ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ Meb mobile e-book คณิตศาสตร์ 3 เรื่อง เวกเตอร์ในสามมิติ ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ ดูคลิป เรื่องราวของคณิตศาสตร์

large (1)

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ Meb mobile e-book คณิตศาสตร์ 3 เรื่อง เวกเตอร์ในสามมิติ ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ ดูคลิป เรื่องราวของคณิตศาสตร์

คลิกที่นี่ ฟรี

คลิป เรื่องราวของคณิตศาสตร์

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ Meb mobile e-book การเคลื่อนที่ และกฎการเคลื่อนที่ ม.ต้น ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ ดูคลิป ดินแดนแห่งน้ำ กับ แรงโน้มถ่วง

large

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ Meb mobile e-book การเคลื่อนที่ และกฎการเคลื่อนที่ ม.ต้น ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ ดูคลิป ดินแดนแห่งน้ำ กับ แรงโน้มถ่วง

คลิกที่นี่  ฟรี

คลิป  ดินแดนแห่งน้ำ กับ แรงโน้มถ่วง

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ Meb mobile e-book ฟิสิกส์ ม.4 เล่ม 1 ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ ดูคลิป ฟิสิกส์รอบตัวเรา

large

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ Meb mobile e-book ฟิสิกส์ ม.4 เล่ม 1 ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ ดูคลิป ฟิสิกส์รอบตัวเรา

 คลิกที่นี่

หรือ

คลิกที่นี่

ถ้าขึ้นว่าฟรี สามารถ ดาวโลดได้เลยครับผม

สมัครรับข่าวสารวิทยาศาสตร์ที่กลุ่ม ฟิสิกส์ราชมงคล  

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ Meb mobile e-book ภาพลวงตาและสิ่งลวงในชีวิตประจำวัน ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ ดูคลิป ลวงตาที่ดีที่สุดที่เคยมี

large (2)

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ Meb mobile e-book ภาพลวงตาและสิ่งลวงในชีวิตประจำวัน  ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ   ดาวน์โลดหนังสือได้โดย  คลิกที่นี่

หรือ

คลิกที่นี่

ถ้าขึ้นว่าฟรี สามารถ ดาวโลดได้เลยครับผม

สมัครรับข่าวสารวิทยาศาสตร์ที่กลุ่ม ฟิสิกส์ราชมงคล  

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ดูคลิป ลวงตาที่ดีที่สุดที่เคยมี

 


ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ Meb mobile e-book ฟิสิกส์ ม.6 เล่ม 2 ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ ดูคลิป อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อัจฉริยะพลิกโลก

large (1)

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ Meb mobile e-book  ฟิสิกส์ ม.6 เล่ม 2  ของ   ดาวน์โลดหนังสือได้โดย  คลิกที่นี่

หรือ

คลิกที่นี่

ถ้าขึ้นว่าฟรี สามารถ ดาวโลดได้เลยครับผม

สมัครรับข่าวสารวิทยาศาสตร์ที่กลุ่ม ฟิสิกส์ราชมงคล  

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ดูคลิป อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อัจฉริยะพลิกโลก

 

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ Meb mobile e-book พลังงานนิวเคลียร์เกิดจากอะไร ทำไมจึงมีพลังงานมหาศาล ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

 

 large

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ Meb mobile e-book พลังงานนิวเคลียร์เกิดจากอะไร ทำไมจึงมีพลังงานมหาศาล ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ  ดาวน์โลดหนังสือได้โดย  คลิกที่นี่

หรือ

คลิกที่นี่

ถ้าขึ้นว่าฟรี สามารถ ดาวโลดได้เลยครับผม

สมัครรับข่าวสารวิทยาศาสตร์ที่กลุ่ม ฟิสิกส์ราชมงคล  

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ดูคลิป ประเทศไทยควรมี

โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์

 

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ Meb mobile e-book พลังงานทางเลือก ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

large

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ Meb mobile e-book พลังงานทางเลือก ของ ผศ.สุชาติ สุภาพดาวน์โลดหนังสือได้โดย  คลิกที่นี่

หรือ

คลิกที่นี่

ถ้าขึ้นว่าฟรี สามารถ ดาวโลดได้เลยครับผม

สมัครรับข่าวสารวิทยาศาสตร์ที่กลุ่ม ฟิสิกส์ราชมงคล  

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ดูคลิปอาคารพลังงานลม

 

รู้จัก “หอเอนปิซ่า″ ถ้ากลับมาตั้งตรง จะยังเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกหรือไม่? ความรู้ทางฟิสิกส์

รู้จัก "หอเอนปิซ่า" ถ้ากลับมาตั้งตรง จะยังเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกหรือไม่?

หอเอนปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ไม่ว่านักท่องเที่ยวคนใดไปเยือนอิตาลี ต่างก็ต้องแวะไปถ่ายรูปกับหอเอนเมืองปิซานี้กันทั้งนั้น

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ทำความรู้จักหอเอนปิซ่า

หอเอนเมืองปิซ่า หรือที่มีชื่อเป็นภาษาอิตาลีว่า Torre Pendente di Pisa ที่ตั้งอยู่ที่จัตุรัส Piazza del Duomo เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 55.86 เมตร

หอเอนแห่งนี้ เริ่มต้นสร้างตั้งแต่คริสต์ศักราช 1173 เมื่อสร้างไปได้ 3 ชั้น การก่อสร้างก็มีอันต้องยุติลงในปี 1178 เนื่องจากภาวะสงคราม ต่อมาในปี 1275 หอเอนแห่งนี้ก็ได้ถูกก่อสร้างต่อเติมโดยสถาปนิกนามว่า จิโอวานนี ดิ ซิโมเน (Giovanni di Simone) แต่การก่อสร้างก็ถูกหยุดไปอีกครั้งในปี 1284 ด้วยภาวะสงครามเช่นเดิม แต่ในที่สุดหอเอนแห่งนี้ก็สร้างเสร็จในปี 1350 รวมระยะเวลา 175 ปี ต่อมามีการสร้างหอระฆังเพิ่มเติม จึงใช้ระยะเวลารวมถึง 177 ปี

สงสัยว่าทำไมถึงไม่ตั้งตรง?

เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า พื้นดินใต้บริเวณการก่อสร้างหอระฆังนั้นเป็นพื้นดินที่นิ่ม มีลักษณะเป็นดินปนทรายและดินโคลน จนทำให้ยุบตัวลงไปในช่วงของการก่อสร้าง เพราะไม่สามารถรับน้ำหนักของหอคอยได้

แต่วัสดุที่นำมาสร้างหอคอย ได้แก่ หินปูนและปูนขาว ซึ่งมีคุณสมบัติในการโค้งงอและทนต่อแรงต่างๆ ได้ดีกว่าวัสดุประเภทหิน ส่งผลให้หอคอยแห่งนี้ไม่ถล่ม แต่กลับกลายเป็นค่อยๆ เอนลงมาแทน

การไปเที่ยวหอเอนปิซ่า

เมืองปิซ่า อยู่ห่างจากมิลานประมาณ 4 ชั่วโมง หากเดินทางด้วยรถไฟ ส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวมักจะมาแวะที่เมืองนี้เพื่อมาถ่ายภาพกับหอเอน โดยมักจะมีครีเอตภาพแปลกๆ อาทิ ผลักหอ ดันหอ เตะ ถีบ หรือเอาหัวโหม่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะแวะเป็นทางผ่านก่อนไปเที่ยวยังเมืองอื่นๆ

เคยมีผู้ทำนายว่าหอคอยจะล้มลงมาในวันหนึ่ง

ในอดีตเคยมีผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์เอาไว้ว่า วันหนึ่งหอคอยแห่งนี้อาจเกิดการถล่มลงมา เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหอคอยแห่งนี้เอียงเพิ่มขึ้น 1 นิ้วทุก 20 ปี และเป็นไปได้ที่จะพังถล่มหากไม่รีบดำเนินการป้องกันใดๆ

หอเอนจะกลับมาตรง?

ล่าสุดนี้ สำนักข่าวต่างประเทศมีการรายงานว่า “หอเอนเมืองปิซ่า” มีแนวโน้มกลับมาตั้งตรง หลังจากที่ทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญใช้เวลาถึง 17 ปีเพื่อบูรณะหอคอยแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันหอคอยแห่งนี้ได้เคลื่อนตัวกลับมา 4 เซนติเมตรแล้ว

ความรู้ทางฟิสิกส์

เหตุที่ล้ม

                ก่อนจะอธิบายเรื่องนี้ ขอกล่าวถึงการทรงตัวของเทหวัตถุต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของลำตัวมนุษย์ วัตถุจะไม่ล้มคว่ำก็ต่อเมื่อเส้นตั้งฉากจากจุดศูนย์ถ่วงผ่านฐานของวัตถุนั้น กระบอกที่เอียงในรูป จะต้องล้มลง แต่ถ้าเส้นตั้งฉากจากจุดศูนย์ถ่วงผ่านฐานของกระบอกแล้ว กระบอกนั้นจะตั้งอยู่ได้โดยไม่ล้มลง

กระบอกนี้ต้องล้มลง เพราะเ้ส้นตั้งฉากจากจุดศูนย์ถ่วงอยู่นอกฐานของกระบอกนั้น

          การที่หอเอนปิซา (Pisa) ที่มีชื่อเสียง (รูป  ก) และโบโลนยา (Bologna) (รูปที่ ข) หรือหอระฆังเอนในอาร์กฮานเกลสก์ (Arkhangelsk) ไม่ล้มพังลงไป ถึงแม้จะมีโครงสร้างที่เอียงกระเท่เร่อยู่ก็ตาม ก็เหตุผลเดียวกันคือเส้นตั้งฉากจากจุดศูนย์ถ่วงไม่ได้อยู่นอกฐานนั่นเอง เหตุผลอีกข้อคือฐานตึกของสิ่งดังกล่าวถูกฝังลึกอยู่ใต้พื้นดินมาก

หอเอนเมืองปิซามองในยามค่ำคืน

รูป ก หอเอียงปิซา

 

รูป ข หอเอนโบโลนยา

พายุงวงช้าง 4 ลูกซ้อนกลางทะเลสตูล มองจากหลีเป๊ะเห็นชัดเจน (คลิป) ความรู้ทางฟิสิกส์

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

พายุงวงช้าง 4 ลูกซ้อนกลางทะเลสตูล มองจากหลีเป๊ะเห็นชัดเจน (คลิป)

หนุ่มแชร์คลิป พายุงวงช้าง เกิด 4 ลูกซ้อนกลางทะเลที่ จ.สตูล มองจากหลีเป๊ะเห็นชัดเจน สร้างความตกใจให้นักท่องเที่ยวอย่างมาก …

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Deaw Erawate Nilsakakul ซึ่งเป็นพนักงานรีสอร์ตบนเกาะหลีเป๊ะ ได้โพสต์คลิปพายุงวงช้าง ได้ก่อตัวขึ้นถึง 4 ลูก ซึ่งก่อตัวนานประมาณ 20 นาที แล้วค่อยๆ สลายตัวไปที่ละลูก สร้างความตกใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

โดยเจ้าของเฟซบุ๊ก บอกว่าตนเองทำงานที่รีสอร์ตบนเกาะหลีเป๊ะ ม.7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.สตูล ในช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ตนกำลังให้บริการอาหารแก่นักท่องเที่ยวหน้ารีสอร์ต ตรงหาดซันไรท์ ของเกาะหลีเป๊ะ แล้วหันไปเห็นพอดี จึงถ่ายคลิปไว้

ซึ่งพายุงวงช้างครั้งนี้เกิดขึ้นไกลมาก แต่สามารถมองเห็นได้ จุดที่เกิดพายุน่าจะใกล้กับเกาะตาหลัง และจุดนั้นมองออกไปจะเห็นว่า มีท้องฟ้ามืดครึ้ม แต่ที่เกาะหลีเป๊ะนั้น ฝนไม่ตก โดยพายุงวงช้างที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นถึง 4 ลูกพร้อมๆ กัน นานประมาณ 20 นาที จากนั้นก็ค่อยๆ สลายตัวแล้วสงบลงไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจเป็นอย่างมาก แต่โชคดีที่จุดเกิดพายุงวงช้าง ห่างจากเกาะหลีเป๊ะไปไกล สำหรับตนเองเคยเห็นพายุง่วงช้างที่ก่อตัวที่ปากบารา อ.ละงู ซึ่งแต่ละครั้งไม่เคยเห็นว่าก่อตัวพร้อมกันมากเช่นนี้ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ก่อตัวพร้อมๆ กัน 4 ลูก และใกล้ๆ กันด้วย.

ขอบคุณภาพ และคลิปจาก เฟซบุ๊ก Deaw Erawate Nilsakakul

ความรู้ทางฟิสิกส์

ทำความรู้จัก พายุงวงช้าง

พายุงวงช้าง

ปรากฏการณ์ “พายุงวงช้าง” มีชื่อที่ถูกต้องคือ “พายุนาคเล่นน้ำ″ หรือ “พวยน้ำ″ (waterspout) หมายถึง ปรากฏการณ์ที่มีลักษณะคล้ายท่อน้ำขนาดใหญ่เชื่อมต่อระหว่างผืนฟ้าและพื้นน้ำ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากลมพัดวนบิดเป็นเกลียว เห็นได้จากเมฆที่มีลักษณะเป็นลำ หรือเป็นกรวยหัวกลับยื่นลงมาจากฐานของเมฆคิวมูโลนิมบัส (เมฆฝนฟ้าคะนอง) และเห็นได้จากพวยน้ำที่พุ่งขึ้นมาเป็นพุ่ม ประกอบด้วยหยดน้ำพุ่งเป็นฝอยขึ้นจากผิวพื้นทะเล มีลมแรงพัดเข้าหาบริเวณศูนย์กลางของพวยน้ำ ยอดของพวยน้ำอาจเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่แตกต่างไปจากฐาน ทำให้แกนเอียงหรือบิดเบี้ยวแล้วหลุดออกจากกันและสลายตัวไป


ซึ่งการเกิดจะคล้ายกับพายุทอร์นาโดที่เกิดขึ้นเหนือพื้นน้ำ แต่มีความรุนแรงน้อยกว่า มักเกิดบ่อยๆ บนพื้นน้ำในเขตร้อน ช่วงวงเวลาที่เกิดปรากฏการณ์นี้กินเวลาไม่นานนักในบางครั้งอาจเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานถึงครึ่งชั่วโมง

10 สุดยอดนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของโลกกับผลงานเด่นและวาทะเด็ด

greatest-inventors-1

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

นักประดิษฐ์คือผู้ที่สร้างสรรค์ คิดค้น พัฒนา สิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้หรือเทคนิคและวิธีการ หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นประโยชน์ซึ่งกลายมาเป็นนวัตกรรมใหม่อันมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ตลอดจนความเป็นอยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การประดิษฐ์ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม แม้ว่านักประดิษฐ์อาจไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือวิศวกร แต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการประดิษฐ์ก็ต้องมีความรู้พื้นฐานหรือประสบการณ์ทางด้านวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรม ที่สำคัญต้องมีความพยายามและมุ่งมั่นในการสร้างผลงาน ในอดีตที่ผ่านมามีนักประดิษฐ์ชั้นแนวหน้ามากมายที่ได้สร้างสิ่งประดิษฐ์ซึ่งมีประโยชน์ต่อมนุษย์มาอย่างต่อเนื่องทุกยุคทุกสมัย

และต่อไปนี้คือ 10 สุดยอดนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกกับผลงานเด่นและวาทะเด็ดของพวกเขา

1. นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla)nikola-tesla-1

นิโคลา เทสลา (ค.ศ. 1856 – 1943) เป็นนักประดิษฐ์ นักฟิสิกส์ และวิศวกรไฟฟ้าชาวเซอร์เบียน-อเมริกัน เป็นผู้สร้างนวัตกรรมล้ำยุคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง สิทธิบัตรของเทสลาและผลงานเชิงทฤษฎีของเขากลายเป็นพื้นฐานของระบบไฟฟ้ากระแสสลับที่ใช้งานทั่วโลกในปัจจุบันได้แก่ ระบบจ่ายกำลังหลายเฟส และมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ เป็นผู้ประดิษฐ์และค้นพบเทคโนโลยีใหม่มากมาย เช่น ขดลวดเทสลา (Tesla coil) เครื่องวัดความเร็วติดรถยนต์ เครื่องกระจายเสียงผ่านวิทยุ วิธีการเปลี่ยนสนามแม่เหล็กเป็นสนามไฟฟ้าซึ่งเป็นที่มาของหน่วยวัดสนามแม่เหล็กเทสลาซึ่งวิศวกรรุ่นหลังตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา นอกจากนี้เขายังได้ศึกษาค้นคว้าเทคโนโลยีล้ำยุคเรื่องการส่งผ่านพลังงานแบบไร้สายหรือเทคโนโลยี wireless ที่ปัจจุบันกำลังเฟื่องฟู

เทสลาเป็นนักประดิษฐ์ยุคเดียวกันเอดิสันแถมยังเป็นคู่แข่งกัน เอดิสันสนับสนุนการใช้ไฟฟ้ากระแสตรงส่วนเทสลาพัฒนาไฟฟ้ากระแสสลับจนถึงกับเกิดสงครามกระแสไฟฟ้า (War of Currents) ซึ่งส่งผลต่ออุตสาหกรรมในยุคนั้นอย่างมาก เทสลามีแนวคิดล้ำยุคมีจินตนาการก้าวไกลเกินกว่าผู้คนยุคเดียวกันมาก เช่น เขามีแนวคิดจะทำโลกทั้งใบให้เป็นสื่อนำไฟฟ้าเพื่อให้สามารถส่งกระแสไฟฟ้าไปให้คนทุกคนในโลกได้ใช้กระแสไฟฟ้าอย่างเสรี หรือคิดสร้างอาวุธลำแสงมหาประลัยที่มีอานุภาพร้ายแรงขนาดแยกโลกของเราให้แตกออกเป็นสองส่วนได้ จนถูกเรียกว่านักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง (mad scientist) หลังจากเทสลาเสียชีวิต FBI ได้สั่งทุกฝ่ายว่าเรื่องราวทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเทสลาต้องถูกจัดการอย่างลับที่สุด และต้องรักษาความลับของสิ่งประดิษฐ์ของเขาให้เป็นความลับตลอดไป นี่คือนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่แต่กลับไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่ากับผลงานของเขา เขาคือ ‘อัจฉริยะที่โลกลืม’

ผลงานเด่น :

– ประดิษฐ์ขดลวดเทสลา
– ประดิษฐ์มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ
– ประดิษฐ์หลอดฟลูออเรสเซนต์
– คิดค้นวิธีการสื่อสารแบบไร้สาย
– คิดค้นรีโมตคอนโทรล

วาทะเด็ด :

– “If your hate could be turned into electricity, it would light up the whole world.” → หากความเกลียดชังของคุณสามารถเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าได้ มันคงจะทำให้โลกทั้งใบสว่างไสวเลยทีเดียว

– “The scientists of today think deeply instead of clearly. One must be sane to think clearly, but one can think deeply and be quite insane.” → นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนี้คิดแบบลึกซึ้งแทนที่จะคิดอย่างชัดแจ้ง คนเราต้องมีสติที่จะคิดอย่างชัดแจ้ง แต่ก็สามารถคิดให้ลึกซึ้งและบ้าคลั่งได้

nikola-tesla-2

2. ทอมัส เอดิสัน (Thomas Edison)thomas-edison-1
ทอมัส เอดิสัน (ค.ศ. 1847 – 1931) เป็นยอดนักประดิษฐ์คนสำคัญของโลกชาวอเมริกา ผลงานของเขาหลายชิ้นได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนให้เป็นสังคมสมัยใหม่ เอดิสันเป็นตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จด้วยความอุตสาหะขยันหมั่นเพียร เขาแทบจะไม่เคยได้เรียนหนังสือในโรงเรียน แต่ทำการศึกษาค้นคว้าทดลองด้วยตัวเองตั้งแต่วัยเด็กจนถึงบั้นปลายของชีวิต เอดิสันสามารถนำเงินที่ได้จากการขายสิทธิบัตรผลงานที่เขาประดิษฐ์ได้ชิ้นแรกมาสร้างโรงงานที่มีห้องปฏิบัติการวิจัยในตัวซึ่งกลายเป็นต้นแบบของโรงงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่ด้วยวัยเพียง 23 ปี

แม้ว่าเอดิสันจะไม่ใช่คนแรกที่ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า แต่เขาเป็นผู้ที่คิดค้นพัฒนาหลอดไฟฟ้าที่ใช้งานตามบ้านเรือนได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านี้เขายังเป็นผู้สร้างโรงจ่ายกระแสไฟฟ้าที่เมืองนิวยอร์ก ลากสายไฟฟ้าไปทั่วเมืองให้ทุกคนมีโอกาสใช้ไฟฟ้าอย่างทั่วถึงกัน และส่งผลให้การใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เอดิสันเป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องบันทึกเสียง, เครื่องบันทึกภาพเคลื่อนไหว ซึ่งต่อมาเขาได้นำมารวมกันกลายเป็นเครื่องถ่ายทำภาพยนตร์ เขายังเป็นผู้ประดิษฐ์แบตเตอรี่ เครื่องผสมปูนซิเมนต์ และสิ่งประดิษฐ์อื่นๆอีกนับพันชิ้น เอดิสันมีสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ภายใต้ชื่อของเขาเป็นจำนวนถึง 1,093 ชิ้น ก่อตั้งบริษัทด้านไฟฟ้าอีกหลายบริษัทรวมทั้งเจเนอรัลอิเล็กทริก (General Electric) บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ของโลก

ผลงานเด่น :

– ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า
– ประดิษฐ์เครื่องบันทึกเสียง
– ประดิษฐ์เครื่องถ่ายภาพเคลื่อนไหว
– ประดิษฐ์แบตเตอรี่

วาทะเด็ด :

– “Genius is one percent inspiration and ninety-nine percent perspiration.” → อัจฉริยะเกิดจากแรงบันดาลใจเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ และอีก 99 เปอร์เซ็นต์คือความอุตสาหะ

– “I have not failed. I’ve just found 10,000 ways that won’t work.” → ผมไม่ได้ล้มเหลวนะ ผมเพิ่งจะพบ 10,000 วิธีที่มันใช้ไม่ได้

thomas-edison-2

3. อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ (Alexander Graham Bell)alexander-graham-bell-1

อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ เป็นนักประดิษฐ์และนักวิทยาศาสตร์ชาวสกอตแลนด์-อเมริกันผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์และได้รับสิทธิบัตรเป็นคนแรก ผลงานนี้ได้สร้างความเจริญก้าวหน้าในการติดต่อสื่อสารของมนุษย์ชนิดพลิกโลก ทั้งในแง่ความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย จนทำให้โทรศัพท์กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน เบลล์ได้อุทิศเวลาและทุ่มเทความพยายามในการทำวิจัยและทำการทดลองประดิษฐ์เครื่องช่วยฟังเสียงสำหรับคนหูหนวกและการส่งสัญญาณเสียงผ่านเส้นลวดมานานหลายปี ในที่สุดเขาก็สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ในฝันของคนสมัยนั้นได้เป็นผลสำเร็จและได้รับสิทธิบัตรเป็นคนแรกในปี 1876

เบลล์ได้ก่อตั้งบริษัทเอทีแอนด์ที (AT&T Inc.) เพื่อให้บริการระบบโทรศัพท์ที่เขาเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นซึ่งต่อมากลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของสหรัฐอเมริกาและของโลก นอกจากนี้เบลล์ยังได้ประดิษฐ์โทรศัพท์แบบไร้สายซึ่งส่งสัญญาณผ่านลำแสงที่เรียกว่า Photophone เขายังเป็นผู้พัฒนาเครื่องตรวจจับโลหะ (Metal Detector) รุ่นแรกๆ รวมทั้งประดิษฐ์เรือไฮโดรฟอยล์ (Hydrofoil) ที่เคยเป็นเจ้าของสถิติโลกความเร็วทางน้ำนาน 2 ทศวรรษอีกด้วย หน่วยวัดระดับความดังของเสียงซึ่งเดิมเรียกว่า Transmission Unit (TU) ได้ถูกปรับเปลี่ยนและเรียกชื่อใหม่เป็นเดซิเบล (Decibel – dB) ตามชื่อของเบลล์เพื่อเป็นเกียรติแก่ยอดนักประดิษฐ์คนเก่งผู้นี้

ผลงานเด่น :

– ประดิษฐ์โทรศัพท์

วาทะเด็ด :

– “The achievement of one goal should be the starting point of another.” → ความสำเร็จของเป้าหมายหนึ่งควรเป็นจุดเริ่มต้นของอีกเป้าหมายหนึ่ง

alexander-graham-bell-2

4. สองพี่น้องตระกูลไรต์ (Wright Brothers)wright-brother-1

ออวิลล์ ไรต์ และ วิลเบอร์ ไรต์ เป็นนักบิน วิศวกร และนักประดิษฐ์ชาวอเมริกันผู้ประดิษฐ์เครื่องบินและนำขึ้นบินสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก สองพี่น้องตระกูลไรต์ที่เรียนจบแค่ชั้นมัธยม ไม่ได้รับประกาศนียบัตรด้วยซ้ำ ใช้เวลาว่างจากอาชีพการเป็นเจ้าของโรงพิมพ์และโรงงานจักรยานมาทำให้ความฝันอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติที่ต้องการบินไปในอากาศได้อย่างนกมาตลอดหลายศตวรรษกลายเป็นจริง ด้วยความกล้าหาญและมานะพยายามพวกเขาได้ทำการศึกษาอย่างจริงจัง สร้างเครื่องบินต้นแบบหลายรุ่น ทำการทดลองบินนับพันครั้ง ผ่านการล้มเหลวมากมายเสียจนเกือบท้อ จนในที่สุดในปี 1903 พวกเขาก็สามารถนำเครื่องบิน Flyer I ขึ้นบินได้สำเร็จเป็นครั้งแรกด้วยระยะการบินแค่ 37 เมตรในเวลา 12 วินาที

สองพี่น้องตระกูลไรต์ปรับปรุงเครื่องบินของเขาเรื่อยมาจนถึงปี 1905 พวกเขาใช้เครื่องบิน Flyer III บินในอากาศได้ไกลถึง 39 กม.ในเวลา 38 นาที เมื่อรัฐบาลสหรัฐยอมรับและให้พวกเขาจดสิทธิบัตรรวมทั้งยังสั่งซื้อเครื่องบินจากพวกเขา หลังจากนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจการบินที่แพร่กระจายไปทั่วโลกและทำให้การเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสารเป็นการเดินทางที่รวดเร็วและปลอดภัยที่สุด ออวิลล์และวิลเบอร์ตั้งบริษัทผลิตเครื่องบินและโรงเรียนสอนนักบินซึ่งน่าจะเติบโตเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ แต่น่าเสียดายที่วิลเบอร์ป่วยเป็นไข้ไทฟอยด์เสียชีวิตในปี 1912 ด้วยวัยเพียง 45 ปี ส่วนออวิลล์ซึ่งไม่ถนัดการทำธุรกิจจึงขายบริษัทแล้วไปเป็นคณะกรรมการการบินแห่งชาติ (NACA) ที่ต่อมากลายเป็นองค์การนาซานานถึง 28 ปี

ผลงานเด่น :

– ประดิษฐ์เครื่องบิน
– นำเครื่องบินขึ้นบินได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

วาทะเด็ด :

– “If birds can glide for long periods of time, then… why can’t I?” → ถ้านกสามารถเหินบินเป็นเวลานานได้, แล้ว … ทำไมผมถึงจะทำไม่ได้?

wright-brother-2

5. อาร์คิมิดีส (Archimedes)archimedes-1

อาร์คิมิดีส (287- 212 ก่อนคริสต์ศักราช) เป็นนักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักปรัชญา นักฟิสิกส์ และวิศวกรชาวกรีก ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบรรดานักวิทยาศาสตร์ชั้นยอดและเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคโบราณ อาร์คิมิดีสมีผลงานด้านวิทยาศาสตร์มากมาย เป็นผู้วางรากฐานให้แก่วิชาสถิตยศาสตร์, สถิตยศาสตร์ของไหล และกลศาสตร์ เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมเครื่องจักรกลหลายชิ้น รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องผ่อนแรงที่ยังใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน งานด้านคณิตศาสตร์อาร์คิมิดีสเป็นผู้คิดวิธีหาพื้นที่และปริมาตรของรูปทรงเรขาคณิตมากมาย อาร์คิมิดีสแสดงให้เห็นว่าค่า π (pi) มีค่ามากกว่า 223/71 แต่น้อยกว่า 22/7 ตัวเลขหลังนี้ถูกนำมาใช้เป็นค่าประมาณของ π มาตลอดจนถึงปัจจุบัน

เรื่องเล่าที่รู้จักกันแพร่หลายที่สุดเกี่ยวกับอาร์คิมิดีสคือตอนที่เขาค้นพบวิธีหาปริมาตรของมงกุฎทองของพระเจ้าเฮียโรที่ 2 เพื่อพิสูจน์ว่ามีการผสมเงินเข้าไปด้วยหรือไม่ อาร์คิมิดีสค้นพบตอนที่เขากำลังอาบน้ำแล้วสังเกตเห็นว่าระดับน้ำในอ่างเพิ่มสูงขึ้นขณะเขาก้าวลงไป จึงคิดวิธีหาปริมาตรของมงกุฎโดยวิธีแทนที่น้ำได้ ซึ่งนำไปสู่การพิสูจน์ได้ว่ามงกุฏทองมีเงินผสมอยู่จริงๆ ด้วยความตื่นเต้นดีใจอาร์คิมิดีสจึงวิ่งออกไปยังท้องถนนทั้งที่ยังแก้ผ้า แล้วร้องตะโกนว่า “ยูเรก้า!” (ภาษากรีกแปลว่าฉันพบแล้ว)

ผลงานเด่น :

– ประดิษฐ์ปั๊มเกลียว (Screw Pump) ที่เรียกกันว่าเกลียวอาร์คิมิดีสซึ่งยังคงใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันสำหรับในการขนถ่ายน้ำ ถ่านหิน และเมล็ดธัญพืช
– ประดิษฐ์เครื่องผ่อนแรงหลายชนิด เช่น คานดีดคานงัด (Law of Lever) และลูกรอกใช้ สำหรับยกของหนักซึ่งยังใช้งานกันอยู่ถึงปัจจุบันเช่นกัน
– คิดค้นสูตรคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการหาพื้นที่และปริมาตรของทรงกลม ทรงกระบอก ทรงกรวย ภาคตัดกรวย ฯลฯ
– คิดค้นกฎของอาร์คิมีดีส (Archimedes Principle) ที่เป็นรากฐานของวิชาสถิตยศาสตร์ของไหลและใช้ในการหาความถ่วงจำเพาะของวัตถุ

วาทะเด็ด :

– “Eureka!” → ฉันพบแล้ว

– “Give me a place to stand, and a lever long enough, and I will move the world.” → หาที่ยืนกับคานงัดที่ยาวพอให้ฉันสิ แล้วฉันจะเคลื่อนโลกให้ดู

archimedes-2

6. เจมส์ วัตต์ (James Watt)james-watt-1

เจมส์ วัตต์ เป็นนักประดิษฐ์และวิศวกรเครื่องกลชาวสกอตแลนด์ผู้พัฒนาเครื่องจักรไอน้ำจนทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพสูงเป็นต้นแบบให้กับเครื่องยนต์ใช้น้ำมันในปัจจุบัน วัตต์ขวนขวายเรียนรู้เพื่อเป็นนักประดิษฐ์เครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์ เขาได้เป็นผู้ช่วยซ่อมแซมเครื่องมือให้กับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ จนมีโอกาสได้ซ่อมเครื่องจักรไอน้ำของมหาวิทยาลัยรุ่นที่ Thomas Newcomen เป็นผู้ประดิษฐ์ จากนั้นวัตต์ซึ่งสนใจในเรื่องนี้มากอยู่แล้วจึงได้ปรับปรุงและพัฒนาเครื่องจักรไอน้ำในแบบของเขาเองอยู่นานหลายปีและสร้างเครื่องแรกเสร็จในปี 1776 ซึ่งมันทำงานได้ราบเรียบและมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมมาก เครื่องจักรไอน้ำของวัตต์จึงได้รับความนิยมและถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆมากมายจนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมทั้งในประเทศอังกฤษและทั่วโลก

นอกจากวัตต์จะเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาเครื่องจักรไอน้ำแบบสันดาปแยก (Separate Condenser) ซึ่งทำให้เขาได้รับสิทธิบัตรใบแรกแล้ว เขายังได้ประดิษฐ์เครื่องจักรและอุปกรณ์เสริมที่ทำให้เครื่องจักรไอน้ำมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น อุปกรณ์ควบคุมเครื่องจักรแบบลูกเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง (Centrifugal Governor) , ระบบเฟืองสุริยะ (Sun and Planet Gear), ข้อต่อประสานสามคาน (Three Bar Linkage), เครื่องจักรตีเหล็ก, เครื่องจักรปั่นฝ้าย ฯลฯ วัตต์ยังเป็นผู้คิดและริเริ่มการใช้หน่วยแรงม้า (Horsepower) สำหรับวัดกำลังของเครื่องจักรที่ยังใช้งานจนถึงปัจจุบัน ชื่อ “วัตต์ (watt – W)” ถูกนำไปใช้เป็นหน่วยของพลังงานเพื่อเป็นเกียรติแก่เขาในฐานะนักประดิษฐ์คนสำคัญของโลก

ผลงานเด่น :

– ประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำแบบสันดาปแยก
– ประดิษฐ์อุปกรณ์เสริมเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักรไอน้ำหลายอย่าง

วาทะเด็ด :

– “A lie can run around the world before the truth can get it’s boots on.” → เรื่องโกหกสามารถแพร่ไปได้ทั่วโลกก่อนที่ความจริงจะเริ่มเผยออกมา

james-watt-2

7. ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี (Tim Berners-Lee)tim-berners-lee-1

ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี เป็นวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ชาวอังกฤษผู้คิดค้นระบบข้อมูลข่าวสารบนอินเตอร์เน็ตที่เรียกว่า World Wide Web (WWW) อันทรงพลังที่ทำให้ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เบอร์เนอร์ส-ลีมีแนวคิดเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 1980 แต่มีโอกาสได้ทำจริงในปี 1990 เขานำแนวคิดเรื่อง Hypertext เชื่อมโยงเข้ากับ Transmission Control Protocol (TCP) ซึ่งเป็นโปรโตคอลหลักของเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและแนวคิดระบบการตั้งชื่อโดเมน (Domain Name System: DNS) สร้างเป็น WWW โดยเขาได้ออกแบบและสร้างเว็บเบราว์เซอร์ตัวแรกของโลกกับสร้างเว็บเซิร์ฟเวอร์ขึ้น แล้วนำเว็บไซต์แรกของโลกออนไลน์ในปี 1911 หลังจากนั้น WWW ก็ได้รับความนิยมและกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันเบอร์เนอร์ส-ลียังเป็นศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและสถาบัน MIT เขาได้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท World Wide Web Consortium (W3C) เพื่อดูแลการพัฒนา WWW อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีบทบาทและมีส่วนร่วมในองค์กรสำคัญอีกหลายแห่ง จากผลงานการคิดค้น WWW ที่สร้างความเจริญก้าวหน้าในด้านการค้นหาและการเผยแพร่ความรู้และข้อมูลข่าวสารชนิดเปลี่ยนโลกนี้ ทำให้เขาได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย รวมทั้งได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวินโดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ของอังกฤษ และได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในบุคคลที่สำคัญที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20

ผลงานเด่น :

– ประดิษฐ์คิดค้น World Wide Web

วาทะเด็ด :

– “Innovation is serendipity, so you don’t know what people will make.” → นวัตกรรมคือความโชคดีในความบังเอิญ, ดังนั้นคุณจึงไม่ทราบหรอกว่าผู้คนจะสร้างอะไร

tim-berners-lee-2

8. กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei)galileo-galilei-1

กาลิเลโอ กาลิเลอี (ค.ศ. 1564 – 1642) นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลีผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิวัติวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เป็นคนแรกที่นำคณิตศาสตร์และการทดลองมาใช้เป็นเครื่องมือในการพิสูจน์กฎเกณฑ์ทางธรรมชาติอย่างเป็นระบบอันเป็นรากฐานของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน กาลิเลโอค้นพบและสร้างกฎเพนดูลัม (Pendulum) หรือกฎการแกว่งของนาฬิกาลูกตุ้มที่นำไปสู่การสร้างนาฬิกาให้เที่ยงตรง เขาได้ทดลองปล่อยวัตถุสองอย่างที่มวลไม่เท่ากันจากหอเอนปีซาแต่ตกถึงพื้นพร้อมกันที่ทุกคนจำได้ดี กาลิเลโอประดิษฐ์และพัฒนากล้องโทรทรรศน์ให้สามารถส่องดูดวงดาวได้อย่างชัดเจน กาลิเลโอพบว่าผิวดวงจันทร์ขรุขระมีภูเขาและหุบเหว พบว่าทางช้างเผือกอัดแน่นไปด้วยดาวฤกษ์จำนวนมาก พบวงแหวนของดาวเสาร์ พบจุดดับบนดวงอาทิตย์ พบดวงจันทร์บริวารสำคัญของดาวพฤหัสบดี 4 ดวง และจากการเฝ้าสังเกตการณ์ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีนี่เองที่ทำให้กาลิเลโอพิสูจน์ได้ว่าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์

การค้นพบว่าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์สนับสนุนทฤษฎีของโคเปอร์นิคัสที่เสนอให้ดวงอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล ไม่ใช่ดวงอาทิตย์และดาวอื่นๆทั้งหมดโคจรรอบโลกอย่างที่เชื่อกันมานับพันปีได้ทำให้เกิดการต่อต้านจากศาสนจักรเพราะขัดแย้งกับคำสอนในสมัยนั้น กาลิเลโอถูกสั่งห้ามพูดเกี่ยวกับทฤษฎีของโคเปอร์นิคัส แต่กาลิเลโอยังคงมุ่งมั่นค้นคว้าด้านดาราศาสตร์ต่อไปและมีผลงานเป็นหนังสือออกมาอีก ทำให้เขาถูกต่อต้านอย่างหนัก หนังสือก็ถูกห้ามขายในอิตาลี และตัวเขาถูกกล่าวหาเป็นคนนอกรีตต้องโทษจำคุก ต่อมาเขาถูกบังคับให้กล่าวคำขอโทษเพื่อแลกกับชีวิตและอิสระ แต่ยังถูกควบคุมในบ้านหลังหนึ่งตลอดชีวิต ระหว่างถูกควบคุมตัวเขาก็ยังมีผลงานเขียนหนังสือเล่มสำคัญ กระทั่งช่วงบั้นปลายชีวิตแม้ตาของเขาบอดทั้งสองข้างกาลิเลโอก็ยังทำงานวิจัยต่อไปโดยให้ลูกศิษย์ทำการสังเกตและรายงานผลให้เขาวิเคราะห์ เขาคือนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่โดยแท้

ผลงานเด่น :

– คิดค้นกฎเพนดูลัม
– พิสูจน์ทฤษฎีวัตถุหนักหรือเบาตกถึงพื้นพร้อมกันเสมอ
– พัฒนากล้องโทรทรรศน์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจนส่องดูดาวได้
– ค้นพบดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี 4 ดวง
– ค้นพบวงแหวนดาวเสาร์

วาทะเด็ด :

– “We cannot teach people anything, we can only help them discover it within themselves.” → เราไม่สามารถสอนสิ่งใดให้กับใครได้เลย เราทำได้แค่เพียงช่วยให้เขาค้นพบมันด้วยตัวเขาเอง

– “I have never met a man so ignorant that I couldn’t learn something from him.” → ฉันไม่เคยเจอใครที่โง่เขลามากจนฉันไม่สามารถเรียนรู้อะไรจากเขาได้เลย

galileo-galilei-2

9. โยฮันน์ กูเทนแบร์ก (Johann Gutenberg)johannes-gutenberg-1

โยฮันน์ กูเทนแบร์ก เป็นช่างเหล็ก ช่างทอง และนักประดิษฐ์ชาวเยอรมันผู้พัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์ซึ่งนำไปสู่การปฏิวัติการพิมพ์อันเป็นก้าวสำคัญของการเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของมนุษย์ กูเทนแบร์กไม่ได้เพียงแค่ประดิษฐ์แท่นพิมพ์แบบกดรุ่นใหม่ที่พัฒนาจากเครื่องอัดแบบเกลียวที่ใช้ทำเหล้าองุ่นเท่านั้น เขายังคิดค้นเทคนิคการนำโลหะผสมมาหล่อเป็นตัวพิมพ์แบบถอดได้ซึ่งช่วยให้สามารถผลิตตัวพิมพ์ได้รวดเร็วแม่นยำ ต้นทุนต่ำ และทนทาน รวมทั้งการนำหมึกพิมพ์แบบผสมน้ำมันมาใช้ในการพิมพ์หนังสือ กูเทนแบร์กใช้เวลานานหลายปีในการพัฒนาระบบและอุปกรณ์การพิมพ์ของเขาจนสำเร็จในปี 1455 โดยผลงานสำคัญชิ้นแรกเป็นการพิมพ์คัมภีร์ไบเบิลฉบับกูเทนแบร์กที่มักเรียกกันว่าไบเบิล 42 บรรทัด (42-line Bible) ซึ่งพิมพ์ออกมาราว 180 เล่ม

การพัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์ของกูเทนแบร์กส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายทั่วโลก หนังสือถูกผลิตขึ้นมากมายมหาศาล ข่าวสารถูกส่งต่อแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ความรู้ได้รับการเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางก่อให้เกิดการพัฒนาตามมาอย่างต่อเนื่อง คล้ายๆกับการเกิดขึ้นของอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน แต่น่าเสียดายที่กูเทนแบร์กกลับไม่ได้รับอานิสงส์ใดๆจากการทุ่มเทต่อสิ่งนี้เลย เนื่องจากเขาได้กู้ยืมเงินจากนายทุนมาทำการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ก่อนที่มันจะสามารถสร้างรายได้เขากลับถูกนายทุนฟ้องเรียกเงินคืนและถูกศาลตัดสินให้กิจการทั้งหมดของเขาตกเป็นของนายทุน ส่วนตัวเขากลายเป็นบุคคลล้มละลาย

ผลงานเด่น :

– พัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์
– ประดิษฐ์แท่นพิมพ์แบบกดรุ่นถอดตัวพิมพ์ได้

วาทะเด็ด :

– “God suffers in the multitude of souls whom His word can not reach.” → พระเจ้าทนทุกข์ทรมานในหมู่คนผู้ซึ่งคำพูดของพระองค์ไม่สามารถเข้าถึงได้

johannes-gutenberg-2

10. เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci)Leonardo-da-Vinci-00

ดาวินชี เป็นศิลปินชาวอิตาลีผู้มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งยุคเรอเนสซองส์ เริ่มมีผลงานที่ฉายแววความเป็นอัฉริยะด้านศิลปะด้วยการเขียนภาพ Adoration of the Magi ก่อนที่จะออกจากฟลอเรนซ์ไปอยู่ที่เมืองมิลานในปี 1482 ดาวินชี ทำงานอยู่ที่มิลานนานถึง 17 ปี พร้อมกับสร้างผลงานชั้นยอดมากมาย รวมทั้ง The Last Supper, Virgin of the Rocks, Lady with an Ermine และ Vitruvian Man ที่เป็นหนึ่งในบรรดาภาพสเก็ตช์อันลือลั่นซึ่งเป็นความสามารถที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวยากจะมีใครเทียบได้

ปี 1503 ดาวินชี กลับมาอยู่ที่เมืองฟลอเรนซ์อีกครั้งหนึ่ง และคราวนี้ได้สร้างผลงานภาพเขียนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ‘Mona Lisa’ เขาใช้เวลาในการเขียนภาพสุดพิเศษนี้นานหลายปี ในปี 1515 ดาวินชี เดินทางไปกรุงปารีสเพื่อรับตำแหน่งจิตรกรเอกและวิศวกรของราชสำนักฝรั่งเศส พร้อมกับหิ้วภาพสุดรักสุดหวงที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ไปด้วย แล้วไม่ได้กลับมาที่อิตาลีอีกเลย

นอกจากความอัจฉริยะในด้านศิลปะแล้วดาวินชียังได้ศึกษาค้นคว้าด้านวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาสำหรับร่างกายของมนุษย์ และเขายังได้คิดประดิษฐ์อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตไว้มากมายหลายอย่างด้วยแนวคิดและจินตนาการที่ล้ำหน้าเหนือยุค โดยเขาได้บันทึกไว้เป็นภาพวาดแสดงแนวคิดอย่างละเอียดพร้อมคำอธิบายประกอบ สิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นบางส่วนถูกสร้างขึ้นจริงภายหลังยุคของดาวินชีหลายร้อยปี สิ่งประดิษฐ์จากแนวคิดของดาวินชีที่โดดเด่นได้แก่ หุ่นยนต์ เฮลิคอปเตอร์ ปืนกล รถถัง ตลับลูกปืน ชุดดำน้ำ ฯลฯ ดาวินชีคือสุดยอดอัจฉริยะทั้งวิทย์และศิลป์ตัวจริงหนี่งเดียวของโลก

ผลงานเด่น :

– สร้างสุดยอดภาพเขียนระดับโลกจำนวนมาก
– แนวคิดประดิษฐ์อุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตจำนวนมาก

วาทะเด็ด :

– “Tears come from the heart and not from the brain.” → น้ำตาหลั่งรินออกมาจากหัวใจ ไม่ใช่สมอง

– “Simplicity is the ultimate sophistication.” → ความเรียบง่ายคือที่สุดของความซับซ้อน

da-vinci

ข้อมูลและภาพจาก   biographyonline.net, britannica, wikipedia