คลังเก็บรายเดือน: ตุลาคม 2020

คิดค้น “ซูเปอร์ไวท์” สีขาวสว่างจ้าที่สุดในโลก คู่ตรงข้าม “แวนตาแบล็ก”

รูปหยินหยาง

yinyangblack

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ กับ สีดำและสีขาว

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เมื่อเอ่ยถึงเฉดสีที่ดำมืดมิดที่สุดในโลก หลายคนคงรู้จัก “แวนตาแบล็ก” (Vantablack) ซึ่งดูดกลืนแสงได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์สามารถคิดค้นสีคู่ตรงข้ามของมันที่มีความขาวแบบสุดขั้ว หรือที่เรียกว่าสี “ซูเปอร์ไวท์” (Super White) ซึ่งสะท้อนแสงได้ในระดับสูงเทียบเท่ากันแล้ว

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเพอร์ดูของสหรัฐฯ เผยแพร่ผลงานการคิดค้นดังกล่าวในวารสาร Cell Reports Physical Science โดยระบุว่าสีซูเปอร์ไวท์มีความขาวสว่างจ้าสูงที่สุดในโลก สามารถสะท้อนโฟตอนหรืออนุภาคของแสงที่ตกกระทบได้ถึง 95.5% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าสีกันความร้อนทั่วไปที่ใช้ทาภายนอกตัวอาคาร โดยสีขาวแบบเดิมจะสะท้อนแสงได้ราว 80-90% เท่านั้น ทั้งยังไม่สามารถลดอุณหภูมิภายในอาคารบ้านเรือนได้มากเท่าใดนัก

ศาสตราจารย์ หรวน ซิ่วหลิน ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า สีซูเปอร์ไวท์เป็นวัสดุอะคริลิก (acrylic) ที่ทำจากอนุภาคของหินปูนหรือแคลเซียมคาร์บอเนตซึ่งมีความหนาแน่นสูง อนุภาคดังกล่าวจะมีขนาดเล็กใหญ่คละเคล้าปะปนกันหลายแบบ ทำให้สามารถสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ในทุกช่วงความยาวคลื่น

สีซูเปอร์ไวท์ลดอุณหภูมิของตัวอาคาร โดยใช้หลักการทำความเย็นด้วยการแผ่รังสีความร้อน (radiative cooling) ซึ่งทำให้พื้นผิวภายนอกและอากาศภายในเย็นลงโดยไม่สิ้นเปลืองพลังงาน ต่างจากการทำความเย็นด้วยเครื่องปรับอากาศซึ่งทำให้เกิดปรากฎการณ์เกาะร้อน (heat island) ในเมืองใหญ่ต่าง ๆ และส่งผลกระทบให้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทั่วโลกเลวร้ายลง

 อาคารหลายแห่งใช้สีขาวทาที่ผนังด้านนอกเพื่อสะท้อนแสงแดด ซึ่งช่วยลดความร้อนภายในลงได้บ้าง
Getty Images

อาคารหลายแห่งใช้สีขาวทาที่ผนังด้านนอกเพื่อสะท้อนแสงแดด ซึ่งช่วยลดความร้อนภายในลงได้บ้าง

จากการทดสอบพบว่า สีซูเปอร์ไวท์สามารถลดอุณหภูมิของพื้นผิวอาคารให้เย็นลงกว่าอากาศโดยรอบได้อย่างน้อย 1.7 องศาเซลเซียส แม้จะอยู่ท่ามกลางแดดเผายามเที่ยงวันก็ตาม ส่วนในเวลากลางคืน สีขาวชนิดนี้สามารถลดอุณหภูมิพื้นผิวและภายในตัวอาคารให้เย็นลงกว่าอากาศด้านนอกได้ถึง 10 องศาเซลเซียส

อย่างไรก็ตาม “ซูเปอร์ไวท์” นั้นยังเป็นเพียงชื่อเรียกชั่วคราว และจะมีการตั้งชื่อสีขาวชนิดนี้อย่างเป็นทางการต่อไป

“สีนี้ทนทานต่อการขูดขีด ทนต่อสภาพอากาศรุนแรงและกันน้ำ ทั้งยังมีกระบวนการผลิตที่ไปกันได้กับโรงงานทั่วไปในปัจจุบัน ทำให้เชื่อได้ว่าจะมีราคาไม่สูงเกินไปนักและสามารถผลิตเพื่อการค้าได้ในเร็ว ๆ นี้” ศ. หรวนกล่าวปิดท้าย

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/sci-tech/news_5187708 

โซเชียลแชร์คลิปฟองฟู่ออกมาจากแตงโม ‘อ.อ๊อด’ ชี้อาจเพราะใกล้เน่า-เจอสารเคมี

1603930598506@2x

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

นักวิชาการและแม่ค้าแตงโม ยืนยันตรงกันแตงโมเกิดฟองสีขาว เกิดจากการบูดเน่า แนะไม่ควรรับประทาน เสี่ยงเกิดอาการท้องเสีย

จากที่โซเซียลต่างแห่แชร์ ภาพแตงโมมีฟองสีขาวออกฟูฟ่อง ทับเนื้อสีแดงของแตงโม ซึ่งชาวเน็ตต่างตั้งคำถามเกิดอะไรขึ้นกับแตงโมที่เพิ่งซื้อมา และหากเป็นแบบนี้แล้วจะรับประทานได้หรือไม่

ขณะที่อีกภาพที่แชร์กัน เป็นแตงโมที่บ้านละลมใหม่พัฒนา อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ยังไม่ได้ผ่า แต่เมื่อมีรอยก็เกิดฟองสีขาวพร้อมน้ำเมือกออกมา ทีมข่าวสอบถามไปยัง อ.อ๊อด – ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิเคราะห์ว่า เกิดจากการบูดเน่า หรือมีย่อยสลายภายในลูกแตงโม จากผู้นำสารฉีดเข้าไปภายในจนเกิดปฏิกิริยา

ด้านแม่ค้าแตงโมที่จ.สุโขทัย บอกว่า เหตุที่แตงโมมีฟองขึ้นเกิดจากความร้อน ภาษาชาวบ้านเรียกว่า แตงโมบูด แต่ละสวนตัดแตงโมก่อนและหลังครบกำหนดสุกต่างกัน ถ้าตัดแก่มาก เมื่อเจอกาอาศร้อนจัดก็จะเกิดฟองได้ ซึ่งไม่ควรรับประทานเพราะ ท้องจะเสีย

ชำแหละระเบิดนิวเคลียร์

banner_file

หากคิดถึงอาวุธสงคราม อำนาจการทำลายล้างสูง มันไม่ใช่ไฟ ไม่ใช่ปืน ไม่ใช่เลเซอร์ ไม่ใช่สารเคมีมีพิษ หรือเชื้อโรค เพราะแม้ว่ามันจะสามารถส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง แต่ไม่มีอะไรเทียบได้กับระเบิด ระเบิดที่ไม่ใช่ระเบิดธรรมดา มันคือระเบิดนิวเคลียร์

ระเบิดนิวเคลียร์สามารถสร้างผลกระทบอย่างมหาศาล แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถสร้างระเบิดนิวเคลียร์กันได้ทั่วไป เนื่องจากเรื่องของสนธิสัญญาที่ทำให้หลาย ๆ ประเทศไม่สามารถสะสมวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับการทำระเบิดนิวเคลียร์หรือเป็นแหล่งพลังงานของโรงไฟฟ้าได้ นอกจากนี้ก็ยังต้องมีความรู้ความเข้าใจถึงการทำงานของมันด้วย

ภาพ : Pixabay

ทุกคนในวันนี้มีภาพจำถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากพลังงานนิวเคลียร์ ไม่ว่าจะเป็นระเบิดปรมาณูทั้งสองลูกที่ถูกทิ้งที่ญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีเป็นจำนวนมาก รังสีและความร้อนแผดเผาเป็นวงกว้าง และยังส่งผลกระทบจนถึงทุกวันนี้ ไปจนถึงเหตุการณ์การรั่วไหลของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่เชอร์โนบิล ซึ่งทำให้บริเวณนั้นไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ไปอีกนาน และเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดสึนามิแล้วยังทำให้เกิดการรั่วไหลของโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ด้วย

พลังงานนิวเคลียร์คือพลังงานรูปแบบใด ๆ ก็ตามที่ถูกส่งออกจากนิวเคลียสของอะตอมของธาตุ ซึ่งรูปแบบส่วนใหญ่ที่เรารู้จักกันคือการสลายตัวหรือแตกตัวของนิวเคลียสธาตุหนักที่เรียกว่า พลังงานนิวเคลียร์แบบฟิชชั่น (Fission) อะตอมธาตุหนักแตกตัวเป็นธาตุที่เล็กกว่า ปลดปล่อยพลังงานออกมาพร้อมกับนิวตรอนหรือโฟตอนบางส่วน ซึ่งจะไปชนกับอะตอมธาตุข้างเคียงและทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อไปเรื่อยๆ โดยธาตุหนักที่มักถูกนำมาใช้ในปฏิกิริยาฟิชชั่นได้แก่ ยูเรเนียม หรือพลูโตเนียม อีกรูปแบบหนึ่งคือ การรวมตัวของธาตุเบากลายเป็นธาตุหนัก ภายใต้สภาวะที่อุณหภูมิและความดันสูง เรียกว่า ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น (Fusion)

ภาพ : Shutterstock

สำหรับอาวุธที่ใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์ จะมีชื่อเรียกต่างกันตามแต่ชนิดของปฏิกิริยาเช่นกัน หากระเบิดที่สร้างใช้ประโยชน์จากการแตกตัวของอะตอมธาตุหนัก จะเรียกว่า Atomic bomb แต่หากใช้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นจะเรียกว่า Hydrogen bomb เนื่องจากปกติแล้วใช้แค่ธาตุไฮโดรเจนในการสร้างนั่นเอง

ส่วนลิตเทิลบอย (Little Boy) ซึ่งเป็นระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรกที่ถูกทิ้งลงที่เมืองฮิโรชิมาของประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นระเบิดนิวเคลียร์ฟิชชั่นซึ่งใช้ธาตุยูเรเนียมในการสร้าง ส่วนระเบิดลูกที่สองที่ถูกทิ้งลงที่เมืองนางาซากิมีชื่อว่า แฟตแมน (Fatman) เป็นระเบิดนิวเคลียร์ชนิดฟิชชั่นเช่นกัน แต่ทำจากธาตุพลูโตเนียม

การทำงานของระเบิดเริ่มต้นจากการจุดชนวนระเบิดเข้าไปยังอะตอมของธาตุหนักเพียงไม่กี่อะตอม การจุดชนวนทำได้โดยการยิงอนุภาคนิวตรอนเข้าใส่อะตอมธาตุหนัก นิวตรอนที่ถูกเพิ่มเข้าไปจะทำให้อะตอมธาตุไม่เสถียรและแตกตัวออก นอกจากนั้นการแตกตัวของอะตอมยังจะปลดปล่อยนิวตรอนอิสระออกมาอีก 2-3 ตัวต่ออะตอมยูเรเนียมตั้งต้นหนึ่งอะตอม นิวตรอนที่หลุดออกมาจะไปชนอะตอมยูเรเนียมข้างเคียงทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่อย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ การแตกตัวของอะตอมใช้เวลาน้อยมากเพียงแค่เศษเสี้ยวของวินาที คำนวณว่าอยู่ในหน่วยพิโควินาที (10-12 วินาที)

มีธาตุยูเรเนียมในระเบิดลิตเทิลบอยเพียง 64 กิโลกรัมเท่านั้น เทียบกับมวลของระเบิดทั้งหมด 4,000 กิโลกรัม และยูเรเนียมที่จะเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์และปล่อยพลังงานออกมาเพื่อทำลายล้างก็มีเพียงแค่ 700 กรัมเท่านั้น แต่เป็น 700 กรัมที่ทำให้เกิดความเสียหายเทียบเท่าระเบิดทีเอ็นที (TNT) 15 กิโลตัน ทำให้คนเสียชีวิตจากแรงระเบิดทันที 70,000 คน และเสียชีวิตภายหลัง จากกัมมันตรังสีและมะเร็งอีกอย่างต่อเนื่อง รวม ๆ แล้วกว่า 250,000 คน

ภาพ : Pixabay

สำหรับระเบิดนิวเคลียร์ลูกที่สองของสงครามโลกครั้งที่สองคือ แฟตแมน มีมวลและอานุภาพมากกว่าลูกแรก แต่ก่อให้เกิดความเสียหายน้อยกว่าระเบิดลูกแรก เนื่องจากมันถูกทิ้งลงในสภาพภูมิประเทศที่เป็นหุบเขา แม้ว่ามวลของระเบิดและอานุภาพจะมากกว่า โดยคำนวณว่าสามารถทำให้เกิดความเสียหายได้เทียบเท่าระเบิดทีเอ็นที 21 กิโลตัน แต่มันส่งผลให้คนเสียชีวิตรวมทั้งหมด 140,000 คน ​โดยระเบิดลูกนี้ใช้อะตอมของพลูโตเนียม

แม้ว่าจะมีระเบิดนิวเคลียร์ที่ถูกใช้ในสงครามจริง ๆ เพียงแค่ 2 ครั้ง แต่มันอาจจะเป็นเพียงแค่ประทัดเมื่อเทียบกับระเบิดซาร์บอมบา (Tsar Bomba) ซึ่งเป็นระเบิดที่มีอานุภาพรุนแรงถึง 50 เมกะตัน หรือมากกว่าระเบิดแฟตแมนและลิตเทิลบอยรวมกันถึง 1,400 เท่า มันเป็นระเบิดไฮโดรเจน ซึ่งเป็นระเบิดที่ใช้ประโยชน์จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น ถูกทดสอบโดยสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามเย็นในปี 1961 ซึ่งทำให้ชวนคิดว่า หากระเบิดลูกนี้เกิดขึ้น จริงประวัติศาสตร์โลกจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด

แมวยักษ์โผล่! นักสำรวจพบภาพแมวขนาดใหญ่บนเนินเขาใกล้ เส้นนาซกา

แมวยักษ์โผล่! นักสำรวจพบภาพแมวขนาดใหญ่บนเนินเขาใกล้ เส้นนาซกา

ทีมนักสำรวจค้นพบภาพลายเส้นคล้ายรูปแมวบนเนินเขาที่ประเทศเปรู ใกล้กับแหล่งอุทยานประวัติศาสตร์ที่พบเส้นนาซกา ลายเส้นปริศนาขนาดใหญ่

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เว็บไซต์ ancient-origins รายงานว่า นักโบราณคดีค้นพบลายเส้นปริศนาคล้ายรูปแมวขนาดใหญ่ บนเนินเขาที่ประเทศเปรู ใกล้กับเส้นนาซกา ลวดลายปริศนาบนทะเลทรายที่มีคนค้นพบก่อนหน้า ทางตอนใต้ของเมืองลิมาประเทศเปรู ปัจจุบันเป็นแหล่งอุทยานประวัติศาสตร์

จอห์นนี อิสลา หัวหน้าทีมสำรวจเล่าว่า ค้นพบลายเส้นรูปแมวนี้ ระหว่างการปรับปรุงทัศนียภาพ จุดชมวิวสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาชมเส้นนาซกาที่อุทยาน และแน่นอนว่าไม่น่าจะใช่ลวดลายที่เกิดจากธรรมชาติ ต้องเป็นฝีมือของมนุษย์ สันนิษฐานว่าลายเส้นนี้อาจเขียนโดยชนเผ่าโบราณที่อาศัยอยู่แถบนี้เมื่อราวๆ 2000 ปีก่อน คือชาวนาซกา

วิธีการสำรวจลายเส้นรูปแมวนี้ นักสำรวจจะค่อยๆ ยกหินที่อยู่บริเวณเนินเขาออกเพื่อเผยให้เห็นลายเส้น ซึ่งใช้เวลาร่วมสัปดาห์กว่าจะปรากฎภาพทั้งหมด นักสำรวจกล่าวว่ามันค่อนข้างที่จะค้นพบได้ยาก เพราะตั้งอยู่บนเนินเขาที่ลาดชัน และลายเส้นส่วนใหญ่ถูกธรรมชาติทำลายไปค่อนข้างเยอะ

ลักษณะของลายเส้นรูปแมวที่พบ ส่วนหัวของแมวจะอยู่บริเวณบนเนินเขา ใบหน้ามองตรง ส่วนของลำตัวและหางลากยาวลงไปยังข้างล่างเนินเขา โดยรวมลายเส้นรูปแมวมีความยาวประมาณ 37 เมตร ความกว้างของลายเส้นกว้างประมาณ 10 นิ้ว

 

เมื่อพิจารณาจากลายเส้น ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าภาพนี้เขียนขึ้นเมื่อ 200-300 ปีก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เกิดลายเส้นนาซกา ทำให้หลายคนมองว่าการค้นพบลายเส้นแมวขนาดใหญ่ครั้งนี้ จะช่วยให้เข้าใจถึงวัฒนธรรมของชาวนาซกาและจุดกำเนิดของเส้นนาซกาได้ง่ายขึ้น

เส้นนาซกา (Nazca Lines) คืออะไร

เป็นลายเส้นปริศนาขนาดใหญ่บนทะเลทรายที่ประเทศเปรู ชื่อตั้งตามชื่อของชาวนาซกาที่สร้างลายเส้นปริศนานี้ขึ้นมา นักโบราณคดีกล่าวถึงวิธีการสร้างลวดลายปริศนานี้ขึ้นว่า ชาวนาซกาจะทำการยกเอาหินสีดำที่ปกคลุมพื้นทะเลทรายออก จนเผยให้เห็นทรายสีขาวและวาดลวดลายต่างๆ ขึ้น

เส้นนาซกาที่พบมีหลายลวดลาย เช่น สุนัข นก ลิง เป็นต้น นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า ลายเส้นเหล่านี้อาจสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นปฏิทินดูดาวหรือใช้บูชาเทพเจ้า ซึ่งปัจจุบันยังหาคำตอบที่แน่ชัดไม่ได้

นาซ่าไฟเขียวโนเกียปักเสา4Gบนดวงจันทร์

นาซ่าไฟเขียวโนเกียปักเสา4Gบนดวงจันทร์

นาซ่าไฟเขียวโนเกียปักเสา4Gบนดวงจันทร์

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

นาซ่าไฟเขียวโนเกียปักเสา4Gบนดวงจันทร์ – วันที่ 19 ต.ค. ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เบล แล็บส์ ของโนเกีย ผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากฟินแลนด์ ได้สิทธิในสัมปทานโครงการก่อสร้างเครือข่ายการสื่อสารบนพื้นผิวดวงจันทร์จากองค์กรบริหารการบินและอวกาศสหรัฐอเมริกา หรือนาซ่า

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ทางโนเกียจะเดินหน้าโครงการก่อสร้างเครือข่ายการสื่อสารยุคที่ 4 หรือ 4G บนพื้นผิวดวงจันทร์ เพื่อไว้ใช้อำนวยความสะดวกให้กับนักบินอวกาศที่ปฏิบัติภารกิจอยู่บนดวงจันทร์ ตามเป้าหมายโครงการก่อสร้างฐานสำรวจบนดวงจันทร์ภายในปี 2571

สัมปทานดังกล่าวเป็นหนึ่งในหลายโครงการที่ทางนาซ่าว่าจ้างเอกชนเพื่อการก่อสร้างต่างๆ บนฐานดวงจันทร์มูลค่า 370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท อาทิ การผลิตไฟฟ้า การแช่แข็ง หุ่นยนต์ ลานจอดยานอวกาศ และการสื่อสารอย่าง 4G

รายงานระบุว่า ทางเบลแล็บส์จะใช้งบก่อสร้างราว 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 16.5 ล้านบาท ตั้งเสาเครือข่าย 4G เพื่อทำให้การปฏิบัติภารกิจและอยู่อาศัยบนพื้นผิวดวงจันทร์มีความความสะดวกมากขึ้น มากกว่าที่นักบินต้องใช้คลื่นวิทยุติดต่อกัน

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/sci-tech/news_5143559
ความใหญ่เทอะทะ  ไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้โนเกียล้ม

สุดเจ๋ง! ญี่ปุ่นสร้าง หุ่นยนต์หมาป่าปีศาจ ใช้ 60 เสียงไล่หมีป่วนหมู่บ้าน(คลิป)

สุดเจ๋ง! ญี่ปุ่นสร้าง หุ่นยนต์หมาป่าปีศาจ ใช้ 60 เสียงไล่หมีป่วนหมู่บ้าน(คลิป)

ญี่ปุ่นติดตั้งหุ่นยนต์หมาป่าปีศาจไล่หมีทั่วประเทศ เหตุหมีชอบเข้ามาป่วนหมู่บ้านเป็นประจำ หมีหายเกลี้ยง เผยใช้วิธีนี้เพราะไม่อยากใช้ความรุนแรงกับสัตว์

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2563 เว็บไซต์ Interesting Engineering ได้นำเสนอข่าวว่า เมืองทาคิกาวา ในประเทศญี่ปุ่น มักประสบปัญหาพบหมีเข้ามาหาอาหารในหมู่บ้านอยู่เสมอ บางครั้งชาวบ้านก็ถูกหมีทำร้ายและถูกทำลายข้าวของอีกต่างหาก ครั้นจะใช้ความรุนแรงไล่หมีก็ทำไม่ได้ เพราะอาจทำให้สัตว์ได้รับบาดเจ็บและอาจรบกวนวิถีชีวิตของมันมากเกินไป

 

จนกระทั่ง โอตะ เซอิกิ พนักงานบริษัทผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล ได้เสนอไอเดีย สร้างหุ่นยนต์หมาป่าปีศาจ ให้แก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ซึ่งเมื่อทำหุ่นยนต์ออกมาแล้ว แม้แต่คนยังรู้สึกว่ามันค่อนข้างน่ากลัว

หุ่นยนต์หมาป่าปีศาจตัวนี้ ไม่ได้ทำได้แค่ส่องไฟสีแดงที่ตาอย่างน่ากลัว หรือเห่าหอนเท่านั้น แต่มันมีระบบตรวจจับสิ่งมีชีวิตที่เข้ามาใกล้มัน และยังสามารถทำเสียงได้ถึง 60 เสียง รวมถึงเสียงมนุษย์ หรือแม้แต่เสียงปืน

สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้ เพราะต้องทำให้หมีไม่ชินกับเสียงของหุ่นยนต์ และยังคงกลัวหุ่นยนต์หมาป่าปีศาจต่อไป

โดยปกติแล้ว หมีในภูมิภาคทาคิกาวาของญี่ปุ่นมักจะออกหาอาหารในฤดูใบไม้ร่วง และเก็บอาหารเหล่านั้นไว้กินยามฤดูหนาวที่ยาวนานเพื่อจำศีล พวกมันเลือกที่จะล่าอาหารใกล้ ๆ กับมนุษย์ และเนื่องจากธรรมชาติเป็นของทุกสิ่งมีชีวิต และมนุษย์เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่เข้ายึดครองสถานที่ตามธรรมชาติเพื่ออยู่ในโลกสมัยใหม่ ดังนั้นนี่จึงฟังดูค่อนข้างยุติธรรมสำหรับหมีที่จะค้นหาล่าอาหารในสถานที่ ๆ พวกมันเคยอาศัยอยู่และหากินมาก่อน

ปัจจุบันโครงการหุ่นยนต์หมาป่าปีศาจได้ถูกติดตั้งใน 62 ชุมชนทั่วประเทศญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว และได้รับการแจ้งข่าวจากหมู่บ้านที่รับโครงการนี้ว่า ตั้งแต่มีการติดตั้งหุ่นยนต์หมาป่าปีศาจ ปัญหาหมีบุกหมู่บ้านก็ไม่เกิดขึ้นอีกเลย

“เราได้คิดวิธีและออกแบบแนวทางมากมายเพื่อที่จะใช้ไล่หมี ดังนั้นเราจึงมั่นใจว่า วิธีการใช้หุ่นยนต์หมาป่าปีศาจครั้งนี้จะมีประสิทธิภาพที่ยั่งยืนและสามารถไล่หมีได้เป็นผลสำเร็จ” โอตะ เซอิกิ กล่าว

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หุ่นยนต์หมาป่าปีศาจจะช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่หมีและผู้คนในชุมชมสามารถอยู่ร่วมกันได้ และผมก็จะรู้สึกยินดีมาก หากมันเป็นเช่นนั้น” หัวหน้าของโอตะ เซอิกิ กล่าว

https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_5171191

เปิดคลิปวินาที ท่อส่งก๊าซ ปตท. ระเบิด!!

111

เปิดภาพนาที ท่อส่งแก๊สระเบิด หนีตายลูกไฟขนาดใหญ่ ใน ต.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ มีผู้เสียชีวิต และ บาดเจ็บหลายราย  บ้านเรือนเสียหายกว่า 10 หลัง

153498

 มีกล้องวงจรปิดจากหน้ารถสามารถจับภาพนาทีระเบิดไว้ได้ ซึ่งในภาพจะเห็น นาทีระเบิดที่มีลูกไฟพุ่งออกมาสูงเท่าตึกหลายชั้น และมีประชาชนวิ่งหนี

download

โมเมนตัมรวมก่อนระเบิด = โมเมนตัมรวมหลังระเบิด

รู้จัก Telegram แอปฯ แชตสุดฮิต ที่นิยมใช้กันทั่วโลก

90247b98-6a03-4751-8fca-6425157a3c13

Telegram หนึ่งในแอปฯ ที่หลายคนอาจยังไม่รู้จัก วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบว่า Telegram คืออะไร มีดีอย่างไร และปลอดภัยแค่ไหน ตามไปดูกันเลย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

Telegram (เทเลแกรม) เป็นแอปฯ แชตที่ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 2013 โดยพี่น้องชาวรัสเซีย ชื่อว่า Pavel Durov และ Nikolai Durov สามารถใช้งานได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ซึ่งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2563 Telegram มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกต่อเดือนสูงถึง 400 ล้านคน และมีผู้ใช้รายใหม่กว่า 1.5 ล้านคนต่อวัน

Telegram มีจุดเด่นหลายอย่างซึ่งไม่มีในแอปฯ อื่น ๆ ประการแรกเลยก็คือ สามารถสร้างกลุ่มแชตขนาดใหญ่ที่รองรับคนจำนวนมหาศาลได้สูงสุดถึง 200,000 คน หรือจะสร้างเป็นแชนแนลเพื่อเอาไว้สำหรับส่งข้อมูลกระจายข่าวสารให้กลุ่มคนก็ได้เช่นกัน โดยการแชตทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่ม ข้อความจะถูกเข้ารหัสเอาไว้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกสามารถเจาะเข้ามาอ่านได้ง่าย ๆ

22

ยิ่งไปกว่านั้น Telegram ยังมีฟีเจอร์สุดเจ๋งอีกอย่างหนึ่งก็คือ ห้องแชตลับ Secret Chats ที่จะมีการเข้ารหัสแบบ End-To-End ซึ่งนอกจากคนที่สนทนาอยู่ในห้องแชตแล้ว ก็จะไม่มีใครสามารถแอบอ่านข้อความแชตในห้องลับนี้ได้อย่างแน่นอน แม้แต่ทีมงานของ Telegram ก็ไม่สามารถอ่านได้ อีกทั้งข้อความแชตในห้องนี้ยังตั้งเวลาให้ลบตัวเองได้ เพื่อป้องกันความลับรั่วไหลออกไปให้คนนอกรู้ด้วย

 33

ส่วนฟีเจอร์พื้นฐานนั้น จะมีเหมือนกับแอปฯ แชตอื่น ๆ ทั้งการส่งรูปภาพ วิดีโอ ส่งไฟล์ต่าง ๆ เปลี่ยนธีมสีและพื้นหลังได้ แชร์พิกัดบนแผนที่ ลบข้อความที่ส่งผิด ส่งข้อความแบบไม่ต้องแจ้งเตือน ปักหมุดข้อความ สร้างโพลให้ร่วมกันโหวต รวมทั้งการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ซ่อนเบอร์โทรศัพท์ ซ่อนรูปโปรไฟล์ หรือซ่อนสถานะออนไลน์ได้ และมีสติ๊กเกอร์ให้เลือกใช้ได้มากกว่า 2 แสนชุด สามารถเข้ากลุ่ม แจกสติกเกอร์ Telegram ฟรี คลิกที่นี่ได้เลย !

44

ทั้งนี้ Telegram สามารถใช้งานได้พร้อมกันบนหลายเครื่องมือ โดยข้อความจะถูก Sync ถึงกันหมด ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ต ซึ่งในการสมัครใช้งานนั้น จะต้องใช้เบอร์โทรศัพท์ในการสมัครบัญชีด้วย ตามขั้นตอนดังนี้

  1. ดาวน์โหลดแอปฯ Telegram ที่ https://telegram.org/ แล้วเปิดแอปฯ ขึ้นมา
  2. กดปุ่ม Start Messaging เพื่อลงทะเบียน
  3. เลือกประเทศแล้วกรอกหมายเลขโทรศัพท์ของเราลงไป
  4. รอรับหมายเลขยืนยันตัวตนทาง SMS เมื่อได้แล้วก็ให้นำไปกรอกในแอปฯ
  5. กรอกชื่อ-นามสกุลของเราลงไป ก็เป็นอันเรียบร้อย สามารถเริ่มใช้งานได้ทันที !

55

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Telegram, App Store, Google Play

 

สลด! แนวปะการังใหญ่ที่สุดในโลกตายไปแล้วกว่าครึ่ง

สลด! แนวปะการังใหญ่ที่สุดในโลกตายไปแล้วกว่าครึ่ง

เกรทแบริเออร์รีฟ ซึ่งเป็นแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตอนนี้ได้ตายลงไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่ง นับตั้งแต่ปี 1995 เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้น

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

วันนี้ ( 15 ต.ค. 63 )นักวิทยาศาตร์ ได้ทำการตรวจสอบเรื่องคุณภาพ ตลอดจนขนาดของแนวปะการังในเกรท แบริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) ซึ่งเป็นแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกชายฝั่งออสเตรเลีย ในระหว่างปี 1995-2017 เรื่อยมา และได้เผยแพร่รายงานล่าสุดในนิตยสารโรยัล โซไซตี้ (Royal Society Journal) พบว่า แนวปะการังของเกรท แบริเออร์รีฟ ตายลงมากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว นับตั้งแต่ปี 1995 หรือ 25 ปีที่ผ่านมา

โดยนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า เกิดจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น จากภาวะโลกร้อน และยังพบด้วยว่าปะการังชนิดอื่น ๆ ทั่วโลกก็กำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกัน

สลด! แนวปะการังใหญ่ที่สุดในโลกตายไปแล้วกว่าครึ่ง

นอกจากนี้ผลการศึกษายังพบด้วยว่า แนวปะการังที่ตายลงมีทุกขนาดและชนิด โดยเฉพาะปะการังรูปทรงโต๊ะ ซึ่งมีขนาดใหญ่ และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของเหล่าสัตว์น้ำใต้ท้องทะเล  อีกทั้งยังพบว่าแนวปะการังเกิดภาวะฟอกขาวเป็นวงกว้าง ในช่วงปี 2016-2017 และมากขึ้นอีกในปีนี้ ซึ่งลามไปแล้วมากกว่า 2 ใน 3 ของทั้งหมด

สลด! แนวปะการังใหญ่ที่สุดในโลกตายไปแล้วกว่าครึ่ง

ซึ่งปะการังสามารถหายจากการฟอกขาวได้ หากสภาพแวดล้อมของทะเลกลับสู่ภาวะปกติ แต่อาจะต้องใช้เวลานานหลายสิบปี นักวิจัยย้ำว่า เราต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่มีเวลาอีกแล้ว
สำหรับแนวปะการังเกรทแบริเออร์รีฟ มีความยาวถึง 2,300 กิโลเมตร และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1981 แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ได้รับผลจากอุณหภูมิของทะเลที่สูงขึ้นมาตลอด

https://www.tnnthailand.com/content/58654

คลิกดูที่นี่