คลังเก็บหมวดหมู่: สิระ สันต์เสริมสุข

Smart contact lens: ทางเลือกใหม่ในการประเมินการดำเนินไปของโรคต้อหิน

โรคของตาและการมองเห็นมีหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นเยื่อบุตาอักเสบ กระจกตาเสื่อม โรควุ้นตาเสื่อม โรคต้อ ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการมองเห็น และในหลายๆ กรณีอาจถึงขั้นตาบอดได้เลยทีเดียว

ต้อหิน (Glaucoma) เป็นภาวะที่มีแรงดันในลูกตาสูง (intra ocular pressure: IOP) ทำให้เกิดความเสื่อมของเส้นประสาทตา และสูญเสียการมองเห็น จนถึงขั้นตอนตาบอดในที่สุดหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที โดยผู้ป่วยโรคต้อหินนั้นจะเริ่มมองเห็นภาพที่มีความคมชัดลดลงโดยเริ่มจากด้านข้างก่อน ซึ่งต้อหินเป็นโรคที่สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนสายตาสั้น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งผู้ป่วยโรคไมเกรน

การมองเห็นของผู้ป่วยโรคต้อหิน/Photo: krishnavision.com

ในปัจจุบันนั้นแพทย์จะทำการวินิจฉัยหรือติดตามการดำเนินไปของโรคต้อหินจากการทดสอบความดันในลูกตาและการตรวจลานสายตา ซึ่งการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะสามารถป้องกันการดำเนินไปของโรคจนถึงขั้นตาบอดได้ เมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและทำการรักษาแล้ว แพทย์อาจนัดผู้ป่วยมาวัดแรงดันในลูกตาอย่างสม่ำเสมอเพื่อติดตามอาการ แต่อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์พบว่า การตรวจวัดแรงดันในลูกตาเป็นครั้งคราวนั้นไม่เพียงพอต่อการประเมินการดำเนินไปของโรค เนื่องจากโดยปกติแล้วมากกว่า 70% ของความดันในลูกตาจะสูงสุดในช่วงกลางคืนหรือเช้าตรู่ ซึ่งการที่จะสามารถวัดความดันในลูกตาได้ตลอด 24 ชั่วโมงค่อนข้างยาก เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูง ใช้เวลานาน และไม่สามารถปฏิบัติได้ในชีวิตจริง นอกจากนั้นจากการศึกษาพบว่า การตรวจวัดความดันในลูกตาเป็นครั้งคราวและนาน ๆ ทีนั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดต้อหิน และมีการดำเนินไปของโรคที่รุนแรงขึ้น นักวิทยาศาสตร์จึงได้คิดค้น smart contact lens ขึ้น เพื่อใช้ในการติดตามความดันในลูกตาของผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคาดหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการประเมินความรุนแรงของโรคและการประเมินผลการรักษาได้

นักวิทยาศาตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียได้ทำการศึกษาประโยชน์ของ smart contact lens ในผู้ป่วยต้อหิน โดยให้ผู้ป่วยสวมใส่ smart contact lens ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงตอนนอน โดย Smart contact lens ที่ใช้ คือ Smart contact lens ที่รู้จักกันในชื่อของ Triggerfish ที่ออกแบบโดยบริษัท Sensimed ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทำการออกแบบให้คอนแทคเลนส์ติดตามการเปลี่ยนแปลงความโค้งของกระจกตา ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความดันในลูกตา ดังนั้นจึงใช้ในการวินิจฉัยโรคต้อหินได้ โดยจะมีการบันทึกความดันในลูกตาตลอด 24 ชั่วโมงที่สวมใส่คอนแทคเลนส์ โดยผู้สวมใส่จะไม่รู้สึกหรือได้ยินเสียงจากการวัดของคอนแทคเลนส์ มากกว่าไปกว่านั้นตัวคอนแทคเลนส์จะวัดความดันในลูกตา 30 วินาทีทุก ๆ 5 นาที ซึ่งนั่นหมายถึงการวัดความดันในลูกตา 86,400 ครั้งใน 24 ชั่วโมง เมื่อกำจัดคลื่นรบกวนหรือคลื่นอื่น ๆ ออกไป จะเหลือความดันที่วัดได้ 288 ครั้งใน 24 ชั่วโมง ซึ่งย่อมมีความแตกต่างจากการวัดเพียง 1 ครั้ง

Triggerfish Contact lens/Photo credit: optometrists.co.uk

จากการศึกษาประโยชน์ของ Smart contact lens ในผู้ป่วยต้อหินชนิดมุมเปิด อายุระหว่าง 40 – 89 ปี จำนวน 40 คน เป็นเวลา 2 ปี พบว่าผู้ป่วยที่มีความดันในตาสูงในตอนกลางคืน และมีจำนวนครั้งของการที่ความดันในตาสูงบ่อย จะมีการดำเนินไปของโรคที่เร็วกว่า ซึ่งการค้นพบนี้สามารถนำไปใช้ในทางปฏิบัติ โดยแพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงในการเกิดต้อหินในผู้ป่วยได้ ผ่านการใช้ Smart contact lens ซึ่งกล่าวได้ว่าการใช้ Smart contact lens สามารถประเมินผลในการรักษาได้

ปัจจุบันแม้ว่า Smart contact lens สามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคต้อหินและติดตามการดำเนินไปของโรคได้เป็นอย่างดี แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงคิดค้นและพัฒนาระบบคอนแทคเลนส์ใหม่ ๆ เพื่อวัดความดันในลูกตาแบบต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีในปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนรับรองแค่ในยุโรปเท่านั้น

อ้างอิง http://www.vcharkarn.com/varticle/504335

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1355658517832297

“ผ้าห่มปฐมพยาบาล” สุดยอดไอเดียอัจฉริยะที่จะช่วยชีวิตผู้คนในกรณีฉุกเฉิน!!

“ผ้าห่มปฐมพยาบาล” สุดยอดไอเดียอัจฉริยะที่จะช่วยชีวิตผู้คนในกรณีฉุกเฉิน!!

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน สิ่งที่สำคัญที่สุดในการช่วยชีวิตผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บก็คือ “การปฐมพยาบาล” แต่ตราบใดที่คนส่วนใหญ่ยังไม่มีทักษะความรู้ทางด้านนี้ นี่คืออุปกรณ์ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้คน ผ้าห่มปฐมพยาบาล (First Aid Blanket) ออกแบบและสร้างสรรค์โดยทีมนักประดิษฐ์จากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน บนผ้าห่มมีภาพขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทั้งการผายปอด การปั๊มหัวใจ และยังมีภาพโครงร่างของมนุษย์ที่ทำขึ้นเพื่อใช้สำหรับวางผู้ป่วยลงบนภาพ จากนั้นก็พับผ้าห่มขึ้นแล้วทำการ CPR ตรงจุดที่ปรากฎด้านล่างของผ้าห่มที่ถูกพับขึ้นมาแล้ว โดยผ้าห่มปฐมพยาบาลสามารถม้วนเก็บได้เหมือนกับผืนผ้าทั่วๆ ไป และควรจะติดตั้งไว้ตามสถานที่เสี่ยงภัยเช่นริมแม่น้ำหรือทะเล ซึ่งมักจะต้องช่วยเหลือผู้ประสบเหตุด้วยการผายปอดหรือปั๊มหัวใจอยู่เสมอ ถือได้ว่าเป็นไอเดียที่เรียบง่ายแต่อัจฉริยะและสามารถใช้งานได้จริง เพราะการปฐมพยาบาลนั้นอาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ถ้าทำผิดพลาดอย่างเช่นปั๊มหัวใจผิดจุดก็อาจเกิดอันตรายต่อชีวิตของผู้ประสบเหตุได้เช่นกัน

ที่ มา จาก   http://world.kapook.com/pin/583291684d265adf148b4567

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1333962320001917

5 อันดับสุดยอดนวัตกรรมล้ำ น่าทึ่งจนโลกตะลึง!

ทุกวันนี้มนุษย์เราช่างคิดค้นสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มาช่วยอำนวยความสะดวกเรากันตลอด ยิ่งกระแสรักษ์โลกมาแรง นวัตกรรมใหม่ๆ ก็ยิ่งต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น วันนี้เลยลองรวบรวมนวัตกรรมเจ๋งๆ มาฝากกัน ว่ามีอะไรบ้าง ที่มาล้ำ น่าทึ่ง และคุณไม่ควรพลาด!!
5. เครื่องต้มไข่ไม่พึ่งน้ำ!!

นักประดิษฐ์ชาวอังกฤษได้สร้างเครื่องต้มไข่ ที่เรียกว่า “Eggxactly” โดยเครื่องนี้ทำงานอย่างง่ายๆ เพียงแค่วางไข่ลงในตำแหน่งที่มีซิลิโคนติดอยู่ด้านข้างซึ่งถือเป็นตัวนำความร้อนชั้นเยี่ยมที่ทำให้ไข่สุกได้โดยไม่ต้องพึ่งน้ำ!! เรียกได้ว่านอกจากจะเป็นเครื่องที่ช่วยประหยัดทั้งเวลาแล้วยังช่วยลดการใช้พลังงานทางน้ำได้อีกด้วย

ขอบคุณรูปจาก http://www.gizmag.com/

4. เครื่องตากผ้าเอาใจคุณแม่บ้าน

เผิงเฟย หลี (Pengfei Li) ได้ออกแบบเครื่องตากผ้าแบบใหม่เอาใจคุณแม่บ้าน ในชื่อ “Ôyer” ซึ่งเป็นเครื่องอบแห้งขนาดพกพา สำหรับอบเครื่องแต่งกายชิ้นเล็กๆ อาทิ ถุงเท้า หรือชุดชั้นใน เป็นต้น ซึ่งเจ้า Ôyer นี้ จะช่วยเร่งเวลาให้ผ้าแห้งเร็วง่ายยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับช่วงหน้าฝนแบบนี้เสียจริง

ขอบคุณรูปจาก http://www.yankodesign.com/
3. เครื่องปริ้นเตอร์หมึกเจล (Gelsprinter)

 

Gelsprinter เป็นเทคโนโลยีปริ้นเตอร์แบบใหม่ที่ผู้ผลิตเครื่องใช้สำนักงานและกล้องถ่ายรูปชื่อดังอย่าง Ricoh พัฒนาขึ้น แม้หน้าตาอาจจะดูเรียบๆ ธรรมดาๆ แต่ความเก๋าของ Gelsprinter อยู่ที่หมึกเจล ที่มีคุณสมบัติกันน้ำได้ ปริ้นแล้วให้ภาพที่มีความละเอียดสูง สีสวย คมชัด และไม่มีปัญหาเรื่องหมึกตันเหมือนหมึกน้ำแบบ inkjet อีกทั้งยังเป็นหมึกแบบ eco คือมีมลภาวะต่ำกว่าหมึกชนิดอื่นๆ ปลอดภัยต่อสุขภาพและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ทางผู้ผลิตยังมีการพัฒนา Gelsprinter แบบที่ใช้แบตเตอรี่แทนการใช้ปลั๊กเสียบ สามารถยกขึ้นรถไปพิมพ์งานนอกสถานที่ได้สะดวกสบายอีกด้วย แต่ตอนนี้ราคาเครื่องพิมพ์หมึกเจลยังค่อนข้างสูงมาก และมีผู้ผลิตเพียงรายเดียวคือ Ricoh เท่านั้นที่ผลิตอยู่ตอนนี้

ขอบคุณรูปจาก https://www.facebook.com/RICOHPrintYourWay

2. โคมไฟสุดเจ๋ง!! สว่างจากการร่วงของเม็ดทราย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โคมไฟสุดเจ๋ง!! สว่างจากการร่วงของเม็ดทราย

นักออกแบบนามว่า ดาเนียลลี โทรฟี่ ได้เปิดตัวโคมไฟ LED ที่ส่องสว่างจากทรายที่ร่วงหล่นลง หลักการทำงานอาศัยการควบคุมของพลังงานจลน์จากเม็ดทรายที่ร่วงหล่น เปรียบดั่งระบบเปิดปิดใช้งานด้วยการหมุนกลับด้าน โดยแรงบันดาลใจคือ ต้องการใช้นาฬิกาทรายสื่อสารให้ผู้คนตระหนักถึงแหล่งพลังงานที่กำลังหมดไป ดังเช่นเม็ดทรายที่ร่วงหล่นลงไปทุกที

ขอบคุณรูปจาก http://www.energysavingmedia.com/

1. รถยนต์ไฟฟ้าไม่พึ่งคนขับ

ฝันที่เป็นจริงนี้เกิดขึ้นด้วยงบประมาณ 1.5 ล้านปอนด์ ที่รัฐบาลอังกฤษจะบุกเบิกนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้าแบบไร้คนขับ ให้ชาวเมือง Milton Keynes เดินทางเข้าเมืองจากสถานีรถไฟ Milton Keynes อย่างสะดวก พร้อมกับเทคโนโลยีที่สามารถเช็คข่าวสารทางอีเมล์และท่องอินเตอร์เน็ต โดยไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยเพราะรถอัจฉริยะจะหลบหลีกสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ ทั้งลดการปล่อยก๊าซมลพิษในอากาศอีกด้วย!!

ที่มา http://board.postjung.com/808031.html

อ้างอิง http://www.vcharkarn.com/vcafe/214902

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1322246097840206

ทำไมหน้าต่างเครื่องบินต้องเป็นรูปทรงกลม?

หนึ่งคำถามที่เราอาจจะเคยนึกสงสัยอย่างไม่มีเหตุผลขณะที่กำลังนั่งอยู่ในเครื่องบินก็คือทำไมหน้าต่างของเครื่องบินถึงต้องเป็นรูปทรงกลมเสมอ? มันเป็นดีไซน์ที่ทางสายการบินเป็นคนเลือกหรือเปล่า? หรือว่ามันมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์บางอย่างอยู่เบื้องหลังกันแน่? คำตอบนั้นค่อนข้างจะตรงไปตรงมาอย่างที่สามารถดูได้จากวิดีโอด้านล่าง แต่วิศวกรรมที่อยู่เบื้องหลังของกระจกเครื่องบินนั้นสุดยอดทีเดียว

1484355736040

ก่อนอื่นเลยก็คือว่ากระจกเครื่องบินนั้นไม่ได้เป็นทรงกลมมาโดยตลอด โดยในช่วงแรก ๆ ของการบินนั้นเครื่องบินก็มีหน้าต่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมเหมือนอย่างกับที่เรามีในบ้านของเรานั่นแหล่ะ แต่เมื่อเครื่องบินนั้นมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้น พวกมันถูกสร้างให้บินสูงขึ้นเนื่องจากเหตุผลหลายอย่าง เช่น เพื่อหลีกเลี่ยงสภาวะอากาศแปรปรวนในชั้นบรรยากาศต่ำ ๆ ลดแรงต้าน และลดการใช้น้ำมัน เป็นต้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ห้องเครื่องนั้นต้องได้รับการรักษาความดันอากาศภายในเพื่อที่ผู้โดยสารจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดในชั้นบรรยากาศที่มีออกซิเจนน้อยกว่าปกติ

ห้องเครื่องที่ถูกปรับความดันอากาศนั้นจะต้องเป็นทรงกระบอกเพื่อที่จะทำงานได้อย่างถูกต้อง และนั่นทำให้เกิดความแตกต่างของความดันระหว่างอากาศภายในและภายนอกซึ่งจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเครื่องบินบินสูงขึ้น ซึ่งตัวเครื่องบินนั้นจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้เกิดความเครียดและความเค้น (stress and strain) ขึ้นกับตัววัสดุ และตรงนี้เองเป็นที่ ๆ รูปทรงของหน้าต่างนั้นกลายมาเป็นสิ่งสำคัญ

สำหรับทรงกระบอกที่กลมจริง ๆ นั้นความเครียดจะเคลื่อนตัวไปอย่างเรียบ ๆ ทั่ววัสดุ ซึ่งการไหลนั้นได้ถูกรบกวนจากการติดหน้าต่างเข้าไป ซึ่งถ้าหากหน้าต่างนั้นเป็นทรงสี่เหลี่ยมล่ะก็ การรบกวนการไหลของความเครียดนั้นก็จะมีมากยิ่งขึ้น และแรงดันก็จะก่อตัวสูงขึ้นในจุดที่เป็นมุมแหลมและสามารถทำให้กระจกแตกรวมถึงทำให้ตัวเครื่องบินมีรอยร้าวได้ในที่สุด ซึ่งถ้าหากหน้าต่างเป็นรูปวงรีแล้วล่ะก็ ระดับของความเครียดก็จะถูกกระจายออกไปให้สมดุลได้

น่าเสียดายที่ต้องมีเหตุเครื่องบินตกถึงสองลำและงานวิจัยชั้นยอดอีกหนึ่งชิ้นกว่าที่วิศวกรจะรู้สึกตัวถึงปัญหาที่หน้าต่างสี่เหลี่ยมเป็นตัวการ ซึ่งเครื่องบินทั้งหมดหลังจากนั้นได้ถูกออกแบบโดยมีหน้าต่างเป็นรูปทรงกลมเพื่อที่จะป้องกันความมั่นคงของลำตัวเครื่องบิน และมันก็เป็นเช่นนั้นโดยตลอดมา

หลักการเดียวกันก็ได้ถูกใช้กับทั้งประตูห้องเก็บสัมภาระและประตู้ห้องเครื่อง และแน่นอนหน้าต่างรูปทรงกลมนั้นก็ยังได้ถูกใช้ทั้งในเรือและยานอวกาศเนื่องจากความมั่นคงทางโครงสร้างที่มากกว่าของมันนั่นเอง

นอกจากนั้นเราก็อาจจะสงสัยเกี่ยวกับรูเล็ก ๆ ที่มีอยู่ในหน้าต่างเครื่องบินทุกบานด้วย ซึ่งมันก็มีไว้เพื่อจัดการแรงดันและความตึงที่ก่อตัวขึ้นระหว่างแรงดันภายในและภายนอกเช่นกัน โดยหน้าต่างแต่ละบานนั้นจริง ๆ แล้วนั้นมีสามชั้น และรูที่เราเห็นนั้นช่วยทำให้แรงดันอากาศระหว่างชั้นนอกและชั้นกลางสมดุลกัน ซึ่งผลที่ได้ก็คือ แรงดันของห้องเครื่องนั้นก็จะไปลงที่หน้าต่างชั้นนอกเท่านั้นโดยมีหน้าต่างชั้นกลางไว้เวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน

เท่านี้เราก็ทราบเหตุผลแล้วว่าทำไมหน้าต่างถึงต้องเป็นรูปทรงกลม?  ต่อไปหากต้องพูดคุยกับคนแปลกหน้าที่นั่งข้างเราบนเครื่องบินแล้วล่ะก็  เราก็สามารถที่จะทำให้เขาประทับใจได้ด้วยความรู้ทางวิศวกรรมของคุณ

ที่มา : www.sciencealert.com/watch-there-s-a-scientific-reason-for-why-aeroplane-windows-are-always-round

อ้างอิง : http://www.vcharkarn.com/vnews/504201

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1316355818429234/