ตื่นตาตื่นใจ รัสเซียโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำยิงจรวดร่อน 1,500 กม. ข้ามอิหร่าน-อิรักถล่ม ISIS ในซีเรีย

Image # 2. ตื่นตาตื่นใจ รัสเซียโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำยิงจรวดร่อน 1,500 กม. ข้ามอิหร่าน-อิรักถล่ม ISIS ในซีเรีย

ครั้งนี้ต้องถือเป็น “การล้างตา″ ครั้งสำคัญสำหรับโลกตะวันตก การเข้าสู่สงครามกลางเมืองในซีเรีย ไม่เพียงแต่ทำให้รัสเซียโดดเด่น กลับไปเป็นผู้เล่นตัวสำคัญบนเวทีโลกเท่านั้น หากยังเป็นโอกาสได้ทดลองใช้งานจริง อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ล้ำหน้าต่างๆ อีกด้วย เป็นครั้งแรกที่โลกมีโอกาสได้เห็น เทคโนโลยีจรวดร่อนโจมตีทางยุทธวิธีระยะไกลของค่ายนี้ โดยยิงจากเรือรบที่อยู่ไกลออกไปถึง 1,500 กม. ไปทำลายเป้าหมายกว่า 10 แห่งพร้อมกัน.

กระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยแพร่วิดีโอคลิปชิ้นหนึ่งในวันพุธ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นการโจมตีที่ตั้งกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ISIS ในหลายพื้นที่ในประเทศซีเรีย โดยยิงจากเรือรบ 4 ลำในทะเลสาปแคสเปียน ที่อยู่ห่างออกไปถึง 1,500 กิโลเมตร ข้ามดินแดนประเทศอิหร่านกับอิรัก รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียแถลงว่า จรวดทั้งหมดพุ่งเข้าทำลายทุกเป้าหมายอย่างแม่นยำ 

วิดีโอคลิปชิ้นนี้ แสดงเหตุการณ์ที่หาดูได้ยาก หลังจากที่ชาวโลกเคยได้เห็นเทคโนโลยีคล้ายกันนี้ของกองทัพสหรัฐ เมื่อครั้งยิงจรวดร่อนโทมาฮอว์คนับร้อยลูก จากเรือพิฆาต และเรือดำน้ำในทะเลอาหรับ เข้าถล่มเป้าหมายฝ่ายรัฐบาลประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ในกรุงแบกแดด และ เมืองสำคัญอื่นๆ ทั้งกลางวัน กลางคืน ในช่วงสงครามอิรัก และ เป็นที่ราบกันดีว่าจรวดร่อนของสหรัฐ ปฏิบัติการตามโปรแกรมที่ตั้งล่วงหน้า และ นำทางด้วยดาวเทียม

ถ้าหากทุกอย่างเป็นไปเช่นในวิดีโอคลิป ก็นับเป็นครั้งแรกที่โลกได้เห็นอยู่ต่อหน้า เทคโนโลยีจรวดโจมตีทางยุทธวิธีระยะไกลอันล้ำหน้าของรัสเซีย ที่มีการยิงข้าม 2 ประเทศไปทำลายเป้าหมายที่อยู่ไกลลิบ ในประเทศที่สาม และ ทำลายหลายเป้าหมายพร้อมๆ กัน ทั้งเป็นการเปิดเผยให้เห็นอาวุธลับของรัสเซีย โดยไม่กลัวระบบต่อต้านอาวุธนำวิถีของโลกตะวันตกอีกต่อไป และ รัสเซียไม่ได้เปิดเผยเทคโนโลยีใช้นำวิถี ในการยิงจรวดร่อนโจมตีจากระยะไกลในครั้งนี้

พล.อ.เซอร์เก ชอยกู รมว.กลาโหมกล่าวว่า เรือรบทั้ง 4 ลำ ในทะเลสาปแคสเปียน ยิงจรวดรวม 26 ลูก (ในคืนวันอังคาร) โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลอิหร่านกับอิรัก จรวดตรงไปทำลายเป้าหมายจำนวน 11 แห่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และ ทั้งหมด “ร่อน” ไปตามเส้นทางที่กำหนด โดยหลีกเลี่ยงตัวเมือง กับแหล่งที่มีประชาชนอาศัยหนาแน่น เพื่อป้องกันมิให้ได้รับผลกระทบ

“เรือติดจรวด 4 ลำ ได้ยิงจรวดร่อนจำนวน 26 ลูกไปทำลาย 11 เป้าหมาย ตามข้อมูลการควบคุมที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง เป้าหมายถูกทำลายทั้งหมด ไม่มีพลเรือนได้รับความเสียหาย (จากปฏิบัติการ)” รมว.กลาโหมรัสเซียกล่าว

แผนที่แสดงประกอบในวิดีโอคลิป แสดงให้เห็นเส้นทางของจรวดที่คดเคี้ยว และ ในบางช่วงแสดงให้เห็นการวิ่งสลับเส้นทางกัน กลายเป็นภาพเหตุการณ์ ที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง และ เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง มีผู้เข้าชมวิดีโอคลิปชิ้นนี้จำนวนหลายหมื่นคน พร้อมถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง
.


.
ตามรายงานของสื่อทางการ เรือทั้ง 4 ลำที่ร่วมปฏิบัติการจากทะเลสาปแคสเปียน ได้แก่ เรือดาเกสตาน (Dagestan) ซึ่งเป็นเรือฟรีเกตชั้นเกพาร์ด (Gephard 3.9-Class) กับเรือคอร์แว็ตอีก 3 ลำ คือ เรือกราด สวียาซค์ (Grad Sviyazhsk) เรืออูกริช (Uglich) และ เรือเวเลกี อุตยุก (Veleky Utyug) ซึ่งทั้งหมดเป็นเรือชั้นบูยัน-เอ็ม (Buyan-M-Class)

จรวดร่อนที่ยิงจากระบบท่อยิงแนวตั้ง Kalibr NK (Klub) ทั้งหมดเป็นจรวดนำวิถีที่มีความแม่นยำสูง (High Precision Cruise Missile) สามารถยิงทำลายเป้าหมายได้ ในระยะ 3 เมตร จากระยะยิง 2,500 กม.

ทั้งกระทรวงกลาโหมและสื่อของทางการ ไม่ได้เปิดเผยรุ่นของจรวด แต่เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า รัสเซียมีจรวดร่อนในตระกูลคลับ (Klub) หลายรุ่น ที่มีระยะยิงตั้งแต่หลายร้อย จนถึงหลายพัน กม. ทั้งยิงจากเรือรบ และจากเรือดำน้ำ

เมื่อหันมามองในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันเวียดนามเป็นเพียงประเทศเดียว ที่มีจรวดร่อนตระกูลคลับยิงโจมตีเป้าหมายบนบกได้ สื่อทางการรัสเซียได้ยืนยันข่าวก่อนหน้านี้ว่า เรือดำน้ำชั้นคิโล (Kilo-Class) ของกองทัพเรือเวียดนามทั้ง 6 ลำ ติดตั้งจรวดร่อนรุ่นหนึ่ง ที่สามารถยิงโจมตีเป้าหมายสำคัญ (High Value Targets) ลึกเข้าไปในผืนทวีปหลายร้อยกิโลเมตร
. 

Image # 3. ตื่นตาตื่นใจ รัสเซียโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำยิงจรวดร่อน 1,500 กม. ข้ามอิหร่าน-อิรักถล่ม ISIS ในซีเรีย

Image # 4. ตื่นตาตื่นใจ รัสเซียโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำยิงจรวดร่อน 1,500 กม. ข้ามอิหร่าน-อิรักถล่ม ISIS ในซีเรีย

      ปัจจุบันกองทัพเรือเวียดนามมีเรือฟริเกตเกพาร์ด 3.9 ประจำการจำนวน 2 ลำ และ สั่งซื้ออีก 2 ลำ ซึ่งลำแรกในล็อตใหม่ มีกำหนดส่งมอบปี 2560 เวียดนามยังไม่เคยเปิดเผยระบบอาวุธที่ติดตั้งบนเรือฟรีเกตทั้งสองลำ ซึ่งเป็นชั้นเดียวกัน กับเรือดาเกสตานของรัสเซีย ในทะเลสาปแคสเปียน

กลับไปยังซีเรีย รัสเซียได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญยิ่ง ในการช่วยรัฐบาลประธานาธิบดีบาชีร์ อัล-อัสสาด (Bashir al-Assad) ต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม ISIS เป็นการปฏิบัติการเพื่อปกป้องรัฐบาลในกรุงดามัสกัส ซึ่งสวนทางกับสหรัฐและโลกตะวันตก ที่ทำสงครามกับ ISIS ขณะเดียวกันก็สนับสนุนฝ่ายต่อต้าน ในการโค่นล้มประธานาธิบดีอัสสาด

ตามตัวเลขของตะวันตก รัสเซียส่งเครื่องบินรบอย่างน้อย 32 ลำประจำ เฮลิคอปเตอร์ขนส่ง/โจมตีแบบ Mi-24/Mi-28 อีกอย่างน้อย 12 ลำ ไปประจำการที่ฐานทัพอากาศ สนามบินนานาชาติบาสเซล อัล-อัสสาด (Bassel al-Assad) เมืองลาตาเกีย (Latakia) ส่งเรือรบอีก 4 ลำ จากกองเรือทะเลดำ ไปประจำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เป็นเรือลาดตระเวณ (Cruiser) 1 ลำ เรือพิฆาต 1 ลำ กับ เรือฟริเกตอีก 2 ลำ

ตามรายงานของสื่อทางการ สัปดาห์ที่ผ่านมาเครื่องบินรบของรัสเซีย ได้ออกปฏิบัติการโจมตีและทิ้งระเบิดเป้าหมายกลุ่ม ISIS กว่า 120 เที่ยวบิน และ ยังไม่เคยสร้างความเสียหายให้แก่พลเรือนสัปดาห์นี้เรือรบได้เข้าร่วมการโจมตีเป็นครั้งแรก. 

ที่มา http://manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9580000112854