คลังเก็บรายเดือน: ตุลาคม 2021

ระเบิดดาวเคราะห์น้อยในระยะประชิดก่อนชนโลก แบบหนัง “อาร์มาเกดดอน” เป็นไปได้จริง

asteroids-nasa3

ก่อนหน้านี้เหล่านักฟิสิกส์ดาราศาสตร์เคยวิพากษ์วิจารณ์ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังเรื่อง “อาร์มาเกดดอน” (Armageddon) ว่าการขุดเจาะฝังระเบิดนิวเคลียร์เพื่อทำลายดาวเคราะห์น้อยที่ใกล้จะพุ่งเข้าชนโลกอยู่เต็มแก่แล้วนั้น ไม่อาจเป็นไปได้อย่างแน่นอน เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องความแข็งแกร่งของดาวเคราะห์น้อย เงื่อนไขด้านเวลา และการไม่สามารถควบคุมเศษหินอวกาศที่เกิดจากการระเบิดได้

อย่างไรก็ตาม ผลงานวิจัยล่าสุดจากห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอว์เรนซ์ ลิเวอร์มอร์ (LLNL) ของสหรัฐฯ ซึ่งกำลังจะตีพิมพ์ในวารสาร Acta Astronautica ฉบับเดือนพฤศจิกายนนี้ กลับชี้ว่าเราสามารถใช้การระเบิดดาวเคราะห์น้อยในระยะประชิดเฉียดใกล้โลกเป็น “หนทางสุดท้าย” ในการพิทักษ์มวลมนุษย์และสรรพชีวิตบนโลกให้อยู่รอดปลอดภัยได้ หากดาวเคราะห์น้อยที่เป็นอันตรายนั้นมีขนาดไม่ใหญ่โตมากนัก

asteroids-nasa2-696x392

ผลการคำนวณด้วยแบบจำลองคอมพิวเตอร์ชี้ว่า วิธีหลีกเลี่ยงหายนะล้างโลกดังกล่าว “มีประสิทธิภาพอย่างมาก” ในการทำลายดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กซึ่งอยู่ในวิถีโคจรที่จะพุ่งชนโลกภายในระยะเวลา 1 ปี

ศาสตราจารย์ แพทริก คิง จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ของสหรัฐฯ ผู้นำทีมวิจัยของ LLNL บอกว่า “การสร้างแบบจำลองเพื่อประเมินความเป็นไปได้ของการระเบิดทำลายดาวเคราะห์น้อยนั้น ยากกว่าการสร้างแบบจำลองเพื่อคำนวณหาโอกาสในการชน เพื่อให้ดาวเคราะห์น้อยเบี่ยงเบนทิศทางออกห่างจากโลกเสียอีก”

“ในกรณีของการระเบิดทำลายนั้น เราต้องสร้างแบบจำลองวิถีโคจรของสะเก็ดหินชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เกิดจากการระเบิดด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีหินอวกาศที่ยังเป็นอันตรายต่อโลกหลงเหลืออยู่” ศ. คิงกล่าวอธิบาย

ทีมวิจัยของ ศ. คิง จึงได้สร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์ใหม่ ที่สามารถคำนวณหาความเป็นไปได้ในการทำลายดาวเคราะห์น้อยความกว้าง 100 เมตร ซึ่งเท่ากับหินอวกาศที่มีขนาดราว 1 ใน 5 ของดาวเคราะห์น้อยเบนนู (Bennu) ที่มีชื่อเสียงนั่นเอง โดยจะใช้วิธียิงอาวุธนิวเคลียร์ที่มีแรงระเบิด 1 เมกะตัน เข้าปะทะดาวเคราะห์น้อยในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 สัปดาห์ ไปจนถึง 6 เดือนก่อนมันจะพุ่งเข้าชนโลก

 Breaking Newsผลการคำนวณโดยใช้แบบจำลองดังกล่าวพบว่า มีความเป็นได้สูงที่จะยิงทำลายดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็ก ให้แตกย่อยเป็นเศษหินที่มีน้ำหนักเพียง 0.1% ของมวลดั้งเดิม หากสามารถยิงทำลายได้ในช่วง 2 เดือนก่อนการชนปะทะจริง ซึ่งเศษหินเหล่านี้จะไม่เป็นอันตรายเมื่อพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก

หากดาวเคราะห์น้อยที่เป็นเป้าหมายมีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย ก็ยังมีโอกาสที่จะทำลายให้แตกย่อยเป็นเศษหินที่มีน้ำหนักเพียง 1% ของมวลดั้งเดิมได้ หากสามารถยิงอาวุธนิวเคลียร์เข้าเป้า ในช่วง 6 เดือนก่อนการชนปะทะกับโลก

นอกจากนี้ ทีมผู้วิจัยยังใช้ซอฟต์แวร์พิเศษชื่อว่า Spheral ในการตรวจสอบทิศทางของเศษหินอวกาศ ซึ่งเกิดจากการระเบิดจนดาวเคราะห์น้อยแตกเป็นเสี่ยง ๆ อีกด้วย เพื่อให้ทราบว่าเศษหินทุกชิ้น ซึ่งถูกกระทำด้วยแรงโน้มถ่วงและแรงอื่น ๆ จะมีวิถีโคจรพุ่งไปในทิศทางใดกันแน่

แม้จะสามารถสร้างแบบจำลองที่คำนวณได้อย่างแม่นยำแล้วก็ตาม แต่ทีมผู้วิจัยชี้ว่าวิธีการพิทักษ์โลกอย่างเฉียดฉิวแบบในภาพยนตร์อาร์มาเกดดอนนี้ ควรใช้เป็นหนทางสุดท้ายหากวิธีแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ในระยะยาวไม่ได้ผลแล้วเท่านั้น เพราะหากเกิดความผิดพลาด เศษหินจากการระเบิดที่เป็นอันตรายจะพุ่งเข้าโจมตีโลกพร้อมกันในหลายจุดทันที

ศ. คิงกล่าวเน้นย้ำว่า วิธีที่ดีที่สุดเพื่อขจัดภัยจากดาวเคราะห์น้อยทุกขนาด ยังคงได้แก่การใช้ยานหรืออุปกรณ์ทางกลศาสตร์อื่น ๆ พุ่งเข้าชนดาวเคราะห์น้อย เพื่อให้เบี่ยงเบนหันเหทิศทางออกห่างจากโลก โดยควรจะทำให้สำเร็จเสียแต่เนิ่น ๆ ในช่วงหลายปีหรือหลายสิบปีก่อนโลกจะถูกชนพินาศ

ล่าสุดองค์การนาซาแถลงว่า กำลังเตรียมปล่อยยานอวกาศ 2 ลำในภารกิจ DART เพื่อทดลองชนหักเหทิศทางของวัตถุที่เป็นบริวารดาวเคราะห์น้อยในวันที่ 23 พ.ย.นี้ โดยมีหินอวกาศ “ไดมอร์ฟอส” (Dimorphos) บริวารที่โคจรวนรอบดาวเคราะห์น้อย “ไดดีมอส” (Didymos) เป็นเป้าหมาย ซึ่งทั้งสองต่างก็จัดเป็นวัตถุที่มีวงโคจรเข้าใกล้โลก (Near-Earth Object – NEO) โดยสามารถเข้าประชิดในระยะใกล้กว่า 48 ล้านกิโลเมตรได้

………..

241186516_3018741968401700_4545142803139455028_n

ชม

ภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ ทั้ง พากษ์ไทย + บรรยายไทย
ARMAGEDDON (1998) : วันโลกาวินาศ

คลิกที่นี่

เป่าแก้ว ความสวยงามจากวิทยาศาสตร์

โดย ณัฐดนัย เนียมทอง

แก้ว วัสดุคุ้นเคยที่ทุกคนรู้จัก ด้วยคุณสมบัติทางวิทยาศาสตร์ที่ดี 3 ประการคือ ความโปร่งใส ความแข็งแกร่ง และความทนทานต่อสารเคมี  หลายคนคงเคยได้เห็นความสวยงามของหลอดแก้วในรูปทรงแบบต่าง ๆ  ซึ่งนับเป็นความสวยงานที่เกิดขึ้นจากวิทยาศาสตร์และศิลปะศาสตร์ควบคู่ด้วยกัน  เราเรียกศิลปะสิ่งนี้ว่า ศิลปะของการเป่าแก้ว  สำหรับบทความนี้ขอนำเสนอความน่าสนใจในเบื้องต้นของการเป่าแก้วเพียงเท่านั้น แต่จะให้แหล่งที่มาสำคัญที่สามารถไปเรียนรู้และฝึกปฏิบัติกันได้จริง

7815 1

ภาพที่ 1 การเป่าแก้ว

ที่มา sabinevanerp / Pixabay

การเป่าแก้วในช่วงแรก ถูกค้นพบตามบันทึกการให้ข้อมูลของพ่อค้าชาวซีเรียที่เขาตั้งแคมป์บริเวณชายหาดซึ่งใช้หินโทรนา(Trona) ในการก่อเตา แต่ด้วยความร้อนของไฟ ทำให้พบว่าโทนาและทรายหลอมรวมกัน และเมื่อไฟดับลงจนเย็นตัวลงทำให้มีลักษณะเป็นแก้วใส

การเป่าแก้ว ในปัจจุบัน มีอยู่ 2 รูปแบบคือ การเป่าเพื่อใช้ในทางวิทยาศาสตร์ กับการเป่าเพื่อความสวยงามหรือศิลปะ  โดยในทางวิทยาศาสตร์ก็เพื่อการสร้างวัสดุอุปกรณ์เครื่องแก้วต่าง ๆ ที่ใช้ในงานทดลองและวิจัย ในด้านศิลปะก็ทำเพื่อความสวยงาม เป็นของประดับตกแต่งซึ่งทำเป็นรูปทรงต่าง ๆ เช่น ดอกไม้ เครื่องประดับ สัตว์ต่าง ๆ

แต่เดิมการเป่าแก้วจะไม่ใช้ตะเกียงเหมือนปัจจุบัน โดยใช้วิธีการเป่าลมผ่านเข้าไปในด้านหนึ่งของท่อโลหะกลวง (Blowing pipe) โดยที่ปลายด้านหนึ่งคือหลอดแก้วที่หลอมเหลวรวมกันเป็นก้อน การเป่าแก้วสามารถที่จะควบคุมรูปร่างขนาดได้ตามความต้องการในขณะที่แก้วนั้นกำลังร้อนอยู่  การเป่าแบบนี้จะใช้เวลานาน  ต้องมีเตาหลอมแก้ว อาจใช้คนจำนวนมากในการทำ

ต่อมา เริ่มมีการเป่าแก้วโดยนิยมใช้ตะเกียงเป่าแก้ว ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้ตะเกียงเป่าแก้วมาช่วยหลอมแก้ว ซึ่งมีความเร็วและง่ายกว่ามาก  สามารถทำได้ด้วยผู้ทำเพียงคนเดียว วิธีนี้มีลักษณะคือ ใช้ตะเกียงเป่าแก้วเผาแท่งแก้วโดยหลอมให้เกิดรูปร่างตามจินนาการและความสามารถทางศิลปะของผู้ทำ

ทั้งนี้การหลอมแก้วและเป่าแก้วให้มีรูปร่างต่าง ๆ ยังมีองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ผลงานออกมาได้สวยงามและมีคุณภาพก็คือ ตะเกียงเป่าแก้วและก๊าซเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับเป่าแก้ว

7815 3

ภาพที่ 2 การขึ้นรูปแก้ว

ที่มา http://library.tru.ac.th/images/academic/book/b45252/04g1-p.pdf

ตะเกียงเป่าแก้ว (glassblowers burner) มี 2 ประเภทคือ แบบตั้งโต๊ะ และแบบมือถือ โดยมีท่อส่งไฟเชื้อเพลิงผ่านพลังงานจากก๊าซเชื้อเพลิงชนิดต่าง ๆ เช่น ก๊าซบิวเทน ก๊าซหุงต้ม หรือ ก๊าซไฮโดรเจน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีท่อก๊าซออกซิเจน (o2) ซึ่งแยกกันคนละท่อ เข้าไปผสมกันที่หัวเตา (burner) เมื่อจุดไฟจะได้เปลวไฟที่มีความร้อนมากกว่า 1,000 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดก๊าซเชื้อเพลิงชนิดที่ผสมกับก๊าซออกซิเจน  โดยปกติหากใช้ก๊าซบิวเทนผสมกับอากาศปกติจะใช้เป่าแก้วบอโรซิลิเกต (borosilicate glass)  หากใช้อากาศจากลมทั่วไปผสมกัน จะให้ความร้อนประมาณ 800 องศาเซลเซียส จะใช้สำหรับการเป่าแก้วอ่อน (soft glass)

การเป่าแก้วยังต้องอาศัยการฝึกฝนฝึกปฏิบัติให้มีความชำนาญ เพราะการเป่าแก้วนั้นก็มีความอันตรายอยู่พอสมควรเหมือนกัน

ทั้งนี้หากใครสนใจสามารถคลิกเพื่อเข้าไปอ่านรายละเอียดและขั้นตอนการทำในหนังสือ การเป่าแก้วเบื้องต้น โดยผศ.ดร.ประสิทธิ์ ปุระชาติ

แหล่งที่มา

ประสิทธิ์ ปุระชาติ.  ประวัติความเป็นมาของแก้ว. สืบค้นเมื่อ 2 มกราคม 2561, จาก

http://library.tru.ac.th/images/academic/book/b45252/04g1-p.pdf

ศาสตร์แห่งแก้ว. สืบค้นเมื่อ 2 มกราคม 2561, จาก

http://www.angelfire.com/sc3/glassblow/glass2.htm

การเป่าแก้ว. สืบค้นเมื่อ 2 มกราคม 2561, จาก

http://glasswarechemical.com/category/glassblowing/

สควิดเกม เล่นลุ้นตาย : เหตุใดซีรีส์เกาหลีชวนระทึกเรื่องนี้กำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

120732447_-4

แม้ว่าคุณจะยังไม่ได้ดูหรือเห็นมีม (meme) ตลก ๆ ในโซเชียลมีเดีย มีแนวโน้มว่าคุณน่าจะได้ยินคนพูดถึงซีรีส์เกาหลี “Squid Game” หรือ “สควิดเกม เล่นลุ้นตาย” มาบ้างแล้ว

หลายคนกำลังพูดถึงซีรีส์ชวนระทึกที่เต็มไปด้วยความรุนแรงตั้งแต่เริ่มเข้าฉายทางเน็ตฟลิกซ์เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว กระแสดีจนกำลังจะแซงหน้าซีรีส์โรแมนติกย้อนยุคเรื่อง “Bridgerton” หรือ “บริดเจอร์ตัน: วังวนรัก เกมไฮโซ” ขึ้นเป็นซีรีส์ที่เน็ตฟลิกซ์ผลิตเองที่ยอดนิยมที่สุด

แม้ว่านี่จะไม่ใช่ซีรีส์แนวใหม่ แต่ฉากเตะตา ตัวละครที่หลายคนเข้าถึงได้ และการศึกษาธรรมชาติมนุษย์ ก็สามารถเอาชนะใจผู้ชมทั่วโลกได้

Squid Game
Netflix

เกมสังหารที่สนามเด็กเล่น

ในซีรีส์เรื่องนี้ กลุ่มคน 456 คน ซึ่งสิ้นหวังในชีวิตหรือไม่ก็มีหนี้สินล้นตัว ถูกเชื้อเชิญเข้าไปเล่นเกมที่พวกเขาต้องเอาชีวิตรอดและอาจมีสิทธิ์ชนะเงินรางวัล 4.56 หมื่นล้านวอน หรือกว่า 1,200 ล้านบาท หากพวกเขาเล่นเกมชนะทั้ง 6 เกม

มันระทึกอย่างไรน่ะเหรอ พวกเขาต้องตายหากว่าเล่นเกมแพ้

เกมที่พวกเขาต้องเล่นกันดัดแปลงมาจากเกมที่เด็กเกาหลีใต้เล่นกันสมัยเด็ก แต่ดันใส่ความตายเข้ามาเป็นองค์ประกอบด้วยทำให้คนดูต้องคอยลุ้นระทึก

“คนถูกดึงดูดโดยความตลกร้ายที่ว่าผู้ใหญ่ที่สิ้นหวังเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อจะชนะเกมของเด็ก” ฮวังดงฮยอก ผู้กำกับสควิดเกม กล่าวในการสัมภาษณ์

“เกมเหล่านี้เรียบง่ายไม่ซับซ้อน คนดูจะได้ให้ความสนใจกับตัวละครแต่ละตัวมากกว่าต้องมาทำความเข้าใจกฎที่ซับซ้อน”

นอกจากนี้ ซีรีส์นี้ยังทำให้ชาวเกาหลีหวนรำลึกถึงวัยเด็กตัวเองด้วย อย่างขนมรังผึ้งที่เรียกว่า “ทัลโกนา” (Dalgona) ที่ปรากฏในตอนที่ 3 ของซีรีส์ ในเกมนี้ ผู้เล่นต้องใช้เข็มพยายามตัดแผ่นขนมซึ่งบางราวกระดาษ หากว่าขนมแตกก็จะถือว่าแพ้

Squid Game
Netflix

ซีรีส์นี้ยังทำให้ชาวเกาหลีหวนรำลึกถึงวัยเด็กตัวเองด้วย อย่างขนมรังผึ้งที่เรียกว่า “ทัลโกนา” (Dalgona) ที่ปรากฏในตอนที่ 3 ของซีรีส์

ชาวเกาหลีใต้คนหนึ่งทวีตว่า : “สควิดเกมทำให้ฉันอยากกินขนมทัลโกนาอีกครั้ง ไม่ได้กินมา 20 กว่าปีแล้ว เดี๋ยวนี้ยังมีอยู่ไหม ไม่คิดว่าจะหาได้แล้ว”

เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน ฉบับปฏิรูป โดย ตังตฤณ มีคลิปเสียง

poster

เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน ฉบับปฏิรูป ตังตฤณ มีคลิปเสียง 6.10.10

|| เสียงอ่านโดย.. อริยคุณ (โจโฉ) ชมรมผลดี : ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าของหนังสือ สำนัก วัด เพียงเห็นว่ามีประโยชน์ จึงนำมาทำเป็นเสียงอ่านเผยแพร่แจกฟรีเป็นธรรมทานเท่านั้น จะทำต่อไปตราบเท่ายังมีชีวิต ยังมีคนสนับสนุนส่งเสริม ยังมีกำลังและปัจจัยพอหล่อเลี้ยงชมรมให้เดินหน้าต่อไป || ฟังเสียงอ่านโดย..โจโฉ ทุกเรื่อง แบบไฟล์รวมทั้งฉบับที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=LZc-x… เลือกฟังทุกหมวดแยกหัวข้อที่ https://www.youtube.com/user/MrJozho/…

คลิก อ่านไฟล์ pdf + เสียง คลิกได้ที่นี่

สัญญาณอันตราย “เมื่อ” ไปน้ำตก

หลาย ๆ ท่านคงอยากไปเที่ยวน้ำตกกันในช่วงหน้าฝน อย่างไรก็ดีให้พึงตระหนัก และระมัดระวังเกี่ยวกับการเที่ยวน้ำตกในฤดูกาลดังกล่าว

หลาย ๆ คนกำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำตก และแพที่อยู่ในบริเวณนั้น

พวกเขาเข้าไปเล่นใกล้ ๆ กับตัวน้ำตกมากขึ้น


จนในที่สุดมีเด็กหนุ่มสองคนเข้าไปเล่นในเวิ้งน้ำตื้น ๆ หลังม่านน้ำตก

 

   นี่คือสภาพโดยรอบของบริเวณริมลำธานด้านล่า โปรดสังเกตุศาลาริมน้ำ และโต๊ะที่มีคนนั่งให้ดี เดี๋ยวจะได้เห็นมุมนี้ในอีกภาพหนึ่งอีกครั้ง

ไม่นานนัก ก็มีเสียงดังกึกก้องมาแต่ไกล ตามมาด้วยน้ำบ่าจำนวนมากที่ทะลึกมาอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่เด็กหนุ่มสองคนที่เข้าไปเล่นในเวิ้งน้ำหลังม่านน้ำตกไม่มีสามารถออกมาได้ ภาพนี้ถูกบันทึกก่อนที่จะรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

และอีกสามสิบวินาทีต่อจากนั้น ภาพน้ำตกเบื้องหน้าก็มีสภาพเช่นนี้

ภาพลำธารด้านล่างศาลาริมน้ำ และโต๊ะตัวเดียวกับที่มีคนนั่งเมื่อสักครู่นี้


ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหรือลดลงแต่อย่างใด


หลังจากนั้น นี่คือภาพของน้ำตกเมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนัก ไม่มีใครรู้ชะตากรรมของเด็กหนุ่มสองคนทีเข้าไปเล่นน้ำที่หลังม่านน้ำตก แต่คาดว่ายังน่าจะติดอยู่ในนั้น และยังไม่มีใครเห็นพวกเขาออกมาแต่อย่างใด

ใต้ผืนน้ำเต็มไปด้วยเศษกิ่งไม้ ท่อนไม้ ไม้ไผ่ และโคลนตม กระแสน้ำยังคงไหลบ่าอย่างรุนแรง และมีเสียงดังกึกก้องอยู่ตลอดเวลา

จากจุดที่เรามองเห็นยังมีผู้คนอีกหลายคนคอยเฝ้าสังเกตุการณ์อยู่ ณ ที่นั่น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเด็กหนุ่มทั้งสองคนจะยังคงปลอดภัย

นี่คือภาพสุดท้ายของน้ำตกดังกล่าวในอีกหนึ่งชั่วโมงถัดมา น้ำยังคงท่วมท้นไปทั่วบริเวณ กระแสน้ำยังคงหลากแรงและหลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย

เรา ต้องรีบออกมาจากที่นั่นก่อนที่จะมืดลง พวกเราไม่สามารถทราบได้ถึงชีวิตของเด็กหนุ่มทั้ง 2 ภายใต้น้ำตกอันแรงเชี่ยว เรามีเพียงความหวังว่าเขายังคงปลอดภัย

แต่น่าเสียใจที่ในวันถัดมา เราได้ทราบข่าวว่า พวกเขาพบร่างของเด็กหนุ่มทั้งสองที่ถูกน้ำพัดพาออกไปไกลกว่าจุดของน้ำตกถึง 5 กิโลเมตรในลำธารด้านล่าง

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บริเวณน้ำตกที่มีความเชียวแรงและเป็นอันตราย จะมีการติดป้ายเตือนภัย และข้อกำหนดในการเล่นน้ำและข้อควรระวัง หรือสัญญาณเตื่อนต่าง ๆ เอาไว้ให้แก่นักท่องเที่ยวได้พึงระวัง ซึ่งอาจจะลดความสูญเสียของชีวิตและทรัพย์สินลงได้บ้าง

หากเป็นไปได้ โปรดงดเล่นน้ำตกในช่วงฤดูน้ำหลาก หรือหน้าฝนจะเป็นการดียิ่ง โดยเฉพาะการนำเด็ก ๆ ไปเที่ยวน้ำตกในช่วงเวลาดังกล่าว

https://sites.google.com/site/wateroofall/siae-wasi

AI พยากรณ์อากาศจาก DeepMind แจ้งเตือนว่าฝนจะตกหรือไม่ ล่วงหน้าใน 2 ชั่วโมง

messageImage_1633046037717

AI พยากรณ์อากาศในปัจจุบันล้ำกว่าที่คุณคิด ถึงขนาดแจ้งเตือนก่อนฝนจะตกได้ล่วงหน้าใน 2 ชั่วโมงได้

เทคโนโลยี AI ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปไกลกว่าที่คุณคิดไว้มาก ล่าสุด DeepMind บริษัทพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากสหราชอาณาจักร เผยเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถพยากรณ์อากาศในระยะเวลาอันสั้นได้อย่างแม่นยำ

โครงการนี้ทาง DeepMind ได้ร่วมมือกับกรมอุตุนิยมวิทยาของสหราชอาณาจักร เพื่อพัฒนา AI ที่มีความสามารถในการพยากรณ์อากาศในช่วงเวลาใกล้ที่สุด 2 ชั่วโมงก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ หรือที่เรียกว่า Nowcasting อีกทั้งยังสามารถระบุสภาพอากาศของพื้นที่ที่จำเพาะเจาะจงได้มากขึ้นด้วย

ก่อนอื่นต้องกล่าวถึงการพยากรณ์อากาศที่ใช้กันในปัจจุบัน เราเรียกว่าระบบ Numerical Weather Prediction (NWP) ซึ่งเป็นการพยากรณ์อากาศที่ครอบคลุมพื้นที่ของสภาพอากาศทั้งโลก และพยากรณ์ได้ล่วงหน้าแบบเป็นวันหรือสัปดาห์ ทำให้แนวโน้มความแม่นยำลดลงถึงแม้จะใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลก็ตาม

ส่วนเทคโนโลยีของ DeepMind นั้นจะใช้ AI ที่เรียกว่า Deep Generative Modelling (DGM) ซึ่งจะอาศัยข้อมูลจากแผนที่เรดาร์ย้อนหลังในช่วง 3 ปี เพื่อพยากรณ์การเกิดฝนหรือหิมะตก ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อเพิ่มความแม่นยำของการพยากรณ์ AI จะประเมินการเกิดฝนหรือหิมะตกทุก ๆ 5 นาทีในพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร แล้วนำข้อมูลที่ได้มาใช้พยากรณ์ว่าในช่วงเวลาล่วงหน้าไปอีก 2 ชั่วโมง พื้นที่นั้น ๆ จะมีฝนหรือหิมะตกหรือไม่

AI พยากรณ์อากาศจาก DeepMind แจ้งเตือนว่าฝนจะตกหรือไม่ ล่วงหน้าใน 2 ชั่วโมงที่มาของภาพ https://deepmind.com/blog/article/nowcasting

ผลการพยากรณ์อากาศของ AI จาก DeepMind ได้รับการยอมรับว่ามีความแม่นยำสูงถึง 89% จากการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยากว่า 56 ราย และยังแม่นยำกว่าการพยากรณ์อากาศด้วย AI จากบริษัทอื่น ๆ อีกด้วย

ในอนาคตทางกรมอุตุนิยมวิทยาของสหราชอาณาจักรคาดว่าจะร่วมพัฒนา AI นี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการพยากรณ์อากาศ โดยเพิ่มข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศลงไปด้วย (เนื่องจากภาวะโลกร้อน) ซึ่งการเพิ่มข้อมูลเหล่านี้ลงไปจะช่วยให้ AI มีความแม่นยำมากขึ้นนั่นเอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Financial Times