คลังเก็บหมวดหมู่: จันทร์จิรา ศรีพนม

แบงก์ชาติแคนาดาใส่สูตรโกงเกมบนธนบัตรใหม่

แบงก์ชาติแคนาดาแอบใส่สูตรโกงเกม “โคนามิโค้ด” ไว้ในหน้าเว็บที่ประกาศการออกธนบัตรชนิดราคา 10 ดอลลาร์แบบใหม่

วันนี้( 17 เม.ย.60) เว็บไซต์ธนาคารกลางแคนาดาแอบใส่สูตรโกงเกมไว้ในหน้าเว็บที่ประกาศการออกธนบัตรชนิดราคา 10 ดอลลาร์แบบใหม่ซึ่งเป็นหน้าเว็บแบบอินเตอร์แอคทีฟ 3 มิติ ที่ให้ผู้ใช้สามารถคลิกและลากเมาส์เพื่อพลิกชมรายละเอียดของธนบัตรทั้งด้านหน้าและด้านหลังได้แบบ 360 องศา

โดยเว็บไซต์โคตาคุออสเตรเลียเป็นผู้ค้นพบว่ามีใครบางคนแอบใส่ “โคนามิโค้ด” หรือสูตรโกงเกมของบริษัทโคนามิเอาไว้ในหน้าเว็บดังกล่าว โดยเมื่อกดปุ่ม ขึ้น ขึ้น ลง ลง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา บี เอ บนคีย์บอร์ด จะมีธนบัตรขนาดเล็กจำนวนมากโปรยปรายลงมาจากด้านบนของหน้าจอ พร้อมกับมีเสียงเพลงชาติแคนาดาในแบบ 8 บิตดังขึ้น

ทั้งนี้ สูตรโกงเกมดังกล่าวที่เรียกกันว่า “โคนามิโค้ด” เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1986 โดยถูกนำมาใช้ครั้งแรกในเกม “กราดิอุส” แต่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักเล่นเกมชาวไทยว่าเป็นสูตร 30 ชีวิตของเกม “คอนทรา” หลังจากนั้นโคนามิโค้ดถูกนำมาใช้ในเกมคลาสสิกอีกหลายเกม
ซึ่งข่าวระบุว่า โฆษกของธนาคารกลางแคนาดาตอบคำถามในเรื่องนี้ว่า “โคนามิโค้ดดูเหมือนเป็นวิธีการที่สนุกสำหรับทีมพัฒนาเว็บไซต์ในการเฉลิมฉลองการครบรอบ 150 ปี การเป็นเอกราชของแคนาดา”

อย่างไรก็ตามสามารถเข้าไปลองใส่สูตรโคนามิโค้ดได้ที่ http://www.bankofcanada.ca/banknotes/banknote150/

012.jpg

013.jpg

ที่มา http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=135207&t=news

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1415733681824780/

จีนใช้เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าป้องกันขโมยทิชชู่

จีนใช้เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาการขโมยกระดาษชำระในห้องน้ำสาธารณะ อยากได้ใหม่ต้องต่อแถวรอ9นาที

1492907700451

วันนี้(15เม.ย.60)จีนใช้เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาการขโมยกระดาษชำระและใช้กระดาษชำระมากเกินความจำเป็นในห้องน้ำสาธาณะของกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน โดยได้มีการติดตั้งเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าบริเวณเครื่องจ่ายกระดาษชำระเพื่อบันทึกข้อมูลการใช้กระดาษชำระและจำกัดการใช้กระดาษชำระของแต่ละคนภายในห้องน้ำสาธารณะของหอสักการะฟ้า ทำให้ประชาชนแต่ละคนจะได้รับกระดาษชำระประมาณ 70 เซนติเมตรต่อหนึ่งครั้งและหากผู้ใช้คนเดิมต้องการกระดาษชำระเพิ่มจะต้องรอประมาณ 9 นาที เพื่อต่อแถวรับกระดาษชำระอีกครั้ง

ประชาชนบางส่วนที่มีประสบการณ์ใช้ห้องน้ำแห่งนี้ระบุว่า ระบบดังกล่าวสร้างปัญหาให้กับประชาชนบางคนที่จำเป็นต้องเข้าห้องน้ำอย่างเร่งด่วน เพราะต้องต่อแถวรอรับกระดาษชำระเป็นเวลานาน แต่บางส่วนก็ชื่นชมว่า อุปกรณ์ดังกล่าวสร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานเพราะจ่ายกระดาษชำระด้วยระบบอัตโนมัติ โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน

สำนักข่าวจีนรายงานว่า ประชาชนที่ใช้บริการห้องน้ำสาธารณะของหอสักการะฟ้าแห่งนี้ใช้กระดาษสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นและบางคนถึงขั้นเก็บกระดาษใส่กระเป๋าเพื่อนำไปใช้ข้างนอกด้วยด้านพนักงานทำความสะอาดระบุว่า การใช้อุปกรณ์จ่ายกระดาษชำระรุ่นใหม่นี้ช่วยลดจำนวนการใช้กระดาษชำระได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันพวกเขาเติมกระดาษชำระเพียง 4 ม้วนต่อวัน จากเดิมอยู่ที่ 14 ม้วนต่อวัน

ที่มา http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=135090&t=news

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1420942064637275/

“Braeon”ริบบิ้นพลาสติกใช้งานเหมือน“เหล็กสุดแกร่ง”

“Braeon” ริบบิ้นพลาสติกหนึ่งม้วน สามารถเปลี่ยนให้เป็นของแข็ง ที่ใช้งานได้สารพัดประโยชน์ ถึงขนาดใช้แทนเหล็กได้ 

วันนี้(5เม.ย.60) “Braeon” ริบบิ้นพลาสติก ลักษณะคล้ายแผ่นกาว ถูกสร้างขึ้นจากเส้นใยสังเคราะห์ที่มีความแข็งแรงสูงชนิดพิเศษ กับ พลาสติกชนิดพิเศษ มาผสมผสานกัน ทำให้ริบบิ้นสามารถขึ้นรูปและเปลี่ยนรูปได้

หลักการทำงานของ Braeon ริบบิ้น สามารถเปลี่ยนรูปในอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส และจะแข็งตัวหลังจากได้รับความร้อนราว 2 นาที ซึ่งพลาสติกที่ดูไม่แข็งแรงนี้สามารถต้านท้านแรงดึงได้สูงถึง 907 กิโลกรัม เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับการใช้งานทุกประเภท ตั้งแต่การซ่อมแซมงาน และประดิษฐ์งาน  เสริมความแข็งแรง

ทั้งนี้ทางผู้ผลิตได้เปิดระดมทุนผ่านเว็บไซต์ Kickstarter ตั้งเป้าไว้ที่ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ตอนนี้กลับมียอดขายระดมทุนพุ่งสูงถึง 74,981 ดอลลาร์สหรัฐ ราว 2.5 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อย

ที่มา http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=134158&t=news

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1412900465441435/

ส่องแอพฯที่ต้องโหลดรับ”สงกรานต์”

เรามีแอพพลิเคชั่น เจ๋งๆที่สามารถโหลดติดมือถือไว้เพื่อความอุ่นใจในการเล่นน้ำและเดินทาง ดังนี้


“Police I lert you”

แอพฯ Police I lert you เปิดให้ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android โดยไม่มีการคิดค่าบริการใดๆทั้งสิ้น ประชาชนที่ประสบเหตุด่วนเหตุร้ายในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น สามารถกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจ จุดที่ใกล้กับที่เกิดเหตุนั้นจะเข้าระงับเหตุอย่างรวดเร็ว

Police-i-lert-u-poster.jpg

Police i lert u จะส่งข้อมูลการแจ้งเหตุทันที ตั้งแต่ ตำแหน่ง (GPS) การกดแจ้งเหตุ โดยที่ผู้แจ้งเหตุไม่ต้องบอกถึงจุดเกิด หากผู้แจ้งมี เวลามากพอที่จะสามารถส่งภาพถ่ายที่เกิดเหตุ และข้อความตัวอักษร เข้ามาทางฟังชั่นแชทพร้อมกับตำแหน่งด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะช่วยให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีรายละเอียดในการช่วยเหลือและระงับเหตุได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

policeaaaa.jpg

police2.png

SafeMate”

ช่วยในเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางโดยแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น ไลน์ และเฟซบุ๊กแมสเซส โดยผู้รับปลายทางจะทราบว่ากำลังเดินทางถึงที่ใด แอปพลิเคชันนี้จึงเหมาะสำหรับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ทำให้ครอบครัว และผู้ที่อยู่ปลายทางไม่เกิดความเป็นห่วง เป็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

SafeMateaaaaa.jpg

SafeMatebbbb.jpg


Traffic Voice Information Service (TVIS)

รายงานสภาพจราจรด้วยเสียงอัตโนมัติออนไลน์ โดย NECTEC ฟังก์ชั่นหลักในการ ค้นหาข้อมูลได้ด้วยเสียง โดยการพูดชื่อถนนที่ต้องการ การดูภาพจาก CCTV ในพื้นที่ 250กล้องทั่วประเทศ

สำหรับเวอร์ชั่น 5.0.0 มีดีไซน์ใหม่เพื่อรองรับการใช้งานที่สะดวกขึ้น, รองรับการใช้งานบน iOS7, ปรับโหมดการใช้งานเป็น 2 ประเภทคือ ข้อมูลรอบตัว และข้อมูลทั้งหมด, ติดตามกล้องจราจร, ข่าวสังคมออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วจากเมนูข้อมูลรอบตัว, ติดตามกล้องจราจร, ข่าวสังคมออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วจากเมนูข้อมูลรอบตัว และใช้งานเมนูการค้นหาสภาพจราจรด้วยเสียงได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพียงพูดชื่อถนนที่ต้องการทราบสภาพจราจร

ttt.jpg


Longdo Map

การจราจรตัวแรกที่แนะนำเป็นแอพฯ ที่มาในรูปแบบแผนที่ ซึ่งภายในตัวแอพฯ จะช่วยทำให้คุณเข้าถึงข้อมูลจากบริการต่าง ๆ ของ Longdo Map เช่น แผนที่, สภาพจราจร, สถานที่, เหตุการณ์และอื่น ๆ พร้อมสามารถตรวจสอบเส้นทาง และสภาพการจราจรในกรุงเทพฯ แบบ Real-time ก่อนออกเดินทางได้

8dc5b737710c261565bd64c8afc3a07f.png


EMS1669

EMS1669เป็นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับการช่วยเหลือแจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยสามารถเรียกรถพยาบาลได้ทันที เสมือนกับการแจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินผ่านโทรศัพท์สายด่วน 1669

ข้อดีของการบริการนี้ คือสามารถระบุพิกัดตำแหน่งที่อยู่ของผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างแม่นยำ ทำให้ทีมแพทย์ฉุกเฉินเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยได้รวดเร็วมากขึ้น

aa.jpg

ทั้งนี้ หากพบเห็นผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยฉุกเฉิน ก็เพียงแค่กดปุ่มเรียกรถพยาบาล จะทำให้ศูนย์สั่งการรู้พิกัดจุดเกิดเหตุ และส่งทีมกู้ชีพออกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีอาการฉุกเฉินได้ทันที ผู้แจ้งเหตุยังสามารถแนบไฟล์ภาพเหตุการณ์ เพื่อแจ้งสถานการณ์เพิ่มเติมได้ด้วย รวมทั้งสามารถแจ้งเหตุเพิ่มเติมผ่านการสนทนากับศูนย์สั่งการได้อีกด้วย


Taxi beam

ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่เรียกรถแท็กซี่ได้ง่ายๆผ่านสมาร์ทโฟนสามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android โดยมีจุดเด่นที่การใช้งานง่าย และเป็นภาษาไทยทั้งหมด

Taxi-Beam.jpg

ที่มา http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=134549&t=news

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1409820389082776

วันเดียวจบ!! เทคโนโลยีสร้างบ้านสุดล้ำด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ สร้างเสร็จได้ใน 24 ชม. มันจะทนเหมือนบ้านทั่วไปมั้ย? ดูเลย

ความก้าวล้ำของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ดูเหมือนจะได้รับการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุดเมื่อ Apis Cotr บริษัทรับเหมาก่อสร้างในประเทศรัสเซีย นำเสนอโครงการสร้างบ้านด่วนด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ใช้เวลาเพียง 24 ชม. เท่านั้น

โครงสร้างของบ้านทั้งหลังจะถูกสร้างขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติในทุกขั้นตอน โดยเครื่องพิมพ์จะมีลักษณะคล้ายกับเครนก่อสร้าง ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปพิมพ์ส่วนประกอบต่างๆ ของบ้านได้อย่างสะดวก ส่วนเรื่องความทนทานก็ไม่ต้องกังวล เพราะหมึกที่ใช้พิมพ์โครงสร้างนั้นเลือกใช้ปูนซีเมนต์ชนิดเดียวกับที่สร้างบ้านตามปกติมาใช้งาน จึงมั่นใจได้เลยว่าแข็งแรงทนทานแน่นอน และที่สำคัญเครื่องพิมพ์ 3 มิติ มีรูปแบบการพิมพ์ที่ถูกกำหนดด้วยซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ ทำให้งานก่อสร้างมีรูปแบบขั้นตอนที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ต่างกับงานก่อสร้างแบบเดิมที่รายละเอียดบางส่วนอาจไม่เรียบร้อยนัก

ผู้พัฒนาเครื่องพิมพ์ 3 มิติ จากบริษัท Apis Cotr ให้ข้อมูลว่า การสร้างบ้านด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว จะช่วยให้เจ้าของบ้านประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถกำหนดเวลาส่งมอบงานได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ยกตัวอย่างบ้านชั้นเดียว ที่มีขนาดพื้นที่ 38 ตารางเมตร ก็สามารถสร้างเสร็จได้ ภายใน 24 ชม. ด้วยเงินลงทุน $10,134 หรือประมาณ 354,700 บาทเท่านั้น

ที่มา https://www.spokedark.tv/re/3d-printerhome-2/

เมื่อหุ่นยนต์กลายเป็นครู!! ‘Forpheus’ หุ่นยนต์สอนปิงปองตัวแรกของโลกจากญี่ปุ่น ฝีไม้ลายมือจะแจ่มขนาดไหน? ไปดูกัน

ความพยายามพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อลดบทบาทของมนุษย์นั้น คงกลายเป็นเรื่องที่ธรรมดาไปแล้วในยุคปัจจุบัน เพราะล่าสุดหุ่นยนต์ได้ถูกพัฒนาให้กลายเป็นครูสอนปิงปองไปแล้ว

1491350264065 1491350236251

เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้มีชื่อว่า Forpheus ออกแบบและพัฒนาโดยบริษัท Omron แห่งประเทศญี่ปุ่น Forpheus ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่มีความแม่นยำถึง 90% ทำให้เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถรับมือได้กับทุกลีลาจากฝ่ายตรงข้าม นอกจากเซ็นเซอร์ที่ทำงานได้อย่างแม่นยำสุดๆ แล้ว

กระบวนการคิดของเจ้า Forpheus ยังถูกพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบของปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถเรียนรู้สไตล์การเล่นของฝ่ายตรงข้ามได้ด้วยตัวเอง มันจึงสามารถวิเคราะห์รูปแบบการเล่นเพื่อปรับปรุงรูปแบบการสอนให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ด้วยความสามารถที่เหนือชั้นจึงทำให้เจ้า Forpheus ถูกบันทึกสถิติให้เป็นหุ่นยนต์สอนปิงปองตัวแรกของโลกจาก Guinness World Records ไปครอง

นับเป็นอีกหนึ่งการพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ได้อยู่ในวงการอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่พัฒนาให้เป็นประโยชน์ต่อวงการกีฬาได้อีกด้วย

ที่มา https://www.spokedark.tv/re/forpheus-robot-2/

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1402684969796318/

สิงคโปร์เปิดตัว “ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ” ที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในโลก ของแก้เบื่อเพียบ มีจอแสดงข้อมูลระบบขนส่งสาธารณะด้วย ดู

ป้ายรถเมล์ในบ้านเราอาจเป็นแค่จุดรับส่งผู้โดยสารเท่านั้น แต่ในหลายๆประเทศ ป้ายรถเมล์เริ่มได้รับการพัฒนา ให้มีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ลองไปดูประเทศที่ไม่ไกลจากบ้านเรานักอย่างประเทศสิงคโปร์ ที่ล่าสุดเพิ่งมีการเปิดตัว Project Bus Stop หรือ “ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ” ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น ป้ายรถเมล์ที่ดีที่สุดในโลก กันดีกว่า

Project Bus Stop เป็นผลงานการออกแบบร่วมกันระหว่างรัฐบาลและกลุ่มสถาปนิกในประเทศสิงคโปร์ ที่ต้องการพัฒนารูปแบบการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น จึงร่วมกันปรับปรุงป้ายรถโดยสารให้สะดวกต่อการใช้งาน จนกลายมาเป็น “ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ” ในที่สุด

IMDA.GOV.SG

ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ มีขนาดที่กว้างใหญ่ ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Free WiFi จุดบริการชาร์จแบตเตอรี่ ศูนย์บริการให้ข้อมูลระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ ภายในประเทศ ด้วยจอแสดงผลอัจฉริยะ ที่ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลของเส้นทางเดินรถต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง เช่น เวลาเดินรถ, เวลาที่รถโดยสารเดินทางมาถึง หรือการรายงานสภาพอากาศสถานที่อยู่ปัจจุบัน รวมถึงสถานที่ที่กำลังเดินทางไปได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในป้ายรถเมล์ยังมีบริการหนังสือ ให้เลือกหยิบอ่านระหว่างรอรถโดยสาร หรือเลือกดาวน์โหลดในรูปแบบของ E-Books เพื่ออ่านบนสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ตได้อีกด้วย เรียกได้ว่ามีหนังสือให้เลือกอ่านเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว และหากใครชอผลงานศิลปะ ภายในป้ายรถเมล์ยังมีจุดแสดงผลงานของศิลปินท้องถิ่น ที่ผลัดกันมาแสดงผลงานศิลปะภายในป้ายรถเมล์อีกด้วย

ปัจจุบันป้ายรถเมล์อัจฉริยะอยู่ระหว่างทดสอบการทำงานในเมือง Jurong เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของสิงคโปร์ และในอนาคตข้างหน้ารัฐบาลสิงคโปร์ มีแผนปรับปรุงป้ายรถเมล์สำคัญๆ ของประเทศ ให้กลายเป็นป้ายรถเมล์อัจฉริยะทั้งหมดอีกด้วย

IMDA.GOV.SG

 

ที่มา : https://www.spokedark.tv/posts/project-bus-stop/

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1395042077227274

ไขความลับ!! ยุงสามารถบินฝ่าสายฝนได้หรือไม่ แล้วเวลาที่บินเม็ดฝนจะกระแทกมันร่วงลงพื้นได้รึเปล่า? เรามีคำตอบ

ยุงเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่สามารถบินไปมาได้ แต่มีใครเคยสังเกตกันหรือไม่ว่าเวลาฝนตก ยุงมันสามารถบินฝ่าสายฝนได้แบบสัตว์ปีกตัวอื่นหรือไม่ เรามีคำตอบมาเฉลย

123RF

David Hu วิศวกรเครื่องกลของ Georgia Institute of Technology เป็นผู้ริเริ่มหาคำตอบให้กับข้อสงสัยที่ว่ายุงสามารถบินฝ่าสายฝนได้หรือไม่ โดยทำการทดลองทำสายฝนจำลองขึ้นมาภายในกล่องอะคริลิคใส และใช้กล้องความเร็วสูงจับภาพการทดลองในครั้งนี้เอาไว้

วิธีการจำลองสายฝนของ David Hu คือ จะฉีดน้ำผ่านตาข่ายที่ขึงไว้บนปากกล่องอะคริลิคใส โดยความเร็วของสายฝนจำลองนั้นจะช้ากว่าฝนจริงเล็กน้อย หลังจากนั้นก็จับยุงใส่ลงไปในกล่องที่เตรียมเอาไว้ และเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการบินของยุงที่อยู่ภายในกล่อง

จากการเฝ้าสังเกตทำให้เห็นว่ายุงที่อยู่ภายในกล่องนั้น มีพฤติกรรมที่ไม่ได้แตกต่างจากปกติซักเท่าไหร่ เนื่องจากมันไม่ได้สนใจฝนจำลองเลย แม้กระทั่งตอนที่มันบินชนเข้ากับหยดน้ำที่มีน้ำหนักกว่าตัวมันถึง 50 เท่าก็ตาม เพราะมันก็แค่เสียการทรงตัวเล็กน้อย และบินต่อไปได้อย่างปกติ เนื่องจากการชนกันแต่ละครั้งเกิดแรงกระทบที่ส่งผลต่อการบินของยุงเพียง 2% เท่านั้น

 

เหตุผลที่ทำให้การชนกันระหว่างยุงกับหยดน้ำเกิดแรงกระทบเพียงเล็กน้อย เนื่องจากปีกของยุงนั้นสามารถกันน้ำได้และปีกของมันก็เล็กเกินกว่าจะรับแรงกระแทกจากน้ำได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่ส่งผลกระทบต่อการบินของยุงมากนัก

ต่อไปนี้เวลาฝนตกใครที่ชะล่าใจว่าจะไม่โดนยุงกัด ก็เปลี่ยนความคิดใหม่ได้เลย เพราะมันสามารถบินฝ่าสายฝนได้อย่างสบายๆ

 

ที่มา : https://www.spokedark.tv/posts/mosquitoes-3/

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1397775533620595

‘ความเครียดสูง’ เพราะเสพติดเทคโนโลยีสมัยใหม่ นักวิจัยแนะนำให้ใช้ ‘ดิจิตัล ดีท็อกซ์’ !

ปัจจุบัน เกือบ 90% ของคนอเมริกัน ต้องคอยเช็คข้อความในโทรศัพท์มือถือ สื่อสังคมออนไลน์ หรืออีเมล์ บ่อยๆ หรือเป็นประจำ ซึ่งรายงานของ American Psychological Association (APA) ระบุว่า อาการเสพติดเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังทำให้เกิดความเครียดเพิ่มขึ้น

ผลวิจัยของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน หรือ American Psychological Association ที่สำรวจกลุ่มตัวอย่างอายุมากกว่า 18 ปี จำนวน 3,511 คน ระหว่างเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่เช็คข้อความในโทรศัพท์มือถือ สื่อสังคมออนไลน์ หรืออีเมล์ บ่อยๆ มักมีอาการเครียดมากกว่าผู้ที่เช็คข้อความเหล่านั้นน้อยกว่า

การวิจัยที่ว่านี้ทดสอบด้วยการให้กลุ่มตัวอย่างแต่ละคนที่ระบุว่ามีอัตราการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในระดับที่แตกต่างกัน ตอบแบบสอบถามโดยให้คะแนน 1 – 10 สำหรับระดับความเครียดที่ตนรู้สึก โดย 1 คือเครียดน้อยที่สุด และ 10 คือเครียดมากที่สุด จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผล

ผลวิจัยพบว่าผู้ที่เช็คข้อความในโทรศัพท์มือถือ สื่อสังคมออนไลน์ หรืออีเมล์ บ่อยๆ มีระดับความเครียดเฉลี่ยที่ 5.3 ขณะที่ผู้ที่เช็คข้อความเหล่านั้นน้อยกว่า มีระดับความเครียดเฉลี่ยที่ 4.4

ส่วนคนอเมริกันวัยทำงานที่เช็คข้อความในสื่อหรือเทคโนโลยีนั้นบ่อยๆ มีระดับความเครียดเฉลี่ยสูงกว่า คือ 6.0

คุณ Lynn Bufka รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนโยบายของ American Psychological Association กล่าวว่า “เทคโนโลยีมือถือและสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปมาก รวมถึงวิธีการสื่อสารด้วย ซึ่งการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้มีประโยชน์ด้านการสื่อสารและหาข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็อาจก่อผลเสียทั้งกับสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้เช่นกัน”

ผลการวิจัยพบว่า ผู้ปกครองคือกลุ่มที่มีความเครียดสูงที่สุด ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ต้องคอยตรวจสอบพฤติกรรมการใช้เครื่องมือสื่อสารยุคใหม่ของบุตรหลาน โดยมีผู้ปกครองถึง 94% ที่ยอมรับว่าตนพยายามจำกัดการใช้เทคโนโลยีของลูกๆ และ 58% บอกว่ารู้สึกเครียดที่เด็กๆ ติดอุปกรณ์มือถือหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่มากเกินไป และกังวลว่าสื่อสังคมออนไลน์จะมีผลต่อพฤติกรรมและความคิดของลูก

นอกจากนี้ มีผู้ปกครอง 45% ที่มองว่าเครื่องมือสื่อสารยุคใหม่ทำให้ครอบครัวขาดปฏิสัมพันธ์เหมือนที่เคยเป็นมา

อีกประเด็นที่น่าสนใจจากผลสำรวจครั้งนี้คือ มีคนอเมริกันถึง 65% ที่เห็นด้วยว่า การระงับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างๆ เป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือที่เรียกว่า “Digital Detox” จะส่งผลดีต่อสุขภาพจิตได้

โดยคุณ Lynn Bufka แนะนำว่า “การพักเบรคหรือ Digital Detox คือหนทางที่ดีที่สุดในการช่วยลดความเครียดที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ นอกจากนี้ พ่อแม่ที่หยุดใช้เครื่องมือสื่อสารยุคใหม่เป็นระยะเวลาหนึ่ง ยังช่วยสร้างตัวอย่างที่ดีให้กับลูกๆ ด้วย”

อย่างไรก็ตาม รายงานชี้ว่ามีเพียง 28% เท่านั้น ที่บอกว่าเคยพักเบรคจากเทคโนโลยีเหล่านั้นอย่างจริงๆ จังๆ

ที่มา  http://www.voathai.com/a/tech-stress-digital-detox/3737929.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1388871477844334

 

ผลการศึกษาชี้การใช้ ‘สื่อสังคมออนไลน์’ มากเกินไปทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวทางสังคมเพิ่มขึ้น

Phone User Social Media Texting Telegram

ทีมนักวิจัยอเมริกันได้ศึกษานิสัยการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของคนอเมริกันวัยผู้ใหญ่อายุ 19-32 ปี จำนวน 1,787 คน โดยตั้งคำถามว่าพวกเขาใช้สื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยม 11 สื่ออย่างไรบ้าง?

สื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้รวมถึง เฟสบุ้ค ยูทูบ อินสตาเเกรม สเเน็ปแชท ทวิตเตอร์ เเละลิงค์อิน

หลังจากควบคุมปัจจัยเกี่ยวกับลักษณะประชากรหลายอย่างแล้ว ทีมนักวิจัยพบว่าคนที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์มากกว่าสองชั่วโมงต่อวัน รู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยวทางสังคมมากกว่าคนที่ใช้เวลากับสื่อสังคมออนไลน์น้อยกว่าครึ่งชั่วโมงต่อวัน

คนที่เข้าไปดูสื่อสังคมออนไลน์สื่อต่างๆ สัปดาห์ละ 58 ครั้งหรือมากกว่านั้น รู้สึกว่าตนโดดเดี่ยวทางสังคมมากขึ้นถึงราวสามเท่าตัว เมื่อเทียบกับคนที่เข้าไปใช้สื่อสังคมออนไลน์น้อยกว่าเก้าครั้งต่อสัปดาห์

ในรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Preventative Medicine ทีมนักวิจัยจากภาควิชาการเเพทย์ มหาวิทยาลัย Pittsburgh กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าความรู้สึกโดดเดี่ยวทางสังคมมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสุงขึ้น

Dr. Brian A. Primack ผู้อำนวยการเเห่งศูนย์เพื่อการวิจัยเกี่ยวกับสื่อมวลชน เทคโนโลยีและสุขภาพ มหาวิทยาลัย Pittsburgh กล่าวว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องศึกษา เพราะปัญหาสุขภาพจิตและความโดดเดี่ยวทางสังคม อยู่ในขั้นที่กำลังระบาดหนักอย่างรวดเร็วในคนวัยหนุ่มสาวในอเมริกา

Dr. Primack กล่าวอีกว่า คนเราเป็นมนุษย์สังคมโดยธรรมชาติแต่วิถีชีวิตสมัยใหม่กลับทำให้คนปลีกตัวออกจากกันมากขึ้นเเทนที่จะดึงคนเข้าหากัน และในขณะที่สื่อสังคมออนไลน์อาจจะดูเหมือนว่าเป็นตัวสร้างโอกาสในการลดความโดดเดี่ยวทางสังคมลง ผลการศึกษานี้กลับพบว่าสื่อสังคมออนไลน์ไม่น่าจะเป็นทางออกที่คนมองหา

ด้าน Dr. Elizabeth Miller ศาสตราจารย์ด้านกุมารเวชศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย Pittsburgh กล่าวว่า ทีมนักวิจัยยังไม่รู้ว่าอะไรมาก่อนกันระหว่างการใช้สื่อสังคมออนไลน์ หรือความรู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยวทางสังคม

Dr. Miller กล่าวว่า เป็นไปได้ว่าคนหนุ่มสาวที่รู้สึกโดดเดี่ยวทางสังคมเป็นทุนเดิมอยู่เเล้วหันไปใช้สื่อสังคมออนไลน์ หรืออาจเป็นไปได้เช่นกันที่การใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้นของคนหนุ่มสาวเหล่านี้กลายเป็นต้นเหตุให้รู้สึกโดดเดี่ยวจากโลกภายนอก หรือทั้งสองอย่างรวมกัน

แต่ถึงเเม้ว่าความโดดเดี่ยวทางสังคมจะเกิดขึ้นก่อน การใช้เวลากับสื่อสังคมออนไลน์ไม่ได้ช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวทางสังคมลง

ทีมนักวิจัยชี้ว่า สื่อสังคมออนไลน์อาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวทางสังคม เพราะไปทดแทนความสัมพันธ์ทางสังคมเเบบดั้งเดิม ความรู้สึกว่าตนเองไม่มีส่วนร่วมกิจกรรมกับกลุ่มเพื่อนหลังจากเห็นรูปถ่ายที่เพื่อนๆ กำลังสนุกสนานในงานสังคมที่ตนเองไม่ได้รับเชิญ

หรือสื่อสังคมออนไลน์อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกว่าคนอื่นมีชีวิตที่มีความสุขมากกว่า ประสบความสำเร็จมากกว่า

ท้ายสุด Dr. Primack แห่งมหาวิทยาลัย Pittsburgh กล่าวว่า ผลการศึกษานี้เป็นเพียงเครื่องช่วยเตือนเราว่า ในภาพรวมเเล้ว การใช้สื่อสังคมออนไลน์มีเเนวโน้มที่ก่อให้เกิดความโดดเดี่ยวทางสังคมเพิ่มขึ้น และไม่ช่วยความโดดเดี่ยวทางสังคมลงแต่อย่างใด

(รายงานโดย VOA News / เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว)

ที่มา http://www.voathai.com/a/social-isolation-tk/3762822.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1380819755316173