รู้กันยัง? “ดาวอังคาร” กำลังจะมีวงแหวนแล้ว

รู้กันยัง ดาวอังคารกำลังจะมีวงแหวนแล้ว

Image # 2. 1-2

ระบบสุริยะของเรามีดาวเคราะห์สี่ดวงที่มีวงแหวนล้อมรอบ คือดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัสและดาวเนปจูน ทั้งหมดล้วนเป็นดาวยักษ์ ส่วนดาวเคราะห์หินไม่มีดวงใดเลยที่มีวงแหวน

วิมุติ วสะหลาย กรรมการวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย เปิดเผยว่า เว็บไซด์ http://www.sciencedaily.comระบุว่า อีกไม่นาน ดาวอังคารจะมีวงแหวนกับเขาด้วยเหมือนกัน

ทั้งนี้ ดาวอังคารมีดวงจันทร์เป็นบริวารสองดวงคือ โฟบอส และดีมอส

เป็นเวลานานมาแล้วที่นักดาราศาสตร์พบว่าดวงจันทร์โฟบอสมีวงโคจรไม่เสถียรเพราะกำลังเคลื่อนที่ช้าลงและตีวงเข้าใกล้ดาวอังคารมากขึ้นทีละน้อย

 

เมื่อวัตถุอยู่ภายใต้แรงโน้มถ่วงจากวัตถุอีกดวงหนึ่งเช่น ดวงจันทร์ที่อยู่ในสนามโน้มถ่วงของโลกด้านของดวงจันทร์ที่หันเข้าหาโลกอยู่ใกล้โลกมากกว่าด้านที่หันออกจากโลกจึงได้รับแรงดึงดูดโน้มถ่วงมากกว่าผลต่างของแรงที่กระทำในสองด้านจึงกลายเป็นแรงดึงที่พยายามฉีกดวงจันทร์ให้ยืดออกแต่เนื้อดวงจันทร์แข็งแรงมากพอที่จะต้านแรงดึงนี้ได้จึงคงสภาพเป็นดวงออกได้แต่ก็ถูกแรงนี้ตรึงไว้จนหมุนหนีไม่ได้เป็นผลให้ดวงจันทร์หันด้านเดียวเข้าหาโลกตลอดเวลาในทางกลับกันโลกก็อยู่ใต้อิทธิพลของแรงดึงนี้ที่กระทำโดยดวงจันทร์เช่นกันผลก็คือเกิดน้ำขึ้นน้ำลงบนโลก

แรงชนิดนี้จึงมีชื่อว่า แรงน้ำขึ้นลง

รายงานการวิจัยฉบับหนึ่งในวารสารเนเจอร์จีโอไซนส์ที่เขียนโดยเบนจามิน แบล็ก และ ทูชาร์ มิตทัล จากภาควิชาวิทยาศาสตร์โลกและดาวเคราะห์มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบอร์เคลีย์ ได้วิเคราะห์รอยแตกและรอยถูกชนบนดวงจันทร์โฟบอสประเมินว่าเนื้อดาวของโฟบอสมีความแข็งแรงไม่มากพอที่จะต้านแรงน้ำขึ้นลงจากดาวอังคารเอาไว้ได้

Image # 3. 1-2

ดังนั้นเมื่อดวงจันทร์โฟบอสเคลื่อนเข้าใกล้ดาวอังคารถึงระยะหนึ่งแรงน้ำขึ้นลงจากดาวอังคารก็จะเอาชนะความแข็งแรงของเนื้อดวงจันทร์โฟบอสโฟบอสจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเศษซากของโฟบอสจะยังคงเคลื่อนที่ไปตามวงโคจรเดิมพร้อมกับกระจายออกเป็นสายยาวล้อมรอบดาวอังคารกลายเป็นวงแหวนประดับบารมีเทียบชั้นดาวเคราะห์รุ่นยักษ์

 

วงแหวนที่เกิดขึ้นจะไม่ได้อยู่อย่างถาวรวัสดุในวงแหวนชิ้นที่ใหญ่จะค่อย ๆ ตีวงเข้าสู่ดาวอังคารไปเรื่อย ๆจนกระทั่งชนเข้ากับดาวอังคารด้วยมุมเอียงมากจนแทบจะกลายเป็นการถากการชนในลักษณะนี้จะทำให้เกิดหลุมรูปวงรีส่วนเศษซากชิ้นเล็กจะยังคงโคจรเป็นวงแหวนของดาวอังคารต่อไปอีกหลายล้านปีก่อนจะค่อยๆทยอยตกลงสู่ผิวดาวอังคารเหมือนฝนอุกกาบาต

 

แม้นี่จะเป็นชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของโฟบอสแต่สิ่งนี้จะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้คาดว่าวาระสุดท้ายอันตระการตาของโฟบอสจะเกิดขึ้นในอีกประมาณ20-40ล้านปีข้างหน้า และวงแหวนโฟบอสก็อาจจะคงอยู่ได้นานราว 1-100ล้านปี

 

มีดวงจันทร์ดาวเคราะห์เพียงสองดวงในระบบสุริยะเท่านั้นที่มีวงโคจรเข้าใกล้ดาวเคราะห์มากขึ้นแบบนี้อีกดวงหนึ่งคือดวงจันทร์ไทรทันซึ่งเป็นดวงจันทร์ดวงใหญ่ที่สุดของดาวเนปจูน

 

กรณีของดวงจันทร์โฟบอสอาจจะไม่ใช่ครั้งแรกในระบบสุริยะที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้วงแหวนของดาวเคราะห์ยักษ์ดวงอื่นก็อาจมีต้นกำเนิดแบบนี้นักดาราศาสตร์คาดว่าในช่วงที่ระบบสุริยะกำเนิดขึ้นมีดวงจันทร์ของดาวเคราะห์มากราว20-30%ที่เคลื่อนที่ตกลงสู่ดาวเคราะห์

นอกจากนี้ยังพบว่าบนดาวอังคารมีหลุมอุกกาบาตรูปวงรีอยู่หลายพันหลุมหลุมอุกกาบาตรูปวงรีจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อวัตถุพุ่งเข้าชนด้วยมุมที่แคบมากเท่านั้นนี่อาจหมายความว่าในอดีตดาวอังคารก็เคยมีวงแหวนมาก่อนก็ได้

 

มิตทัล กล่าวว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดนักว่าเมื่อถึงวันนั้น วงแหวนของดาวอังคารจะมองเห็นได้จากโลกหรือไม่วงแหวนของดาวอังคารจะประกอบด้วยฝุ่นเป็นหลักซึ่งสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ไม่ดีเท่ากับละอองน้ำแข็งที่มีอยู่ในวงแหวนของดาวเคราะห์วงนอกแต่อย่างน้อยวงแหวนนี้ก็จะทำให้ดาวอังคารดูสว่างขึ้นกว่าเดิมและหากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ก็อาจมอง

เห็นเงาของวงแหวนที่ทอดลงไปบนผิวดาวอังคารด้วย

 

ใครไม่เชื่อก็รอดู อีกไม่เกิน 40ล้านปีเท่านั้น