Libra สกุลเงินดิจิทัลเปลี่ยนโลก ธนาคารเตรียมเจ๊ง…..?

 

           ทำให้เพียงชั่วข้ามคืน กระแสของ Libra ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ซึ่งก็เชื่อว่าหลายคนน่าจะสงสัยว่าสกุลเงินดิจิทัลของ Facebook ที่ว่านี้มีที่มาที่ไปยังไง แล้วจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการเงินทั่วโลกจริงไหม
เหรียญ Libra คืออะไร ?

Image # 2. เหรียญ Libra

 คลิก  Image # 3. hd-people-mobile-image-750x352px

            Libra เป็นสกุลเงินดิจิทัลชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนาบนเทคโนโลยี Blockchain เช่นเดียวกับเงินดิจิทัลอื่น ๆ ที่เราคุ้นเคยอย่าง Bitcoin Ethereum หรือ Ripple

โดย Libra มีเป้าหมายเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนเงินบนระบบออนไลน์ เพื่อให้คนใช้เงินสดน้อยลงและหันมาทำธุรกรรมด้วยเงินดิจิทัลโดยมีค่าธรรมเนียมในระดับที่ต่ำมาก นอกจากนี้ Libra จะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วย

จุดที่น่าสนใจของ Libra นอกจากจะถูกพัฒนาโดย Facebook แล้ว ยังเป็นสกุลเงินที่ถูกกำกับดูแลด้วยหน่วยงานอิสระที่ชื่อว่า “The Libra Association” ซึ่งเบื้องต้นมีบริษัทชั้นนำของโลกอีก 27 แห่งร่วมมือกัน เช่น Mastercard, PayPal, eBay, Spotify, Uber, Coinbase, Booking Holdings และ Vodafone Group เป็นต้น และคาดว่าจะมีบริษัทอื่น ๆ เข้าร่วมอีกในอนาคต

Image # 4. เหรียญ Libra

ภาพจาก libra.org

เหรียญ Libra ถูกกำหนดราคาจากอะไร ?

          สกุลเงิน Libra ถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานของคนจำนวนมหาศาล Facebook จึงต้องการให้ราคาของ Libra มีเสถียรภาพไม่ต่างไปจากสกุลเงินหลักจริง ๆ

ดังนั้น มูลค่าของ Libra จึงถูกค้ำประกันจากหลาย ๆ สินทรัพย์ที่มีอยู่จริงทั่วโลก เช่น สกุลเงินหลักของประเทศต่าง ๆ หรือ พันธบัตรรัฐบาล เป็นต้น นอกจากนี้ก็จะถูกกำกับดูแลโดย The Libra Association ไปพร้อม ๆ กันด้วย

หมายความว่าสกุลเงินดิจิทัล Libra จะถูกกำหนดมูลค่าไว้ค่อนข้างตายตัว เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานแลกเปลี่ยน เพราะไม่ต้องคอยกังวลว่าราคาจะผันผวนขึ้นลงแบบรวดเร็ว เหมือนเงินดิจิทัลหลาย ๆ ตัวในปัจจุบัน

Image # 5. เหรียญ Libra

ภาพจาก libra.org

Libra กับ Bitcoin เหมือนหรือต่างกันยังไง ?

          เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยว่า Libra นั้นมีอะไรที่แตกต่างจาก Bitcoin หรือสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ โดยจุดที่เหมือนกันของ Libra และ Bitcoin คือทั้งคู่เป็น Crypto currency ที่ทำงานบนเทคโนโลยี Blockchain มีการซื้อ-ขายบนระบบออนไลน์เช่นกัน

Image # 6. เงินดิจิทัล

          แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้สกุลเงินนี้ต่างจาก Bitcoin ก็เพราะว่าคอนเซ็ปต์เริ่มต้นของ Libra คือการเป็น “Stable Coin” โดยให้มูลค่ายึดโยงกับสกุลเงินจริงและมีสินทรัพย์ค้ำประกันราคาไว้

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Libra ลดความผันผวนจากการถูกเก็งกำไรได้ดีกว่า ต่างจาก Bitcoin ที่เป็นอิสระจากการถูกควบคุมราคา แต่ก็ต้องแลกมาด้วยมูลค่าที่ผันผวนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลาตามกลไกตลาดนั่นเอง

เหรียญ Libra จะเริ่มใช้จริงได้เมื่อไหร่ ?
          Facebook ได้ประกาศแล้วว่าจะเปิดให้ใช้ Libra อย่างเป็นทางการในปี 2020 พร้อมเปิดตัวกระเป๋าเงินดิจิทัล (wallet) ที่ชื่อว่า “Calibra” โดยช่วงเริ่มต้นจะเปิดให้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Facebook Messenger และ WhatsApp เพื่อโอนเงิน Libra ให้กันได้นอกจากนี้ Facebook ระบุในแผนอนาคตว่าจะมีธุรกรรมทางการเงินอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนตามมา เช่น การชำระบิลออนไลน์ ซื้อสินค้าผ่าน QR Code หรือแม้แต่การซื้อกาแฟได้แบบง่ายดาย โดยไม่ต้องพกเงินสดเลยหรือมีบัญชีธนาคารเลยด้วยซ้ำ

Image # 7. เหรียญ Libra

ภาพจาก facebooknewsroom

เหรียญ Libra มีความเสี่ยงไหม

           เรื่องความปลอดภัยของสกุลเงินดิจิทัลยังเป็นสิ่งที่หลายคนกังวลอยู่เสมอ แม้ว่า Facebook จะยืนยันว่าทั้งกระเป๋าเงินดิจิทัล Calibra และสกุลเงิน Libra มีการยืนยันความปลอดภัยที่รัดกุมแบบเดียวกับธนาคารในปัจจุบัน และมีหน่วยงานให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังได้แยกบัญชี Libra กับ Facebook ออกจากกันชัดเจน ดังนั้นแม้บัญชี Facebook จะถูกแฮกก็จะไม่กระทบกับกระเป๋าเงิน Calibra  นอกจากนี้ Facebook ยืนยันว่าจะไม่มีการเก็บข้อมูลใด ๆ จากการทำธุรกรรมเพื่อนำไปใช้โฆษณาทั้งสิ้น

อย่างไรก็ดี ล่าสุดมีข่าวว่ารัฐมนตรีเศรษฐกิจของฝรั่งเศส ก็ได้แสดงความกังวลว่า Facebook อาจอาศัยช่องทางนี้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานได้ และเรียกร้องให้ธนาคารกลางของกลุ่มประเทศ G-7 (แคนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ) ทบทวนการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลนี้ในประเทศอีกด้วย

 

           สุดท้ายคงต้องติดตามต่อไปว่าเมื่อเหรียญดิจิทัลของ Facebook ถูกนำออกมาใช้จริงในปี 2020 ถึงตอนนั้นจะส่งผลกระทบและได้รับการตอบรับจากรัฐบาล สถาบันการเงิน และผู้ใช้งานทั่วโลกมากน้อยแค่ไหน 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
libra.orgtechcrunch.comtheblockcrypto.comnewsroom.fb.com