คลังเก็บหมวดหมู่: ศักดิ์สิทธิ์ เจริญคุณาบุตร

BM Watson ก้าวสู่ระบบผู้ช่วยด้านการจัดการภาษีในบริษัทของสหรัฐฯ

IBM Watson ถือเป็นผลผลิตทางเทคโนโลยีจาก IBM ที่มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ภายใต้ระบบที่เรียกว่า Cognitive Computing  ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นให้มีคุณสมบัติที่ทันสมัยยิ่งกว่าระบบ AI (ปัญญาประดิษฐ์) สำหรับงานด้านการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่มีความสลับซับซ้อน มีความสามารถในการเข้าใจภาษาและรูปแบบของสิ่งต่างๆ เช่นเดียวกับมนุษย์ รวมไปถึงความสามารถในการเรียนรู้ ให้ข้อมูล และคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เป็นต้น

ibm-watson-help-tax-1

ปัจจุบัน IBM Watson ได้เข้าไปมีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกในอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นจำนวนมาก ได้แก่ แพทย์ (ในประเทศไทย เช่น โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ มีการนำ IBM Watson มาใช้เพื่อพัฒนาวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ), การเงิน การธนาคาร, ปิโตรเลียม, ธุรกิจด้านการให้คำปรึกษา และล่าสุด IBM Watson ถูกมาใช้เพื่อช่วยเหลือในการจัดการภาษี โดยบริษัท H&R Block ของสหรัฐฯ ได้ร่วมมือกับ IBM นำ IBM Watson เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการยื่นภาษี มีคุณสมบัติในการให้คำแนะนำเรื่องการเสียภาษีที่ถูกต้อง, การคำนวณจำนวนเงินที่จำเป็นต้องเสียภาษีทั้งในแบบบุคคลและองค์กร รวมไปยังสามารถคำนวณภาษีอันเกิดจากสินเชื่อในประเภทต่างๆ ได้ด้วย

ibm-watson-help-tax

ทั้งนี้ การนำ IBM Watson เข้ามามีส่วนในการเสียภาษีของ H&R Block นอกจากช่วยในเรื่องการเสียภาษีอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยให้บุคคลทั่วไปและองค์กรสามารถวางแผนการเงินได้ดียิ่งขึ้นด้วย โดยจะมีการเริ่มต้นใช้งานอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกา วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ศุกร์นี้

ที่มา : https://www.engadget.com/2017/02/01/watson-to-help-with-hr-block-taxes/

โรงแรมหรูแห่งหนึ่งโดน Ransomware เล่นงานระบบกลอนประตู จนผู้เข้าพักเปิดประตูไม่ได้นับร้อยคน !!

 

เกิดเหตุโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในออสเตรีย โดนมัลแวร์ Ransomware เล่นงานระบบกลอนประตูอัตโนมัติ ทำให้แขกที่เข้าพักในโรงแรมกว่าร้อยคน ไม่สามารถเปิดประตูเข้าห้องได้ บางรายถูกขังอยู่ในห้องด้วย

Hotel-Romantik-Seehotel-Jaegerwirt-796x398

หลัง ๆ มานี้ อะไร ๆ ก็ Smart ขึ้น มีอุปกรณ์อัตโนมัติ (IoT) เกิดขึ้นให้เพียบ ที่ช่วยสร้างความสะดวกสบายยิ่งกว่าเก่า และหนึ่งในนั้นคือ Smart Door Lock เป็นกลอนประตูอัจฉริยะ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจไขอีกต่อไป เราสามารถใช้สมาร์ทโฟน ลายนิ้วมือ หรือคีย์การ์ด ไขประตูได้เลย ด้วยฟีเจอร์ดังกล่าว ก็ทำให้โรงแรมบางแห่ง เลือกใช้เป็นกลอนประตูห้องพักนั้นเอง ทว่าแทนที่จะสร้างความสะดวก มันกลับสร้างความเครียดให้แทนซะงั้น

Romantik Seehotel Jägerwir โรงแรมหรูระดับ 4 ดาวแห่งหนึ่งในประเทศออสเตรีย ถูกผู้ไม่หวังดีหรือคนร้าย ปล่อย Ransomware โปรแกรมประสงค์ร้ายชนิดหนึ่ง เข้าเจาะระบบออนไลน์ต่าง ๆ ของโรงแรม รวมถึงระบบล็อคกลอนประตูอัจฉริยะ ทำให้แขกที่เข้าพักจำนวน 180 ห้อง ไม่สามารถเข้าห้องของตัวเองได้ บางรายถูกขังอยู่ในห้องเพราะไขประตูออกไม่ได้ด้วย ทั้งนี้ทางคนร้ายยังขู่ให้ส่งเงินผ่าน Bitcoins เป็นจำนวนถึง 1,605 เหรียญฯ หรือประมาณ 57,000 บาท เพื่อแลกกับการกู้คืนระบบดังกล่าว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Smart Door Lock

ทางโรงแรมกล่าวว่า ตอนนั้นไม่มีทางเลือก เพื่อให้จัดการปัญหาไว ๆ จึงได้ส่งเงินให้ตามที่คนร้ายต้องการ ระบบก็กลับมาใช้ได้อีกครั้ง ทว่าทางคนร้ายกลับแอบทิ้งช่องทาง (หรือ Backdoor) เอาไว้ เพื่อให้กลับมาใช้ Ransomware เข้าเจาะระบบได้อีกครั้งด้วย สุดท้ายทางโรงแรมต้องรื้อระบบออนไลน์ใหม่ทั้งหมด พร้อมเผยแพร์เรื่องราวดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ให้กับโรงแรมอื่น ๆ ในที่นี้เอง

ท้ายนี้ หากใครโดน Ransomware เล่นงาน พยายามอย่าส่งเงินให้จะดีกว่า เพราะคนร้ายจะยิ่งได้ใจไปก่อเหตุอีก แถมยังมีโอกาสที่จะผิดสัญญาสูง จากเรื่องดังกล่าวก็เห็นแล้วว่า คนร้ายยังคิดไม่ซื่อ ทิ้ง Backdoor เพื่อหวังกลับเข้ามาเจาะระบบอีกครั้งด้วย โชคดีที่เคสนี้คนร้ายยอมปล่อยระบบชั่วคราว ไม่งั้นคงได้มีไล่ทุบประตูห้องเรียงชั้นแน่ ๆ …..

ที่มา : https://thenextweb.com/security/2017/01/30/hackers-use-ransomware-to-lock-hotel-guests-in-their-rooms/#.tnw_yokSWnXG

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1354022854662530

ดูไบโชว์เทคโนโลยี Jetpack เหาะขึ้นกลางอากาศสำหรับดับเพลิง

มื่อเอ่ยถึงดูไบ ถือว่าเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในหลายๆ เรื่อง ได้แก่ ตึกที่สูงที่สุดในโลก “เบิร์จ คาลิฟา”, ทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาลติดอันดับโลก หรือชื่อเสียงของความเป็นเมืองที่มีความทันสมัยทางเทคโนโลยี เป็นต้น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ เทคโนโลยีในด้านการดับเพลิงของดูไบได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยอุปกรณ์ใหม่ที่เรียกว่า “Dolphin Jetpack”

Dolphin Jetpack เป็นอุปกรณ์สำหรับดับเพลิงแบบใหม่จากกระทรวงกลาโหมของดูไบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะใช้เจ็ตสกีเป็นยานพาหนะขับไปตามแม่น้ำ เมื่อถึงที่เกิดเหตุไฟไหม้จะใช้อุปกรณ์ที่ประกอบติดกับเจ้าหน้าที่พร้อมใช้แรงดันน้ำยกตัวให้ลอยขึ้นกลางอากาศ หลังจากนั้นจึงใช้สายดับเพลิงฉีดน้ำไปยังจุดเกิดเหตุด้วยน้ำจากในแม่น้ำนั่นเอง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Dolphin Jetpack

อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นนวัตกรรมชิ้นล่าสุดสำหรับดับเพลิงที่จะเข้ามาช่วยลดเวลาในการเข้าถึงสถานที่เกิดเหตุ ลดภาระในการเดินทางด้วยรถดับเพลิงภายใต้การจราจรที่หนาแน่นบนท้องถนน โดยการใช้ Dolphin Jetpack ยังช่วยให้ง่ายต่อการเข้าถึงตึกสูงหรืออาคารตามแนวชายฝั่ง ซึ่งมีหลายครั้งที่เกิดเหตุไฟไหม้ตามตึกสูงและการใช้วิธีแบบเดิมๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Dolphin Jetpack

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1347450295319786

IBM Watson ก้าวสู่ระบบผู้ช่วยด้านการจัดการภาษีในบริษัทของสหรัฐฯ

BM Watson ถือเป็นผลผลิตทางเทคโนโลยีจาก IBM ที่มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ภายใต้ระบบที่เรียกว่า Cognitive Computing  ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นให้มีคุณสมบัติที่ทันสมัยยิ่งกว่าระบบ AI (ปัญญาประดิษฐ์) สำหรับงานด้านการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่มีความสลับซับซ้อน มีความสามารถในการเข้าใจภาษาและรูปแบบของสิ่งต่างๆ เช่นเดียวกับมนุษย์ รวมไปถึงความสามารถในการเรียนรู้ ให้ข้อมูล และคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เป็นต้น

ibm-watson-help-tax-1

ปัจจุบัน IBM Watson ได้เข้าไปมีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกในอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นจำนวนมาก ได้แก่ แพทย์ (ในประเทศไทย เช่น โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ มีการนำ IBM Watson มาใช้เพื่อพัฒนาวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ), การเงิน การธนาคาร, ปิโตรเลียม, ธุรกิจด้านการให้คำปรึกษา และล่าสุด IBM Watson ถูกมาใช้เพื่อช่วยเหลือในการจัดการภาษี โดยบริษัท H&R Block ของสหรัฐฯ ได้ร่วมมือกับ IBM นำ IBM Watson เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการยื่นภาษี มีคุณสมบัติในการให้คำแนะนำเรื่องการเสียภาษีที่ถูกต้อง, การคำนวณจำนวนเงินที่จำเป็นต้องเสียภาษีทั้งในแบบบุคคลและองค์กร รวมไปยังสามารถคำนวณภาษีอันเกิดจากสินเชื่อในประเภทต่างๆ ได้ด้วย

ibm-watson-help-tax

ทั้งนี้ การนำ IBM Watson เข้ามามีส่วนในการเสียภาษีของ H&R Block นอกจากช่วยในเรื่องการเสียภาษีอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยให้บุคคลทั่วไปและองค์กรสามารถวางแผนการเงินได้ดียิ่งขึ้นด้วย โดยจะมีการเริ่มต้นใช้งานอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกา วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ศกนี้

ที่มา https://www.engadget.com/2017/02/01/watson-to-help-with-hr-block-taxes/

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1337954672936015

ซีอีโอ Microsoft เตือนการใช้ AI ให้ใช้เพื่อช่วยคน ไม่ใช่แทนพวกเขาเพราะ!

สัตยา นาเดลลา ซีอีโอ Microsoft คนปัจจุบัน เป็นหนึ่งในนักธุรกิจ นักวิชาการ และนักการเมืองกว่า 3,000 คน ที่เข้าร่วมงาน World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีประเด็นที่เขาได้พูดถึงเทคโนโลยี AI ไว้อย่างน่าสนใจ

การใช้ AI

เพราะ สัตยา นาเดลลา ให้ความเห็นว่างานวิจัยและการลงทุนด้านเทคโนโลยี Artificial Intelligence หรือ AI ยังคงเติบโตและการแข่งขันระหว่างบริษัทเทคโนโลยีเพื่อพัฒนา AI จะยิ่งทวีความรุนแรง ซึ่งซีอีโอ Microsoft กังวลว่าการที่ Google, Amazon, Apple, Facebook หรือแม้กระทั่ง Microsoft เอง ขับเคี่ยวการใช้ AI จะนำไปสู่การใช้งานในเชิงทดแทนมากกว่าช่วยเหลือมนุษย์

ซีอีโอ Microsoft ยังกล่าวว่า วิธีง่ายๆ ในการนำ AI มาใช้ คือการพยายามที่จะให้เป็นเครื่องมือของการเรียนรู้เพื่อให้มนุษย์สามารถทำในสิ่งที่เขาทำได้ และเป็นตัวช่วยชั้นยอดให้แก่มนุษย์ ซึ่งตั้งแต่ปี 2017 และในปีต่อๆไป AI ควรจะมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น หมายความว่า AI จะต้องมีอินเทอร์เฟซที่ผู้ใช้สามารถเรียกร้องหรือร่วมกันกำหนดแนวทางให้กับมันได้ ที่สำคัญที่สุด AI ควรมีความสามารถในการสร้างความไว้วางใจให้กับมนุษย์ โดยเฉพาะความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว

นอกจากนี้ ซีอีโอ Microsoft เสริมว่า เขาต้องการให้บริษัทของเขาเน้นหนักในการใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยเพื่อช่วยในการควบคุม ยกตัวอย่าง การตัดสินใจด้านการออกแบบ หรือการลงทุน เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นคาแรคเตอร์ที่สำคัญสำหรับการใช้ AI

microsoft-AI-01

ปัจจุบัน Microsoft ภายใต้การนำของ สัตยา นาเดลลา มีการดำเนินงานภายใต้คอนเซปต์ “Coud-First, Mobile-First” ซึ่งถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์หลักของการบริหารงานยุคใหม่ ในที่นี้ยังรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยี AI ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมไปถึงผู้ช่วยส่วนตัวอย่าง Cortana, Microsoft Translator, Microsoft Azure และงานวิจัยต่างๆ อีกมากมาย โดยเมื่อไม่นานนี้ Microsoft เพิ่งประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ Maluuba บริษัท Startup ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Deep Learning จากแคนาดา เพื่อเสริมทัพการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยี AI ภายในผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ซึ่งต้องจับตามองว่าแนวทางการพัฒนา AI ของ Microsoft ต่อไปในอนาคตจะเป็นการตอกย้ำแนวการของการเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยเหลือมนุษย์มากกว่าทดแทนจริงอย่างที่พูดไว้หรือเปล่า…?

ที่มา : http://www.aripfan.com/microsoft-ceo-ai-should-be-used-to-help-people/
อ้างอิง : http://www.ibtimes.co.uk/microsoft-ceo-satya-nadella-warns-ai-should-be-used-help-people-not-replace-them-1601431

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1332884233443059

เทียนไขอัจฉริยะจุดเปลวไฟได้จริงสั่งงานผ่านมือถือ!!!

เรามาถึงจุดๆนี้กันได้ยังไง จุดที่แม้กระทั่งเทียนไขยังต้องทำให้มัน Smart กับเขาด้วย สั่งจุดไฟดับไฟได้ผ่าน Smartphone แถมไฟที่ว่าก็ไม่ใช่ดวงไฟ LED ปลอมๆแต่อย่างใด แต่เป็นเปลวไฟจริงๆ ที่ตั้งเวลาให้จุดและดับไฟได้อีกต่างหาก

LuDela เทียนไขอัจฉริยะ สั่งการได้ผ่าน Smartphone

เทียนไขอัจฉริยะ LuDela นี้ประกอบด้วยกัน 3 ชั้น ชั้นนอกสุดเป็นเพียงเปลือกหุ้มไว้เพื่อความสวยงาม ชั้นที่สองเป็นตัวกลไกที่ทำให้สามารถจุดไฟดับไฟได้ผ่านแอพพลิเคชั่น รวมถึงมีตัวเซ็นเซอร์ต่างๆที่ใช้ตรวจจับความเคลื่อนไหวและความร้อน ทำให้ไฟสามารถดับได้เองเมื่อมีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น เช่น เทียนล้มลงจากที่ตั้ง หรือแท่งเทียนกำลังจะหมด ช่วยป้องกันอุบัติเหตุเพลิงไหม้ได้เป็นอย่างดี (สาเหตุอันดับแรกๆของเพลิงไหม้ที่สหรัฐอเมริกามาจากการจุดเทียนไขทิ้งไว้นี่แหละค่ะ) ส่วนชั้นในสุดของเทียนไขอัจฉริยะนี้ก็จะเป็นเทียนไขธรรมดาจริงๆ ซึ่งทำมาจากวัตถุดิบจากธรรมชาติล้วนๆ ไม่มีการใส่สารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเจือปนลงไปแต่อย่างใด และจุดได้นานถึง 30 ชั่วโมง

ludela-smart-candle-840x473

ส่วนประกอบภายในของเทียนไขอัจฉริยะ LuDela

ludela-candle

หากใครสนใจ สามารถสั่ง Pre-order ได้จากทางเว็บไซต์ของผู้ผลิต คาดว่าจะส่งสินค้าได้จริงภายในต้นปีหน้านี้ สนนราคาอยู่ที่เซ็ทละ 99 USD (ประมาณ 3,400 บาท …โอ้โห) ส่วนเทียนไขสำหรับเปลี่ยนอยู่ที่ 7.99 USD (ประมาณ 270 บาท) เลือกสีและกลิ่นได้ ซึ่งทางผู้ผลิตเคลมว่าจุดได้นาน 30 ชั่วโมง ก็นับว่านานกว่าเทียนไขปกติทั่วไปอยู่พอสมควร เหมาะสำหรับคนที่ชอบจุดเทียนสร้างบรรยากาศ แต่ก็อยากได้ความปลอดภัย ไม่ต้องกลัวว่าจะทำบ้านไฟไหม้

ที่มา : http://www.aripfan.com/ludela-smart-candle/
อ้างอิง : https://ludela.com/faq

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1324965904234892