คลังเก็บหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

ชมทางม้าลายอาร์ตๆ สีสันสดใส ที่เพิ่มความปลอดภัยในกรุงมาดริด

11

ในบ้านเราผู้ใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่มักจะเพิกเฉยต่อทางม้าลาย คนเดินถนน อยากจะข้ามเมื่อไหร่ก็ข้าม ส่วนคนขับรถก็ไม่เคยใส่ใจคนข้ามทางม้าลายเช่นกัน พอเห็นคนกำลังจะข้าม กลับรีบบึ่งรถเพื่อไม่ข้ามซะงั้น!!! นั่นเป็นเพราะทางม้าลายไม่โดดเด่นพอหรือเราไม่เคารพกฏจราจรกันแน่?!

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ในประเทศสเปน ศิลปินชาวบัลแกเรีย Chirsto Guelov ได้ปรับเปลี่ยนลุคของทางม้าลายแบบเดิมๆ ในกรุงมาดริดให้เป็นงานศิลป์ที่มีสีสันสดใสสะดุดตาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายใต้โปรเจ็ตท์ชื่อว่า ‘Funnycross’ ที่มีจุดประสงค์หลักเพื่อให้คนข้ามถนนรู้สึกตื่นเต้นและอยากข้ามทางม้าลายมากขึ้น ในขณะเดียวกันผู้ขับขี่รถยนต์ก็จะมองเห็นลวดลายและสีสันของทางม้าลายได้ชัดเจนขึ้นจากระยะไกล โดยเขาได้แต่งเติมภาพวาดรูปทรงเรขาคณิตลงในช่องว่างระหว่างเส้นสีขาวของทางม้าลายเดิม เกิดเป็นผลงานศิลปะสีสันสวยงามที่สร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้ไม่มากก็น้อย

เขาหวังว่า การปรับลุคทางม้าลายนี้ ไม่เพียงจะสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้คนหันมาเคารพกฏจราจรกันมากขึ้น และมากไปกว่านั้น มันอาจจะช่วยผลักดันให้คนจอดรถไว้ที่บ้าน แล้วออกมาเดินเล่นชมถนนในเมืองก็เป็นได้…ถ้าบ้านเรานำไอเดียนี้มาใช้บ้าง อาจจะช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเคารพกฎจราจรกันมากขึ้นบ้าง (หรือเปล่า?) หรือไม่ก็อาจจะรถติดกว่าเดิมเพราะมัวแต่ยืนถ่ายเซลฟี่คู่กับทางม้าลาย…555

vnlXHL1UclkDPyBEkmtu_FunnyCross_II_01

tuC9n78CJeqCsfn-01fN_FunnyCross_II_08

uDhWIbpSL2qV5KjFhy-4_FunnyCross_13

Y6RriTwSvARkvXHTCaGO_FunnyCross_05

-JXuOPNxH4R-W7K6SrV8_FunnyCross_10

hrZTu8KQ9gu3aN1Zjk4i_FunnyCross_II_14

uvAUvyZKclFIQD9c8zu9_FunnyCross_II_13

ที่มา: http://www.creativemove.com/creative/funnycross/#ixzz4hKRFmpVn

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1443684742363007

วันวิสาขบูชา หรือ วันเพ็ญเดือน 6 มีคลิป

n143_1

วันวิสาขบูชา หรือ วันเพ็ญเดือน 6 นับเป็นวันที่สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญของพระพุทธศาสนามากถึง 3 เหตุการณ์ คือ เป็นวันคล้ายวันประสูติ, ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้นจึงมีคำเรียกวันนี้อีกอย่างหนึ่งว่า “วันพระพุทธเจ้า″

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1435407546524060/

เปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นเชื้อเพลิงด้วยการสังเคราะห์แสงเทียม

การที่สามารถเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (C02) ให้เป็นพลังงานด้วยการใช้เพียงแสงอาทิตย์ เหมือนกับที่พืชทำโดยการสังเคราะห์แสง นับเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ในงานวิจัยด้านพลังงานสะอาด ซึ่งเราก็ได้เห็นความก้าวหน้าในเรื่องนี้มาไม่น้อย ล่าสุดนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยเซ็นทรัลฟลอริดา (UCF) ได้คิดค้นกระบวนการสังเคราะห์แสงเทียมในวัสดุสังเคราะห์ที่สามารถเปลี่ยน C02 เป็นพลังงานได้สำเร็จ

กระบวนการนี้มีศักยภาพสูงในการสร้างเทคโนโลยีที่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างได้ผล และยังสามารถผลิตพลังงานสะอาดได้ในเวลาเดียวกัน

ในมุมมองของทีมวิจัยที่ UCF กุญแจสำคัญอยู่ที่การเลือกใช้ย่านความถี่ของแสงอาทิตย์ที่สามารถทำให้เกิดกระบวนการทางเคมีซึ่งแยก C02 ออกเป็นสารอินทรีย์ที่สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ รังสีอัลตราไวโอเลต  (UV) มีพลังงานมากพอที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยาในวัสดุบางอย่างได้ เช่น ไทเทเนียมออกไซด์ แต่ปัญหาคือรังสี UV มีอยู่ในแสงอาทิตย์เพียง 4% เท่านั้น

ขณะที่แสงที่มองเห็นได้เป็นส่วนประกอบหลักของแสงอาทิตย์ แต่ก็มีปัญหาเช่นกัน เพราะมีวัสดุเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถจับแสงย่านที่มีสีและทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นได้ วัสดุที่ทำได้ เช่น แพลทินัม รีเนียม และอิริเดียม ก็หายากและแพงมาก ซึ่งทำให้ต้นทุนสูงไม่คุ้มค่า

ทีมวิจัย UCF ที่นำโดย Fernando Uribe-Romo เลือกใช้ไทเทเนียม โลหะธรรมดาที่ไม่มีพิษ และเติมโมเลกุลของสารอินทรีย์ที่ชื่อ N-alkyl-2-aminoterephthalates เพื่อทำหน้าที่ดูดซับแสง ไทเทเนียมและโมเลกุลสารอินทรีย์ถูกทำเป็นโครงข่ายโลหะ−สารอินทรีย์ (Metal−organic Frameworks หรือ MOFs)  วัสดุ MOFs มีโครงสร้างเป็นรูพรุนแบบฟองน้ำ มีพื้นที่ผิวสูงมาก ซึ่งสามารถดูดซับก๊าซเข้าไปไว้ที่รูพรุนเล็กๆของมัน นักวิจัยใช้ประโยชน์ MOFs ในหลายรูปแบบ เช่น ใช้จับไอน้ำในอุปกรณ์ผลิตน้ำดื่มจากอากาศแห้ง และใช้จับแยกก๊าซหลายชนิด เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจน และมีเทน

โมเลกุลของสารอินทรีย์เมื่ออยู่ใน MOFs สามารถออกแบบให้ดูดซับแสงเฉพาะบางสีได้ ในกรณีนี้นักวิจัยได้สังเคราะห์มันให้ดูดซับแสงสีน้ำเงิน แล้วนำไปไว้ในเครื่องปฏิกรณ์แสง LED สีน้ำเงิน ที่เลียนแบบแสงสีน้ำเงินของดวงอาทิตย์เพื่อทำการทดสอบ

artificial-photosynthesis-turn-co2-to-fuel-2

ก๊าซ C02 ที่ควบคุมปริมาณจะถูกจ่ายเข้าไปในเครื่องปฏิกรณ์ทรงกระบอกเรืองแสงสีน้ำเงินนี้อย่างช้าๆ เพื่อที่นักวิจัยจะได้เห็นหากมีปฏิกิริยาเกิดขึ้น และมันได้ผลจริงๆ ปฏิกิริยาเคมีได้เปลี่ยน C02 ไปเป็นคาร์บอนรูปแบบอื่นสองอย่างคือ Formate และ Formamides ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงแสงอาทิตย์

“มันเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ” Uribe-Romo กล่าว “การสังเคราะห์วัสดุขึ้นมาเพื่อดูดซับแสงเฉพาะบางสีถือว่าเป็นงานที่ยากมาก เรามีส่วนช่วยในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก”

ทีมวิจัยต้องการพัฒนาต่อไปโดยจะพยายามปรับ MOFs ให้สามารถดูดซับแสงสีอื่นๆได้ด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มปริมาณการผลิตเชื้อเพลิงแสงอาทิตย์ ขณะที่สามารถดูด C02 ในเวลาเดียวกันได้มากขึ้น

ถ้าหากนำความสำเร็จในเรื่องนี้จากห้องแล็บไปสู่การทำงานขนาดใหญ่ได้จะเป็นการพลิกโฉมวงการเลยทีเดียว ทีมวิจัยได้เล็งกระเบื้องหลังคาเป็นเป้าหมายหนึ่งที่จะนำวัสดุนี้ไปใช้สำหรับทำให้อากาศรอบบ้านสะอาดและผลิตพลังงานสำหรับใช้ในบ้านในเวลาเดียวกัน หรือบางทีอาจจะใช้มันใกล้กับแหล่ง C02 ให้มากขึ้น

“ไอเดียคือตั้งสถานีจับ C02 ติดกับโรงไฟฟ้า” Uribe-Romo กล่าว “C02 จะถูกดูดเข้าไปที่สถานี ผ่านกระบวนการ เปลี่ยน C02 เป็นพลังงานซึ่งสามารถส่งกลับไปใช้ที่โรงไฟฟ้าได้อีก”

ข้อมูลและภาพจาก  ucf.edu, newatlas

ที่มา  http://www.takieng.com/stories/4432

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1429463120451836

การเคลื่อนที่แบบวงกลม (มีคลิปสุดตื่นเต้น มอเตอร์ไซด์วิ่งในกรงรูปวงกลม)

1493512661612

https://web.facebook.com/rmutphysics/videos/1426548350743313/

การเคลื่อนที่แบบวงกลม (Circular Motion)

XXXXXการเคลื่อนที่แบบวงกลม เป็นการเคลื่อนที่โดยมีแรงกระทำเข้าสู่ศูนย์กลางของวงกลม และจะเกิดความเร่งเข้าสู่ศูนย์กลาง ความเร็วจะมีค่าไม่คงที่ เพราะมีการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ โดยความเร็ว ณ ตำแหน่งใดจะมีทิศสัมผัสกับวงกลม ณ ตำแหน่งนั้น

XXXXXตัวอย่างของการเคลื่อนที่แบบวงกลมที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ได้แก่ รถไฟเหาะ รถเลี้ยวโค้งในถนนโค้ง หรือนกบินโฉบเฉี่ยวไปมา เป็นต้น

ตัวอย่างการเคลื่อนที่แบบวงกลมในชีวิตประจำวัน

ความรู้ฟิสิกส์ เรื่องการหมุน

      การหมุน (อังกฤษ: Rotation) เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุรอบตัวเองในทิศทางเป็นวงกลม วัตถุสองมิติจะหมุนรอบจุด วัตถุสามมิติจะหมุนรอบแกน ถ้าจุดศูนย์กลางการหมุนอยู่ภายนอกวัตถุ จะเรียกว่าการโคจร เช่น การโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์

earth-spinning-rotating-animation-14

การหมุนของโลกรอบตัวเอง

ดุเดือด! ใครจะอยู่ใครจะไป..ม้าจ่าฝูงจู่โจมจระเข้ยักษ์!! เพื่อปกป้องลูกม้า (ดูคลิป)

Untitled-12

ดุเดือด! ใครจะอยู่ใครจะไป..ม้าจ่าฝูงจู่โจมจระเข้ยักษ์!! เพื่อปกป้องลูกม้า (ดูคลิป)

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1413923462005802/

เมื่อ “ไมโครซอฟท์” มีแนวคิดเก็บคลังข้อมูลไว้ “ใต้ทะเล” แถมเตรียมจดสิทธิบัตรเป็นของตัวเอง มันเจ๋งยังไง! ดู

NATICK.RESEARCH.MICROSOFT.COM

แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 2015 เป็นการนำศูนย์ข้อมูล (Data Center) ไปติดตั้งในทะเลโดยอ้างว่าศูนย์ข้อมูลแห่งนี้จะเป็นหนึ่งในวิธีการสร้างปะการังเทียม ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล โดยตั้งชื่อว่าโครงการ “Project Natick”

Project Natick เป็นแนวคิดนำภาชนะที่มีน้ำหนักกว่า 38,000 ปอนด์ ที่ภายในบรรจุด้วยอุปกรณ์ที่เทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (PC) กว่า 300 เครื่อง หรือ Data Center (เดินสายเชื่อมต่อสายอินเตอร์เน็ต และไฟฟ้าเลี้ยงเครื่อง) ที่ถูกปิดผนึกก่อนถูกนำไปหย่อนลงทะเล

NATICK.RESEARCH.MICROSOFT.COM
NATICK.RESEARCH.MICROSOFT.COM

เชิญรับชม

ส่วนประโยชน์ที่ได้นั้นคืออะไร? คลังข้อมูลเหล่านี้จะได้รับประโยชน์จากทะเลเต็มๆ ในเรื่องของการแลกเปลี่ยนความร้อนกับอุปกรณ์น้ำจะช่วยทำให้อุปกรณ์นั้นเย็นอยู่ตลอดเวลา พร้อมกันนี้ไมโครซอฟท์ยังได้ยื่นข้อจดสิทธิบัตร เป็นของตัวเองด้วย

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวยังอยู่ในช่วงทดลอง แต่มันก็แสดงถึงการลดต้นทุนด้านพลังงานไปอย่างมาก และในอนาคตคลังข้อมูลของไมโครซอฟท์อาจถูกนำมาติดตั้งในทะเลอย่างจริงจังก็ได้นะ

คลิปประกอบ

 

ที่มา : NATICK.RESEARCH.MICROSOFT.COM
เรียบเรียง : SpokeDark.TV

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1402680226463459/

 

นิวเดลฮี บนไฟ อาหารสุดเท่ห์ของเมืองหลวงอินเดีย ชมคลิป

1489666403465

นิวเดลฮี บนไฟ อาหารสุดเท่ห์ของเมืองหลวงอินเดียเรียกว่า.fire paan. ใส่เข้าปากทั้งที่ไฟยังลุก. น่าทานหรือน่าขนลุก เชิญชมคลิป

https://web.facebook.com/rmutphysics/videos/1383011875096961/

 

หลักฐานเพิ่มเติมของดาวเคราะห์หมายเลขเก้า

เมื่อปีที่แล้ว มีการค้นพบระดับเขย่าโลกเรื่องหนึ่ง เกิดขึ้นเมื่อ ไมค์ บราวน์ และ คอนสแตนติน บาทีจิน นักดาราศาสตร์จากคาลเทค พบหลักฐานว่ามีดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ดวงหนึ่งอยู่ที่ระบบสุริยะรอบนอก มีมวลมากกว่าโลกถึงสิบเท่า หลักฐานนี้หนักแน่นจนถึงกับมีการตั้งชื่อดาวเคราะห์ให้ล่วงหน้าว่า ดาวเคราะห์หมายเลขเก้า (Planet 9) หลังจากที่มีการเผยแพร่รายงานการวิจัยนี้ออกมา ความพยายามค้นหาดาวเคราะห์หมายเลขเก้าก็เริ่มขึ้น แม้จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการพบดาวเคราะห์หมายเลขเก้านี้จริง ๆ แต่ก็มีการพบหลักฐานเพิ่มเติมมากขึ้นที่ช่วยเสริมความน่าจะเป็นว่ามีดาวเคราะห์นี้อยู่จริง 

หลักฐานชิ้นใหม่ล่าสุด มาจากวัตถุพ้นดาวเนปจูนรอบนอก (ETNO–Extreme Trans Neptunian Object) สองดวง ชื่อ 2004 วีเอ็น 112 (2004 VN112) และ 2013 อาร์เอฟ 98 (2013 RF98)

คณะนักวิจัยที่นำโดย ฌูลียา เดอ ลียง จากสถาบันฟิสิกส์ดาราศาสตร์คะเนรี ได้ใช้กล้องกรานเทคานสำรวจวัตถุสองดวงนี้ พบว่าสเปกตรัมของทั้งสองใกล้เคียงกันมาก เป็นสิ่งบ่งชี้ว่ามีต้นกำเนิดทางกายภาพร่วมกัน ซึ่งก็คือเคยเป็นวัตถุคู่ที่โคจรรอบกันเองพร้อมกับโคจรรอบดวงอาทิตย์ แต่ต่อมาได้เฉียดใกล้วัตถุขนาดใหญ่ดวงหนึ่ง ทำให้วงโคจรเริ่มไม่เสถียรและค่อย ๆ แยกจากกันจนกระทั่งเป็นอิสระต่อกันดังเช่นปัจจุบัน

ในการพิสูจน์สมมุติฐานนี้ คณะของเดอลียงได้สร้างแบบจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ขึ้นมาจำนวนหลายพันแบบเพื่อดูว่าจะมีเหตุใดบ้างที่ทำให้วัตถุทั้งสองแยกออกจากกัน 

แบบจำลองหนึ่งให้ผลว่า 2004 วีเอ็น 112 และ 2013 อาร์เอฟ 98 เคยเป็นวัตถุคู่กัน  แต่เมื่อราว 5-10 ล้านปีก่อน ได้เข้าใกล้วัตถุดวงหนึ่งที่มีมวลระหว่าง 10-20 เท่าของโลก และโคจรอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 300-600 หน่วยดาราศาสตร์ อันตรกิริยาด้านความโน้มถ่วงระหว่างกันทำให้วัตถุคู่นี้เริ่มแยกจากกันจนเป็นดังเช่นปัจจุบัน

ทั้งมวลและวงโคจรของวัตถุลึกลับที่ได้จากแบบจำลองนั้นช่างสอดคล้องกับสมบัติของดาวเคราะห์หมายเลขเก้าที่งานวิจัยของบราวน์กับบาทีจินได้คาดการณ์ไว้อย่างเหมาะเจาะ

งานวิจัยนี้นอกจากจะช่วยสนับสนุนว่ามีดาวเคราะห์หมายเลขเก้าอยู่จริงแล้ว ยังช่วยระบุตำแหน่งที่น่าจะพบดาวเคราะห์ดวงนี้ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

กล้องกรานเทคาน เป็นกล้องโทรทรรศน์เชิงแสงที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน มีกระจกปฐมภูมิเส้นผ่านศูนย์กลาง 10.4 เมตร ตั้งอยู่ที่หมู่เกาะคะเนรี ประเทศสเปน

ที่มา: