เรื่องทั้งหมดโดย charud

Google เปิดตัว Draco โครงการ Open Source บีบอัดไฟล์ภาพและวิดีโอ 3D เตรียมรับ VR และ AR

Google ประกาศเปิดตัวโครงการ Open Source ใหม่ภายใต้ชื่อ Draco เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูล 3D Model สำหรับรองรับการเติบโตของเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) ที่จะเป็นที่นิยมในอนาคต

 

โครงการ Draco นี้ถูกริเริ่มโดยทีม Google Chrome Media ในฐานะของ Compression Library สำหรับข้อมูล 3D โดยเฉพาะ เพื่อให้ลดพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลและปริมาณ Bandwidth ที่ต้องใช้ในการรับส่งข้อมูลเหล่านี้ โดย Draco นี้รองรับการบีบอัดข้อมูล Polygon Mesh, Point-cloud Data, Point, Connectivity Information, Texture Coordinate, Color Information, Normal และค่าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Geometry ทั้งหมด

Draco นี้สามารถบีบอัดข้อมูล 3D ได้เล็กกว่าการใช้ Zip เป็นอย่างมาก และทำให้ Browser สามารถโหลดข้อมูล AR/VR ได้เร็วกว่าเดิมยิ่งขึ้น ในขณะที่โครงการ Draco นี้ก็รองรับการ Decode ได้ทั้งในภาษา C++ และ JavaScript ทำให้สามารถรองรับการทำงานร่วมกับ 3D Web Viewer ได้ด้วย

อนาคตเมื่อ AR/VR เป็นที่นิยม ภายในระบบ Internet นั้นจะเต็มไปด้วยการรับส่งข้อมูล Geometry เหล่านี้อย่างแน่นอน การที่ Google ออกมาพัฒนาเทคโนโลยีบีบอัดข้อมูลสำหรับ 3D โดยเฉพาะก็ถือเป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นในอนาคตอย่างชัดเจน

ปัจจุบันโครงการ Draco นี้ถูกเผยแพร่อยู่ที่ https://github.com/google/draco ส่วนตัวอย่างการนำ JavaScript Decoder ไปใช้งานใน 3D Viewer นั้นอยู่ที่ https://threejs.org/ แล้วครับ

ที่มา: https://opensource.googleblog.com/2017/01/introducing-draco-compression-for-3d.html

นักวิทย์ชี้ เคยมีน้ำท่วมใหญ่บนดาวอังคาร พร้อมร่องรอยเอเลี่ยนในอดีต !?

a2_7

นักวิทยาศาสตร์เผย ดาวอังคารเคยเกิดเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ โดยวิเคราะห์จากหลักฐานต่าง ๆ ของนาซา ชี้ น้ำน่าจะยังขังอยู่ใต้ดิน และอาจพบร่องรอยสิ่งมีชีวิตในอดีตก็เป็นได้

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 เว็บไซต์มิเรอร์ เปิดเผยว่า หลังจากองค์การนาซาได้เผยแพร่รูปภาพและข้อมูลเกี่ยวกับการค้นพบน้ำบนดาวอังคาร ก็ได้มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ และมหาวิทยาลัยอิสระแห่งบาร์เซโลน่า ออกมาระบุว่า เคยมีน้ำท่วมครั้งใหญ่บนดาวอังคารเมื่อกว่า 3 พันล้านปีก่อน

นักวิทยาศาสตร์กลุ่มดังกล่าวได้ตีพิมพ์บทความงานวิจัยเกี่ยวกับกรณีนี้ ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่เน้นไปที่การชี้ให้เห็นถึงสาเหตุของน้ำท่วมครั้งมโหฬารของดาวอังคาร

พวกเขาเสนอแนวคิดที่ว่า อาจเกิดเหตุการณ์ที่น้ำแข็งและตะกอนต่าง ๆ ซึ่งสะสมอยู่ระหว่างหุบเขาละลายกลายเป็นของเหลว โดยมีลาวาใต้พื้นดินที่ร้อนระอุเป็นตัวการและทำให้เกิดน้ำท่วมดวงดาวในที่สุด ซึ่งการเกิดน้ำท่วมครั้งนี้อาจชะทำลายร่องรอยของสิ่งที่เคยมีชีวิตอยู่บนดาวไปก็ได้ คาดการณ์กันว่า ปริมาณของน้ำที่ท่วมดวงดาวนั้นน่าจะมากพอที่จะจม

นอกจากนี้พวกเขายังระบุว่า ถึงแม้ว่าเหตุการณ์น้ำท่วมดาวอังคารจะผ่านมาหลายพันล้านปีแล้วก็ตาม แต่น่าจะยังมีร่องรอยของแหล่งน้ำขนาดใหญ่อยู่ใต้พื้นผิวดาว เช่นเดียวกับความเป็นไปได้ว่าอาจพบร่องรอยของสิ่งที่เคยมีชีวิตอยู่ด้วยเช่นกัน โดยของสภาพแวดล้อมในช่วงเวลานั้น ก็อาจช่วยรักษาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนดาวเอาไว้ เช่นเดียวกับบนโลก ที่ร่องรอยของสิ่งมีชีวิตเมื่อบรรพกาลจมอยู่ใต้ดินและค่อยถูกค้นพบในปัจจุบัน

เหล่านักวิทยาศาสตร์หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หากมีการค้นพบแหล่งน้ำขนาดใหญ่บนดาวอังคารอย่างที่พวกเขาคาดการณ์ไว้จริง ๆ จะเป็นประโยชน์ต่อการวิจัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร และเป็นประโยชน์ต่อกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ที่อาจเกิดขึ้นบนดาวอังคารในอนาคต

ที่มา : www.kapook.com

ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/127262แแ

ในปี 2020 งานของ Data Scientist จะถูกจัดการโดยอัตโนมัติเกินกว่า 40%

ในปี 2020 งานของ Data Scientist จะถูกจัดการโดยอัตโนมัติเกินกว่า 40%

Gartner ได้ออกมาทำนายถึงแนวโน้มในอนาคตสำหรับวงการ Data Science สำหรับปี 2020 เอาไว้ ซึ่งทางทีมงาน TechTalkThai เห็นว่าค่อนข้างน่าสนใจจึงขอนำมาสรุปให้ได้อ่านกันดังนี้ครับ

Credit: ShutterStock.com
  • ภายในปี 2020 งานในสาย Data Science จะถูก Automate เกินกว่า 40% และทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานโดยรวมของเหล่า Data Scientist สูงขึ้น
  • จะมีกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า Citizen Data Scientist ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่คอยสร้าง Model ใหม่ๆ ด้วยการนำเทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกมาใช้ แต่คนกลุ่มนี้จะไม่ใช่คนที่มาจากสายสถิติหรือสายวิเคราะห์ข้อมูล แต่จะเป็นคนในสายงานอื่น
  • Citizen Data Scientist นี้จะเป็นคนกลุ่มที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างการทำ Self-service Analytics โดยเหล่าผู้ใช้งานในเชิงธุรกิจ และเทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลแบบซับซ้อนโดยเหล่า Data Scientist
  • เหล่าผู้ผลิตซอฟต์แวร์ทางด้าน Data Analytics จะต้องแข่งขันกันที่ความง่ายในการใช้งาน และการทำงานต่างๆ โดยอัตโนมัติมากขึ้น เพื่อให้เหล่าองค์กรสามารถนำไปใช้สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันกันได้มากขึ้น
  • ภายในปี 2019 กลุ่ม Citizen Data Scientist มีแนวโน้มที่จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลแบบซับซ้อนเป็นปริมาณมากกว่ากลุ่ม Data Scientist เพราะการขาดแคลนของ Data Scientist และความง่ายของเครื่องมือต่างๆ ที่ทำให้กลุ่ม Citizen Data Scientist สามารถทำงานได้มากขึ้น
  • แหล่งข้อมูลจะมีจำนวนมหาศาลขึ้น และก็จะมี Data Type ที่มีความซับซ้อนสูงขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจรายงานฉบับเต็ม สามารถซื้อได้ที่ https://www.gartner.com/doc/3531618 เลยนะครับ

ที่มา: http://www.gartner.com/newsroom/id/3570917

ที่มา:  https://www.techtalkthai.com/gartner-says-40-percent-of-data-scientists-tasks-will-be-automated-by-2020/

“SpaceX” บริษัทเอกชนผู้ให้บริการการสำรวจอวกาศ สามารถส่งจรวดสู่ชั้นบรรยากาศสำเร็จ

10151DB6-99B9-4AB4-A0B6-35775C29917E_cx0_cy10_cw0_w987_r1_s_r1

 

“SpaceX” บริษัทเอกชนผู้ให้บริการการสำรวจอวกาศ สามารถส่งจรวดสู่ชั้นบรรยากาศสำเร็จเป็นครั้งแรก หลังจากที่เกิดเหตุระเบิดเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

ในครั้งนี้ SpaceX สามารถส่งจรวด Falcon 9 จากฐานทัพอากาศ Vandenberg ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

กระสวยลำดังกล่าวตกลงที่ฐานในมหาสมุทรแปซิฟิกตามที่วางแผนไว้ หลังจากที่นำดาวเทียม 10 ดวงขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเพื่อโคจรรอบโลก

CCCE4A6B-F5E7-4DA5-9502-B516E94EBD3E_w610_r0_s

โครงการนี้เป็นพัฒนาการสำคัญต่อการนำส่วนประกอบของจรวดที่เคยใช้แล้วมาใช้ใหม่อีกครั้ง

บริษัท SpaceX วางแผนที่จะส่งมนุษย์อวกาศออกไปนอกโลก และส่งยานอวกาศสู่ดาวอังคารในปีหน้า

ที่มา : http://www.voathai.com/a/spacex/3677744.html

หุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่แทนคนขับรถบรรทุกอาจสามารถทำงานแทนมนุษย์ 3 ล้าน 5 แสนตำแหน่งในอนาคต

62ECCF76-3FFC-45E8-AC2E-48726F13C43E_cx0_cy8_cw0_w987_r1_s_r1

นักวิจัยกล่าวว่าหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่แทนคนขับรถบรรทุกอาจสามารถทำงานแทนมนุษย์ 3 ล้าน 5 แสนตำแหน่งในอนาคต

Chan Lieu อดีตเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน National Highway Traffic Safety Administration กล่าวว่า ยุคแห่งยานพาหนะที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ขับเคลื่อนอาจมาถึงเร็วกว่าที่คิด

เพราะในปัจจุบันมีการใช้รถบรรทุกที่ไม่ต้องใช้คนนั่งขับไปด้วยสำหรับกิจการเหมืองแร่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในสหรัฐฯ งานหลายชนิด เช่น ช่างไฟฟ้า และช่างประปา ยังคงเป็นอาชีพที่เป็นที่ต้องการ

นักวิเคราะห์ Ken Simonson จากกลุ่ม Associated General Contractors พยากรณ์ว่าอุตสาหกรรมต่างๆ น่าจะยังคงเผชิญความยากลำบากอย่างต่อเนื่อง ในการหาแรงงานฝีมือที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาทำงาน

ที่มา : http://www.voathai.com/a/truck-driving-robot/3653697.html

PROJECT VALERIE โน๊ตบุ๊คสุดเทพจาก Razer ที่สามารถแยกหน้าจอ 4K ออกมาได้ 3 หน้าจอ

9327_1701061137515H

Razer เปิดตัว PROJECT VALERIE โน๊ตบุ๊ครุ่นแรกของโลกที่มีถึง 3 หน้าจอภายในตัว แม้ว่ามันจะเป็นโน๊ตบุ๊คไซส์ 17 นิ้ว ที่หนักถึง 5.4 กิโลกรัม แต่ว่าหากเทียบกับการแบกเครื่องพีซีระดับนี้พร้อมกับหน้าจอ ก็ถือว่าเบามากๆ เลยล่ะ

im3im2

im1im4

PROJECT VALERIE มาพร้อมกับหน้าจอความละเอียด 4K แบบ IGZO ขนาด 17.3 นิ้ว ทั้งหมด 3 หน้าจอ รองรับเทคโนโลยี NVIDIA G-SYNC เมื่อเปิดใช้ 3 หน้าจอพร้อมกับจะได้ความละเอียดถึง 12K เลยทีเดียว ฮาร์ดแวร์ภายในใช้ Intel Core i7-6700 quad-core, แรม 32GB DDR4 และการ์ดจอ Nvidia GeForce GTX 1080 GPU 8GB GDDR5X VRAM ในการทำงาน

ตัวคีย์บอร์ดเป็นแบบ Ultra-low-profile switch mechanical keyboard, Trackpad ขนาดใหญ่พิเศษไว้ฝั่งขวาของแป้นคีย์บอร์ด รองรับเทคโนโลยี Razer Chroma เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมส์และความสวยงาม

ที่มา : www.razerzone.com

http://news.thaiware.com/9327.html

 

ชี้เพลิงสุริยะไม่ได้ทำให้เกิด”โลกร้อน”

09

 

    นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพของโลกหรือภาวะโลกร้อนนั้น ไม่ได้รับอิทธิพลมาจากการเปลี่ยนแปลงความร้อนของดวงอาทิตย์เลย

งานวิจัยชิ้นนี้นับว่าเปลี่ยนมุมของของนักวิทยาศาสตร์ที่เคยเชื่อกันว่า คาบของการเปลี่ยนจากความอุ่นและความเย็นของภูมิอากาศบนโลกนั้นได้รับอิทธิพลมาจากการพวยพุ่งของพลังงานของดวงอาทิตย์ที่มีลักษณะเป็นคาบๆ

ในงานวิจัยครั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามศึกษาหาสาเหตุของภาวะโลกร้อนของซีกโลกเหนือในช่วง 1000 ปีที่ผ่านมา และได้แสดงให้เห็นว่า กุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศก่อนปี 1800 นั้นคือ ภูเขาไฟระเบิด ซึ่งจะทำให้แสงอาทิตย์ส่องถึงโลกน้อยลง ทำให้โลกเย็นลง อากาศแห้งลง จากนั้น ช่วงปี 1900 เป็นต้นมา แก๊สเรือนกระจกจึงค่อยเลื่อนตัวเองขึ้นเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน

การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ในช่วงที่เพลิงสุริยะบนดวงอาทิตย์ลดความรุนแรงลงนั้นไม่ได้ทำให้อุณหภูมิบนโลกเปลี่ยนไปเลย นักวิทยาศาสตร์ไม่ควรนำมาเกี่ยวข้องกัน และเชื่อว่า การศึกษาครั้งนี้จะช่วยปรับความเข้าใจและทำให้นักวิทยาศาสตร์ทำนายสภาพอากาศได้ดียิ่งขึ้น

ในการศึกษาครั้งนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ สก็อตแลนด์ ได้ทำการศึกษาอุณหภูมิที่ผ่านมาของโลกพร้อมกับข้อมูลจากวงแหวนสามวงและแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์อื่นๆ จากนั้นได้เปรียบเทียบข้อมูลนี้กับแบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศในอดีตที่ผ่านมา โดยใส่ตัวแปรแบบให้ดวงอาทิตย์แปรปรวนมากและแปรปรวนน้อย

นักวิจัยพบว่า เมื่อให้การเปลี่ยนแปลงพลังงานของดวงอาทิตย์มีความสัมพันธ์กับแบบจำลองน้อย แบบจำลองให้ค่าที่ค่อนข้างสอดคล้องกับอุณหภูมิจริง ซึ่งหมายความว่า กิจกรรมบนดวงอาทิตย์ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรกับอุณหภูมิในช่วงพันปีที่ผ่านมาเลย

งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการ Nature GeoScience แล้ว

*ที่มา http://www.vcharkarn.com/vnews/447949

“สเปซเอ็กซ์” ยิงจรวดส่งดาวเทียมสำเร็จ หลังระเบิดเมื่อปีที่แล้ว

 

"สเปซเอ็กซ์" ยิงจรวดส่งดาวเทียมสำเร็จ หลังระเบิดเมื่อปีที่แล้ว

บริษัทสเปซเอ็กซ์ ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวดส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร หลังเกิดเหตุระเบิดระหว่างทดสอบเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

วันนี้ (15 ม.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทสเปซเอ็กซ์ปล่อยจรวดฟอลคอน-ไนน์ จากฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์ก ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เพื่อนำดาวเทียม 10 ดวงของบริษัทอิริเดียม คอมมิวนิเคชัน ขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งถือเป็นภารกิจแรกหลังเกิดเหตุระเบิดระหว่างการทดสอบยิงจรวดของบริษัทสเปซเอ็กซ์ ที่ฐานปล่อยจรวดในรัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา

ขณะที่เจ้าหน้าที่บริษัทสเปซเอ็กซ์ ตรวจสอบสาเหตุของการระเบิดครั้งก่อนอย่างละเอียด พร้อมดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุระเบิดอีก

ภารกิจครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของบริษัทสเปซเอ็กซ์ในการส่งดาวเทียมอีก 70 ดวงของภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 354,000 ล้านบาท ขึ้นสู่ห้วงอวกาศ

 

ที่มา* http://news.thaipbs.or.th/content/259521

วิทยาศาสตร์จากฟองสบู่

วิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังศิลปะการเป่าฟองสบู่นั้น ไม่ใช่ความหนาของฟิล์มสบู่ แต่คือความเร็วในการเป่าอากาศออกมาต่างหากที่กำหนดให้เกิดฟองสบู่ขึ้น

“มันเป็นอะไรที่เยี่ยมมากที่สามารถอธิบายการทดลองง่ายๆ นี้ได้ซึ่งพวกเรามีประสบการณ์กับสิ่งเหล่านี้มาตลอดชีวิต” Laurent Courbin นักฟิสิกส์ที่ University of Rennes ในประเทศฝรั่งเศส กล่าว

Courbin และทีมวิจัยของเขาได้ทำการค้นหาการศึกษาเกี่ยวกับฟองสบู่กว่าทศวรรษ แต่พวกเขาไม่สามารถหาคำอธิบายเกี่ยวกับหลักการทางฟิสิกส์ที่อยู่เบื้องหลังการเป่าฟองสบู่ได้เลย ดังนั้นทีมวิจัยของเขาได้ทำการสร้างอุปกรณ์ที่คล้ายคลึงกับไม้เป่าฟองสบู่ ที่สามารถทำการปรับความกว้างได้และควบคุมชั้นของฟองสบู่ได้ด้วย นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการเป่าอุปกรณ์สร้างฟองสบู่ที่สร้างขึ้นด้วยแรงดันสูง แรงดันอากาศที่เร็วจะผลักให้เกิดฟองอากาศขึ้น การเคลื่อนตัวของอากาศที่ช้าจะแค่เข้าขยับที่ฟิล์มของสบู่เท่านั้น

ในการอธิบายสิ่งนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้วิธีการทางคณิตศาสตร์มาใช้ในการอธิบาย พวกเขาทำการทำนายความเร็วที่น้อยที่สุดภายใต้สภาวะที่แตกต่างกันออกไป สมการทางคณิตศาสตร์ต้องการค้นหาว่าความเร็วนี้ว่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อหัวปล่อยแก็สนั้นวางถูกที่แล้ว มันมีความแตกต่างกันหรือไม่เมื่อลมที่พัดออกมามีความกว้างมากกว่าตัวฟิล์ม มีหลายๆ สิ่งที่สามารถระบุได้ว่าความเร็วของแก๊สนั้นต้องเป็นเท่าไหร่ที่จะทำให้เกิดฟองสบู่ สิ่งเหล่านี้ประกอบไปด้วยความหนาแน่นของแก๊สที่ใช้ในการเป่า ความกว้างของฟิล์มสบู่ และระยะทางของหัวแก๊สที่ใช้ในการเป่าว่าห่างจากฟิล์มเท่าไหร่ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ขนาดของรูปล่อยแก๊ส

นักวิจัยทำการเป่าฟองสบู่พร้อมทั้งเพิ่มขนาดของรูที่ใช้ในการปล่อยแก๊ส พวกเขาเริ่มต้นด้วยท่อขนาดเล็กกว่ามิลลิเมตร (0.04 นิ้ว) จะไปถึงท่อลมที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 20 เซนติเมตร (8 นิ้ว) จากการทดลอง ความเร็วที่น้อยที่สุดที่ใช้ในการเป่าฟองสบู่จะอยู่ในช่วงของความเร็วตั้งแต่ 10 m/s ไปจนถึง 100 m/s

“การศึกษานั้นได้ให้ข้อมูลในเชิงฟิสิกส์ที่เห็นภาพได้อย่างชัดเจน” Howard Stone กล่าว เขาทำการศึกษาเกี่ยวกับศาสตร์ของไหลที่ Princeton University ใน New Jersey ทีมวิจัยของ Courbin ได้แสดงให้เห็นถึงวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับกายภาพของแรงตึงผิว แต่พวกเขานำแรงบันดาลใจมาจากบางสิ่งที่คุณพบได้ในพิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ หรือแม้กระทั่งพิพิธภัณฑ์เด็ก

“ในตอนนี้ ได้มีการอธิบายวิทยาศาสตร์จากฟองสบู่ไปแล้ว การศึกษาต่อไปในอนาคตคือการทดสอบความแตกต่างของของไหลว่าจะมีผลเป็นอย่างไร” Courbin กล่าว

ที่มา: https://student.societyforscience.org/article/blowing-bubbles-science

ที่มา http://www.vcharkarn.com/vnews/504544

เปิดตัวเทคโนโลยี ‘โดรน’ ไร้คนขับ เพิ่มมิติการรักษาความปลอดภัยแทนมนุษย์

t4_drones

บริษัทนวัตกรรมจากอิสราเอลเปิดตัวเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยแบบใหม่ที่ใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน บินตรวจตราและสอดส่องทางอากาศ โดยเชื่อว่าจะเสริมศักยภาพการรักษาความปลอดภัยได้รวดเร็วกว่ามนุษย์

เทคโนโลยีแบบใหม่ที่ใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน บินตรวจตรารักษาความปลอดภัยจากมุมสูงตลอดเวลา อาจจะกลายเป็นโจทย์ใหม่ ที่มีแนวโน้มนำไปสู่การเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการรักษาความปลอดภัยในอนาคตไปโดยสิ้นเชิง

และอากาศยาน ‘โดรน’ ที่มีชื่อเรียกว่า Percepto คือคำตอบของการรักษาความปลอดภัยแบบใหม่นี้

Ariel Avitan ผู้บริหารบริษัทผลิตอากาศยานโดรนรักษาความปลอดภัยจากอิสราเอล บอกว่า หลักการทำงานของโดรน เพอร์เซ็บโท (Percepto) มีหน้าที่สนับสนุนการรักษาความปลอดภัยใน 3 ระดับ

ขั้นแรกคือ ศักยภาพในการตรวจจับบุคคล หรือรถยนต์ ที่เข้ามาในพื้นที่ ในระดับที่สามารถระบุตัวบุคคลและยานพาหนะผ่านระบบคอมพิวเตอร์ว่าเป็นภัยคุกคามหรือไม่

ขั้นที่สองคือ การส่งสัญญาณเตือนหากมีสิ่งผิดปกติ หรือมีผู้ต้องสงสัยเข้ามาใกล้เขตทำการ รวมทั้งสามารถสั่งให้บินติดตามผู้ต้องสงสัย จนกว่าจะสามารถส่งกำลังเสริมไปจัดการได้

ผู้บริหารบริษัทผลิต โดรน Percepto บอกด้วยว่า ข้อมูลเกี่ยวกับรูปภาพบุคคล นับหมื่นๆ รูป รวมทั้งลักษณะของมนุษย์ในแบบต่างๆ ทั้งขนาดและรูปร่าง จะได้รับการป้อนเข้าสู่ระบบการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ เพื่อให้โดรนสามารถพิจารณาแยกแยะ และพิจารณาว่าลักษณะการกระทำแบบไหนที่ถือเป็นอันตราย

Ofir Bar Levev ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยจาก Tyco Innovation บอกว่า เป้าหมายของการใช้โดรนนั้น มีหัวใจอยู่ที่การส่งข้อมูลหรือเตือนสิ่งผิกปกติที่เกิดขึ้นได้รวดเร็วและแม่นยำ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ทราบอย่างทันท่วงที

เขาบอกว่าโดรนจะสามารถเติมเต็มระบบการรักษาความปลอดภัยได้มากกว่าการใช้กล้องวงจรปิดที่เห็นกันอยู่ทั่วไป ขณะเดียวกันยังช่วยลดจำนวนคนในการเปลี่ยนกะ หรือการส่งเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนตรวจตราในพื้นที่

นอกจากนี้ยังเชื่อมั่นว่า การใช้อุปกรณ์อัจฉริยะจับตาอยู่ตลอดเวลา จะช่วยตอบสนองสถานการณ์เฉพาะหน้าได้รวดเร็วกว่าความสามารถของมนุษย์

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า โดรนชนิดนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการตรวจตราและรักษาความปลอดภัยในเขตพื้นที่กว้างใหญ่ เช่น ทุ่งแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ ท่อส่งน้ำมัน เป็นต้น

แต่อากาศยานชนิดนี้ยังคงต้องรอการรับอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ควบคุมการบินก่อน ถึงจะสามารถส่งออกปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย และตรวจจับสายลับที่อาจแทรกซึมเข้ามาได้