ถุงหนีไฟ   fire escape chute

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1562279000503580

     ถุงหนีไฟ   fire escape chute เป็นอุปกรณ์หนีไฟที่ยังไม่เป็นที่คุ้นเคยของคนไทยนัก เป็นทางเลือกอีกทางสำหรับการหนีไฟ ถุงหนีไฟเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งสำหรับอาคารสูง เพื่อลำเลียงหรืออพยพผู้ประสบภัยจากอาคารลงมาตามแนวดิ่ง ประกอบด้วยวัสดุใยสังเคราะห์สามชั้น ชั้นนอกทำจาก fibre glass   ทนความร้อนจากเปลวเพลิงได้ ๖๕๐-๘๐๐ องศาเซลเซียส   ชั้นกลางทำจาก jersey ผ้ายืดที่ยืดหดได้ สามารถทนอุณหภูมิได้   ๑๐๘-๑๙๐ องศาเซลเซียส   ชั้นในสุดทำจากวัสดุ kevlar ที่มีความเหนียวและทนทาน   สามารถรับน้ำหนักคนที่ลงผ่านถุงได้ไม่น้อยกว่า ๓๐ คน

1506036761293

 

อุปกรณ์นี้ติดตั้งอยู่บน platform ที่ทำจากวัสดุเหล็กเหนียว carbon steel   สามารถลำเลียงคนจากชั้น ๑๕ ลงมาสู่พื้นดินอย่างปลอดภัย โดยการหย่อนตัวลงในถุงหนีไฟอย่างช้า ๆ ยื่นมือออกไป ชันเข่าขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถไปเรื่อย ๆ สลับไปมา ถ้ากางแขนและขามากจะทำให้การลงช้าหรือหยุด ไม่ควรปล่อยให้ตัวเคลื่อนลงมาเร็วเกินไป         การใช้ถุงหนีไฟน่าจะปลอดภัยกว่าการโรยตัวหนีไฟทางเฮลิคอปเตอร์ถึงแม้ว่าการกระโดดถุงหนีไฟมีข้อควรระวังอยู่บ้าง   คือถ้าปล่อยตัวลงมาเร็วเกินไป ข้อศอกและปลายเท้าจะเสียดสีกับวัสดุภายในถุงหนีไฟทำให้เกิดความร้อน รวมทั้งการกระทบกระทั่งกันระหว่างที่อยู่ในถุงหนีไฟ แต่ก็นับว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการถูกไฟลวกหรือไฟคลอกตาย “ ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม สำนักพิมพ์สารคดี ”

ลือสนั่น ใกล้ถึงวันสิ้นโลก! ดาวเคราะห์ลึกลับ นิบิรุ จะพุ่งชน 23ก.ย.นี้


(ภาพประกอบ จากยูทูบ)นักเลขศาสตร์ มะกัน เดวิด มี้ด เตือน ดาวเคราะห์ปริศนา ‘นิบิรุ’ หรือ แพลนเนท เอ็กซ์กำลังจะพุ่งชนโลก 23ก.ย.2017 จนโลกและมนุษยชาติถึงกาลอวสาน ทั้งที่นาซายืนยันมาตลอด ข่าวลือเรื่องนี้ เป็นข่าวหลอกลวง ดาวนิบิรุไม่มีจริง

เมื่อ 21 ก.ย.60 สื่อต่างประเทศยังคงรายงานครึกโครมข่าวลือเกี่ยวกับ ดาวเคราะห์ลึกลับ นิบิรุ หรือ Planet X (แพลเนท เอกซ์) ที่จะพุ่งชนโลก และถึงกับมีการทำนายกันว่า วันที่ 23 ก.ย.2017 นี้ คือวันโลกาวินาศ เป็นวันที่ดาวนิบิรุ ชนโลก โดยเว็บไซต์ ฟอกซ์นิวส์ รายงานว่า นายเดวิด มี้ด นักเลขศาสตร์ ชาวอเมริกัน  ผู้แต่งหนังสือชื่อ Planet X:The 2017 Arrival (แพลเนต เอ็กซ์ : เดอะ 2017 อาร์ไรวอล) ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้แก่แวดวงดาราศาสตร์ไม่น้อย อ้างว่า วันที่ 23ก.ย.2017 นี้ จะเป็นวันที่มีดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ นิบิรุ หรือ แพลเนท เอ็กซ์ พุ่งชนโลก จนเกิดภัยพิบัติหายนะ โลกและมนุษยชาติจะถึงกาลอวสาน

นายเดวิด มี้ด ชี้ว่า เหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานที่ผ่านมา อาทิ การเกิดสุริยุปราคา และเฮอริเคน ฮาร์วีย์ คือ สัญญาณที่ระบุไว้ในบันทึกทางศาสนาของยิวหรือคริสเตียน (ระหว่างช่วง 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึงปีคริสต์ศักราชที่ 300)

อย่างไรก็ตาม ด้าน องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ(นาซา) ของสหรัฐฯ ยืนยันซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า ดาวเคราะห์ นิบิรุ เป็นเพียงเรื่องหลอกลวงบนอินเทอร์เน็ตและดาวนิบิรุ หรือ แพลเนท เอ็กซ์ ไม่ได้มีอยู่จริงแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เมื่อต้นปี 2017 มีหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ Planet X:The 2017 Arrival (แพลเนต เอ็กซ์ : เดอะ 2017 อาร์ไรวอล เขียนโดยนาย เดวิด มี๊ด ที่สร้างความฮือฮาปั่นป่วนให้กับแวดวงดาราศาสตร์ โดยผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ อ้างว่า มีดาวเคราะห์ลึกลับดวงหนึ่ง ที่เรียกว่า แพลเนท เอ็กซ์ หรือนิบิรุ กำลังโคจรเข้าหาโลกและจะชนโลกในเดือนตุลาคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะทำลายล้างชนิดที่ทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกสูญพันธุ์ไปหมด

อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เล่มแรกที่พูดถึง ดาวปริศนา แพลเนท เอ็กซ์ เพราะนาซาชี้ว่า ต้นตอที่เป็นทฤษฎีสมคบคิด (Conspirasy Theories) นี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2538 แล้ว โดยแนนซี ไลเดอร์ ซึ่งอ้างว่า ตัวเองเป็นสื่อกลางระหว่างมนุษยชาติกับมนุษย์ต่างดาวจากระบบดาวฤกษ์ซีตาเรติคิวลีได้

https://www.thairath.co.th/content/1076530

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1561637763901037

แปลภาษาสุดเจ๋ง

11

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1562271017171045

หยิง จาง ผู้ร่วมก่อตั้งมีเซย์ บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีด้านการสื่อสารจากประเทศจีน เปิดตัวมีเซย์ (Mesay) เครื่องแปลภาษาสุดไฮเทค มาในรูปแบบคล้ายเครื่องอัดเสียง ขนาดกะทัดรัด และมีน้ำหนักเบาแค่ 45 กรัม ใช้งานง่าย สะดวก และรวดเร็ว เพียงกดปุ่มตรงกลางเพื่อพูดประโยคที่ต้องการแปลเป็นภาษาอื่น

เบื้องต้นมีภาษาตั้งต้น 2 ภาษา คือ จีน และอังกฤษ จากนั้นเลือกคำสั่งการแปลภาษาจากเมนูบนหน้าจอสัมผัส เพื่อแปลจากภาษาหลักเป็นภาษาอื่นๆ อีก 15 ภาษา ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน โปรตุเกส อิตาลี รัสเซีย สวีเดน โปแลนด์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ นอร์เวย์ ดัตช์ และคาตาลัน รอไม่ถึง 2 วินาทีมีเซย์จะแปลภาษาโดยแสดงทางหน้าจอ พร้อมกับเสียงที่ออกลำโพง หรือหูฟัง

ข้อดีของมีเซย์ที่แตกต่างจากเครื่องแปลภาษา และแอพพลิเคชั่นแปลภาษาที่มีในปัจจุบัน คือ มีเซย์ทำงานแบบออฟไลน์ แม้ไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายทางโทรคมนาคม และอินเตอร์เน็ต ก็แปลภาษาได้ ช่วยให้เวลาเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศกลายเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น

ชาวเน็ตแห่แชร์ภาพ-คลิป ปรากฏการณ์ ‘เมฆอาร์คัส’ เหนือท้องฟ้าโคราช

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1561315510599929

ชาวโคราช แห่ถ่ายภาพ-คลิปปรากฏการณ์ ‘เมฆอาร์คัส หรือ เมฆม้วน’ เหนือท้องฟ้าช่วงเช้าของวันนี้ ก่อนนำมาแชร์ในสังคมออนไลน์
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (20 ก.ย. 60) เกิดปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า โดยมีก้อนเมฆม้วนตัวเป็นแนวยาวเหนือท้องฟ้า และเคลื่อนตัวคล้ายกับคลื่นยักษ์ ซึ่งพาดผ่านหลายอำเภอใน จ.นครราชสีมา สร้างความตื่นเต้นและตื่นตาให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ซึ่งก้อนเมฆประหลาดนี้เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมแต่ละอำเภอประมาณ 30 นาที ระหว่างที่ครอบคลุมก็จะมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกลงมาเป็นระยะ ผู้ที่พบเห็นต่างถ่ายภาพแล้วนำมาโพสต์แชร์ในสังคมออนไลน์กันเป็นจำนวนมาก

จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าเป็นปรากฏการณ์ “เมฆอาร์คัส” Roll Cloud หรือ เมฆม้วน ทั้งนี้ มีการระบุว่า เมฆรูปทรงนี้เป็นเมฆประเภทก่อตัวต่ำ เกิดขึ้นเมื่อมวลอากาศเย็นปะทะมวลอากาศอุ่นชื้น จึงผลักมวลอากาศอุ่นชื้นขึ้นไปด้านบน จากนั้นกระแสลมแรงได้ทำให้เมฆม้วนตัวเป็นทางยาวขนานไปกับพื้นผิวโลก โดยก่อนเกิดเมฆม้วน มีฝนตกในพื้นที่สลับกับอากาศร้อนจัด จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น.

(ภาพจาก 61ข่าวภัย ปภ.)

https://www.thairath.co.th/content/1075760

เปิดคลิปนาทีแผ่นดินไหวเม็กซิโก ตึกถล่มพังเละ-แม่น้ำเขย่าทั้งสาย ตายแล้วนับร้อย


เปิดคลิปนาทีแผ่นดินไหวเม็กซิโก ตึกถล่มพังเละ… โดย rmutphysics
เปิดคลิปนาทีแผ่นดินไหวเม็กซิโก ตึกถล่มพังเละ… โดย rmutphysics

เอพีและบีบีซีรายงานเหตุภัยพิบัติเขย่าขวัญชาวเม็กซิกัน เมื่อวันที่ 19 ก.ย.เมื่อเกิดแผ่นดินไหววัดแรงสั่นสะเทือนได้ที่ 7.1 แม็กนิจูด เขย่าอาคารในกรุงเม็กซิโกซิตี้ พังทลายลงมา เช่นเดียวกับเมืองใกล้เคียง ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก พบแล้วอย่างน้อย 140 ศพ ส่วนใหญ่อยู่ที่รัฐมอเลโรส และรัฐปวยบลา ส่วนผู้คนในเมืองหลวงต่างวิ่งหนีจากอาคารด้วยอาการตื่นตระหนกและเสียขวัญ

เหตุการณ์นี้นอกจากจะเกิดห่างจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อ 11 วันก่อน ทางตะวันตกเฉียงใต้ ที่มีขนาดความรุนแรง 8.1 แม็กนิจูด มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 รายแล้ว ยังเกิดตรงกับวันครบรอบ 32 ปีเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของประเทศ ที่เคยคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 10,000 รายอีกด้วย

สำหรับเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ครั้งนี้ ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ในเมืองอาเตนซินโก รัฐปวยบลา ห่างจากกรุงเม็กซิโก ซิตี ถึง 120 ก.ม. และอยู่ลึกลงไป 51 ก.ม. นายพอล เอิร์ล แห่งสำนักงานธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริการะบุว่า ไม่ใช่อาฟเตอร์ช็อกของเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ก.ย. แต่เป็นแผ่นดินไหวครั้งใหม่

ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากครั้งที่แล้วถึง 650 ก.ม. และเป็นผลมาจากการปะทะชนกันของรอยเลื่อนของเปลือกโลกสองแผ่น

ต่อมาประธานาธิบดีเอ็นริเก เปญา เนียโต ผู้นำเม็กซิโก ทวีตข้อความว่า มีอาคารถล่มในเมืองหลวงเนื่องจากแรงแผ่นดินไหวอย่างน้อย 27 หลัง และขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการไปยืนขวางถนน เพื่อให้รถของหน่วยกู้ภัยเดินทางเข้าไปยังจุดเกิดเหตุได้ง่ายขึ้น

โดยหลังเกิดเหตุได้มีการแชร์ภาพและคลิปวิดีโอบนโซเชี่ยล เป็นสถานการณ์ผู้คนต่างพากันวิ่งหนีอย่างจ้าละหวั่น บ้านเรือนมากมายกลายเป็นซากปรักหักพัง

https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_518575

รถดัมพ์ 45 ตันเป็นยานยนต์ไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในโลกและยังผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าที่ใช้

largest-electric-vehicle-1-715x400

ทีมนักวิจัยที่สวิตเซอร์แลนด์ได้เปลี่ยนรถดัมพ์ขนาด 45 ตันยี่ห้อ Komatsu ที่เดิมใช้เครื่องยนต์ดีเซล ให้มาใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าทั้งหมด กลายเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และน่าสนใจมากที่ในระหว่างทำงานมันสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าที่มันใช้จนเหลือส่งกลับเข้าระบบจ่ายไฟฟ้าได้อีกด้วยนักวิจัยที่สถาบัน Empa ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ร่วมกับบริษัท Kuhn Group ผู้ขายรถดัมพ์ยี่ห้อ Komatsu ทั่วยุโรป ได้สร้างต้นแบบรถดัมพ์ไฟฟ้าโดยการนำรถดัมพ์ใช้แล้ว Komatsu รุ่น HD 605-7 มาดัดแปลงถอดเครื่องยนต์ดีเซลและระบบขับเคลื่อนเดิมออกไป แล้วติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่พร้อมกับระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์เข้าไปแทนที่ จากการทดลองใช้พบว่ามันทำงานได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อแบตเตอรี่ที่ใช้ประกอบด้วยเซลล์ชนิดนิกเกิล-แมงกานีส-โคบอลต์ จำนวน 1,440 เซลล์ มีความจุ 700 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยติดตั้งกับรถยนต์ เทียบเท่ากับแบตเตอรี่ที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ราว 8 ตัว ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้เป็นระบบขับเคลื่อนนั้นจะถูกใช้ทำหน้าที่เป็นเบรกด้วยและในการเบรกสามารถผลิตไฟฟ้าได้อีกต่างหากรถต้นแบบถูกนำไปทดลองใช้งานที่เหมืองหินของโรงงานปูนซีเมนต์แห่งหนึ่ง วิ่งรถเปล่าขึ้นไปบนภูเขาสูง ขากลับบรรทุกหินน้ำหนัก 65 ตันวิ่งลงเขามาเทออกที่ข้างล่าง แล้ววิ่งรถเปล่ากลับขึ้นไปใหม่ ไม่น่าเชื่อว่าในแต่ละเที่ยวมันสามารถผลิตไฟฟ้าจากการเบรกและชาร์จกลับไปที่แบตเตอรี่ได้ราว 40 kWh ซึ่งทีมงานบอกว่ามากกว่าปริมาณที่มันใช้ราว 10%

อีกไม่กี่เดือนข้างหน้ารถดัมพ์ดัดแปลงที่ถูกเรียกว่า “e-dumper” นี้จะถูกนำกลับไปทำงานที่เหมืองหินอีกครั้ง โดยจะทำงานได้วันละ 20 เที่ยว คาดว่ามันจะสามารถผลิตไฟฟ้าส่วนเกินได้ราวเที่ยวละ 10 kWh ซึ่งจะทำให้รถ Komatsu รุ่น HD 605-7 เปลี่ยนจากรถที่เสียงดังและกินน้ำมันอย่างมหาศาลในแต่ละวันพร้อมกับปล่อยมลพิษออกมามากมาย กลายเป็นรถที่ประหยัด เงียบกว่าเดิม ไม่ปล่อยมลพิษ และยังสามารถจ่ายไฟฟ้ากลับเข้าระบบในทุกๆวันอีกด้วย

ไม่เพียงแต่รถเก๋งเท่านั้นที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศจากการปล่อยมลพิษ ในภาคการขนส่งและอุตสาหกรรมหนักก็จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล รถบัส รถไฟ รถบรรทุก รถส่งของ แม้กระทั่งเครื่องบินต่างกำลังพัฒนากันอยู่ ความสำเร็จของโครงการ e-dumper จึงน่าสนใจยิ่ง โดยเฉพาะศักยภาพของการให้ผลตอบแทนที่สูงมากในงานบางลักษณะที่เหมาะสม และแบตเตอรี่ชนิดนิกเกิล-แมงกานีส-โคบอลต์ที่อาจเป็นทางเลือกใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

“เซลล์แบตเตอรี่ชนิดนิกเกิล-แมงกานีส-โคบอลต์เป็นทางเลือกของอุตสาหกรรมรถยนต์ของเยอรมันสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นถัดไป” Marcel Held ผู้เชี่ยวชาญแบตเตอรี่ที่สถาบัน Empa กล่าว “แบตเตอรี่บางชนิดมีควัน บางชนิดระเบิดติดไฟ สิ่งสำคัญในขณะนี้คือการทำให้แน่ใจว่าเซลล์แบตเตอรี่จะไม่ถูกทำลายด้วยไฟและความร้อน มิฉะนั้นอาจจะมีความเสี่ยงจากปฏิกิริยาต่อเนื่อง”

โครงการ e-dumper ที่ได้รับเงินทุนจากบริษัทผลิตปูนซีเมนต์ Ciments Vigier SA กำลังอยู่ในกระบวนการดัดแปลงและปรับปรุงรถดัมพ์รุ่นนี้อยู่ หากทุกอย่างสำเร็จตามแผน บริษัท Ciments Vigier จะนำรถ e-dumper จำนวน 8 คันเข้าปฏิบัติงานที่โรงงานปูนซีเมนต์ในอนาคตอันใกล้นี้

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1560390297359117

นวัตกรรมจีนจัดระเบียบข้ามถนน ช่วยป้องกันผู้สัญจรเดินใจลอย

เซี่ยงไฮ้อิสต์รายงานเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ว่ารัฐบาลท้องถิ่นในเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย ออกนวัตกรรมใหม่ในการป้องกันอันตรายที่จะเกิดบนท้องถนนกับการข้ามถนนสำหรับบรรดาผู้ใช้ที่เดินใจลอยไม่สนใจไฟจราจรหรือกระทั่งผู้ใช้จักรยาน

งานออกแบบนี้ใช้เพียงมีเชือกกั้นระหว่างสัญญาณไฟแดง บริเวณทางม้าลาย เชือกกั้นจะยกขึ้นหลังไฟเขียวปรากฏ

ก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลท้องถิ่นของมณฑลเดียวกันนี้เคยนำเครื่องกั้นคล้ายกับในสถานีรถไฟใต้ดินมาใช้เมื่อต้นปีในการป้องกันอุบัติเหตุจากการข้ามถนน แต่ก็ต้องถอดออกหลังจากชาวบ้านร้องเรียนเนื่องจากน่ารำคาญเกินไป กลายเป็นการกีดขวางการสัญจรไปมา

ที่กั้นรูปแบบเก่า

 แฮ็กได้ให้รางวัล! ซัมซุงท้าโลกเจาะระบบกาแล็กซี เอส8-โน้ต8

แอนดรอยด์ อูธอริตี รายงานว่า ซัมซุง หนึ่งใน ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำของโลก จากประเทศเกาหลีใต้ เปิดตัวโครงการ The Samsung Mobile Security Rewards Program

โดยจะมอบรางวัลให้กับทีมนักวิจัยที่สามารถเจาะระบบเครื่องกาแล็กซี เอส 8 และโน้ต 8 ของทางค่ายได้ รวมไปถึงหาจุดบกพร่องทางด้านความปลอดภัยในแอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลให้ทางค่ายนำไปใช้ปรับปรุงต่อ

โดยมีเงินรางวัลสูงสุดถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 6.6 ล้านบาท

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1559691527428994

เผยคลิประทึก เขื่อนน้ำอ้าว ประเทศลาวแตก มวลน้ำไหลทะลักคนงานวิ่งหนีสุดชีวิต

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1559480987450048

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กเพจ “Attapeu Online”  โพสต์คลิปวิดีโอภาพนาทีเขื่อนแตก ในประเทศลาว จากการตรวจสอบหนังสือพิมพ์ Lao Economic Daily พบว่า คือเขื่อนน้ำอ้าว ตั้งอยู่ในเขตเมืองผาไซ แขวงเซียงขวาง ประเทศลาว ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และเริ่มกักเก็บน้ำบางส่วน โดยหลังเขื่อนแตก ทำให้น้ำทะลักออกมาอย่างรวดเร็ว ซัดท่อนซุงจำนวนมากลงมาในพื้นที่ที่มีสิ่งปลูกสร้างลักษณะคล้ายออฟฟิศทำงาน โดยกระแสน้ำจำนวนมากบ่าท่วม 8 หมู่บ้าน ในเขตเมืองท่าโทม แขวงไซสมบูน สร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือน ,เรือกสวนไร่นา และถนนหนทาง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวรายงานว่า มีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์จำนวนมาก ซึ่งทางการลาวได้เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว