ประมวล 10 ข่าววิทยาการ พลิกโฉมโลก ปี 2015

ประมวล 10 ข่าววิทยาการ พลิกโฉมโลก ปี 2015

(30 ธ.ค.58) การค้นพบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในปี 2015 ถือว่าเป็นปีที่สร้างความฮือฮากันทั้งวงการและสาธารณชน ผลงานบางชิ้นได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาต่อยอดสู่ผลงานใหม่ๆให้เห็นในอนาคต อีกทั้งมีการค้นพบบางอย่างได้หักล้างความเชื่อและสร้างคุณค่าใหม่ขึ้นแทน ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของคนจำนวนมาก ทำให้ปีนี้ อาจถือเป็นปีแห่งความสร้างสรรค์ครั้งสำคัญเลยก็ว่าได้

สำหรับข่าวด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งปี2015(2558)ใช้หลักเกณฑ์การที่ทำให้กลายเป็นข่าวโดยตั้งบนฐานของผลสะท้อนต่อชีวิตมนุษย์อย่างมากเป็นผลงานจุดประกาย และเป็นการค้นพบใหม่จากสิ่งที่มีอยู่แล้วหรือไม่เคยมีมาก่อน และนี่คือ 10 ข่าวในทรรศนะของผู้ติดตามวิทยาการและความก้าวหน้าประจำปี 2015

1. ลูกบอลพลาสติกดำกันน้ำระเหย 

Image # 2. 1


โลกเผชิญกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี นอกจากเราทุกคนเสียเหงื่อแล้ว แหล่งน้ำหลายแห่งทั่วโลก ก็แห้งขอดเพราะน้ำระเหยตัวจากความร้อน จนทำให้เกิดภาวะน้ำขาดแคลน ส่งผลต่อชีวิตมนุษย์และเศรษฐกิจในวงกว้าง จนกระทั่ง ดร.ไบรอัน ไวท์ เจ้าหน้าที่เกษียณราชการของกรมทรัพยากรน้ำและพลังงานประจำนครลอสแองเจลิส ของสหรัฐฯ เสนอไอเดียใช้บอลสีดำ ซึ่งดร.ไวท์ ได้เริ่มทำตั้งแต่ปี 2008 และปีนี้ ทีมงานได้ทำการเทบอลสีดำขนาดเท่าลูกแอปเปิลกว่า 96 ล้านลูก ลงอ่างน้ำเก็บน้ำ ในซัลมาร์ แคลิฟอร์เนีย ซึ่งส่งผลทำให้ลดการระเหยน้ำได้กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และบอลสีดำยังสามารถป้องกันฝุ่น หรือปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้เกิดสารโบรเมต ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

จึงเป็นนวัตกรรมรักษ์โลกที่คาดว่าจะถูกใช้ในอีกหลายแห่ง เพื่อรับมือกับผลพวงที่เกิดจากปัญหาโลกร้อน
(ที่มา: http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-3194098/Could-plastic-balls-bring-relief-drought-stricken-California-Los-Angeles-releases-96-million-spheres-protect-reservoir-water.html)

2.พาวเวอร์วอลล์(Powerwall)แบตเตอรี่ฉบับกระเป๋าสำหรับบ้านประหยัดพลังงาน

Image # 3. 1-2


อีออน มัสก์ผู้ก่อตั้งเทสล่า มอเตอร์ บริษัทผลิตรถยนต์พลังไฟฟ้าชั้นนำของโลก ที่มีวิสัยทัศน์ต้องการสร้างนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก ทีมวิจัยของมัสก์จึงได้พัฒนาโมเดลบ้านประหยัดพลังงานโดยทำให้บ้านสามารถเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าจากลมและแสงอาทิตย์แล้วกระแสไฟฟ้าถูกเก็บไว้ในพาวเวอร์วอลล์
ด้วยความจุขนาด7กิโลวัตต์สามารถจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ภายในบ้านอย่างเพียงพอรวมถึงชาร์จไฟให้กับรถไฟฟ้าของเทสล่าได้ ผู้ผลิตพาวเวอร์วอลล์แนะนำให้ติดตั้งเป็นคู่ เพื่อสามารถจ่ายไฟได้อย่างครอบคลุม ทั้งนี้ ผู้ใช้ไม่ต้องห่วงว่าไฟหมดแบต เพราะมีระบบฉุกเฉินเพื่อสำรองไฟอัตโนมัติไว้ในกรณีที่แบตใกล้หมดไฟหรือการผลิตกระแสไฟฟ้าขาดช่วงไปอีกด้วย

โมเดลของเทสล่าและความคิดของมัสก์จึงกลายเป็นนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่อาจถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตเราทุกคน
(ที่มา:http://www.teslamotors.com/powerwall)

3. การค้นพบน้ำบนดาวอังคาร

Image # 4. 1

กลายเป็นข่าวสั่นสะเทือนวงการดาราศาสตร์ระดับโลก เมื่อยานสำรวจเอ็มอาร์โอ หรือ Mars Renaissance Orbitor ของนาซ่าได้ส่งภาพกลับมายังโลก เผยให้เห็นร่องรอยการไหลของน้ำเค็มทอดยาวบนพื้นผิวดาวอังคาร ซึ่งนักวิจัยเผยว่าแถบเส้นสีดำช่วงเนินลานชันนั้น คาดว่าเป็นรอยตะกอนของเกลือ ซึ่งมักปรากฎให้เห็นในช่วงอุณหภูมิของดาวอบอุ่น และค่อยๆจางลงในช่วงอากาศหนาว สอดคล้องกับจุดเยือกแข็งและจุดระเหยของน้ำ และเกิดขึ้นซ้ำๆในที่เดียวกันเป็นเวลาหลายปี ซึ่งการค้นพบเป็นการบ่งชี้ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร

การค้นพบครั้งใหม่นี้ จึงทำให้ความใฝ่ฝันที่จะใช้ชีวิตบนดาวอังคาร มีความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้น
(ที่มา: http://www.nasa.gov/press-release/nasa-confirms-evidence-that-liquid-water-flows-on-today-s-mars)

4.โรคมะเร็งหายไปในคนที่อายุต่ำกว่า80ปีภายในปี2050

Image # 5. 1-1

ถือเป็นโรคภัยอินเทรนด์ที่มากับยุคสมัยนี้แล้ว สำหรับโรคมะเร็ง ที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนล้านคนทุกปี อันเป็นผลพวงจากสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนไป บวกกับรูปแบบชีวิตของคนสมัยใหม่ที่ทำให้คนไม่ค่อยระวัง และไม่คิดว่าตัวเองจะล้มป่วย และมารีบรักษาก็เมื่อเป็นขั้นร้ายแรงกันแล้ว แต่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอนเลจลอนดอนและคิงส์ คอลเลจ ได้เผยผลการศึกษาและคาดการณ์ว่า โรคมะเร็งจะหายไปในทุกกลุ่มวัย ยกเว้นคนอายุเกิน 80 ปี ภายในปี 2050 กล่าวคือ โดยเฉลี่ยผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งจะมีอายุอยู่ในช่วงประมาณ 50-60 ปี แต่การเปิดเผยล่าสุดนี้ นักวิจัยให้เหตุผลว่า เกิดจากการลงทุนของคนจำนวนมากเพื่อดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากมะเร็ง การพัฒนารูปแบบการรักษาที่มีมากมาย รวมถึงวิทยาการที่สามารถบอกล่วงหน้าได้ว่า เซลล์ส่วนไหนของร่างกายเรา มีโอกาสที่จะกลายพันธุ์เป็นเซลล์ร้าย แล้วกลายเป็นมะเร็งในที่สุด 
(ที่มา: http://www.independent.co.uk/life-style/health-and-families/health-news/cancer-deaths-will-be-eliminated-for-all-except-the-over-80s-by-2050-new-research-predicts-9976263.html)

5.การค้นพบดาวพลูโต(อีกครั้ง)

Image # 6. 1

เป็นเวลานานถึง9ปีที่ยานสำรวจ นิว ฮอไรซันส์ เดินทางจากโลกมุ่งหน้าไปยังอดีตดาวเคราะห์ไกลปืนเที่ยงของระบบสุริยะอย่างดาวพลูโต จนเมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 14 กรกฎาคม ตามเวลาของไทย นาซ่าได้โชว์ภาพของดาวพลูโตแบบเต็มๆให้ชาวโลกได้ชม พร้อมกับหักล้างทฤษฎีที่เกี่ยวกับดาวแคระดวงนี้ ไม่ว่าจะเป็นสภาพทางธรณีวิทยาที่เป็นพื้นที่ราบกว้างใหญ่ลักษณะคล้ายรูปหัวใจที่ถูกเรียกกันว่า″หัวใจแห่งพลูโต”มีลักษณะพื้นผิวราบเรียบปราศจากหลุมอุกกาบาตเก่าแก่เหมือนพื้นที่ส่วนอื่นๆของดาวดวงนี้ที่คาดกันว่าอาจมีอายุนับเป็นพันล้านปีและการค้นพบภูเขาน้ำแข็งสูงหมื่นฟุตที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องตั้งสมมติฐานใหม่ที่ว่า ดาวเคราะห์ที่มีน้ำแข็งจะต้องอยู่ใกล้กับแรงดึงดูดที่ก่อให้เกิดน้ำขึ้นและน้ำลง ของกลุ่มดาวเคราะห์ใหญ่ ๆ ที่มีเคลื่อนไหวทางภูมิศาสตร์

ซึ่งหลังจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ของนาซ่า คงมีงานต้องทำอีกเพียบกับดาวดวงน้อยๆสุดขอบจักรวาลดวงนี้
(ที่มา: http://m.matichon.co.th/readnews.php?newsid=1437032642)

6.วัคซีนต้านอีโบล่าป้องกันได้ผล100%

Image # 7. 2

เชื้อไวรัสที่ได้ชื่อว่าน่ากลัวที่สุดอย่างอีโบล่าที่แต่ก่อนจะมีการแพร่เชื้อติดต่อในวงจำกัดเฉพาะบางประเทศในแอฟริกาจนเมื่อปีที่แล้ว ทั่วโลกต่างหวาดกลัวกับภัยโรคระบาด เมื่อมีการเปิดเผยว่า เชื้ออีโบล่าอยู่เหนือการควบคุมและแพร่ระบาดไปหลายประเทศ กลายเป็นวิกฤตที่ทำให้โลกต้องโกลาหล เฝ้าระวังในขั้นสูงสุดเพื่อสกัดไม่ให้เชื้อโรคระบาด บรรดานักวิทยาศาสตร์และแพทย์ก็แข่งกับเวลาเพื่อค้นหาการรักษาหรือวัคซีนป้องกันการระบาดให้สามารถควบคุมได้จนเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดี้ยนได้รายงานว่ามีผลสำเร็จเต็มร้อยที่สามารถป้องกันเชื้ออีโบล่าด้วยวัคซีนจากการทดสอบกับชาวบ้านในประเทศกินีซึ่งองค์การอนามัยโลกถึงกับกล่าวว่าความสำเร็จในครั้งนี้ ถือว่าโอกาสสู่ความก้าวหน้าในการพัฒนาที่สดใส
(ที่มา: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1438423891)

7.ฝันสลายนักกิน!เบคอนแฮมไส้กรอกกลายเป็นอาหารก่อมะเร็ง

Image # 8. 3


ถือว่าเป็นข่าวที่ช็อคความรู้สึกใครหลายคนโดยเฉพาะสายหมูกระทะ ชาบูทั้งหลายที่หลงใหลกับน้ำมันเยิ้มๆ ขอบกรอบๆของเบคอน และรสชาติกับกลิ่นหอมของไส้กรอกที่กำลังย่างไฟร้อนๆ แต่ องค์การอนามัยโลกก็ได้ประกาศเมื่อเดือนตุลาคมที่่ผ่านมา ว่าได้ประกาศให้อาหารแปรรูปจำพวกไส้กรอก เบคอน แฮม เป็นอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง โดยอ้างอิงจากงานศึกษาหลายร้อยชิ้นที่ชี้ว่าเนื้อแปรรูปเชื่อมโยงกับมะเร็งลำใส้ใหญ่พร้อมรายงานอีกว่าการรับประทานเนื้อแปรรูปประมาณ50กรัมต่อวันเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำใส้ใหญ่18เปอร์เซนต์แต่ถือว่าอยู่ในความเสี่ยงที่น้อยมาก พอมีข่าวนี้ขึ้นมา ก็ได้เกิดการแบ่งกลุ่มคนออกเป็นฝ่ายที่เลิกกันทันที หรือกินแต่พอดี หรืออาจไม่สนใจก็กินต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับอาหารที่มีสารก่อมะเร็งอาจไม่มีแค่เพียงอาหารแปรรูปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอาหารเนื้อสัตว์อื่น เช่น ไก่ที่ตัวอวบๆอ้วนจากการให้อาหารและยาปฏิชีวนะ เนื้อวัวที่ใส่สารเร่งเนื้อแดง หรือสารเร่งให้น้ำนมหรือกินถั่วข้าวโพดแทนหญ้าจากทุ่งหญ้าที่ทำให้ผลิตแบคทีเรียที่เป็นพิษต่อมนุษย์ ฉะนั้น อาหารอะไรที่ทำให้เราเสี่ยงเป็นมะเร็ง คำตอบที่ได้คงเป็น อาหารทุกชนิดที่เรารับประทานนั่นเอง แต่เราทุกคนสามารถรู้ได้ หากมีข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่เรากินมากพอ ก็ลดความเสี่ยงที่ทำให้เซลล์ในร่างกายของเราเกิดการกลายพันธุ์ในอนาคต
(ที่มา: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1445926404)

8.อย.สหรัฐฯอนุญาตให้”แซลมอนจีเอ็มโอ”จำหน่ายได้แล้ว

Image # 9. 4

และเป็นอีกข่าวสำหรับผู้บริโภคทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยที่อาจชอบรสชาติมันๆเนื้อส้มๆของปลาแซลมอน เมื่อองค์การอาหารและยากลางของสหรัฐฯ ประกาศให้ “ปลาแซลมอนที่ผ่านการตัดต่อทางพันธุกรรม” ได้รับอนุญาตจำหน่ายได้โดยไม่ต้องติดฉลากบอกผู้ซื้อว่าเป็นปลาจีเอ็มโอ เท่ากับว่าสินค้าปลอดภัย กินแล้วไม่เป็นอันตราย นับเป็นการประกาศในขณะที่ปลาแซลมอนได้กระจายออกสู่ตลาดในหลายประเทศ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าแซลมอนธรรมชาติที่มีขนาดเล็ก จนสงสัยว่าปลาแซลมอนที่เรากินจิ้มกับโชยุอยู่นั้น ตกลงเป็นแซลมอนจริงๆหรือถูกตัดต่อมาแล้วกันแน่
(ที่มา: http://www.huffingtonpost.com/entry/fda-oks-genetically-modified-salmon-for-human-consumption_564dfe80e4b00b7997f98c57)

9.จรวดฟาลค่อน9กลับสู่พื้นโลกสำเร็จและนำมาใช้ใหม่ได้อีก

Image # 10. 5

ปกติแล้วการส่งยานอวกาศออกมาสู่นอกโลกหลายครั้งจะถูกส่งไปพร้อมกับจรวดซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนส่งยานไปอวกาศก่อนถูกแยกตัวแล้วลอยเคว้งกลางอวกาศจนเสื่อมสภาพและตกลงพื้นโลกฝ่าชั้นบรรยากาศแตกกระจายเป็นชิ้นๆ แต่นี่อาจไม่ใช่กับ ฟาลค่อน 9 จรวดส่งยานอวกาศจากบริษัทสเปซเอ็กซ์ ของอีออน มัสก์ เจ้าของเดียวกับเทสล่า มอเตอร์ กลายเป็นจรวดลำแรกที่สามารถส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศก่อนที่จรวดจะลงจอดกลับสู่พื้นโลกได้เป็นผลสำเร็จครั้งแรกโดยที่จรวดไม่เป็นของใช้แล้วทิ้งอีกต่อไปกลายเป็นการเปิดมิติใหม่ในวงการขนส่งทางอวกาศที่สามารถนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ส่งผลให้ต้นทุนในการเดินทางสู่อวกาศนั้นลดน้อยลง
(ที่มา:http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1450757339)

10.เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่นประสบผลสำเร็จในการทดสอบครั้งแรก

Image # 11. 6

อาจเป็นข่าวที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบแต่ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันแม็กซ์แพรงค์ด้านพลาสม่าฟิสิกส์ในเยอรมนีประสบความสำเร็จในการทดสอบครั้งแรกกับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เวนเดลสไตน์ เซเว่น-เอ็กซ์ ซึ่งเป็นเตาปฏิกรณ์พลังงานแบบฟิวชั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกขณะนี้ 

สำหรับปฏิกรณ์มูลค่า 408 ล้านดอลลาร์เครื่องนี้ เริ่มสร้างขึ้นในเดือนเมษายนปี 2005 และเสร็จสมบูรณ์เมื่อปีแล้ว ก่อนเดินเครื่องทดสอบเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยทีมเทคนิคในด้านควบคุมสูญญากาศ ระบบหล่อเย็น แกนปฏิกรณ์ตัวนำ และระบบสนามแม่เหล็ก ร่วมทดสอบด้วยการปล่อยก๊าซฮีเลียมขนาด 1 มิลลิกรัมเข้าไป ก่อนใช้คลื่นไมโครเวฟเร่งความร้อนในระดับ 1.3 เมกกะวัตต์ ทำให้พลาสม่าชุดแรกอยู่ได้ประมาณ 1 ใน 10 ต่อวินาที ด้วยอุณหภูมิสูงถึง 1 ล้านองศาเซลเซียส นับว่าเป็นการทดสอบที่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ ทีมพัฒนากล่าวว่า การทดสอบต่อไปจะเป็นการเพิ่มระยะเวลาการคงอยู่ของฮีเลียมพลาสม่า และควบคุมสภาวะให้ได้ด้วยการใช้คลื่นไมโครเวฟ อย่างไรก็ตาม จะยังไม่ใช้ไฮโดรเจนพลาสม่าจนถึงปีหน้า แต่การทดสอบดังกล่าว ก็สามารถให้พลังงานได้มากถึง 10 เมกกะวัตต์ในเวลา 5-10 วินาที ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับการพัฒนาพลังงานทางเลือก ที่ไม่ต้องกังวลการรั่วไหลในรูปแบบนิวเคลียร์ฟิชชั่นอีก ทั้งนี้สำหรับนิวเคลียร์ฟิวชั่นเหลือเพียงบททดสอบในการรักษาระดับไอโซเทปและสนามแม่เหล็กพร้อมกับเพิ่มระดับการสร้างพลังงานความร้อนที่มากขึ้นหากสำเร็จคาดว่าในอนาคตข้างหน้าเราอาจได้เห็นดวงอาทิตย์เสมือนบนพื้นโลกก็เป็นได้
(ที่มา:http://www.world-nuclear-news.org/NN-German-fusion-reactor-achieves-first-plasma-1612154.html )