คลังเก็บหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบหนังสือ E-BOOK คู่มือวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้น ม.3 เรื่องพลังงานไฟฟ้า ของสำนักพิมพ์ OoKBee

Cover

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบหนังสือ E-BOOK คู่มือวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้น ม.3 เรื่องพลังงานไฟฟ้า  ของสำนักพิมพ์ OoKBee

    

คลิกค่ะ  ฟรี 

โดย ท่าน ผศ. สุชาติ สุภาพ มอบให้ท่าน    ฟรี

 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1882552388476238

เหตุใดถ้ำจึงเป็นสถานที่ฝึกมนุษย์อวกาศที่ดีที่สุด?

คนในถ้ำ

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1882510965147047

เมื่อมนุษย์คนสุดท้ายที่ได้ไปเหยียบดวงจันทร์กลับมายังโลก เขานำก้อนหินตัวอย่างที่ปราศจากร่องรอยของสิ่งมีชีวิตกลับมาด้วย แม้ก้อนหินจากดวงจันทร์นี้จะน่าสนใจในทางธรณีวิทยา แต่มันไม่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสืบหา และทำความเข้าใจเรื่องที่มาของสิ่งมีชีวิตบนโลกและดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ที่คล้ายกันได้เลย

หากจะมีการส่งมนุษย์ไปสำรวจดาวเคราะห์ในระบบสุริยะกันอีกครั้ง การฝึกฝนให้พวกเขารู้จักเทคนิคการสำรวจพื้นที่ และเลือกเก็บตัวอย่างที่มีคุณค่าต่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น นับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ราว 7 ปีที่ผ่านมานี้ องค์การอวกาศยุโรป (ESA) ได้ใช้โพรงถ้ำหลายแห่งในแคว้นซาร์ดิเนียของอิตาลี ซึ่งมีสภาพแวดล้อมคล้ายกับต่างดาว มาเป็นสถานที่ฝึกฝนเตรียมความพร้อมให้แก่มนุษย์อวกาศรุ่นใหม่

ผู้ที่เข้าร่วมในภารกิจนี้จะต้องตะลุยสำรวจและใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำนานถึง 2 สัปดาห์ โดยการฝึกในช่วงฤดูร้อนของปี 2016 นั้นมีว่าที่มนุษย์อวกาศจากนานาชาติ ได้แก่สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย และสเปน เข้าร่วมฝึกด้วย พวกเขาต้องสำรวจถ้ำที่ลึกลงไปใต้ดินกว่า 800 เมตร โดยต้องทำแผนที่และใช้ชีวิตอยู่ในส่วนที่มืดสนิทเป็นเวลาถึง 6 วัน

พื้นผิวดาวดวง

เครือข่ายถ้ำ “ซากรุตตา″ (Sa Grutta) เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ได้รับคัดเลือกให้ใช้ฝึกมนุษย์อวกาศ สถานที่แห่งนี้เกิดจากทางน้ำไหลใต้ดินกัดเซาะละลายหินปูน จนเกิดเป็นโพรงถ้ำที่เชื่อมต่อกันหลายแห่ง มีตั้งแต่ช่องแคบเล็กที่ต้องลงหมอบคลานเพื่อให้ผ่านไปได้ ไปจนถึงห้องโถงใหญ่ความกว้างเท่ากับภายในมหาวิหาร บางช่วงมีน้ำท่วมและต้องใช้อุปกรณ์ดำน้ำช่วยในการสำรวจด้วย

ปฏิบัติการฝึกฝนครั้งนี้ใช้ชื่อว่า CAVES ซึ่งหมายถึง “การผจญภัยโดยร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมคุณค่าและฝึกฝนทักษะพฤติกรรมมนุษย์-ประสิทธิภาพในการทำงาน” โดยเน้นให้ผู้เข้าร่วมทุกคนต้องปฏิบัติภารกิจร่วมกันอย่างใกล้ชิดในที่แคบภายใต้ภาวะที่มีความกดดันสูง ไม่ว่าจะเป็นภารกิจทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ หรือภารกิจตระเวนสำรวจก็ตาม

นอกจากการเคลื่อนที่ภายในถ้ำจะทำได้ยากลำบากแล้ว การอยู่ในที่มืดไร้แสงธรรมชาติเป็นเวลานานยังรบกวนวงจรนาฬิการ่างกาย ทำให้การรับรู้เวลาคลาดเคลื่อน รวมทั้งรบกวนแบบแผนการหลับและตื่นของบรรดาผู้เข้ารับการฝึกอีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่ออยู่ในอวกาศเช่นกัน

การเดินทางในเครือข่ายถ้ำโดยต้องคอยระวังให้ตนเองอยู่ในเส้นทางที่ปลอดภัย ต้องอาศัยการตัดสินใจที่เฉียบขาดในภาวะวิกฤต รวมทั้งต้องสื่อสารกับผู้ร่วมทีมให้เข้าใจกันชัดเจน ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ไม่ต่างกับการออกเดินในอวกาศหรือสเปซวอล์ก (Spacewalk) มากนัก

นายทิม พีค

นักสำรวจถ้ำและมนุษย์อวกาศใช้ระบบคู่หูหรือบัดดี้ในการปฏิบัติงานเหมือนกัน และต่างก็เน้นหลักการ “ช้าคือเร็ว” รวมทั้ง “เมื่อตรวจสอบอุปกรณ์ดีแล้วจงเชื่อมั่นในอุปกรณ์” เช่นเดียวกัน

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นภารกิจหลักประจำวันของว่าที่มนุษย์อวกาศซึ่งกำลังฝึกในถ้ำ เหมือนกับการออกปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องทำการทดลองสูงสุดถึง 5 ครั้งต่อวัน โดยเก็บตัวอย่างทางธรณีวิทยารวมทั้งตัวอย่างจุลชีพที่อาศัยอยู่ในถ้ำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษารูปแบบสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวจนอยู่ในความมืดได้ รวมทั้งเป็นผลดีต่อการศึกษาแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ใช้หล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิต

นอกจากถ้ำใต้ดินแล้ว ยังมีการฝึกมนุษย์อวกาศในถ้ำเหนือพื้นดินที่มีสภาพคล้ายต่างดาวอีกด้วย เช่นที่อุทยานธรณีลันซาโรเต (Lanzarote Geoparque) ในสเปน ซึ่งมีความเหมาะสมในการใช้ฝึกเพื่อภารกิจสำรวจดาวอังคารอย่างยิ่ง เพราะเป็นหินแข็งที่เกิดจากการสะสมของดินตะกอน สามารถใช้ฝึกมนุษย์อวกาศให้รู้จักแยกแยะว่าหินก้อนใดคืออุกกาบาต หรือก้อนใดมีร่องรอยบ่งบอกถึงการมีอยู่ของน้ำในแถบนั้นมาก่อนได้

ดร. ฟรานเชสโก เซาโร นักธรณีวิทยาและนักสำรวจถ้ำชาวอิตาลี ซึ่งเป็นผู้ออกแบบหลักสูตรฝึกฝนมนุษย์อวกาศในครั้งนี้บอกว่า “เราสร้างหลักสูตรนี้ขึ้น เพื่อให้มนุษย์อวกาศรุ่นใหม่ที่จะออกปฏิบัติการยังดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ รู้จักมองหาพื้นที่สำรวจที่ดีที่สุด รวมทั้งตัวอย่างหินที่มีความน่าสนใจในทางวิทยาศาสตร์มากที่สุด เพื่อส่งกลับมาวิเคราะห์ต่อบนโลก”

ถ้ำบนโลกหลายแห่งมีน้ำอยู่ภายใน แต่บนดาวเคราะห์ดวงอื่นจะมีน้ำอยู่ด้วยหรือไม่ ?

ดร. เซาโรนั้นเคยเป็นผู้ค้นพบจุลชีพชนิดพันธุ์โบราณที่อาศัยอยู่ในถ้ำ รวมทั้งเป็นผู้ค้นพบถ้ำ Imawari Yeuta ซึ่งเป็นถ้ำหินควอร์ตไซต์ในประเทศเวเนซุเอลาอีกด้วย ถ้ำแบบนี้หาพบได้ยากเพราะหินควอร์ตไซต์ทนทานต่อการกัดเซาะของน้ำ ทั้งที่ตั้งซึ่งซ่อนอยู่บนยอดเขาสูงรูปโต๊ะ (Table-top mountain) ยังชี้ว่าเป็นถ้ำที่มีอายุเก่าแก่ราว 50-70 ล้านปี

“สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดสำหรับผมก็คือ ถ้ำอายุหลายสิบล้านปีนี้เป็นประจักษ์พยานชั้นดีของสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เราได้เห็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เคยมีสิ่งแปลกปลอมล่วงล้ำเข้าไปมาก่อน และยังคงสภาพเดิมเหมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เก็บรักษาข้อมูลมากมายให้เราได้ศึกษา″

ดร. เซาโรหวังว่า ถ้ำเก่าแก่ลักษณะนี้จะช่วยในการศึกษาจุลชีพชนิดที่เกิดขึ้นในยุคโบราณของโลก ซึ่งน่าจะยังคงดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงทุกวันนี้ได้ เพราะสภาพการดำรงชีวิตแยกโดดเดี่ยวในถ้ำที่ไม่เคยมีการค้นพบมาก่อน จุลชีพเหล่านี้จะช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจต่อรูปแบบของสิ่งมีชีวิตต่างดาว ซึ่งอาจมีอยู่ในระบบสุริยะหรือดาวเคราะห์ดวงอื่นที่คล้ายกับโลกได้

“ถ้ำคือพยานบอกเล่าถึงความเป็นมาของสภาพภูมิศาสตร์ สามารถรักษาสิ่งต่าง ๆ จากอดีตเอาไว้ได้มากยิ่งกว่าพื้นที่เหนือพื้นดิน เป็นเสมือนคลังเก็บข้อมูลของกาลเวลา วิวัฒนาการของภูมิประเทศ และสิ่งมีชีวิต” ดร. เซาโรกล่าว

ที่มา https://www.bbc.com/thai/features-44807425

“สีชมพูสว่าง” คือสีธรรมชาติเก่าแก่ที่สุดของโลก

นักวิทยาศาสตร์ออสเตรเลียค้นพบเม็ดสีจากโมเลกุลชีวภาพ ซึ่งเชื่อว่าเป็นสีธรรมชาติเก่าแก่ที่สุดของโลก ที่เกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ใต้มหาสมุทรเมื่อ 1,100 ล้านปีก่อน

เม็ดสีชมพูสว่างดังกล่าวเป็นโมเลกุลของสารคลอโรฟิลล์ที่กลายเป็นฟอสซิล โดยไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria) ใต้ท้องทะเลโบราณผลิตสารนี้ออกมา และมีการค้นพบเม็ดสีนี้หลงเหลืออยู่ในชั้นหินดินดานเก่าแก่ใต้ทะเลทรายสะฮารา บริเวณแอ่งธรณีแห่งหนึ่งในเขตประเทศมอริเตเนีย

รายงานการค้นพบครั้งนี้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ PNAS โดยระบุว่า ดร. นูร์ กูเนลี นักศึกษาวิจัยระดับปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียซึ่งเพิ่งสำเร็จการศึกษา เป็นผู้สกัดเม็ดสีนี้ได้โดยใช้สารทำละลายชะผ่านหินดินดานที่ถูกป่นเป็นผง จนปรากฏเป็นเม็ดสีชมพูสว่าง

รศ. โจเคน บรอกส์ อาจารย์ที่ปรึกษาผู้ควบคุมการวิจัยนี้บอกว่า “กระบวนการสกัดเม็ดสีโบราณนี้คล้ายกับการทำงานของเครื่องชงกาแฟ โดยเนื้อแท้แล้วสีที่ได้นั้นเป็นสีชมพูสว่าง หากส่องกับแสงอาทิตย์จะดูเหมือนกับสีไฟนีออน แต่อาจเปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิตหรือม่วงเข้มได้หากมีความเข้มข้นมากขึ้น”

“ลองจินตนาการดูว่าคุณได้ค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ผิวหนังยังคงสภาพสีดั้งเดิม เช่นสีเขียวหรือสีเหลืองเหมือนเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน การค้นพบครั้งนี้นับว่ามีความสำคัญเทียบเท่าการค้นพบสีธรรมชาติของไดโนเสาร์นั่นทีเดียว” รศ. บรอกส์ กล่าว

นักวิทยาศาสตร์สกัดโมเลกุลสีชมพูจากหินดินดานเก่าแก่ที่ป่นเป็นผงImage copyrightLANNON HARLEY
คำบรรยายภาพนักวิทยาศาสตร์สกัดโมเลกุลสีชมพูจากหินดินดานเก่าแก่ที่ป่นเป็นผง

สำหรับที่มาของหินดินดานที่มีฟอสซิลของเม็ดสีเก่าแก่ปนอยู่ครั้งนี้ ได้จากบริษัทผู้ทำเหมืองแห่งหนึ่งซึ่งขุดพบหินดังกล่าวอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดินหลายร้อยเมตร โดยมีการค้นพบตั้งแต่ 10 ปีก่อน ซึ่งชี้ถึงความเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกจากท้องมหาสมุทรในยุคดึกดำบรรพ์กลายมาเป็นทะเลทรายในปัจจุบัน

รศ. บรอกส์ยังกล่าวว่า “การค้นพบสีจากสิ่งมีชีวิตสีแรกของโลก ช่วยเพิ่มพูนความรู้เรื่องวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตหลากหลายรูปแบบ โดยเมื่อกว่าพันล้านปีก่อน ไซยาโนแบคทีเรียคือผู้ควบคุมพื้นฐานของห่วงโซ่อาหารในมหาสมุทร”

“เรื่องนี้ทำให้อธิบายได้ว่า เหตุใดจึงยังไม่มีสัตว์ต่าง ๆ เกิดขึ้นในยุคนั้น เราได้ทราบว่าสิ่งมีชีวิตเริ่มมีลักษณะซับซ้อนขึ้นในภายหลังเมื่อราว 600 ล้านปีที่แล้ว เพราะก่อนหน้านั้นไม่มีแหล่งอาหารเพียงพอนั่นเอง”_102467834_6033172c-f6e2-4bc4-87ed-97bda8b8f873

“มนุษย์ที่ใช้ชีวิตอยู่ใต้ทะเลเกือบ 2 สัปดาห์”

คืนแรกที่เดอรอน เบิร์กไพล์ ลงไปปักหลัก กิน นอน และทำงานอยู่ที่ห้องปฏิบัติการใต้ทะเลนั้นนานกว่า 14 ปีมาแล้ว แต่ความทรงจำของเขาเรื่องนี้ยังคงแจ่มชัดเหมือนเกิดขึ้นเมื่อวาน เขาจำได้ว่าเริ่มสวมชุดประดาน้ำ แบกถังบรรจุอากาศหายใจ 2 ถังไว้บนหลัง และเตรียมพร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยก่อนก้าวขึ้นบนเรือ

“เราคุ้นเคยกับการลงดำน้ำ 1 ชั่วโมงแล้วกลับมาที่เรือ อย่างมากก็แค่ 2 ชั่วโมง แต่ครั้งนี้คุณรู้ว่าจะไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์อีกถึงเกือบ 2 สัปดาห์ทีเดียว” นายเบิร์กไพล์ซึ่งเป็นนักชีววิทยาทางทะเลขององค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯหรือโนอา (NOAA) กล่าว

ขณะนั้นนายเบิร์กไพล์และเพื่อนร่วมทีมอีก 3 คน ต้องลงจากเรือและดำน้ำไปยังห้องปฏิบัติการใต้ทะเลอะควาเรียส (Aquarius) ซึ่งอยู่ลึกลงไปใต้ผิวน้ำ 19 เมตร ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำฟลอริดาคีย์สของสหรัฐฯ

“ตอนนั้นตะวันกำลังจะลับขอบฟ้าและเริ่มมืด แต่เราต้องดำไปให้ถึงฐานใต้ทะเลที่มีแสงไฟส่องสว่างอยู่โดยรอบ แสงจ้าจากไฟสปอตไลท์ด้านนอกทำให้มันดูเป็นเงาดำทะมึน ถือเป็นประสบการณ์ใต้น้ำที่เยี่ยมที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผม”

แนวคิดเรื่องการลงไปอาศัยอยู่ใต้น้ำนั้น มีผู้เสนอให้เป็นแนวทางแห่งอนาคตแบบหนึ่งของมนุษยชาติอยู่บ่อยครั้ง บ้างก็เสนอให้ตั้งอาณานิคมใต้น้ำเพื่อรักษาอารยธรรมของมนุษย์ไว้ในกรณีที่เกิดหายนะภัยระดับโลก หรือเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาประชากรล้นเกิน

ปัจจุบันนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างก็เสนอแผนการสร้างโรงแรมใต้น้ำ เช่นที่มัลดีฟส์, ดูไบ, สิงคโปร์ และนอร์เวย์ ซึ่งอาจทำให้การใช้ชีวิตใต้ทะเลอย่างสะดวกสบายตามที่ฝันกันไว้เป็นจริงขึ้นมาในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม น่าคิดว่าประสบการณ์จริงของการลงไปใช้ชีวิตใต้น้ำในทุกวันนี้เป็นอย่างไรกันแน่ ?

ว่ากันว่ามีคนที่ได้ไปใช้ชีวิตในอวกาศมากกว่าคนที่ลงไปทำวิจัยใต้น้ำเป็นเวลานานเสียอีก ในช่วงทศวรรษ 1960 ฌาคส์ คูสโต ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือฝรั่งเศส ได้สร้างที่อยู่อาศัยใต้น้ำแห่งแรกขึ้นชื่อว่า Conshelf I โดยมีชายสองคนทดลองใช้ชีวิตอยู่ในฐานทรงกระบอกขนาด 11 เมตรนี้เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ต่อมาในปี 1963 มีการสร้างฐานใต้น้ำทรงปลาดาว Conshelf II ที่นอกชายฝั่งของซูดาน โดยมีนักวิทยาศาสตร์ลงไปใช้ชีวิตอยู่ในนั้นเป็นเวลา 30 วัน

ความท้าทายที่ยากที่สุดซึ่งวิศวกรและนักดำน้ำรุ่นแรก ๆ ต้องเจอขณะก่อสร้างและเข้าใช้งานฐานใต้น้ำ ก็คือผลข้างเคียงจากการหายใจเอาก๊าซอัดแรงดันเข้าไปเป็นเวลานาน จึงเริ่มมีการทดลองศึกษาผลที่เกิดขึ้นจากการอยู่ในห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูง (Hyperbaric chamber) ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1930 ซึ่งห้องนี้สามารถเลียนแบบสภาพความดันบรรยากาศที่เกิดขึ้นจริงใต้ทะเลลึกได้

ไม่กี่ปีหลังทีมของนายคูสโตพิสูจน์ว่ามนุษย์สามารถอยู่ในห้องใต้น้ำได้นานเป็นเดือน กองทัพเรือสหรัฐฯ ก็ได้ทดลองสร้างฐานใต้น้ำ Sealab I นอกชายฝั่งหมู่เกาะเบอร์มิวดาขึ้นที่ความลึก 56 เมตรใต้ผิวน้ำ นับแต่นั้นมามีการสร้างห้องปฏิบัติการใต้ทะเลขึ้นอีกไม่กี่แห่ง แต่ปัจจุบันห้องปฏิบัติการอะควาเรียสเป็นแห่งเดียวที่ยังมีการใช้งานเพื่อวิจัยทางวิทยาศาสตร์อยู่

แม้ทุกวันนี้เทคโนโลยีเกี่ยวกับฐานที่อยู่อาศัยใต้น้ำจะได้พัฒนาไปมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือพื้นที่ภายในฐานยังคงแคบเล็กและสภาพการดำรงชีวิตในนั้นค่อนข้างลำบาก ห้องปฏิบัติการอะควาเรียสเองมีพื้นที่เพียง 37 ตารางเมตร ซึ่งนักวิจัย 5 คนใช้ร่วมกัน ทั้งยังมีอุปกรณ์ต่าง ๆ วางอยู่เต็มไปหมด

นายเบิร์กไพล์เล่าว่า “ผมบอกกับทุกคนว่ามันมีขนาดเท่ารถบัสรับส่งนักเรียน แต่จริง ๆ ผมอาจจะบรรยายไว้ดูใหญ่เกินไป เพราะข้างในยังมีโต๊ะและเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ด้วย”

นักวิจัยในห้องปฏิบัติการใต้น้ำต้องผลัดกันรับประทานอาหารเป็นกะ และต้องเบียดตัวแทรกไปตามช่องว่างอันน้อยนิดเมื่อเดินสวนกัน น้ำร้อนมีอยู่จำกัดทำให้ไม่ค่อยได้อาบน้ำ ทั้งห้องสุขาก็แยกจากห้องหลักเพียงใช้ม่านเล็ก ๆ กั้นไว้เท่านั้น

เสบียงอาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารแห้งแช่แข็งหรือแซนด์วิชเนยถั่วและแยมเท่านั้น เพราะไม่สามารถอุ่นอาหารโดยใช้ไฟได้ นายเบิร์กไพล์เล่าว่าในภารกิจหนึ่ง เขาและผู้ร่วมทีมไม่มีใครกล้ากินไข่แห้งแช่แข็งปริศนาจากโครงการอวกาศของรัสเซีย ซึ่งทีมขององค์การนาซาที่มาเยือนก่อนหน้านั้นทิ้งเอาไว้

เมื่อมีสิ่งใดที่ต้องบำรุงรักษาซ่อมแซม นักวิจัยที่อยู่ในฐานใต้น้ำก็ต้องลงมือทำด้วยตนเองเกือบทั้งหมด นายเบิร์กไพล์เปรียบเทียบประสบการณ์นี้ว่าเท่ากับการสำรวจส่วนลึกของป่าแอมะซอนถึงหนึ่งปี “มันไม่ได้กินเวลานานขนาดนั้น หรืออยู่ห่างไกลออกไปมาก แต่แน่นอนว่ามันยากลำบากและท้าทายมากจริง ๆ”

เมื่ออยู่ใต้น้ำ ทีมวิจัยดำน้ำเข้าออกจากฐานใต้ทะเลโดยไม่ได้ขึ้นสู่ผิวน้ำเลย โดยใช้อุปกรณ์ดำน้ำลึกแบบสคูบาทั่วไปแต่ดำเป็นเวลานานกว่าเท่านั้น นายเบิร์กไพล์บอกว่า “การอยู่ใต้ทะเลติดต่อกัน 10 วัน ช่วยให้เราทำงานที่ปกติกินเวลา 3-4 เดือนจนเสร็จได้อย่างรวดเร็ว” ซึ่งนั่นหมายถึงเขาและทีมงานจะมีเวลาทำความเข้าใจเรื่องความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เช่น สุขภาพของแนวปะการัง ผลกระทบจากการทำประมงเกินพิกัด และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกได้มากขึ้น

ในอนาคตทีมวิจัยของห้องปฏิบัติการใต้น้ำอะควาเรียสมีแผนจะดำเนินภารกิจอีกครั้งเป็นเวลา 30 วัน ซึ่งนับว่ายาวนานขึ้นกว่าเดิมถึง 16 วันเต็ม และน่าจะเป็นภารกิจที่ยากลำบากไม่น้อย

“หลังอยู่ใต้น้ำไม่กี่วัน ชุดเว็ทสูทที่สวมใส่ก็จะเสียดสีกับข้อศอก หัวเข่า และข้อต่อต่าง ๆ จนผิวถลอกและเป็นผื่นแดงคล้ายผื่นผ้าอ้อมที่หน้าอกและหลัง ราววันที่ 8 หรือ 9 ผิวหนังจะบวมน้ำและบางเหมือนกระดาษจนมีบาดแผลได้ง่าย คุณจะรู้สึกหนาวมาก เพราะร่างกายมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้น พอถึงวันที่ 10 เราก็พร้อมจะขึ้นสู่ผิวน้ำเต็มแก่แล้ว”

อย่างไรก็ตาม หลายคนคาดว่าสภาพการดำรงชีวิตใต้น้ำในอนาคตจะไม่เลวร้ายเช่นนั้นเสมอไป เพราะมีแผนการสร้างโรงแรมหรูใต้ทะเลที่ใหญ่โต มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมทั้งลิฟต์ที่พาแขกของโรงแรมขึ้นและลงจากสถานีใต้น้ำได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นโครงการรีสอร์ตใต้ทะเลโพไซดอนที่ฟิจิ หรือโรงแรมดิสคัสโฮเทลที่ดูไบ ซึ่งแตกต่างจากห้องปฏิบัติการใต้ทะเลในปัจจุบันอย่างเทียบกันไม่ได้

แต่ถึงกระนั้น นักชีววิทยาทางทะเลอย่างนายเบิร์กไพล์ กลับเลือกที่จะอยู่ในฐานปฏิบัติการแคบ ๆ เหมือนเดิมมากกว่า “ถึงจะต้องทนลำบากนานเป็นเดือน แต่โอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ใต้น้ำนานขนาดนั้นเป็นสิ่งพิเศษเกินห้ามใจจริง ๆ ผมไม่อาจปฏิเสธโอกาสที่หายากแบบนี้ไปได้หรอก”_102467839_lifeunderwaternoaa

G0DL5oPyrtt5HBAi4AJsJdYN5IuCvhL08i7O70MX3bjlSqxEoM9pqv

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) จัดอบรมฟรี โครงการผู้ผลิตข่าวดิจิทัล รุ่นเยาว์ รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 19- 22 ก.ค. 61 ที่ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) จัดอบรมฟรี โครงการผู้ผลิตข่าวดิจิทัล รุ่นเยาว์ รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 19- 22 ก.ค. 61 ที่ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) จัดอบรมฟรี โครงการผู้ผลิตข่าวดิจิทัล รุ่นเยาว์ รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 19- 22 ก.ค. 61 ที่ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ โดยการสนับสนุนหลักจาก บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และสนับสนุนร่วมโดย บริษัท จีเอเบิล จำกัด, บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) inet, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) , ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) จัดอบรมฟรี โครงการผู้ผลิตข่าวดิจิทัล รุ่นเยาว์ รุ่นที่ 3

สื่อออนไลน์ชั้นนำ 21 แห่งของไทย ได้แก่

1. บริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด
2. บริษัท เทรนด์ วีจี 3 จำกัด
3. บริษัท เดลินิวส์เว็บ จำกัด
4. บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)
5. บริษัท โพสต์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
6. บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้งคอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน)
7. บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)
8. หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
9. หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
10. หนังสือพิมพ์ดาราเดลี่
11. หนังสือพิมพ์แนวหน้า
12. หนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์
13. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
14. บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
15. หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
16. สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์
17. บริษัท บางกอกมีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด
18.บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด
19. หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
20. บริษัท ไบรท์ทีวี จำกัด
21. บริษัท สยามอินเตอร์ มัลติมีเดีย จำกัด SMM

รวมตัวกันจัดตั้ง “ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์” – Society of Online News Providers (SONP) ขึ้น เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2552 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมประกาศเจตนารมณ์ มุ่งมั่น ส่งเสริม และสนับสนุนสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย สนับสนุนการที่ประชาชนรับรู้ข่าวสารออนไลน์ผ่านเครือข่ายออนไลน์ที่ผ่านกระบวนการทางวารสารศาสตร์จากเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวแต่ละรายโดยตรง และร่วมกันหยุดยั้งผู้ประกอบการเว็บไซต์เชิงธุรกิจ ในการนำเนื้อหาข่าวและภาพข่าวไปใช้โดยพลการ ละเมิดลิขสิทธิ์ที่ผลิตโดยเว็บไซต์สมาชิก

จากสถานการณ์ปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีใน ยุค Thailand 4.0 ก้าวเข้ามามีบทบาทบนโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดียเป็นอย่างมาก ทำให้ช่องทางการนำเสนอและรับข่าวสารในปัจจุบันมีความหลากหลาย ทำให้การรับรู้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว มีอิสระ ไร้ขอบเขต ดังนั้น องค์กรสื่อในบริบทของผู้นำเสนอข่าวสารอันยึดประโยชน์ต่อสังคม และมีความน่าเชื่อถือในการเผยแพร่ข้อเท็จจริงสู่สาธารณะ จึงมีความจำเป็นต้องเสริมสร้างความรู้ให้กับนิสิต นักศึกษา ในสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสร้างผู้ผลิตข่าวรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพ ถูกต้อง และมีความเข้าใจบทบาทภารกิจที่แท้จริงของผู้ผลิตข่าวออนไลน์มากขึ้น

ดังนั้น สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ในฐานะองค์กรตัวแทนของผู้ผลิตข่าวออนไลน์หลักในประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการถ่ายทอดความรู้ดังกล่าว จึงจัดอบรม “โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์ รุ่นที่ 3” หรือ Young Digital News Providersรุ่นที่ 3 ขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้ ในทุกมิติของการผลิตข่าวบนโลกดิจิทัลอาทิ ทิศทางในการนำเสนอข่าวสารและพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคดิจิทัล, การใช้เครื่องมือบนเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ, การนำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดีย, เรียนรู้จริยธรรมการนำเสนอข่าวที่ถูกต้องและเหมาะสม, การวางแผนการตลาดและประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ข่าว, การสร้างสรรค์และออกแบบเว็บไซต์ข่าวให้น่าสนใจ รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจ เปิดมุมมอง ความคิดสร้างสรรค์ให้กับนิสิต นักศึกษา ก่อนที่จะก้าวไปสู่การทำงานจริงอย่างมืออาชีพ

ด้วยเจตนารมณ์ของสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน โดยปราศจากการปิดกั้นจากอำนาจใดๆ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะทางวิชาชีพ และเสริมสร้างองค์ความรู้ในการทำข่าวออนไลน์ ตลอดจนส่งเสริมจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้สื่อข่าวออนไลน์ จึงเป็นที่มาของการจัดโครงการนี้ เพื่อยกระดับในการผลิตข่าวสารออนไลน์ที่ดี มีประสิทธิภาพและอยู่ในกรอบจริยธรรม
การอบรมจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 19 – วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฏาคม 2561 ระยะเวลา 4 วัน 3 คืน สถานที่ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณธัญฉัต วจีเกษม โทรศัพท์ 081-700-2601 อีเมล์ SonpAssociation@gmail.com หรือที่เว็ปไซต์ http://www.sonp.or.thG0DL5oPyrtt5HBAi4AJsJdYN5IuCvhL08i7O70MX3bjlSqxEoM9pqv

700_yape1

ํYAPE

การขนส่งภายในบ้านในพื้นที่เมืองด้วยความช่วยเหลือของหุ่นยนต์สองล้อ: ว่องไวฉลาดเบาสามารถข้ามถนนและเดินบนทางเท้ารถคันนี้สามารถส่งมอบสินค้าได้ตลอดเวลาที่บันทึกขณะที่หลีกเลี่ยงการจราจรและสร้างการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ นี่เป็นอนาคตของการให้บริการจัดส่งในเขตเมืองและคำตอบของ e-Novia ต่อการเติบโตที่เพิ่มขึ้นของความต้องการในการจัดส่งที่บ้าน
YAPE, Autonomous Pony Express ของคุณคือโครงการ e-Novia ที่ให้กำเนิดรถจัดส่งภายในบ้านแห่งแรกที่ออกแบบและสร้างขึ้นเองในอิตาลี

YAPE สามารถเดินทางไปได้อย่างง่ายดายในถนนแคบ ๆ และตรอกซอกซอยแบบฉบับของเมืองในยุโรปและอิตาลีโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าจะอยู่บนทางเท้า (ด้วยความเร็วสูงสุด 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) หรือบนจักรยาน (YAPE) ถึง 20 กม. / ชม.) ด้วยระยะทางประมาณ 80 กม. YAPE เคลื่อนที่บนล้อสองล้อขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ไฟฟ้าอิสระที่ช่วยลดการใช้พลังงานและในเวลาเดียวกันเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ของยานพาหนะ ยิ่งไปกว่านั้นหุ่นยนต์ก็สามารถหมุนไปตามจุดต่างๆและเพื่อเอาชนะอุปสรรคต่างๆเช่นรางรถรางและขอบทางเท้า
YAPE ผลิตแผนที่ดิจิทัลของเมืองด้วยความช่วยเหลือของเซนเซอร์ในรูปแบบของกล้องวิดีโอและเลเซอร์ เหล่านี้สามารถโต้ตอบกับเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งอยู่แล้วทั่วเมืองเช่นที่วางอยู่ใกล้ไฟจราจรเพื่อการตรวจสอบ การแสดงข้อมูลดิจิทัลที่มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของเมืองนี้ช่วยให้สามารถตรวจจับหลุมในทางเท้าอุบัติเหตุสถานที่ก่อสร้างและอุปสรรคอื่น ๆ และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทางผู้ส่งถึงผู้รับได้ YAPE สร้างแผนที่เมืองที่มีรายละเอียดมากและได้รับการอัปเดตโดยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับภาคบริการในเมืองเช่นข้อมูลเกี่ยวกับการจราจรบนเลนจักรยานและเลนที่สงวนไว้สำหรับคนพิการ ด้วยเหตุนี้ YAPE จึงสามารถรับมือกับกระแสการจราจรแบบไดนามิกและไม่อาจคาดการณ์ได้ตามแบบฉบับของเมืองยุคใหม่

ระบบนิเวศYAPEอิงตามแพลตฟอร์มการควบคุมซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถเรียกหุ่นยนต์ไปที่บ้านโดยใช้แอปที่กำหนด ผู้ส่งวางพัสดุไว้ในช่องเก็บสัมภาระที่ว่างเปล่าของรถ (ซึ่งมีความจุได้ถึง 70 กิโลกรัม) จากนั้นใช้แอปอีกครั้งเพื่อระบุผู้รับ ด้วยความช่วยเหลือจากตำแหน่ง GPS ของผู้รับ-ผู้รับจะต้องเป็นผู้รับ ลงทะเบียนที่แพลตฟอร์ม YAPEหุ่นยนต์สามารถกำหนดที่อยู่จัดส่งได้โดยอัตโนมัติ การโพสต์และจัดส่งพัสดุจะได้รับการรับรองและรักษาความปลอดภัยโดยผู้ส่งและข้อมูลรับรองของผู้รับเมื่อใช้แอปและด้วยระบบจดจำใบหน้าขั้นสูงที่รวมอยู่ในหุ่นยนต์ ด้วยความช่วยเหลือในการเข้าถึงช่องสัมภาระของรถคันหลังจะได้รับเฉพาะผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

E-Novia วางแผนที่จะเปิดตัวการทดสอบถนนครั้งแรกในเดือนกันยายนปีพ.ศ.2560 นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าภายใน
เดือนธันวาคม 2560 กองยานขับขี่ภายในบ้านแห่งแรกที่ขับเคลื่อนด้วยตนเองจะถูกนำไปให้บริการด้วยความร่วมมือกับผู้เล่นที่สำคัญในภาคอีคอมเมิร์ซ

กาแล็กซีทางช้างเผือกเขมือบดาราจักรอื่นไปแล้ว 15 แห่ง

3DF3CFCF-AE4F-4E82-8D5C-4C2EF2F3697Aนับแต่กาแล็กซีทางช้างเผือก (Milky Way) ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ 1.35 หมื่นล้านปีก่อน ดาราจักรที่ถือเป็นบ้านของเราได้กลืนกินดาราจักรอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงเข้าไปแล้วอย่างน้อย 15 แห่ง
รายงานวิจัยของทีมนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์กของเยอรมนี ซึ่งได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในคลังเอกสารวิชาการออนไลน์ arXiv.org ระบุว่าหลักฐานที่พบใหม่ในกระจุกดาวทรงกลม (Globular cluster) ซึ่งกระจายอยู่ทั่วกาแล็กซีทางช้างเผือก ช่วยบ่งบอกถึงพฤติกรรมกลืนกินดาราจักรอื่น ๆ ในอดีตที่ผ่านมาได้
แม่ชีผู้พิทักษ์แอกโซลอเติลแห่งเม็กซิโก
มีการศึกษาถึงอายุของกระจุกดาวทรงกลมเหล่านี้ รวมทั้งชนิดและปริมาณของโลหะหนักที่มีอยู่ในกระจุกดาวทรงกลมขนาดใหญ่ 61 แห่ง ทำให้ทราบถึงที่มาของพวกมัน ซึ่งน่าจะเป็นมวลสารจากดาราจักรอื่น ๆ ที่ถูกดูดกลืนเข้ามาเมื่อกว่าหมื่นล้านปีมาแล้ว
ดร. ดีเดอริก กราจ์เซน ผู้นำทีมนักดาราศาสตร์ดังกล่าวบอกว่า องค์ประกอบของกระจุกดาวทรงกลมเหล่านี้อุดมไปด้วยโลหะและก่อตัวขึ้นเมื่อกาแล็กซีทางช้างเผือกยังมีอายุน้อย แสดงว่าดาราจักรของเราได้กลืนกินดาราจักรที่มีขนาดใหญ่กว่าเข้าไปแล้วราว 12 แห่ง ในช่วงก่อกำเนิดจนถึง 1.2 หมื่นล้านปีแรก
ทีมนักดาราศาสตร์ยังได้ตรวจพบกระจุกดาวทรงกลมขนาดเล็กที่มีโลหะปะปนอยู่น้อยหลายแห่ง ซึ่งแสดงว่าในช่วงเวลาราวหนึ่งพันล้านปีมานี้ กาแล็กซีทางช้างเผือกได้กลืนกินดาราจักรเพื่อนบ้านเข้าไปอีก 3 แห่ง ซึ่งรวมถึงดาราจักรแคระแห่งหนึ่งที่กำลังถูกกลืนกินอยู่ในขณะนี้ด้วย
ทั้งนี้ กาแล็กซีทางช้างเผือกเป็นดาราจักรที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในกลุ่มของดาราจักรท้องถิ่น (Local group) ซึ่งมีดาราจักรอื่น ๆ ราว 60 แห่งอยู่โดยรอบ ดาราจักรแคระอย่างเมฆแมเจลแลนใหญ่และเมฆแมเจลแลนเล็ก ซึ่งอยู่ห่างจากโลกไม่ถึง 2 แสนปีแสง อาจถูกกาแล็กซีทางช้างเผือกกลืนกินได้ในอนาคต

ที่มา https://www.bbc.com/thai/features-44563969

ความเข้าใจใหม่ในต้นกำเนิดของภาษาของคนทั่วโลก

ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่, ข่าววิทยาศาสตร์น่ารู้, ข่าววิทยาศาสตร์สั้นๆ, ข่าว  วิทยาศาสตร์ล่าสุด, ข่าววิทยาศาสตร์วันนี้, ข่าววิทยาศาสตร์ พร้อมรูป, ข่าววิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ

ความเข้าใจใหม่ในต้นกำเนิดของภาษาของคนทั่วโลก

นักภาษาศาสตร์ได้ให้การยอมรับมานานแล้วว่าภาษาทั้งหลายตั้งแต่ภาษาอังกฤษ ภาษากรีก ไปจนถึงภาษาฮินดูหรือที่รู้จักกันดีในชื่อที่ว่า ตระกูลภาษาอินเดีย-ยุโรป* นั้นเป็นภาษาที่ชนรุ่นหลังนิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลภาษาที่ปรากฏขึ้นครั้งแรกตั้งแต่สมัยบรรพกาลที่ถูกใช้ในการสนทนาทั่วๆ ไปเมื่อหลายพันปีมาแล้ว ขณะนี้งานวิจัยล่าสุดได้ให้ข้อมูลกับพวกเรามากขึ้นถึงเวลาและสถานที่ที่มีแนวโน้มของการใช้ภาษาตระกูลนี้เป็นส่วนใหญ่
จากการอาศัยข้อมูลกว่า 150 ภาษา นักภาษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย University of California ที่เมือง Berkeley ได้แสดงหลักฐานให้เห็นว่าภาษาที่บรรพบุรุษได้เคยใช้นี้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 5,500-6,500 ปีก่อน ในบริเวณที่ราบ Pontic-Caspian Steppe ซึ่งเป็นบริเวณที่แผ่อาณาเขตกว้างขวางจากสาธารณรัฐมอลโดวา และยูเครนไปจนถึงรัสเซียและคาซัคสถานฝั่งตะวันตก
คณะวิจัยประกอบด้วย Will Chang, Chundra Cathcart, David Hall, และ Andrew Garrett ซึ่งผลงานของพวกเขาจะเผยแพร่ในวารสาร Language ฉบับเดือนมีนาคม พวกเขาได้กล่าวว่า “การวิเคราะห์เกี่ยวกับวิวัฒนาการของบรรพบุรุษที่ถูกจำกัดได้สนับสนุนสมมติฐาน Indo-European steppe hypothesis”
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่, ข่าววิทยาศาสตร์น่ารู้, ข่าววิทยาศาสตร์สั้นๆ, ข่าว  วิทยาศาสตร์ล่าสุด, ข่าววิทยาศาสตร์วันนี้, ข่าววิทยาศาสตร์ พร้อมรูป, ข่าววิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ
วารสารทางวิชาการฉบับนี้ได้การสนับสนุนสมมติฐาน “steppe hypothesis” หรือสมมติฐาน “Kurgan hypothesis” ที่ได้เสนอว่า ตระกูลภาษาอินเดีย-ยุโรปนั้นได้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกในช่วงการพัฒนาเกษตรกรรมทางด้านการทำปศุสัตว์ การทำฟาร์มเมื่อประมาณ 4,500 ถึง 3,500 ปีก่อนคริสตกาล (ในขณะที่ทฤษฎีทางเลือกได้เสนอว่าตระกูลภาษาอินเดีย-ยุโรปนี้ได้แพร่กระจายในช่วงต้นๆ ประมาณ 7,500 ถึง 6000 ปีก่อนคริสตกาล ในบริเวณที่ราบสูงกว้างใหญ่ระหว่างทะเลดำกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนหรือคาบสมุทรของ Asia Monor ซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศตุรกีในปัจจุบันนี้)
Chang และคณะได้ศึกษาชุดคำศัพท์มากกว่า 200 ชุดจากภาษาในตระกูลอินเดีย-ยุโรปทั้งที่ใช้กันอยู่และภาษาที่ตายแล้วหรือไม่ใช้กันแล้วในปัจจุบันนี้ หลังจากการคำนวณหาว่า คำศัพท์เหล่านี้สามารถเปลี่ยนไปได้รวดเร็วขนาดไหนในตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วยแบบจำลองทางสถิติ พวกเขาได้สรุปว่า อัตราเร็วในการเปลี่ยนแปลงได้ชี้ให้เห็นว่า ภาษาเหล่านี้ที่คำศัพท์ได้ถูกใช้เป็นครั้งแรกได้เริ่มที่จะแตกต่างกันออกไปเมื่อประมาณ 6,500 ปีมาแล้ว ซึ่งมันเป็นไปตามสมมติฐานของ steppe hypothesis
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่, ข่าววิทยาศาสตร์น่ารู้, ข่าววิทยาศาสตร์สั้นๆ, ข่าว  วิทยาศาสตร์ล่าสุด, ข่าววิทยาศาสตร์วันนี้, ข่าววิทยาศาสตร์ พร้อมรูป, ข่าววิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ
การศึกษาครั้งนี้ถือเป็นวารสารทางวิชาการฉบับแรกที่มีการใช้ข้อมูลเชิงปริมาณมาใช้ในการสนับสนุนสมมติฐาน steppe hypothesis และเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ต้นแบบร่วมกับข้อจำกัด “ancestry constraints” ซึ่งรวมเข้ากับความสัมพันธ์ระหว่างภาษาทั้งหลายที่ถูกค้นพบในอดีตได้โดยตรงมากยิ่งขึ้น วิธีการที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปใช้กับการวิจัยในอนาคตเพื่อศึกษาถึงต้นกำเนิดของตระกูลภาษาอื่นๆ เช่น Afro-Asiatic หรือตระกูลภาษาแอฟโร-เอเชียติก (กลุ่มของภาษาที่ใช้กันแพร่หลายในแอฟริกาเหนือ และเอเซียตะวันตกเฉียงใต้ ประกอบด้วย ภาษากลุ่มเซมิติก ภาษาอียิปต์ภาษากลุ่มเบอร์เบอร์ ภาษากลุ่มชาดภาษากลุ่มคูชิติก ภาษากลุ่มโอโมติก ภาษากลุ่มเบยา) และ Sino-Tibetan หรือ จีน-ทิเบต (ตระกูลภาษาที่ใช้ในจีนตอนกลาง ตอนล่าง ทิเบต เมียนมาร์ และอินเดียทางตะวันออกเฉียงเหนือ)
รายงานฉบับนี้จะถูกเผยแพร่ใน http://www.linguisticsociety.org/files/news/ChangEtAlPreprint.pdf
*ตระกูลภาษาอินโด-ยูโรเปียน หรือ ตระกูลภาษาอินเดีย-ยุโรป ประกอบด้วยภาษาและภาษาย่อยรวม 443 ภาษา (ตามการประมาณของ SIL) ที่พูดโดยคนประมาณ 3 พันล้านคน ซึ่งรวมถึงตระกูลภาษาหลักๆ ของยุโรป และเอเชียตะวันตก ซึ่งจัดอยู่ในตระกูลใหญ่ ภาษาปัจจุบันที่อยู่ในตระกูลใหญ่นี้ มีเช่น ภาษาเบงกาลี ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาฮินดี ภาษาโปรตุเกส ภาษารัสเซีย และ ภาษาสเปน (แต่ละภาษามีคนพูดมากกว่า 100 ล้านคน)
ที่มา : http://touchnewsonline.blogspot.com/2015/05/new-insights-into-origins-of-worlds.html
aa

เทียนกง-1 ตกสู่พื้นโลกแล้ว ลงมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ชิ้นส่วนเผาไหม้เกือบหมด

 

aa

 

ล่าสุด สำนักงานวิศวกรรมอวกาศของจีน ได้เปิดเผยว่า เทียนกง-1 ได้ตกกลับสู่โลกแล้ว โดยตกในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ในวันที่ 2 เมษายน 2561 เมื่อเวลา 07.15 น. ตามเวลาในประเทศไทย โดยไม่มีรายงานความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา : https://hilight.kapook.com/view/170365