กระแส ดาวอังคาร-เอเลี่ยน มาแรง!! หรืออนาคต…ชาวโลกต้องย้ายไปอยู่ที่นั่น

Image # 2.

ต้องถือว่า กระแสของดาวอังคาร (Mars) กำลังดัง และมาแรงมาก หลังจากมีการเผยแพร่ภาพปริศนาหลายอย่าง ทั้งมีลักษณะคล้ายคลึงกับร่องรอยอารยธรรมโบราณ และรูปร่างเหมือนกับสิ่งมีชีวิตอยู่บนนั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ องค์การนาซาของสหรัฐฯ ออกมาแถลงว่า วันนี้ยังพบร่องรอยของเหลวไหลอยู่บนดาวอังคาร จึงถือเป็นการจุดประกายความคิด-ความเชื่อ ที่ว่าบนดาวอังคารอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มากขึ้นไปใหญ่ แถมยังประจวบเหมาะกับคำเตือนจากสตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง นักฟิสิกส์ชื่อดัง ด้านทฤษฎีจักรวาลวิทยา ที่บอกให้ระวัง เอเลี่ยน หรือมนุษย์ต่างดาว อาจบุกโลก ยึดเป็นอาณานิคม!!

จึงยิ่งทำให้ ดาวอังคาร, นาซา, มนุษย์ต่างดาว, นักบินอวกาศ, ยานสำรวจอวกาศ, ของเหลว, น้ำ, สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร และโลก ถูกนำมาเชื่อมโยงกัน จนทำให้พวกเรามีความรู้สึกว่า เอเลี่ยนจากดาวอังคาร และมนุษย์บนโลก กำลังจะสลับสับเปลี่ยนที่อยู่กันในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า

‘เอเลี่ยนกำลังเสาะหาที่อยู่ใหม่ อพยพจากดาวเคราะห์หนาวเย็น เต็มไปด้วยฝุ่นสีแดง มาบุกโลกที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ และ มนุษย์เราเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ต้องระหกระเหินหนีเอเลี่ยนไปอยู่บนดาวอังคารแทน…’ เป็นความคิดที่แวบขึ้นมา หลังเราได้ยินและเห็นภาพแปลกๆ จากดาวอังคารบ่อยขึ้น… นับตั้งแต่ยานสำรวจคิวริออสซิตี้ ของนาซา ไปลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารได้สำเร็จเมื่อปี 2555 และส่งภาพถ่ายกลับมายังศูนย์ปฏิบัติการภาคพื้นดินของนาซา

*ยาน ‘คิวริออสซิตี้’-ความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์

ต้องถือเป็นความสำเร็จอย่างงดงามของ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (นาซา) ที่สามารถส่งยานคิวริออสซิตี้ (curiosity) หรือแปลว่า ความอยากรู้อยากเห็น ไปลงจอดบนดาวอังคาร เมื่อ 6 ส.ค. 2555 จนถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังจากยานคิวริออสซิตี้ได้ถูกส่งสู่ห้วงจักรวาล เดินทางจากโลกไปดาวอังคาร ระยะทาง 350 ล้านไมล์ ใช้เวลานานถึง 8 เดือน

Image # 3.

ยานสำรวจคิวริออสซิตี้บนดาวอังคาร

ยานสำรวจคิวริออสซิตี้ มูลค่านับ 8 หมื่นล้านบาท เป็นยานพาหนะ 6 ล้อ ขนาดพอๆ กับรถยนต์ มีน้ำหนัก 1 ตัน ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ ใหญ่กว่าและหนักกว่ายานที่เคยถูกใช้สำรวจดาวอังคารเมื่อปี 2547

Image # 4.

วัตถุรูปร่างคล้ายพีระมิด (ภาพจาก Dark 5 อัพโหลดลงยูทูบ)

*ภาพปริศนาจากยานคิวริออสซิตี้

ท่ามกลางภาพถ่ายมากมายที่บันทึกโดยกล้องบนยานสำรวจ คิวริออสซิตี้ ปรากฏว่า ในช่วงระยะหลังๆ เราได้เห็นภาพปริศนาหลายอย่างมากขึ้น ปรากฏสอดแทรกอยู่ท่ามกลางภาพมากมายจากพื้นผิวดาวอังคาร

– มิถุนายน 2558 ภาพถ่ายจากยานคิวริออสซิตี้ ที่ส่งกลับมายังโลก แสดงให้เห็นวัตถุรูปร่างคล้ายพีระมิด (ลักษณะรูปร่างเหมือนที่เราเห็นในอียิปต์) สีดำทะมึนโดดเด่นอยู่บนดาวอังคาร ในขณะที่ บางคนคิดว่า พีระมิดดังกล่าว ซึ่งมีขนาดพอๆ กับรถยนต์นั้น เป็นแค่ก้อนหินเท่านั้น ทว่า เมื่อทางช่อง Paranormal Crucible อัพโหลดภาพลงยูทูบ และมีการซูมภาพในระยะใกล้ กลับยิ่งยืนยันให้เห็นว่าพีระมิดนี้ ไม่ใช่แค่หินธรรมดาๆ แต่มีการออกแบบก่อสร้าง และมีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งหมายถึง พีระมิดดังกล่าวต้องถูกสร้างโดยสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดเฉลียว ไม่ใช่แค่รูปถ่ายที่เกิดจากการหักเหของแสงและเงาแน่นอน

สำหรับคนที่เชื่อว่ามีมนุษย์ต่างดาวอยู่บนดาวอังคาร ย่อมมีการคาดเดาไปในทิศทางที่ว่า พีระมิดนี้ เป็นส่วนบนหรือยอด ของสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้พื้นดาวอังคารลงไป… ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำทฤษฎีความเชื่อก่อนหน้า หลังจากยานอวกาศของนาซาได้เผยแพร่ภาพ หลุมขนาดใหญ่บนดาวอังคาร โดยหนึ่งในหลุมลึกขนาดใหญ่ ถูกพบโดยยาน มาร์ส รีคอนเนสเซนซ์ ออร์บิเตอร์ ที่โคจรอยู่รอบดาวอังคาร เป็นครั้งแรกปี 2550 กว้างมากกว่า 490 ฟุต และสงสัยว่าก้นหลุมนี้ มีอะไร??

Image # 5.

หนึ่งในหลุมกว้าง และดูลึกมาก ที่ปรากฏบนดาวอังคาร (ภาพจาก Dark 5 อัพโหลดลงยูทูบ)

Image # 6.

คนหรือว่าอะไร??.. ภาพปริศนาอีกภาพ จากดาวอังคาร

*หญิงชุดดำบนดาวอังคาร

สิงหาคม 2558 สื่อต่างประเทศหลายสำนัก รวมทั้ง เดอะ มิร์เรอร์ ออนไลน์ เผยแพร่ภาพปริศนา ซึ่งบันทึกโดยยานคิวริออสซิตี้ ขณะกำลังสำรวจอยู่บริเวณปากปล่องภูเขาไฟแห่งหนึ่งบนดาวอังคาร แสดงให้เห็นว่ามีรูปร่างลักษณะเหมือนกับ ผู้หญิงสวมชุดดำ ยืนอยู่บนพื้นผิวของดาวอังคาร
เว็บไซต์ ของ นสพ.ยูเอฟโอ ไซต์ติ้ง ไม่รีรอที่จะแสดงความเห็นทันทีว่า จากรูปร่างของสิ่งปริศนาดังกล่าวบนภาพ ชี้ว่า ‘มีสิ่งมีชีวิตที่นั่น’ พร้อมทั้ง ยังระบุว่า รูปร่างสีดำในภาพถ่ายจากดาวอังคารนั้น ดูอย่างไรก็เป็นผู้หญิงแน่นอน อีกทั้ง นอกเหนือจากภาพพีระมิด และหญิงชุดดำบนดาวอังคารแล้ว ยังมีภาพปริศนาอีกหลายภาพจากดาวอังคาร ที่ยานคิวริออสซิตี้ส่งมายังโลกให้งงกันต่อไป ว่ามันคืออะไร

Image # 7.

นาซาเผยแพร่ภาพ ลักษณะคล้ายของเหลวไหลบนดาวอังคารในปัจจุบัน

*นาซา-พบหลักฐานของเหลวไหลบนดาวอังคารในปัจจุบัน

29 กันยายน 2558 ภาพถ่ายใหม่จากยาน มาร์ส รีคอนเนสเซนซ์ ออร์บิเตอร์ (เอ็มอาร์โอ) ของนาซา แสดงให้เห็นหลักฐานที่สำคัญที่สุดที่พบจนถึงตอนนี้ว่า มีของเหลว ไหลเป็นช่วงๆ บนดาวอังคารในยุคปัจจุบัน…

นักวิจัยตรวจสอบภาพถ่ายสเปกตรัมของดาวอังคารจากยานเอ็มอาร์โอ และพบสัญญาณของผลึกแร่บริเวณเนินลาด ซึ่งมี ‘ริ้วรอยหรือสายสีเข้ม’ (recurring slope lineae: RSL) ที่พบบนดาวอังคารก่อนหน้านี้ พวกเขาเห็นด้วยว่ารอยนี้เปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา โดยมีสีเข้มขึ้นและดูเหมือนจะไหลลงเนินลาดชันในฤดูที่มีอุณหภูมิอบอุ่น และจางลงในฤดูที่อากาศเย็นลง รอยเหล่านี้ปรากฏขึ้นหลายแห่งเมื่ออุณหภูมิบนดาวดวงนี้สูงกว่า -23 องศาเซลเซียส และหายไปเมื่ออุณหภูมิเย็นลง

แน่นอนว่า การที่นาซาออกมายืนยัน พบร่องรอยหลักฐานของเหลวบนดาวเคราะห์สีแดง ถือเป็นการจุดประกายว่า มีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารขึ้นมาอีกครั้ง

Image # 8.

นาซาโชว์ภาพของจริง ‘อาซิดาเลีย แพลนิเทีย’ บนดาวอังคาร

*นาซาโชว์ภาพจริง ที่ราบอาซิดาเลีย แพลนิเทีย

7 ตุลาคม 2558 นาซาตอกย้ำกระแสดาวอังคารกำลังมาแรง ด้วยการเผยแพร่ภาพถ่ายบนพื้นผิวดาวอังคาร ที่สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้ได้ชมภาพยนตร์เรื่อง เดอะ มาร์เชียน (The Martian) อย่างมาก เนื่องจากเป็นภาพพื้นผิวที่ราบบนดาวอังคารในบริเวณหนึ่ง ที่เรียกว่า ‘อาซิดาเลีย แพลนิเทีย’ บันทึกโดยยานอวกาศ‘ มาร์ส รีคอนเนสเซนซ์ ออร์บิเตอร์’ (Mars Reconnaissance Orbiter) ที่นาซาส่งขึ้นไปสำรวจดาวอังคารนั้น เหมือนกับฉากสถานที่ในภาพยนตร์เรื่อง เดอะ มาร์เชียน ที่กำลังทำเงินในโรงภาพยนตร์ ซึ่ง แมท เดมอน พระเอกคนดัง รับบทแสดงเป็นนักบินอวกาศ มาร์ค วัตนีย์ พระเอกในเรื่อง

บริเวณ อาซิดาเลีย แพลนิเทีย และที่ราบอีกแห่งในภาพยนตร์เรื่อง เดอะ มาร์เชียน ใช้เป็นบริเวณที่ลงจอดของยานอวกาศ 2 แห่ง ที่เรียกว่า ‘เอเรส 3’ และ ‘เอเรส 4’ โดยบริเวณ อาซิดาเลีย แพลนิเทีย เป็นที่ราบ ซึ่งบริเวณนั้นมีหลุมกว้าง ส่วนสถานที่อื่นๆ ในภาพยนตร์ก็สามารถเห็นในภาพที่ถ่ายโดยกล้อง High Resolution Imaging Science Experiment (HiRISE) ของยานสำรวจมาร์ส รีคอนเนสเซนซ์ ออร์บิเตอร์

Image # 9.

สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง นักทฤษฎีจักรวาลวิทยาชื่อดังแห่งยุคนี้

*สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง เตือน เอเลี่ยนมีโอกาสบุกโลก

ศาสตราจารย์ สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ของโลกยุคนี้ กล่าวถึงเรื่องใหม่ๆ เกี่ยวกับศักยภาพของมนุษย์ต่างดาว หรือเอเลี่ยน เป็นครั้งแรก หลังจากได้ศึกษาค้นคว้าเพื่อพยายามไขปริศนาของสุริยะจักรวาลมายาวนานว่า ถ้ามนุษย์ต่างดาวมายังโลกของเราจริง โลกอาจพ่ายแพ้และตกอยู่ในสถานภาพเป็นอาณานิคมของมนุษย์ต่างดาวเหล่านั้น

‘ถ้าเอเลี่ยนมาเยือนโลกของเรา ผลลัพธ์ที่จะตามมา ก็คงจะเหมือนกับเหตุการณ์ที่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส แล่นเรือไปพบทวีปอเมริกา ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ที่นั่น’ ศาสตราจารย์ฮอว์กกิ้ง กล่าวกับนักข่าวของ El Pais พร้อมกับบอกว่า ความก้าวล้ำทางเทคโนโลยี ของมนุษย์ต่างดาว บางทีคือการสามารถท่องเดินทางในจักรวาล มองหาดาวเคราะห์ที่พวกเขาสามารถเดินทางไปถึง จากนั้นก็จะบุกยึดและครอบครองเป็นอาณานิคม

ศาสตราจารย์ฮอว์กกิ้ง ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทฤษฎีจักรวาลวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ยังอธิบายถึงโอกาสที่ดีที่สุดในการอยู่รอดของมนุษยชาติ คือการหา ‘บ้านใหม่’ บนดาวเคราะห์ดวงอื่น พร้อมเตือนว่า มีความเสี่ยงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ที่หายนะภัยดังกล่าว จะทำลายโลก ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องการให้สาธารณชนได้ตระหนักถึงความสำคัญ ของการส่งยานอวกาศไปนอกโลก

Image # 10.

ทีมนักวิทยาศาสตร์ของนาซาในโครงการสำรวจดาวอังคาร

*โครงการนาซา: ส่งมนุษย์อวกาศพิชิตดาวอังคาร

ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักวิทยาศาสตร์ และนักดาราศาสตร์ คือ การส่งมนุษย์ไปสำรวจบนดาวอังคาร ขณะที่ ปัจจุบันมีการส่งมนุษย์อวกาศเดินทางไปไกลที่สุดเพียงแค่ดวงจันทร์ ซึ่งเป็นบริวารของโลกเท่านั้น โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ของนาซาได้ประเมินแผนภารกิจ จะส่งมนุษย์อวกาศไปยังดาวเคราะห์น้อยให้ได้ ภายในปี ค.ศ.2025 หรือ 10 ปีข้างหน้า และส่งมนุษย์อวกาศไปดาวอังคารให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2030 หรือ 15 ปีจากนี้ไป หลังจากได้ส่งยานอวกาศไปสำรวจดาวอังคารครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ. 1965 หรือ 50 ปีก่อน

แน่นอนว่า ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยไปจนถึงอีก 15 ปีข้างหน้า อีกทั้งแผนของนาซาดำเนินไปได้ตามแผนที่วางไว้ เราคงมีโอกาสได้เห็นทีมมนุษย์อวกาศชุดแรกขึ้นไปสำรวจดาวอังคาร เหมือนเป็น การตระเตรียมความพร้อม สำหรับการอพยพมนุษย์บนโลกขึ้นไปอยู่ที่นั่น (หากโลกของเราถูกเอเลี่ยนบุกจริงๆ)

Image # 11.

ภาพใบหน้าคล้ายมนุษย์ บนดาวอังคาร ที่โด่งดังมากที่สุดภาพหนึ่ง ถูกค้นพบโดยยานไวกิ้ง ออร์บิเตอร์ เมื่อปี 1976 (ภาพจาก Dark 5 อัพโหลดลงยูทูบ)
ที่มา http://www.thairath.co.th/content/530951