กองทัพอากาศอเมริกัน อัพเกรดระบบเสียง 3D สำหรับนักบินรบ รู้ตัวเร็วขึ้นเมื่อโดนโจมตี

Image # 2. กองทัพอากาศอเมริกัน อัพเกรดระบบเสียง 3D สำหรับนักบินรบ รู้ตัวเร็วขึ้นเมื่อโดนโจมตี

บรรยากาศในห้องขับเครื่องบินรบนั้นเต็มไปด้วยเสียงดังรบกวนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากเครื่องยนต์และเสียงจากระบบช่วยบินต่างๆ ทำให้ความสามารถในการรับรู้มิติและทิศทางเสียงของนักบินลดลง โดยเมื่อปีที่แล้ว กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา ได้มองหาข้อเสนอเพื่อการติดตั้งระบบเสียงแบบสามมิติให้กับนักขับเครื่องบินรบแบบ A-10C Thunderbolt II โดยผู้ให้บริการระบบดังกล่าวคือบริษัท Terma North America ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้

โดยข้อเสนอของทางกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาคือ ต้องการระบบที่เพิ่มความสามารถในการรับรู้สถานการณ์ในสนามรบ รวมถึงความสามารถในการรับรู้เมื่อมีการแจ้งเตือนจากการโจมตีด้วยจรวดมิสไซล์

โดยระบบเสียงแบบ 3D สำหรับผู้ขับเครื่องบินรบของบริษัท Terma (Terma’s 3D-Audio and Radio Separation) ได้ถูกนำไปใช้งานในเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศเดนมาร์กอยู่ก่อนแล้ว โดยให้ความสำคัญกับระบบการเตือนจรวดมิสไซล์

 

ข้อดีหลักๆ ของระบบเสียงรอบทิศทางคือ ช่วงลดภาระของนักบิน เพิ่มความตระหนักรู้ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัว เพิ่มโอกาสการรอดชีวิตจากสนามรบ เพิ่มความเข้าใจในเสียงการสนทนาผ่านวิทยุ แถมยังเพิ่มความปลอดภัยในการบินอีกด้วย

อ้างอิงจากข้อมูลของ Terma บรรยากาศเสียงอื้ออึงในห้องนักบิน ทำให้เป็นการยากที่นักบินจะแยกเสียงรบกวนออกจากเสียงสนทนาผ่านระบบวิทยุ และจากคลิปวีดีโอด้านบน นักขับเครื่องบินรบของกองทัพอากาศเดนมาร์กอธิบายว่า เมื่อเสียงจำนวนมากจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในห้องนักบิน และเสียงจากระบบแจ้งเตือนต่างๆ เกิดดังขึ้นพร้อมๆ กัน มันก็เป็นการยากที่นักบินจะตัดสินใจว่าจะตอบสนองอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยระบบเสียงแบบรอบทิศทางของ Terma เข้ามาแก้ปัญหาโดยการจำลองบรรยากาศจากสภาพเสียงจริง โดยมีการใส่ทิศทางที่มาของแต่ละเสียงให้นักบินแยกแยะได้อย่างชัดเจนผ่านชุดหูฟัง

โดยระบบการให้เสียงที่มีทิศทางของเสียงอย่างชัดเจนผ่านหูฟัง ทำให้สมองของนักบินสามารถลดเวลาที่ต้องสูญเสียไปกับการประมวลผลข้อมูล และช่วยชีวิตของนักบินให้รอดพ้นจากสถานการณ์คับขันได้เลย ซึ่งถ้าเป็นระบบหูฟังธรรมดาที่ไม่มีการระบุทิศทางเสียงอย่างชัดเจน สมองของเราต้องเสียเวลาประมวลผลแยกแยะประเภทของเสียง หาตำแห่นงที่มาของเสียง และถึงจะสรุปได้ว่าจะตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างไร

และด้วยระบบเสียงรอบทิศทางของ Terma ที่มีการชี้นำทิศทางของเสียงอย่างชัดเจน ทำให้นักบินสามารถระบุระดับความสำคัญของเสียงนั้น รวมถึงระบุตำแหน่งที่มาของเสียงได้ในแทบจะทันที โดยมีการอ้างอิงว่า ระบบเสียงแบบใหม่นี้ ทำให้นักบินรู้ตัวว่าโดนโจมตีด้วยจรวดมิสไซล์ ได้เร็วกว่าการมองภาพจากหน้าจอในห้องนักบินถึง 1.5 วินาที ซึ่งเวลาสั้นๆ เพียงแค่นี้สามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของนักบินได้

โดยนักบินกล่าวว่า “ระบบเสียงของ Terma ทำให้นักบินรับรู้อันตรายได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องคอยฟังเสียงพูดจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือการแสดงสัญญาณแบบ 2 มิติบนหน้าจอ”

โดยที่เครื่องบินรบแบบ A-10 นั้นไม่ได้มีความสามารถในการล่องหนเหมือนอย่างเครื่อง F-22 Raptor หรือเครื่อง F-35 Joint Strike Fighter ทำให้มันมีข้อจำกัดกับการใช้งานในบางภารกิจ ดังนั้นการเพิ่มระบบเสียง 3D เข้าไป ได้ช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของเครื่องบินรบ A-10 ในสถานการณ์การรบที่ล่อแหลมได้

ที่มา : www.digitaltrends.com