การสำรวจบุคลิกภาพและสุขภาพของชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย

โดย สุทัศน์ ยกส้าน

Image # 2. การสำรวจบุคลิกภาพและสุขภาพของชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย

Credit photo: Reuters/Kelvin Coombs

        เมื่อ Patricia Malvern ถือกำเนิดในวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ.1946 ที่ห้องพักขนาดเล็กแห่งหนึ่งในเมือง Cheltenham ของอังกฤษ สมุดบันทึกประวัติของเธอได้ระบุว่า เมื่อแรกเกิดเธอหนัก 4 กิโลกรัม อีกหนึ่งวันต่อมา David Ward ก็ได้ออกมาลืมตาดูโลกบ้างที่โรงพยาบาลซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับ Hampton Court ใกล้กรุงลอนดอน บันทึกประวัติของ Ward ก็ระบุว่า เขามีน้ำหนักตัวน้อยมาก เพราะผอมแห้งเหมือนเขียด

ถึงวันนี้ Malvern และ Ward ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยชราแล้ว ทั้งสองมีประวัติชีวิตพิเศษที่แตกต่างจากคนในวัยเดียวกัน คือ เป็นคนสองคนในจำนวน 16,695 คนที่เกิดในปี 1946 ในสหราชอาณาจักรอังกฤษที่นักสำรวจแห่งโครงการ National Survey of Health and Development ของหน่วยวิจัยแพทย์ศาสตร์ (Medical Research Council) ของอังกฤษได้เก็บข้อมูลสุขภาพซึ่งหมายถึงโรคภัยไข้เจ็บ การเลี้ยงดู และข้อมูลสภาพแวดล้อมตั้งแต่เกิด เป็นเวลาติดต่อกันนานร่วม 70 ปีแล้ว

ข้อมูลชีวิตที่ถูกเก็บรวบรวม ได้แก่ อาชีพของบิดามารดา ของบรรพบุรุษ สภาพบ้านที่อยู่อาศัย รายได้ของครอบครัว สภาพที่ทำงาน ฯลฯ ตั้งแต่วัยเด็ก วัยหนุ่มสาว ตลอดจนถึงวัยชรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย หรือโรคที่กำลังคุกคามชีวิต ฯลฯ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรศาสตร์ได้วิเคราะห์ ข้อมูลด้านสุขภาพและด้านจิตใจ โดยการติดตามสัมภาษณ์บุคคลเหล่านี้ตลอดเวลาที่ยาวนาน

คนกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มคนที่ได้รับการวินิจฉัยสุขภาวะของร่างกายและจิตใจเป็นอย่างดีและต่อเนื่องกันนานที่สุดในโลก ซึ่งข้อมูลทั้งหลายที่ได้มาทำให้นักวิจัยสามารถติดตามความสำเร็จหรือความล้มเหลวในชีวิตของผู้ถูกสัมภาษณ์ได้ และช่วยให้รู้ด้วยว่า อะไรคือปัจจัยสำคัญที่มีส่วนควบคุมวิถีชีวิตของคนแต่ละคน 

Image # 3. การสำรวจบุคลิกภาพและสุขภาพของชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย

Credit photo: Reuters

       ข้อมูลบางข้อมูลได้สร้างความประหลาดใจให้แก่คณะสำรวจมาก เช่น ทารกหญิงที่น้ำหนักตัวค่อนข้างมากเมื่อคลอดใหม่ๆ เมื่อเป็นผู้ใหญ่มักป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ส่วนเด็กทารกที่เกิดในครอบครัวที่มีฐานะทางสังคมต่ำ เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่มักเป็นโรคอ้วน และสตรีที่มี IQ สูงจะหมดระดูช้ากว่าคนที่มี IQ ต่ำ สำหรับเด็กวัยรุ่นที่ต้องนอนซมล้มป่วยในโรงพยาบาลนานกว่า 1 สัปดาห์ มักมีปัญหาทั้งด้านการเรียนและพฤติกรรม แต่เด็กที่เกิดในครอบครัวที่มีฐานะทางสังคมดี มักมีร่างกายที่สมส่วน และเรียนดีทั้งในระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย อีกทั้งมักไม่เป็นโรคหัวใจ

ตลอดเวลา 70 ปี ที่โครงการนี้ได้ดำเนินมา นักวิจัยในโครงการได้เผยแพร่ข้อมูลในรูปของบทความวิจัยกว่า 700 ชิ้น และหนังสือ 8 เล่ม โดยได้เสนอข้อสรุปที่สำคัญว่า ชีวิตเริ่มต้นของคนทุกคนมีความสำคัญต่อชีวิตของคนๆ นั้นในบั้นปลายมาก

สำหรับประเด็นเรื่องโรคที่มักทำให้คนเหล่านี้เสียชีวิต ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจระบุว่าส่วนใหญ่เกิดจากวิธีการดำเนินชีวิต และประสบการณ์สะสมของคนนั้นก่อนจะเป็นโรค ในกรณีคนที่ชราเร็วหรือชราช้า ผู้สำรวจก็ใคร่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุใด คนที่ถูกสำรวจในโครงการนี้ทุกคนได้รับการตรวจสอบโดยแพทย์ที่ใช้อุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อวัดความดัน วิเคราะห์ภาวะกระดูกเสื่อม ความสมบูรณ์ของกล้ามเนื้อ รวมถึงการวัดปริมาณไขมันในเลือด และวัดคุณภาพของความทรงจำ รวมถึงความคล่องแคล่วว่องไวของร่างกายเวลาจะลุกหรือนั่งเก้าอี้ด้วย

ผู้ถูกสำรวจบางคนอาจได้รับการทดสอบในประเด็นว่า พันธุกรรมของคนได้รับผลกระทบเพียงใดจากประสบการณ์ชีวิต ซึ่งทำให้คนๆ นั้นเป็นโรคอ้วน หรือมะเร็ง งานวิจัยยังศึกษาด้วยว่า ความไม่เท่าเทียมกันในสังคมมีผลเช่นไรต่อการเปลี่ยนแปลงของยีน (gene) ดังนั้น การสำรวจนี้จึงเป็นการสำรวจที่ “ไม่ธรรมดา” เพราะได้เก็บข้อมูลและวิเคราะห์คนตัวเป็นๆ ตั้งแต่เกิดจน “ตาย”

สำหรับผลกระทบทางสังคมที่ได้จากการสำรวจนั้นก็มีมากมาย ดังจะเห็นได้จากเรื่องการศึกษา เพราะในปี 1944 ที่รัฐบาลอังกฤษได้ออกกฎหมายให้มีการทดสอบเด็กอายุ 11 ขวบทุกคนทั่วประเทศ (ซึ่งเรียกว่า 11+ หรือ eleven plus) เพื่อให้เด็กที่ฉลาด ไม่ว่าจะมีฐานะทางสังคมเช่นไร ได้เข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียง การสำรวจได้ข้อมูลสรุปที่แสดงว่า เด็กฉลาดที่มีบิดามารดาเป็นชนชั้นกลางส่วนใหญ่จะสอบ 11+ ผ่าน และเรียนได้ดีกว่า เด็กฉลาดที่บิดามารดาเป็นชนใช้แรงงาน แต่งานวิจัยก็ได้แสดงว่าการได้ครูดี และการมีพ่อแม่ที่สนับสนุนลูกก็มีบทบาทมากในความสำเร็จของลูก หนังสือ “The Home and the School” และ “All Our Future” ที่โครงการนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ในปี 1964 และ 1968 ตามลำดับได้มีส่วนช่วยให้บรรดาโรงเรียน comprehensive ของอังกฤษในยุค 19660 ไม่กำหนดเกณฑ์ในการเลือกเด็กเข้าเรียนจากฐานะทางสังคมของบิดามารดา 
       ในช่วงปี 1975 ซึ่งเป็นเวลาที่บรรดาผู้ถูกสำรวจกำลังมีอายุย่างเข้า 30 ปี คำถามที่มีการถามบ่อยมักเกี่ยวกับการศึกษาและอาชีพ ซึ่งก็ได้คำตอบจนหมดสิ้น และคำถามต่อไปคือ คำถามสุขภาพ โดยเฉพาะเมื่อผู้ถูกสำรวจมีอายุ 36 ปี 43 ปี และ 53 ปี โดยคนเหล่านี้จะถูกถามเรื่องความสามารถทางกาย และสุขภาวะโดยทั่วไป ซึ่งรวมถึงความดันเลือด การทำงานของหัวใจและปอด การกินอาหาร การออกกำลังกาย เพื่อจะได้ข้อสรุปว่า ชีวิตเริ่มต้นของคนแต่ละคน มีผลเช่นไรต่อสุขภาพของคนๆ นั้น ณ เวลาที่ถูกสำรวจอันจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ในปี 1985 ข้อมูลที่เก็บได้จากการสำรวจแสดงว่า ทารกที่น้ำหนักตัวแรกเกิดค่อนข้างต่ำ เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่มักเป็นโรคความดันโลหิตสูง นั่นคือสภาพร่างกายของทารกมีแนวโน้มว่าสามารถกำหนดสุขภาพของคนในวัยกลางคนได้ โดยเฉพาะเด็กที่มีน้ำหนักตัวน้อยมากเมื่อคลอด จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจค่อนข้างสูง

การสำรวจยังแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสภาพชีวิตของทารกแรกเกิดกับโอกาสการเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคจิตเภทด้วย เช่น ได้พบว่าเด็กที่ผอมตอนคลอด เวลาเป็นคนชรา กล้ามเนื้อของร่างกายมักไม่แข็งแรง ส่วนเด็กที่เติบโตเร็วมักมีโอกาสเป็นโรคหัวใจค่อนข้างสูง

ความน่าสนใจในข้อสรุปนี้ จึงมีประเด็นว่า สภาพชีวิตของทารกแรกเกิด สามารถกำหนดสภาพชีวิตบั้นปลายได้อย่างไร แต่การสรุปในประเด็นนี้ นักวิชาการหลายคนไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่า โรคภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นผลจากประสบการณ์สั่งสมที่คนๆ นั้นได้รับมาก่อนเป็นโรค และการศึกษาที่คนนั้นได้รับตลอดจนการบริโภคอาหารที่ถูกสุขลักษณะก็สามารถเปลี่ยนสุขภาพจากที่ไม่ดีให้เป็นที่ดีได้ นอกจากนี้ข้อมูลก็ยังแสดงให้เห็นอีกว่า คนที่มีอายุ 30-40 ปีถ้าได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นไปได้เร็วกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกาย

เมื่อถึงกลางทศวรรษของปี 1980 ขณะนั้นผู้ถูกสำรวจมีอายุ 50 ปี ควรมีรายได้พอสมควร มีการบริโภคอาหารดี และมีรถส่วนตัวใช้แล้ว งานสำรวจแสดงข้อมูลว่าทุกคนในทุกฐานะทางสังคมมีน้ำหนักตัวเพิ่มอย่างรวดเร็ว ข้อมูลด้าน IQ ก็แสดงให้เห็นว่า เด็กผู้หญิงที่มี IQ สูง จะหมดระดูช้ากว่าเด็กผู้หญิงที่มี IQ ต่ำกว่าเป็นเวลาหลายปี ซึ่งคำอธิบายในประเด็นนี้มีว่า พัฒนาการทางสมองของเด็กผู้หญิงมีผลต่อการผลิตฮอร์โมนเพศ ดังนั้นในสตรีที่มี IQ สูง สมองของเธอจะมีพัฒนาการรอบด้าน เธอจึงสามารถสืบพันธุ์ได้เป็นเวลานานกว่าคนที่มี IQ ต่ำ 

Image # 4. การสำรวจบุคลิกภาพและสุขภาพของชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย

Howard S. Friedman (Credit photo: promise.ucr.edu)

อ่านต่อ