คลังเก็บหมวดหมู่: ดวงกมล มงคลชัยชนะ

9386_17011611515324

Shoot Portraits, Not People โปรเจคงานศิลปะสร้างอาวุธ จากอุปกรณ์ถ่ายภาพ

9386_17011611515324

                  โลกได้สอนเราว่า ศิลปะ เป็นสิ่งที่ไม่ควรตัดสินจากการมองเพียงเสี้ยววินาที และโปรเจค Shoot Portraits, Not People ก็เช่นเดียวกัน นั่นเพราะหากคุณมองจากภายนอก มันอาจจะเป็นอาวุธสงครามธรรมดาๆ เท่านั้น แต่ถ้าหากมองลึกลงไป จะเห็นว่าอาวุธสงครามทั้งหมด ถูกสร้างมาจากอุปกรณ์การถ่ายภาพ

Jason Siegel (ช่างภาพมืออาชีพ) และ Keith D’Angelo (ช่างประติมากรโลหะ) ร่วมกันสร้างสรรค์โปรเจค Shoot Portraits, Not People ที่นำอุปกรณ์การถ่ายภาพทั้งหมด ที่มีน้ำหนักมากกว่า 200 ปอนด์ หรือประมาณ 90 กิโลกรัม อาทิ กล้อง, เลนส์, แฟลชกล้อง และอื่นๆ อีกมากมาย มาประกอบเป็นอาวุธรูปแบบมากมาย ตั้งแต่ ปืน ไปจนถึง ระเบิด

โปรเจค Shoot Portraits, Not People นับว่าเป็น Art Installation หรือ ศิลปะจัดวาง ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่น้อยเลยทีเดียว และหากใครที่ต้องการต้องการติดตามชมผลงานเพิ่มเติม สามารถติดตามผ่านเว็บไซต์เจ้าตัว jasonsiegel.format.com ได้เลย
ที่มา : www.dpreview.com , jasonsiegel.format.com

ที่มา : http://news.thaiware.com/9386.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1319630898101726

9336_1701091759597h

CASIO WSD – F20 นาฬิกาอัจฉริยะสำหรับนักผจญภัย บนระบบ Android wear 2.0

                    Casio ได้เข้าร่วมเป็นครอบครัวของ Android Wear ในปีที่ผ่านมาด้วยรุ่น WSD-F10 ซึ่งเป็นสมาร์ทวอทช์ที่โดดเด่นด้วยการมุ่งเน้นคุณสมบัติการใช้งานแบบ Outdoor และในงาน CES 2017 บริษัทได้เปิดตัวรุ่น WSD-F20 ซึ่งได้ปรับปรุงจากรุ่นก่อนด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่น GPS และมันเป็นอุปกรณ์ภายใต้ซีรีย์ Pro Trek ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android Wear 2.0

9336_1701091759597h

การออกแบบ

Casio ได้ทำ WSD-F20 ให้ดูบึกบึนมากขึ้น ในขณะที่กรอบหน้าปัดแบบใหม่ยังคงดูเรียบง่าย มีการใส่รายละเอียดรอบกรอบหน้าปัดลงไปมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม และมีลูกเล่นตรงขนาดปุ่มที่แตกต่างกัน

นาฬิกาดูหนาและมีขนาดใหญ่ วัดเส้นผ่านศูนย์กลางหน้าปัดได้ประมาณ 56.4 มม. แต่ถ้าคุณใช้ G-Shock อยู่จะเห็นว่าไม่ค่อยแตกต่างกัน น้ำหนักจะเบากว่ารุ่นที่ผ่านมา และน่าเสียดายที่มีขนาดเดียว มันจะดูอึดอัดกับข้อมือขนาดเล็ก

9336_17010917493954

เจ้านาฬิกาตัวนี้มีขนาดหน้าจอที่ 1.32 นิ้วด้วยความละเอียด 300×320 พิกเซล แสดงผลได้ดีเยี่ยม และสามารถเปลี่ยนโหมดการแสดงผลเป็นหน้าจอนาฬิกาแบบขาวดำเพื่อประหยัดพลังงาน ทำให้สามารถทำหน้าที่บอกเวลาได้นานถึง 1 เดือน แต่จะไม่สามารถใช้ฟังก์ชั่นการแจ้งเตือนได้

สามปุ่มที่ด้านขวาของนาฬิกายังให้คุณเข้าถึงแอพฯ ฟังก์ชัน และเครื่องมือจาก Casio เช่น เครื่องวัดความสูง บารอมิเตอร์ เข็มทิศและอื่นๆ สายนาฬิกาง่ายต่อการสวมใส่และทำมาจากพลาสติก Urethane Resin มีพื้นผิวเป็นยางและซิลิโคน

GPS and Android Wear 2.0
WSD-F20 มีฟีเจอร์หลายอย่างที่เหมือนกับ WSD-F10 เช่น ไมโครโฟนในตัว และมันยังคงเป็นเซ็นเซอร์ GPS แบบพลังงานต่ำ พร้อมสนับสนุนระบบแผนที่ทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์ มันสามารถติดตามประเภทของกิจกรรมต่างๆได้มากขึ้น เช่น กีฬาทางน้ำ

Casio ดึงข้อมูลแผนที่ ที่ทางบริษัทกล่าวว่า “ได้รับการออกแบบอย่างหรูหราและง่ายต่อการอ่าน” จาก Mapbox ซึ่งเป็นแฟลตฟอร์มการทำแผนที่ถูกใช้โดยแอพฯ เช่น Foursquare, Pinterest, CNN และ Strava  คุณจะสามารถดาวน์โหลดแผนที่ ได้ล่วงหน้า และ GPS จะติดตามตำแหน่งของคุณ แม้ในขณะที่ออฟไลน์ Casio กล่าวว่าแอพฯ Location Memory ตัวใหม่ในนาฬิกา ผู้ใช้สามารถมาร์กจุด และเขียนข้อความลงบนแผนที่ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

Android Wear 2.0 มีความสับสนในการใช้งานน้อยลง และมีความคล่องตัวมากขึ้น และ Casio WSD-F20 นี้จะมี Google Assistant ที่เรียกใช้งานได้ง่ายๆ ผ่านปุ่มกด คุณจะสามารถใช้ Google Assistant เพื่อการ Search หาสิ่งที่ต้องการ รวมถึงการสั่งงานเพื่อควบคุมอุปกรณ์ในบ้านอัจฉริยะของคุณ

มันดูเหมือนว่ามีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากกับฟีเจอร์ ซึ่งรวมถึงเครื่องวัดสำหรับการเดินป่ากลางแจ้ง การขี่จักรยาน ตกปลา ตลอดจนเครื่องมือพื้นฐาน เช่น เข็มทิศและเครื่องวัดความสูง หากคุณใช้เครื่องมือที่คล้ายกับ WSD-F20 นาฬิกานี้เหมาะสำหรับคุณ

ข้อสรุป
WSD-F20  เป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่เหมาะสำหรับ ผู้คนที่ชอบนาฬิกาขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยเครื่องมือที่พวกเขาสามารถใช้เมื่ออยู่กลางแจ้ง แบตเตอรี่อยู่ได้ 2 วันเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังที่ไม่ได้ปรับปรุงจากรุ่นที่แล้ว และ Dual-layer display ช่วยให้ทำหน้าที่บอกเวลาได้นานเป็นเดือน ในแบบหน้าจอขาวดำ โดยไม่ต้องชาร์จแบตฯ

นาฬิกานี้จะมีราคาอยู่ที่ $500 (ประมาณ 18,000 บาท) และ Casio WSD-F20 Pro Trek Smart จะมาในตัวเรือนสีส้มและดำให้เลือกซื้อ และเริ่มเป็นเจ้าของได้วันที่ 21 เมษายนนี้

ที่มา : www.digitaltrends.com

ที่มา : http://news.thaiware.com/9336.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1319779174753565

posterCS56-09

“O-Bese-Gone” แอปพลิเคชันลดน้ำหนัก-ลดโรค

posterCS56-09

VDO : https://www.youtube.com/watch?v=GaPSZDAgvYU

แอปพลิเคชัน O-Base-Gone เป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันสำหรับผู้ที่สนใจลดน้ำหนัก โดยแนวคิดการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อการลดน้ำหนักและดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นผลงานนำร่องของศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

แอปพลิเคชัน “O-Bese-Gone ลดน้ำหนัก ลดโรคด้วยนาฬิกาและแอปพลิเคชันเพื่อสุขภาพ” เป็นผลงานของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ (SIT) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

แนวคิดของแอปพลิเคชันนี้คือต้องการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อการลดน้ำหนักและการดูแลสุขภาพสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือผู้ที่มีความใส่ใจในการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ โดยแอปพลิเคชันนี้ประกอบด้วยอุปกรณ์ 2 ส่วนคือ นาฬิกาอัจฉริยะ หรือ smart watch และโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์

G0DL5oPyrtt5HBAi4FmbSVRpzJnAJXYoRQxvhwR80jRTzv9QisnFc6

จุดเด่นคือระบบจะทำงานด้วยคำสั่งเสียงในการบันทึกข้อมูลแทนการบันทึกด้วยมือ สั่งผ่านนาฬิกาอัจฉริยะเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานและยังเหมาะสมในการใช้งานในทุกที่ทุกเวลา โดยจะบันทึกพลังงานจากอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวันและยังใช้ในการนับก้าวเดิน ซึ่งจะแสดงผลรวมเป็นตัวเลขส่งข้อมูลไปยังที่มือถือแบบอัตโนมัติ เพื่อเตือนให้เราควรจะเผาผลาญพลังงานส่วนเกินและยังมีฟังก์ชั่นอีกมากมายสำหรับการดูแลสุขภาพโดยเฉพาะที่ได้รวบรวมไว้ในมือถือเครื่องเดียว

แม้แอปพลิเคชันนี้จะยังไม่ได้เปิดให้ใช้ทั่วไปเพราะเป็นผลงานต้นแบบสำหรับโปรเจคจบของนักศึกษากลุ่มกังกล่าว แต่สามารถคว้ารางวัลจากเวทีการประกวดระดับชาติมาได้ถึง 2 เวทีคือ รางวัลชนะเลิศ สาขานวัตกรรมกิจกรรมทางกายและกีฬาเพื่อสุขภาพ จากโครงการประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 16 พร้อมถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

และล่าสุดยังได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในหมวด Tertiary Student จากโครงการประกวดผลงานด้านซอฟต์แวร์แห่งชาติประจำปี 2016 หรือThailand ICT Awards (TICTA) 2016 จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย20161129-1480397944.8442-5

สำหรับโรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกิน เป็นปัญหาที่พบเห็นกันมากในปัจจุบัน สาเหตุหลักมาจากการบริโภคที่มากเกินไปและในอาหารแต่ละชนิดมีปริมาณแคลอ่รีที่ต่างกัน หากไม่สามารถควบคุมปริมาณแคลอรี่ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมได้ หรือเผาผลาญไม่หมดก็จะก่อให้เกิดภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วนได้ในที่สุด แต่หากเราสามารถควบคุมแคลอรี่ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมก็จะส่งผลดีต่อการลดน้ำหนักได้

ที่มา : http://news.thaipbs.or.th/content/258338

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1312445242153625