แฝดตายห่างกัน100ปี คนแรกหวัดสเปนคร่า อีกคนเหยื่อไวรัสโคโรนา

Image # 2. twindie-covid4

แฝดตายห่างกัน100ปี คนแรกหวัดสเปนคร่า อีกคนเหยื่อไวรัสโคโรนา

คลิก  Image # 3. hd-people-mobile-image-750x352px

แฝดตายห่างกัน100ปี – ซีเอ็นเอ็น รายงานเบื้องหลังชีวิตที่จากไปเพราะโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกา เป็นคุณทวดชายอายุ 100 ปี ชื่อ ฟิลิป คาห์น มีพี่น้องฝาแฝดเสียชีวิตไปเมื่อ 100 ปีก่อน เพราะไข้หวัดสเปนที่ระบาดหนักเมื่อปี ค.ศ.1918

นายวอร์เรน ซีสแมน หลานของผู้ตาย เล่าว่า นายคาห์นเป็นทหารผ่านศึกที่สูงอายุที่สุดในเขตนาสซา นครนิวยอร์ก เกิดวันที่ 5 ธ.ค.1919 เคยรอดชีวิตมาจากช่วงไข้หวัดสเปนระบาดหนัก แต่ตอนนั้นเสียแซมูเอล พี่น้องฝาแฝดไป หลังจากทั้งสองเกิดมาได้ไม่กี่สัปดาห์

Image # 4.

อุตสาห์อายุยืนจนมีเหลน

ปู่คาห์นเข้าร่วมกองทัพอากาศสหรัฐในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นวิศวกรและนักบินร่วม คอยดูแลการเติมน้ำมันเครื่องบิน หลังสงครามคุณปู่ได้รับเหรียญกล้าหาญ และผันไปทำงานเป็นช่างไฟฟ้า เคยมีส่วนร่วมในการสร้างตึกแฝด เวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์

ช่วงท้ายของชีวิต คุณปู่ยังคงอยู่ลำพังได้ที่ลองไอส์แลนด์ และออกกำลังกายด้วยการเดินวันละ 1-2 ก.ม.

“ถ้าได้พูดคุยกับท่านล่ะก็ ท่านจะบอกผมว่า ปู่บอกหลานแล้วว่า ประวัติศาสตร์มันจะซ้ำรอย 100 ปีมันก็ไม่ได้นานเกินไป”

Image # 5. แฝดตายห่างกัน100ปี

ตอนเกิดใหม่ๆ พี่น้องอีกคนจากไปเพราะไข้หวัดสเปน

เมื่อปี 1918 ไข้หวัดสเปนคร่าชีวิตคนทั่วโลกไปกว่า 50 ล้านราย เป็นคนในสหรัฐอเมริกา 675,000 คน ส่วนยุคปัจจุบันที่โควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก มีผู้เสียชีวิตในสหรัฐแล้วเกิน 5 หมื่นราย ในจำนวนนี้อยู่ในรัฐนิวยอร์กกว่า 19,000 ราย

ช่วงที่โควิด-19 เริ่มระบาด คุณปู่คาห์นติดตามข่าวตลอด และก็รู้ว่ามีโอกาสที่ตนเองจะติดเชื้อ ช่วงไม่กี่วันก่อนเสียชีวิต ปู่คาห์นไอและมีอาการหายใจลำบาก กระทั่งจากไปเมื่อวันที่ 17 เม.ย.

Image # 6. แฝดตายห่างกัน100ปี

ภาพสมัยรับใช้กองทัพในสงครามโลกครั้งที่ 2

“ช่วงวันหลังๆ ท้ายสุด ท่านพูดถึงพี่น้องฝาแฝดของท่านเยอะมาก และก่อนหน้านี้ท่านก็เคยพูดเสมอว่า ถ้าจากไปแล้ว อยากมีงานศพพิธีทหารแบบจัดใหญ่ แต่เราทำให้ท่านไม่ได้” นายซีสแมนกล่าว

พิธีศพของปู่คาห์นจัดแบบเล็ก มีเจ้าหน้าที่กองทัพมาทำพิธีให้ และมีลูกของนายทหารที่เคยเป็นนาวิกโยธินช่วงสงครามโลก มาเป่าแตรให้อยู่ไกลๆ นับว่าเป็นเกียรติแล้วในช่วงเวลาที่ตึงเครียดนี้

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_4014032