เทคโนโลยี 2016 เจาะ10เทรนด์มาแรง

จันท์เกษม รุณภัย

1

เทคโนโลยี “อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง” Information of Everything หรือ IoT (ไอโอที) อุปกรณ์อัจฉริยะที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ และความก้าวหน้าของนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในเทรนด์เทคโนโลยีในปีใหม่

การ์ตเนอร์ บริษัทผู้วิจัยการตลาดชื่อดังได้รวบรวม 10 แนวโน้ม หรือเทรนด์ของเทคโนโลยีในปีค.ศ.2016 พร้อมระบุว่า บรรดาเจ้าของธุรกิจและบริษัทใหญ่จะต้องปรับตัวอย่างใหญ่หลวงต่อการเข้ามา ปฏิวัติการทำงานของระบบไอทีที่จะก้าวหน้าและฉลาดรวดเร็วยิ่งขึ้น

1.โครงข่ายการเชื่อมโยง

ของอุปกรณ์อัจฉริยะ

(Device Mesh)

ความ แพร่หลายของอุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต รวมไปถึงอุปกรณ์อัจฉริยะแบบสวมใส่ หรือแวเรเบิล เทคโนโลยี จะส่งให้อุปกรณ์เหล่านี้มีเซ็นเซอร์ที่มากขึ้น ทำให้สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ นำไปสู่ระบบการเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์ที่จะทำงานร่วมกันมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือ ขีดความสามารถในการเรียนรู้พฤติกรรมของ และการทำงานที่ตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้น

2.ประสบการณ์การใช้งานแบบกลมกลืน

(Ambient User Experience)

ประสบการณ์ การใช้งาน หรือยูเอ็กซ์ เป็นหนึ่งในหัวใจหลักของการออกแบบผลิตภัณฑ์ในหลากหลายวงการ ในปีนี้คาดว่าอุปกรณ์ในแวดวงเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอซีที จะพัฒนาไปอีกขั้นนำไปสู่ประสบการณ์การใช้งานที่ “กลมกลืน” มาจากความก้าวหน้าในการออกแบบซอฟต์แวร์ควบคุม ที่จะทำให้อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานสอดประสานกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ได้ถึง ขั้นที่ “ผู้ใช้ไม่รู้ตัว” ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวบริหารจัดการชีวิตให้อย่างไรบ้าง

3.วัสดุจากการพิมพ์แบบ 3 มิติ

(3D-printing Materials)

การ มาถึงของเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ จะเริ่มแพร่หลายลงมาถึงระดับ ผู้บริโภคมากขึ้น และบรรดาเอกชนจะนำเทคโนโลยีนี้มาประกอบการผลิตชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ที่มี ความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ชิ้นส่วนเครื่องยนตร์ในรถยนต์ของบริษัท เทสลา ผู้พัฒนายนตรกรรมไฟฟ้าชั้นนำของโลก ชิ้นส่วนจรวดส่งยานอวกาศของบริษัท สเปซเอ็กซ์ นอกจากนี้ การพิมพ์แบบ 3 มิติ จะเริ่มนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารด้วย

4.อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Information of Everything)

คาด ว่า ภายในปี 2563 จะมีอุปกรณ์สื่อสารในโลกนี้กว่า 25,000 ล้านเครื่อง ที่จะผลิตข้อมูลในทุกรูปแบบจนกลายเป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งข้อมูลล้นทำให้เกิดความสับสน และบริหารจัดการไม่ได้ แต่อีกด้านจะเป็นโอกาสทองของผู้ที่จัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะบรรดาเอกชนที่จะช่วยสนับสนุนศักยภาพให้นำหน้าคู่แข่งได้อย่างยอด เยี่ยม

5.จักรกลที่เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

(Advanced Machine Learning)

อุปกรณ์ อัจฉริยะและเครื่องจักรจะได้รับการพัฒนาจนมีขีดความสามารถไม่เพียงแต่เก็บ เกี่ยวข้อมูลเท่านั้น แต่จะเรียนรู้และแนะนำทางเลือกการตัดสินใจที่แม่นยำได้จากข้อมูลที่มีด้วย

รวม ไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่เครื่องจักรจะสามารถทำงานคู่ขนานไปกับการเก็บ เกี่ยวข้อมูล ซึ่งปกติแล้วการวิเคราะห์จะต้องเป็นหน้าที่ของมนุษย์ผู้ควบคุม

ส่งผลให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรมีความก้าวหน้ามากขึ้นไปอีก

6.หุ่นยนต์และการเพิ่มขึ้นของกลไกอัตโนมัติ

(Autonomous Agents and Things)

ศักยภาพ ของหุ่นยนต์จะพัฒนามากขึ้นจนทดแทนการทำงานของมนุษย์ได้ในหลายส่วนอย่างต่อ เนื่อง เช่น ระบบอัตโนมัติในรถยนต์ที่จะพาผู้ขับขี่ไปยังจุดหมายปลายทางได้อัตโนมัติ ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายในสิ่งแวดล้อมควบคุม เช่น รถโดยสารอัจฉริยะในนครมาซดาร์ เมืองเนรมิตกลางทะเลทราย ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางได้เอง ผู้ใช้เพียงเลือกจุดหมายปลายทาง

รถใช้ หลักการทำงานเชื่อมโยงกับโครงข่ายเซ็นเซอร์ที่ฝังไว้บนถนน ซึ่งภายในปีนี้ เทคโนโลยียวดยานจะพัฒนาไปถึงขั้นที่ทำงานได้เองโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ ภายใต้สภาพแวดล้อมควบคุม อาทิ โดรนบินไร้คนบังคับ

7.เทคโนโลยีป้องกันภัยเชิงรุก

(Adaptive Security Architecture)

“การ โจมตีที่ดี คือการป้องกันที่ยอดเยี่ยมที่สุด” วลีดังกล่าวเป็นที่ได้ยินกันบ่อยโดยเฉพาะในแวดวงความมั่นคง เชื่อว่าปีนี้เทคโนโลยีป้องกันภัยจะได้รับการพัฒนาไปอีกขั้นเพื่อรับมือกับ ภัยคุกคามในโลกนี้ที่มีมากขึ้น นำไปสู่การกำเนิดของเทคโนโลยีป้องกันภัยเชิงรุก หรือเอเอสเอ ที่จะตรวจจับพฤติกรรมการใช้งาน การไหลของข้อมูล และประเมินความเสี่ยง ก่อนลงมือปิดระบบ หรือสกัดกั้นได้ด้วยตัวเอง เช่น แอพพลิเคชั่นในสมาร์ตโฟนที่จะล็อกตัวเองหากตรวจพบการใช้งานที่ผิดปกติของผู้ ใช้

8.การสร้างปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ขั้นก้าวหน้า

(Advanced Customer Architecture)

บรรดา ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์จะผลิตซอฟต์ แวร์ที่มีฟีเจอร์การควบคุมเลียนแบบพฤติกรรมการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์มากขึ้น เช่น ระบบการจดจำผู้ใช้ด้วยใบหน้า เลียนแบบสัญชาตญาณการจดจำผู้อื่นของมนุษย์ คือ การจดจำลักษณะรูปพรรณและจุดเด่นบนใบหน้า การรับคำสั่งแบบสั่งงานด้วยเสียง เป็นต้น

9.โครงข่ายเชื่อมโยงแอพพลิเคชั่น

และการให้บริการ

(Mesh App and Service Architecture)

เช่น เดียวกันกับโครงข่ายการเชื่อมโยงของอุปกรณ์อัจฉริยะ บรรดาแอพพลิเคชั่นและการให้บริการจะถูกพัฒนาให้มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น และส่งเสริมให้ผู้ใช้ขยายการทำงานของแอพพลิเคชั่นของตัวเอง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัท ผู้พัฒนาด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการพัฒนาถูกลง และผู้ใช้ได้ใช้ แอพพลิเคชั่นและการให้บริการที่ดีกว่าเดิม

10.แพลตฟอร์มและสถาปัตยกรรม

อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง

(Internet of Things Architecture and Platforms)

เทคโนโลยี อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่งจะเริ่มมีการกล่าวถึงมากขึ้น แต่ผู้ให้บริการไอโอทีจะยังคงความเป็นเอกเทศ แยกออกเป็นค่าย และกลุ่มพันธมิตรการค้า สร้างความสับสนให้ผู้บริโภค กระทั่งปี 2561 ที่ภาครัฐจะเริ่มเข้ามามีบทบาทการจัดระเบียบไอโอที ที่จะนำไปสู่การรวมศูนย์ข้อมูลและการกำหนดมาตรฐานไอโอที สร้างสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะขึ้นบนโลก