คลังเก็บหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

รับเลือดจากคนหนุ่มสาว: เคล็ดลับเพื่อชีวิตยืนยาว?

14(1)

ใครจะคาดคิดว่าเคล็ดลับของการมีชีวิตเป็นอมตะด้วยการดื่มกินเลือดจากคนอายุน้อยกว่าของเค้าท์แดรกคูลา แวมไพร์ในนวนิยายสยองขวัญสุดคลาสสิคของนักเขียนชาวไอริช บราม สโตกเกอร์ จะกลายเป็นเรื่องจริงไปได้ แต่งานวิจัยล่าสุดจากสหราชอาณาจักรพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า การรับเลือดจากคนหนุ่มสาวจะช่วยให้คนเรามีชีวิตยืนยาวและแข็งแรงไร้โรคภัยที่เกิดจากความชราได้

งานวิจัยของทีมนักพันธุศาสตร์จากยูนิเวอร์ซิตีคอลเลจลอนดอนที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature พบว่า การรับเลือดจากคนวัยหนุ่มสาวจะช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากความชรา เช่น โรคสมองเสื่อม โรคมะเร็ง และโรคหัวใจได้ โดยการทดลองเบื้องต้นในสัตว์ให้ผลลัพธ์ที่ดี

ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยพบว่าหนูแก่ไม่ป่วยเป็นโรคที่เกิดจากความชรา หลังจากพวกมันได้รับการฉีดเลือดของหนูอายุน้อยกว่าเข้าสู่ร่างกาย ผลที่ได้บ่งชี้ว่าจำเป็นต้องศึกษาเรื่องโลหิตให้ละเอียดยิ่งขึ้นเพื่อหาโมเลกุลที่ทำหน้าที่ช่วยรักษาให้สุขภาพดี

ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์อังกฤษต้องการทดลองในสัตว์ให้ละเอียดยิ่งขึ้น แต่ในสหรัฐฯ มีความคืบหน้าไปไกลกว่านั้น โดย Ambrosia บริษัทสตาร์ทอัพในนครซานฟรานซิสโก ได้เริ่มการทดลองในมนุษย์แล้ว ด้วยการให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำเลือดจากวัยรุ่นในราคา 8,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 260,000 บาท)

ปีเตอร์ ทีล ผู้ก่อตั้งบริษัทระบุว่าคนไข้ที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายเลือดแสดงอาการดีขึ้น เช่น มีระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายลดลง 10% และทำให้ระดับโปรตีนที่มักพบในผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมลดลง 1 ใน 5

แนวคิดเรื่องเปลี่ยนถ่ายเลือดมาจากเทคนิคโบราณอายุ 150 ปี ที่ได้ทดลองในหนูซึ่งผลการศึกษาบ่งชี้ว่าเมื่อระบบไหวเวียนโลหิตของหนู 2 ตัวถูกผ่าตัดให้เชื่อมกันเลือดของหนูทั้งสองจะไหลเวียนสู่กัน ช่วยฟื้นฟูสภาพอวัยวะ กล้ามเนื้อ และเซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก่อให้เกิดความกังวลด้านจริยธรรม เช่น การซื้อเลือดจากหนุ่มสาวที่อาจเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาให้เลือดแก่ผู้ป่วยที่มีความต้องการทางการแพทย์ นอกจากนี้ นักวิจารณ์ยังชี้ว่าปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่ยืนยันว่าการรักษาเช่นนี้มีประโยชน์จริง

เรื่อง 101

images

เจอฉลอง เหลืองทอง ในงานศาลแซ่หลิมแม่กลอง เขาบอกว่า เลิกทำโป๊ะปลาทูลูกสุดท้ายแล้ว หันมาเปิดต้นน้ำรีสอร์ต ห้องพักแทบไม่ว่าง เพราะดึงดูดลูกค้า พาลงเรือไปดูการจับหอยแมลงภู่กลางทะเล ภาพคนเรือโกยหอยแมลงภู่ใส่ถังเทใส่เรือลูกค้า ผมคุ้นตาสมัยเด็ก เสียงนับ 1 นับ 2 ไปถึง 11 สะดุดหูตรงที่เขาไม่นับสิบเอ็ด แต่นับ “สิบหนึ่ง” ก็เดาเอาไปตามประสา เขาคงกลัวว่า จะไปซ้ำกับ “สิบเจ็ด” แต่เมื่ออ่านเรื่องจังหวัดร้อยเอ็ด จากปกิณกะคดีประวัติศาสตร์ไทย เล่ม 2 (กรมศิลปากร พิมพ์ พ.ศ.2554) จึงรู้ว่า เมืองร้อยเอ็ด ที่พูดกันว่าเมืองร้อยเอ็ดประตู ความจริงมีแค่ 11 ประตูหรือมีทางเข้า ซึ่งเชื่อมต่อกับเมืองบริวาร เพียง 11 ทางเท่านั้น สมัยโบราณ นิยมเขียน 11 เป็น 101 ซึ่งต้องอ่านว่า สิบกับหนึ่ง แม้ไม่มีเมืองบริวารมากถึง 101 เมือง แต่เมืองร้อยเอ็ดโบราณ ก็ยิ่งใหญ่ เรียกนครสาเกต เป็นหนึ่งในหลายๆนครใหญ่ แห่งอาณาจักรกุลุนทะ 11 เมืองบริวารเมืองร้อยเอ็ด มีเมืองเชียงเหียน เมืองฟ้าแดด เมืองสีแก้ว เมืองเปือย เมืองทอง เมืองหงส์ เมืองบัว เมืองคอง เมืองเชียงขวง เมืองเชียงดี เมืองไพ ทุกๆเมือง มีข่าวดีข่าวร้ายก็สื่อสารถึงกัน ด้วยเสียงปี่เรียก ปี่ซาววา มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน หนึ่งเมืองหลวง กับสิบเอ็ดหัวเมือง สื่อสารกันชัดเจน รวมตัวกันเป็นปึกแผ่นมั่นคง ประวัติศาสตร์จีน 772 ปี ก่อน ค.ศ.สมัยโจวโยวหวาง ได้ นางเปาซื่อ สาวงามแต่ยิ้มไม่เป็น มาเป็นชายา พยายามหาวิธีทำให้นางยิ้ม วันหนึ่งโจวโยวหวางพานางเปาซื่อขึ้นไปเปลี่ยนบรรยากาศบนยอดเขาหลีซานระหว่างชมนกชมไม้ นางเปาซื่อเหลือบไปเห็นกองขี้หมาป่า กองใหญ่ ก็หลุดปากถาม “ทำไม” โจวโยวหวางบอก ขี้หมาป่าเป็นเชื้อไฟก่อควัน ส่งสัญญาณไปบอกหัวเมือง ให้ยกทัพมาช่วยรบเมื่อมีข้าศึกยกทัพใหญ่มาโจมตี นางเปาซื่อส่ายหน้าไม่เชื่อ โจวโยวหวางอยากจะเอาใจอยากให้นางเชื่อ สั่งทหารก่อไฟจุดกองขี้หมาป่า ส่งสัญญาณควันออกไปทันทีหัวเมืองเห็นสัญญาณรบจากเมืองหลวง ก็สั่งเกณฑ์ทัพกะทันหัน ยกกันมา โจวโยวหวางก็บอกว่า “ไม่มีอะไรให้ช่วยรบ จะมีก็แต่อยากจะช่วยให้พระชายาเปาซื่ออารมณ์ดีขึ้นบ้าง” ทัพหัวเมืองหัวเสียยกทัพกลับ อาการที่ทัพหัวเมืองหันรีหันขวาง นางเปาซื่อถึงกับยิ้มออกมาได้

เรื่องนี้บางตำราจีน เขียนว่า โจวโยวหวางถึงกับให้รางวัลขุนนางสอพลอที่เป็นคนต้นคิด ถึงพันตำลึงทอง เป็นที่มาของสำนวน ยิ้มพันตำลึงทองแล้วเจ้ายิ้มราคาแพง แต่สำแดงการสื่อสารโป้ปดนั้น ก็ต้องจ่ายเดิมพันที่แพงกว่า ต่อมา เมื่อกองทัพข้าศึกยกมาประชิดติดเมืองจริงๆ โจวโยวหวาง ส่งสัญญาณควันขี้หมาป่าไปเท่าไหร่ ก็ไม่มีหัวเมืองใดยกมาช่วยเลยแม้แต่เมืองเดียว
เรื่องยิ้มพันตำลึงทอง ก็จบลงตรงโจวโยวหวางถูกข้าศึกจับฆ่า นางเปาซื่อถูกจับเป็นนางบำเรอ จะเป็นจะตายร้ายดีอย่างไร ประวัติศาสตร์ไม่ให้ความสำคัญ รู้เรื่อง สัญญาณปี่ซาววา จากเรื่องเมืองร้อยเอ็ดโบราณ อ่านซ้ำเรื่องสัญญาณควันกองขี้หมาป่า ที่โจวโยวหวางจุดยั่วให้นางเปาซื่อยิ้ม เป็นเหตุให้ “สัญญาณการสื่อสารสะบั้น” โลกเราวันนี้ สื่อสารกันทางออนไลน์ ใครมีลูกเล่นมีทีเด็ดเคล็ดลับอะไร ก็ตั้งใจเทใส่กันแบบหมดหน้าตัก น่าสงสารนักรบสมรภูมิการเมืองไทย ผมได้ยินเสียงบ่นพึมเต็มสองหู รัฐบาลปล่อยมุกคุมออนไลน์ สนุกอยู่พวกเดียว.

กิเลน ประลองเชิง

เหลือเชื่อ นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ทำให้ฝนตกในทะเลทรายได้ด้วย กังหันลม และแผงโซลาร์เซลล์

14534_18091414274953

คลิก facebook

ทะเลทราย Sahara อันเวิ้งว้างว่างเปล่าที่กว้างใหญ่แห่งทวีปแอฟริกา ผืนทรายที่มองแล้วสวยงามแต่ถ้าใครต้องไปอยู่กันจริงๆ ก็คงจะยากเพราะความแห้งแล้งและไร้พืชพรรณของมันนั่นเอง แต่เมื่อไม่นานมานี้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีที่อาจจะทำให้ฝนตกในบริเวณนี้เพิ่มมากขึ้นได้แล้ว และนั่นหมายความว่าสิ่งมีชีวิตและพืชพรรณต่างๆ อาจจะสามารถเจริญเติบโตที่นี่กันได้แล้วนั่นเอง

จากการรายงานของ University of Illinois เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาระบุว่า การสร้างกังหันลมขนาดใหญ่และ Solar Farm (ท้องทุ่งของแผงโซลาร์เซลล์) นั้นมีโอกาสที่จะทำให้อุณหภูมิของทะเลทรายแห่งนี้สูงขึ้น ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของปริมาณ หยาดน้ำฟ้า (Precipitation) และทำให้เกิดพืชพรรณที่เป็นประโยชน์กับพื้นที่แห่งนี้ขึ้นมาก็เป็นได้

14534_180914142808k0_70

*** หยาดน้ำฟ้า เป็นปรากฏการณ์ของน้ำในอากาศประเภทหนึ่ง เกิดจากการควบแน่นของไอน้ำในบรรยากาศและตกลงมาด้วยอิทธิพลของแรงโน้มถ่วง ทำให้เกิดเป็นฝนละออง (Drizzle), ฝน, ฝนน้ำแข็ง (Sleet), หิมะ, ลูกปรายหิมะ (Graupel) และลูกเห็บ

และการศึกษาในครั้งนี้ก็มุ่งเน้นไปที่เรื่องของกังหันลมและ Solar Farm นั่นเองและจะดำเนินการทั้งหมดบนทะเลทราย Sahara ที่มีเนื้อที่กว้างขวาง และในตอนนี้ก็กินพื้นที่กว่า 9 ล้านตารางกิโลเมตรแล้วอีกด้วย

โดยนักวิจัยค้นพบว่าเมื่อเริ่มมีการติดตั้งกังหันลมและ Solar Farm เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปริมาณหยาดน้ำฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ก็ดูมีแนวโน้มที่จะทำให้ฝนตกเพิ่มขึ้นได้กว่าวันละ 0.25 มิลลิเมตรต่อวันอีกด้วย

เหลือเชื่อ นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ทำให้ฝนตกในทะเลทรายได้ด้วย กังหันลม และแผงโซลาร์เซลล์

โดยถ้าจะถามว่าฝนมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรคำตอบของ Eugenia Kalnay นักวิจัยร่วมของการศึกษาครั้งนี้ที่ได้ตอบเอาไว้ก็คือ “การเพิ่มปริมาณน้ำฝนนั้นเป็นผลมาจากปฏิกิริยาระหว่างพื้นดินและชั้นบรรยากาศที่ทับซ้อนกัน ทำให้ผิวดินมีความหยาบและมืดขึ้น” กังหันลมจะดึงอากาศร้อนให้ลงต่ำมาสู่พื้นดิน ในขณะที่แผงโซลาร์เซลล์ ช่วยลดการสะท้อนความร้อนของผิวดิน

คุณ Yan Li หัวหน้าผลงานวิจัยกล่าวเสริมว่า “ส่งผลให้มีปริมาณหยาดน้ำฟ้ามากขึ้น เกิดฝนตก และเกิดการเจริญเติบโตของพืชพรรรณต่างๆ ทำให้เกิดการสร้างวัฏจักรในเชิงบวกบนทะเลทรายที่แห้งแล้ง”

ซึ่งสำหรับกังหันลมสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 3 เทราวัตต์ (3 ล้านล้านวัตต์) และ Solar Farm สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 79 เทราวัตต์ (79 ล้านล้านวัตต์) และเป็นพลังงานสะอาดอีกด้วย

โดยทางคุณ Safa Motesharei ยังได้กล่าวเพิ่มเติมไว้ด้วยว่า การเพิ่มปริมาณฝนในพื้นที่ทะเลทรายในครั้งนี้จะเกิดเป็นพลังงานไฟฟ้าที่สะอาดเพราะเกิดมาจากแสงอาทิตย์และลมซึ่งเมื่อฝนตกแล้ว ก็สามารถช่วยพัฒนาการเกษตร และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในแถบ Sahara, Sahel และตะวันออกกลาง ดีขึ้นด้วย

ต้องขอบคุณการกลายพันธ์ุของบรรพบุรุษมนุษย์ ที่ทำให้พี่ตูน วิ่งได้ไกลถึง 2,215 กิโลเมตร

ต้องขอบคุณการกลายพันธ์ุของบรรพบุรุษมนุษย์ ที่ทำให้พี่ตูน วิ่งได้ไกลถึง 2,215 กิโลเมตร

0 %E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C+%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B8%99+%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87+2%2C215+%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A3
A-A+

มนุษย์ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่วิ่งได้เร็วที่สุด ทำให้เราไม่เคยคาดคิดเลยว่า เราก็เป็นสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่มีความเก่งกาจในเรื่องของการวิ่งเหมือนกันนะ จริงอยู่ที่สัตว์สี่เท้าหลากหลายสายพันธุ์บนโลกนี้ ต้องทำให้เราได้อับอายถ้าคิดจะวิ่งแข่งความเร็วกับมัน แต่มนุษย์นั้นมีสกิลพิเศษในเรื่องการวิ่งที่ยากจะหาสัตว์สายพันธุ์ใดมาเทียบเคียงได้ นั่นก็คือความสามารถในการ วิ่งทน วิ่งได้เป็นระยะทางไกลๆ นั่นเอง

มนุษย์นั้นมีคุณลักษณะของความเป็นนักวิ่งระยะไกลอยู่ในสายพันธุ์ และถึงแม้จะนำไปเทียบกับสัตว์สายพันธุ์อื่นที่เก่งเรื่องวิ่งเร็ว ถ้าจับพวกมันมาวิ่งระยะทางไกล รับรองว่ามันต้องยอมแพ้เราอย่างแน่นอน แต่อะไรหล่ะคือเหตุผลเบื้องหลังความสามารถในการวิ่งทนของมนุษย์? เพื่อหาคำตอบนี้ นักวิจัยจาก University of California, San Diego ได้ทำการศึกษา และเผยแพร่รายละเอียดลงในวารสาร Proceedings of the Royal Society B

นักวิจัยพุ่งเป้าไปที่การหายไปของยีนที่มีลักษณะพิเศษ และการหายไปของยีนนี้ทำให้เรากลายเป็นนักวิ่งระยะไกลที่ดี มีการตั้งสมมติฐานว่าวิวัฒนาการของบรรพบุรุษมนุษย์ยุคโบราณทำให้เกิดการสูญหายไปของยีนที่มีชื่อว่า CMAH และให้เรากลายเป็นนักวิ่งระยะไกลที่ดีในที่สุด

ความเปลี่ยนแปลงในวิวัฒนาการมนุษย์ยังรวมถึง ลักษณะของขา และเท้า ที่ทำให้เรารักษาความเร็วในการวิ่งได้ดี รวมถึงความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายไม่ให้ร้อนเกินไปด้วยการขับเหงื่อ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความเกี่ยวโยงกับการหายไปของยีน CMAH และเมื่อมีข้อมูลมากพอ นักวิจัยต้องการพิสูจน์ว่าเรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่ จึงได้มีการทดลองทำให้ยีน CMAH ของเจ้าหนูทดลองหายไป แล้วจับมันไปทดสอบ

ต้องขอบคุณการกลายพันธ์ุของบรรพบุรุษมนุษย์ ที่ทำให้พี่ตูน วิ่งได้ไกลถึง 2,215 กิโลเมตร

คุณ Jon Okerblom หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า “พวกเราได้ทำการทดลองกับหนู โดยทำให้ยีน CMAH ของพวกมันหายไป และเราพบว่าประสิทธิภาพการวิ่งบนลู่วิ่งของพวกมันเพิ่มขึ้นในระยะเวลา 15 วันของการทดสอบ” ความเปลี่ยนแปลงเห็นได้ชัดเจนหลังจากที่หนูเติบโตขึ้นโดยที่ไม่มียีน CMAH หนูมีความแข็งแรงขึ้น และมันเป็นสัญญาณว่านักวิจัยมาถูกทางแล้ว

แต่อย่างไรก็ดี การสูญหายไปของยีน CMAH ก็ไม่ได้มีแต่ประโยชน์เพียงด้านเดียว นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสงสัยว่าการหายไปของยีนนี้ ทำให้มนุษย์มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งจากการกินเนื้อแดง

คุณ Ajit Varki นักวิจัยอาวุโสในผลงานชิ้นนี้กล่าวว่า “มันเปรียบเหมือนดาบสองคม ผลพวงจากการสูญหายของยีนเพียงยีนเดียวนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งในกายภาพของมนุษย์ รวมถึงความเปลี่ยนแปลงในศักยภาพของเรา″

วิวัฒนาการ หรือการกลายพันธุ์นี้ ทำให้เราวิ่งได้ไกลขึ้น แต่ก็มีข้อเสียที่ทำให้เราอาจเป็นมะเร็งถ้ากินแฮมเบอร์เกอร์ที่มีเนื้อแดง ต้องบอกว่าธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องที่แปลกและน่ามหัศจรรย์อย่างแท้จริง

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบหนังสือ E-BOOK ฟิสิกส์ ม.4 เรื่องงานและพลังงาน ของสำนักพิมพ์ OoKBee

Cover

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบหนังสือ E-BOOK ฟิสิกส์ ม.4 เรื่องงานและพลังงาน  ของสำนักพิมพ์ OoKBee

    

คลิกค่ะ  ฟรี 

โดย ท่าน ผศ. สุชาติ สุภาพ มอบให้ท่าน

คลิก facebook

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบหนังสือ E-BOOK วิทยาศาสตร์น่ารู้สำหรับเด็ก เล่ม 2 ของสำนักพิมพ์ OoKBee

Cover

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบหนังสือ E-BOOK วิทยาศาสตร์น่ารู้สำหรับเด็ก เล่ม 2  ของสำนักพิมพ์ OoKBee

    

คลิกค่ะ  ฟรี 

โดย ท่าน ผศ. สุชาติ สุภาพ มอบให้ท่าน    

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1953042784760531

ลดโลกร้อน อีกความหวัง ผลิตแร่กำจัดคาร์บอน ใช้แค่72วันจากเดิมพันปี

ลดโลกร้อน อีกความหวัง ผลิตแร่กำจัดคาร์บอน “แม็กนีไซต์” ใช้แค่72วันจากเดิมพันปี

คลิก ลิงค์ facebook

ลดโลกร้อน – เว็บไซต์ข่าว อินดิเพนเดนต์ รายงานผลงานวิจัยอันน่าฮือฮาและเป็นความหวังในการลดโลกร้อน ว่า คณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทรนต์ เมืองปีเตอร์บอร์โรว์ รัฐออนแทริโอ ประเทศแคนาดา ประสบความสำเร็จในการสร้างแร่ธาตุประเภท แม็กนีไซต์ (Magnesite) ในห้องปฏิบัติการแล้ว

 งานวิจัยดังกล่าวเพิ่งนำเสนอในงานประชุมโกลด์ชมิดต์ ที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ว่า แร่ดังกล่าวมีคุณสมบัติพิเศษในการจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศ  เพื่อลดปัจจัยหลักในการโลกร้อน ส่งผลให้งานวิจัยดังกล่าวสร้างความฮือฮาในแวดวงนักวิทยาศาสตร์ที่ต่างเร่งหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว

หัวใจหลักของงานวิจัยนี้ คือหากรรมวิธีเพื่อเร่งอัตราการเกิดปฏิกิริยาในกระบวนการก่อตัวของสารประเภทแม็กนีไซต์ ซึ่งตามธรรมชาติแล้ว ต้องใช้เวลาหลายพันปี

 ขณะที่บรรดานักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า เทคโนโลยีกำจัดก๊าซโลกร้อนด้วยการดูดออกโดยตรงจากอากาศ หรือซีซีเอส (carbon capture and storage) นั้นจะเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการแก้ไขสถานการณ์วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น

รายงานระบุว่า แม็กนีไซต์จำนวน 1 ตัน มีความสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณครึ่งตัน นำไปสู่แนวคิดที่ว่าอาจใช้สารประเภทดังกล่าวกักเก็บก๊าซโลกร้อนชนิดนี้ไว้แบบถาวรที่ใต้ดิน  แต่ประสบปัญหาใหญ่ เพราะแม็กนีไซต์นั้นใช้เวลาหลายพันปีในการก่อกำเนิดตัว

ศาสตราจารย์เอียน พาวเวอร์ ผู้นำคณะนักวิจัย กล่าวว่า เวลาที่แม็กนีไซต์ใช้ในการก่อกำเนิดนั้นกินเวลานานหลายร้อยถึงหลายพันปีตามสภาพแวดล้อมบนพื้นผิวของโลก ทางคณะทำงานจึงศึกษากระบวนการเกิดของแร่ชนิดนี้ที่อุณหภูมิต่ำ แล้วใช้องค์ความรู้ที่ได้มาปรับปรุงเพื่อเพิ่มอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในแต่ละขั้นตอนของการตกผลึก

ลดโลกร้อน
Credit: Ian Power

.พาวเวอร์ ระบุว่า ทางคณะใช้ผงกรวด โพลีสไตรีน (polystyrene microspheres) เป็นตัวเร่ง สามารถลดเวลาการเกิดลงมาเหลือเพียง 72 วัน ที่อุณหภูมิห้อง (25 องศาเซลเซียสทำให้กรรมวิธีดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูง

การค้นพบดังกล่าวได้รับการนำเสนอในงานประชุมธรณีเคมี โกลด์ชมิดธ์ ที่นครบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นงานประชุมเชิงวิชาการที่นำเสนอองค์วามรู้ต่างๆ ที่จะนำไปใช้ดำเนินการแก้ไขโลกร้อนให้บรรลุเป้าหมายตามข้อตกลงปารีส

อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์หลายคนแสดงความกังวลต่อการที่ประชาคมโลกตั้งความคาดหมายไว้กับวงการวิทยาศาสตร์สูง ว่าอาจมองโลกในแง่ดีจนเกินไป เนื่องจากปัญหาด้านการผลิตในอุตสาหกรรมที่ขาดความพร้อม

 แต่นักวิทยาศาสตร์เห็นพ้องกันว่า องค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านนี้จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาขึ้นมาควบคู่กับการลดทอนการปล่อยก๊าซโลกร้อน

ดร.แกเร็ธ จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ ประเทศอังกฤษ ระบุว่า ความสำเร็จของคณะนักวิจัยของแคนาดาเป็นพัฒนาการทางบวกที่ยิ่งใหญ่

กรรมวิธีการจัดเก็บคาร์บอนด้วยการจับตัวกับแร่ได้รับการศึกษามาอย่างยาวนานในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาแต่ปัญหาสำคัญคือ เรื่องเวลา และพลังงานที่ต้องใช้ นั่นหมายถึงเงิน ซึ่งก็คือต้นทุนที่มหาศาล อย่างน้อยที่สุด งานวิจัยนี้ได้แสดงให้เห็นถึงกรรมวิธีการจัดเก็บคาร์บอนด้วยการจับตัวกับแร่ที่มีต้นทุนต่ำกว่าเพราะเกิดขึ้นที่อุณหภูมิห้อง” จอห์นสันกล่าว

อรวรรณ ชัยลภากุล นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี 61

238001-1

คลิก  facebook

ศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ชัยลภากุล อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้คิดค้นเทคนิคการตรวจวัดทางเคมีไฟฟ้าด้วยวัสดุเพชร เจือโบรอนรายแรกของไทย ได้รับรางวัล นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2561

จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์

ได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัล 400,000 บาท

ปริญญาตรี สาขาเคมี จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วิทยาศาตรมหาบัณฑิต สาขาเคมีวิเคราะห์จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ

ปริญญาเอก สาขาเคมีวิเคราะห์ จากมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโกทำงานเป็นอาจารย์ ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ

มีผลงานวิจัยมากมายที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารระดับโลกจำนวนมาก

ได้รับรางวัลต่างๆอาทิร างวัลผลงานวิจัยดีกองทุนรัชดาภิเษกสมโภช จุฬาฯ ปี 2543, รางวัล Best Article Award จาก JAFIA ปี 2549 และรางวัล JAFIA Scientific Award ปี 2551

ได้รับรางวัลผลงานวิจัยเด่น(ด้านวิชาการ) ประจำปี พ.ศ.2560 ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) บทบาทหน้าที่สำคัญทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติด้านต่างๆ 

อะไรคือสาเหตุของผมร่วง?

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ผมร่วง

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1933677003363776

อาการผมร่วงถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นตามวัฏจักรชีวภาพของเส้นผม แต่เมื่อปัญหาผมร่วงรุนแรงผิดปกติ เราจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรบ้าง?

คนเราเกิดมาพร้อมกับผมราว 100,000 เส้น และตามปกติผมจะร่วงวันละประมาณ 100 เส้น หากผมร่วงมากเกินไปก็อาจสร้างความเครียดได้

เส้นผมคนเรางอกและหลุดร่วงเป็นวงจร ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ช่วง

  1. ช่วงการเจริญเติบโตของเส้นผม (Anagen phase) ถือเป็นช่วงเจริญวัยใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี
  2. ช่วงเวลาเสื่อมสภาพหรือช่วงหยุดการเจริญเติบโต (Catagen phase) ใช้ระยะเวลาประมาณ 10 วัน หรือ 2-3 สัปดาห์
  3. ช่วงหยุดพักหรือระยะผลัดเส้นผม (Telogen phase) เป็นช่วงรอยต่อของผมที่กําลังจะหลุดร่วงกับเส้นผมใหม่ที่กําลังจะขึ้นมาแทน ใช้เวลาประมาณ 100 วัน หรือ 3 เดือน

โดยทั่วไปคนผิวขาวชาวยุโรปมักเริ่มมีปัญหาผมร่วงเร็วกว่าคนที่มีเชื้อสายจากเอเชียหรือแอฟริกา โดยครึ่งหนึ่งของชายชาวยุโรปจะเริ่มมีปัญหาผมร่วงตั้งแต่อายุ 50 ปีเป็นต้นไป ส่วนผู้หญิงนั้นมักเริ่มมีปัญหาผมร่วงช้ากว่า

ดร.วิกกี โจลลิฟฟ์ จากโรงพยาบาลเซนต์จอห์นและเซนต์เอลิซาเบธในกรุงลอนดอนของอังกฤษ บอกว่า หากรู้สึกกังวลเรื่องปัญหาผมร่วง หรือผมร่วงผิดปกติเกิน 1-2 เดือน ในเบื้องต้นควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและหาทางรักษาเท่าที่จะทำได้ เช่น การแก้ภาวะขาดธาตุเหล็ก การทำให้ต่อมไทรอยด์อยู่ในภาวะปกติ และควรดูแลหนังศีรษะหากมีปัญหาผิวหนังอักเสบ เป็นต้น

นอกจากนี้ อายุรแพทย์ยังอาจให้ใช้ยาสเตียรอยด์ หรืออาจใช้ยากระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม เช่น ไมน็อกซิดิล แต่หากปัญหามีความซับซ้อนและยังแก้ไม่หาย ก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคผิวหนัง

ที่มาhttps://www.bbc.com/thai/features-43628268

นวัตกรรมทางการทหาร กับระเบิดควันแบบใหม่ สามารถพรางตัวได้จากกล้องมองภาพอินฟราเรด

12927_18032012294782

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1929927017072108

ระเบิดควัน ได้ช่วยชีวิตทหารให้รอดพันจากการโจมตีของข้าศึกด้วยการสร้างม่านควันที่มีความหนาแน่น ที่สามารถพรางสายตาของข้าศึกไม่เห็นตัว เปิดทางสำหรับการหลบหนีหรือย้ายตำแหน่ง แต่มันก็ยังมีจุดอ่อนตรงที่ไม่สามารถพรางตัวจากการมองเห็นด้วยกล้องมองภาพแบบอินฟราเรด ซึ่งจับความร้อนที่ออกมาจากร่างกายมนุษย์

แต่ในตอนนี้ผลงานวิจัยล่าสุดจากหน่วยงานทหารของสหรัฐอเมริกาจะทำให้เรื่องราวนี้เปลี่ยนไป โดยมีการนำเสนอรายละเอียดในระหว่างงานสัมมนา National Meeting & Exposition of the American Chemical Society (ACS) พวกเขาระบุว่าสามารถผลิตระเบิดควันรูปแบบใหม่ ที่สามารถพรางจากทั้งการมองเห็นด้วยสายตาและกล้องอินฟราเรด

คุณ Zach Zander ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัยของศูนย์ U.S. Army Edgewood Chemical Biological Center กล่าวว่า “ด้วยความก้าวหน้าของอุปกรณ์เซ็นเซอร์ ทำให้เราสามารถมองเห็นแสงในย่านที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยปกติแล้ว ควันแต่ละรูปแบบจะมีคุณสมบัติในการปิดกั้นแสงในย่านความถี่แสงย่านใดย่านหนึ่ง เป้าหมายของโครงการนี้คือการสร้างควันแบบพิเศษ ที่สามารถปิดกั้นได้ทั้งย่านแสงที่สายตามนุษย์มองเห็น และย่านแสงอินฟราเรด”

ระเบิดควันทางการทหารในปัจจุบันผลิตขึ้นจากวัตถุดิบที่เป็นพิษอย่าง Hexachloroethane (เฮกสะคลอโรอีเธน) แต่ในส่วนของระเบิดควันแบบใหม่นั้นผลิตจาก Terephthalic acid (กรดเทเรพทาลลิก) ซึ่งมีคุณสมบัติในการปิดกั้นแสงในย่านที่สายตามนุษย์มองเห็น ผสมกับโมเลกุลของโลหะ−สารอินทรีย์ ที่มีชื่อเรียกว่า UiO-66 ที่สามารถปิดกั้นแสงในย่านอินฟราเรด
ที่มา : www.digitaltrends.com