คลังเก็บหมวดหมู่: เมธินี พันธ์ศรีเพ็ชร

วัสดุดามกระดูกสัตว์เล็กฝีมือไทย ช่วยเจ้าของประหยัด ตอบโจทย์สัตวแพทย์

วัสดุดามกระดูกสัตว์เล็กฝีมือไทย ช่วยเจ้าของประหยัด ตอบโจทย์สัตวแพทย์วัสดุดามกระดูกสัตว์เล็กฝีมือไทย ช่วยเจ้าของประหยัด ตอบโจทย์สัตวแพทย์
      ข่าวดีสำหรับคนรักสัตว์ และเจ้าของสัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆ อย่างสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ชิสุ หรือกระต่าย นักวิจัยไทยพัฒนาวัสดุดามกระดูกสัตว์เล็กและถ่ายทอดให้เอกชนได้เป็นครั้งแรก นับเป็นอีกช่องทางช่วยเจ้าของสัตว์เลี้ยงประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษา ไม่ต้องพึ่งวัสดุจากต่างประเทศที่มีราคาแพงแต่ไม่สามารถรับน้ำหนักสัตว์เลี้ยงได้ และยังเป็นบันไดสู่การพัฒนาวัสดุทางแพทย์สำหรับมนุษย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับศูนเทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง (ADTEC) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) และบริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวการถ่ายทอดนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์สู่ภาคเอกชน โครงการหมุดยึดแผ่นดามและแผ่นดามกระดูกสำหรับสัตว์เล็ก เมื่อ 31 มี.ค.60 ณ โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ กรุงเทพฯ
—–
      ผศ.สพ.ญ.ดร.มนชนก วิจารสรณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนายกสมาคมสัตวแพทย์ประกอบการบำบัดโรคสัตว์แห่งประเทศไทย เล่าถึงความเป็นมาของการหมุดยึดแผ่นดามและแผ่นดามกระดูก ก่อนถ่ายทอดสู่ภาคเอกชนว่า ที่ผ่านการรักษากระดูกสัตว์เล็ก เช่น สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน สุนัขพันธุ์ชิสุ หรือกระต่าย ที่หักและบาดเจ็บนั้นอาศัยวัสดุฝังในซึ่งเป็นวัสดุสำหรับดามกระดูกใบหน้ามนุษย์ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะมีขนาดเล็กพอดีขนาดกระดูกสัตว์เล็กที่มีน้ำหนักประมาณ 5-7 กิโลกรัม
       ทว่า กระดูกสำหรับดามใบหน้ามนุษย์นั้นไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักและแรงกระแทก ทำให้สัตว์เลี้ยงเสี่ยงขาหักซ้ำ จึงเกิดโจทย์วิจัยในการพัฒนาวัสดุดามกระดูกสัตว์เล็กที่มีน้ำหนัก 5-7 กิโลกรัม โดย ผศ.สพ.ญ.ดร.มนชนก ให้ข้อมูลว่า โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน มีสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเข้ารับการรักษาวันละ 300-400 ตัว เป็นรายที่ต้องผ่าตัดวันละ 40 ตัว ในจำนวนนั้นต้องดามกระดูกวันละ 2-3 ตัว“สำหรับสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหา เนื่องจากใช้วัสดุดามกระดูกสำหรับมนุษย์ได้ แต่สัตว์เลี้ยงขนาดเล็กยังไม่มีวัสดุที่เหมาะสม อีกทั้งวัสดุดามใบหน้ามนุษย์ที่นำมาประยุกต์ใช้กับสัตว์เลี้ยงยังมีราคาแพงประมาณ 5,000-6,000 บาท เจ้าของบางรายไม่สามารถจ่ายได้ จึงต้องพัฒนาวัสดุที่มีราคาถูกลงและมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับรับน้ำหนักสัตว์เลี้ยง” ผศ.สพ.ญ.ดร.มนชนกกล่าวนอกจากปัญหาในการรักษากระดูกสัตว์เล็กแล้ว ทีมวิจัยยังได้รับถ่ายทอดพระกระรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านทาง ADTEC เมื่อปี 2553 ใจความว่า “ให้ทำงานวิจัยค้นคว้าพัฒนาวัสดุฝังในทางการแพทย์ สำหรับใช้ในมนุษย์และให้ทำวิจัยสำหรับใช้ในสัตว์ให้มาก ซึ่งท้ายที่สุดก็จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์” จากนั้นในปี 2554 ทีมวิจัยจึงเริ่มพัฒนาวัสดุดามกระดูกสำหรับสัตว์เล็ก

—–

ผศ.สพ.ญ.ดร.มนชนก บอกอีกว่าเป้าหมายของทีมวิจัยจะพัฒนาให้วัสดุดามกระดูกสัตว์เล็กมีราคาต่ำกว่าวัสดุนำเข้าอย่างน้อย 1 ใน 3 และหลังจากถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่บริษัทไมโครสตาร์ส โดยการมอบสิทธิและนวัตกรรมการผลิตหมุดยึดแผ่นดามและแผ่นดามกระดูกสำหรับสัตว์เล็ก ทางโรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็จะเป็นหนึ่งในลูกค้าสำคัญ และในฐานะนายกสมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ฯ ยังจะส่งเสริมให้สถานรักษาพยาบาลสัตว์อื่นๆ หันมาใช้วัสดุที่ทีมวิจัยพัฒนา พร้อมทั้งให้การอบรมเทคนิคการผ่าตัดใส่อุปกรณ์ด้วย

ด้าน น.สพ.สิรันดร์ ถึกอ่ำ จากแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมีประสบการณ์ผ่าตัดสัตว์มานับ 10,000 ตัว และเป็นหนึ่งในทีมวิจัย บอกทีมข่าวผู้จัดการวิทยาศาสตร์ถึงข้อดีที่สามารถพัฒนาวัสดุดามกระดูกสัตว์เล็กได้เองว่า แก้ปัญหาเรื่องไม่มีวัสดุที่เหมาะสมสำหรับสัตว์เล็ก และไม่เจอปัญหาเจ้าของสัตว์บ่นเรื่องราคาแพง รวมทั้งให้สัตว์ได้เข้าถึงการรักษา เพราะกรณีที่เจ้าของไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้ก็จะเลือกใช้วิธีเข้าเฝือกแทน

น.สพ.สิรันดร์อธิบายอีกว่า ปกติเมื่อกระดูกหักแล้วจะเชื่อมประสานได้เอง แต่ช่วงรอยต่อของกระดูกที่สร้างขึ้นใหม่นั้นเปราะบางและรับน้ำหนักได้ไม่มาก การเสริมวัสดุดามจะช่วยรับแรงกระแทกที่เกิดขึ้น ป้องกันการหักซ้ำ โดยจากการทดสอบพบว่าเมื่อสุนัขหนัก 5 กิโลกรัมกระโดดจะเกิดแรงกระแทกสะท้อนกลับมาถึง 20 กิโลกรัม ซึ่งกระดูกที่เพิ่งประสานไม่สามารถรองรับแรงกระแทกได้ กระดูกเสี่ยงหักซ้ำแล้วต้องผ่าตัดใหม่

ส่วน นายพร้อมพงศ์ ไชยกุล กรรมการ/กรรมการบริหาร/กรรมการบริหารความเสี่ยง/รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายการจัดการวัตถุดิบ) บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการับถ่ายทอดเทคโนโลยีครั้งนี้ว่า ปกติทางบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีห้องคลีนรูมที่สามารถต่อยอดสู่การผลิตเครื่องมือแพทย์ และทีมวัสดุศาสตร์ของบริษัทได้เห็นความน่าสนใจของวัสดุดามกระดูก ซึ่งอนาคตสามารถต่อยอดสู่วัสดึทางการแพทย์สำหรับมนุษย์ได้

วัสดุดามกระดูกสัตว์เล็กฝีมือไทย ช่วยเจ้าของประหยัด ตอบโจทย์สัตวแพทย์

BeoSound Shape ลำโพงงานศิลป์ชิ้นเอกจาก B&O ตกแต่งบ้านให้สวยงามมีระดับ

BeoSound Shape ลำโพงงานศิลป์ชิ้นเอกจาก B&O ตกแต่งบ้านให้สวยงามมีระดับ

Bang & Olufsen (หรือ B&O) เป็นแบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำ ที่ชอบมีดีไซน์สินค้าที่เก๋ๆ (และราคาเก๋ๆ) มาให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ และโมเดลล่าสุด ที่เพิ่งออกมา ก็ทำให้ประทับใจใครหลายๆ คนมากเลยทีเดียว

อย่างที่เห็นในภาพ สินค้าใหม่ของทาง B&O เป็นลำโพงไร้สาย ที่ชื่อว่า BeoSound Shape ที่มีดีไซน์เป็นแผ่นหกเหลี่ยมเรียงติดๆ กันเหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งๆ ที่เมื่อดูจากภายนอกแล้ว ดูไม่ออกแน่นอนว่าเป็นลำโพง และเมื่อนำไปติดตั้งที่ผนังบ้านแล้ว ก็จะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งสำหรับตกแต่งบ้านอย่างสมบูรณ์แบบ

BeoSound Shape ลำโพงงานศิลป์ชิ้นเอกจาก B&O ตกแต่งบ้านให้สวยงามมีระดับ

ภายใต้แผ่นหกเหลี่ยมนี้ แต่ละแผ่นจะแบ่งฮาร์ดแวร์ต่างๆ ออกเป็นแผ่นละส่วน ซึ่งใน 1 ชุด จะมี 8 ชิ้น ประกอบไปด้วย ลำโพงสปีกเกอร์ 4 ตัว, 2 อะคูสติกแดมเปอร์, 1 แอมพลิฟายเออร์ และอีก 1 BeoSound Core ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์สำหรับการเชื่อมต่อไร้สายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น AirPlay, Chromecast, Spotify Connect และ Bluetooth 4.1 รวมทั้งรองรับระบบการเชื่อมต่อ Bang & Olufsen’s BeoLink อีกด้วย แต่ก็ไม่ได้รองรับเพียงการเชื่อมต่อไร้สายเท่านั้น ตัวอุปกรณ์ยังมีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อสายสำหรับใช้งาน Ethernet หรือ Line-in ต่างๆ ได้ แต่คงจะทำให้ไม่เนียนกับการเป็นเฟอร์นิเจอร์ชั้นหนึ่งซักเท่าไหร่

BeoSound Shape ลำโพงงานศิลป์ชิ้นเอกจาก B&O ตกแต่งบ้านให้สวยงามมีระดับ

ส่วนด้านราคานั้น ลำโพง BeoSound Shape ชุดหนึ่ง จะมีราคาอยู่ที่ €4,000 หรือประมาณเกือบ 150,000 บาทไทย ซึ่งถ้าหากจะขยายตัวลำโพงให้มากขึ้น BeoSound Shape ชุดหนึ่ง ก็สามารถรองรับแอมพลิฟายเออร์ได้สูงสุดถึง 11 ตัวด้วยกัน เท่ากับว่ารองรับลำโพงสปีกเกอร์สูงสุด 44 ตัว

ด้านคุณภาพเสียงเรายังไม่ทราบว่าเป็นยังไงบ้าง แต่ด้านดีไซน์เราว่า มันดูดีมากๆ เลยล่ะ โดยใครที่สนใจ ทาง Bang & Olufsen น่าจะเตรียมขาย BeoSound Shape ตัวนี้ ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ รอติดตามชมกันได้เลย

ที่มา https://news.thaiware.com/10044.html

กระเป๋าเงินดิจิทัล ใช้มือถือซื้อข้าวของประจำวัน เทรนด์ใหญ่ที่รอบูมในไทย

1491700367144

ถ้าพูดถึงโลกอนาคต เราคงคิดถึงเทคโนโลยีล้ำยุคต่างๆ สมองกลสุดล้ำ บ้านอัตโนมัติ โลก VR สมจริง แต่สิ่งที่ที่อยู่ในภาพของอนาคตเสมอๆ คือสังคมไร้เงินสดหรือ Cashless Society ที่กระเป๋าเงินดิจิทัลหรือ e-Wallet ก็รวมอยู่ในภาพนี้ด้วย

ระบบชำระเงินยุคเก่า เงินสดและเครดิต

ระบบชำระเงินเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจเคลื่อนไป ระบบที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือเงินสด ที่แปลงมูลค่าต่างๆ ให้อยู่ในรูปธนบัตรหรือเหรียญให้เราสัมผัส และแลกเปลี่ยนกันได้ ซึ่งต่อมาก็พัฒนาขึ้นเป็นระบบเครดิต ที่มีบัตรเครดิตและหมายเลขเครดิตเป็นสื่อในการใช้จ่ายเงิน

ฟังเร็วๆ ก็อาจคิดว่าทั้ง 2 ระบบนี้ก็ดีอยู่แล้วนี่ ใช้กันมาตั้งนาน ผู้คนทั่วไปใช้งานเป็น และมีความน่าเชื่อถือพอสมควร แต่เอาเข้าจริงมันก็มีปัญหาใหญ่ที่แก้ไขยากอยู่หลายอย่างครับ

  1. เงินสด – ค่าจัดการสูง ลองคิดถึงค่าขนส่งเงินไปยังที่ต่างๆ ค่ารักษาความปลอดภัยไม่ให้คนขโมยเงิน ค่าพิมพ์ธนบัตร ทำให้ต้องมีค่าธรรมเนียมต่างๆ นอกจากนี้ยังติดตามเงินยาก จึงมีปัญหาเรื่องเงินผิดกฏหมาย การฝอกเงิน
  2. เครดิต – ผู้ใช้น้อย ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าในเดือนพฤศจิกายน 2559 มีบัตรเครดิตในไทยราว 23 ล้านใบ ที่ยังไม่รวมว่าหลายคนก็มีบัตรเครดิตหลายใบ เทียบกับจำนวนประชากรไทยที่ 65 ล้านคน ก็ยังห่างจากครึ่งหนึ่งอยู่มากมายนัก เนื่องจากปัญหาเรื่องทัศนคติต่อบัตร และเงื่อนไขที่ยุ่งยากของการออกบัตร ทำให้ช่องทางชำระเงินผ่านบัตรเครดิตยังไม่เป็นที่นิยมนักในไทย

ทั้งหมดนี้จึงเป็นช่องว่างให้ระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลหรือ e-Wallet โตขึ้น เพราะผู้ใช้สามารถเติมเงินเข้าสู่ระบบดิจิทัล และเอาไปใช้จ่ายในร้านค้าที่รองรับได้ ซึ่งผู้เล่นที่อยู่ในตลาดไทยตอนนี้ก็เช่น True Money, LINE Pay, Airpay

กระเป๋าเงินดิจิทัล ระบบการเงินพื้นฐานในอนาคต

จริงๆ ภาพนี้เราเริ่มเห็นในต่างประเทศแล้วนะครับ โดยเฉพาะในจีนกับบริการ Alipay ของ Alibaba ที่ผู้ใช้สามารถใช้มือถือแทนกระเป๋าเงินจ่ายได้แทบทุกสิ่ง ซื้อของเล็กๆ น้อยๆ อย่างในร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารริมทาง หรือค่าโดยสารต่างๆ ก็สามารถจ่ายผ่าน Alipay ได้ แค่กดมือถือ เปิด QR Code ให้ร้านค้าสแกนเพื่อส่งคำขอเรียกเก็บเงินมาให้ผู้ใช้ยืนยัน หรือผู้ใช้จะสแกน QR Code ของร้านค้า แล้วกดจ่ายผ่านมือถือก็ได้

ซึ่งเรื่องนี้ Buzzebees ผู้ให้บริการ CRM (Customer Relationship Management) รายใหญ่ของไทย เบื้องหลังบริการอย่าง Samsung Galaxy Gift หรือ PTT Blue Card และให้บริการ Digital Wallet Payment Gateway รายแรกของไทยด้วย ก็ให้ภาพอนาคตของกระเป๋าเงินดิจิทัลในไทยชัดเจนขึ้น

ตอนนี้ไทยยังไม่มีผู้ให้บริการ e-Wallet ที่ครองตลาดอย่างเด็ดขาด แต่ละบริการก็มีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน มีร้านค้าที่รองรับบริการต่างๆ แตกต่างกันด้วย และระบบ PromptPay ก็ยังไม่สมบูรณ์พอที่จะใช้รับ-จ่ายเงินได้ Buzzebees จึงอาศัยความได้เปรียบที่มีความสัมพันธ์กับหลายองค์กรที่ทำระบบ CRM อยู่แล้ว สร้าง Gateway กลางสำหรับจัดการเงินดิจิทัล และพัฒนาแอปสำหรับใช้รับจ่ายเงิน ซึ่งสามารถทำงานผ่านสมาร์ทโฟนได้ (วิธีใช้ง่ายๆ คือเปิดแอป แล้วสแกน QR Code ของลูกค้า ก็รับเงินจากกระเป๋าเงินดิจิทัลได้แล้ว) ทำให้ร้านค้าไม่ต้องลงทุนกับเครื่องรูดบัตรเครดิต (เครื่อง EDC – Electronic Data Capture) ที่อาจไม่คุ้มกับธุรกรรมมูลค่าน้อยๆ ด้วย

กว่าจะบูมในไทยต้องใช้เวลา แต่จะมาแรงเหมือนสึนามิ

 

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1405743202823828

Google Chromecast อุปกรณ์เล็ก ๆ แต่สามารถทำให้ทีวีฉลาดขึ้นมาก

รีวิว Google Chromecast อุปกรณ์เล็ก ๆ แต่สามารถทำให้ทีวีฉลาดขึ้นมาก

สำหรับคนที่บ้าอุปกรณ์ Gadget หรืออยู่วงการ IT คงจะรู้ถึงคุณสมบัติของ ตัวเล็กแต่พริกขี้หนูสามารถให้มือถือเชื่อมต่อกับทีวีคุณได้ง่าย ซึ่งตอนนี้ AIS ได้พาอุปกรณ์นี้มาถึงเมืองไทยแล้วในราคา1,490 บาท ครั้งนี้ทีมงาน Sanook! Hitech ได้รีวิวกับอุปกรณ์นี้ว่ามันดีอย่างไรและน่าใช้แค่ไหนมาดูกัน

ลักษณะของกล่องนั้นจะเป็นแบบเรียบง่ายพร้อมกับคู่มืออยู่ด้านนอกที่อธิบายวิธีการติดตั้งไว้ครบถ้วน แต่ข้างในประกอบไปด้วย

  • Google Chromecast
  • สายไฟพร้อม
  • สาย Micro USB

รูปร่างของ Google Chromecast

สำหรับ Google Chromecast จะมีหน้าตากลมๆ พร้อมกับมีสาย HDMI ติดมาให้ในตัว และมีให้เลือกหลากหลายสีแต่สำหรับเมืองไทยนั้นจะมีสีดำเข้ามาก่อน

ส่วนหน้าจะมีปุ่มกดสำหรับเปิดปิด หรือสำหรับกด Reset เพียงกดค้างไว้ และมีไฟแสดงผลทั้งสีขาว และ สีส้ม

p1060268
p1060270

ด้านใต้ จะมีช่องเสียบ Micro USB เพื่อจ่ายไฟเข้าไปในเครื่อง ภาพรวมตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่และเหมาะสมดีสำหรับคนที่มีพื้นที่ไม่มากนัก

วิธีการติดตั้งและตั้งค่าเพื่อใช้งาน

หลังจากรู้จักรูปร่างของ Chromecast กันไปแล้ว ตอนนี้มาดูวิธีการติดตั้งที่แสนจะง่ายดาย โดยวิธีดังต่อไปนี้

การใช้งานแค่ เสียบ Chromecast เข้ากับทีวีที่ช่อง HDMI ก่อน แล้วค่อยเสียบปลั๊กไฟ

แต่วิธีการตั้งค่าจะมีด้วยกันดังนี้

  1. เปิดช่อง HDMI ที่ Chromecast เสียบอยู่
  2. จากนั้นเครื่องจะขึ้นมาเพื่อให้ตั้งค่า โดยต้องใช้โปรแกรม Google Home สามารถโหลดได้ทั้ง iOS และ Android
  3. เชื่อมต่อ Chromecast แบบ WiFi โดยตรงเพื่อให้โปรแกรม Google Home เห็น
  4. เชื่อมต่อ WiFi บ้านของคุณ สามารถเลือกได้ทั้งแบบ 2.4GHz หรือ 5GHz แต่แนะนำจริง ๆ 2.4GHz จะเสถียรกว่า
  5. กด Apps ที่ต้องการแล้วหารูปทีวีที่อยู่ด้านบน เท่านี้เป็นอันจบ

จากที่ได้ลองมานั้นถือว่าเป็นอีก Gadget หนึ่งที่ช่วยสร้างความบันเทิงได้ดีไม่น้อยเพราะคุณสามารถใช้ดูวีดีโอ หรือหนังผ่านโปรแกรมที่สามารถ Cast ผ่านไปได้เลย โดยมือถือที่ปล่อย Cast จะทำอะไรต่อก็ได้เช่นกัน แต่ทั้งหมดจะต้องใส่รหัส Pin ก่อน

 

แต่มีคำเตือนว่าถ้าเกิดอุปกรณ์ที่ เข้ามาใหม่แล้วกดส่งภาพขึ้นไป Cast แรกจะหลุดออกไป แต่จะมีคนที่ถือเป็นเครื่องหลักก็สามารถสลับกลับเป็นอันเดิมได้แค่ส่ง Cast กลับขึ้นไปใหม่เท่านั้นเอง

และตอนนี้มี Apps ที่รองรับได้แก่ YouTube, Netflix, iflix, AIS Play, Primetime และรวมไปถึง HBO Go ที่จะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ ถือว่าครบถ้วนอยู่ไม่น้อย แต่สำหรับการซื้อนั้น ณ เวลานี้จะต้องซื้อผ่านกับ AIS ทั้งหน้าร้านหรือทางร้าน AIS Online Store เช่นกัน

ข้อดี

  • ติดตั้งง่ายและใช้ง่าย
  • รองรับทั้ง iOS และ Android
  • โยนหนังเข้าไปดูได้เลยโดยมือถือจะทำอะไรก็ได้
  • ราคาเอื้อมถึง

อ้างอิง  http://hitech.sanook.com/1417769/

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1388336617897820

 

Casio Lesson Pod หุ่นยนต์สอนภาษาอังกฤษ พูดโต้ตอบกับผู้ใช้ได้

Casio Lesson Pod หุ่นยนต์สอนภาษาอังกฤษ พูดโต้ตอบกับผู้ใช้ได้

Casio Lesson Pod หุ่นยนต์สอนภาษาอังกฤษ

Casio Lesson Pod หุ่นยนต์สอนภาษาอังกฤษ พูดโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ พร้อมคุณสมบัติกันน้ำ

Casio Lesson Pod หุ่นยนต์สอนภาษาอังกฤษที่มีรูปร่างหน้าตาน่ารัก ช่วยฝึกและสอนให้ผู้ใช้ได้เรียนรู้ทักษะภาษาอังกฤษมากขึ้น โดย Lesson Pod จะสามารถพูดโต้ตอบกับผู้ใช้ได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการถามคำถามภาษาอังกฤษ สอนคำศัพท์และการออกเสียง สอนแกรมม่า รวมทั้งตอบคำถามต่าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษ นอกจากนี้มันยังมีคุณสมบัติกันน้ำอีกด้วย

Casio Lesson Pod หุ่นยนต์สอนภาษาอังกฤษCasio Lesson Pod หุ่นยนต์สอนภาษาอังกฤษ

Casio ได้พัฒนาหุ่นยนต์ Lesson Pod ขึ้นมาเพื่อให้ชาวญี่ปุ่นได้ฝึกภาษาอังกฤษกันมากขึ้น เนื่องจากชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีทักษะภาษาอังกฤษที่ไม่ค่อยดีนัก โดย Lesson Pod  จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ราคา 30,000 เยน หรือประมาณ 9,300 บาท

ภาพจาก casio

อ้างอิงจาก     https://men.kapook.com/view165966.html

เตือน! Meitu แอพเซลฟี่ฟรุ้งฟริ้งจากจีน เข้าถึงข้อมูลสำคัญในเครื่องได้

เตือน! Meitu แอพเซลฟี่ฟรุ้งฟริ้งจากจีน เข้าถึงข้อมูลสำคัญในเครื่องได้

เอาอีกแล้วครับ กับแอพพลิเคชั่นแต่งรูปฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมวจากแดนมังกรนามว่า Meitu ที่ผู้ใช้งานแอนดรอยด์หลายคนสังเกตเห็นความผิดปกติในการขออนุญาตเข้าถึงสิทธิ์ของตัวเครื่องที่เยอะเกินความจำเป็น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีแอพแต่งรูปจากบริษัทเดียวกันตัวหนึ่งชื่อว่า MakeupPlus ก็เคยมีข่าวแนวๆ นี้เช่นเดียวกัน คือมันจะอัพโหลดรูปที่เราแต่งเสร็จขึ้นคลาวด์ของจีนเองอัตโนมัติ ทำให้บริษัทต้องออกมาชี้แจงว่า ภาพเหล่านั้นจะเอาไปพัฒนาระบบการจดจำและจับตำแหน่งใบหน้าเท่านั้นเอง ไม่ได้เอาไปทำอะไรไม่ดี และที่สำคัญได้มีการแจ้งสิทธิ์การอัพโหลดนี้ไว้ในข้อตกลงก่อนการใช้งานแอพฯ แล้ว (เขียนเป็นภาษาจีน)

Meitu เป็นแอพแต่งรูปที่ค่อนข้างได้รับความนิยม มียอดดาวน์โหลดบน Play Store รวมมากกว่า 10 ล้านครั้ง มีฟีเจอร์แต่งรูปที่ครบครันเพียงพอต่อความต้องการแต่งรูปสำหรับสาวๆ ในยุคนี้ ทั้งหน้าเนียน หน้าเรียว ลบสิว ผิวขาว ฯลฯ โดยเราสามารถเลือกปรับเอง หรือให้แอพฯ แต่งให้อัตโนมัติก็ได้ มีฟิลเตอร์เปลี่ยนรูปธรรมดาให้เป็นเหมือนรูปที่ถ่ายด้วยกล้องฟรุ้งฟริ้งในการกดแค่ครั้งเดียว ฟังดูน่าสนใจมากใช่ไหมครับ แต่! ความน่าสนใจเหล่านี้ จะถูกแลกมาด้วยสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ภายในเครื่องไม่น้อยกว่า 23 สิทธิ์ ซึ่งบางสิทธิ์นั้นไม่มีความจำเป็นต่อแอพแต่งรูปเลย เช่น สิทธิ์เปลี่ยนแปลงการตั้งค่าตัวเครื่อง, การเข้าถึงเครือข่ายอย่างเต็มรูปแบบ, การเข้าถึง MAC address, IP address หรือสิทธิ์ในการเข้าถึงที่อยู่ปัจจุบันของคุณ ซึ่งล้วนชวนให้สงสัยว่าบริษัทจะเอาข้อมูลเหล่านี้ไปทำไม

เตือน! Meitu แอพเซลฟี่ฟรุ้งฟริ้งจากจีน เข้าถึงข้อมูลสำคัญในเครื่องได้

ยิ่งไปกว่านั้น @rekrom12 ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งยังพบ MTAnalyticsAdLogEntity.java อยู่ในไฟล์สกุล APK ของแอพฯ ดังกล่าวที่บรรจุโค้ดในการส่งข้อมูลหลายๆ อย่างเกี่ยวกับตัวเครื่องของเราไปวิเคราะห์ยังเซิร์ฟเวอร์ ทั้ง เบอร์โทรศัพท์, หมายเลขรุ่น, ความละเอียดหน้าจอ, เลข IMEI และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ @FourOctets ผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกรายได้ลองดักจับการเชื่อมต่อเครือข่ายของแอพฯ แล้วพบว่ามีเชื่อมโยงกับ IP Address ของจีนหลายตัว ซึ่งทางฝั่งผู้ใช้ iOS ก็มีรายงานเหมือนกันว่าพบโค้ดแปลกๆ ในแอพพลิเคชั่นที่มีลักษณะเดียวกันกับที่พบใน Android อีกด้วย

แม้ว่าบริษัทได้ออกมาแถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาแล้วว่า

บริษัทเก็บข้อมูลเหล่านั้นมาเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ ฟีเจอร์ภายในแอพฯ และเพื่อทำให้บริษัทเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้กับโฆษณาในแอพฯ มากขึ้น ซึ่งบริษัทจะไม่ขายข้อมูลของผู้ใช้แน่นอน โดยข้อมูลเหล่านั้นจะถูกเก็บอย่างปลอดภัยและเข้ารหัสไว้อย่างแน่นหนาหลายชั้น บนไฟล์วอลล์ขั้นสูงบนเซิร์ฟเวอร์ และการป้องกันการโจมตีจากภายนอกแบบ IDS, IPS

อย่างไรก็ตามข้อมูลบางอย่างที่บริษัทเก็บไป ผมก็คิดว่ามันก็ยังดูไม่ค่อยจำเป็นต่อแอพแต่งรูปอยู่ดี
ที่มา : www.androidpolice.com , www.recode.net

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1329810623750420

 

22 เทคโนโลยีสุดล้ำ บอกไว้เลยว่าคุณไม่ได้กำลังฝันไป!

anigif_enhanced-buzz-18963-1407348564-5BuzzFeed รวมภาพอุปกรณ์สุดล้ำแห่งเทคโนโลยีที่คุณชมแล้วจะไม่อยากเชื่อว่ามนุษย์เราสามารถมาได้ไกลถึงขนาดนี้ เเละแน่นอนว่าเทคโนโลยีสุด WoW เหล่านี้เกิดขึ้นจริงบนโลก
และ ขอยืนยันว่าสิ่งที่คุณเห็นต่อไปนนี้ “คุณก็ไม่ได้กำลังฝันไป!”

 

เชิญชมทั้ง 22 ภาพได้เลย

22. ฝาไอศกรีมเคลื่อนไหวได้ผ่านสมาร์ทโฟนanigif_enhanced-buzz-7194-1407339018-6Via themetapicture.com

21. วีลแชร์ที่สามารถขึ้นบันไดได้ด้วยตนเองanigif_enhanced-buzz-32209-1407338419-8Via video.mit.edu

20. เปลี่ยนกระจกใสให้ทึบเพียงบิดanigif_enhanced-buzz-2415-1407338121-17Via 9gag.com

19. เเน่ใจว่าไม่มีเเมวอยู่ในถัง!??anigif_enhanced-buzz-25269-1407348409-33

Via wirefresh.com

18. เเขนกลนาฬิกาบอกเวลาด้วยการเขียนanigif_enhanced-buzz-14494-1407348556-20Via photovide.com

17. หน่วยความจำมากขึ้นเเละมีราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ
(5 MB เมื่อก่อนต้องใช้เครื่องบินในการขนย้ายเลยรึเนี่ย!)
enhanced-buzz-14132-1407349878-21yantragyan.com

16.Drone Camera หุ่นยนต์ถ่ายภาพ ที่จะติดตามถ่ายภาพคุณไปทุกที่ (ยิ่งกว่าหนังสายลับ)anigif_enhanced-buzz-2433-1407338087-19Via lacadiereparapente.over-blog.com

15. บิลบอร์ดโฆษณาสุดล้ำยิ่งกว่าเวทมนต์ใน แฮรี่ พอตเตอร์anigif_enhanced-buzz-18963-1407348564-5Via adeevee.com

14. App. แปลภาษาทันทีผ่านกล้องของสมาร์ทโฟน

Via itunes.apple.com
ชื่อ app. Word Lens Dowload

13. บอกลาซิปเเบบเก่าได้เลยanigif_enhanced-buzz-13908-1407339683-9Via gizmodo.com

12. เครื่องย้ายต้นไม้เเบบนำไปปลูกต่อได้ทั้งต้น ไม่ต้องตัดไม่ต้องโค่น

anigif_enhanced-buzz-29480-1407339983-20

Via funnyjunk.com

11. การควบคุมเม็ดทรายด้วยพลังเสียงanigif_enhanced-buzz-18909-1407349040-20Via wimp.com

10. โต๊ะเปลี่ยนเเปลงรูปได้ตามมือเรา

anigif_enhanced-buzz-23466-1407349170-8Via wimp.com

9.ปริ๊นเตอร์พกพา พิมพ์เเบบบรรทัดต่อบรรทัด

anigif_enhanced-buzz-1818-1407338100-16Via kickstarter.com
8. Camera balancer

anigif_enhanced-buzz-28108-1407338111-21Via diyphotography.net

7. ไม้บรรทัดวัดองศามุมอัตโนมัติanigif_enhanced-buzz-18815-1407339558-6Via solidsmack.com

6. กระจกล่องหน เเถมเปลี่ยนรูปได้ตามต้องการ

anigif_enhanced-buzz-25267-1407339759-4i.imgur.com

5. เเขนเทียมที่เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องเเคล่วanigif_enhanced-buzz-18106-1407348395-35Via youtube.com

4. Drone ส่งสินค้าทางอากาศanigif_enhanced-buzz-18768-1407348452-19Via youtube.com

3. กังหันลมหมุนได้จากความร้อนบนฝ่ามือanigif_enhanced-buzz-24608-1407348600-5Via fridaymorningcheer.weebly.com

2. สารเคมีป้องกันเสื้อผ้ากันเลอะ
anigif_enhanced-buzz-19438-1407348649-13Via youtube.com

1. เมื่อปี 1994 กับ ปี 2014
มนุษย์เราพัฒนามาไกลจริงๆ ครับ
enhanced-buzz-2005-1407348426-9

 

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1319031474828335

ปลาที่เลี้ยงบนบกสามารถอธิบายวิวัฒนาการให้เราเข้าใจได้

 

jd7fzwacqpzbgcrqz4ut

( รูปภาพจาก : http://sploid.gizmodo.com/ )

1484267406321

 พวกเรารู้ว่าเมื่อหลายร้อนล้านปีก่อนนั้นปลาได้ขึ้นจากน้ำแล้วในที่สุดก็วิวัฒนาการกลายเป็นสัตว์บก แต่ถ้าเกิดว่าเราสามารถเห็นมันได้ตอนนี้เลยล่ะ?  ซึ่งตอนนี้ก็เหมือนว่าเราอาจจะทำได้ก็เป็นได้ โดยนักวิทยาศาสตร์นั้นได้กำลังเลี้ยงปลาให้มีชีวิตรอดและเดินบนบกได้ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นก็ได้กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าของเรานี่เอง

          งานวิจัยชิ้นหนึ่งจากวารสาร Nature ได้แสดงให้เห็นว่า Senegal Bichirs (dinosaur eels) หรือปลาไหลไดโนเสาร์ได้ถูกเลี้ยงบนบกมาเป็นระยะเวลาถึง 8 เดือนและนับเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากทีเดียว โดยปกติแล้วปลาไหลชนิดดังกล่าวนั้นจะอาศัยอยู่ในน้ำแต่ก็มีปอด(เหงือก)ที่สามารถหายใจเอาอากาศเข้าไป และคล้ายว่าจะเดินได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พวกมันเป็นตัวอย่างที่เพรียบพร้อมสำหรับการวิจัยในครั้งนี้ 

          แนวคิดในการวิจัยครั้งนี้นั้นอยู่ที่การเข้าใจว่าปลาไหลไดโนเสาร์เหล่านี้สามารถเริ่มต้นที่จะเดินได้อย่างไรนั้นจะทำให้เราสามารถเข้าใจว่าปลานั้นเริ่มเดินได้อย่างไรเมื่อหลายร้อยล้านปีที่แล้ว ซึ่งผลลัพธ์จากการทดลองก็สามารถให้คำตอบได้ : ปลาไหลไดโนเสาร์ที่ถูกเลี้ยงบนบกนั้นยกหัวของตัวเองให้สูงขึ้น วางครีบให้อยู่ในตำแหน่งดีขึ้น ลื่นไถลน้อยลงกว่าเดิมและเดินได้มั่นคงมากขึ้นเมื่อเทียบกับปลาไหลชนิดเดียวกันที่ถูกเลี้ยงในน้ำตามปกติ ซึ่งสรุปได้ว่าสภาพแวดล้อมที่พวกมันอยู่อาศัยนั้นได้เปลี่ยนแปลงความสามารถของพวกมัน

          ยิ่งไปกว่านั้น นักวิทยาศาสตร์ยังได้พบอีกว่ากล้ามเนื้อและกระดูกของปลาไหลไดโนเสาร์ที่ถูกเลี้ยงบนบกนั้นยังได้เปลี่ยนไปเมื่อพวกมันเริ่มปรับตัวเข้ากับการเดินด้วย จากคำกล่าวของเหล่านักวิทยาศาสตร์นั้น ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมีความใกล้เคียงกับสายพันธุ์ที่ได้เปลี่ยนถิ่นฐานจากในน้ำมาเป็นบนบกอีกด้วย

สำหรับวิดีโอรายละเอียดงานวิจัยชิ้นนี้สามารถชมได้จากลิงค์ด้านล่าง

วิดิโอรายละเอียดงานวิจัย : https://www.youtube.com/watch?v=mKxRe0hAQmg

ที่มา : http://sploid.gizmodo.com/this-fish-out-of-water-and-walking-on-land-helps-explai-1627788590/+caseychan

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1316343858430430