งนี้ได้สร้างความหวังใหม่ให้แก่ผู้ป่วย

ที่มา http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=133781&t=news

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1400711249993690/

 

“PAL-V Liberty”รถบินได้คันเเรกของโลกวางขายปีหน้า

“PAL-V Liberty” ยานพาหนะแบบพิเศษที่สามารถเป็นได้ทั้งรถยนต์-เครื่องบิน ล่าสุดได้รับอนุญาตให้วางจำหน่าย  ราคาเริ่มต้นเบาๆแค่2ล้าน

วันนี้(29มี.ค.60) PAL-V Libertyยานพาหนะแบบพิเศษที่สามารถเป็นได้ทั้งรถยนต์และเครื่องบิน ล่าสุดได้รับอนุญาตให้วางจำหน่าย โดยเจ้ารถดันดังกล่าวถูกคิดค้น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งลักษณะของเจ้ารถบินคันนี้ ถูกออกแบบคล้ายเฮลิคอปเตอร์ที่สามารถพับเก็บใบพัดบินในอากาศและขับบนท้องถนนได้  ซึ่งภายในห้องควบคุมยังบรรจุผู้โดยสารได้ถึงสองคน

ทั้งนี้ PAL-V Liberty ยังสามารถเร่งความเร็วได้สูงสุดถึง 100 ไมล์ต่อชั่วโมง ในโหมดรถยนต์ ด้วยทำความเร็ว 0-62 ไมล์ ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 9 วินาที และโหมดเครื่องบินยังทำความเร็วบินได้สูงสุดถึง 3,500 เมตร  ด้วยความเร็วสูงสุด 112 ไมล์ต่อชั่วโมง ในระยะทางไกลสุด 310 ไมล์ เเละบรรจุเชื้อเพลิงได้ถึง 100 ลิตร ทั้งนี้ผู้ขับยังสามารถเปลี่ยนโหมดจากรถยนต์เป็นเครื่องบินได้เพียง 5-10 นาที ซึ่งไม่ต้องมีพึ่งอุปกรณ์อื่นเข้ามาช่วยเสริม

อย่างไรก็ตาม รุ่นที่วางจำหน่าย ภายในปี 2018 จะใช้ชื่อรุ่นว่า PAL-V Liberty Pioneer Edition  โดยผลิตออกมาเพียงแค่ 90 คันของโลก ในราคาเริ่มต้นอยู่ที่  599,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 20.9 ล้านบาท ถือได้ว่าเป็นยานพาหนะเป็นรุ่นแรกที่สามารถนำออกมาใช้งานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ที่มา http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=133341&t=news

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1400706113327537/

 

บริษัทไฮเทคแข่งกันเพิ่มจำนวนภาษาสำหรับการสื่อสารกับ “ซอฟแวร์ผู้ช่วย” อย่างคึกคัก

FILE - Craig Federighi, Senior Vice President of Software Engineering for Apple Inc, discusses the Siri desktop assistant for Mac OS Sierra at the company's World Wide Developers Conference in San Francisco, California, U.S.

การแข่งขันของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ด้านซอฟแวร์ผู้ช่วยมีมานานระยะหนึ่งแล้ว และทำให้เรารู้จักผู้ช่วยภูมิปัญญาประดิษฐ์เช่น Siri และ Alexa

หากนับจำนวนภาษาที่ผู้ช่วยเหล่านี้เข้าใจ Apple ผู้พัฒนา Siri ประสบความสำเร็จในพัฒนาซอฟแวร์ผู้ช่วยให้เข้าใจภาษาได้มากถึง 21 ภาษาที่ถูกใช้ใน 36 ประเทศ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบประการหนึ่งในการขยายตลาดต่างประเทศ

หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นเคยนักกับผู้ช่วยของ Microsoft ที่ชื่อระบบ Cortana ที่มีบริการสำหรับ 8 ภาษาที่คนใน 13 ประเทศใช้สื่อสารกัน

ขณะเดียวกัน Google’s Assistant ก็เป็นระบบผู้ช่วยที่สื่อสารได้ในภาษที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ โดยรับคำสั่งได้ 4 ภาษา ด้าน Alexa ของบริษัท Amazon รับรู้ได้เพียงแค่คำสั่งภาษาอังกฤษและเยอรมันเท่านั้น ทั้งสองบริษัทกล่าวว่ากำลังเพิ่มจำนวนภาษาสำหรับวอฟแวร์ผู้ช่วย

ความได้เปรียบของ Siri ทำให้ซอฟแวร์ผู้ช่วยของ Apple เตรียมต่อยอดการสื่อสารได้หลายภาษาอย่างรวดเร็ว ล่าสุด Siri กำลังถูกพัฒนาให้สามารถเข้าใจภาษาจีนที่สำเนียงเซี่ยงไฮ้ซึ่งต่างจากจีนกลางได้ด้วย

ในโลกของการใช้ภาษา หลายคนคงทราบว่าคนที่พูดภาษาอังกฤษในสหราชอาณาจักรใช้คำพูดแตกต่างจากคนอเมริกัน เช่นว่าผลฟุตบอล สองศูนย์ จะถูกสื่อสารกันตามธรรมเนียมว่า two-nil ในอังกฤษแทนที่จะเป็น two-nothing

ตัวอย่างการใส่ใจความแตกต่างของสำนวนภาษาเห็นได้จากความพยายามของ Microsoft ที่พัฒนาซอฟแวร์ผู้ช่วย Cortana สำหรับลูกค้าในเม็กซิโก ด้วยการจ้างนักเขียนหนังสือเด็กท้องถิ่นเขียน “สคริปต์” ให้ระบบเพื่อสะท้อนถึงแนวทางการสื่อสารที่เป็นเอกลักษณ์ของเม็กซิโกที่ไม่เหมือนกับประเทศที่พูดภาษาเสปนอื่นๆ

นอกจากความละเอียดอ่อนของสำเนียงภาษาแล้ว ความแม่นยำในการเข้าใจคำสั่งที่ลูกค้าพูดกับผู้ช่วยภูมิปัญญาประดิษฐ์เป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับผู้พัฒนา Apple สร้าง Siri ด้วยการปรับระบบให้ฟังคำพูดจากเสียงที่พึมพำและมีเสียงแทรกตั้งแต่เริ่มทำซอฟแวร์ ซึ่งทางบริษัทกล่าวว่าวิธีนี้ช่วยลดความผิดพลาดในการรับคำสั่งได้ครึ่งหนึ่ง

แม้บริษัทต่างๆ เพิ่มจำนวนภาษาสำหรับการสื่อสารของผู้ช่วยเหล่านี้ คนในวงการกล่าวว่าในที่สุดแล้วคงเป็นการยากที่จะสร้างซอฟแวร์ผู้ช่วยสำหรับทุกภาษา ที่ต้องลงเสียงและเขียนคำพูดให้ระบบต่อไปเรื่อยๆ จนไม่มีที่จบสิ้น

ดังนั้นจึงเกิดบริษัทเช่น Viv ที่ถูกก่อตั้งโดยผู้สร้าง Siri ยุคบุกเบิก โดยที่ Viv สร้างซอฟแวร์ที่รู้จักการสังเคราะห์คำตอบสำหรับลูกค้าด้วยตัวเอง ล่าสุด Viv ถูกซื้อไปเมื่อปีที่แล้วโดยบริษัทซัมซุง ยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีอีกรายหนึ่ง

(รายงานโดย Reuters / รัตพล อ่อนสนิท เรียบเรียง)

ที่มา http://www.voathai.com/a/apple-siri-ro/3764777.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1391441924253956

‘แอร์บัส’ จับมือบริษัทออกแบบรถยนต์ ‘อิตัลดีไซน์’ เปิดตัว “รถบินได้”

Airbus flying car

Airbus ผู้ผลิตเครื่องบินของยุโรป กับบริษัทออกแบบรถยนต์ Italdesign เปิดตัว “รถบินได้” ที่งาน Geneva Auto Show

รถต้นแบบดังกล่าวซึ่งมีชื่อว่า Pop.Up เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีเครื่องบินไร้คนขับและรถยนต์นั่ง โดยผู้ใช้สามารถเรียกให้มารับได้ เพราะมีความสามรถขับเคลื่อนด้วยระบบภายใน

Pop.Up มีลักษณะคล้ายแคปซูล และขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และนำพาผู้โดยสารถึงที่หมายได้ทั้งทางถนนและทางอากาศ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประดิษฐ์คิดว่าการนำไปใช้จริงคงเผชิญกับอุปสรรคด้านกฎระเบียบ และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ยังไม่พร้อม

ที่มา http://www.voathai.com/a/airbus-italdesign-flying-car/3756616.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1383588848372597