คู่มือรู้ทัน ‘วัตถุอันตราย’ เปิดวิธีปฏิบัติเมื่อประจันหน้ามัจจุราชร้ายทำอย่างไร?

Image # 2.

ท่ามกลางเหตุวินาศกรรมใจกลางกรุงเมื่อคืนที่ผ่านมา สร้างความตกใจอกสั่นขวัญหายให้กับคนไทยไม่น้อย หลังยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บพุ่งทะยานหลายราย รวมไปถึงบรรดานักท่องเที่ยว และผู้ที่ศรัทธาเดินทางมาไหว้พระพรหม หน้าโรงแรมเอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ต่างได้รับเคราะห์กรรมครั้งนี้ด้วย ขณะที่ล่าสุดเจ้าหน้าที่บ้านเมืองยังคงทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีนั้น “ไทยรัฐออนไลน์” ได้จัดทำวิธีสังเกตระเบิดและวัตถุต้องสงสัยเบื้องต้นมาฝากกัน เพื่อป้องกันเหตุด่วนเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น

ขออธิบายอย่างนี้ว่า… ระเบิดหรือวัตถุระเบิด มีหลายรูปแบบ หลายชนิด ชนิดที่ระเบิดที่ศาลพระพรหมนั้นเป็น “ระเบิดแสวงเครื่อง” ระเบิดชนิดนี้จะมีลักษณะคล้ายสิ่งของทั่วไป วัสดุที่ใช้ก็ไม่แตกต่างจากของใช้ปกติ แต่สำหรับคนปกติอย่างเราๆ จะสามารถสังเกตระเบิดได้นั้น คงเป็นเรื่องยาก เรามาดูวิธีการสังเกตวัตถุต้องสงสัยกันก่อน

Image # 3.

อะไรบ้าง??? เข้าข่ายเป็น “วัตถุต้องสงสัย”
– เป็นสิ่งของหรือวัตถุที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน
– เป็นสิ่งของหรือวัตถุที่ไม่มีเจ้าของ หรือหาเจ้าของไม่พบ
– เป็นสิ่งของหรือวัตถุที่ไม่ควรวางอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว
– เป็นสิ่งของหรือวัตถุที่มีลักษณะแปลกตา ผิดรูปร่าง
– เป็นสิ่งของหรือวัตถุที่มีกลิ่น หรือรอยเปื้อน

ถ้าเป็นวัตถุต้องสงสัย ก็อาจเป็น “วัตถุระเบิด” ได้ ถ้าวัตถุนั้น…
– ถูกส่งมาจากบุคคล หรือสถานที่ที่ไม่รู้จักและคุ้นเคย
– วางไว้ในตำแหน่งที่ไม่ใช่ที่
– มีน้ำหนักมากเกินกว่าที่จะเป็น
– พบเห็นสายไฟ กระเดื่อง ผ้าเทป หรือสปริง ในวัสดุดังกล่าว
– สังเกตมีคราบน้ำมัน ผงสี กลิ่นเคมี ปะปนมา
– มีเสียงการทำงานดังเล็ดลอดออกมา

Image # 4.

ทีนี้…เมื่อพบสิ่งของหรือวัตถุที่ไม่ชอบมาพากลแล้ว เราต้อง “ปฏิบัติตน” หรือดำเนินการอย่างไร มาฟังทางนี้!!
1. สอบถามหาเจ้าของ หากไม่มีผู้ใดแสดงความเป็นเจ้าของ สันนิษฐานไว้ว่า เป็นวัตถุต้องสงสัยหรือระเบิด
2. จดจำรายละเอียด และลักษณะทั่วไป ของสิ่งของหรือวัตถุดังกล่าว 
3. เตรียมข้อมูล เกี่ยวกับการพบเห็น เช่น ใครคือผู้พบเห็นคนแรก และพบในเวลาเท่าใด
4. แจ้งผู้รับผิดชอบสถานที่ และแจ้งเจ้าหน้าที่บ้านเมือง
5. แจ้งให้ผู้คนในละแวกดังกล่าว อพยพออกจากพื้นที่ด้วยวิธีละมุนละม่อม เพื่อไม่ให้ตื่นตระหนกและแตกตื่นจนเกิดอุบัติเหตุได้
6. ห้ามเคลื่อนย้ายสิ่งของหรือวัตถุดังกล่าว พร้อมกันพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปปะปน
7. บุคคลซึ่งพบเห็น ต้องรอให้เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดเพื่อให้ข้อมูล
และนี่คือ “เบอร์โทรศัพท์” ที่จะต้องแจ้งตำรวจ หมายเลข 911 หรือ 191 หากมีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต โทรไปที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ โทร. 1669 ส่วนศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โทร. 1646.

ที่มา http://www.thairath.co.th/content/519109