คลังเก็บรายเดือน: สิงหาคม 2020

“รูหนอน” ที่มนุษย์ใช้วาร์ปได้จริง อาจต้องสร้างขึ้นตามแบบจำลองจักรวาล 5 มิติ

1598833590998@2x

“รูหนอน” ที่มนุษย์ใช้วาร์ปได้จริง อาจต้องสร้างขึ้นตามแบบจำลองจักรวาล 5 มิติ – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

แนวคิดเรื่องการสร้าง “รูหนอน” (wormhole) หรือเส้นทางลัดข้ามจักรวาล ซึ่งเกิดจากการบิดเบี้ยวพับตัวของปริภูมิ-เวลา (space-time) ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์นั้น แม้จะยังไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ด้วยเทคโนโลยีของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน แต่บรรดานักฟิสิกส์ต่างก็พยายามคิดคำนวณทางทฤษฎี เพื่อมองหาวิธีการที่เป็นไปได้อยู่

ล่าสุดทีมนักฟิสิกส์จากสถาบันเพื่อการศึกษาขั้นสูง (IAS) และจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันของสหรัฐฯ ได้เสนอแนวคิดการสร้างรูหนอนแบบใหม่ ในรายงานที่เผยแพร่ทางคลังเอกสารวิชาการออนไลน์ arXiv.org ซึ่งวิธีการนี้สามารถจะสร้างรูหนอนที่มีขนาดใหญ่มากพอ จนมนุษย์และยานพาหนะผ่านเข้าไปได้ ทั้งยังเป็นรูหนอนที่มีความเสถียร ไม่พังทลายลงอย่างรวดเร็วจนเกิดอันตรายต่อนักเดินทางท่องอวกาศด้วย

ศาสตราจารย์ ฮวน มัลดาเซนา ผู้นำการวิจัยในครั้งนี้บอกว่า แม้ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปและทฤษฎีแบบจำลองพื้นฐานของฟิสิกส์อนุภาคจะยืนยันการมีอยู่ของรูหนอนในธรรมชาติ แต่แนวคิดดั้งเดิมเหล่านี้กลับชี้ว่า รูหนอนที่เราสามารถผ่านเข้าไปและใช้เดินทางไปกลับข้ามจักรวาลได้นั้นไม่มีอยู่จริง เนื่องจากต้องใช้มวลลบ (negative mass) ซึ่งยังไม่พบในธรรมชาติ เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างมันขึ้นมาอย่างไรก็ตาม หลักการของทฤษฎีควอนตัมนั้นมองเรื่องนี้แตกต่างออกไป โดยมวลลบสามารถจะมีอยู่ในโลกที่เล็กจิ๋วระดับอนุภาคของควอนตัมได้ ผ่านการยืมพลังงานจากภาวะสุญญากาศที่จุดใดจุดหนึ่ง ดังเช่นที่พบในปรากฏการณ์คาซิมีร์ (Casimir effect) ซึ่งสนามควอนตัมสามารถผลิตพลังงานลบที่ส่งผลเหมือนมีมวลลบขึ้นมาได้ แต่รูหนอนที่สร้างขึ้นด้วยเงื่อนไขนี้ก็จะช่วยย่นระยะทางได้สั้นมาก ทั้งยังมีขนาดเล็กบางยิ่งกว่าเส้นผมเสียอีก

ศ. มัลดาเซนาและคณะได้เสนอวิธีแก้ปัญหานี้ ด้วยการนำแนวคิดที่อยู่นอกกรอบของแบบจำลองมาตรฐานมาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบบจำลองจากทฤษฎีเรขาคณิตบิดโค้ง 5 มิติ (The 5 – dimensional warped geometry theory) ที่แยกปริภูมิ-เวลาของเอกภพออกเป็น 5 ส่วนด้วยกัน ซึ่งภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ เราอาจค้นพบมวลลบที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อนได้

ผลคำนวณของทีมผู้วิจัยชี้ว่า รูหนอนที่สร้างขึ้นตามแนวคิดดังกล่าว จะมีลักษณะคล้ายหลุมดำขนาดกลางที่มีประจุไฟฟ้า ซึ่งนับว่าใหญ่พอที่มนุษย์และยานอวกาศจะผ่านเข้าไปได้ แต่นักบินอวกาศจะต้องมีความสามารถบังคับยานฝ่าแรงไทดัล (tidal force) ที่ปั่นป่วนอยู่ภายในให้ผ่านออกไปได้ด้วย

รูหนอนนี้จะสามารถนำมนุษย์ไปยังจุดหมายปลายทางที่ห่างไกลออกไปถึง 10,000 ปีแสงได้ ภายใน 1 วินาที แต่นั่นเป็นการรับรู้เวลาจากมุมมองของผู้เดินทางเท่านั้น ส่วนคนบนโลกที่เฝ้าสังเกตการณ์เมื่อพวกเขาเดินทางจากไป จะเห็นว่าการเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาแสนนานถึง 10,000 ปีของมนุษย์เลยทีเดียว

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_4811455

ญี่ปุ่นผงาดฟ้า รถบินได้มีคนขับ ทดสอบโชว์ครั้งแรก อีก3ปีมีขาย

ญี่ปุ่นผงาดฟ้า รถบินได้มีคนขับ ทดสอบโชว์ครั้งแรก อีก3ปีมีขาย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ญี่ปุ่นผงาดฟ้า รถบินได้มีคนขับ – ซีเอ็นเอ็น รายงานวันที่ 30 ส.ค. ว่า บริษัท สกายไดรฟ์ อิงค์ บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น เผยแพร่ข่าวความสำเร็จในการทดสอบรถบินได้ เป็นการทดสอบแบบมีคนขับแสดงต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

รถมีชื่อว่า เอสดีโอทรี SD-03 มีนักบินคนขับทดสอบเหินจากสนามทดสอบโตโยต้า กรุงโตเกียว และบินรอบสนามเป็นเวลา 4 นาที เมื่อวันที่ 25 ส.ค.

 

“เราตื่นเต้นมากที่ประสบความสำเร็จเป็นรถบินได้ที่มีคนขับครั้งแรก นับจากเราก่อตั้งบริษัทสกายไดรฟ์ ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างยวดยานบินให้เป็นการพาณิชย์” นายโทโมฮิโร ฟูกุซาวะ ซีอีโอของบริษัท กล่าว

พร้อมยืนยันเป้าหมายในการพัฒนารถบินได้ว่า “เราต้องการตอบสนองสังคมให้มีรถบินได้ที่เข้าถึงและเป็นการคมนาคมที่สะดวกสบาย ผู้คนสัมผัสได้ถึงความปลอดภัย อุ่นใจ และความสะดวกสบายในชีวิต”

ปัจจุบัน SD-03 เป็นพาหนะพลังงานไฟฟ้าที่เล็กที่สุด และลงจอดได้ด้วยการกินพื้นที่เท่ากับที่จอดรถ 2 คัน การติดตั้งมอเตอร์ 8 ตัว เพื่อให้มั่นใจว่าจะปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ทาคูมิ ยามาโมโตะ กล่าวว่า การออกแบบยวดยานรูปแบบใหม่และเปรี้ยงปร้างอย่างรถบินได้ดังกล่าว ทีมงานเลือกคำที่เป็นกุญแจสำคัญว่า “progressive” หรือ “รุดหน้า″ เป็นแรงบันดาลใจ เพื่อให้ยวดยานนี้แสดงถึงโลกอนาคต ฉายแววเจิดจรัส และเป็นความปรารถนาสำหรับลูกค้าในอนาคต เข้ากับเทคโนโลยีชั้นสูงของสกายไดรฟ์

สำหรับความสำเร็จครั้งนี้ทำให้คาดการณ์ได้ว่า จะมีการทดสอบรถบินได้นอกสนามทดสอบของโตโยต้าภายในสิ้นปีนี้ จากนั้นบริษัทจะพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้รถบินได้ออกสู่ตลาดอย่างความปลอดภัยและรับประกันได้ในปีค.ศ.2023 หรือพ.ศ.2566 แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เผยราคาประเมินของรถไว้

บริษัทสกายไดรฟ์ เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2555 ในฐานะโครงการอาสาสมัคร ชื่อ คาร์ติเวเตอร์ ได้รับเงินสนับสนุนจากหลายบริษัท เช่น โตโยต้า ยักษ์ใหญ่วงการรถยนต์ พานาโซนิค เจ้าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและ บันได นัมโก ผู้พัฒนาวิดีโอเกม เป็นต้น

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_4813576

รัสเซียเปิดเทปลับ ยุคโซเวียตทดสอบ “ซาร์บอมบา” ระเบิดนิวเคลียร์ลูกใหญ่สุด

รัสเซียเปิดเทปลับ – วันที่ 27 ส.ค. บรรษัทพลังงานปรมาณูของรัฐรัสเซีย รอสอะตอม เผยแพร่วิดีโอลับสุดยอดไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ ซาร์บอมบา ของสหภาพโซเวียตช่วงสงครามเย็น เพื่อเฉลิมฉลอง 75 ปี แห่งการก่อตั้งรอสอะตอม เมื่อวันที่ 20 ส.ค. หลังทางการเก็บเป็นความลับมาเกือบ 60 ปี

 

ช่างภาพยุคโซเวียตพยายามจับภาพความรุนแรงของซาร์บอมบา ระเบิดเทอร์โมนิวเคลียร์ 50 เมกะตัน ซึ่งปะทุด้วยแรงระเบิด 50 ล้านตัน หรือ 3,333 เท่า ของแรงระเบิดที่ทำให้เมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่นราบเป็นหน้ากลองช่วงท้ายสงครามโลกครั้งที่สอง

กล้องวิดีโอบันทึกภาพห่างจากแรงระเบิดหลายร้อยไมล์เผยลูกไฟลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า 40 วินาที ก่อนจะสลายไปกับเมฆรูปเห็ดที่ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้วยความสูงถึง 213,000 ฟุต หรือ 6 เท่าของระดับความสูงเครื่องบินโดยสาร

ซาร์บอมบา หรือ อาร์ดีเอส-220 รหัสอย่างเป็นทางการของกองทัพรัสเซีย เป็นระเบิดนิวเคลียร์ขนาดใหญ่สุดเท่าที่เคยสร้างมา และพัฒนาขึ้นมาช่วงจุดสูงสุดของสงครามเย็น แข่งกับ อาวุธเทอร์โมนิวเคลียร์ ขนาดใหญ่สุดของสหรัฐอเมริกา

เมื่อปี 2497 อเมริกาทำการระเบิดอาวุธเทอร์โมนิวเคลียร์ ที่ออกแบบให้พลังรุนแรงกว่าระเบิดปรมาณูรุ่นก่อนๆ ซึ่งมีชื่อ แคสเซิลบราโว และทำการระเบิดในเกาะมาร์แชลด้วยแรงถึง 15 เมกะตัน กองทัพโซเวียตจึงรีบหาทางเอาชนะสหรัฐ สร้างระเบิดขนาดใหญ่กว่าอย่างซาร์บอมบา เมื่อปี 2504 ทุบสถิติระเบิดนิวเคลียร์ขนาดใหญ่สุดเท่าที่เคยสร้างมา

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2504 ระเบิดซาร์บอมบาบรรจุภายในปลอกระเบิด ลำเลียงด้วยรถไฟไปฐานทัพอากาศโอเลเนีย และบรรจุใต้ท้องเครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยยาว ตู-95 ซึ่งเดินทางไกล 600 ไมล์ มุ่งหน้าเกาะเซเวียร์นี บนผืนทะเลบาเรนต์ ลึกเข้าไปในวงกลมอาร์กติก ก่อนจะทิ้งระเบิดจากระดับความสูง 13,000 ฟุต

ระเบิดน้องใหม่โซเวียตผูกกับร่มชูชีพด้วยเพื่อจะได้ตกถึงพื้นดินช้าลง และให้เวลาเครื่องบินพ้นรัศมีจากระเบิด ที่สร้างอานุภาพทรงพลังสุดในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ แสงแวบวาบจากระเบิดซาร์บอมบาเห็นไกลถึงนอร์เวย์ ส่วนกัมมันตรังสีฟุ้งกระจายไปทั่วสแกนดิเนเวียจนนานาชาติประณามการทดสอบ

ส่งผลให้เมื่อปี 2506 สหรัฐอเมริกาและรัสเซียลงนามสนธิสัญญาห้ามทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในชั้นบรรยากาศทั้งหมด จึงต้องทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ใต้ดิน ส่วนสหรัฐล้มเลิกสร้างอาวุธขนาดใหญ่กว่าซาร์บอมบา แต่หันไปสร้างระเบิดขนาดเล็กลงเพื่อติดตั้งกับขีปนาวุธได้ ก่อนจะตามด้วยการลงนามสนธิสัญญาห้ามทดสอบนิวเคลียร์ทั้งหมดในปี 2533

ต่อมา เมื่อปี 2560 สมาชิกสหประชาชาติ 84 ประเทศ ลงนามสนธิสัญญาสหประชาชาติห้ามอาวุธนิวเคลียร์ ห้ามใครลงนามเพื่อพัฒนา ทดสอบ สร้าง หรือกักตุนอาวุธนิวเคลียร์ แต่ไม่มีประเทศไหนที่มีอาวุธนิวเคลียร์ยินยอมลงนามข้อตกลงสักประเทศเดียว

……

ชมคลิปฉบับเต็ม :

‘เบนซ์ ปุณยาพร’ ขอโทษดราม่าอุ้มปลาปักเป้า รับเป็นบทเรียน (ความรู้เรื่องปลาปักเป้า)

Untit-13

        นักแสดงสาว เบนซ์ ปุณยาพร ที่มีประเด็นดราม่าเกิดขึ้น หลังเจ้าตัวได้โพสต์คลิปจับปลาปักเป้าขึ้นมาชื่นชม แต่ปรากฎว่าหลังจากโพสต์คลิปไป ก็มีชาวเน็ตบางส่วน เข้ามาคอมเม้นต์วิพากษ์วิจารณ์บอกว่า เป็นการกระทำที่ไม่น่ารักเลย เพราะการอุ้มปักเป้า และทำให้ปักเป้าตัวพอง จะเป็นการทำให้ปักเป้าอายุสั้นและตายเร็วขึ้น และมองว่าเป็นการทรมานสัตว์

      ล่าสุดเบนซ์ ได้ออกมาชี้แจงพร้อมขอโทษผ่านทางอินสตาแกรมแล้ว บอกว่า “กรณีที่เกิดขึ้นนะคะ เบนซ์ไม่ทราบจริงๆๆค่ะ ว่าในการอุ้มน้องปลาจะเป็นการลดอายุขัยของน้องเขา ถ้ารู้ก็จะไม่ไปแตะน้องเขาเลยค่ะ พอดีทางเจ้าหน้าที่และคนเลี้ยงปลาอุ้มมาให้บอกว่าอุ้มน้องเขาได้ ไม่มีปัญหาอะไรและในการที่เห็นว่าน้องเขาน่ารักก็เลยอยากจะอุ้มน้องปลา

      เบนซ์ขอโทษค่ะถ้าทำให้ใครไม่สบายใจในการกระทำครั้งนี้และเป็นบทเรียนในอนาคตว่าจะระมัดระวังกว่านี้ ส่วนตัวเป็นคนรักสัตร์มากค่ะ และก็เสียใจที่มารู้ว่าในการกระทำครั้งนี้อาจทำให้น้องปลาบาดเจ็บ”

ความรู้เรื่องปลาปักเป้า

นักวิทยาศาสตร์ทำนายจุดจบจักรวาล

เมื่อมีทฤษฎีที่ว่าถึงการกำเนิดเอกภพหรือจักรวาลแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ต้องมีคนอยากรู้ว่า แล้วถ้าจุดสิ้นสุดล่ะ ในห้วงเวลานั้นจักรวาลจะมีสภาพเป็นอย่างไร ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งคาดการณ์เปรียบเปรยว่าคงเป็นช่วงเวลาแห่งความเศร้า เหงา และหนาวเหน็บ ไม่น้อยทีเดียว

แมทท์ แคปแลน นักฟิสิกส์เชิงทฤษฎีจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐอิลลินอยส์ ในสหรัฐอเมริกา เผยว่า จุดจบของจักรวาลในอนาคตอันไกล นับล้านล้านปี ว่าคงจะเป็นสถานที่อันน่าเศร้า โดดเดี่ยว และเหน็บหนาว ที่เชื่อเช่นนั้นก็มาจากงานวิจัยที่นักฟิสิกส์เชิงทฤษฎีคนดังกล่าวได้ตรวจสอบการระเบิดของดาวฤกษ์ที่อาจเกิดขึ้น เมื่อดาวแคระขาวเย็นตัวลงในอีกไม่กี่ล้านล้านปีข้างหน้า พวกมันจะหรี่แสงลง ในที่สุดก็แข็งตัวและกลายเป็นดาวแคระดำที่ไม่ส่องแสงอีกต่อไป ซึ่งซุปเปอร์โนวาของดาวแคระดำอาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นในจักรวาล

ทว่าไม่ใช่ว่าดาวแคระดำทุกดวงจะระเบิดได้ แคปแลนระบุว่ามีเพียงดาวแคระดำที่มีมวลมากที่สุดประมาณ 1.2-1.4 เท่าของมวลดวงอาทิตย์เท่านั้นที่เข้าข่าย และผลจากการคำนวณ ก็เป็นไปได้ว่าดาวแคระดำที่มีมวลมากที่สุดจะระเบิดก่อน ตามด้วยดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยลงเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีอะไรหลงเหลือให้ดับสูญ แถมไม่มีพยานรู้เห็นถึงการสิ้นสุดของจักรวาล.

นวัตกรรมใหม่ ห้องโอ่ง ห้องเล็กแต่น่าอยู่ นั่งเล่นนอนเล่น สงบสบาย

 

1598488002366@2x

ไอเดียห้องสุดเก๋ สาวแนะ ห้องโอ่ง เล็กแต่น่าอยู่ นั่งเล่นนอนเล่น สงบสบาย

วันที่ 26 ส.ค. รายงานว่า ในโลกโซเชียลมีการแชร์ต่อไอเดียสุดบรรเจิด ห้องโอ่ง โดยผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ Mojang Puii ได้โพสต์ภาพ ห้องโอ่ง ที่สร้างอยู่ที่โรงเรียนวัดวังสวัสดี อ.เมือง จ.นครสวรรค์

ด้านนอกทาสีขาว มีหลังคากันฝนสาด ข้างในปูกระเบื้อง ตกแต่งสวยงามน่าอยู่ ไอเดียนี้เป็นที่ชื่นชอบและชื่นชมของชาวโซเชียล มีการแชร์ต่อเป็นอย่างมากถึง 2.9 หมื่นครั้ง

ผู้โพสต์ยังระบุอีกว่า นวัตกรรมใหม่ ห้องโอ่ง สงบร่มเย็น, สบายกายสบายใจ … ฝีมือ น้าวิทย์ แห่งโรงเรียนวัดวังสวัสดี อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ธรรมะ=ธรรมชาติ #พาคุณครูอี้รักมาเยือนถิ่นเก่า

สาวแฉยับซื้อกุ้งกิโลละ 950 ตลาดดังโดนยัดตะปูสอดไส้ในก้ามอัพน้ำหนัก (ความรู้ทางฟิสิกส์ เรื่อง เครื่องสแกนโลหะ)

700491

1598399958356@2x

สาวถ่ายคลิปเตือน โดนแม่ค้าตลาดดังใช้ตะปูยัดก้าม เพิ่มน้ำหนัก ซื้อกิโลละ 950 สุดเจ็บใจ จ่ายไป 1,900 กลับได้กุ้งยัดไส้แบบนี้

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เป็นโพสต์ที่ได้รับการแชร์จากสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เตือนภัยหลังจากซื้อกุ้งจากตลาดดัง ซึ่งมีอาหารเกรดเอขายจำนวนมาก แต่กลับพบ ตะปูสอดไส้อยู่ก้ามของกุ้ง เพื่อจะเพิ่มให้กุ้งนั้นมีน้ำหนักมากขึ้นกว่าปกติ

โดยโพสต์ระบุว่า “เตือนภัยกันจ้า ระวังตะปูในก้ามกุ้งนะจ๊ะ ต้องการให้กุ้งมีน้ำหนักขึ้นถึงขั้นต้อง ยัดตะปู ใส่เลยจ้า55555 วันนี้ไปตลาด อตก. ย้ำนะคะว่า ตลาด อตก. ได้ซื้อกุ้งมาโลละ 950 บาท 7 ตัว น้ำหนัก 2 โล ซื้อมา 1,900 บาทค่ะ ได้ของแถมตะปูมา 4 ตัวด้วยจ้า ต้องการให้กุ้งหนัก ถึงกับต้องยัดตะปูกันเลยทีเดียวจ้า″

เครื่องตรวจหาโลหะ

     คุณคงเคยเห็นคนใช้เครื่องตรวจหาโลหะกำลังตรวจหาอะไรบางอย่างตามชายหาด  หรือคุณอาจจะเคยถูกตรวจสอบวัตถุระเบิดก่อนเข้าสนามบิน  ขณะที่ตำรวจใช้เครื่องสแกนหามีด และ อาวุธ ของพวกวัยรุ่นที่เข้าไปดูงานคอนเสิร์ตเป็นต้น  และถ้าคุณทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้าง  บางครั้งต้องการทราบว่าบริเวณใดมีสายเคเบิล หรือท่อฝังอยู่

เครื่องตรวจหาโลหะที่มีขายอยู่ทั่วไป

     เครื่องตรวจหาโลหะใช้ในงานประยุกต์ได้อีกหลากหลาย  อาทิเช่น  ตรวจหาอาวุธในโรงเรียน  หรือผู้เข้าเยี่ยมนักโทษ  เพื่อไม่ให้นำอาวุธติดเข้าไปให้ผู้ต้องขัง    หรือแม้แต่การค้นหาสมบัติใต้ดิน และใต้น้ำ  ก็สามารถนำไปใช้ได้เช่นเดียวกัน

     ฟิสิกส์ราชมงคล  จะบอกเล่าเรื่องราว และหลักการของเครื่องตรวจหาโลหะ  พร้อมกับเทคโนโลยีพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลัง  ในหน้าถัดไป

คลิกอ่านต่อ

ห้องน้ำญี่ปุ่นสุดล้ำ! มองทะลุได้ เพื่อความปลอดภัยและตื่นเต้น

ญี่ปุ่น-ฮือฮา ห้องน้ำกระจกใส ในย่านชิบูย่า กรุงโตเกียว โดยห้องน้ำเป็นกระจกใสทุกด้าน คนด้านนอกสามารถมองเห็นภายในห้องน้ำ แต่เมื่อมีคนเข้าไปใช้งานและล็อกประตู ผนังถึงจะเปลี่ยนเป็นทึบแสง มอกไม่เห็นข้างใน

 คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ประเทศญี่ปุ่นเนี่ย เรื่องนวัตกรรมล้ำสมัยต้องยกให้เขาเลยจริงๆ นะคะ และล่าสุดกำลังกลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกอินเทอร์เน็ตของญี่ปุ่นกันเลยทีเดียวกับ ห้องน้ำสุดล้ำ ที่การออกแบบเนี่ย เห็นครั้งแรกยังงง เพราะ เป็นห้องน้ำแบบกระจกใส ที่สามารถมองทะลุด้านในได้อย่างชัดเจนเลย !

ห้องน้ำโปร่งใส ซีทรู ที่มองเห็นข้างในทั้งหมดเนี่ย คือ ห้องน้ำที่สวนสาธารณะกลางชิบูย่า ประเทศญี่ปุ่น ที่ใช้กระจกแบบพิเศษ หรืออาจจะเรียกว่า กระจกไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ตอนแรกหากยังไม่มีคนเข้าใช้งานตัวกระจกจะเป็นแบบใสที่มองทะลุทุกส่วนในห้องน้ำ แต่พอล็อคประตูปุ๊บกระจกใสก็จะเปลี่ยนเป็นกระจกทึบทันที

131004916

ห้องน้ำโปร่งใสนี้ไม่ได้มีดีเฉพาะดีไซน์ที่แปลกตานะ แต่สร้างขึ้นเพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย อาจมีประโยชน์เวลามีคนเอาระเบิดมาทิ้งไว้ในห้องน้ำ ก็สามารถมองเห็นจากภายนอกว่ามีสิ่งแปลกปลอมทิ้งไว้ หรือ หากใครที่ชอบลืมของไว้ในห้องน้ำก็จะได้มองเห็นได้

โดยห้องน้ำโปร่งใสนี้ยังมีอยู่แค่ 3 ห้อง ประกอบด้วยห้องน้ำชาย ห้องน้ำหญิง และห้องน้ำคนพิการ

และตอนนี้ห้องน้ำแบบโปร่งใสก็กำลังกระจายไปสร้างตามสวนสาธารณะใกล้เคียงแล้ว สีของกระจกในแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย

ใครที่อยากไปลองใช้ห้องน้ำแบบโปร่งใสกันก็สามารถไปลองกันได้ที่ญี่ปุ่นเลยนะคะ แต่เวลาใช้เนี่ยก็อาจจะตื่นเต้นนิดๆ เพราะถ้าระบบมาเสียตอนที่เรากำลังใช้ห้องน้ำพอดีเนี่ย ไม่อยากจะคิดเลยนะคะว่าจะเป็นยังไง ><

ที่มา :     mothership

https://www.dek-d.com/board/view/3986524/

กองทัพเรือสหรัฐฯ พัฒนาเรือดำน้ำควบคุมโดยปัญญาประดิษฐ์ AI (ความรู้ เรื่องเรือดำน้ำจมและลอยได้อย่างไร)

กองทัพเรือสหรัฐฯ พัฒนาเรือดำน้ำควบคุมโดยปัญญาประดิษฐ์ AI

กองทัพเรือสหรัฐฯ พัฒนาเรือดำน้ำอัตโนมัติควบคุมการทำงานโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ AI ไม่มีมนุษย์ควบคุม

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ปัจจุบันนี้เราอยู่ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในชีวิตของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจ การทำอุตสาหกรรมต่าง ๆ ฯลฯ โดยเมื่อช่วงต้นปี 2563 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา ได้พัฒนาเรือดำน้ำควบคุมการทำงานโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ AI ไม่มีมนุษย์ควบคุม โครงการนี้ไม่ถูกเปิดเผยข้อมูลมากนักทราบเพียงรายละเอียดบางส่วน และชื่อรหัสเรียกโครงการว่า CLAWS กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาใช้วิธีพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับบริษัทเอกชนด้านเทคโนโลยีอาวุธชั้นนำในประเทศสหรัฐอเมริกา

โครงการพัฒนาเรือดำน้ำควบคุมโดยปัญญาประดิษฐ์ คาดว่า จะถูกพัฒนาเพื่อติดตั้งในเรือดำน้ำหุ่นยนต์ไร้มนุษย์ควบคุมชั้น Orca เรือดำน้ำหุ่นยนต์ในชั้นนี้สามารถติดตั้งตอร์ปิโดทำลายใต้ประมาณ 12 ลูก พัฒนามาจากเทคโนโลยีเรือดำน้ำหุ่นยนต์ Echo Voyager นอกจากนี้กองทัพเรือสหรัฐอเมริกายังมีแผนการพัฒนาเรือดำน้ำหุ่นยนต์ไร้มนุษย์ควบคุมชั้น Orca ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมชื่อ XLUUVs ติดตั้งตอร์ปิโดทำลายใต้น้ำได้ในปริมาณที่มากกว่าเดิมและปฏิบัติภารกิจใต้มหาสมุทรได้นานหลายเดือน

ในการทำภารกิจของเรือดำน้ำควบคุมโดยปัญญาประดิษฐ์มนุษย์เพียงป้อนข้อมูลคำสั่งพื้นฐานในการทำภารกิจส่วนการตัดสินใจควบคุมทิศทางของเรือและการปล่อยตอร์ปิโดโจมตีสามารถใช้ปัญญาประดิษฐ์ตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยใช้ข้อมูลระบบการนำทางด้วยดาวเทียมและเซนเซอร์ตรวจสอบสถานะต่าง ๆ ของเรือในขณะอยู่ใต้มหาสมุทร

กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีอาวุธอัตโนมัติมาได้ระยะหนึ่งแล้วนอกจากการพัฒนาเรือดำน้ำควบคุมโดยปัญญาประดิษฐ์ในปีที่ผ่านมายังมีโครงการพัฒนาระบบควบคุมแบบรวมศูนย์ CCS หรือ Common Control System สามารถควบคุมการทำงานของอาวุธอัตโนมัติทุกรูปแบบ เช่น เรือดำน้ำ เรือเร็วโจมตีบนผิวน้ำ รวมไปถึงเฮลิคอปเตอร์

อย่างไรก็ตามแม้เรือดำน้ำจะสามารถควบคุมโดยปัญญาประดิษฐ์แต่กองทัพเรือสหรัฐอเมริกายังคงให้ความสำคัญกับกับระบบเชื่อมต่อสื่อสารและระบุตำแหน่งกับฐานบัญชาการที่มีมนุษย์ควบคุมเพื่อความปลอดภัยสูงในการทำภารกิจรวมไปถึงการป้องกันการถูกแทรกแซงระบบหรือการโจมตีโดยสงครามไซเบอร์ที่เน้นการเจาะเข้าทำลายระบบผ่านเครือข่ายการติดต่อสื่อสาร

https://news.thaipbs.or.th/content/295714

15122908_1817362761885948_760328098537624217_o

kilo_class1

ฮือฮา พบ ‘หนูผีช้างโซมาเลีย’ ตัวเป็นๆ ครั้งแรกรอบ 50 ปี

messageImage_1597813733683

นักวิทยาศาสตร์ตะลึง พบหนูผีช้างโซมาเลียตัวเป็นๆ ครั้งแรกในรอบ 50 ปี หลังจากก่อนหน้านี้มีรายงานการพบเห็นบ้าง แต่ไม่เคยมีหลักฐานยืนยัน

ดร. สตีเวน เฮอริเทจ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยดุค บอกกับ บีบีซี ว่า “เราตื่นเต้นและยินดีมากตอนที่เปิดกับดับแรกออกมาแล้วพบเจ้าหนูผีช้างอยู่ในนั้น มันคือ โซมาลี เซนกิ” “เราไม่รู้ว่ามีเซนกิพันธ์ุไหนอยู่ในจิบูติ พอเราเห็นหางที่เป็นพู่ของมัน เราก็มองหน้ากันเพราะรู้ว่านี่ต้องเป็นอะไรที่พิเศษ”

ทั้งนี้ หนูผีช้าง (Elephant shrews) ชื่อเรียกตามภาษาเบนตูว่า ‘เซนกิ’ (Sengi) เป็นสัตว์ที่มีงวงคล้ายช้างแต่มีขนาดเล็กเท่าหนู มีสายพันธ์ุเกี่ยวข้องกับตัวกินมด, ช้าง และ พะยูน ในโลกนี้มีถึง 20 สปีชีส์เป็นอย่างน้อย และ โซมาเลีย เซนกิ ก็เป็นหนึ่งในชนิดที่ลึกลับที่สุด เชื่อกันว่าอาศัยอยู่แต่ในโซมาเลียเท่านั้น จนเป็นที่มาของชื่อ และนักวิทยาศาสตร์พบเพียง 39 ตัวจนถึงช่วงทศวรรษที่ 1970

อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้เคยได้ยินรายงานกับพบเห็นเซนกิในจิบูติมาก่อนแล้ว และนาย ฮอสเซน รายาเลห์ นักอนุรักษ์และนักวิจัยสิ่งแวดล้อมของจิบูติที่ร่วมการสำรวจในครั้งนี้ด้วยเชื่อว่า เขาเคยเห็นสัตว์แบบนี้มาก่อน ซึ่งชาวจิบูติอาจไม่ถือว่า โซมาเลีย เซนกิ เป็นสัตว์สูญพันธ์ุหรือหายสาบสูญ แต่ข่าวการค้นพบครั้งนี้ทำให้ โซมาเลีย เซนกิ กลับอยู่ในความสนใจของสังคมนักวิทยาศาสตร์อีกครั้งถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก

“สำหรับจิบูติ นี่เป็นเรื่องสำคัญที่เน้นย้ำถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่ยิ่งใหญ่ของประเทศและภูมิภาค และแสดงให้เห็นว่ามีโอกาสใหม่ๆ สำหรับการวิจัยและวิทยาศาสตร์ในประเทศนี้” นายรายาเลห์กล่าว

อนึ่ง ทีมสำรวจวางกับดักเนยถั่วมากกว่า 1,000 ชิ้นใน 12 พื้นที่ และพบ โซมาเลีย เซนกิ ในกับดักแรกที่พวกเขาวางไว้ในพื้นที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยหิน โดยสรุป พวกเขาพบเซนกิทั้งหมด 12 ตัวระหว่างทำการสำรวจ และสามารถถ่ายภาพโซมาเลีย เซนกิ ตัวเป็นๆ เอาไว้ได้เป็นครั้งแรก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/1913240