คลังเก็บหมวดหมู่: พิมพ์พิชชา พงษ์พํฒนาพร

บริษัทไฮเทคแข่งกันเพิ่มจำนวนภาษาสำหรับการสื่อสารกับ “ซอฟแวร์ผู้ช่วย” อย่างคึกคัก

FILE - Craig Federighi, Senior Vice President of Software Engineering for Apple Inc, discusses the Siri desktop assistant for Mac OS Sierra at the company's World Wide Developers Conference in San Francisco, California, U.S.

การแข่งขันของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ด้านซอฟแวร์ผู้ช่วยมีมานานระยะหนึ่งแล้ว และทำให้เรารู้จักผู้ช่วยภูมิปัญญาประดิษฐ์เช่น Siri และ Alexa

หากนับจำนวนภาษาที่ผู้ช่วยเหล่านี้เข้าใจ Apple ผู้พัฒนา Siri ประสบความสำเร็จในพัฒนาซอฟแวร์ผู้ช่วยให้เข้าใจภาษาได้มากถึง 21 ภาษาที่ถูกใช้ใน 36 ประเทศ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบประการหนึ่งในการขยายตลาดต่างประเทศ

หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นเคยนักกับผู้ช่วยของ Microsoft ที่ชื่อระบบ Cortana ที่มีบริการสำหรับ 8 ภาษาที่คนใน 13 ประเทศใช้สื่อสารกัน

ขณะเดียวกัน Google’s Assistant ก็เป็นระบบผู้ช่วยที่สื่อสารได้ในภาษที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ โดยรับคำสั่งได้ 4 ภาษา ด้าน Alexa ของบริษัท Amazon รับรู้ได้เพียงแค่คำสั่งภาษาอังกฤษและเยอรมันเท่านั้น ทั้งสองบริษัทกล่าวว่ากำลังเพิ่มจำนวนภาษาสำหรับวอฟแวร์ผู้ช่วย

ความได้เปรียบของ Siri ทำให้ซอฟแวร์ผู้ช่วยของ Apple เตรียมต่อยอดการสื่อสารได้หลายภาษาอย่างรวดเร็ว ล่าสุด Siri กำลังถูกพัฒนาให้สามารถเข้าใจภาษาจีนที่สำเนียงเซี่ยงไฮ้ซึ่งต่างจากจีนกลางได้ด้วย

ในโลกของการใช้ภาษา หลายคนคงทราบว่าคนที่พูดภาษาอังกฤษในสหราชอาณาจักรใช้คำพูดแตกต่างจากคนอเมริกัน เช่นว่าผลฟุตบอล สองศูนย์ จะถูกสื่อสารกันตามธรรมเนียมว่า two-nil ในอังกฤษแทนที่จะเป็น two-nothing

ตัวอย่างการใส่ใจความแตกต่างของสำนวนภาษาเห็นได้จากความพยายามของ Microsoft ที่พัฒนาซอฟแวร์ผู้ช่วย Cortana สำหรับลูกค้าในเม็กซิโก ด้วยการจ้างนักเขียนหนังสือเด็กท้องถิ่นเขียน “สคริปต์” ให้ระบบเพื่อสะท้อนถึงแนวทางการสื่อสารที่เป็นเอกลักษณ์ของเม็กซิโกที่ไม่เหมือนกับประเทศที่พูดภาษาเสปนอื่นๆ

นอกจากความละเอียดอ่อนของสำเนียงภาษาแล้ว ความแม่นยำในการเข้าใจคำสั่งที่ลูกค้าพูดกับผู้ช่วยภูมิปัญญาประดิษฐ์เป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับผู้พัฒนา Apple สร้าง Siri ด้วยการปรับระบบให้ฟังคำพูดจากเสียงที่พึมพำและมีเสียงแทรกตั้งแต่เริ่มทำซอฟแวร์ ซึ่งทางบริษัทกล่าวว่าวิธีนี้ช่วยลดความผิดพลาดในการรับคำสั่งได้ครึ่งหนึ่ง

แม้บริษัทต่างๆ เพิ่มจำนวนภาษาสำหรับการสื่อสารของผู้ช่วยเหล่านี้ คนในวงการกล่าวว่าในที่สุดแล้วคงเป็นการยากที่จะสร้างซอฟแวร์ผู้ช่วยสำหรับทุกภาษา ที่ต้องลงเสียงและเขียนคำพูดให้ระบบต่อไปเรื่อยๆ จนไม่มีที่จบสิ้น

ดังนั้นจึงเกิดบริษัทเช่น Viv ที่ถูกก่อตั้งโดยผู้สร้าง Siri ยุคบุกเบิก โดยที่ Viv สร้างซอฟแวร์ที่รู้จักการสังเคราะห์คำตอบสำหรับลูกค้าด้วยตัวเอง ล่าสุด Viv ถูกซื้อไปเมื่อปีที่แล้วโดยบริษัทซัมซุง ยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีอีกรายหนึ่ง

(รายงานโดย Reuters / รัตพล อ่อนสนิท เรียบเรียง)

ที่มา http://www.voathai.com/a/apple-siri-ro/3764777.html

‘แอร์บัส’ จับมือบริษัทออกแบบรถยนต์ ‘อิตัลดีไซน์’ เปิดตัว “รถบินได้”

Airbus flying car

Airbus ผู้ผลิตเครื่องบินของยุโรป กับบริษัทออกแบบรถยนต์ Italdesign เปิดตัว “รถบินได้” ที่งาน Geneva Auto Show

รถต้นแบบดังกล่าวซึ่งมีชื่อว่า Pop.Up เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีเครื่องบินไร้คนขับและรถยนต์นั่ง โดยผู้ใช้สามารถเรียกให้มารับได้ เพราะมีความสามรถขับเคลื่อนด้วยระบบภายใน

Pop.Up มีลักษณะคล้ายแคปซูล และขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และนำพาผู้โดยสารถึงที่หมายได้ทั้งทางถนนและทางอากาศ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประดิษฐ์คิดว่าการนำไปใช้จริงคงเผชิญกับอุปสรรคด้านกฎระเบียบ และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ยังไม่พร้อม

ที่มา http://www.voathai.com/a/airbus-italdesign-flying-car/3756616.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1383588848372597

 

ของแบบนี้ก็มีเหรอ… Li-Fi ระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านแสง ที่ดีกว่า Wi-Fi (ในบางเรื่อง)

ของแบบนี้ก็มีเหรอ... Li-Fi ระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านแสง ที่ดีกว่า Wi-Fi (ในบางเรื่อง)

Li-Fi คำนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นเทคโนโลยีที่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ คือ เทคโนโลยีที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง Wi-Fi เป็นการส่งผ่านสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือส่งผ่านข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ผ่านคลื่นความถี่วิทยุ แต่กับ Li-Fi จะใช้คลื่นแสงเป็นพาหะในการส่งผ่านข้อมูลแทน โดยการับส่งข้อมูลทำผ่านหลอดไฟ LED ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ มันมีพอร์ตสำหรับเสียบสาย LAN และห้องไหนหรือบริเวณไหนที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ต ก็ติดตั้งหลอดไฟที่ว่านี้เข้าไป และเครื่อง PC, โน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต ที่ต้องการเชื่อมต่อ Li-Fi ก็ต้องเสียบอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ ที่เรียกว่า LiFi-X dongle เข้ากับพอร์ต USB

ของแบบนี้ก็มีเหรอ... Li-Fi ระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านแสง ที่ดีกว่า Wi-Fi (ในบางเรื่อง)

การเสียบใช้งานอุปกรณ์ LiFi-X dongle

ของแบบนี้ก็มีเหรอ... Li-Fi ระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านแสง ที่ดีกว่า Wi-Fi (ในบางเรื่อง)

ของแบบนี้ก็มีเหรอ... Li-Fi ระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านแสง ที่ดีกว่า Wi-Fi (ในบางเรื่อง)

แล้วเทคโนโลยี Li-Fi มีดีอย่างไรบ้าง? อย่างแรกเลยก็คือ ให้ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่สูง โดยเทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลผ่านแสงของบริษัท PureLiFi ในช่วงเวลานี้ยังให้ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่ 42 Mbps และในอนาคตอันใกล้จะสามารถขยายความเร็วขึ้นไปถึงระดับ 80 – 100 Mbps และทางบริษัทสัญญาว่าภายในอีก 3 ปีข้างหน้า Li-Fi จะขยายความเร็วไปได้ถึง 1 Gbps เลยทีเดียว ซึ่งถือว่าไม่น้อยหน้า Wi-Fi

และเรื่องที่ Li-Fi โดดเด่นกว่า Wi-Fi อย่างชัดเจนคือ มีความปลอดภัยสูงกว่า ซึ่งเราเตอร์ Wi-Fi มีระยะการกระจายสัญญาณที่ไกล จึงไม่แปลกถ้าเพื่อนบ้านจะแอบขโมยเล่นเน็ตของบ้านเรา หรือแฮกเกอร์ที่อยู่ในระแวกบ้าน อาจเจาะเข้ามาในระบบเครือข่ายของบ้านเรา ผ่านสัญญาณ Wi-Fi แต่ขอบเขตการกระจายสัญญาณของ Li-Fi นั้นชัดเจน และควบคุมได้ พื้นที่หรือห้องที่ไม่มีหลอด Li-Fi ติดตั้งอยู่ ก็จะไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และไม่สามารถเชื่อมต่อเข้าระบบเครือข่ายได้ และระบบ Li-Fi ยังรองรับผู้ใช้งานได้มากกกว่าตัว Wi-Fi Hotspot ที่สามารถรองรับผู้ใช้งานได้ในจำนวนจำกัดอีกด้วย (แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การติดตั้งระบบ Li-Fi นั้น มีความยุ่งยากในการเดินสาย LAN ไปยังหลอดไฟทุกหลอดในบ้าน)

ที่มา http://m.thaiware.com/news/9735.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1371377669593715

 

เตรียมอัพเลย! Instagram เวอร์ชั่นใหม่ เพิ่มฟีเจอร์ลงหลายๆ รูปได้ในโพสต์เดียว!

เตรียมอัพเลย! Instagram เวอร์ชั่นใหม่ เพิ่มฟีเจอร์ลงหลายๆ รูปได้ในโพสต์เดียว!

การตัดสินใจลงรูปใน Instagram แต่ละครั้งสำหรับบางคนถือเป็นเรื่องใหญ่นะ บางคนถ่ายรูปมาเยอะมากๆ ก็ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอารูปไหนลงดี เพราะรู้สึกว่ารูปนี้ก็สวย รูปนั้นก็ดี ให้อารมณ์รักพี่เสียดายน้องสุดๆ แต่จะให้ลงทั้งหมดกลัวจะโดนคนที่ติดตามรำคาญ พาล Unfollow ไปอีก ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีทางออกแล้วจ้า

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Instagram แอพฯ โซเชียลมีเดียสุดฮอตฮิตในบ้านเรา ได้เริ่มทดสอบฟีเจอร์ “Combination” ที่สามารถลงภาพ หรือวีดีโอสูงสุด 10 อัน ให้อยู่ในโพสต์เดียวกันได้ แต่ก็ดันพบบัคมากมาย จนผู้พัฒนาต้องเร่งทำการแก้ไข ซึ่งล่าสุดในแอพ Instagram เวอร์ชั่นปัจจุบันของทั้งฝั่ง Android และ iOS ก็ได้ทำการแก้ไขบัคเหล่านั้น และสามารถใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวได้แล้ว

เตรียมอัพเลย! Instagram เวอร์ชั่นใหม่ เพิ่มฟีเจอร์ลงหลายๆ รูปได้ในโพสต์เดียว!

ในการลงรูปภาพ หรือวีดีโอหลายๆ อัน ภายในโพสต์เดียว สามารถทำได้ด้วยการกดปุ่มสีฟ้า เตรียมอัพเลย! Instagram เวอร์ชั่นใหม่ เพิ่มฟีเจอร์ลงหลายๆ รูปได้ในโพสต์เดียว! ด้านขวาในขั้นตอนการนำเข้ารูป (Import) ซึ่งคุณสามารถปรับแต่ง, จัดลำดับการแสดงก่อนหลัง และแก้ไขใส่เอฟเฟคในรูป หรือวีดีโอแต่ละอันได้เลย โดยโพสต์ที่ใช้งานฟีเจอร์นี้อยู่ จะปรากฏจุดสีฟ้าอยู่ใต้รูป ซึ่งสามารถปัดเลื่อนซ้าย – ขวา เพื่อดูรูป หรือวีดีโอได้ในหน้า Timeline

เตรียมอัพเลย! Instagram เวอร์ชั่นใหม่ เพิ่มฟีเจอร์ลงหลายๆ รูปได้ในโพสต์เดียว!

จากการทดสอบ พบว่าตอนนี้ฟีเจอร์ดังกล่าวยังไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งผู้ใช้ก็คงต้องรอกันต่อไป โดยผู้พัฒนาบอกว่าจะสามารถใช้งานได้อย่างทั่วถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าครับ บอกเลยว่างานนี้พ่อค้าแม่ค้าในไอจีนี่ยิ้มเลยครับ
ที่มา : www.androidpolice.com

ที่มา : https://news.thaiware.com/9662.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1370385573026258

 

สุดท้ายกลายเป็นเรื่องเศร้า… กับคลิป Viral เสือไซบีเรียไล่จับโดรน ที่ดูทีแรกเหมือนว่าจะน่ารัก

ได้ดูกันหรือยังครับ กับคลิปน่ารักๆ ที่กำลังเป็นกระแส Viral อยู่ในช่วงเวลานี้ คลิปของบรรดาเหล่าเสือไซบีเรียในประเทศจีน ที่วิ่งไล่จับโดรนบนทุ่งหิมะสีขาว สุดท้าย เจ้าเสือตัวหนึ่งตะครุบโดรนเอาไว้ได้ และในขณะที่โดรนกำลังจะโดนฝูงเสือรุมกัด ผู้ควบคุมก็ปล่อยควันสีขาวออกมาจากโดรน ทำให้ฝูงเสือยอมถอยออกไป ซึ่งเป็นคลิปที่ดูแล้วก็น่ารักดี กับภาพของเสือตัวโตๆ ที่วิ่งไล่จับของเล่นราวกับลูกแมว

ซึ่งข่าวที่ออกมาในตอนแรก มีการระบุว่า ฝูงเสือไซบีเรียเหล่านี้ อยู่ในสวนสัตว์เปิด และที่ทางผู้ดูแลต้องเอาโดรนออกมาบินให้เสือวิ่งไล่จับ เพราะพวกมันอยู่ดีกินดีจนเกินไป ทำให้กลายเป็นเสือพุงห้อย และการทำแบบนี้เพื่อให้พวกมันได้ออกกำลังกายกันบ้าง

แต่ในเวลาต่อมา คลิปนี้กลับกลายเป็นเรื่องโอละพ่อ เมื่อมีการรายงานข่าวจากเว็บไซต์ Motherboard.vice.com ว่า คลิปนี้ถ่ายมาจากสวนเสือ Harbin ในประเทศจีน ซึ่งฉากหน้าของสวนเสือแห่งนี้ เป็นแหล่งพำนักและอนุรักษ์พันธุ์เสือ และยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอีกด้วย แต่ฉากหลังอันน่าเศร้าของสวนเสือแห่งนี้คือ ธุรกิจการค้าหนัง เนื้อ และกระดูกเสือ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำเงินอย่างมหาศาล และก็เป็นไปได้ว่า เจ้าเสือทั้งหมดที่เราได้เห็นในคลิปนี้ สุดท้ายอาจจะมีจุดจบที่น่าเศร้า…

โดยคุณ McClatchy ที่เคยเข้าไปสังเกตการณ์ในสวนเสือแห่งนี้กล่าวว่า เขาได้พบสัตว์เป็นจำนวนมาก ที่มีความเป็นอยู่อย่างน่าสงสาร รวมถึงมีการค้าขายชิ้นส่วนของสัตว์ และถึงแม้ว่าในปี 1993 ทางการจีนจะออกกฎหมายห้ามการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าก็ตาม แต่ธุรกิจในฉากหลังของสวนเสือแห่งนี้ ก็ยังดำเนินอยู่อย่างลับๆ

9675_17022417032803

โดรนที่อยู่ในคลิปนี้ คาดว่าเป็นรุ่น dji inspire 1



ที่มา : www.theverge.com , motherboard.vice.com

 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1366510173413798

เมื่อโดรนมีหน้าที่ใหม่! ช่วยกำจัดเศษขยะบนเสาไฟฟ้าแรงสูง

บริษัทบำรุงรักษาเสาไฟฟ้าแรงสูงแห่งหนึ่งในประเทศจีน ทดสอบกระบวนการใหม่ในการกำจัดเศษขยะที่เกาะอยู่บนเสาไฟฟ้าแรงสูง โดยทดลองนำโดรนมาใช้กำจัดเศษขยะเหล่านั้น ซึ่งวีดีโอการทดสอบถูกโพสต์อยู่ในเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ของจีนที่ชื่อว่า QQ

fire-breathing drone 03

fire-breathing drone 04

ภาพในวิดีโอดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการทดสอบ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมโดรนแบบแปดใบพัดบินขึ้นไปใกล้ๆกับสายไฟบนเสาไฟฟ้าแรงสูง เพื่อพ่นไฟออกมาเผาเศษขยะที่ติดอยู่ และมีทีมงานเฝ้าดูอยู่รอบๆ

สามารถเข้าไปดูวีดีโอการทดสอบได้ ที่นี่

การนำโดรนมากำจัดเศษขยะบนเสาไฟฟ้าแรงสูงแทนการใช้มนุษย์ จะช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ และยังสะดวกสำหรับการกำจัดเศษขยะในพื้นที่ที่มนุษย์เข้าถึงได้ยาก

fire-breathing drone 02

ที่มา : https://www.beartai.com/lifestyle/others/151940

 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1360754290656053

Google Map เริ่มกลายเป็นสังคมโซเชียลเช่นเดียวกับ Facebook เข้าไปทุกที

ก่อนหน้านี้ Google Map ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่ม Bottom Bar ออกมาให้ได้ใช้กันทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS โดยไม่เพียงแต่จะช่วยนำเสนอข้อมูลให้กับคุณแบบ Real-Time พร้อมทั้งยังทำให้คุณเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น เท่านั้น แต่มันยังมีความสามารถอื่นแฝงมาด้วย

เพื่อตอบโจทย์คนในยุคดิจิทัล ที่ชื่นชอบความรวดเร็ว และไม่ยุ่งยาก Google Map จึงแฝงความสามารถอื่นไว้ในฟีเจอร์ใหม่ด้วย นั่นคือ คุณจะสามารถสร้างรายชื่อสถานที่สุดโปรด สำหรับ คุณ, เพื่อน และครอบครัว พร้อมทั้งติดตามการเคลื่อนไหวของเพื่อนคุณได้ จากรายชื่อสถานที่ที่คุณสร้างไว้ หรือ แชร์สู่สังคมโซเชียลอื่นๆ, ส่งข้อความแชท และ ส่งอีเมล์ ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถืออื่นๆ ได้ทันที

Google Map เริ่มกลายเป็นสังคมโซเชียลเช่นเดียวกับ Facebook เข้าไปทุกที

ด้วยความสามารถนี้ เริ่มทำให้เราเกิดคำถามว่า Google Map เริ่มที่จะพยายามเป็นสื่อสังคมโซเชียลเช่นเดียวกับ Facebook แล้วใช่หรือไม่? เพราะถ้าดูจากฟีเจอร์ที่พัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ Google Map เริ่มคล้ายกับสื่อสังคมโซเชียลชั้นนำเข้าไปทุกที ไม่ว่าจะเป็นการติดตามเพื่อน, แชร์สถานที่, ส่งข้อความแชท (ผ่านแอพพลิเคชั่นอื่นๆ บนมือถือ) เป็นต้น

ที่มา : www.theverge.com

 ที่มา http://m.thaiware.com/news/9599.html

Sony PSVR เนรมิตวีดีโอ 360 องศา ที่เราสามารถเปลี่ยนตำแหน่งรับชมได้อย่างอิสระ

Sony PSVR เนรมิตวีดีโอ 360 องศา ที่เราสามารถเปลี่ยนตำแหน่งรับชมได้อย่างอิสระ

เราอาจจะเคยเห็น Music Video เพลงแบบ 360 องศา ตาม YouTube กันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบวงดนตรี หรือเกิร์ลกรุ๊ป แต่ข้อจำกัดของการรับชม ก็คือเราสามารถหมุนรับชมได้แค่รอบๆ ตัวเท่านั้น

แต่ล่าสุดทาง Sony ได้พัฒนาคอนเทนท์วีดีโอบน PlayStation VR (หรือ PSVR) ไปอีกขั้น ด้วยการถ่ายทำ การเล่นดนตรีสดของ 2 นักดนตรีชื่อดัง Lyndhurst Hall และ Joshua Bell ในรูปแบบ Virtual Reality และ 360 องศา ให้เราสามารถขยับหามุมมอง รับชมดนตรีในโลก VR ได้ทุกทิศทางที่ต้องการ ไม่จำกัดแค่จุดๆ เดียวอีกต่อไป

ซึ่งที่เราสามารถขยับไปชมรอบๆ ของนักดนตรีในวีดีโอได้ เป็นเพราะว่า นอกจากทาง Sony ใช้กล้อง Action Camera FDR-X1000V ในการเก็บภาพ จากนั้นนำมาเรนเดอร์ภาพที่บันทึกไว้ ให้กลายเป็นโมเดล 3D นั่นเอง

อีกหนึ่งความน่าสนใจ ก็คือ ไม่เพียงแค่ภาพเท่านั้น ที่เราสามารถรับชมในตำแหน่งต่างๆ ได้ แต่รูปแบบของเสียงที่เรารับชม ก็ถูกปรับแต่งตามตำแหน่งที่เราอยู่อีกด้วย เช่น หากเราเข้าใกล้ไวโอลิน ก็จะได้ยินเสียงของไวโอลินชัดเจนยิ่งขึ้น หากเราอยู่ใกล้ฝั่งเปียโนมากกว่า ก็จะได้ยินเสียงเปียโนดังกว่านั่นเอง

จะเห็นว่า ไม่เพียงแค่เกมส์เท่านั้น ที่เราจะได้สัมผัสกันบน PSVR ซึ่งโปรเจค Music Video นี้ แสดงให้เห็นถึงความเสมือนจริงในโลก VR ที่มากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งทาง Sony ก็ได้บอกอีกว่า ในอนาคต ไม่เพียงแค่การแสดงดนตรีเท่านั้น แต่ทั้งละครเวที หรือการแข่งขันกีฬา ก็จะใช้หลักการเดียวกันนี้ ให้ได้ชมกันอีกด้วย

สำหรับใครที่มี PlayStation VR ในตอนนี้ ก็สามารถไปรับชมวีดีโอการแสดงดนตรีของ Joshua Bell กันได้ฟรีๆ เลย เป็นยังไง ประทับใจมากแค่ไหน มาบอกกันบ้างนะครับ

ที่มา : http://m.thaiware.com/news/9616.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1355441084520707

Google Map เพิ่มเมนู Bottom Bar เพื่อการหาข้อมูลระหว่างเดินทางสะดวกขึ้น

เริ่มต้นใช้งานทั้งในระบบปฏิบัติการ Android และ iOS แล้ววันนี้ สำหรับ Google Map เวอร์ชั่นใหม่ ด้วยการเพิ่ม Bottom Bar ที่จะช่วยนำเสนอข้อมูลให้กับคุณแบบ Real-Time พร้อมทั้งยังทำให้คุณเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น ผ่าน 3 แท็บการใช้งาน

  • แท็บสถานที่ (Places Tab) – ภายใต้แท็บนี้ คุณจะพบกับรายชื่อของสถานที่ร้านอาหาร และเครื่องดื่มมากมายที่อยู่รอบตัวคุณ ทั้งยังบอกข้อมูลของสถานที่นั้นทันทีเพียง แตะ ครั้งเดียว นอกจากนี้ คุณยังสามารถค้นหาจุดบริการที่คุณใช้ในชีวิตประจำวันอื่นๆ ได้อีกด้วย อาทิ ATM, ร้านขายยา, ปั้มน้ำมัน เป็นต้น
  • แท็บขับรถ (Driving Tab) – ภายใต้แท็บนี้ หากคุณบันทึกที่อยู่บ้าน หรือ ที่ทำงานไว้ ระบบจะทำการคำนวณเวลาการเดินทางให้คุณโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งรายงานสภาพการจราจรแบบ Real-Time ให้คุณทราบ เพียงคลิกที่ เริ่มขับรถ
  • แท็บการขนส่ง (Transit Tab) – ภายใต้แท็บนี้ คุณจะพบกับเมนูแสดงรถบัสสายถัดไป ที่กำลังจะผ่านในละแวกบ้าน หรือ ที่ทำงานของคุณ พร้อมทั้งบอกป้ายรถเมล์ที่ใกล้เคียง และตารางเวลาที่รถจะมาถึงแบบ Real-Time

แม้ว่า Google จะปล่อยให้ใช้งานกันแล้วในตอนนี้ แต่ยังไม่อัพเดทให้ใช้งานกันหมด ซึ่งเราคงต้องรอกันต่อไป
ที่มา : www.gsmarena.com , blog.google

ที่มา: http://news.thaiware.com/9551.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1346540572077425

“อูเบอร์”งานเข้าศาลอาร์เจนฯสั่งปิดแอปฯทั่วปท.

ศาลอาร์เจนติน่ามีคำสั่งปิดบริการแอปพลิเคชั่นเรียกรถแท็กซี่ “อูเบอร์” ทั่วประเทศ พร้อมสั่งให้จำคุกผู้บริหารฐานละเมิดคำสั่ง

วันนี้(31ม.ค.60)ศาลในกรุงบัวโนสไอเรสของอาร์เจนติน่า มีคำสั่งในวันจันทร์ที่ผ่านมา ให้ปิดบริการแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ “อูเบอร์” ในกรุงบัวโนสไอเรสและประเทศทั่วอาร์เจนติน่า อย่างไรก็ตาม ศาลปฏิเสธคำร้องขอของอัยการ ที่ให้ศาลตัดสินจำคุกคณะผู้บริหารบริษัทอูเบอร์ เทคโนโลยี อิงค์ ฐานละเมิดคำสั่งศาล

ก่อนหน้านี้ อัยการอาร์เจนติน่าได้ร้องขอต่อศาล ให้มีคำสั่งให้อูเบอร์ยุติการให้บริการเรียกรถผ่านแอปบนมือถือทั่วอาร์เจนติน่า พร้อมกับขอให้ศาลตัดสินจำคุกผู้บริหารอูเบอร์ ฐานละเมิดคำสั่งศาล และยังคงประกอบธุรกิจให้บริการแท็กซี่อูเบอร์อย่างผิดกฎหมายในอาร์เจนติน่า

โดยศาลบัวโนสไอเรสเคยมีคำตัดสินตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2559 ให้อูเบอร์ยุติธุรกิจให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่นในอาร์เจนติน่า แต่อูเบอร์ก็ไม่เคยยุติการประกอบธุรกิจดังกล่าวในอาร์เจนติน่าจนถึงปัจจุบัน และในครั้งนั้น ศาลยังมีคำสั่งให้บริษัทบัตรเครดิตและบริษัทโทรศัพท์มือถือในอาร์เจนติน่า หยุดการสนับสนุนอูเบอร์ แต่ก็ยังคงไม่สามารถหยุดยั้งอูเบอร์ได้

ทั้งนี้ อูเบอร์ ซึ่งเป็นบริษัทในสหรัฐ ถูกต่อต้านในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอาร์เจนติน่า มีการประท้วงรุนแรงโดยโชเฟอร์แท็กซี่ เพื่อต่อต้านอูเบอร์ และยังมีการฟ้องร้องอูเบอร์ต่อศาลด้วย จนบางครั้ง ผู้โดยสารอูเบอร์ได้รับการขอร้องให้นั่งเฉพาะที่นั่งด้านหน้าเพื่อความปลอดภัย ถ้าหากรถของอูเบอร์ถูกผู้ประท้วงทุบรถหรือกลุ้มรุม ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้โดยสารได้

ที่มา : http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=127369&t=news