ไขมันในเลือด : พบชายไขมันสูงจนเลือดเปลี่ยนเป็นสีขาว แพทย์ต้องรักษาด้วยวิธีโบราณ

Image # 2. ชายอ้วน

วารสารการแพทย์ Annals of Internal Medicine รายงานถึงกรณีของคนไข้ชายชาวเยอรมันผู้หนึ่งที่เกิดภาวะเลือดข้น จนเลือดเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีขาวขุ่นคล้ายน้ำนม ซึ่งอาการเช่นนี้เกิดจากการที่มีไขมันบางชนิดในเลือดสูงมากจนเกินไป ทั้งยังสามารถทำให้คนไข้เสียชีวิตโดยฉับพลันได้

คนไข้วัย 39 ปีผู้นี้ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคโลญ หลังเกิดอาการปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน เซื่องซึม และร่างกายเริ่มตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกลดลงทุกขณะ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจเกิดอาการลมชักและหมดสติถึงขั้นโคมาได้

จากการตรวจวินิจฉัยเบื้องต้น แพทย์พบว่าชายผู้นี้มีภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง (Hypertriglyceridemia) แต่มีอาการอยู่ในขั้นรุนแรงสุดขั้วยิ่งกว่าคนไข้ทั่วไป

ไตรกลีเซอไรด์นั้นเป็นโมเลกุลไขมันชนิดหนึ่งที่ตับสังเคราะห์ขึ้นเอง แต่สามารถมีความเข้มข้นในร่างกายเพิ่มขึ้นได้จากชนิดและปริมาณของอาหารที่รับประทานเข้าไปด้วย

คนทั่วไปจะมีความเข้มข้นของไตรกลีเซอไรด์ในเลือดไม่เกิน 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL) ส่วนคนที่มีไตรกลีเซอไรด์ในระดับ “สูงมาก” จะมีอยู่ราว 500 mg/dL แต่คนไข้ชายที่เลือดเปลี่ยนเป็นสีขาวผู้นี้ มีระดับไตรกลีเซอไรด์ถึง 18,000 mg/dL ซึ่งนับว่าสูงยิ่งกว่าระดับ “สูงมาก” อยู่ถึง 36 เท่า

 

Image # 3. การตรวจวัดระดับไตรกลีเซอไรด์ซึ่งเป็นไขมันชนิดหนึ่งในเลือด จะให้ข้อมูลที่เป็นแนวทางในการดูแลรักษาสุขภาพได้

ตามปกติแล้วแพทย์จะรักษาภาวะเลือดข้นจากไตรกลีเซอไรด์ด้วยการใช้เครื่องไตเทียมฟอกเลือด เพื่อขจัดเอาโมเลกุลของไขมันและสารพิษอื่น ๆ ออก แต่ในกรณีของชายผู้นี้ ไขมันในเลือดที่มีความเข้มข้นและความหนืดสูงได้เข้าไปอุดตันภายในอุปกรณ์ดังกล่าวถึง 2 ครั้ง ทำให้แพทย์ต้องหาทางรักษาด้วยวิธีอื่น

หลังจากพิจารณาหาทางเลือกกันอย่างรอบด้าน แพทย์ตัดสินใจใช้วิธีทำให้คนไข้เสียเลือด (Bloodletting) ซึ่งเป็นวิธีรักษาโรคที่แพร่หลายอย่างมากในโลกตะวันตกยุคศตวรรษที่ 18 และ 19 และมีความเก่าแก่นับย้อนไปได้ถึงยุคอียิปต์โบราณราวสามพันปีที่แล้ว แต่ในปัจจุบันวงการแพทย์ไม่นิยมใช้วิธีนี้อีกต่อไป

วิธีนี้จะทำให้คนไข้เกิดบาดแผลเพื่อขับเอา “เลือดเสีย” ออกมา ซึ่งในกรณีนี้แพทย์ทำให้ชายคนดังกล่าวเสียเลือดที่มีไขมันสูงในร่างกายราว 2 ลิตร ก่อนจะถ่ายเอาเซลล์เม็ดเลือดแดงเข้มข้นและพลาสมาจากผู้บริจาคที่มีสุขภาพดีเข้าไปแทนที่ ทำให้เขารอดชีวิตจากภาวะเลือดข้นรุนแรงมาได้

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ชายผู้นี้มีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงอย่างรุนแรงสุดขั้วนั้น รายงานของแพทย์ชี้ว่ามาจากปัจจัยหลายอย่างที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน โดยชายผู้นี้มีประวัติเป็นโรคอ้วนและเบาหวานอยู่ก่อนแล้ว ทั้งยังมีพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ถูกต้องและไม่ยอมกินยารักษาเบาหวานอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เบื้องต้นเกิดภาวะเลือดเป็นกรดจากสารคีโตน (Ketoacidosis ) ซึ่งเป็นผลจากโรคเบาหวานนั่นเอง โดยภาวะนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการเลือดข้นขาวรุนแรงตามมา

ที่ม่ :https://www.bbc.com/thai/features-47432159