ความหมายและหลักการเกิดภาพเคลื่อนไหว

  1. ความหมายของภาพยนตร์

คำว่า “ภาพยนตร์” มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษอยู่หลายคำ เช่น Motion Picture , Cinema , Film และ Movie เป็นต้น

ซึ่งมีผู้รู้ไ้ด้ให้คำนิยามของภาพยนตร์ไว้ดังนี้

ภาพยนตร์ เป็น กระบวนการบันทึกภาพด้วยฟิล์ม (Film) แล้วนำออกฉายถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ในลักษณะภาพเคลื่อนไหว (Motion Pictures) ซึ่งภาพที่ปรากฏบนฟิล์มภาพยนตร์เป็นเพียงภาพนิ่งจำนวนมากที่มีอิริยาบถหรือ การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยเรียงต่อเนื่องกันตามเรื่องราวที่ถ่ายทำ และตัดต่อมา เนื้อหาของภาพยนตร์อาจเป็นเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นการแสดงให้เหมือนจริง หรือเป็นการแสดงและสร้างภาพจากจินตนาการณ์ของผู้สร้าง เพื่อให้ผู้ชมเกิดอารมณ์ร่วมไปกับภาพยนตร์ในขณะที่รับชม

        2. หลักการเกิดภาพเคลื่อนไหว

การที่เราเห็นภาพนิ่งหลาย ๆ ภาพที่ฉายต่อเนื่องกัน ดูเป็นลักษณะภาพเคลื่อนไหวได้นั้น สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการเห็นภาพติดตา (Persistence of Vision)  อันเป็นหัวใจของหลักการสร้างภาพยนตร์เพราะภาพยนตร์ก็คือภาพนิ่งแต่ละภาพที่ ต่อเนื่องกันอย่างมีระบบนั่นเอง  ซึ่งมีที่มาตั้งแต่ของเล่นที่ชื่อว่า ภาพหมุน ( Thaumatrope )

ภาพหมุน ( Thaumatrope )

Thaumatrope (อ่านว่า ธัมมาโทรป) เป็นของเล่นที่ประดิษฐ์ขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2368 (ค.ศ. 1825) โดย ดร.วิเลี่ยม เฮนรี่ ฟิตตอน (Dr. William Henry Fitton) ซึ่งได้แนวคิดมาจากเซอร์จอห์น เฮอร์เซล ผู้ที่สังเกตว่าสายตามนุษย์สามารถมองเห็นภาพทั้งสองด้านของเหรียญที่หมุน อยู่ได้พร้อมกัน

Image # 2.

ดร.วิเลี่ยม เฮนรี่ ฟิตตอน (Dr. William Henry Fitton)

(http://www.ireference.ca/search/William%20Henry%20Fitton/)

Image # 3.

ภาพหมุน ( Thaumatrope )

(http://littleworm55.blogspot.com/)

Thaumatrope ทำจากกระดาษแข็งตัดเป็นวงกลม โดยมีรูปภาพหรือภาพวาดทั้งสองด้าน เช่น ถ้าวาดภาพด้านหนึ่งเป็นกรงนก ส่วนอีกด้านหนึ่งวาดเป็นรูปนก เจาะรูด้านซ้ายและขวาของวงกลมแล้วผูกเชือก เมื่อดึงเชือกให้ภาพพลิกไปมาเร็ว ๆ จะเห็นภาพทั้งสองด้านของกระดาษรวมเป็นภาพเดียวกัน นั่นคือจะเห็นภาพนกอยู่ในกรงได้ ซึ่งคำว่า Thaumatrope มาจากภาษากรีก หมายถึง Wonder Turning หรือ มหัศจรรย์แห่งการหมุน จึงเป็นหนึ่งในต้นแบบของภาพยนตร์  สามารถดูวิดีโอคลิปแสดงภาพหมุน Thaumatrope ได้จากเว็บไซต์ Youtube จากลิงก์ข้างล่างครับ

http://www.youtube.com/watch?v=B8uE67JQcvU&feature=related

และที่เว็บไซต์ AssassinDrake (สามารถเลื่อนสไลด์ปรับความเร็วของการหมุนไ้ด้)

http://assassindrake.com/tt.php

ทฤษฎีว่าด้วยการเห็นภาพติดตา (Persistence of Vision)

การที่เราเห็นภาพหมุน ( Thaumatrope ) เป็นรูปนกอยู่ในกรงได้นั้น สามารถอธิบายได้ด้วย ทฤษฎีว่าด้วยการเห็นภาพติดตา ซึ่งมีหลักการดังนี้

Image # 4.

Dr. John Ayrton Paris

(http://www.sciencephoto.com/media/127523/enlarge)

หลักการที่อธิบายถึงการมองภาพต่อเนื่องของสายตามนุษย์ หรือทฤษฎีการเห็นภาพติดตา คิดค้นขึ้นในปี พ.ศ. 2367 (ค.ศ. 1824) โดยนักทฤษฎีและแพทย์ชาวอังกฤษ ชื่อ Dr. John Ayrton Paris ทฤษฎีดังกล่าวอธิบายถึงการมองเห็นภาพต่อเนื่องของสายตามนุษย์ไว้ว่า ธรรมชาติของสายตามนุษย์ เมื่อมองเห็นภาพใดภาพหนึ่ง หลังจากภาพนั้นหายไป สายตามนุษย์จะยังค้างภาพนั้นไว้ที่เรติน่าในชั่วขณะหนึ่ง ประมาณ 1/15 วินาที และหากในระยะเวลาดังกล่าวมีภาพใหม่ปรากฏขึ้นมาแทนที่สมองของมนุษย์จะเชื่อม โยงสองภาพเข้าด้วยกัน และหากมีภาพต่อไปปรากฏขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ก็จะเชื่อมโยงภาพไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าชุดภาพนิ่งที่แต่ภาพนั้นมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยหรือเป็นภาพที่มี ลักษณะขยับเคลื่อนไหวต่อเนื่องกันอยู่แล้ว เมื่อนำมาเคลื่อนที่ผ่านตาเราอย่างต่อเนื่องในระยะเวลากระชั้นชิด เราจะสามารถเห็นภาพนั้นเคลื่อนไหวได้

อย่างไรก็ตาม มีเคล็ดลับประการหนึ่ง ก็คือ ก่อนที่จะเปลี่ยนภาพใหม่จะต้องมีอะไรมาบังตาเราแว่บหนึ่ง แล้วค่อยเปิดให้เห็นภาพใหม่มาแทนที่ตำแหน่งเดิม โดยอุปกรณ์ที่บังตาคือซัตเตอร์ (Shutter) และระยะเวลาที่ซัตเตอร์บังตาจะต้องน้อยกว่าเวลาที่ฉายภาพค้างไว้ให้ดู มิฉะนั้นจะมองเห็นภาพกระพริบไป ดังนั้น เมื่อเอาภาพนิ่งที่ถ่ายมาอย่างต่อเนื่องหลาย ๆ ภาพมาเรียงต่อกัน แล้วฉายภาพนั้นในเวลาสั้น  ๆ ภาพนิ่งเหล่านั้นจะดูเหมือนว่าเคลื่อนไหว หลักการนี้จึงถูกนำมาใช้ในการสร้างภาพเคลื่อนไหว (Animation) และภาพยนตร์ในระยะเวลาต่อมา

3  ภาพเคลื่อนไหว ก่อนกำเนิดภาพยนตร์

“ภาพยนตร์ คือภาพนิ่งแต่ละภาพที่ต่อเนื่องกันอย่างมีระบบ”

ประวัติศาสตร์ของกล้องถ่ายภาพยนตร์ อาจศึกษาย้อนหลังลงไปถึงงานของ Leonardo da Vinci ชิ้นที่เป็นไดอะแกรมของ Camera Obscura อันเป็นกล่องเล็กๆ ที่จับภาพกลับหัวได้ที่ด้านตรงข้ามเลนส์ ซึ่งแรกทีเดียวก็ไม่มีเลนส์ด้วยซ้ำไป เป็นแต่รูเล็กๆเท่านั้น ในตอนต้นศตวรรษที่ 19 นักวิทยาศาสตร์ หลายคนก็พยายามคิดค้นหาแผ่นวัสดุที่จะมารับภาพได้อย่างชัดเจนและคงทนถาวร การทดลองที่ประสบผล สำเร็จเกิดขึ้นในฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2382 (ค.ศ.1839) ด้วยความพยายามของ Louise-Jacques-Mande Dagyerre และ Joseph-Nicephore Niepce แต่ภาพแรกๆ ของดาแกร์นั้นใช้เวลารับแสงนานถึง 15 นาที ในขณะที่การถ่าย และฉายภาพยนตร์ให้ดูภาพเคลื่อนไหวได้เหมือนจริงนั้น จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยก็ 16 ภาพต่อวินาที ดังนั้น ในระยะนี้ภาพยนตร์จึงยังไม่อาจเกิดขึ้นได้

ในปี พ.ศ. 2413 (ค.ศ.1870) กล้องถ่ายภาพนิ่งจึงได้มีชัตเตอร์ (shutter) และเริ่มมีการใช้ความเร็วชัตเตอร์ถึง 1/1000 วินาที

Image # 5.

Eadweard James Muybridge (1830-1904)
http://www.sciencephoto.com/media/111537/enlarge

Image # 6.

Amasa Leland Stanford

(http://en.wikipedia.org/wiki/Leland_Stanford)

บุคคลแรกที่ได้ประยุกต์การถ่ายภาพนิ่งให้เป็นภาพยนตร์ ก็คือ Eadweard Muybridge นักแสวงโชค ชาวอังกฤษที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี พ.ศ. 2392 (ค.ศ.1849) โดยมีอาชีพเป็นช่างถ่ายรูปอยู่ที่ซานฟรานซิสโก     และในปี ค.ศ.1872 ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย คือ Leland Stanford ซึ่งเป็นเจ้าของคอกม้า และนักแข่งม้าได้ท้าพนันกับคู่แข่งของเขาเป็นเงิน 25,000 ดอลลาร์ว่า ในการควบวิ่งของม้านั้น จะมีเวลาหนึ่งที่ขาทั้งสี่ของม้าจะลอยขึ้นเหนือพื้น โดยเขาได้ว่าจ้างให้ไมบริดจ์หาทางพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าว

หลังจากได้รับการว่าจ้าง ไมบริดจ์ก็หาทางอยู่นาน จนกระทั่งปี ค.ศ.1877 (บางตำราว่า 1878) จึง สามารถพิสูจน์ได้ โดยความช่วยเหลือของเพื่อนที่เป็นวิศวกรชื่อ John D. Isaacs โดยเขาตั้งกล้อง ถ่ายภาพนิ่ง 12 ตัว เรียงรายไว้ข้างทางวิ่ง แล้วขึงเชือกเส้นเล็กๆ ขวางทางวิ่งไว้ โดยที่ปลายด้านหนึ่งจะผูกติดกับไกชัตเตอร์ ของกล้องโดยมีแบตเตอรี่ไฟฟ้าเป็นตัวควบคุม เมื่อม้าวิ่งสะดุดเชือกเส้นหนึ่ง ไกชัตเตอร์ของกล้องแรกก็จะทำงาน และเรียงลำดับไปจนครบ 12 ตัว

Image # 7.

Galloping Horse; Eadweard Muybridge, 1878

(http://andrewcatsaras.blogspot.com/p/iconic-photographs.html)

หลังจากถ่ายภาพได้แล้ว ไมบริดจ์ (Muybridge) ก็นำภาพที่ได้มาติดบนวงล้อหมุน แล้วฉายด้วยแมจิก แลนเทิร์น (magic lantern) ทำให้เห็นภาพการเคลื่อนไหวของม้าต่อเนื่องเหมือนของจริง และหลังจากได้ทดสอบซ้ำอีกโดยใช้กล้อง 24 ตัว ไมบริดจ์ (Muybridge) ก็สามารถพิสูจน์ได้ว่า ในเวลาที่ม้าควบไปเร็วๆ นั้น ขาทั้งสี่ของมันจะลอยขึ้นเหนือพื้นดินในเวลาหนึ่งจริงๆ แต่ประดิษฐ์กรรม ของไมบริดจ์ก็ยังไม่ถือว่าเป็นภาพยนตร์ เนื่องจากว่ามันถ่ายทำด้วยกล้องถ่ายภาพนิ่ง และต้องใช้กล้อง เป็นจำนวนมากตั้งแต่ 12 หรือ 20 หรือบางทีถึง 40 ตัวทีเดียว


เอกสารอ้างอิง

วิกีพีเดีย สารานุกรมเสรี  (5 พฤษภาคม 2554). เทคโนโลยีภาพยนตร์  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C(วันที่ค้นข้อมูล : 21  พฤษภาคม  2554).

BlogGang.com : human99 (27 ธันวาคม 2550). ความหมายของภาพยนตร์ [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=human99&month=12-2007&date=27&group=1&gblog=1 (วันที่ค้นข้อมูล : 21  พฤษภาคม  2554).

Video man studio (7 พฤศจิกายน 2553). คุณค่าของภาพยนตร์  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : http://www.videomanstudio.com/webboard-%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-1-294224-1.html (วันที่ค้นข้อมูล : 21  พฤษภาคม  2554).

หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)  (ม.ป.พ.). มหัศจรรย์แห่งการหมุน  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :http://www.fapot.org/index.php/monthlyexhibition/86-wonderturning (วันที่ค้นข้อมูล : 9 เมษายน 2554)

นวกานต์ ราชานาค (17 เมษายน 2553). Thaumatrope คืออะไร[ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=navagan&month=10-2008&date=03&group=5&gblog=4 (วันที่ค้นข้อมูล : 8 เมษายน 2554).

นิติวัฒน์ เจตนา (28 มกราคม พ.ศ. 2552). ประวัติภาพยนตร์โลก  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :http://kiramura.blogspot.com/2009/01/blog-post_28.html (วันที่ค้นข้อมูล : 20 เมษายน 2554).

หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)  (ม.ป.พ.). มหัศจรรย์แห่งการหมุน  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :http://www.fapot.org/index.php/monthlyexhibition/86-wonderturning (วันที่ค้นข้อมูล : 9 เมษายน 2554).

bloggang, นวกานต์ ราชานาค  (กันยายน 2549). Concept และ หลักการ ของงาน (หนัง)ทดลองเรื่อง Thaumatrope  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=navagan&month=10-2008&date=03&group=5&gblog=4 (วันที่ค้นข้อมูล : 25 ‎มีนาคม ‎2554).

นิติวัฒน์ เจตนา (28 มกราคม พ.ศ. 2552). ประวัติภาพยนตร์โลก  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :http://kiramura.blogspot.com/2009/01/blog-post_28.html (วันที่ค้นข้อมูล : 20 เมษายน 2554).

guru.google.co.th (2 ก.พ. 2553). ในการสร้างภาพยนตร์ให้เกิดภาพเคลื่อนไหวได้ เราใช้หลักการอะไร?  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=1f1767f41d5df7a6 (วันที่ค้นข้อมูล : 9 เมษายน 2554)

postproduction52 (22 กุมภาพันธ์ 2553). ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์โลก ตอนที่ ๑[ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : http://postproduction52.wordpress.com/2010/02/22 (วันที่ค้นข้อมูล : 8 พฤษภาคม 2554).

Download เอกสารประกอบหัวข้อนี้ (pdf)

101-introMovie