คลังเก็บรายเดือน: ธันวาคม 2021

Pirates of Silicon Valley บิล เกทส์ เหนืออัจฉริยะ (1999)

11

เรื่องย่อ สร้างจากเรื่องจริง คงไม่มีใครคงไม่รู้จัก สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) และ บิล เกตส์ (Bill Gates) ทั้งสองเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทคอมพิวเตอร์ระดับโลกอย่าง บริษัท Apple โดย สตีฟ จ็อบส์ และบริษัท Microsoft โดย บิล เกตส์
ทั้งสองคนเป็นผู้หลงใหลด้านเทคโนโลยีอย่างมาก โดยเฉพาะศาสตร์ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องเบื้องหลังความสำเร็จของบริษัท Apple และ Microsoft กว่าจะมาเป็นบริษัทใหญ่ระดับโลกได้ทั้งสองบริษัท
โดยในช่วงแรก สตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple สามารถสร้างสินค้า และเริ่มมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ทำให้ บิล เกตส์ เสนอทำโปรแกรมให้กับ Mac หนึ่งในสินค้าของบริษัท Apple ก่อนที่ บิล เกตส์ จะได้สร้างระบบใหม่เป็นอย่าง Windows ออกมาให้ใช้งานกันแซงหน้า Apple ไปในช่วงนั้น (ขโมยความคิดของ สตีฟ จ็อบส์)

แชร์ จรัส 4

ไปชมขั้นตอนการผลิตดินสอกัน

1

2

3

4

    ดินสอผลิตโดยการใส่แกรไฟต์กับผงถ่าน เติมน้ำลงไป ผสมแล้วทำให้เป็นแท่งยาวคล้ายของที่มีลักษณะแหลม เผาในเตาให้แข็ง จากนั้นจุ่มในน้ำมันหรือขี้ผึ้ง เพื่อให้เขียนได้ง่ายขึ้น จากนั้นประกอบเข้ากับไม้ที่เจาะรูไว้ให้เป็นแท่งดินสอ

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่

http://www.rmutphysics.com/news/index.php?option=com_content&task=view&id=2367&Itemid=14

โซจู (Soju) และกระบวนการผลิต

1977

soju-1 Webp.net-resizeimage-34-2

โซจู คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่พบเห็นได้ทั่วไปในเกาหลี มีสีใส กลิ่นและรสชาติเหมือนวอดก้า ในช่วงก่อนสมัยสงครามเกาหลี โซจูทำมาจากข้าวเป็นหลัก แต่เนื่องจากภาวะสงคราม ข้าวเริ่มหายากขึ้น จึงได้เปลี่ยนวัตถุดิบจากข้าวมาเป็นมันหวาน ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ และมันสำปะหลังแทน เดิมทีการทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ไม่ได้เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของเกาหลี แต่เกาหลีได้รับวัฒนธรรมการดื่มนี้มาจากชาวมองโกล และชาวมองโกลก็ได้รับภูมิปัญญาในการกลั่นเหล้ามาจากชาวอิรัก ช่วงต้นศตวรรษที่ 13 ยุคโครยอ โซจูนั้นหายากและมีราคาแพง เพราะมีการผลิตที่ยุ่งยาก จึงเป็นเครื่องดื่มสำหรับคนชนชั้นสูงเท่านั้น

แต่ในช่วงปีค.ศ. 1919 เกาหลีก็ได้ตั้งโรงงานผลิตโซจูเป็นครั้งแรกที่เมืองพยองยาง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โซจูกลายเป็นเครื่องดื่มที่เข้าถึงกลุ่มคนชนชั้นอื่นนอกจากชนชั้นสูง และหลังจากตั้งโรงงานโซจูเป็นครั้งแรกก็มีโรงงานที่ผลิตโซจูเพิ่มขึ้น โซจูจึงมีราคาที่ถูกลง และเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบันนี้ กระบวนการทำโซจู เริ่มจากการเอามันหวาน ข้าวโพด ข้าวหรือมันสำปะหลัง ไปต้มหรือนึ่งให้สุก แล้วนำมาหมักกับหัวเชื้อที่เรียกว่า “นูรุก” เพื่อให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์ หลังจากนั้นนำมากลั่นให้ออกมาเป็นแอลกอฮอล์ที่ใส ไม่มีสี

ในปัจจุบันนี้ แบรนด์ต่าง ๆ ก็ปรับรสชาติให้ดื่มง่ายขึ้น โดยการใส่กลิ่นผลไม้ลงไป เป็นโซจูรสพีช โซจูรสส้ม โซจูรสองุ่น โซจูรสโยเกิร์ต และมีอีกหลากหลายสูตร หลากหลายรูปแบบออกมา นอกจากใส่กลิ่นเพิ่มแล้ว ก็ยังนำไอดอลมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ทำให้โซจูมีภาพลักษณ์ที่เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัยอีกด้วย โซจู 1 ขวด มีปริมาณแคลลอรี่อยู่ที่ 250 – 280 กิโลแคลอรี่ และมีปริมาณแอลกฮฮอล์อยู่ที่ 20 – 34% แต่ถ้าเป็นโซจูกระป๋องรสผลไม้ ปริมาณแอลกอฮอล์จะอยู่ที่ 14 – 16% เท่านั้นค่ะ

นุรุก จุลินทรีย์ที่ใช้หมักโซจู

ส่วนสำคัญในกระบวนการหมักที่ขาดไม่ได้เลย คือจุลินทรีย์ในการหมักนั่นเองค่ะ ซึ่งจุลินทรีย์หรือ “นูรุก” ที่ใช้ในการหมักโซจูนั้น ทำมาจากข้าวสาลีที่บดและอัดในพิมพ์สี่เหลี่ยมหรือวงกลม แล้วนำไปทิ้งไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิสูงเป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยวางไว้บนกองฟางหรือหญ้า ในระหว่างนี้ เชื้อรา Aspergillus oryzae, Rhizopus oryzae และยีสต์ จำพวก Saccharomyces, Saccharomycopsis และ Pichia จะเจริญเติบโตขึ้น ก้อนนุรุกจะแห้งและมีลักษณะแข็ง ด้านนอกจะมองไม่เห็นเชื้อรา แต่ถ้ากระเทาะดูข้างในแล้วจะเห็นเป็นเส้นใยสีเหลือง ๆ ถ้ามีเส้นใยแปลว่าก้อนนูรุกสามารถนำไปใช้ได้  นอกจากข้าวสาลีแล้วก็ยังสามารถใช้ข้าวบาร์เลย์ และข้าวในการหมักให้เกิดเชื้อราก็ได้

วัฒนธรรมในการดื่มโซจู
ส่วนใหญ่คนเกาหลีมักดื่มโซจูพร้อมกับมื้ออาหาร แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดื่มให้หลากหลายมากขึ้น เช่น

ดื่มเพียว ๆ แบบไม่แช่ หรือแบบแช่เย็น ปกติแล้วมักกินคู่กับอาหาร
ดื่มแบบผสมเบียร์ เรียกว่า โซแมก (มาจากคำว่า โซจู + แมกจู ที่แปลว่าเบียร์)
ดื่มแบบผสมเป็นค็อกเทล ส่วนผสมหลัก ๆ คือ สไปร์ท โซดา มะนาว ยาคูลท์ ฯลฯ
อาหารที่มักกินคู่กับโซจู
อาหารที่มักกินคู่กับโซจู มีด้วยกันหลากหลาย แต่ที่คนเกาหลียกให้เป็นอาหารที่ต้องกินคู่กับโซจู คือ

หมูย่างเกาหลี
ซุนแด หรือไส้กรอกเลือด
โอเด้ง และต๊อกบกกี
โบซัม หรือหมูสามชั่นนึ่ง กินกับกิมจิและผัก
เต้าหู้กิมจิ เต้าหู้สด หั่นเป็นชิ้น ๆ และกิมจิผักกาดขาว
คัมจาทัง หรือ แกงเผ็ดมันฝรั่ง
ปลาดิบ
จกบัล หรือ ขาหมูตุ๋น
แมอุนทัง หรือ แกงเผ็ดใส่ปลาทะเล
มาม่าเกาหลี
สรุปแบบง่าย ๆ
กระบวนการ : ใช้การหมักและนำมากลั่น
ลักษณะภายนอก : สีใส มีกลิ่นแอลกอฮอล์
รสชาติ : บาดคอ หวานเล็กน้อยที่ปลายลิ้น
ประเทศที่นิยมดื่ม : เกาหลี
ปริมาณแอลกอฮอล์ : 14 – 34%
โซจู 1 ขวดกี่แคล :  250 – 280 กิโลแคลอรี่

อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/articles/soju-shochu-sake?ref=ct

 

ยานสำรวจจีน พบวัตถุปริศนาคล้าย“กระท่อม” ทางซีกใต้ของดวงจันทร์

090-1

ยานสำรวจจีน พบวัตถุปริศนาคล้าย“กระท่อม” ทางซีกใต้ของดวงจันทร์

ยานโรเวอร์สำรวจพื้นผิวอวี้ทู่-2 หรือ Yutu-2 ของจีนที่กำลังสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์อยู่ในขณะนี้ตรวจพบวัตถุปริศนาตั้งอยู่ทางซีกทิศใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งเหล่านักสำรวจได้ตั้งชื่อให้มันว่า “กระท่อมปริศนา”

China's lunar rover Yutu 2 is on a mission to investigate mystery object on far side of the moon | South China Morning Post

วัตถุปริศนาดังกล่าวถูกถ่ายได้โดยยาน อวี้ทู่-2 ห่างออกไปทางเหนือประมาณ 80 เมตร ยานโรเวอร์สำรวจพื้นผิวอวี้ทู่-2 มีความเร็วเฉลี่ยน้อยกว่า 1 เมตร หากเทียบกับระยะเวลาหนึ่งวันของโลก คาดว่าจะใช้เวลาหลายเดือนก่อนที่ยานจะเดินทางถึงวัตถุปริศนานี้ ในขณะที่ต้องหลีกเลี่ยงแอ่งต่างๆ ที่สังเกตเห็นเป็นจุดๆ บริเวณด้านไกล

โครงการอวกาศของจีนได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องมีสิ่งประดิษฐ์เกิดขึ้นมากมาย อาทิ หุ่นยนต์สำรวจดวงจันทร์และดาวอังคาร รวมไปถึงการสร้างสถานีอวกาศแห่งแรกอีกด้วย

Exploring the Moon: China's Chang'e missions | Astronomy.com

เย่ เป่ยเจียน หัวหน้าผู้ออกแบบยานสำรวจดวงจันทร์ กล่าวว่าการนำยานอวกาศที่บังคับโดยมนุษย์จะสามารถลงยอดที่ดวงจันทร์ได้อย่างแน่นอนภายในปีค.ศ. 2030 เป่ยเจียนยังเผยอีกว่าหลังจากที่จีนสามารถพิชิตดวงจันทร์และดวงอังคารได้แล้ว พวกเขาจะทำการศึกษากลุ่มดาวเคราะห์น้อยต่างๆอย่างเต็มที่

China's Lunar Rover Scopes Out Weird Substance on Far Side of the Moon (Photos) | Space

China's Lunar Rover Scopes Out Weird Substance on Far Side of the Moon (Photos) | Space

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6770766

นักดาราศาสตร์ค้นพบ กาแลคซี่ใหม่ 2 แห่ง อยู่ห่างจากโลก 20 พันล้านปีแสง

messageImage_1638488264326

นักดาราศาสตร์ค้นพบ กาแลคซี่ใหม่ 2 แห่ง REBELS-12-2 และ REBELS-29-2 หลังม่านหมอก

ทีมนักดาราศาสตร์จากสถาบัน Niels Bohr แห่งมหาวิทยาลัย University of Copenhagen’s Niels Bohr Institute ได้พบกับกาแลคซีใหม่ 2 แห่ง ซึ่งอยู่ไกลจากโลกไปกว่า 29 พันล้านปีแสงโดยใช้ Atacama Large Milimeter Array (ALMA) เครื่องวัดระยะทางดาราศาสตร์จากกล้องโทรทรรศน์วิทยุ 66 ตัวที่อยู่ในทะเลทราย Atacama Desert ของชิลี

กาแลคซีใหม่ทั้ง 2 แห่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยเลนส์ออพติคอลของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Hubble Space Telescope แต่ด้วยเทคโนโลยี ALMA ก็ทำให้สามารถพบกาแลคซีใหม่ทั้ง 2 แห่งได้สำเร็จ ด้วย ALMA ทำให้สามารถสร้างภาพท้องฟ้าที่มีความละเอียดสูงและสามารถจับคลื่นวิทยุจากส่วนลึกที่มืดที่สุดของจักรวาลได้สำเร็จ

นักดาราศาสตร์ค้นพบ กาแลคซี่ใหม่ 2 แห่ง อยู่ห่างจากโลก 20 พันล้านปีแสงขอบคุณภาพจาก : science.ku.dk

ก่อนหน้านี้เหล่านักดาราศาสตร์ได้เคยค้นพบกาแลคซีที่อยู่ไกลออกไปมากด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Hubble Space Telescope แต่ก็ไม่ชัดเจน เพราะกาแลคซีที่พบถูกปกคลุมล้อมรอบไปด้วยฝุ่น แสงส่วนใหญ่ถูกปิดกั้น ทำให้กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Hubble Space Telescope มองทะลุผ่านเข้าไปไม่ถึง

นักดาราศาสตร์ค้นพบ กาแลคซี่ใหม่ 2 แห่ง อยู่ห่างจากโลก 20 พันล้านปีแสงขอบคุณภาพจาก : science.ku.dk

จากการค้นพบกาแลคซี่ทั้งสองอีกครั้ง ทำให้มันถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็น REBELS-12-2 และ REBELS-29-2 โดยแสงของทั้ง 2 กาแลคซีจะเดินทางจนมาถึงเราได้โดยใช้เวลาเพียง 13 พันล้านปี และด้วยการขยายตัวของจักรวาล ตอนนี้จักรวาลทั้ง 2 อยู่ห่างออกไปเพียง 29 พันล้านปีแสงเท่านั้น

นักดาราศาสตร์ค้นพบ กาแลคซี่ใหม่ 2 แห่ง อยู่ห่างจากโลก 20 พันล้านปีแสงขอบคุณภาพจาก : science.ku.dk

การค้นพบที่มากขึ้น ทำให้ตอนนี้เหล่านักดาราศาสตร์พบว่ามีกาแลคซีมากกว่าที่ตัวเขาเคยคิดเอาไว้ เพียงแค่พวกมันถูกซ่อนอยู่หลังใต้ฝุ่นที่ประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็ก ซึ่งตอนนี้สามารถตรวจพบได้ด้วย ALMA และเทคนิคของเหล่านักวิจัยทั้งหมด เหล่านักดาราศาสตร์เชื่อว่า 10 – 20% ของกาแลคซีในยุคแรก จะต้องถูกปิดซ่อนอยู่หลังฝุ่นจักรวาลอย่างแน่นอน อ้างอิงและเปรียบเทียบจากกาแลคซีที่ตรวจพบหรือเชื่อว่าเป็นจักรวาลยุคแรกเมื่อประมาณ 13 พันล้านปีก่อน

เชื่อว่าการเปิดตัวกล้อง James Webb Space Telescope ของ NASA ในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ จะช่วยให้เราค้นพบอะไรที่เกี่ยวกับกาแลคซีอีกมาก

แหล่งที่มา interestingengineering.com