เรื่องทั้งหมดโดย charud

คลิปกว่าคนจะบินได้

ความรู้เรื่องการบิน (ฟิสิกส์ราชมงคล)

ความใฝ่ฝันในการบิน

วันที่ 15 ต.ค. 1783, Jean-Francois ได้ทำการบินบอลลูนอากาศร้อน Mongolfier บินได้ 4 นาที 24 วินาที ต่อมาอีก 2 เดือน บอลลูนที่บรรจุก๊าซไฮโดรเจน  ทำการบินสำเร็จใช้เวลา 2 ช.ม.

      German Otto Lilienthal (ค.ศ.1848-1896),  เป็นผู้สร้างเครื่องร่อนระบบห้อยตัวที่สวยงาม ทำให้เขาเป็นคนแรก ในโลกที่มีความมั่นใจในการบิน และบินเป็นประจำ เขาบินมากกว่า 2000 ครั้ง เขาไม่ได้พัฒนาระบบการควบคุมการบินให้กับเครื่องร่อนของเขาเลย  ซึ่งเขาควบคุมการบินเครื่องร่อนของเขาด้วยการ โยกน้ำหนักของตัวเองไปมาเท่านั้น   เขาเสียชีวิตลง  เมื่ออายุได้ 48  ปี  ในวันที่ 10 ส.ค.1896  เนื่องจาก เครื่องร่อนของเขาตกกระทบพื้น  ผู้บุกเบิกเครื่องร่อน สมัยนั้นประกอบด้วย Otto Lilienthal  (เยอรมัน),  Percy Pilcher (อังกฤษ)  ซึ่งเขาก็เสียชีวิตเนื่องจาก เครื่องร่อนของเขา ตก เช่นกัน เมื่อ 3 ปี หลังจาก Lilienthal

Octave Chanute (อเมริกัน) (ค.ศ.1832-1910), Wilbur (ค.ศ.1867-1912) and Orville (ค.ศ.1871-1948) Wright ได้ให้ความสนใจความเป็นไปได้ของอากาศยานในรุ่นแรก ๆ มา ซึ่งในปี 1900  พี่น้องคู่นี้ได้เป็นเพื่อนกับ Chanute และ Chanute พยายามชักนำ และให้ข้อมูลต่าง ๆ พร้อมทั้งช่วยเหลือ จนกระทั่ง พี่น้องตระกูล Wrights ประสบความสำเร็จ ในการบินโดย ใช้เครื่องยนต์ในภายหลัง ส่วนการบินครั้งแรกที่เขาบิน flyer คือ วันที่ 17 ธ.ค. 1903 นี่คือสิ่งที่คน ทั่ว ๆ ไปยอมรับว่า เป็นคนแรกที่ทำความฝันให้เป็นจริง  ถึงแม้ว่า จะมีข้อขัดแย้งบ้างว่า  ใครเป็นคนแรก  Alberto Santos-Dumont เป็นชาว brazilian อาศัยอยู่ในฝรั่งเศสระหว่าง ปี 1906  พร้อมด้วย เครื่องบิน No.14-bis ซึ่งติดเครื่องยนต์ Antoinette 50 กำลังม้า  เขาทำการบินครั้งแรกระยะทาง 60 เมตร ที่ Bagattelle  ใกล้ปารีส  เมื่อวันที่ 23 ต.ค.1906  บางคน เชื่อว่า Santos-Dumont เป็นคนแรก ที่ทำการบิน ในประวัติศาสตร์

คลิปหมึกนำไฟฟ้า

ความรู้เรื่องหมึกนำไฟฟ้าและการประยุกต์

87997800

Tech Tats ได้ใช้วิธีการ หมึกนำไฟฟ้า มาสร้างแผงวงจร ซึ่งผ่านการพิจารณาแล้วว่า เหมาะกับผิวหนังของมนุษย์ โดยไม่เป็นการรบกวนการสวมใส่ เพราะมันจะฝังลงที่ผิวหนัง Tech Tats มาตรฐานเดียวกันกับ Smartwatches พร้อมทั้งยังสามารถใส่ออกกำลังกายได้ เหมือนกับเป็นเครื่องประดับ

คลิกอ่านต่อ

“ออกนอกโลก” กูเกิลแมปส์โชว์ภาพบนสถานีอวกาศแบบ 360 องศาแล้ว

“ออกนอกโลก” กูเกิลแมปส์โชว์ภาพบนสถานีอวกาศแบบ 360 องศาแล้ว

       ขึ้นชื่อว่า กูเกิล (Google) ย่อมต้องมองหาความแปลกใหม่มานำเสนออยู่เสมอ ๆ โดยล่าสุด บริการ Street View บน Google Maps ได้ออกนอกโลกไปแล้วกับการนำเสนอภาพบนสถานีอวกาศนานาชาติ

โดยข้อมูลชุดสถานีอวกาศนานาชาติเป็นข้อมูลชุดแรกที่มาจาก “นอกโลก” ที่กูเกิลเปิดให้ผู้ใช้บริการเข้าไปเยี่ยมชม ซึ่งผู้ที่ถ่ายภาพมาให้ก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นนักบินอวกาศที่อาศัยอยู่บนสถานีอวกาศนั่นเอง โดยภาพที่่ถ่ายเป็นภาพแบบพาโนรามา 360 องศา ทำให้สามารถรับชมได้ไม่ต่างจากภาพที่ปรากฏอยู่ใน Google Earth ปัจจุบัน

ที่เจ๋งไปกว่านั้น คือ บางจุดของภาพจะมีข้อความอธิบายปรากฏขึ้นมาด้วย

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ภาพ 360 องศาชุดแรกที่มีการบันทึกเหนือจากพื้นโลก เพราะในปี 2015 หน่วยงานด้านอวกาศของสหภาพยุโรป (European Space Agency หรือ ESA) ได้เคยนำเสนอภาพของสถานีอวกาศนานาชาติมาแล้ว เช่นเดียวกับองค์การนาซาที่เคยสร้างคลิปสำหรับอุปกรณ์สวมศีรษะเวอร์ชวลเรียลิตีด้วยภาพภารกิจบนดาวอังคาร

แต่สำหรับแพลตฟอร์มของกูเกิลที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากนี้ อาจเป็นโอกาสอันดีของเด็ก ๆ และใครอีกหลายคนที่อยากสัมผัสกับโลกใหม่ในอวกาศ และชีวิตของนักบินอวกาศได้เป็นอย่างดี

“ออกนอกโลก” กูเกิลแมปส์โชว์ภาพบนสถานีอวกาศแบบ 360 องศาแล้ว

“ออกนอกโลก” กูเกิลแมปส์โชว์ภาพบนสถานีอวกาศแบบ 360 องศาแล้ว

“ออกนอกโลก” กูเกิลแมปส์โชว์ภาพบนสถานีอวกาศแบบ 360 องศาแล้ว

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9600000074386

ไฟเขียวไฮเปอร์ลูปนิวยอร์ก-วอชิงตันดี.ซี.

 1500826069648

อีลอน มัสค์ นักธุรกิจชื่อดังชาวอเมริกันเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ได้รับอนุมัติเบื้องต้นจากรัฐบาลให้สร้างระบบรถไฟฟ้าไฮเปอร์ลูป เส้นทางระหว่างนครนิวยอร์กกับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งรถจะนำพาผู้โดยสารเดินทางด้วยความเร็วเกือบเหนือเสียง ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ว่า นายอีลอน มัสค์ ซีอีโอบริษัทเทสลาและสเปซเอ็กซ์ เผยในทวิตเตอร์ ว่า เขาเพิ่งได้รับอนุมัติด้วยวาจาจากรัฐบาล ให้ก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าไฮเปอร์ลูปใต้ดิน NY – Phil – Balt – DC ซึ่งเขาใช้ตัวอักษรย่อของนครนิวยอร์ก เมืองฟิลาเดลเฟีย เมืองบัลติมอร์ และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยการเดินทางด้วยไฮเปอร์ลูปจะใช้เวลาเพียงแค่ 29 นาที

1500826081194

ระยะทางระหว่างนิวยอร์กกับวอชิงตัน ดี.ซี. ห่างกันประมาณ 330 กม. ปัจจุบันการเดินทางด้วยรถไฟใช้เวลาประมาณ 3 ชม. ส่วนเครื่องบินใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
กระทรวงคมนามคมสหรัฐได้ส่งผ่านแบบคำถามไปยังทำเนียบขาว ซึ่งได้ออกแถลงการณ์ที่ทั้งไม่ยืนยัน หรือปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ต่อการประกาศของมัสค์

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ระบบไฮเปอร์ลูปตามข้อเสนอจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากหลายกระทรวง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและมลรัฐ ก่อนการก่อสร้างจะเริ่มต้น ส่วนมัสค์ซึ่งมักประกาศโครงการธุรกิจแบบคุยโว กล่าวว่า ยังมีงานที่ต้องทำอีกมาก เพื่อให้ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ แต่เขาเชื่อมั่นว่าโครงการจะเป็นจริงในเร็ววัน
ความเกี่ยวพันของมัสค์กับโครงการที่เสนอ ตอนนี้จำกัดอยู่ที่การก่อสร้างอุโมงค์ และยังไม่แน่ชัดว่าเขามีแผนจะเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทใด ในการสร้างกระสวยโดยสาร ซึ่งขณะนี้มีหลายบริษัทกำลังทำการสำรวจตลาด เช่น รวมถึง นอร์ธอีสต์ แม็กเลฟ, ไฮเปอร์ลูป วัน และไฮเปอร์ลูป ทรานปอร์เตชัน เทคโนโลยีส์.

เครดิตภาพ – Wikimedia Commons, Hyperloop Technologies
คลิปประกอบ – Very Dicey

https://www.dailynews.co.th/foreign/586844

Flow Battery แบตเตอรีเหลวจากโลกอนาคต สามารถลดความร้อนวงจรขณะจ่ายไฟได้

นักวิทยาศาสตร์จาก IBM และมหาวิทยาลัย ETH Zurich ได้ร่วมกันพัฒนา Flow Battery หรือแบตเตอรีเหลวที่อิเล็กโตรไลท์ข้างในสามารถไหลไปรอบๆ ได้ ทำให้นอกจากจ่ายพลังงานแล้วแบตเตอรีดังกล่าวยังนำความร้อนออกจากแผงวงจรได้อีกด้วย

FLOW BATTERY

Flow Battery

แน่นอนว่าถ้าแบตเตอรีชนิดนี้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาใช้จริง จะทำให้แบตเตอรีในอนาคตมีขนาดเล็กลง และประสิทธิภาพสูงขึ้น ตัวแบตเตอรีของโซลาร์เซลล์จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นจนกระทั่งอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์อย่างกล้องในป่าอาจจะไม่ต้องใช้พลังงานภายนอกเลยด้วยซ้ำ

Redox Flow Battery นั้นใช้หลักการไหลของอิเล็กโตรไลท์เหลวภายในแบตเตอรีเพื่อกำเนิดพลังงาน อย่างก่อนหน้านี้เราเคยรายงานเรื่อง “Flow Battery แบตเตอรีเหลวที่ใช้งานได้ยาวนานสิบปีโดยไม่เสื่อมสภาพ” ที่ใช้เทคโนโลยีคล้ายคลึงกับข่าวที่เรานำเสนอวันนี้ ความแตกต่างคือในข่าวเก่านั้นกลุ่มนักวิจัยของฮาร์วาร์ดพยายามทำให้อายุการใช้งานของพวกมันยาวนานขึ้นเป็นสิบปี แต่ในครั้งนี้ทาง IBM และนักวิจัยของ ETH Zurich พยายามทำให้มันลดความร้อนที่เกิดขึ้นได้แทน

ทีมงานของ IBM และ ETH Zurich พบของเหลวสองชนิดที่เหมาะจะนำมาทำอิเล็กโตรไลท์ของ Flow Battery ที่มีคุณสมบัติลดความร้อนได้ขณะที่กำเนิดพลังงาน โดยเคลมว่า “งานวิจัยนี้เป็นชิ้นแรกในวงการที่สร้างแบตเตอรีเดียว ทำได้ทั้งจ่ายพลังงานและกำจัดความร้อน”

ทั้งคู่ได้ทำลองใช้ระบบ 3D Printing ทำช่องไหลของของเหลวบนแบตเตอรี ซึ่งจะทำให้อิเล็กโทรดผลักของเหลวไหลไปรอบๆ ชั้นเมมเบรน เมื่อไอออนไหลไปรอบๆ ก็เกิดพลังงานขนาด 1.4 Watt ต่อตารางเซนติเมตร และสามารถจำกัดความร้อนที่เกิดจากแบตเตอรีได้เป็นอย่างดีในการทดสอบ

อย่างไรก็ตามการที่มันจะเป็นแบตเตอรีที่ใช้งานจริงได้ มันจะต้องจ่ายพลังงานมากกว่าที่เป็นอยู๋ในตอนนี้ ซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นหน้าที่ของวิศวกรที่จะหาทางออกให้แบตเตอรีสามารถจ่ายไฟได้สูงขึ้น โดยทีมวิจัยไม่ได้จำกัดให้เทคโนโลยีนี้อยู่แต่บนแบตเตอรีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเทคโนโลยีอื่นๆ อย่างเลเซอร์ที่ต้องมีตัวหล่อเย็น หรือโซลาร์เซลที่ต้องใช้แสงอาทิตย์เพื่อกำเนิดพลังงานและเกิดความร้อนจากแสงเป็นส่วนเกิน

ที่มา – Engadget

http://www.whatphone.net/news/flow-battery-generate-power-reduce-heat/

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1508664722531675

 

บริษัทพลังงานในเยอรมันเตรียมทำ “แบตเตอรี่เหลว” จากถ้ำเกลือเก่า พอจ่ายไฟให้กับเบอร์ลินทั้งเมือง

1500825548042

บริษัทพลังงานในเยอรมันเตรียมทำ “แบตเตอรี่เหลว” จากถ้ำเกลือเก่า พอจ่ายไฟให้กับเบอร์ลินทั้งเมือง

EWE GASSPEICHER GmbH บริษัทด้านพลังงานจากประเทศเยอรมนี  ประกาศความร่วมมืกับมหาวิทยาลัย Friedrich Schiller เตรียมสร้างแบตเตอรี่เหลวขนาดใหญ่  ซึ่งสามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับเบอร์ลินทั้งเมืองได้เต็มชั่วโมง

แบตเตอรี่ดังกล่าวจะเป็นแบบ Redox Flow Batteries โดยทาง EWE Gasspeicher จะใช้ถ้ำเกลือเก่าที่ทางบริษัทใช้เก็บก๊าซธรรมชาติอยู่แล้ว  มาทำเป็นสระสำหรับเก็บสารละลายอิเลคโทรไลต์สำหรับแบตเตอรี่นี้

โครงการดังกล่าวจะแบ่งออกเป็นสามเฟส  โดยเฟสแรกจะเป็นการทดลองสร้างแบตเตอรี่ทดสอบขนาด 10kWh ก่อน 40kWh หากสำเร็จก็จะสร้างเฟสที่สองคือแบตเตอรี่ทดสอบขนาด 500 kWh ถึง 2,500kWh  ซึ่งทั้งสองเฟสจะเป็นการทดลองสร้างเหนือพื้นดิน  และถ้าหากทั้งสองเฟสผ่านไปได้ด้วยดี  ก็จะเริ่มสร้างเฟสที่สามโดยใช้ถ้ำเกลือใต้ดิน  ซึ่งแบตเตอรี่เหลวในเฟสที่สามนี้จะมีความจุถึง 750MWh เลยทีเดียว  ซึ่งจะถือว่าเป็นแบตเตอรี่เหลวที่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

แบตเตอรี่เหลวนั้นแม้ว่าจะมีความหนาแน่นของไฟฟ้าต่ำ  ทำให้ไม่เหมาะกับการทำออกมาเป็นแบตเตอรี่พกพามากนัก (เช่นแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ) แต่ถ้าเป็นแบตเตอรี่ที่ตั้งอยู่กับที่แล้ว  ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ  เพราะมีต้นทุนไม่สูงนัก  และสามารถขยายปริมาณได้เรื่อยๆ เท่าที่มีพื้นที่มากพอที่จะทำสระสารละลายอิเลคโทรไลต์

อ้างอิง – ArsTechnica

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1508549592543188

 

มหึมาเกินบรรยาย ชมคลิป ปลายักษ์สายพันธุ์ใหม่ ที่หลบซ่อนตัวมานาน130ปี!

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ด๊อกเตอร์ Marianne Nyegaard จากมหาวิทยาลัยเมอร์ดอช ประเทศออสเตรเลีย ค้นพบปลายักษ์สายพันธุ์ใหม่ น้ำหนักถึง 2 ตัน ซึ่งหลบซ่อนตัวจากสายตามนุษย์ อยู่ในส่วนลึกที่สุดของมหาสมุทร มาได้ถึง 130 ปี

โดยการค้นพบดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงที่เธอใช้เวลานานถึง 4 ปี ทำวิจัยค้นหาสปีชีส์ของปลาสายพันธุ์ใหม่ในน่านน้ำอินโด-แปซิฟิก ซึ่งการวิจัยนี้เอง ที่ทำให้เธอได้พบกับ ปลาพระอาทิตย์ (Sunfish) ปลากระดูกแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสายพันธุ์หายากที่สุดสายพันธุ์หนึ่ง

Marianne เริ่มต้นลงมือค้นคว้าอย่างจริงจัง หลังพบว่า เจ้าปลาตัวนี้มีลักษณะทางสายพันธุ์ที่แตกต่างไปจาก 150 ตัวอย่าง ของปลาพระอาทิตย์ ใน 3 สายพันธุ์ที่รู้จักก่อนหน้านี้ คือ 1.Masturus lanceolatus 2.Mola mola 3.Mola ramsayi และเมื่อนำไปประกอบกับการค้นหารูปถ่ายของปลาพระอาทิตย์จากโลกออนไลน์ ในที่สุดการค้นพบของเธอ จึงได้รับการยืนยันว่า เจ้าปลายักษ์ขนาดมหึมาที่พบคือ ปลาพระอาทิตย์ สายพันธุ์ hoodwinker sunfish หรือ Mola tecta

นักวิจัยชาวออสเตรเลีย เปิดเผยว่า นี่คือการทลายปริศนาที่น่าทึ่ง เพราะปลาพระอาทิตย์เป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ ชอบอยู่โดดเดี่ยว และเข้าใจได้ยาก หนำซ้ำมันยังชอบอยู่อาศัยในน้ำลึก ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะไปหาตัวอย่างของปลาชนิดนี้มาทำการศึกษา โดยในการค้นพบครั้งนี้ พวกเราต้องดำลงไปในน้ำลึกถึงกว่าร้อยเมตร ถึงได้ไปพบกับเจ้าตัวนี้ ที่มีขนาดลำตัวยาวถึง 4 เมตร กว้าง 3 เมตร และน่าจะมีน้ำหนักมากถึง 2,270 กิโลกรัม.

ขอบคุณข่าว-ภาพ Dailymail

http://www.thairath.co.th/content/1013729

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1508534005878080

วันเดียวดูล้านวิว! จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเทขนมถุงยักษ์ รวดเดียวหมด ท่ามกลางลิงทั้งฝูง และ คลิป คนแย่งอาหารกันในร้านบุฟเฟต์

คุณ CLASSIC NU ได้โพสต์คลิปทดลองวิธีการให้อาหารลิงรูปแบบหนึ่ง โดยหนุ่มคนนี้เดินทางไปยังวัดเขาหน่อ ต.บ้านแดน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นที่รู้กันของคนในพื้นที่ว่าวัดดังกล่าวมีลิงร่วมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก หนุ่มคนนี้ได้นำขนมถุงยักษ์แบบเดียวกับที่ให้ปลากิน เทแบบรวดเดียวเพื่อให้ดูปฏิกิริยาของลิงว่าจะเป็นอย่างไร เมื่อหนุ่มเทขนมออกจากถุงเพียงเสี้ยววินาทีฝูงลิงต่างกรูเข้ามาอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปวันที่ 21 ก.ค. ยอดคนดูขณะกว่าล้านวิวแล้ว

https://www.khaosod.co.th/clips/news_449882

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1507642025967278

คนแย่งอาหารกันในร้านบุฟเฟต์

 

https://youtu.be/XDnjt-NMn7I

เปิดตัวหุ่นยนต์ผสมยาตัวแรกประเทศไทย ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช เริ่มใช้ส.ค.นี้

โรงพยาบาลพุทธชินราช ก้าวสู่โรงพยาบาล 4.0 นำหุ่นยนต์ผสมยาเคมีภัณฑ์รักษาโรคมะเร็ง มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความแม่นยำ ลดความเสี่ยง และเตรียมพร้อมเป็นศูนย์กระจายยาไปยังโรงพยาบาลภูมิภาคและเอกชน

ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช อ.เมืองพิษณุโลก เตรียมความพร้อมนำ HEALTH ROBOTICS หรือ โรบอทผสมยา มาดำเนินการใช้ผสมยาเคมี รักษาโรงมะเร็งแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาล ถือเป็นหุ่นยนต์เครื่องแรกที่นำมาใช้ในประเทศไทย ทางโรงพยาบาลจะเริ่มใช้หุ่นยนต์ในการผลิตยาในเดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป

นายจิรวัฒน์ สุวรรณกิจ หัวหน้างานผลิต กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลพุทธชินราช กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลพุทธชินราชถือเป็นโรงพยาบาลรัฐ รับผู้ป่วยโรคมะเร็งเข้ามารักษาทั้งในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดข้างเคียง ซึ่งทุกวันต้องใช้บุคลากรในการผสมยาในแต่ละวันทำให้เสียบุคคลากรในการที่มาให้บริการงานด้านอื่น

ดังนั้นเมื่อโรงพยาบาลพุทธชินราชเตรียมพัฒนาสู่โรงพยาบาล 4.0 จึงตัดสินใจนำ HEALTH ROBOTICS หรือ โรบอตผสมยามาใช้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการผสมยาเคมีภัณฑ์รักษาโรคมะเร็ง โดยกำลังผลิตอยู่ที่ 40 โดส ต่อชั่วโมง

จิรวัฒน์ สุวรรณกิจ

ปัจจุบันโรงพยาบาลพุทธชินราชใช้ปริมาณยาเคมีภัณฑ์รักษาโรคมะเร็งอยู่ที่ 120 – 200 โดสต่อวัน การใช้ HEALTH ROBOTICS หรือ โรบ็อตผสมยา จะมีความแม่นยำอย่างมากลดความเสี่ยงต่อการผสมยาผิดปริมาณ ลดปริมาณบุคลากรที่มาผสมยาไปปฏิบัติงานอื่นได้

นอกจากนี้ยังเตรียมความพร้อมที่เป็นศูนย์กระจายยาเคมีภัณฑ์รักษาโรคมะเร็งให้กับโรงพยาบาลภูมิภาครอบโรงพยาบาลพุทธชินราช รวมทั้งโรงพยาบาลเอกชนด้วย

สำหรับเครื่อง HEALTH ROBOTICS หรือ โรบ็อตผสมยา นำเข้ามาจากประเทศอิตาลี ปัจจุบันในประเทศไทยมีโรงพยาบาลพุทธชินราชที่มีความพร้อมใช้เป็นแห่งแรก โดยได้ก่อสร้างสถานที่และติดตั้งเครื่องเป็นที่เรียบร้อย และอีกแห่งที่โรงยาบาลหาดใหญ่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและติดตั้ง

https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_449121

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1506693406062140

ภาพเคลื่อนไหว แสดงความเร็วสัมพัทธ์ (ความรู้ทางฟิสิกส์)

 car

เมื่อชนเข้ากับรถที่วิ่งข้างหน้า ตัวผู้ขี่มอเตอร์ไซด์สามารถขึ้นไปยืนบนหลังรถได้ เพราะ ความเร็วรถมอเตอร์ไซด์กับรถเก๋ง  เท่ากันหรือใกล้เคียงกัน

จึงเสมือนความเร็วเป็น

ศูนย์หรือหยุดนิ่ง

https://www.facebook.com/rmutphysics1/videos/1502260889797480/

ความเร็วสัมพัทธ์ (Relative Velocity)

     การจะบอกว่าวัตถุอยู่ที่ตำแหน่งใดให้ชัดเจน และเป็นที่เข้าใจกันได้เป็นอย่างดี ย่อมต้องมีจุดอ้างอิงและแกนอ้างอิง นั่นคือ มีระบบโคออร์ดิเนตอ้างอิง ถ้ามีผู้สังเกตสองคน ต่างใช้ระบบโคออร์ดิเนตของตนเองและเคลื่อนที่สัมพัทธ์กัน นั่นคือ ระบบหนึ่งมีความเร็ว เมื่อเทียบกับอีกระบบหนึ่ง สิ่งนี้เป็นไปได้เสมอ เมื่อเป็นเช่นนี้ วัตถุที่เห็นอยู่นิ่งในระบบหนึ่ง ก็จะปรากฎในอีกระบบหนึ่ง ตัวอย่างเช่น ขณะที่รถไฟวิ่งด้วยความเร็วคงตัวผ่านชานชาลา แห่งหนึ่งผู้โดยสารในรถไฟทำของหล่นจากมือลงพื้น ผู้สังเกตในรถไฟเห็นวัตถุนั้นตกลง ด้วยความเร่งในแนวดิ่ง ทั้งนี้เทียบกับตัวเองในรถไฟ ส่วนผู้ที่อยู่บนชานชาลานอกรถไฟ มองผ่านหน้าต่างเห็นว่าวัตถุตกลงเป็นวิถีโค้งแบบโพรเจกไทล์

      ตัวอย่างของการสังเกตที่เกี่ยวกับความเร็วสัมพัทธ์ เช่น ขณะที่ฝนตก ให้เม็ดฝนมีขนาดที่ทำให้ตกด้วยความเร็วสม่ำเสมอ 10 เมตรต่อวินาที และตกลงในแนวดิ่งในอากาศนิ่ง (สำหรับผุ้สังเกตอยู่นิ่ง) สำหรับผู้สังเกตที่อยู่ในรถยนต์วิ่งด้วยความเร็ว 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (10 เมตรต่อวินาที) จะเห็นเม็ดฝนตกอย่างไร ซึ่งความเร็วของเม็ดฝนที่เห็นจะเป็นความเร็วสัมพัทธ์กับผู้สังเกตที่เคลื่อนที่นั่นเอง สิ่งที่ลอยอยู่นิ่งในอากาศข้างหน้าของผู้สังเกตที่ออยู่ในรถ ผู้สังเกตย่อมเห็น สิ่งนั้นเคลื่อนที่เข้าหาด้วยความเร็วมีขนาดเท่าที่รถวิ่ง ซึ่งหมายถึงความเร็วในทิศตรงกันข้าม กับการเคลื่อนที่ของตนเอง สิ่งที่อยู่นิ่งด้านข้าง หรือหลังของผู้สังเกตก็จะปรากฎมีความเร็วเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผู้สังเกตจึงจะเห็นเม็ดฝนมีความเร็วเดิม บวกด้วยความเร็วมีทิศตรงกันข้ามกับความเร็ว