สุดฮา เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง สแกนร่างผู้โดยสาร “เห็นตด”สองระลอก (ชมคลิป)   (มีคำถามเก็บคะแนน)

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุชวนหัว เมื่อมีการเปิดเผยเหตุการณ์ประหลาด ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในสนามบินแห่งหนึ่งของอังกฤษ กำลังสแกนร่างผู้โดยสาร โดยพบกลุ่มแก๊สลอยออกมาจากตัวผู้โดยสารดังกล่าว ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็น”ตด”ของผู้โดยสารรายนี้ 

 Image # 2. http://www.matichon.co.th/online/2014/12/14194857151419485861l.jpg

อ่านบทความก่อน

 คลิก ตอบคำถาม Image # 3.

รอสักครู่ คลิก  ดูคะแนน Image # 4.

    รายงานระบุว่า แก๊สดังกล่าวมีสีดำลอยออกมาจากกางเกงบริเวณบั้นท้ายผู้โดยสาร โดยแก๊สนี้ถูกปล่อยออกมา 2 ช่วง ๆ หลังใหญ่กว่าช่วงแรก ขณะที่เหตุการณ์นี้ได้ถูกนำไปเผยแพร่ทางคลิปยูทูบ มีผู้ชมกว่าสองแสนคน โดยส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็น”ตด”ของผู้โดยสารนี้ แต่บางรายคิดว่า น่าจะเป็น”ลมร้อน”มากกว่า

กล้องที่ใช้ถ่าย เรียกว่า กล้องอินฟราเรด เป็นกล้องถ่ายความร้อน Infrared Camera catches fart in Airport

http://youtu.be/T1FxI3aVBOs  

Thermal Imaging Camera  (กล้องถ่ายภาพความร้อน)

    ฉากที่หน่วย SWAT บุกจู่โจมอาชญากรในยามค่ำคืน พร้อมอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ทำให้มองในในที่มืดช่วยให้การลั่นไก มีความแม่นยำไปยังเหยื่อเพื่อจบภารกิจอย่างรวดเร็ว การคัดกรองผู้ป่วยที่มีไข้สูงภายในสนามบิน หรือแม้แต่เครื่องจับเท็จ เหล่านี้ล้วนใช้ประโยชน์จาก กล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Imaging Camera) หรือกล้องอินฟราเรค (infrared camera)

Image # 5.

ภาพ Infrared enhancement allows the unit to be used in low or no light situations. ที่มา www.scopes.com

ทำไมอินฟราเรดสามารถตรวจสอบหาความร้อนได้  ก่อนอื่นจังต้องทำความเข้าใจกับรังสีอินฟราเรด ก่อนที่จะเข้าเรื่องกล้องถ่ายภาพความร้อน หรือกล้องอินฟราเรค

อะไรคือรังสีอินฟราเรด
     คลื่นรังสีอินฟราเรด (Infrared (IR)) มีหรือคลื่นรังสีความร้อน หรือรังสีใต้แดง เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งแผ่มาจากดวงอาทิตย์ ถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ คือ Sir William Herschel ในปี 1800 จากการทดลองวัดอุณหภูมิของแถบสีต่างๆที่เปล่งออกมาเป็นสีรุ้งจากปริซึม และพบว่าอุณหภูมิความร้อนจะเพิ่มขึ้นตามลำดับและสูงสุดที่แถบสีสีแดง การที่เขาเลื่อนเทอร์โมมิเตอร์จากแถบสีที่ไม่สว่างไปยัง แถบสีสีแดง ซึ่งเป็นแถบสีที่สิ้นสุดของสเปกตรัม และอุณหภูมิสูงขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งขอบเขตดังกล่าวนี้เรียกว่า “อินฟราเรด” (ของเขตที่ต่ำกว่าแถบสีแดง) เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่น 700 นาโนเมตร – 1 มิลลิเมตร ถี่ในช่วง 1011 – 1014 เฮิร์ตซ์ มีคุณสมบัติไม่เบี่ยงเบนในสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ความถี่ยิ่งสูงมากขึ้น พลังงานก็สูงขึ้นตามไปด้วย เป็นคลื่นที่มีความถี่ถัดจากความถี่ของสีแดงลงมา มนุษย์จึงไม่สามารถมองเห็นรังสีอินฟราเรด แต่สามารถรู้สึกถึงความร้อนได้

Image # 6.

ภาพ  Infrared heat is the healing rays of the sun. ที่มา www.beyondbeds.com

    แหล่งกำเนิดของรังสีอินฟราเรดนั้นก็คือความร้อนหรือการแผ่รังสีความร้อน จากวัตถุที่มีอุณหภูมิสูงกว่าค่า Absolute zero( – 273.15 องศาเซลเซียส หรือ 0 องศาเคลวิน) จะมีการแผ่รังสีในย่านอินฟราเรดออกมา แม้แต่น้ำแข็งที่เย็นเฉียบก็ยังแผ่รังสีอินฟราเรดออกมาได้  โดยวัตถุที่ร้อนจะแผ่รังสีออกมามากกว่าวัตถุที่เย็น

การทำงานของถ่ายภาพความร้อน (กล้องอินฟราเรด)

    กล้องถ่ายภาพความร้อนจะมองไม่เห็นภาพจริง แต่มันจะจับพลังงานรังสีอินฟราเรด โดยพลังงานของรังสีอินฟราเรดจะแผ่จากวัตถุส่งผ่านเลนส์ของกล้องถ่ายภาพความร้อน และจะถูกโฟกัสโดยเลนส์ไปยังตัวตรวจจับ  โดยเซนเซอร์จะทำการแปลงรังสีอินฟราเรดให้อยู่ในรูปสัญญาณไฟฟ้า และหลังจากนั้นอิเลคทรอนิกส์เซนเซอร์ จะทำการแปลงข้อมูลที่รับมาจากตัวตรวจจับ แสดงผลบนจอภาพได้ ซึ่งวัตถุที่ร้อนกว่าจะแสดงสีสว่างและวัตถุที่เย็นกว่าจะแสดงสีมืดกว่า

Image # 7.

ภาพ Thermal camera identifies heat loss
ที่มา www.engineerlive.com