เรื่องทั้งหมดโดย charud

นวัตกรรมดักจับ CO2 มาแปรสภาพเป็นพลังงานสะอาด รักเรา รักษ์โลก

85218597_85218596-600x338

 

การที่ม้าเล็มหญ้า วัวผายลม คนหายใจเข้าออก รถและโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยควัน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องต่อปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ อย่างที่รู้ๆ กันว่าต้นไม้มีหน้าที่คอยดูดซับก๊าซดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน แต่เมื่อจำนวนต้นไม้และปริมาณควันพิษเริ่มสวนทาง ข้อจำกัดในการเปลี่ยนแปลงคาร์บอนไดออกไซค์ไปสู่ออกซิเจนจึงเกิดขึ้น จนเราก็เคยคิดเล่นๆ ว่ามันคงจะเป็นประโยชน์มหาศาลถ้ามนุษย์เราสามารถคิดวิธีที่จะดึงเอาก๊าซเสียชนิดนี้มาใช้งาน และแล้ว… มันก็เกิดขึ้นจริง

Climeworks บริษัทพัฒนาด้านพลังงานในสวิสเซอร์แลนด์ได้คิดค้นเทคโนโลยีดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรงจากอากาศสำเร็จ ซึ่งพวกเขาเรียกมันว่า DAC (Direct Air Capture) นวัตกรรมนี้ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ในการดึงเอาคาร์บอนไดออกไซด์มากักเก็บและแปรสภาพเพื่อใช้ในเชิงอุตสาหกรรม

CW_grafik_05-9e1b0fb9

 

การทำงานของเจ้าเครื่อง DAC เริ่มจากการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลอยอยู่ในอากาศผ่านฟิลเตอร์ จากนั้นก็สกัดเอาก๊าซชนิดนี้ออกจากอากาศโดยให้ความร้อนจนมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 100 องศาเซลเซียส กระบวนการดังกล่าวจะทำให้คาร์บอนไดออกไซด์กลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์บริสุทธิ์ ซึ่งสามารถนำไปเป็นตัวตั้งต้นในการใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ ทั้งการเกษตร การเป็นวัตถุดิบในน้ำอัดลม และการผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์ โดย Climeworks ผลิตถังเก็บกักก๊าซออกมาจำนวน 6 ใบ แต่ละใบมีความสูง 40 ฟุต สามารถดักจับและเก็บก๊าซได้ 35 กิโลกรัมต่อชั่วโมง หรือ 300 เมตริกตันต่อปี ขณะที่ความร้อนส่วนเกินจากกระบวนการทำงานยังนำกลับมาใช้ในกระบวนการได้อีก

ความท้าทายหลังจากนี้ของ Climeworks คือความพยายามในการใช้พลังงานให้ที่น้อยที่สุด รวมถึงคิดค้นวิธีในการดึงเอาพลังงานจากแหล่งความร้อนอื่นๆ ที่เหลือใช้มาบริโภคให้เกิดประโยชน์สูงสุดในนวัตกรรม DAC ของพวกเขา แว่วว่า Climeworks มีแผนจะเปิดสถานี DAC แห่งแรกของโลกในปี 2016 นี้ ซึ่งถ้าเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถทำงานได้ตามที่พวกเขาตั้งเป้าไว้ ก็ถือได้ว่ามนุษยชาติได้ก้าวมาสู่ความการพัฒนาขึ้นอีกขั้น แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นตัวบ่งชี้ถึงความปล่อยปะละเลยและไม่ใยดีกับธรรมชาติจนสมดุลที่เคยมีส่งผลกระทบกับทุกชีวิตบนโลก

แหล่งข้อมูลที่มา : http://www.creativemove.com/design/direct-air-capture/

ตกลงคืออะไร? วิเคราะห์อย่างนักวิทย์ อูมัวมัว วัตถุแรกนอกระบบสุริยะ หรือยานมนุษย์ต่างดาว

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1683465881718224

10 ข่าวเด่นวิทยาศาสตร์โลกที่ทีมข่าวเฉพาะกิจนำเสนอไป 2 ตอนเมื่อต้นเดือน ข่าวในอันดับ 3 มีแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ถามไถ่กันเข้ามามากว่า สถานการณ์ล่าสุด อูมัวมัว วัตถุชิ้นแรกที่มาจากนอกระบบสุริยะ โผล่ให้เห็นเมื่อปีที่แล้วนั้น จะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าใกล้ค้นพบมนุษย์ต่างดาวจริงไหมเพื่อคำตอบที่แจ่มแจ้ง รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล กูรูและผู้คร่ำหวอดด้านวิทยาศาสตร์ของไทย ให้ความกระจ่างทุกมุมมองกับทีมข่าวเฉพาะกิจ เพื่อไขข้อข้องใจให้กับแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์

การค้นพบ มั่นใจเกินร้อย คือวัตถุแรกจากนอกระบบสุริยะ

และเพื่อความเข้าใจง่ายขึ้น รศ.ดร.ชัยวัฒน์ จึงขอเริ่มเล่าถึงการค้นพบ “อูมัวมัว” วัตถุแรกสุดจากนอกระบบสุริยะ เมื่อกลางเดือนตุลาคม พ.ศ.2560 ซึ่ง โรเบิร์ต เวริค (Robert Weryk) และคณะนักดาราศาสตร์ ค้นพบจากภาพถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์ Pan – Starrs ที่หอดูดาวฮาลีอาคาลา (Haleakala Observatory) ในฮาวาย สหรัฐอเมริกา

ต่อมาก็ร่วมกับหอดูดาวที่อื่นๆ ด้วย ทั้งข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ในชิลี และกล้องโทรทรรศน์เคกค์ 2 (KECK II) ในฮาวาย เมื่อได้ข้อมูลที่ชัดเจนแน่นอน จึงตั้งชื่อเรียกว่า Oumuamua (อูมัวมัว) และลงพิมพ์รายงานในวารสารเนเจอร์ ฉบับวันที่ 20 พ.ย. 2560 จนทำให้คนทั่วโลกที่สนใจตื่นเต้นกันมาก

ที่มาของชื่อ “อูมัวมัว” กว่าจะสรุปได้ ผ่านการวิเคราะห์ทางดาราศาสตร์ 2 ครั้ง

ส่วนที่ชื่อ “อูมัวมัว” เมื่อค้นพบใหม่ๆ และจากการศึกษาเบื้องต้น อูมัวมัวมีสภาพคล้ายกับดาวหาง (Comet) จากนอกระบบสุริยะ จึงตั้งชื่อในตอนแรกเป็น C / 2017 U1 โดย IAU หรือ International Astronomical Union เป็นคล้ายๆ สมาคมนักดาราศาสตร์อาชีวทั่วโลก เป็นผู้กำหนดในการตั้งชื่อสิ่งต่างๆ ที่ค้นพบใหม่ๆ ต่อมาพบว่า อูมัวมัว มีสภาพเป็นดาวเคราะห์น้อย (Asteroid) มากกว่าดาวหาง จึงได้ตั้งชื่อเรียกใหม่อีกเป็น A / 2017 U1

แต่ต่อมาจากข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นว่าเป็นวัตถุแรกจากนอกระบบสุริยะอย่างแน่นอน จึงถูกกำหนดให้เป็นวัตถุประเภทใหม่ คือ Interstellar Object เป็นวัตถุนอกระบบสุริยะ หรือวัตถุระหว่างดวงดาว มีชื่อย่อเรียกเป็น I อูมัวมัวจึงมีชื่อเรียกตามระบบใหม่ เป็น 1 I คือ วัตถุนอกระบบสุริยะ อันดับ 1 ซึ่งก่อนจะชื่อ “อูมัวมัว“ ก็มีการเสนอชื่อ “Rama“ หรือ “ราม“ จากชื่อยานอวกาศจากต่างดาวในนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง Rendezvous With Rama ของอาเทอร์ ซี. คลาร์กด้วย

“จากการที่อูมัวมัวเป็นวัตถุแรกสุดจากนอกระบบสุริยะที่เดินทางมาถึงโลก ดั่งเป็น “แนวหน้า“ หรือ “หน่วยสอดแนม“ ก็เป็นแรงกระตุ้นให้ตั้งชื่อของวัตถุแรกสุดจากนอกระบบสุริยะเป็น ”อูมัวมัว” ซึ่งเป็นภาษาฮาวาย แปลว่า “ทหารแนวหน้า“ หรือ “หน่วยสอดแนม“ หรือ “ลูกเสือ“” รศ.ดร.ชัยวัฒน์ อธิบายความหมาย

เปลือกนอกของอูมัวมัวคืออะไร มีสิ่งใดซ่อนอยู่ใต้รูปร่างที่คล้ายซิการ์

หลังการตีพิมพ์ในวารสาร Nature ปลายเดือน พ.ย.2560 อูมัวมัวเป็นข่าวใหญ่ในวงการวิทยาศาสตร์ แต่ถึงประมาณต้นเดือนธันวาคม อูมัวมัวก็เป็นข่าวใหญ่สำหรับวงการทั่วไปของคนทั่วโลก เมื่อมีกลุ่มนักดาราศาสตร์ ซึ่งมีชื่อของ “สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง” มาแสดงความคิดเห็นว่า อูมัวมัว อาจเป็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว คือ เอเลี่ยนจากนอกระบบสุริยะ โดยให้เหตุผลว่า รูปร่างของอูมัวมัวยาวประมาณ 400 เมตร คล้ายซิการ์ และส่วนกลางที่โป่ง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง อาจประมาณ 100 เมตร เป็นรูปร่างที่ไม่ปกติธรรมดาของดาวหาง หรือดาวเคราะห์น้อยทั่วไป

“อูมัวมัวที่ค้นพบ ขนาดไม่ใหญ่โตอะไรมากมาย แต่มีรูปร่างแปลกๆ คล้ายเป็นซิการ์ มีความยาว 400 เมตร กว้าง 40 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 100 เมตร และเคลื่อนที่เร็วมาก จากรายงานตีพิมพ์โดยคณะนักวิทยาศาสตร์ อยู่มหาวิทยาลัยควีน ไอร์แลนด์เหนือ หัวหน้าทีมชื่อ ศ.อแลน ฟิตซิมมอนส์ (Alan Fitzsimmons) จากข้อมูลที่ส่องศึกษาด้วยกล้องโทรทรรศน์

ว่าอูมัวมัวมีคุณสมบัติเป็นดาวหางมากกว่า เดินทางมาไกลมาก นานมาก จุดเริ่มจริงๆ ยังไม่ทราบว่ามาจากไหน แต่ทราบแน่ๆ ว่ามาจากนอกระบบสุริยะ เพราะฉะนั้นภาพล่าสุดที่ตีพิมพ์ อูมัวมัวจะมีผิวนอกเป็นนำแข็ง แต่สลายไปแล้วจากการเดินทางมาไกล เปลือกนอกลักษณะแข็ง เพราะสารพวกคาร์บอน ภายในยังเป็นน้ำแข็งอยู่มาก” รศ.ดร.ชัยวัฒน์วิเคราะห์ตามหลักวิทยาศาสตร์

รู้และมั่นใจได้อย่างไรว่า อูมัวมัว มาจากนอกระบบสุริยะจริงๆ?

ข้อมูลยืนยันว่าอูมัวมัวมาจากนอกสุริยะจริงๆ นี้ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ อธิบายว่า เหตุที่อูมัวมัวได้รับการกำหนดให้เป็นวัตถุจากนอกระบบสุริยะแรกสุดนั้น เป็นเพราะ 1.ความเร็วของอูมัวมัว เคลื่อนที่สูงมากเกินกว่าที่จะมีจุดกำเนิดในระบบสุริยะ เร็วกว่าบรรดาวัตถุจำพวกดาวหางและดาวเคราะห์น้อยที่มีอยู่ในระบบสุริยะ และ 2.วิถีการเคลื่อนโคจรของอูมัวมัวเป็นแบบไฮเปอร์โบลา ซึ่งหมายความว่าจุดเริ่มต้นมาจากนอกระบบสุริยะ และจะไม่กลับมา แต่อยู่กับระบบสุริยะไปอีกนานประมาณ 2 หมื่นปี ไม่ใช่แบบวงกลม หรือวงรี เช่น ดาวหาง หรือดาวเคราะห์น้อยในระบบสุริยะ

“วัตถุแบบอูมัวมัวอาจจะมีมากในระบบสุริยะ แต่เราตรวจจับไม่ได้มาก่อน เพราะเทคโนโลยียังไม่ดีพอ เมื่อเจอชิ้นนี้เป็นครั้งแรก ก็ทำให้คนทั่วโลกตื่นเต้นกันมาก ว่าต่อไปจะมีการตรวจจับได้มากขึ้น เพราะเทคโนโลยีด้านกล้องโทรทรรศน์มันดีขึ้นเรื่อยๆ พอจับได้ก็ทำให้มั่นใจว่าต่อจากนี้จะมีการค้นพบวัตถุจากนอกระบบสุริยะแบบอูมัวมัวมากขึ้น ซึ่งการค้นพบครั้งนี้นับว่าเป็นข่าวดี การทำการศึกษาครั้งนี้ก็เป็นการซ้อมมือ และเตรียมตัวในครั้งต่อๆ ไป”

อูมัวมัวมันคืออะไรกันแน่ วัตถุธรรมดา หรือ ยานอวกาศมนุษย์ต่างดาว

กับปัญหาคาใจของแฟนไทยรัฐออนไลน์ดังกล่าว และจากข้อมูลของโครงการ Breakthrongh Listen นำทีมโดย สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ดังของโลกชาวอังกฤษ นักฟิสิกส์ นักวิทยาศาสตร์ใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดใหญ่ของกรีนแบงก์ (Green Bank Telescope) สำรวจอูมัวมัวเมื่อกลางเดือน ธ.ค.2560 เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงว่าอูมัวมัวเป็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวหรือไม่ เพราะเขาเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริงนอกระบบสุริยะ ถ้ามีก็อาจมีการใช้สัญญาณคล้ายวิทยุในการสื่อสารกัน โดยได้ตรวจจับสัญญาณสื่อสารที่ไม่เป็นธรรมชาติ ผลตรวจสอบไม่พบสัญญาณชวนสงสัย

“ตามความเชื่อของฮอว์กกิ้ง เขาบอกว่า ถ้ามนุษย์ต่างดาวรู้ว่าเราอยู่ที่นี่ มนุษย์ต่างดาวจะมาอย่างไม่เป็นมิตร จะมายึดโลก ถ้าเขามาหาเราได้ จะก้าวหน้าและเก่งกว่าเราเยอะ แต่นั่นเป็นความคิดของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง บางกลุ่มก็ค้านว่าจะมาอย่างมิตร แต่สำหรับผม ผมเชื่อว่าน่าจะมาอย่างเป็นมิตรมากกว่า

ในเชิงวิทยาศาสตร์ ถ้ามนุษย์ต่างดาวจะสร้างยานอวกาศมาหาเรา หรือแม้แต่เราจะสร้างยานอวกาศไปหามนุษย์ต่างดาว รูปร่างแบบที่น่าจะเหมาะที่สุดแบบหนึ่งในการสร้างยานอวกาศก็จะเป็นรูปร่างแบบซิการ์ของอูมัวมัว เพราะจะลดความเสียดทาน ทำให้เดินทางได้เร็ว

ถ้าอูมัวมัว เป็นยานอวกาศจากมนุษย์ต่างดาวจริง วิธีการสื่อสาร เทคโนโลยีที่เขาใช้ อาจจะแตกต่างกันมากกับที่โลกเราใช้ ผมจึงไม่ประหลาดใจที่ตรวจไม่พบสัญญาณการสื่อสารใดๆ ในอูมัวมัว แต่ในวงการวิทยาศาสตร์​ก็ยังไม่หยุด และยังติดตามสำรวจ ศึกษาอูมัวมัวต่อไป”

ใกล้พบมนุษย์ต่างดาวจริงหรือ วงการนาซาจะทำอย่างไรต่อไปกับ “อูมัวมัว”

เป็นไปได้หรือไม่ หากส่งยานอวกาศไปสำรวจอูมัวมัว กับคำถามนี้ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ นิ่งคิดสักพัก และแสดงทรรศนะอย่างเป็นเหตุและผลต่อว่า น่าคิด เพราะมนุษย์เราก็เก่ง เมื่อปี ค.ศ.1986 มนุษย์นี่แหละส่งยานอวกาศไป 5 ลำ ไปเยือนดาวหางแฮร์รี่ สำหรับการคิดส่งยานอวกาศไปสำรวจอูมัวมัว ได้มีการศึกษาและตั้งชื่อโครงการหนึ่งว่า “โครงการไลรา” (Project Lyra) โดยไลรา คือชื่อของกลุ่มดาวพิณ แต่มีปัญหาเยอะ

“ต้องสร้างยานอวกาศที่มีเทคนิคเยอะ ต้องวางแผนอย่างดี เมื่อไปถึงแล้วจะทำอย่างไรจึงจะศึกษามันได้ ปัญหาคืออูมัวมัว เคลื่อนที่เร็วมาก ช้าไปก็ไล่ไม่ทัน หากคิดจะส่งยานอวกาศไปดักแถวดาวพฤหัสบดีก็ได้ หากยานอวกาศสามารถไปลงจอดอูมัวมัวได้ก็จะดี ตอนนี้กำลังมีการเตรียมการศึกษา

แต่ก็มีคำเตือนจากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ และคนที่เชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวว่า มนุษย์ต่างดาว ถ้ามาถึงโลกจะมาอย่างศัตรู เพราะการที่เราส่งสัญญาณวิทยุไปสำรวจเขา เราอาจไปบุกรุกเขาแล้วก็ได้ ถ้ามีมนุษย์ต่างดาวอยู่ หรือเขาก็อาจจะศึกษาเราอยู่ก็ได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวล ต้องติดตามกันต่อ ผมเองก็กำลังติดตามเรื่องนี้ครับ”

อูมัวมัวอยู่ในอวกาศมานาน อาจเป็นพันล้านปีมาแล้ว เคยเข้ามาใกล้โลกมากที่สุดเมื่อ 14 ต.ค. 60 อยู่ห่างจากโลก 24 ล้าน กม. เดินทางผ่านวิถีโคจรของดาวอังคารวันที่ 1 พ.ย. 2560 จะผ่านวิถีโคจรของดาวพฤหัสบดี เดือน พ.ค.2561 และจะเดินทางออกนอกระบบสุริยะในอีกประมาณ 2 หมื่นปี หากอูมัวมัวชนโลก ก็จะสร้างหายนะครั้งใหญ่ และอูมัวมัวจะเป็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวหรือไม่ ต้องรอลุ้นติดตามกันต่อไป.

‘หมวกพลังงานกระแสไฟฟ้า’ ความหวังใหม่ในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งสมอง

‘มะเร็งที่สมอง’ เป็นความเจ็บป่วยที่ผู้เชี่ยวชาญพยายามหาทางบำบัดใหม่ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยพยายามรักษารูปแบบการใช้ชีวิตตามปกติให้ได้นานที่สุด​

แต่ละปีมีผู้ป่วยรายใหม่ในสหรัฐฯ ที่เป็นโรคมะเร็งในสมอง 78,000 คน หากนับรวมทั่วโลกผู้ป่วยใหม่ด้วยโรคดังกล่าวมีจำนวนมากถึง 400,000 ราย​

ไม่นานนี้มีผู้พัฒนาหมวกที่มีกระแสไฟฟ้าเพื่อการบำบัดผู้ป่วยโรคนี้ ภายในหมวกมีแผงวงจรไฟฟ้าติดตั้งอยู่ ดังนั้นศีรษะของผู้รับการรักษาจะถูกล้อมรอบด้วยสนามพลังงานไฟฟ้า ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า สนามพลังงานไฟฟ้าช่วยสกัดกระบวนการการผลิตสร้างเซลล์ใหม่ และทำให้เซลล์มะเร็งตาย

ผู้ป่วยมะเร็งสมองบางรายผ่านการผ่าตัด รับยาคีโมและฉายรังสีมาแล้ว และหมวกส่งกระแสไฟฟ้าเป็นการรักษาที่เพิ่มเติมขึ้นมา

นายแพทย์โรเจอร์ สตัพ (Roger Stupp) จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย Northwestern กล่าวว่า ในตอนแรกที่เริ่มเทคนิคนี้ มันเหมือนกับกำลังทำโครงการนิยายวิทยาศาสตร์อยู่

“แต่ในขณะนี้ เมื่อผ่านช่วงเริ่มต้นมาแล้ว มันแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของการบำบัดมะเร็ง”

การวิจัยพบว่า หมวกพลังงานไฟฟ้าสามารถช่วยยืดชีวิตจากมะเร็งร้ายได้จาก 16 เดือน เป็น 21 เดือน

(รัตพล อ่อนสนิท เรียบเรียงจากรายงานของผู้สื่อข่าว Kevin Enochs) 

SpaceX มีแผนจะปล่อยดาวเทียมแพร่สัญญาณ Wireless จำนวน 4,425 ดวง

SpaceX ดาวเทียม Wireless

SpaceX โดยคุณ Elon Musk มีแผนจะปล่อยสัญญาณ Wireless จากอวกาศ ด้วยการดาวเทียมจำนวน 4,425 ดวง ซึ่งแผนนี้ก็ใกล้ความเป็นจริงแล้ว ท่ามกลางการแข่งขันกับเทคโนโลยีจากบริษัทอื่นๆ

SpaceX จะปล่อยดาวเทียมแพร่สัญญาณ Wireless

จากการรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ส SpaceX ได้ขออนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐในการปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งจะปล่อยสัญญาณ Wireless ความเร็วสูงปกคลุมหลายส่วนในโลก ซึ่งทั้งหมดแล้วจะต้องปล่อยดาวเทียมถึง 4,425 ดวง แต่ SpaceX จะเริ่มปล่อยก่อนออกไปก่อน 800 ดวง เผื่อครอบคลุมพื้นที่ในสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงรัฐปวยร์โตรีโก (Puerto Rico) และหมู่เกาะ Virgin

ดาวเทียมจะมีขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 1.8 เมตร และสูง 1.2 เมตร มีน้ำหนักประมาณ 390 กิโลกรัม จะโคจรอยู่ในระยะ 1,150-1,325 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก

ระดับวงโคจรและรัศมีของสัญญาณ (ภาพจาก: Business Insider)
ระดับวงโคจรและรัศมีของสัญญาณ (ภาพจาก: Business Insider)

โครงการนี้เริ่มระดมทุนแล้ว 

หลังจากที่คุณ Elon Musk ได้ประกาศแผนนี้ไปเมื่อต้นปี 2015 กลุ่มนักลงทุนมากมายก็เข้ามาร่วมลงทุนเป็นจำนวนมากถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ รวมไปถึงบริษัท Google และบริษัทลงทุนยักษ์ใหญ่ Fidelity Investments ด้วย แต่เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการใหม่เอี่ยม จึงยังต้องการงบประมาณทั้งหมดโดยประมาณถึง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

คู่แข่งของ SpaceX ในแผนการปล่อยดาวเทียมแพร่สัญญาณ Wireless

บริษัท OneWeb และ Boeing ก็กำลังพัฒนาระบบดาวเทียมปล่อยสัญญาณ Wireless นี้อยู่เหมือนกัน อีกทั้งบริษัทอย่าง Facebook และ Google ก็มีโครงการการปล่อยสัญญาณ Wireless ด้วยวงโคจรที่ต่ำกว่าดาวเทียม เช่น Aquila และ Skybender ทั้งสองโครงการนี้ก็มีความคืบหน้าไปมากแล้ว แต่อย่างไรก็ตามโครงการทั้งหมดก็ยังอยู่ในช่วงพัฒนา

โครงการ Aquila ของ Facebook
โครงการ Aquila ของ Facebook
โครงการ Skybender ของ Google
โครงการ Skybender ของ Google

การแข่งขันในการปล่อยสัญญาณ Wireless จากบนฟ้าอันดุเดือด

ในตอนนี้ภารกิจการปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ตจากบนฟ้า (หรืออวกาศ) มีการแข่งขันกันอย่างมากมาย ทั้งในแง่ของความแรงและคงที่ของสัญญาณ ไปจนถึงเรื่องราคา ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วผู้คนในพื้นที่ที่อินเตอร์เน็ตยังเข้าไม่ถึงทุกมุมโลก ก็จะได้ประโยชน์อย่างแน่นอน แต่เราต้องรอดูกันต่อไป ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในศึกนี้

อ้างอิง: MIT Technology Review

https://soscity.co/news/computer/spacex-plan-to-launch-4425-wireless-satellite

“จักรยานพลังงานไฮโดรเจน” เริ่มออกสู่ตลาดในฝรั่งเศสแล้ว

Pierre Forte (R), founder and CEO of Pragma Industries, and Alexandre Blanc (L), operations director, check an Alpha bike, first industrialized bicycle to use a hydrogen fuel cell at the Pragma Industries factory in Biarritz, France, Jan. 15, 2018.

Pierre Forte (R), founder and CEO of Pragma Industries, and Alexandre Blanc (L), operations director, check an Alpha bike, first industrialized bicycle to use a hydrogen fuel cell at the Pragma Industries factory in Biarritz, France, Jan. 15, 2018.

บริษัทเทคโนโลยีสตาร์ท-อัพ ในฝรั่งเศส Pragma Industries กลายเป็นบริษัทแรกที่เริ่มผลิตรถจักรยานพลังงานไฮโดรเจนออกสู่ตลาด โดยจะเริ่มนำไปใช้สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลส่วนท้องถิ่นต่างๆ ในฝรั่งเศสเป็นอันดับแรก

Pragma Industries ขายจักรยานไฮโดรเจนที่ว่านี้ไปแล้ว 60 คัน ให้แก่องค์การบริหารเขตต่างๆ ในฝรั่งเศส ในราคาคันละ 7,500 ยูโร หรือราว 300,000 บาท และทางบริษัทยังขายสถานีชาร์จพลังงานไฮโดรเจน ในราคา 30,000 ยูโร หรือ 1,200,000 บาทด้วย

Alpha bikes, first industrialized bicycle to use a hydrogen fuel cell, are displayed at the Pragma Industries factory in Biarritz, France, Jan. 15, 2018.

Alpha bikes, first industrialized bicycle to use a hydrogen fuel cell, are displayed at the Pragma Industries factory in Biarritz, France, Jan. 15, 2018.

กลุ่มเป้าหมายของจักรยานไฮเทคนี้ คือ บริษัทขนส่งสินค้า รัฐบาลส่วนท้องถิ่น และบริษัทเช่าจักรยาน

แม้ว่าราคาดังกล่าวยังสูงเกินไปสำหรับผู้บริโภคทั่วไป แต่ทางบริษัทบอกว่า กำลังหาทางทำให้ราคาลดลงเหลือเพียงคันละ 5,000 ยูโร หรือ 200,000 บาท ซึ่งพอๆ กับราคาของรถจักรยานไฟฟ้าในท้องตลาด

จักรยานไฮโดรเจนนี้สามารถวิ่งได้ราว 100 กม. จากไฮโดรเจนขนาดสองลิตร ซึ่งพอๆ กับจักรยานไฟฟ้า และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการเติมเชื้อเพลิง เทียบกับจักรยานไฟฟ้าที่ต้องชาร์จไฟทีละหลายชั่วโมง

An employee holds an hydrogen fuel battery of an Alpha bike, first industrialized bicycle to use a hydrogen fuel cell at the Pragma Industries factory in Biarritz, France, Jan. 15, 2018.

An employee holds an hydrogen fuel battery of an Alpha bike, first industrialized bicycle to use a hydrogen fuel cell at the Pragma Industries factory in Biarritz, France, Jan. 15, 2018.

เมื่อปีที่แล้ว Pragma สามารถผลิตจักรยานไฮโดรเจนได้ทั้งหมด 100 คัน และตั้งเป้าจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 150 คัน ภายในปีนี้ โดยมีคำสั่งซื้อมาจาก นอร์เวย์ สเปน เยอรมนี อิตาลี และอเมริกา

นอกจากนี้ ทางบริษัทกำลังคิดค้นจักรยานที่สามารถแปลงน้ำเปล่าให้เป็นพลังงานไฮโดรเจนได้อีกด้วย

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบหนังสือ E-BOOK เรื่อง คู่มือวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่องการเคลื่อนที่ ของสำนักพิมพ์ OoKBee

11

    

คลิกค่ะ  ฟรี 

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบหนังสือ E-BOOK เรื่อง คู่มือวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่องการเคลื่อนที่ ของสำนักพิมพ์ OoKBee

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1682292155168930

การเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง (การเคลื่อนที่ในหนึ่งมิติ) คลิป สุนัขโชว์ เล่นสเก็ตบอร์ด

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1682306971834115

1516495728447

การเคลื่อนที่แนวเส้นตรง (การเคลื่อนที่ในหนึ่งมิติ)

การเคลื่อนที่แนวเส้นตรงของวัตถุ เป็นการเคลื่อนที่ที่ไม่เปลี่ยนทิศ เช่น การเคลื่อนที่ของมะพร้าว เมื่อตกจากต้นสู่พื้นดิน การเคลื่อนที่ของรถยนต์บนถนน การเคลื่อนที่ของนักวิ่งในลู่วิ่ง เป็นต้น

ในขณะที่รถยนต์เริ่มเคลื่อนที่บนถนนตรง คนขับจะเหยียบคันเร่งทำให้รถเคลื่อนที่เร็วขึ้น ถ้าเราสังเกตที่เข็มวัดอัตราเร็วของหน้าปัดของรถ จะพบว่าเข็มเบนมากขึ้น แสดงว่ารถเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็ว (speed) เพิ่มขึ้น และถ้าพิจารณาทิศของการเคลื่อนที่ด้วย กล่าวได้ว่า รถเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว (Velocity) เพิ่มขึ้น

เช่น เมื่ออ่านค่าเข็มชี้อัตราเร็วของรถที่กำลังเคลื่อนที่ ขณะที่รถเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วของรถเปลี่ยนแปลง กล่าวได้ว่ารถเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง (acceleration)

 

https://vimeo.com/145698156

http://video.mthai.com/general/player/1447465323.html

เว็บไซต์มิร์เรอร์ของอังกฤษนำเสนอข่าวการทำลายสถิติโลกกินเนสบุ๊กของ “อ็อตโต” สุนัขพันธุ์บูลด็อก ซึ่งโชว์เล่นสเก็ตบอร์ดจากที่สูงและลอดอุโมงค์หว่างขามนุษย์ 30 คน ที่กรุงลิมาของเปรู โดยสุนัขบูลด็อกไม่เพียงทรงตัวบนสเก็ตบอร์ดอย่างดีเยี่ยม แต่ยังใช้ขาของมันเร่งความเร็วเมื่อสเก็ตบอร์ดเริ่มช้าลง ลองชมความสามารถของเจ้าอ็อตโต้กัน

สุนัขเตรียมตกงาน! อุปกรณ์ดมกลิ่นไฮเทคอาจนำมาใช้ตามสนามบินในอนาคต

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สุนัขเตรียมตกงาน! อุปกรณ์ดมกลิ่นไฮเทคอาจนำมาใช้ตามสนามบินในอนาคต

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สุนัขเตรียมตกงาน! อุปกรณ์ดมกลิ่นไฮเทคอาจนำมาใช้ตามสนามบินในอนาคต

   

    ปกติแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจตามสนามบินต่างๆ ทั่วโลก มักใช้สุนัขในการดมกลิ่นวัตถุผิดกฎหมายต่างๆ เช่น วัตถุระเบิด หรือยาเสพติด

แต่เวลานี้ นักวิทยาศาสตร์ที่ Technical University of Denmark ได้พัฒนาอุปกรณ์ไฮเทคชนิดใหม่ ที่สามารถนำมาใช้ตรวจสอบ “กลิ่น” วัตถุแปลกปลอมต่างๆ ในอากาศได้ โดยไม่ต้องมีการแตะต้องกระเป๋าแต่อย่างใด

อุปกรณ์ที่ว่านี้มีชื่อว่า Crim-Track สามารถตรวจจับกลิ่นวัตถุระเบิด หรือยาเสพติด ได้ภายใน 2 นาที แล้วส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ทราบผ่านระบบสื่อสารไร้สาย นอกจากนี้ภายในตัวอุปกรณ์นี้ยังมีชิพผสมสีย้อมผ้าบรรจุอยู่ ซึ่งจะเปลี่ยนสีเมื่อตรวจพบสารเคมีบางอย่าง

ที่มา : https://www.voathai.com/a/chemical-sniffer-machine/4197147.html

ความกังวลเรื่องผลกระทบของอุปกรณ์ดิจิทัลต่อเด็กและเยาวชน

Robots and other technologies were on display at CES, the world's largest consumer electronics show held in Las Vegas, Nevada, Jan. 9-12.

นงานแสดงสินค้า CES ที่นครลาสเวกัสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีการแสดงอุปกรณ์ระบบดิจิทัลที่จับตลาดกลุ่มเด็ก เช่น Square Panda ซึ่งเป็นของเล่นเด็กที่ประกอบด้วยหน้าจอซึ่งมีตัวการ์ตูนและเสียง เพื่อช่วยสอนการเรียนรู้ตัวหนังสือและส่งเสริมการอ่านของเด็กวัยเยาว์ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้ปกครองบางคน

แต่ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงท้วงติงเช่นกันว่าการใช้เวลาอยู่กับอุปกรณ์ดิจิทัลนั้นจะส่งผลต่อเด็กเพียงใด และเกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณ Robin Raskin จากบริษัท Living in Digital Times ให้ความเห็นว่า พ่อแม่ผู้ปกครองคงไม่สามารถโยนภาระให้กับบริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายให้เป็นผู้สร้างกฎเกณฑ์แทนตนได้

แต่พ่อแม่อาจคาดหวังให้บริษัทเหล่านี้สร้างอุปกรณ์หรือเครื่องมือสำหรับเด็กที่เปิดโอกาสให้แต่ละบ้านแต่ละครอบครัว สามารถตั้งกฎเกณฑ์การใช้งานของตนเองได้โดยง่ายมากกว่า

เมื่อต้นเดือนมกราคม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่สองรายส่งจดหมายถึงบริษัท Apple เพื่อแสดงความกังวล และขอให้บริษัท Apple ให้ความสนใจมากขึ้น เพื่อช่วยพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องการจำกัดหรือควบคุมการใช้โทรศัพท์มือถือของบุตรหลานของตน

ส่วนข้อเรียกร้องประเด็นที่สองคือ ขอให้บริษัท Apple ช่วยสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของสมาร์ทโฟนและเทคโนโลยีอื่นๆ ที่มีต่อเด็กและเยาวชน

โดยผู้ถือหุ้นที่ส่งจดหมายแสดงความกังวลถึงบริษัท Apple กล่าวว่า เด็กนักเรียนระดับเกรด 8 ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์มาก จะมีโอกาสความเสี่ยงสูงกว่าถึง 27% ที่จะมีอาการสลดหดหู่และเศร้าซึม และจะใช้เวลาในการเล่นกีฬา การสังสรรค์กับผู้อื่นรวมทั้งเพื่อทำการบ้านน้อยกว่าด้วย

ขณะที่รายงานนี้ยังไม่มีข่าวยืนยันว่าบริษัท Apple ตัดสินใจตอบสนองข้อวิตกกังวลของผู้ถือหุ้นรายใหญ่สองรายนี้อย่างไร และขณะที่ยังไม่มีมาตรการด้านเทคโนโลยีใดๆ ที่จะช่วยพ่อแม่ผู้ปกครองสอดส่องดูแลการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลของบุตรหลานตนอย่างได้ผลนั้น กลุ่มที่ทำงานช่วยผู้ปกครองให้คำแนะนำว่า ควรจะรอจนกว่าเยาวชนเข้าเรียนระดับเกรด 8 หรือเทียบเท่ากับมัธยม 2 ตามระบบการศึกษาของไทย เพื่ออนุญาตให้ใช้สมาร์ทโฟนของตัวเองได้

เพราะเยาวชนวัยที่ต่ำกว่านี้มีโอกาสจะติดโทรศัพท์มือถือและใช้มากเกินไปจนมีผลกระทบต่อการนอน รวมทั้งส่งผลเสียเรื่องการบ้านและการเข้าสังคมด้วยเช่นกัน

 

ที่มา https://www.voathai.com/a/hightech-effects-kids-ct/4211245.html

 

5 สุดยอดอุปกรณ์ไฮเทคใช้ได้จริง ในงานแสดงสินค้าอิเลคทรอนิกส์ CES 2018

Blue Frog Robotic

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1682298658501613

งานแสดงสินค้าอิเลคทรอนิกส์งานใหญ่ประจำปี International Consumer Electrics Show หรือ CES 2018 ที่นครลาส เวกัส สหรัฐอเมริกา นอกจากจะเป็นงานที่รวบรวมนวัตกรรมแห่งอนาคตที่หลายคนอาจมองว่าจับต้องไม่ได้ ราคาเอื้อมไม่ถึง และหากคำนึงถึงประโยชน์แล้วยังคงอีกยาวไกลที่จะนำไปใช้ วันนี้ VOA ภาคภาษาไทย จะหยิบยกอุปกรณ์ไฮเทค ซึ่งสามารถใช้ได้ในแง่ราคาและศักยภาพกันบ้าง

ปุ่มตรวจจับแสงยูวีสวมใส่ได้ (Wearable UV Sense)

UV Patch รุ่นล่าสุด ที่เตรียมวางจำหน่ายในฤดูร้อนปีนี้UV Patch รุ่นล่าสุด ที่เตรียมวางจำหน่ายในฤดูร้อนปีนี้

อุปกรณ์นี้พัฒนาโดย L’Oréal’s USA ที่เคยเปิดตัว My UV Patch แผ่นแปะผิวหนังเพื่อใช้ตรวจสอบว่าผิวถูกแดดมากน้อยแค่ไหน เมื่อ 2 ปีก่อน มาคราวนี้ ทางแบรนด์ La Roche-Posay บริษัทในเครือ L’Oréal’s ได้พัฒนาให้เป็น UV Sense ซึ่งจะนำมาจำหน่ายเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการในช่วงหน้าร้อนปีนี้

UV Patch รุ่นเก่าเมื่อปี 2559

UV Patch รุ่นเก่าเมื่อปี 2559

ลักษณะของ UV Sense จะเป็นเหมือนเม็ดกระดุมสีฟ้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 มิลลิเมตร หนา 2 มิลลิเมตร สามารถติดลงบนปลายเล็บได้นานถึง 2 สัปดาห์ สามารถตรวจจับปริมาณแสงแดดที่สัมผัสกับผิว ละอองเกสรดอกไม้ รวมทั้งตรวจสอบปริมาณครีมกันแดดที่ทาลงบนผิว ก่อนจะส่งผลดังกล่าวไปยังสมาร์ทโฟนของคุณได้ อุปกรณ์นี้ไม่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี สามารถใช้ในกิจกรรมแทบทุกอย่าง ทั้ง กิน เดิน ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ อาบน้ำ และสามารถทาครีมกันแดดทับลงไปได้

สำหรับราคาทาง L’Oréal’s ตั้งเป้าไว้ที่ 40 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1,300 บาท

สุดยอดนักแปล 80 ภาษาแบบเรียลไทม์ (Travis the Translator)

Translator Machine

Translator Machine

สำหรับคนที่ใฝ่ฝันอยากมี “วุ้นภาษา” อุปกรณ์สุดล้ำจากกระเป๋าโดเรมอน วันนี้อุปกรณ์ดังกล่าวนำมาวางขายอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการนวัตกรรม Pre-order ของเว็บไซต์ระดมทุน Indiegogo ซึ่งมีผู้สั่งจองเป็นจำนวนเงินกว่า 1.7 ล้านดอลลาร์ก่อนการผลิตจริง

โดย Travis the Translator ขนาดเท่าโทรศัพท์รุ่นฝาพับแบบดั้งเดิม พร้อมซิมการ์ด รองรับ Wi-Fi ในการแปล 80 ภาษาแบบเรียลไทม์ รวมถึงภาษาไทยด้วย และใช้งานได้ 20 ภาษาแบบออฟไลน์ หรือ ไร้อินเตอร์เน็ต เพียงแค่ตั้ง 2 ภาษาที่ต้องการพูดและแปลลงไป ระบบจะทำการแปลให้คุณทันที ซึ่งกูรูเทคโนโลยียกให้เป็นอุปกรณ์แปลภาษาที่ดีที่สุดในยุคนี้

สำหรับราคา เริ่มต้นที่ 179 ดอลลาร์ หรือราว 5,700 บาท เฉพาะตัวเครื่อง และ 199 ดอลลาร์ สำหรับเครื่องพร้อมซิมการ์ด 1 GB ใช้ได้ทั่วโลก

เครื่องสแกนเอกสารพกพาได้ (The Pup Pocket)

Pup Scanner

Pup Scanner

อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่มาจากแหล่งระดมทุน Indiegogo เหมือนกัน คือ เครื่องสแกนเอกสาร The Pub Pocket ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากฝรั่งเศส การันตีว่าเป็นเครื่องสแกนที่เร็วที่สุดแห่งยุค ด้วยขนาดที่เล็กกว่าสมาร์ทโฟนครึ่งหนึ่ง แต่ฟังก์ชันไม่ธรรมดา The Pub Pocket สามารถสแกนทุกเอกสารได้เพียงคลิกเดียว เพื่อให้ได้เอกสารที่คมชัด รวมทั้งจัดเก็บเอกสารและส่งข้อมูลต่อไปได้ด้วยปลายนิ้ว

Pup Scanner

Pup Scanner

หากคุณเป็นคนที่ชอบสรรหาไอเดียหรือการทำงานนอกสถานที่ สแกนเนอร์ The Pub Pocket น่าจะเป็นคำตอบที่น่าสนใจ สำหรับราคาก็น่ารักตามขนาด ที่ 299 ดอลลาร์

เครื่องสแกนครอบจักรวาล (LinkSquare)

LinkSquare เครื่องสแกนครอบจักรวาล

LinkSquare เครื่องสแกนครอบจักรวาล

หลังจากใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้ คุณอาจจะมองโลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ด้วยสแกนเนอร์สารพัดนึกของ LinkSquare ที่อ้างสรรพคุณว่าสามารถตรวจสอบได้ทุกอย่าง เช่น เนื้อหมูที่ซื้อมาใกล้เสียหรือยัง ตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย Salmonella หรือ E. Coli สาเหตุของอาหารเป็นพิษอันดับต้นๆ ตรวจสอบการเจริญเติบโตของต้นไม้ ตรวจสอบว่าธนบัตรที่ได้มาเป็นธนบัตรปลอมหรือไม่ รวมทั้งยาที่คุณรับมาจากร้านขายยานั้น ใช่ยาที่รักษาที่ถูกต้องหรือเปล่า?

ใครอยากได้เครื่องสแกนขนาดเท่าปากกาเน้นข้อความที่ศักยภาพยิ่งใหญ่เกินตัว ก็สั่งซื้อมาได้ ที่ราคา 299 ดอลลาร์

หุ่นยนต์ผู้ช่วยในบ้านสายแบ๊ว (BUDDY)

หากคุณประทับใจกับผู้ช่วยในบ้านสุดอัจฉริยะ แต่ติดที่รูปลักษณ์ที่แสนธรรมดา ในปีนี้งาน CES 2018 ขนทัพหุ่นยนต์ผู้ช่วยในบ้านที่หน้าตาเป็นมิตรมากมาย ทั้งหุ่นยนต์ BUDDY รุ่นล่าสุดของบริษัท Blue Frog ซึ่งปีนี้มาด้วยดวงตากลมโต ลีลาการเต้นพร้อมมุกตลกสุดน่ารัก ประกอบกับฟังก์ชันผู้ช่วยดูแลบ้านที่ครบครัน จึงกลายเป็นขวัญใจในงานนี้ไปได้ไม่ยาก

ใครอยากได้เพื่อนคู่ใจประจำบ้านที่แสนเป็นกันเอง ก็จับจองกันได้ที่ราคา 1,500 ดอลลาร์ หรือราว 48,000 บาท โดยจะจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายนนี้

ที่มา : https://www.voathai.com/a/ces-2018-practical-gadget/4202368.html