คลังเก็บหมวดหมู่: กรวัฒน์ นิยมพร้อม

ไขปริศนา ลึกลับ สโตนเฮนจ์ กลุ่มหินปริศนา สร้างมาเพื่ออะไร?

 

url

สโตนเฮนจ์ ( Stonehenge ) หนึ่งในโบราณสถานลึกลับที่ยังคงหาคำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ ว่าใครเป็นผู้สร้าง? สร้างเพื่ออะไร? สร้างได้อย่างไร? แต่ก่อนอื่น เราลองมาทำความรู้จักกับกลุ่มแท่งหินปริศนานี้กันดีกว่าครับ

D2CvQy2

สโตนเฮนจ์ ตั้งอยู่กลาง ทุ่งราบซัลลิสเบอร์รี (Salisbury Plain) บริเวณตอนใต้ของเกาะอังกฤษ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเพราะบริเวณโดยรอบนั้นไม่มีสิ่งปลูกสร้างอื่นใดเลย มีจำนวนแท่งหินทั้งหมด 112 ก้อน ตั้งเรียงเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง และวางเรียงในลักษณะที่ต่างกัน ทั้งวางนอน วางพาดกัน และวางตั้งขึ้น นักวิทยาศาสตร์ได้คำนวณอายุของหินกลุ่มนี้ พบว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ 3,000–2,000 ปีก่อนคริสตกาลนู่นเลย สรุปคืออายุกว่า 5,000 ปีแล้ว!

การก่อสร้างสโตนเฮนจ์ใช้เวลาสร้างต่อเนื่องกันมาถึง 3-4 ระยะในช่วงเวลาประมาณ 1,500 ปี คำนวนจากการที่หินแต่ละก้อน แต่ละชั้นมีอายุไม่เท่ากัน มาจากต่างยุคกัน ตั้งแต่ยุคหินตอนปลายจนถึงยุคสำริดตอนต้น สิ่งที่น่าสงสัยคือ บริเวณที่ราบดังกล่าวไม่มีก้อนหินขนาดมหึมานี้อยู่เลย ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือมาจาก “ทุ่งมาร์ลโบโร” (Marlborough Downs) ที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร และยังมีหินสีน้ำเงินหนักสี่ตัน ซึ่งพบได้บริเวณภูเขาพรีเซลีทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นเวลส์ (สันนิษฐานว่าใช้แพลำเลียงล่องมาตามชายฝั่งเวลส์และแม่น้ำเอวอน แล้วชักลากต่อมาทางบก)

Stonehenge_wallpaper_012

เรื่องน่าพิศวงต่อมาคือ คนในยุคนั้นเขาเอาอะไรมายกแท่งหินที่มีน้ำหนักกว่า 30 ตัน แถมยังต้องลากมาจากสถานที่อื่นอันห่างไกล ดูแล้วสมัยนั้นไม่น่ามีเครื่องทุ่นแรงอย่างที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน? ยังไม่รวมถึงเรื่องที่ต้องนำหินมาขัดแต่งให้มีความเหลี่ยม ความมน มีสลัก และเดือยซึ่งจะทำให้หินพาดกันได้อย่างพอดี มีความมั่นคง กล่าวกันว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวที่มาเยือนโลก โดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการสร้าง บ้างก็ว่าเป็นผลงานศิลปะของยักษ์ในยุคก่อน

สุดท้ายก็ยังไม่มีใครทราบวัตถุประสงค์ในการสร้าง มีข้อสันนิษฐานมากมาย ยกตัวอย่างที่มีคนพูดถึงกันมาก เช่น

– ผู้คนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 เชื่อว่าเป็นวิหารซึ่งพวกลัทธิดรูอิดใช้ประกอบพิธีบูชาพระอาทิตย์และบูชายัญมนุษย์ แค่แนวความคิดนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะสโตนเฮนจ์นั้นสร้างเสร็จอย่างน้อย 1,000 ปีก่อนลัทธิดังกล่าวจะเฟื่องฟู

– สร้างเพื่อศึกษาด้านดาราศาสตร์ สังเกตปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า เช่น สุริยุปราคา จันทรุปราคา เป็นเครื่องคำนวญยุคก่อนประวัติศาสตร์ซึ่งใช้เป็นปฏิทินดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ เพราะแนวของหินกลุ่มก้องต่าง ๆ ล้วนมีความสัมพันธ์กับแนวการเคลื่อนของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวพระเคราะห์ทั้งสิ้น

p1a4cds7581au01krhdhs1rvj1oe251

– ใช้เป็นสถานที่รักษา ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงและดนตรีจากมหาวิทยาลัยฮัดเดอร์ฟิลด์ค้นพบว่า แท่งหินมหึมาที่ตั้งตระหง่านเป็นวงกลมเหนือเนินดินสามารถสะท้อนเสียงได้อย่างวิเศษ นักวิจัยคาดว่าดนตรีที่เล่นกันบริเวณสโตนเฮนจ์คงเป็นเพลงที่มีจังหวะธรรมดาซ้ำๆ และให้สะท้อนก้องอยู่ในบริเวณนั้น ตรงกันกับเทคโนโลยีกลศาสตร์นาโน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยปรับปรุงงานวิจัยด้านการแพทย์ ด้านการผ่าตัด การผลิตอาหาร และเชื้อเพลิง

 

– เป็นสถานที่ประกอบพิธีศพ และเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความตายของกลุ่มชนชั้นสูงในยุคก่อนประวัติศาสตร์ จากการขุดพบโครงกระดูกของมนุษย์โบราณฝังอยู่ในบริเวณดังกล่าว ตั้งแต่ประมาณเมื่อ 3,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่สโตนเฮนจ์เริ่มถูกสร้างขึ้น และคาดว่าน่าจะถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีศพสำหรับชนชั้นสูงในสมัยยุคหินยาวนานต่อเนื่องกันไม่ต่ำกว่า 500 ปี อย่างไรก็ดี แม้ผลการพิสูจน์โครงกระดูกที่ถูกขุดมาจากบริเวณสโตนเฮนจ์จะบ่งชี้ว่าสโตนเฮนจ์ถูกใช้เป็นสุสาน ก็ไม่ได้หมายความว่านั่นคือจุดประสงค์แรกมนุษย์ยุคก่อนสร้างสโตนเฮนจ์ขึ้นมา

 

ถึงทฤษฎีทั้งหลายในปัจจุบัน จะสามารถพิสูจน์ได้เป็นเหตุเป็นผล มีหลักฐาน มีตัวเลขสถิติสนับสนุนว่าเป็นความจริง แต่ก็ยังไม่มีทฤษฎีไหนเลยที่จะไขปริศนาอันลึกลับดำมืดของ “สโตนเฮนจ์” ได้อย่างกระจ่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า ใครเป็นผู้สร้าง? ยังเป็นสิ่งที่น่าค้นหา ติดตามกันต่อไปครับ

ที่มา  http://Shutterstock.com
https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1350082931723189

สามเหลี่ยม เบอร์มิวดา The Bermuda Triangle ไขปริศนา น่านน้ำอาถรรพ์ หรือแค่ปรากฏการณ์ธรรมชาติ?

“สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา” (The Bermuda Triangle) หรืออีกชื่อหนึ่งว่า “สามเหลี่ยมปีศาจ” (the Devil’s Triangle) อาณาเขตลึกลับและโด่งดังเรื่องมนุษย์ต่างดาว ที่ปัจจุบันยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่า เหตุใดทุกสิ่งที่ผ่านไปบริเวณนั้นจึงได้หายสาบสูญไป เสมือนไม่ได้มีตัวตนอยู่บนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุใดก็ตาม เรามาลองทำความรู้จักกับสถานที่แห่งนี้กันก่อนครับ

p1881r7ajm659sht96sh8l1fj3

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดานั้นเป็นอาณาเขตที่สมมติขึ้นมาในมหาสมุทรแอตแลนติก ถ้าลากเส้นจากจุดสามจุดเชื่อมต่อกัน ตั้งแต่จุดแรกที่มหาสมุทรแอตแลนติคภาคตะวันตก ไปถึงตอนใต้ของรัฐฟลอริดา และเปอร์โตริโก เชื่อมต่อกันเป็นรูปสามเหลี่ยม  เนื้อที่ประมาณ 1.2 ล้านตารางกิโลเมตร ภายในบริเวณนี้เองที่มีการหายสาบสูญแบบผิดปกติเกิดขึ้นทั้งอากาศยาน และเรือเดินสมุทร ส่วนมากจะเกิดขึ้นในบริเวณบริเวณแนวชายฝั่งด้านใต้ โดยรอบหมู่เกาะบาฮามาสและช่องแคบฟลอริดา พื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่หนาแน่นที่สุดในโลก โดยมีเรือผ่านพื้นที่นี้เป็นประจำทุกวันมุ่งหน้าไปยังเมืองท่าในทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และหมู่เกาะแคริบเบียน เรือสำราญที่ผ่านพื้นที่นี้ก็มีมากเช่นกัน เรือเที่ยวเองก็มักจะมุ่งหน้าไปและกลับระหว่างฟลอริดากับแคริบเบียนอยู่เป็นปกติ นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ซึ่งมีการสัญจรทางอากาศอย่างหนาแน่น ทั้งอากาศยานพาณิชย์และส่วนตัว ซึ่งมุ่งหน้าไปยังฟลอริดา แคริบเบียน และทวีปอเมริกาใต้

 

shutterstock_136647635

 

จุดกำเนิดของเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี ค.ศ. 1945 เป็นต้นมา  ปรากฎรายงานการหายสาบสูญอย่างผิดปกติในพื้นที่เบอร์มิวดาอย่างมากมาย เครื่องบินจำนวนกว่า 100 เครื่อง และเรือเดินสมุทรจำนวนนับไม่ถ้วน ชีวิตมนุษย์อีกนับพัน ได้หายไปในบรรยากาศ และพื้นทะเลของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาแห่งนี้โดยไม่มีร่องรอยใดๆ ไม่มีซากศพ ไม่มีเศษชิ้นส่วนใดๆ ของเรือหรือเครื่องบินที่หายไปเหลือให้เห็น การหายสาบสูญยังคงปรากฏอยู่ต่อไป และมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายประเทศที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียพยายามร่วมกันค้นคว้าหาคำตอบ ก็ยังไม่สามารถบอกสาเหตุ และวิธีทางป้องกันจากภัยลึกลับที่เกิดขึ้นในบริเวณท้องทะเลแห่งนี้ได้

p1881r8hji18svkgg17se1epvc313

การหายสาบสูญที่โด่งดังมากที่สุดจนทำให้ชาวอเมริกันต้องให้ความสนใจกับที่แห่งนี้ ก็คือ “การหายสาบสูญของฝูงบิน 19” ฝูงบินกองทัพเรือสหรัฐ ที่หายสาบสูญไปพร้อมกันทั้งฝูง ประกอบด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิดทีบีเอ็ม อแวงเกอร์ห้าลำ ซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึกบิน พร้อมกับชีวิตนักบินและพลเรือนประจำเครื่องรวม 14 นาย ในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 1945 นิตยสารอเมริกันลีเจียน ฉบับประจำเดือนเมษายน ค.ศ. 1962 ตีพิมพ์ว่าก่อนการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ผู้บังคับฝูงบินได้กล่าวว่า “เรากำลังเข้าสู่เขตน้ำขาว ไม่มีอะไรดูปกติเลย เราไม่รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน น้ำทะเลเป็นสีเขียว ไม่ใช่สีขาว”

shutterstock_277884617

สอดคล้องกับลักษณะการหายสาบสูญของเครื่องบินส่วนใหญ่ ที่ส่วนมากก่อนจะขาดการติดต่อกับฐานปฏิบัติการ จะรายงานถึงสภาพทุกอย่างที่ปรกติ บรรยากาศ และทัศนวิสัย สงบแจ่มใสดี ไม่มีวี่แววของพายุ หลังจากนั้นก็จะหายไปแบบฉับพลัน ไม่มีแม้แต่การส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ SOS บางครั้งที่ก่อนเครื่องบินจะหายสาบสูญ นักบินมีเวลาพอที่จะแจ้งข่าวความผิดปกติมายังฐานปฏิบัติการ ทุกรายงานแจ้งตรงกันว่า ไม่สามารถควบคุมกลไกต่างๆ ให้ดำเนินไปตามปกติได้ เข็มทิศประจำเครื่องหมุนสะเปะสะปะไม่สามารถบอกทิศทางได้ ท้องฟ้ากลายเป็นสีเหลืองมองดูคล้ายหมอกหนาทึบ ทั้งๆ ที่เป็นวันที่บรรยากาศแจ่มใส และแดดส่องจ้ามาก่อน ท้องทะเลที่เงียบสงบกลับปั่นป่วนขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

p1881rblr713bn176114sj1s2nktq3

นักวิทยาศาสตร์ นักสมุทรวิทยา และผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ต่างก็พยายามหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น ส่วนมากทำได้เพียงแค่ตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ดังกล่าว โดยแบ่งได้หลายทฤษฏี (ขออนุญาตยกมาเฉพาะที่มีชื่อเสียง) ดังนี้ครับ

 

ทฤษฎีที่ 1 การแปรผันของสนามแม่เหล็กโลก เป็นไปได้ว่า บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเป็นบริเวณที่สนามแม่เหล็กมีความเข้มข้นสูง ทำให้เกิดการผิดพลาดในการทำงานของเครื่องวัดระดับ และเข็มทิศประจำเครื่อง เครื่องบินจึงดิ่งลงสู่มหาสมุทร ถูกดูดกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว

 

ทฤษฎีที่ 2 ประตูมิติ เป็นไปได้ว่าบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ตั้งอยู่ในจุดสมดุลของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า กับพลังของสนามแรงโน้มถ่วง ซึ่งทำให้เกิดช่องว่างที่เชื่อมต่อกับอีกมิติหนึ่งในห้วงเวลาอวกาศ เมื่อวัตถุหลุดผ่านเข้าไปอีกมิติแล้ว จะไม่สามารถกลับมาได้อีก

 

ทฤษฎีที่ 3 เทคโนโลยีชั้นสูง เป็นไปได้ว่าอาจมีมนุษย์ต่างดาวหรือมนุษย์ที่อาศัยอยู่ใต้มหาสมุทรบริเวณนั้นต้องการขโมยเรือหรือเครื่องบิน และสิ่งมีชีวิตลงไปใต้มหาสมุทรเพื่อศึกษาหรือทดลองบางอย่าง ข้อสันนิษฐานนี้ก็สอดคล้องกับรายงานที่ว่า มีผู้พบเห็นจานบินลึกลับร่อนไปร่อนมาเหนือสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าอยู่หลายครั้ง

 

ทฤษฎีที่ 4 กระแสน้ำวนมหาศาล นักประดาน้ำมักจะพบเห็น”ปล่องน้ำเงิน” อยู่ตามหุบผาใต้น้ำ และแหล่งหินปะการัง ในท้องทะเลนอกฝั่งบาฮามัส มีลักษณะเป็นอุโมงค์หรือปล่องใต้ทะเล โดยทั่วไปเป็นที่อยู่ของปลาที่ไม่ค่อยได้พบกันที่ผิวน้ำ ปล่องเหล่านี้เกิดจากถ้ำหินประการังถูกกัดกร่อนด้วยกระแสน้ำใต้ทะเลมาเป็นเวลานับหมื่นปี ปล่องจำนวนมากต่างมีทางแยกออกไปในหลายทิศทาง มีกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ทำให้น้ำบริเวณปากปล่องไหลวนเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดการหมุนเป็นกรวยเหนือพื้นน้ำในลักษณะของวังน้ำวน ซึ่งสามารถจะดึงดูดเรือเล็กพร้อมด้วยคนบนเรือ ลงสู่ก้นอย่างรวดเร็ว

 

ทฤษฎีที่ 5 ก๊าซมีเธน นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโมนาช กรุงเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย รายงานว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีก๊าซมีเธนอยู่ใต้ท้องทะเลเป็นจำนวนมาก จนปะทุขึ้นเหนือท้องทะเล  ซึ่งก๊าซมีเธนนี้ เมื่อขยายตัวเป็นวงกว้างแล้ว ไม่ว่าวัตถุใด ๆ เคลื่อนที่ผ่าน มันก็จะดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างให้จมลงสู่ห้วงทะเลลึกอย่างรวดเร็ว

shutterstock_174176810

แต่สุดท้าย ทุกทฤษฎีก็ยังไม่อาจให้ความกระจ่างชัดแก่เราได้ เนื่องจากยังไม่มีใครที่เดินทางไปพิสูจน์ได้ เพราะบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดามีอาณาบริเวณที่กว้างมาก ตั้งแต่ ฟลอริด้า-เปอร์โตริโก-เกาะเบอร์มิวดา กินพื้นที่ประมาณ 4.4 แสนตารางไมล์ เพราะฉะนั้นการค้นหาเพื่อพิสูจน์ในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็มีองค์กรของรัฐและเอกชนต่างให้ความสนใจในการสำรวจ โดยหวังว่าจะเจอหลักฐานอะไรก็ตามที่นำมาใช้ไขปริศนาของ “ดินแดนอาถรรพ์” แห่งนี้ได้

ที่มาhttp://travel.truelife.com/detail/53033
https://web.facebook.com/rmutphysics/?hc_ref=PAGES_TIMELINE&fref=nf

หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด หรือ แขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

ขอเชิญท่านรู้จักกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ของ รพ.กรุงเทพภูเก็ต

โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยระดับโลก มาใช้ในการรักษาผู้ป่วย โดยนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (ดาวินชี่) เข้ามาช่วยในการผ่าตัดผู้ป่วยเป็นแห่งเดียวในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ

การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ทำให้การผ่าตัดสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น มีแขนกล้องสามารถมองเห็นเป็นแบบ 3 มิติ มีความละเอียดสูง (High Definition: HD) และแขนที่ทำงานคล้ายมือของคน ซึ่งจะช่วยทำให้การผ่าตัดมีความละเอียดและแม่นยำมากขึ้น ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลง การผ่าตัดมีความปลอดภัยมากขึ้น เจ็บน้อยลง รวมทั้งสามารถลดภาวะแทรกซ้อนภายหลังการผ่าตัด สามารถกลับบ้านได้เร็วขึ้น

Robotic-Surgery-Da-Vinci

 

ที่มา http://www.phukethospital.com/Thai/Hospital-Innovation/Robotic-Surgery.php
https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1343034819094667

เทรนด์เทคโนโลยี 2020

Ericsson ConsumerLab หน่วยงานวิจัยของ Ericsson ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม สำรวจผู้ใช้มือถือทั่วโลกอายุระหว่าง 15-69 ปี ที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ อาศัยอยู่ในเมือง โจฮันเนสเบิร์ก ลอนดอน เม็กซิโกซิตี นิวยอร์ก มอสโคว์ ซานฟรานซิสโก เซาเปาลู เซียงไฮ้ ซิดนีย์และโตเกียว เป็นตัวแทนของกลุ่มประชากรจำนวน 85 ล้านคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่เสมอ พบ 5 เทรนด์ยอดนิยมของกลุ่มผู้บริโภคดังนี้

1.The Streamed Future อนาคตกับการรับชมแบบสตรีม

4

ในอนาคตวีดีโอสตรีมมิ่งจะกลายมาเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมแซงหน้า Broadcast (จากการสำรวจกลุ่มเป้าหมายอายุ 16-45 ปี) โดย 3 ใน 4 ของกลุ่มสำรวจยอมรับว่าพวกเขาดูวีดีโอสตรีมมิ่งโดยเฉพาะการดู Youtube ผ่านสมาร์ทดีไวซ์ มากกว่าการดูทีวีตามผังรายการ และมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดการใช้ดาต้าทั่วโลกมาจาก Entertainment สตรีมมิ่ง

2. Helpful Homes บ้านที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อาศัย

5

ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมากในการติดตั้งเซนเซอร์ในบ้านที่สามารถแจ้งให้ทราบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับน้ำและไฟฟ้าอะไรบ้างหรือสมาชิกครอบครัวนั้นออกไปข้างนอกหรือกลับบ้านเมื่อไหร่ และครึ่งหนึ่งของผู้ถูกสำรวจอยากเห็นอุปกรณ์ในบ้านเชื่อมต่อกับมือถือ ส่วนในประเทศไทยการเชื่อมต่ออุปกรณ์ในบ้านกับสมาร์ทโฟนสูงมากถึง 11% และ 43% สนใจการเชื่อมต่อดีไวซ์ผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งอาจจะน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ แต่ความสนใจอุปกรณ์เชื่อมต่อเหล่านี้กับมีมากกว่าทั้ง 2 ประเทศนี้

3. Mind Sharing การสื่อสารผ่านทางความคิด

6

การสื่อสารผ่านทางความคิดเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดในปัจจุบันได้เป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ Mind Sharing ผ่าน Deviceในรูปแบบต่างๆ ที่เปลี่ยนให้ผู้บริโภคพัฒนาศักยภาพตัวเองได้มากขึ้น และจากผลสำรวจพบว่าผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนถึง 40% ต้องการ Wearable Device ที่เชื่อมต่อทางความคิด และ 60%เชื่อมั่นว่า Device ในรูปแบบนี้จะกลายเป็นจะกลายเป็นกระแสหลักที่เห็นได้เด่นชัดขึ้นในปี 2563

4. Smart Citizens พลเมืองอัจฉริยะ

7

Smart Citizens ไม่ได้ทำให้คนฉลาดขึ้น แต่ทำให้คนมีข้อมูลที่มีอยู่มาประมวลผลและนำมาใช้ในการตัดสินใจได้ถูกต้องมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ที่ให้พฤติกรรมในชีวิตประจำวันผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง โดยมากกว่า 70% ของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนเชื่อว่า Application ที่ต่างๆ ในรูปแบบ Active City Application เช่นแผนที่ที่แสดงการจราจรแบบเรียลไทม์ การตรวจสอบการใช้พลังงานภายในบ้านทั้งแก๊ส น้ำ ไฟฟ้า และการตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาและอื่นๆ ที่ยกระดับชีวิตให้ดีขึ้นจะกลายเป็นแอพที่สำคัญที่สุดในปี 2563 โดย 76% ของผู้บริโภคต้องการแอพลลิเคชั่นที่แสดงการจราจรแบบเรียลไทม์ 70% แอพใช้ตรวจสอบการใช้พลังงานภายในบ้าน และ66% แอพตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาและอื่นๆ

5.The Sharing Economy เศรษฐกิจแบบแบ่งปันกัน8

 

อินเทอร์เน็ตได้เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคสู่โลกของการแบ่งปันในเรื่องต่างๆ มากขึ้น และก่อให้เกิดเทรนด์ของเศรษฐกิจแบบแบ่งปันในรูปแบบต่างๆ เช่น บริการ airBNB ที่เปิดโอกาสให้บ้านพักทั่วไปนำห้องว่างมาเปิดบริการห้องพักให้กับนักเดินทางทั่วโลก

ที่มา http://marketeer.co.th/2015/01/10-digital-trend/
https://www.google.co.th/search?q=เทคโนโลยีในอนาคต
https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1335329833198499

Sony Nextep Computer คอมพิวเตอร์ข้อมือแห่งอนาคตปี2020

 
rgaEaa0rCpภาพจาก  blog.sogoodweb.com/

หากพูดถึงเทคโนโลยีในทุกวันนี้ก็ต้องยอมรับว่ามันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ  คุณเคยจินตนาการถึงวันของคุณในปี 2020ไหม? เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและรูปร่างหน้าตาของอุปกรณ์ต่างๆ ก็เริ่มจะมีเค้าโครง ไปสู่โลกอนาคตตามที่คาดการณ์กันไว้แล้ว รวมเทคโนโลยีระหว่างเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสาร และเทคโนโลยีการแพร่ภาพกระจายเสียง เป็นการใช้เทคโนโลยี Cloud ร่วมกับทัชสกรีน คอมพิวเตอร์ข้อมือแห่งอนาคต Sony Nextepคอมพิวเตอร์แห่งปี 2020

Sony6 ภาพจาก  blog.sogoodweb.com/

คอมพิวเตอร์ข้อมือแห่งอนาคต Sony Nextep คอมพิวเตอร์แห่งปี 2020 คอมพิวเตอร์ข้อมือแห่งอนาคต ปี2020 เตรียมเสียเงินกันอีกแล้วสำหรับคอไอทีทั้งหลายเมื่อ Sony ได้คิดค้นคอมพิวเตอร์แห่งอนาคต Sony Nextep Computer มีลักษณะเป็นคอมพิวเตอร์ข้อมือมีคอมพิวเตอร์เป็นโครงสร้างที่ยืดหยุ่นด้วยหน้าจอ OLED Touchscreen มีเทคโนโลยี Holographic Projector, Pull-Out Extra Keyboard และที่สำคัญมันจะอยู่บนข้อมือของคุณด้วย สามารถพกพาได้ สะดวกสบาย ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา เจ๋งไหมละคราวนี้ก็ไม่ต้องแบกโน๊ตบุ๊คให้เมื่อยกันอีกแล้ว

Sony7 Sony5ภาพจาก  blog.sogoodweb.com/
ที่มา http://blog.sogoodweb.com/
https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1324740724257410

Tech Tats นวัตกรรมหมึกนำไฟฟ้ารอยสักบนผิวหนัง สู่วงการแพทย์

c97d4cacภาพจาก energysavingmedia.com/

Tech Tats ได้ใช้วิธีการ หมึกนำไฟฟ้า มาสร้างแผงวงจร ซึ่งผ่านการพิจารณาแล้วว่า เหมาะกับผิวหนังของมนุษย์ โดยไม่เป็นการรบกวนการสวมใส่ เพราะมันจะฝังลงที่ผิวหนัง Tech Tats มาตรฐานเดียวกันกับ Smartwatches พร้อมทั้งยังสามารถใส่ออกกำลังกายได้ เหมือนกับเป็นเครื่องประดับ

Tech Tats มีความสามารถนำมาใช้ในการตรวจสอบอุณหภูมิของร่างกาย ความดันโลหิต ระดับความเครียด และอัตการเต้นของหัวใจ แล้วจึงส่งข้อมูลผ่านไปยังApplication ในโทรศัพท์มือถือหรือทางคอมพิวเตอร์

594249b7ภาพจาก energysavingmedia.com/

ตำแหน่งแหน่งของ Tech Tats อยู่บนผิวหนังเป็นระนาบเดียวกัน ซึ่งวงจรที่สมบูรณ์แบบนั้นยังสามารถกำหนดการปกปิดหรือเปิดเผยข้อมูลของเราได้ โดยที่เราสามารถเลืเองว่าจะให้หมึกนำไฟฟ้าแสดงตัวขึ้นหรือไม่

6847a59cf3f1f40c ภาพจาก energysavingmedia.com/

การออกแบบนั้น เป็นการผสมผสานการ DIYใช้ไฟ LED ไมโครคอนโทรลเลอร์หมึกนำไฟฟ้า สำหรับผลที่ได้ในตอนนี้ นับว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก แต่หมึกนำไฟฟ้านั้นยังคงต้องทำการพัฒนาต่อไปเพื่อให้เกิดการใช้งานที่นานขึ้นและสมรรถภาพที่ดีขึ้น

การใช้งาน Tech Tats จะเริ่มใช้งานขึ้นเป็นอย่างมากขึ้น เริ่มต้นด้วยการนำไปสู่วงการแพทย์ขยายไปยังวงการการเงิน รวมทั้งการทำบัตรประจำตัว ที่มุ่งเน้นการใช้งานในกรณี อื่นๆ เช่น กระเป๋าเงินหาย ที่ใส่แล้วสามารถระบุข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนได้ เชื่อมโยงไปสู่ข้อมูลธนาคาร โดยไม่ต้องห่วงเรื่องบัตรหายแล้วจะมีคนนำไปใช้อีก หรืออย่างเช่น ใช้กับบุตรหลาน ในระหว่าง การออกนอกบ้าน ไปยัง สถานที่ที่วุ่นวายซึ่งเป็นวิธีที่ ง่ายต่อการติดตาม พวกเขาใน กรณีที่คุณ แยกออกจากกัน ปัจจุบันยังมีการพัฒนาวงจร ทั้งเทคโนโลยี เช่นเดียวกันกับการพัฒนา หมวดการใช้งานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ที่มา EnergySavingMedia.com
 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1316817738383042