“ไฮเปอร์ลูป” เทคโนโลยีอนาคตฝันที่เป็นจริง

Image # 2. 1606092302322@2x

คลิก  Image # 3. hd-people-mobile-image-750x352px

และแล้วแคปซูลไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ในหนังเรื่อง King Man ที่เคยถูกมองว่าเป็นแค่เรื่องขายฝัน หรือเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริงได้ ก็กลายเป็นเรื่องจริงและใกล้ความจริงมากขึ้น เมื่อ pod หรือแคปซูลที่วิ่งผ่านท่อสุญญากาศด้วยความเร็ว 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังจะถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกของการเดินทางที่เร็วที่สุดในโลกภายในปีหน้า

หลังจากที่ จอช กีเกล ผู้บริหารโครงการเวอร์จิน ไฮเปอร์ลูป และ ซารา ลูเชียน ผู้อำนวยการดูแลประสบการณ์ของผู้โดยสาร เข้าร่วมการทดลองในการเป็นผู้โดยสารของไฮเปอร์ลูป 2 คนแรกที่นั่งไปกับ pod หรือแคปซูลที่วิ่งไปในอุโมงค์สุญญากาศ ด้วยความเร็วสูงสุด 172 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การทดสอบครั้งนี้ใช้เวลา 15 วินาทีกับระยะทาง 500 เมตร

Image # 4. 1606092431460@2x

เวอร์จิน ไฮเปอร์ลูป ทำการทดสอบความเร็วและการเดินทางของไฮเปอร์ลูปมาแล้ว 400 ครั้ง แต่ไม่มีผู้โดยสารหรือสิ่งมีชีวิตร่วมเดินทางไปในแคปซูลด้วย จนมั่นใจว่าพร้อมสำหรับผู้โดยสารจริงๆ ครั้งนี้จึงถือเป็นครั้งแรกที่มีคนนั่งไปในแคปซูลด้วย

ลูเชียน บอกว่า เธอรู้สึกตื่นเต้นกับการทดลองครั้งนี้มาก และเชื่อว่า ไฮเปอร์ลูปจะเป็นทางเลือกสำหรับการเดินทางแห่งอนาคตในระยะเวลาอันใกล้นี้

ขณะที่ กีเกล ผู้บริหารระดับสูงของเวอร์จิน ไฮเปอร์ลูป บอกว่า การทดสอบครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่าไฮเปอร์ลูปมีความปลอดภัยจริงๆ โดยทางบริษัทได้จ้างบริษัทตรวจสอบความปลอดภัย Certifier จากฝรั่งเศส มาร่วมยืนยันความปลอดภัยในการทดสอบคราวนี้ด้วย

Image # 5.

Virgin Hyperloop เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีการคมนาคมขนส่งในสหรัฐฯ หนึ่งในหลายบริษัทที่นำคอนเซปต์ “ไฮเปอร์ลูป” ของ Elon Musk ไปพัฒนาต่อ เช่นเดียวกับบริษัท Hyperloop Transportation Technologies (HTT), TransPod, DGWHyperloop, Zeleros เป็นต้น

ไฮเปอร์ลูปมีแนวคิดมาจากรถไฟแม็กเลฟ (maglev) ซึ่งเป็นรถไฟความเร็วสูงที่ใช้เทคโนโลยีพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าในการสร้างแรงยกตัวให้รถไฟวิ่งไปโดยที่ลอยอยู่เหนือรางแทนการใช้ล้อ จากนั้นใช้การเร่งความเร็วไปตามอุโมงค์สุญญากาศเพื่อทำให้ไฮเปอร์ลูปทำความเร็วได้มากขึ้น

Image # 6.

รถไฟแม็กเลฟของญี่ปุ่นได้สร้างสถิติโลก ด้วยการทำความเร็วสูงสุดราว 601 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (374 ไมล์ต่อชั่วโมง) ในการทดสอบวิ่งใกล้กับภูเขาไฟฟูจิ เมื่อปี 2015

ทั้งนี้ ไฮเปอร์ลูปเป็นเทคโนโลยีที่ใช้เวลาในการพัฒนาหลายปี เริ่มต้นจากไอเดียของอีลอน มัสก์ ในปี 2013 โดยมัสก์ตั้งเป้าความเร็วสูงสุดของไฮเปอร์ลูป ไว้ที่ 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อย่นระยะเวลาการเดินทางในอนาคต

สำหรับเวอร์จิน ไฮเปอร์ลูป ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 จากนั้นกลุ่มบริษัทเวอร์จิน กรุ๊ป ได้เข้าไปลงทุนในปี 2017 โดยก่อนหน้านี้บริษัทเป็นที่รู้จักในนาม ไฮเปอร์ลูป วัน (Hyperloop One) และเวอร์จิน ไฮเปอร์ลูป วัน (Virgin Hyperloop One)

Image # 7.

ร็อบ ลอยด์ ผู้บริหาร เวอร์จิน ไฮเปอร์ลูป วัน เคยให้สัมภาษณ์ว่า ในทางทฤษฎีเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ผู้คนสามารถเดินทางระหว่างสนามบินฮีทโธรว์และสนามบินแกตวิคในกรุงลอนดอน ซึ่งมีระยะทาง 72.42 กิโลเมตร (45 ไมล์) ได้ภายในเวลาเพียง 4 นาที

ทั้งนี้ เวอร์จิน ไฮเปอร์ลูป ยังสำรวจความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีนี้ในประเทศอื่นๆด้วย เช่น การตั้งสมมติฐานเรื่องการเดินทางระหว่างนครดูไบกับกรุงอาบูดาบี ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยใช้เวลาเพียง 12 นาที เมื่อเทียบกับการขนส่งมวลชนที่มีอยู่ในปัจจุบันที่ต้องใช้เวลาในการเดินทางกว่า 1 ชั่วโมง

Image # 8.

หากเทียบกับระบบการเดินทางขนส่งทั้งหมด ต้องยอมรับว่า วันนี้ ไฮเปอร์ลูปเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลก รวดเร็วระดับ 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง น้อยกว่าในทางทฤษฎีเล็กน้อย ที่ระบุว่าไฮเปอร์ลูปจะมีความเร็วอยู่ที่ 1,200 กิโลเมตร/ชั่วโมง และใช้พลังงานเพียง 15% ของรถไฟแม็กเลฟที่ทันสมัยที่สุดของญี่ปุ่น ทำให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังมีราคาถูกกว่า โดยใช้เงินเพียงครึ่งเดียวของรางรถไฟความเร็วสูง ทั้งในด้านการลงทุนราง และระบบปฏิบัติการ เพราะการที่ยานพาหนะเคลื่อนที่ในอุโมงค์สุญญากาศด้วยแรงขับเคลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้ไม่มีแรงเสียดทานจากล้อกับรางและจากลม การใช้พลังงานจึงประหยัดที่สุด

ในขณะที่ผู้คนทั่วโลก กำลังมองหาการคมนาคมขนส่งแห่งอนาคต เชื่อว่า ไฮเปอร์ลูป น่าจะเป็นหนึ่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด.

https://www.thairath.co.th/lifestyle/auto/1980493