คลังเก็บรายเดือน: สิงหาคม 2020

ผู้ช่วยทำสมาธิ

 1597805012944@2x

ผู้ช่วยทำสมาธิ – เจ.ดี. ดาส จากกู๊ดลักโยคี จากสหรัฐ อเมริกา เปิดตัว “กู๊ดลักโยคี” (Good Luck Yogi) หรือ “กลาย” (Gly) ผู้ช่วยเสริมทักษะการสร้างสมาธิ ช่วยปรับพฤติกรรม อารมณ์และจิตใจให้สงบนิ่ง กระตุ้นการทำงาน ของระบบสมอง ทำให้เด็กพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จดจำได้ดี รวมถึงมีกระบวนการคิด วิเคราะห์ และประเมินสิ่งต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

กู๊ดลักโยคีเป็นโยคีน้อยสีขาวนั่งขัดสมาธิ ขนาดสูง 7 นิ้ว กว้าง 4.5 นิ้ว หนา 4 นิ้ว และหนัก 1.3 กิโลกรัม กู๊ดลักโยคีมาพร้อมบันทึกเสียงนำฝึกนั่งสมาธิในรูปแบบต่างๆ 12 รูปแบบที่เด็กๆ เลือกได้ตามใจชอบโดยเสียงนำกิจกรรมทั้งหมดบันทึกด้วยเสียงของเด็กในช่วงอายุที่หลากหลายเพื่อให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนรุ่นราวเดียวกัน

ยกตัวอย่างเสียงนำทำสมาธิสำหรับเด็กที่ไม่เคยปฏิบัติมาก่อน เสียงจะเริ่มต้นพาเด็กๆ ท่องไปในโลกจินตนาการผ่านเรื่องเล่าชวนติดตาม สอดแทรกการกำหนดลมหายใจ และการทำสมาธิอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้กู๊ดลักโยคียังทำงานเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และไอโอเอส เด็กๆโหลดเสียงบันทึกกิจกรรมเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะกับอายุ และความชำนาญจากการฝึกสมาธิที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีโดยตรงต่อเด็กๆ และยังลดความตึงเครียดในบ้านได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ศึกษาบรรยากาศแอนตาร์กติกด้วยเลเซอร์

เทคนิคไลดาร์ (LIDAR) ที่ย่อมาจากไลท์ ดีเทคชั่น แอนด์ แร็งกิ้ง (Light Detection and Ranging) เป็นการตรวจจับระยะไกลโดยใช้แสงในการศึกษาวัตถุ ลำแสงเลเซอร์จะถูกปล่อยออกมาเป็นจังหวะและเล็งไปที่เป้าหมาย แสงที่กระจัดกระจายจะถูกบันทึกโดยตัวเซ็นเซอร์ เทคนิควัดแบบนี้ทำให้นักวิจัยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบรรยากาศ ไม่ว่าจะเป็นความหนาแน่น อุณหภูมิ ความเร็วลม การก่อตัวของเมฆ และอนุภาคละอองลอย

เครื่องมือนี้ถูกติดตั้งไว้ในคาบสมุทรอันห่างไกล ที่สถานีวิจัยกอนกอร์เดีย (Concordia) เพื่อใช้แสงเลเซอร์ยิงขึ้นไปบนท้องฟ้าสำหรับศึกษาบรรยากาศแอนตาร์กติก เป็นภารกิจที่สนับสนุนโดยองค์การอวกาศยุโรปในการใช้เครื่องมือไลดาร์และโซนาร์ (SONAR) หรือโซนิค ดีเทคชั่น แอนด์ แร็งกิ้ง (sonic detection and ranging) ช่วยตรวจสอบชั้นขอบบรรยากาศล่างสุดของโทรโพสเฟียร์ที่มีความหนา 1 กิโลเมตร ซึ่งโทรโพสเฟียร์เป็นบรรยากาศชั้นล่างสุดสูงจากผิวโลก ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงบนพื้นผิวโลกจึงมีผลอย่างมากต่ออุณหภูมิ ความชื้น และลม

การเปลี่ยนแปลงบนผิวโลกส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น และการปล่อยสารคาร์โรฟลูออโรคาร์บอน (chlorofluorocarbons) ที่อันตรายต่อชั้นโอโซน ก็จะทำให้ชั้นโอโซนบางลงโดยเฉพาะในพื้นที่ขั้วโลก ซึ่งสถานีวิจัยกอนกอร์เดียจะปล่อยแสงเลเซอร์ออกมาทุกวันเป็นเวลา 1 นาที ในทุกๆ 5 นาทีของช่วงฤดูหนาว.

(ภาพประกอบ Credit : ESA/IPEV/PNRA–S. Thoolen)

https://www.thairath.co.th/news/foreign/1908325

PLANET EARTH 6 ICE WORLDS มุ่งสู่แดนน้ำแข็ง

EmbeddedImage

คลิกดูคลิป

การก่อตัวของดาวในกาแล็กซีที่เล็กที่สุด

ในจักรวาลหรือเอกภพมีดาราจักรหรือกาแล็กซี ประมาณ 2,000 ล้านแห่ง ลำพังกาแล็กซีทางช้างเผือกของเราเองก็มีดวงดาวอาศัยอยู่ราวๆ 200,000-400,000 ล้านดวง ในจำนวนกาแล็กซีทั้งหมดก็ยังมีกาแล็กซีแคระ ที่มีสมาชิกดวงดาวอยู่หลายหมื่นดวงจนถึงหลายพันล้านดวง แต่ดาวฤกษ์ก่อตัวขึ้นอย่างไรในกาแล็กซีเล็กๆเหล่านี้ ยังเป็นเรื่องลึกลับที่นักดาราศาสตร์สงสัยมานานแล้ว

แต่ความลับดังกล่าวได้ถูกเฉลยแล้ว เมื่อทีมวิจัยนานาชาตินำโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลุนด์ ในสวีเดน พิสูจน์ว่ากาแล็กซีแคระสามารถอยู่นิ่งเฉยได้เป็นเวลาหลายพันล้านปี ก่อนที่จะเริ่มสร้างดวงดาวอีกครั้ง จากการสร้างแบบจำลองชี้ให้เห็นว่ากาแล็กซีแคระสามารถสะสมเชื้อเพลิงในรูปของก๊าซในที่สุดก็จะควบแน่นและให้กำเนิดดวงดาวขึ้น สิ่งนี้อธิบายการก่อตัวของดวงดาวที่สังเกตได้ในกาแล็กซีแคระที่มีอยู่

ทีมวิจัยคาดการณ์ว่ากาแล็กซีแคระมีการหยุดสร้างดาวฤกษ์เมื่อประมาณ 12,000 ล้านปีก่อน ซึ่งอาจเป็นการหยุดชั่วคราว การทำความเข้าใจในเรื่องนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นจะทำให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆเกี่ยวกับการสร้างแบบจำลองของกระบวนการทางฟิสิกส์ เช่น การระเบิดของดวงดาว ตลอดจนการให้ความร้อนและความเย็นของก๊าซในจักรวาล อีกทั้งยังจะช่วยคาดคะเนจำนวนดาวที่ก่อตัวขึ้นในกาแล็กซีแคระที่มีอยู่ในจักรวาล โดยค้นพบได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์ดาราศาสตร์.

(ภาพประกอบ Credit : ESO/Licence typeAttribution (CC BY 4.0)

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/1911460

7 “บ้านตะปู” สุดว้าว! ในแดนมังกร (ชมคลิป)

หลังจากที่จีนผลักดันนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ มณฑลเมืองต่างๆพากันบุกเบิกเขตพัฒนาใหม่ และเกิดกระแสรื้อถอนชุมชนเก่า เจ้าของบ้านหลายรายที่ปฏิเสธหัวชนฝาย้ายออกไปและยืนกรานสู้ตายอยู่ในบ้านจนกระทั่งเริ่มก่อสร้างโครงการ จึงกลายเป็นเกาะโดดเดี่ยวกลางพื้นที่พัฒนาใหม่ที่จีนเรียก “บ้านตะปู” หรือ ติงจื่อหู้ (钉子户)ซึ่งเปรียบเทียบกับตะปูที่ติดแน่นงัดไม่ออกเสียที

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

มาชม “บ้านตะปูสุดว้าว!” ที่เป็นข่าวฮือฮาและไวรัลในแดนมังกร

นครกว่างโจวเปิดใช้งานสะพานไห่จูหย่งที่ถนนหวนเต่าเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2020 โดยมีสิ่งสะดุดตาคือ “บ้านเก่ากลางถนน” ที่จีนเรียก “บ้านตะปู”  (เครดิตภาพ IC)

นครกว่างโจวเปิดใช้งานสะพานไห่จูหย่งที่ถนนหวนเต่าเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2020 โดยมีสิ่งสะดุดตาคือ “บ้านเก่ากลางถนน” ที่จีนเรียก “บ้านตะปู” (เครดิตภาพ IC)

“ดวงตาแห่งไห่จู”

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา นครกว่างโจว ได้เปิดใช้งานสะพานไห่จูหย่งที่ถนนหวนเต่า โดยมีสิ่งสะดุดตาคือ “บ้านเก่ากลางถนน” ที่จีนเรียก “บ้านตะปู” โดยนับเป็น “บ้านตะปูยอดอึด” หลังล่าสุดที่เป็นไวรัลในจีน บางชาวเน็ตพากันเรียกให้เลิศลอยไปเลยว่า “ดวงตาแห่งไห่จู”

สื่อจีนเผยว่าทางการเคยเสนอค่าชดเชยให้หญิงเจ้าของบ้านแซ่เหลียง 10 กว่าล้านหยวน แต่นางไม่เอาไม่ย้าย!

“บ้านตะปู” ใต้สะพานไห่จูหย่ง ถนนหวนเต่า นครกว่างโจว มณฑลกว่างตง (เครดิตภาพ IC)

“บ้านตะปู” ใต้สะพานไห่จูหย่ง ถนนหวนเต่า นครกว่างโจว มณฑลกว่างตง (เครดิตภาพ IC)

ด้านนางเหลียงปฏิเสธเรื่องค่าชดเชยดังกล่าวว่าเป็นข่าวปลอม เหตุที่นางไม่ย้าย ไม่ใช่เพราะไม่พอใจค่าชดเชย หากเป็นเพราะทำเลบ้านใหม่ที่เจ้าหน้าที่เสนอให้ไปอยู่ตรงข้ามห้องเก็บศพของโรงพยาบาล ซึ่งสถานที่ที่ไม่เหมาะสมในการอยู่อาศัย

ขณะนี้ชาวจีนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมาดูบ้านกลางทางด่วนหลังนี้ราวกับมาชม “สิ่งประหลาดมหัศจรรย์” ชนิด “ทัวร์ลง”กันไม่ขาดสายในแต่ละวัน จนคนในบ้านหาความสงบสุขไม่ได้ ในที่สุดนางเหลียงบอกว่าหากเจ้าหน้าที่รัฐกลับมาเจรจาอีก และหาบ้านที่เหมาะสมให้ ก็จะย้ายออกไป

“บ้านตะปู” สะพานหงเต๋อในนครกว่างโจว ที่ถูกยกให้เป็นแลนด์มาร์คของเมือง  (ภาพ สื่อจีน)

“บ้านตะปู” สะพานหงเต๋อในนครกว่างโจว ที่ถูกยกให้เป็นแลนด์มาร์คของเมือง (ภาพ สื่อจีน)

“บ้านตะปูที่สวยงามที่สุด”

“บ้านตะปู” อีกแห่งในกว่างโจวที่ได้รับการกล่าวขวัญมากสุดและกลับมาเป็นไวรัลอีกครั้งเมื่อไม่นานนี้ ตั้งอยู่ที่ถนนหย่งซิง28 เขตจูไห่ เป็นบ้านตะปูสองหลังที่โดนสะพานลอยหงเต๋อ 5 สายล้อมกรอบ ชาวเน็ตจีนโหวตให้เป็น “วิวบ้านตะปูที่อลังการสวยงามที่สุด”

 “บ้านตะปู” สะพานหงเต๋อ นครกว่างโจว ชาวเน็ตยกให้เป็น “วิวบ้านตะปูที่สวยที่สุด”

“บ้านตะปู” สะพานหงเต๋อ นครกว่างโจว ชาวเน็ตยกให้เป็น “วิวบ้านตะปูที่สวยที่สุด”

สะพานลอยหงเต๋อนี้สร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้เมื่อปี 2015 ตอนนั้นทางการเสนอค่าชดเชย 40 ล้านหยวน แต่เจ้าของบ้านอ้างว่ากว่างโจวกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและราคาบ้านจะสูงลิ่ว จึงเรียกร้องค่าชดเชย 100 ล้านหยวน “ไม่ให้ไม่ย้าย…” การบุกเบิกพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปอย่างยากลำบากท่ามกลางศึกฟ้องร้องศึกเจรจามาราธอนที่ตกลงกันไม่ได้สักที ในที่สุดทางการแก้ไขโครงการพัฒนาเป็นสะพานลอยเป็นรูปวงกลม 360 องศา 5 แห่ง ล้อมกรอบ “บ้านตะปูยอดอึด” สองหลังนี้ ”

ด้านเทศบาลนครกว่างโจวก็ทำไม่อะไรไม่ได้เลยยกให้เป็น “แลนด์มาร์ค” ของเมือง

“บ้านตะปู” กลางลำน้ำแยงซีเกียงในเขตเอ้อโจว มณฑลหูเป่ย (ภาพสื่อจีน)

“บ้านตะปู” กลางลำน้ำแยงซีเกียงในเขตเอ้อโจว มณฑลหูเป่ย (ภาพสื่อจีน)

บ้านตะปูเทพแห่งแยงซีเกียง

“บ้านตะปู” กลางลำน้ำแยงซีเกียงในเขตเอ้อโจว มณฑลหูเป่ยหลังนี้ไม่มีใครอาจงัดถอนออกได้ ด้วยเป็นศาลเจ้าแม่กวนอิมเก่าแก่ 700 กว่าปีและเป็นอาคารอนุรักษ์ระดับชาติ จัดเป็นศาลเทพจีนที่ขึ้นชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ ช่วงใกล้ฤดูน้ำหลาก คนเก่าคนแก่ในท้องถิ่นรุ่นต่อรุ่นมาที่ศาลเจ้าแม่กวนอิมแห่งนี้เพื่อดูว่าน้ำท่วมศาลหรือเปล่า ถ้าเกิดน้ำท่วม เอ้อโจวก็จะเกิดอุทกภัยใหญ่สื่อจีนว่านี่คือ ภูมิปัญญาบรรพบุรุษ

บ้านตะปูแห่งเซี่ยงไฮ้ (ภาพ จือฮู)

บ้านตะปูแห่งเซี่ยงไฮ้ (ภาพ จือฮู)

บ้านตะปูแห่งเซี่ยงไฮ้…

บ้านตะปูหลังนี้เป็นเกาะโดดเดี่ยวกลางถนนหู้ถิงเป่ย เขตซงเจียง ยืนหยัดเป็นเกาะโดดเดี่ยวกลางถนนนาน 14 ปี ในที่สุดก็ยอมย้ายออกไปเมื่อเดือน ก.ย.2017

“บ้านตะปู” ยอดอึดของนครหลวงปักกิ่ง กลางถนนสู่กวง เขตเฉาหยัง   (ภาพ จือฮู)

“บ้านตะปู” ยอดอึดของนครหลวงปักกิ่ง กลางถนนสู่กวง เขตเฉาหยัง (ภาพ จือฮู)

บ้านตะปูแห่งกรุงปักกิ่ง

“บ้านตะปู” ยอดอึดของเมืองหลวงจีนอยู่กลางถนนสู่กวง เขตเฉาหยัง ทางการเฉาหยังประกาศการรื้อถอนชุมชนเก่าเพื่อสร้างเขตพัฒนาใหม่เมื่อปี 2002 และโครงการก่อสร้างถนน 8 เลนซึ่งแล้วเสร็จในปี 2007 โดยมีเกาะกลางถนนเป็น “บ้านตะปู” ซึ่งทำให้ถนนในจุดนั้นต้องบีบตัวเหลือ แค่ 2 เลน ศึกพิพาทฯยุติโดยศาลสั่งรื้อถอน “บ้านตะปู” เดือนธ.ค.2011

บ้านตะปูแห่งเซินเจิ้น (ภาพ QQ.com)

บ้านตะปูแห่งเซินเจิ้น (ภาพ QQ.com)

บ้านตะปูแห่งเซินเจิ้น

บ้านตะปูหัวแข็งของเซินเจิ้นอยู่ที่เขตเมืองใหม่หลงหัวใกล้สถานีรถไฟทิศเหนือ เป็นตึกเก่า 7 ชั้น ตั้งโดดเดี่ยวบนพื้นที่ว่างเปล่า สมัยก่อนเจ้าของบ้านซื้อที่ดินผืนนี้ในราคา 180,000 หยวน ต่อมาในปี 2012 ทางการเสนอค่าชดเชย 22 ล้านหยวน หญิงเจ้าของบ้านก็ไม่เอา ในที่สุดบ้านตะปูหลังนี้ถูกรื้อถอนไปเมื่อไม่นานมานี้โดยเจ้าของบ้านได้ชดเชย 1.3 ล้านหยวน

บ้านตะปูแห่งเจ้อเจียง (ภาพ สื่อจีน)

บ้านตะปูแห่งเจ้อเจียง (ภาพ สื่อจีน)

บ้านตะปูแห่งเจ้อเจียง

“บ้านตะปู” ตึก 5 ชั้นบนถนนใหญ่ใกล้สถานีรถไฟเมืองเวินหลิง รถราที่แล่นผ่านทุกคันจะต้องวนอ้อมแล้วจึงไปต่อได้ แต่ถูกรื้อถอนเดือนธ.ค.2012 หลังจากที่ยื้ออยู่เป็นปี

 https://mgronline.com/china/detail/9630000082951

ชมคลิป…จาก ‘เมล็ดข้าวน้อย’ ร้อยเรียงสู่ ‘งานศิลป์’ ล้ำค่า

เฉิน กั๋วรุ่ย กับศิลปะการร้อยเรียงเมล็ดข้าว (ภาพ ไชน่าเดลี่)

เฉิน กั๋วรุ่ย กับศิลปะการร้อยเรียงเมล็ดข้าว (ภาพ ไชน่าเดลี่)

ซินหัว— ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมงดงาม สัตว์น้อยใหญ่ หรือผลไม้เสมือนจริง ดูเหมือนไม่มีอะไรที่เฉิน กั๋วรุ่ยจะไม่สามารถรังสรรค์ขึ้นมาได้ผ่านการร้อยเรียงเมล็ดข้าวนับร้อยนับพัน

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เฉินคือชายจากมณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกของจีนผู้ชุบชีวิตงานฝีมือท้องถิ่นที่หายสาบสูญไปเกือบ 7 ทศวรรษให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง

ศิลปะการร้อยเรียงเมล็ดข้าวเป็นงานฝีมือพื้นบ้านที่เคยเป็นส่วนสำคัญในพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษในหมู่บ้านเกาโหลวของฝูเจี้ยนเมื่อหลายร้อยปีก่อน โดยชาวบ้านจะนำงานศิลปะจากเมล็ดข้าวไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษและขอให้เก็บเกี่ยวได้ผลผลิตดี

เท่าที่ทราบ ชายคนนี้เป็นผู้สืบทอดศิลปะการร้อยเรียงเมล็ดข้าวเพียงคนเดียวเท่านั้นที่หลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน

https://mgronline.com/china/detail/9630000081902

ทึ่งฉลามเหินฟ้า พุ่งตัวขึ้นจากทะเล สูงเป็นสถิติ 4.5 เมตร

ทึ่งฉลามเหินฟ้า พุ่งตัวขึ้นจากทะเล สูงเป็นสถิติ 4.5 เมตร

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ทึ่งฉลามเหินฟ้า – เดลีเมล์ รายงานเบื้องหลังคลิปชวนทึ่ง นาทีฉลามขาวกระโจนงับเหยื่อขึ้นเหนือน้ำสูงถึง 4.5 เมตร เป็นสถิติสูงสุดเท่าที่มีการบันทึกภาพมา

คริส ฟาลโลวส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านฉลาม บันทึกภาพเด็ดได้ที่เกาะซีล ประเทศแอฟริกาใต้ และเผยแพร่ทางสารคดีชุด “Air Jaws” หรือ “ฉลามเหินฟ้า” ทางช่องดิสคัฟเวอรี

 

ฟาลโลวส์กล่าวว่ามีคำพูดว่าภาพเพียงภาพเดียว บรรยายแทนคำพูดนับพันคำ ถ้าอย่างนั้น ภาพนี้ก็มีคุณค่าเท่ากับการกระโจนนับพันครั้งได้ ตนไม่อยากเชื่อเลยว่าฉลามโผขึ้นเหนือน้ำได้สูงขนาดนี้ พร้อมทั้งเสริมว่าภาพนี้เป็นภาพฉลามเหินฟ้าที่สุดยอด

ทึ่งฉลามเหินฟ้า

สารคดีล่าสุดในชุด แอร์ จอวส์ แสดงให้เห็นนักวิจัยแกะรอยฉลามและใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อถ่ายภาพฉลามกระโจนเหนือน้ำทะเล

บางคนใช้โดรน หรืออาจจะบันทึกภาพตอนกลางคืน แต่ฟาลโลวส์ใช้กล้องที่มีสายโยงถ่ายภาพที่ทำลายสถิตินี้ได้ในโอกาสครบรอบ 20 ปีสารคดีแอร์ จอว์ส พอดี

ทึ่งฉลามเหินฟ้า

แฟนคลับคนหนึ่งของชาร์ก วีค ทวีตข้อความว่า “นี่เป็นการกระโจนครั้งล่าสุด” ส่วนอีกคนหนึ่งเขียนว่า กระโจนด้วยความสูง 4 เมตรครึ่ง สุดยอดจริงๆ”

บางคนถ่ายทอดความรู้สึกว่าช่างสวยงามและน่าทึ่ง ฟาวโลวส์เกิดในแอฟริกาใต้ออกเรือท่องทะเลไปกับเพื่อนคนหนึ่งเพราะชอบสังเกตพฤติกรรมการกระโจนเหนือน้ำของฉลามขาวซึ่งกลายมาเป็นสารคดีแอร์ จอวส์ ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

นอกจากนี้ ฟาวโลวส์ยังเป็นผู้เก็บข้อมูลมากที่สุดเกี่ยวกับสัตว์นักล่า รวมทั้ง สปีชีต่างๆด้วย ทำให้มีภาพต่างๆในแคตตาล็อกกว่า 9,500 เหตุการณ์

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_4692434

โลมา300ตัวว่ายน้ำแตกตื่น ไม่รู้หนีอะไรมา หรือจะแข่งไปไหนกัน

โลมา300ตัวว่ายน้ำแตกตื่น ไม่รู้หนีอะไรมา หรือจะแข่งไปไหนกัน

โลมา300ตัวว่ายน้ำแตกตื่น – เอพี รายงานเหตุการณ์โลมากว่า 300 ตัวว่ายน้ำอย่างแตกตื่นด้วยความเร็วสูงสุด สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวที่ไปเดิมจะไปดักชมวาฬกลางทะเล ใกล้ดานา พอยต์ เขตออเรนต์ เคาน์ตี รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. กลุ่มชมวาฬที่ไปกับบริษัท Capt. Dave’s Whale Watching Safari บันทึกภาพไว้ได้ ภาพแสดงให้เห็นถึงอาการแตกตื่นโกลาหลของโลมา ขณะกระโจนตัวอยู่บนอากาศน้อยกว่าในน้ำ โดยไม่ทราบสาเหตุว่ามันตกใจอะไรกัน

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

“เป็นไปได้ว่ามันอาจถูกรุกรานจากนักล่า เช่น วาฬเพชฌฆาต หรือโลมาอาจแข่งกันไปยังแหล่งอาหาร หรืออาจเร่งไปหาฝูงโลมาอีกฝูงหนึ่ง” บริษัทให้บริการพาชมวาฬ แถลง

สำหรับการได้ชมโลมาแถบชายฝั่ง ออเรนจ์ เคาน์ตี ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย เมื่อปีก่อนเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ที่บริเวณหาดลากูนา เป็นข่าวฮือฮา

โลมา300ตัวว่ายน้ำแตกตื่น

พื้นที่แคลิฟอร์เนียฝั่งใต้เป็นที่อยู่ของโลมาเกือบ 450,000 ตัว และเป็นชนิดที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว

ภาพและคลิปจาก : (Capt. Dave’s Whale Watching Safari via AP)

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_4702206

เปิดคลิปปรากฏการณ์ ฟ้าแลบ – ลูกเห็บแอมโมเนีย บนดาวพฤหัส

สดร. เปิดคลิปปรากฏการณ์ ฟ้าแลบ - ลูกเห็บแอมโมเนีย บนดาวพฤหัส

เผยคลิปปรากฏการณ์ฟ้าแลบและลูกเห็บแอมโมเนีย บนดาวพฤหัสบดี หรือที่เรียกว่า “Shallow Lightning”

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

(14 ส.ค.63) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ สดร. โพสต์คลิปปรากฏการณ์ “ฟ้าแลบ” และ “ลูกเห็บแอมโมเนีย” บนดาวพฤหัสบดี หรือที่เรียกว่า “Shallow Lightning” เกิดจากการคายประจุไฟฟ้าของก้อนเมฆ ที่ประกอบไปด้วยสารละลายแอมโมเนีย ต่างกับก้อนเมฆในชั้นบรรยากาศโลกที่มีองค์ประกอบหลักเป็นน้ำ

ข้อมูลจากยานอวกาศจูโน ชี้ให้เห็นว่าพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรงบนดาวพฤหัสบดี อาจก่อให้เกิดพายุลูกเห็บแอมโมเนีย ที่เรียกว่า “Mushballs” ซึ่งตามทฤษฎีแล้วมีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากสารละลายแอมโมเนียในบรรยากาศชั้นบนที่มีอุณหภูมิเย็นยิ่งยวด ชนเข้ากับอนุภาคหรือผลึกน้ำแข็งขนาดเล็ก เกิดเป็นลูกเห็บแอมโมเนียขนาดเล็ก

ลูกเห็บดังกล่าวอาจถูกกระแสลมพัดพาให้เคลื่อนที่อยู่ในเมฆ และกระทบกับสารละลายแอมโมเนียเย็นยิ่งยวดเพิ่มเติม ซึ่งจะกลายเป็นชั้นน้ำแข็งพอกผิวให้ลูกเห็บมีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อลูกเห็บมีขนาดใหญ่มากจนกระทั่งกระแสลมในเมฆพยุงไว้ไม่อยู่ ก็จะตกลงลงสู่ชั้นบรรยากาศที่ลึกลงไปในดาวพฤหัสบดีต่อไป

ข้อมูลที่เก็บได้จากอุปกรณ์ตรวจวัดรังสีไมโครเวฟ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทราบว่าปริมาณแอมโมเนียในบรรยากาศชั้นบนของดาวพฤหัสบดีค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด การทำความเข้าใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์ฟ้าแลบ และการเกิดลูกเห็บแอมโมเนียจะเป็นกุญแจสำคัญ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการลดลงของระดับแอมโมเนียในบรรยากาศชั้นดาวพฤหัสบดีได้ในอนาคต

https://www.tnnthailand.com/content/51313

TikTok แพลตฟอร์มจีนเขย่าโลก เฟซบุ๊กยังต้องกลัว!

TikTok แพลตฟอร์มจีนเขย่าโลก เฟซบุ๊กยังต้องกลัว!

TikTok แพลตฟอร์มจีน เปลี่ยนโลก ผู้มาเขย่าบัลลังก์ เฟซบุ๊ก-ยูทูป แค่ 3 ปี มีผู้ใช้บริการมากถึง 800 ล้านคนทั่วโลก

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

TikTok ถือเป็นแอปพลิเคชั่นยอดฮิต และเป็นแพลตฟอร์มของจีนแฟลตฟอร์มแรก ที่มีผู้ใช้ทั่วโลก สามารถเล่นได้มากถึง 155 ประเทศทั่วโลก TikTok มีการดาวน์โหลดแล้วมากกว่า 2,000 ล้านครั้ง และมีผู้ใช้บริการมากถึง 800 ล้านคนทั่วโลก นับตั้งแต่ที่เปิดตัวมาเมื่อปี 2016 เพียง 3 ปีหลังเปิดตัว ก็เป็นที่นิยมอย่างมาก กลายเป็นแอปพลิเคชั่นยอดนิยมอันดับ 9 ของโลกในเวลานี้

ซึ่งหากเทียบกับแอปพลิเคชั่นดังอื่นอย่าง Instagram ต้องใช้เวลานานถึง 6 ปี และเฟซบุ๊กใช้เวลาถึง 4 ปีกว่าจะมาถึงจุดเดียวกันนี้ และจนถึงเวลานี้ก็ยังไม่พบว่าความนิยมจะลดน้อยลงแต่อย่างใด

TikTok แพลตฟอร์มจีนเขย่าโลก เฟซบุ๊กยังต้องกลัว!

TikTok ถือกำเนิดมากจาก บริษัท ByteDance เป็นบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติจีน ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2012 โดย จาง อี้หมิง แรกเริ่ม บริษัททำแอปพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับข่าวสารและบทความ จนเขาสังเกตว่าผู้คนเริ่มสนใจคอนเท้นต์ที่เป็นวีดีโอสั้นมากขึ้น ByteDance เริ่มพัฒนา TikTok จนสามารถเปิดตัวได้สำเร็จในปี 2016

จุดแข็งของ TikTok นั้นมาจากแอปพลิเคชั่นที่มีเพลงประกอบเปิดช่องทางให้ผู้ใช้สามารถผลิตวีดีโอสั้นๆง่ายๆ จากชาเลนจ์ต่างๆ เทรนด์ฮิตที่กำลังเป็นนิยม แล้วสามารถเอามาแชร์กันได้

TikTok แพลตฟอร์มจีนเขย่าโลก เฟซบุ๊กยังต้องกลัว!

สำหรับสาวๆแล้วยิ่งเป็นที่ชื่นชอบเพราะใช้ทำวีดีโอแล้วรู้สึกว่าสวยขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้แอปพลิเคชั่นนี้เป็นที่นิยมไม่ยาก

ยิ่งการระบาดของโควิด-19 ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้การดาวน์โหลดแอพฯ และการใช้บริการจะยิ่งสูงมากขึ้น ระหว่างการถูกกักตัว พบสถิติถูกดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น มากกว่ายูทูปและเฟซบุ๊ก ใน App Store ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2019 ด้วย

ความฮอตของ TikTok ทำให้ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก สื่อโซเชียลมีเดียที่ถือว่าทรงอิทธิพลของโลก เริ่มประหวั่นพรั่นพรึงถึงกับงัดเอาเรื่องประชาธิปไตยมาโจมตีแอปพลิเคชั่นจากจีนนี้ โดยระบุว่า TikTok ว่าเซ็นเซอร์เนื้อหาบางส่วนจากผู้ใช้และโชว์เฉพาะเนื้อหาที่อวยรัฐบาลจีน เลยทีเดียว

โดยก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2016 มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เคยเปิดดีลเจรจา เพื่อซื้อ Musical.ly แอปพลิเคชั่นลิปซิงค์ที่ฮิตในหมู่วัยรุ่นอเมริกัน ซึ่งต่อมาได้รวมเป็น TikTok ในปัจจุบัน

TikTok แพลตฟอร์มจีนเขย่าโลก เฟซบุ๊กยังต้องกลัว!

ซึ่งประเด็นนี้ทำให้เฟซบุ๊กแพ้ไปก่อนหน้านั้นแล้ว 1 ดอก ในเมื่อไม่สามารถซื้อได้จึงหันมาเล่นงานในประเด็นทางการเมืองแทน การจับจ้องเล่นงาน TikTok ในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า แอปพลิเคชั่นสัญชาติจีนนี้คือคู่แข่งสำคัญของ เฟซบุ๊ก

นอกจากนี้ ปริมาณผู้ใช้งานของ TikTok มีถึง 800 ล้านคนทั่วโลก และเมื่อรวมกับผู้ใช้งานแฟลตฟอร์มอื่นๆของบริษัทต้นสังกัด Byte Dance ทำให้มีผู้ใช้รวมทั้งสิ้น 1500 ล้านคน ติดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรโลก

ในจุดนี้ทำ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ต้องทำแอปพลิเคชั่นที่คล้ายกันออกมาโดยใช้ชื่อว่า Lasso ออกมาแข่งเลยเดียว

นอกการถูกโจมตีในประเด็นทางด้านการเมืองแล้ว ประเด็นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐฯยังเป็นเรื่องสำคัญที่ใครหลายคนตั้งคำถาม

จากเรื่องดังกล่าวทำให้  TikTok ประกาศแต่งตั้ง เควิน เมเยอร์ อดีตประธานแผนกธุรกิจสตรีมมิ่งของดิสนีย์ ขึ้นดำรงตำแหน่งซีอีโอและประธาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการคนใหม่ของบริษัท เพื่อดูแลงานด้านธุรกิจเพลง เกม และเดินหน้าขยายแบรนด์ TikTok เพื่อให้ได้รับความนิยมในระยะยาว

TikTok แพลตฟอร์มจีนเขย่าโลก เฟซบุ๊กยังต้องกลัว!

ที่สำคัญคือสร้างความเชื่อใจจากกลุ่มผู้บริหารระดับสูงของสหรัฐฯ ในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้อีกด้วย

การเติบโตของ TikTok นอกจากฐานผู้ใช้ 800 ล้านคนทั่วโลกแล้ว รายได้ของ TikTok ยังตอกย้ำความร้อนแรงของแอปพลิเคชั่นนี้ได้เป็นอย่างดี  โดยสร้างมารถสร้างรายได้เติบโตแบบก้าวกระโดดเฉลี่ยปีละ  175 เปอร์เซ็น โดยในปี 2019 มีรายได้ มูลค่า 535,000 ล้านบาท ส่งผลให้เป็นจุดสนใจให้ นักลงทุนต่างระดมทุนจนมูลค่ากิจการของ Bytedance นั้นสูงถึงกว่า 4.3 ล้านล้านบาท ถือเป็น 1 ใน สตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

การถือกำเนิดของ TikTok นั้น บ่งบอกได้ว่าสื่อสังคมโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มเกิดใหม่ ได้ทุกชั่วขณะ  สามารถเปลี่ยนแปลงความนิยมของผู้คนได้หากน่าสนใจ และ สนุกสนานพอ ก็มีสิทธิ์แจ้งเกิด ได้เช่นกัน

https://www.tnnthailand.com/content/51229

วาฬเบลูก้ายิ้มแป้น ดีใจได้กลับบ้าน

โลกโซเชียลแชร์ภาพน่ารักของวาฬเบลูก้ายิ้มหวานปากกว้าง ขณะกำลังถูกเคลื่อนย้ายจากอะควาเรียมสู่ท้องทะเล

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

วาฬเบลูก้า 2 ตัว ชื่อว่า Little Gray และ Little White อ้าปากคล้ายแสดงอาการยิ้มกว้างออกมา ขณะถูกเคลื่อนย้ายจากอะควาเรียมสู่ท้องทะเล โดยหลังจากที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในอะควาเรียม Ocean World ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน มาเกือบ 10 ปี เพื่อเป็นนักแสดงสัตว์โชว์ความสามารถให้นักท่องเที่ยวได้ชม

ต่อจากนั้น Sea Life Trust องค์กรการกุศลของประเทศอังกฤษได้ให้ความช่วยเหลือวาฬทั้งสองตัว และพาข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลกว่า 9,600 กิโลเมตร เพื่อมายังบ้านใหม่ในไอซ์แลนด์ ที่ซึ่งทั้งสองจะได้ใช้ชีวิตท่ามกลางมหาสมุทรเปิดโล่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

แต่ทั้งนี้ก่อนที่วาฬทั้งสองจะได้ออกสู่ธรรมชาติ จะต้องได้รับการดูแลเบื้องต้นและปรับพฤติกรรมในสระขนาดใหญ่ก่อน
เพจ Thon Thamrongnawasawat หรือ ศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทะเลไทย ได้แชร์ภาพวาฬยิ้มดังกล่าวด้วยเช่นกัน พร้อมกับโพสต์ข้อความส่วนหนึ่งว่า ตอนนี้ในโลกกำลังมีประเด็นเรื่องนำวาฬ/โลมา สัตว์ฉลาด/สังคมสูง/เครียดง่าย มาเลี้ยงไว้เพื่อโชว์ให้มนุษย์ดู หลายแห่งเริ่มหาทางคืนสัตว์ที่น่าจะมีปัญหากลับสู่ธรรมชาติอีกครั้ง โดยเฉพาะพวกที่โดนจับมา ในเมืองไทย เราใช้การลงทะเบียนสัตว์ ควบคุมโดยกรมประมง ฯลฯ และยังไม่ปรากฏชัดเจนว่ามีการจับมาจากธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม แนวคิดไม่สนับสนุนก็เป็นเรื่องของผู้บริโภค ซึ่งกระแสสังคมเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

ว.วาฬกลับบ้าน