คลังเก็บหมวดหมู่: ดวงกมล มงคลชัยชนะ

ili-wearable-translation-device-01

วุ้นโดเรม่อนป่าวว้ะ! ILI (อิลี) เครื่องแปลภาษาแบพกพา ใช้งานง่ายแต่เยี่ยม

ili-wearable-translation-device

อุปกรณ์ใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ นั้นมีออกมาให้เราได้เห็นกันตลอดจริงๆ และเจ้านี่ก็อาจจะเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่หลายคนต้องการมาทั้งชีวิตเลยก็ว่าได้ครับ

ili-wearable-translation-device-01

เชื่อว่าหลายคนที่ไม่เก่งภาษาแลบะเคยดูการ์ตูนโดราเอม่อนจะต้องอยากได้ของวิเศษจากกระเป๋าที่เรียกว่า วุ้นแปลภาษา อย่างแน่นอน เพราะเจ้านี่ช่วยให้คุยกับคนภาษาอื่นรู้เรื่งขึ้นมาทันใด แต่ดูเหมือนว่าของวิเศษโดราเอม่อนจะมีให้ใช้กันจริงๆ แล้ว เมื่อมีบริษัที่ชื่อว่า LogBar ได้ผลิตเครื่องแปลภาษาแบพกพาที่มีชื่อว่า ili (อีลิ) ออกมาให้เราได้เห็นกัน หลายคนเห็นแล้วอยากได้จนตัวสั่นกันเลยน่ะ

ที่มา : http://www.xn--12c1bij4d1a0fza6gi5c.com/ili-wearable-translation-device.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1360790853985730

9220_161220151056s3

Arma รถยนต์ไร้”คนขับ” ใช้พลังงานไฟฟ้า !!

9220_161220145019Wb

ก็ถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นไม่น้อย เกี่ยวกับรถยนต์ที่สามารถโดยสารได้เองโดยปราศจากคนขับ ซึ่งทางสิงคโปร์จะเริ่มเปิดใช้ Arma รถยนต์ไร้คนขับที่ถูกพัฒนาโดย Navya บริษัทจากประเทศฝรั่งเศส ในช่วงต้นปี 2017

9220_161220151056s3

เส้นทางที่ Arma จะถูกใช้งานคือการเดินทางระหว่าง Nanyang Tecnological University และ CleanTech eco-business park เป็นระยะทาง 1.5 กิโลเมตร Arma สามารถรับผู้โดยสารได้สูงสุด 15 คน และยังใช้เซ็นเซอร์ Lidar และกล้องเพื่อสื่อสารกับระบบโลเคชั่นของ GPS ที่สามารถสื่อสารไปยังสถานีควบคุมได้อีกด้วย

9220_16122011450054

ยังไม่หมดแค่นั้น Arma ยังเป็นรถยนต์ไร้คนขับที่ใช้พลังงานไฟฟ้าอีกด้วย โดยแบตเตอรี่ใช้ได้ประมาณครึ่งวัน (ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและระยะทาง) ส่วนด้านล่างนี้เป็นวีดีโอที่ทาง Nanyang Technological University (NTU) โพสต์ให้เราได้ดูเกี่ยวกับการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับที่จะนำมาใช้ในต้นปีหน้า

https://www.facebook.com/NTUsg/videos/1282051111834064/

ที่มา : http://news.thaiware.com/9220.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1351450361586446

Nicotine_Patch_1

SmartStop แผ่นติดผิวหนังช่วย”เลิกบุหรี่” ให้ผิวหนังดูดซึมสารนิโคติน!

Nicotine_Patch_1

         SmartStop แผ่นติดผิวหนังสำหรับช่วยเลิกบุหรี่ ช่วยปล่อยสารนิโคตินให้ดูดซึมผ่านผิวหนัง ลดอาการอยากสูบบุหรี่

SmartStop แผ่นติดผิวหนังสำหรับช่วยเลิกบุหรี่ ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยปล่อยสารนิโคตินให้ดูดซึมผ่านผิวหนัง ทำให้ร่างกายของผู้ใช้ได้รับสารนิคอตินเพียงพอจนไม่รู้สึกอยากสูบบุหรี่ ช่วยให้สามารถลดและเลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น โดยภายใน SmartStop มีบรรจุสารนิโคตินเอาไว้ พร้อมตัวควบคุมการปล่อยสารนิโคตินในแต่ละช่วงเวลาของวัน ได้แก่ ช่วงเช้า 30 แรกหลังตื่นนอน เนื่องจากมีผลวิจัยว่าคนสูบบุหรี่จำนวน 80% จะสูบในช่วงเวลานี้ ตามด้วยช่วงเวลาหลังอาหารกลางวันและเย็น

Nicotine_Patch_2

                      SmartStop จะมีแบตเตอรี่ในตัวและสามารถเชื่อมต่อกับแอพฯ สมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth เพื่อแสดงข้อมูลการปล่อยสารนิโคตินและบันทึกเป็นสถิติเก็บไว้ดูย้อนหลังได้ โดยเป้าหมายของการพัฒนา SmartStop ก็คือการช่วยให้คนเลิกบุหรี่ได้ภายใน 10 สัปดาห์ แต่ในขณะนี้ SmartStop ยังมีให้ใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียเท่านั้น

ที่มา : https://men.kapook.com/view165445.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1343952889002860

9553_1702071155161W

งานล้ำต้องมา Uber จ้างอดีตพนักงาน NASA เพื่อทำให้เกิดโปรเจค รถบินได้!!!

9553_1702071155161W

Mark Moore ผู้มีประสบการณ์ทำงานให้กับองค์กร NASA มาร่วม 30 ปี ตัดสินใจร่วมงานกับ Uber บริษัทผู้ให้บริการระบบเรียกรถแท็กซี่รายใหญ่ แน่นอนว่า Mark ไม่ได้ออกมาทำเรื่องที่น่าเบื่อบนพื้นดิน และจากแหล่งข่าว Bloomberg ระบุว่า Mark ได้เข้าร่วมโครงการ ระบบโดยสารส่วนบุคคลทางอากาศ อันเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ โปรเจคสร้างรถบินได้ของ Uber (Uber’s flying car project)

แต่ในเวลานี้ Mark ยังไม่ได้รับหน้าที่ออกแบบรถบินได้ให้กับ Uber และในช่วงเดือนตุลาคมของปีที่ผ่านมา ทาง Uber ได้เผยรายละเอียด White paper ที่สรุปแนวความคิดของรถแท็กซี่บินได้ ที่ให้บริการในรูปแบบของเครือข่ายยานบินขนาดเล็ก ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า มันสามารถบินขึ้น และลงจอดได้ในแนวดิ่ง ทำให้สามารถบินขึ้น/ลงจอด ได้ในจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ รวมถึงหลังคาของตึกระฟ้า ซึ่งตามศัพท์เทคนิคแล้ว เราจะเรียกยานบิน ที่บินขึ้น/ลงจอดในแนวดิ่ง ว่า VTOL (Vertical TakeOff and Landing) ยานบินประเภทนี้จะมีปีกขนาดใหญ่ ในลักษณะคล้ายเครื่องบิน และมีการติดตั้งชุดใบพัด ที่สามารถปรับให้ทำงานในแนวตั้งฉากได้ เพื่อการบินขึ้นและลงจอด

ทาง Uber บอกว่า ไม่ได้ต้องการที่จะสร้าง รถบินได้ ด้วยตัวเอง แต่พร้อมที่จะสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม VTOL และพร้อมที่จะวางตัวในบทบาทที่เหมาะสม เพื่อให้เรื่องนี้เกิดเป็นความจริงขึ้นมาให้ได้ คำกล่าวนี้ดูเหมือนเป็นการเชิญชวนว่า “เอาหล่ะนักพัฒนาอากาศยานทั้งหลาย เอารถบินได้ตัวต้นแบบมาคุยกับเรา และถ้าเราคิดว่ามันเจ๋ง Uber ก็พร้อมที่ซื้อมัน”

และอย่าแปลกใจ ถ้าตอนนี้เรามองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วยังไม่เห็นรถบินได้ของ Uber เพราะโปรเจคนี้ยังเป็นเรื่องของอนาคตอีกยาวนาน และพวกเขาก็ยังไม่เคยเปิดเผยต้นแบบ ของรถบินได้สู่สายตาสาธารณะชนแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีข้อจำกัดทางเทคนิคเป็นจำนวนมาก ที่ทำให้เรายังคงไม่ได้เห็นรถบินได้ภายในเร็วๆ นี้ อาทิ เรื่องของเสียงรบกวนจากการทำงานของรถบินได้, ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ รวมถึงข้อจำกัดเรื่องการจราจรทางอากาศ 

และ Mark เข้ามาช่วย Uber เพื่อคลี่คลายปัญหาข้อจำกัดทางเทคนิคต่างๆ ย้อนเวลากลับไปในปี 2010 ช่วงที่ Mark ยังทำงานอยู่กับ NASA เขาได้นำเสนอเอกสารงานวิจัยชิ้นเอก ที่เผยให้เห็นภาพของ Puffin Electric Tailsitter ซึ่งเป็นยานบินส่วนบุคคลที่สามารถบินขึ้น/ลงจอดในแนวดิ่ง และใช้พลังงานไฟฟ้า

ที่มา : http://news.thaiware.com/9553.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1344145608983588

starbucks4

เปิดฤดูกาลล่า “ทางช้างเผือก” ชวนชมปรากฏการณ์ทางช้างเผือก ก.พ.-เม.ย. นี้

starbucks4

                    สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ชวนชมปรากฏการณ์ทางช้างเผือก สามารถเห็นได้ชัดเจนทั่วประเทศ ในช่วงเช้ามืดตั้งแต่เดือนต้นเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนเมษายนนี้

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยว่า ช่วงเช้าตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นตลอดทั้งเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน จะเห็นแนวใจกลางทางช้างเผือกเด่นชัดบริเวณขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับกลุ่มดาวคนยิงธนู อีกทั้งยังสามารถสังเกตเห็นดาวเสาร์สว่างบริเวณด้านซ้ายของใจกลางทางช้างเผือกอีกด้วย

starbucks5

ทั้งนี้หลังจากวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ประชาชนจะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ โดยแนวใจกลางทางช้างเผือกจะปรากฏอยู่สูงจากขอบฟ้ามากขึ้น และจะค่อย ๆ เปลี่ยนทิศทางเป็นแนวพาดบริเวณกลางฟ้าเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเมษายน ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป เรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่สามารถชื่นชมความสวยงามทางช้างเผือกได้ยาวนานขึ้น

starbucks7

           ด้าน นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ กล่าวว่า ใจกลางทางช้างเผือกคือส่วนที่สว่างที่สุดของทางช้างเผือก ประกอบด้วยวัตถุท้องฟ้ามากมาย เช่น ดาวฤกษ์ กระจุกดาว รวมทั้งเนบิวลา ทางช้างเผือกเป็นวัตถุท้องฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อมองจากโลก สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นแถบสว่างพาดเป็นแนวยาวกลางฟ้า ตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้

อย่างไรก็ตามทางช้างเผือกสามารถสังเกตเห็นได้เกือบตลอดทั้งปี หากท้องฟ้าปลอดโปร่ง มีทัศนวิสัยของท้องฟ้าดี ก็จะสามารถสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้อย่างชัดเจน

starbucks6

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page

ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/148622

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1336965836368232

3

อิสราเอลพัฒนา″รถบินไร้คนขับ” !!

4

หลังจากใช้เวลาพัฒนาถึง 15 ปี ในที่สุด บริษัทด้านเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในอิสราเอลประสบความสำเร็จในการสร้างรถบินไร้คนขับต้นแบบ พร้อมตั้งเป้าหมายว่า จะ วางจำหน่ายรถบินที่สามารถรองรับน้ำหนักผู้โดยสารได้ถึง 1,500 กิโลกรัม ในปี 2563 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า

คอร์โมแรนท์ (Cormorant) ซึ่งคือ ชื่อของรถบิน เป็นยานพาหนะขับเคลื่อนได้เหมือนรถทั่วไป และสามารถขนส่งด้วยน้ำหนัก 500 กิโลกรัม เดินทางด้วยความเร็ว 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเคยผ่านการทดสอบบินเดี่ยวครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยมีราคารวมทั้งสิ้นราว 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 490 ล้านบาท

3

บริษัทเออร์บัน แอโรนอทติคส์ ของอิสราเอล เป็นผู้พัฒนารถบินไร้คนขับ บอกว่า รถบินไร้คนขับที่มีสีเขียวเข้มคันนี้ สามารถอพยพผู้คนจากสภาพแวดล้อมที่อันตรายหรือช่วยกองทัพเข้าถึงพื้นที่ปลอดภัย  ราฟี โยเอลี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทเออร์บัน แอโรนอทติคส์ บอกว่า รถบินได้ควบคุม ด้วยระบบการทำงานระยะไกล และยังสามารถบินขึ้นในแนวตั้ง เพื่อภารกิจส่งสินค้าระยะทาง 50 ถึง 70 กิโลเมตร ทั้งมีรูปแบบการบินไปข้างหน้าและถอยหลัง ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ในวงการการบิน และน่าจะมีประโยชน์ต่อการใช้ในการทหาร กับอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงงานที่มีความเสี่ยงสูง

โยเอลี ตั้งบริษัทขึ้นมาเมื่อปี 2544 ในเมืองเยฟนี ทางตอนกลางของอิสราเอล เพื่อสร้างโดรน ซึ่งให้ความปลอดภัยกว่าเฮลิคอปเตอร์ เพราะสามารถบินได้ระหว่างอาคารต่าง ๆ กับสายไฟฟ้าที่อยู่ในระดับต่ำ โดยไม่ต้องเสี่ยงว่า ใบพัดจะไปถูกสายไฟ

2

และตอนนี้ทีมผู้สร้างกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้รถมีความสมบูรณ์ ก่อนที่รถบินได้ไร้คนขับจะวางตลาด เนื่องจากการบินทดสอบเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พบปัญหาเล็กน้อยเกี่ยวกับการส่งข้อมูลไปยังแผงเซ็นเซอร์

1

ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมราย หนึ่งเปิดเผยว่า เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยปกป้องชีวิตผู้โดยสาร ทัล อินบาร์ หัวหน้าศูนย์วิจัยยูเอวีของสถาบันฟิสเชอร์เพื่อยุทธศึกษาอวกาศและอากาศของอิสราเอลบอก ว่า เป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าของสงครามหลายด้าน รวมถึงการอพยพทหารที่บาดเจ็บในสมรภูมิรบ

https://www.youtube.com/watch?time_continue=57&v=3FvGmycWk0o

 

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/article/548904

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1328381150560034

_93625314__90995808_burntnotearielgonzalez

นักวิจัยสหรัฐฯผลิตแบตเตอรีไฮเทค ดับไฟที่ลุกไหม้ตัวเองได้ !!

_93625243__93587695_gettyimages-521334654-1

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดของสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการคิดค้นแบตเตอรี ลิเธียม-ไอออน ซึ่งสามารถดับไฟที่เกิดลุกไหม้ขึ้นในตัวเองได้ โดยสารดับเพลิงในตัวแบตเตอรีจะถูกปล่อยออกมาเมื่อแบตเตอรีมีอุณหภูมิสูง

มีการตีพิมพ์รายละเอียดของผลงานคิดค้นดังกล่าวลงในวารสาร Science Advances โดยเผยว่าแบตเตอรีรุ่นนี้สามารถดับไฟได้ภายในเวลาอันรวดเร็วเพียง 0.4 วินาที โดยสารไตรฟีนิลฟอสเฟต (TPP) ซึ่งเป็นสารดับเพลิงที่บรรจุไว้ในเปลือกห่อหุ้มเล็ก ๆ ภายในสารละลายอิเล็กโทรไลต์ของแบตเตอรี จะถูกปล่อยออกมาเมื่อแบตเตอรีมีอุณหภูมิสูงถึงระดับ 150 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนจะทำให้เปลือกหุ้มสารดับเพลิงละลาย

ก่อนหน้านี้เคยมีความพยายามใส่สาร TPP ลงในแบตเตอรีโดยไม่ใช้เปลือกหุ้มมาก่อน แต่ปรากฏว่าสารดับเพลิงนี้กลับไปทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของแบตเตอรีลดลง

_93625314__90995808_burntnotearielgonzalez

นายเอียน ฟ็อกก์ นักวิเคราะห์อาวุโสประจำบริษัทวิศวกรรม IHS ของสหราชอาณาจักรกล่าวว่า การคิดค้นแบตเตอรีที่ดับไฟลุกไหม้เองได้ ถือเป็นความก้าวหน้าอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมามีแรงกดดันมหาศาลให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรีซึ่งค่อนข้างล้าหลัง ให้เท่าทันกับเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่ล้ำหน้าไปหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสมาร์ทโฟน ซึ่งที่ผ่านมาผู้ผลิตจำต้องหาจุดสมดุลระหว่างความสามารถรองรับของแบตเตอรีที่มีจำกัด กับอุปกรณ์ที่แสดงภาพกราฟฟิกและรายละเอียดบนจอได้ซับซ้อนยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ มีการใช้งานแบตเตอรี ลิเธียม-ไอออน ในเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปจำนวนมาก แต่แบตเตอรีชนิดนี้กลับขึ้นชื่อเรื่องอันตรายจากการติดไฟลุกไหม้ โดยหากมีการชาร์จไฟเข้าเร็วเกินไป หรือมีความผิดพลาดในระดับชิ้นส่วนจากโรงงานเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและแบตเตอรีติดไฟลุกไหม้ได้ โดยเมื่อต้นปีที่แล้ว คณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ออกคำเตือนว่าการเก็บแบตเตอรีลิเธียม-ไอออน ไว้ในที่เก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องบิน อาจเป็นที่มาของการระเบิดและติดไฟลุกไหม้ได้

ส่วนในกรณีของโทรศัพท์มือถือ ซัมซุง กาแล็กซี โน้ต 7 ที่เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นหลายครั้งเมื่อปีที่แล้วนั้น ทางผู้ผลิตยังคงไม่ยอมรับว่าเกิดจากความบกพร่องของแบตเตอรีโดยตรง แต่ล่าสุดมีการแถลงว่ากำลังสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอยู่และจะแถลงผลสอบสวนให้ทราบกันต่อไป

ที่มา : http://www.bbc.com/thai/international-38649136

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1330168210381328

9386_17011611515324

Shoot Portraits, Not People โปรเจคงานศิลปะสร้างอาวุธ จากอุปกรณ์ถ่ายภาพ

9386_17011611515324

                  โลกได้สอนเราว่า ศิลปะ เป็นสิ่งที่ไม่ควรตัดสินจากการมองเพียงเสี้ยววินาที และโปรเจค Shoot Portraits, Not People ก็เช่นเดียวกัน นั่นเพราะหากคุณมองจากภายนอก มันอาจจะเป็นอาวุธสงครามธรรมดาๆ เท่านั้น แต่ถ้าหากมองลึกลงไป จะเห็นว่าอาวุธสงครามทั้งหมด ถูกสร้างมาจากอุปกรณ์การถ่ายภาพ

Jason Siegel (ช่างภาพมืออาชีพ) และ Keith D’Angelo (ช่างประติมากรโลหะ) ร่วมกันสร้างสรรค์โปรเจค Shoot Portraits, Not People ที่นำอุปกรณ์การถ่ายภาพทั้งหมด ที่มีน้ำหนักมากกว่า 200 ปอนด์ หรือประมาณ 90 กิโลกรัม อาทิ กล้อง, เลนส์, แฟลชกล้อง และอื่นๆ อีกมากมาย มาประกอบเป็นอาวุธรูปแบบมากมาย ตั้งแต่ ปืน ไปจนถึง ระเบิด

โปรเจค Shoot Portraits, Not People นับว่าเป็น Art Installation หรือ ศิลปะจัดวาง ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่น้อยเลยทีเดียว และหากใครที่ต้องการต้องการติดตามชมผลงานเพิ่มเติม สามารถติดตามผ่านเว็บไซต์เจ้าตัว jasonsiegel.format.com ได้เลย
ที่มา : www.dpreview.com , jasonsiegel.format.com

ที่มา : http://news.thaiware.com/9386.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1319630898101726

9336_1701091759597h

CASIO WSD – F20 นาฬิกาอัจฉริยะสำหรับนักผจญภัย บนระบบ Android wear 2.0

                    Casio ได้เข้าร่วมเป็นครอบครัวของ Android Wear ในปีที่ผ่านมาด้วยรุ่น WSD-F10 ซึ่งเป็นสมาร์ทวอทช์ที่โดดเด่นด้วยการมุ่งเน้นคุณสมบัติการใช้งานแบบ Outdoor และในงาน CES 2017 บริษัทได้เปิดตัวรุ่น WSD-F20 ซึ่งได้ปรับปรุงจากรุ่นก่อนด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่น GPS และมันเป็นอุปกรณ์ภายใต้ซีรีย์ Pro Trek ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android Wear 2.0

9336_1701091759597h

การออกแบบ

Casio ได้ทำ WSD-F20 ให้ดูบึกบึนมากขึ้น ในขณะที่กรอบหน้าปัดแบบใหม่ยังคงดูเรียบง่าย มีการใส่รายละเอียดรอบกรอบหน้าปัดลงไปมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม และมีลูกเล่นตรงขนาดปุ่มที่แตกต่างกัน

นาฬิกาดูหนาและมีขนาดใหญ่ วัดเส้นผ่านศูนย์กลางหน้าปัดได้ประมาณ 56.4 มม. แต่ถ้าคุณใช้ G-Shock อยู่จะเห็นว่าไม่ค่อยแตกต่างกัน น้ำหนักจะเบากว่ารุ่นที่ผ่านมา และน่าเสียดายที่มีขนาดเดียว มันจะดูอึดอัดกับข้อมือขนาดเล็ก

9336_17010917493954

เจ้านาฬิกาตัวนี้มีขนาดหน้าจอที่ 1.32 นิ้วด้วยความละเอียด 300×320 พิกเซล แสดงผลได้ดีเยี่ยม และสามารถเปลี่ยนโหมดการแสดงผลเป็นหน้าจอนาฬิกาแบบขาวดำเพื่อประหยัดพลังงาน ทำให้สามารถทำหน้าที่บอกเวลาได้นานถึง 1 เดือน แต่จะไม่สามารถใช้ฟังก์ชั่นการแจ้งเตือนได้

สามปุ่มที่ด้านขวาของนาฬิกายังให้คุณเข้าถึงแอพฯ ฟังก์ชัน และเครื่องมือจาก Casio เช่น เครื่องวัดความสูง บารอมิเตอร์ เข็มทิศและอื่นๆ สายนาฬิกาง่ายต่อการสวมใส่และทำมาจากพลาสติก Urethane Resin มีพื้นผิวเป็นยางและซิลิโคน

GPS and Android Wear 2.0
WSD-F20 มีฟีเจอร์หลายอย่างที่เหมือนกับ WSD-F10 เช่น ไมโครโฟนในตัว และมันยังคงเป็นเซ็นเซอร์ GPS แบบพลังงานต่ำ พร้อมสนับสนุนระบบแผนที่ทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์ มันสามารถติดตามประเภทของกิจกรรมต่างๆได้มากขึ้น เช่น กีฬาทางน้ำ

Casio ดึงข้อมูลแผนที่ ที่ทางบริษัทกล่าวว่า “ได้รับการออกแบบอย่างหรูหราและง่ายต่อการอ่าน” จาก Mapbox ซึ่งเป็นแฟลตฟอร์มการทำแผนที่ถูกใช้โดยแอพฯ เช่น Foursquare, Pinterest, CNN และ Strava  คุณจะสามารถดาวน์โหลดแผนที่ ได้ล่วงหน้า และ GPS จะติดตามตำแหน่งของคุณ แม้ในขณะที่ออฟไลน์ Casio กล่าวว่าแอพฯ Location Memory ตัวใหม่ในนาฬิกา ผู้ใช้สามารถมาร์กจุด และเขียนข้อความลงบนแผนที่ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

Android Wear 2.0 มีความสับสนในการใช้งานน้อยลง และมีความคล่องตัวมากขึ้น และ Casio WSD-F20 นี้จะมี Google Assistant ที่เรียกใช้งานได้ง่ายๆ ผ่านปุ่มกด คุณจะสามารถใช้ Google Assistant เพื่อการ Search หาสิ่งที่ต้องการ รวมถึงการสั่งงานเพื่อควบคุมอุปกรณ์ในบ้านอัจฉริยะของคุณ

มันดูเหมือนว่ามีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากกับฟีเจอร์ ซึ่งรวมถึงเครื่องวัดสำหรับการเดินป่ากลางแจ้ง การขี่จักรยาน ตกปลา ตลอดจนเครื่องมือพื้นฐาน เช่น เข็มทิศและเครื่องวัดความสูง หากคุณใช้เครื่องมือที่คล้ายกับ WSD-F20 นาฬิกานี้เหมาะสำหรับคุณ

ข้อสรุป
WSD-F20  เป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่เหมาะสำหรับ ผู้คนที่ชอบนาฬิกาขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยเครื่องมือที่พวกเขาสามารถใช้เมื่ออยู่กลางแจ้ง แบตเตอรี่อยู่ได้ 2 วันเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังที่ไม่ได้ปรับปรุงจากรุ่นที่แล้ว และ Dual-layer display ช่วยให้ทำหน้าที่บอกเวลาได้นานเป็นเดือน ในแบบหน้าจอขาวดำ โดยไม่ต้องชาร์จแบตฯ

นาฬิกานี้จะมีราคาอยู่ที่ $500 (ประมาณ 18,000 บาท) และ Casio WSD-F20 Pro Trek Smart จะมาในตัวเรือนสีส้มและดำให้เลือกซื้อ และเริ่มเป็นเจ้าของได้วันที่ 21 เมษายนนี้

ที่มา : www.digitaltrends.com

ที่มา : http://news.thaiware.com/9336.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1319779174753565

posterCS56-09

“O-Bese-Gone” แอปพลิเคชันลดน้ำหนัก-ลดโรค

posterCS56-09

VDO : https://www.youtube.com/watch?v=GaPSZDAgvYU

แอปพลิเคชัน O-Base-Gone เป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันสำหรับผู้ที่สนใจลดน้ำหนัก โดยแนวคิดการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อการลดน้ำหนักและดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นผลงานนำร่องของศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

แอปพลิเคชัน “O-Bese-Gone ลดน้ำหนัก ลดโรคด้วยนาฬิกาและแอปพลิเคชันเพื่อสุขภาพ” เป็นผลงานของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ (SIT) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

แนวคิดของแอปพลิเคชันนี้คือต้องการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อการลดน้ำหนักและการดูแลสุขภาพสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือผู้ที่มีความใส่ใจในการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ โดยแอปพลิเคชันนี้ประกอบด้วยอุปกรณ์ 2 ส่วนคือ นาฬิกาอัจฉริยะ หรือ smart watch และโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์

G0DL5oPyrtt5HBAi4FmbSVRpzJnAJXYoRQxvhwR80jRTzv9QisnFc6

จุดเด่นคือระบบจะทำงานด้วยคำสั่งเสียงในการบันทึกข้อมูลแทนการบันทึกด้วยมือ สั่งผ่านนาฬิกาอัจฉริยะเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานและยังเหมาะสมในการใช้งานในทุกที่ทุกเวลา โดยจะบันทึกพลังงานจากอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวันและยังใช้ในการนับก้าวเดิน ซึ่งจะแสดงผลรวมเป็นตัวเลขส่งข้อมูลไปยังที่มือถือแบบอัตโนมัติ เพื่อเตือนให้เราควรจะเผาผลาญพลังงานส่วนเกินและยังมีฟังก์ชั่นอีกมากมายสำหรับการดูแลสุขภาพโดยเฉพาะที่ได้รวบรวมไว้ในมือถือเครื่องเดียว

แม้แอปพลิเคชันนี้จะยังไม่ได้เปิดให้ใช้ทั่วไปเพราะเป็นผลงานต้นแบบสำหรับโปรเจคจบของนักศึกษากลุ่มกังกล่าว แต่สามารถคว้ารางวัลจากเวทีการประกวดระดับชาติมาได้ถึง 2 เวทีคือ รางวัลชนะเลิศ สาขานวัตกรรมกิจกรรมทางกายและกีฬาเพื่อสุขภาพ จากโครงการประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 16 พร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

และล่าสุดยังได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในหมวด Tertiary Student จากโครงการประกวดผลงานด้านซอฟต์แวร์แห่งชาติประจำปี 2016 หรือThailand ICT Awards (TICTA) 2016 จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย20161129-1480397944.8442-5

สำหรับโรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกิน เป็นปัญหาที่พบเห็นกันมากในปัจจุบัน สาเหตุหลักมาจากการบริโภคที่มากเกินไปและในอาหารแต่ละชนิดมีปริมาณแคลอ่รีที่ต่างกัน หากไม่สามารถควบคุมปริมาณแคลอรี่ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมได้ หรือเผาผลาญไม่หมดก็จะก่อให้เกิดภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วนได้ในที่สุด แต่หากเราสามารถควบคุมแคลอรี่ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมก็จะส่งผลดีต่อการลดน้ำหนักได้

ที่มา : http://news.thaipbs.or.th/content/258338

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1312445242153625