คลังเก็บรายเดือน: กรกฎาคม 2020

กัวเตมาลาระทึก “ภูเขาไฟปากายา” หวนปะทุ พ่นลาวา-เถ้าถ่าน!

กัวเตมาลาระทึก “ภูเขาไฟปากายา” หวนปะทุ พ่นลาวา-เถ้าถ่าน!

กัวเตมาลาระทึก “ภูเขาไฟปากายา” หวนปะทุ พ่นลาวา-เถ้าถ่าน!

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

กัวเตมาลาระทึก – เอเอฟพี รายงานวันที่ 26 ก.ค. ว่า ภูเขาไฟปากายา ที่ความสูง 2,552 ม. ทางใต้ของกรุงกัวเตมาลาซิตี ประเทศกัวเตมาลา เกิดปะทุพ่นลาวา เถ้าถ่าน และควันดำทะมึนซึ่งเห็นได้ไกลถึงเขตเซอร์โรชิโนที่อยู่ห่างออกไปกว่า 40 ก.ม.

ทั้งนี้ ภูเขาไฟปากายาเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีการปะทุบ่อยที่สุดลูกหนึ่งในทวีปอเมริกา และปะทุครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมิ.ย.2561 มีควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้าที่ความสูงราว 3,500 ม. จนต้องปิดสนามบินท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว

กัวเตมาลาระทึก

กัวเตมาลาระทึก

กัวเตมาลาระทึก

พ่นลาวา-เถ้าถ่าน!

ตื่นตา “พายุงวงช้าง” โผล่ป่าตอง ห่างฝั่งเพียง 1 กม. ก่อนฝนถล่ม (คลิป) [มาทำความรู้จักพายุงวงช้างกันเถอะ]

messageImage_1595768812065

“พายุงวงช้าง” โผล่กลางอ่าวป่าตอง หมุนนานร่วม 15 นาที จากนั้นกลืนหายไปในทะเล ก่อนฝนถล่มหนักลงมา สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ชาวบ้าน-นักท่องเที่ยว ที่พบเห็น  

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เมื่อวันที่ 26 ก.ค.63 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “มด คอลาย” ซึ่งเป็นไลฟ์การ์ดประจำหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความระบุว่า “พายุงวงช้างที่หาดป่าตอง” ทั้งนี้ในคลิปดังกล่าวเป็นภาพเหตุการณ์ ขณะที่พายุงวงช้างเริ่มก่อตัวขึ้นกลางอ่าวป่าตอง ซึ่งห่างจากชายหาดประมาณ 1 กิโลเมตร

จากการสอบถามผู้โพสต์ เล่าว่า ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ประจำชายหาดช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งมีสภาพอากาศปิด ท้องฟ้าค่อนข้างมืดครึ้ม และมีนักท่องเที่ยวบางตา ปรากฏว่ามีกลุ่มเมฆสีดำลอยต่ำ ก่อนที่พายุงวงช้างจะเริ่มก่อตัวขึ้น จึงถ่ายภาพไว้ จากนั้นค่อยๆ สลายและหายไปในทะเล รวมระยะเวลาก่อตัวและสิ้นสุดประมาณ 15 นาที ก่อนที่ฝนจะตกลงมาอย่างหนัก

สำหรับพายุงวงช้าง หรือในบางท้องถิ่นจะเรียกว่า พายุนาคเล่นน้ำ เป็นพายุเกิดขึ้นได้ในหลายแบบ ลักษณะที่พบได้บ่อยสุด คือ รูปทรงกรวย โดยพายุจะก่อตัวจากก้อนเมฆ และหมุนตัวยื่นลงมาในลักษณะเป็นเกลียวรูปกรวย โดยปกติแล้วการเกิดพายุงวงช้างมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง ลักษณะของพายุจะเหมือนงวงช้างสีดำขนาดใหญ่ โดยส่วนใหญ่ที่พบมีความยาวประมาณ 10-600 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 1-10 เมตร หมุนด้วยอัตราความเร็ว 20-80 เมตรต่อวินาที อาจเกิดเพียงลูกเดียวหรือจะเกิดหลายลูกพร้อมๆ กันก็ได้ เคลื่อนที่ช้า ถ้าความเร็วลมในพายุมีสูง ก็อาจทำให้เรือเล็กๆ ล่มได้ ดังนั้นหากต้องพบเจอกับพายุนี้ ควรรีบหนีไปในทิศทางตรงกันข้ามกับพายุให้เร็วที่สุด จึงจะมีโอกาสรอดพ้นจากอันตรายได้

มาทำความรู้จักพายุงวงช้างกันเถอะ

     “พายุงวงช้าง” หรือ “พายุนาคเล่นน้ำ″ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอีกชนิดหนึ่ง มักจะเกิดขึ้นในน้ำ โดยเฉพาะในทะเลจะเห็นบ่อยกว่าในแหล่งน้ำจืด มีลักษณะเหมือนงวงช้างสีดำขนาดใหญ่เชื่อมต่อระหว่างท้องฟ้ากับผืนน้ำ ส่วนใหญ่ที่พบมีความยาวประมาณ 10-600 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางได้ตั้งแต่ 1-10 เมตร ช่วงเวลาที่เกิดจะมีฝนฟ้าคะนองร่วมด้วย โดยลักษณะที่ปรากฎอาจเห็นงวงช้างเพียงอันเดียว หรือจะเกิดพร้อมกันหลายอันก็ได้ หมุนด้วยอัตราความเร็ว 20-80 เมตรต่อวินาที สามารถเคลื่อนที่ได้แต่ช้า ถ้าความเร็วลมในพายุมีสูงก็อาจทำให้เรือเล็กๆ ล่มได้ ดังนั้นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ควรหนีไปในทิศทางตรงกันข้ามกับพายุ แต่ที่เคยเกิดในประเทศไทย ยังไม่พบความอันตราย เหตุการณ์นี้จะปรากฎอยู่ประมาณ 2-30 นาที จากนั้นก็จะสลายตัวไปในอากาศอย่างรวดเร็ว   คลิกอ่านต่อครับ

เผยความเร็วรถเฟอร์รารี่ ของ ‘บอส อยู่วิทยา’ มาด้วยความเร็ว 177 กม./ชม.

771-1024x576

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ผู้เชี่ยวชาญภาคฟิสิกส์คณะวิทยาศาสตร์มหาลัยจุฬาฯ เผยความเร็วรถเฟอร์รารี่ของ ‘บอส อยู่วิทยา’ ตามหลักฟิสิกส์ มาด้วยความเร็ว 177 กม.ต่อชม.บวกหรือลบ 17 กม.ต่อชม.

115897534_3165200133557690_2287536179321858319_o

เปิดตัว “แผนที่จักรวาล 3 มิติ” ฉบับครอบคลุมห้วงอวกาศกว้างไกลมากที่สุด

เปิดตัว "แผนที่จักรวาล 3 มิติ" ฉบับครอบคลุมห้วงอวกาศกว้างไกลมากที่สุด

เปิดตัว “แผนที่จักรวาล 3 มิติ” ฉบับครอบคลุมห้วงอวกาศกว้างไกลมากที่สุด – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากสถาบันวิจัยราว 30 แห่งทั่วโลก เปิดตัวแผนที่สามมิติ ซึ่งแสดงถึงโครงสร้างของจักรวาลและตำแหน่งของกาแล็กซีประเภทต่าง ๆ โดยครอบคลุมห้วงอวกาศได้กว้างไกลมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

แผนที่ดังกล่าวมาจากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลถึง 20 ปี โดยใช้กล้องโทรทรรศน์ในรัฐนิวเม็กซิโกของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการ Sloan Digital Sky Survey (SDSS) สังเกตการณ์เหล่าดาราจักรและวัตถุอวกาศที่เปล่งแสงเจิดจ้าอย่างเควซาร์ (Quasar) กว่า 4 ล้านแห่ง

วัตถุอวกาศเหล่านี้ยิ่งตั้งอยู่ห่างไกลออกไปเท่าใด ก็จะยิ่งมีอายุเก่าแก่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์บิ๊กแบง หรือกำเนิดจักรวาลเมื่อราว 1.4 หมื่นล้านปีก่อนมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากเอกภพขยายตัวด้วยอัตราเร่ง

หลักการดังกล่าวทำให้แผนที่จักรวาลฉบับล่าสุดสามารถแสดงร่องรอยความเป็นมาในอดีตของเอกภพได้ โดยเราสามารถจะย้อนมองไปได้ไกลถึงเมื่อ 1.2 หมื่นล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาห่างไกลที่สุดที่มนุษย์จะย้อนศึกษาได้ในปัจจุบัน

กาแล็กซีที่มีอายุใกล้เคียงกันจะเกาะกลุ่มอยู่ในบริเวณแถบเดียวกันและแผ่พลังงานในช่วงคลื่นเดียวกัน โดยในแผนที่นี้จะเห็นเป็นสเปกตรัมของแสงสีต่าง ๆ เช่นแถบสีเขียวคือกลุ่มของกาแล็กซีที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด ถัดออกไปเป็นหมู่กาแล็กซีสีแดงที่มีอายุเก่าแก่กว่า ส่วนแถบสีเหลืองคือบรรดาเควซาร์ซึ่งเป็นส่วนใจกลางของกาแล็กซีที่เปล่งแสงสว่างมหาศาล และมีอายุเก่าแก่ใกล้เคียงกับกำเนิดจักรวาล

ข้อมูลที่ได้จากการทำแผนที่จักรวาลสามมิติอาจช่วยไขปริศนาเรื่องค่าคงที่ฮับเบิล (Hubble constant) ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นที่ถกเถียงกันว่าค่าดังกล่าวควรจะเป็นเท่าใดกันแน่ เนื่องจากไม่ทราบอัตราเร่งที่แน่นอนในการขยายตัวของเอกภพ

 

หลักฐานบางส่วนจากแผนที่ฉบับนี้ชี้ว่า ที่ผ่านมาเอกภพอาจไม่ได้ขยายตัวในอัตราเร่งคงที่อยู่ตลอดเวลา โดยเมื่อราว 6 พันล้านปีก่อน พบร่องรอยการขยายตัวด้วยอัตราเร่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ใช้อธิบายได้ว่า เพราะอะไรค่าคงที่ฮับเบิลที่ยอมรับและใช้กันอยู่ในปัจจุบัน จึงต่ำกว่าค่าที่วัดและคำนวณด้วยวิธีใหม่ถึง 10 % โดยสันนิษฐานว่าค่าคงที่ฮับเบิลที่คำนวณได้ไม่เหมือนเดิม เกิดจากการวัดระยะห่างระหว่างดาราจักรในบริเวณที่แตกต่างกันของห้วงจักรวาล

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/sci-tech/news_4577382

ภาพคม4Kดาวอังคาร น่าตื่นตาตื่นใจ เผยก่อนนาซาส่งยานไปดาวแดง

ภาพคม4Kดาวอังคาร น่าตื่นตาตื่นใจ เผยก่อนนาซาส่งยานไปดาวแดง

ภาพคม4Kดาวอังคาร – มิร์เรอร์ รายงานว่า ยานสำรวจพื้นผิวดาวอังคารของนาซา – องค์การการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา เผยแพร่คลิปวิดีโอที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้ เกิดจากการสร้างสรรค์ของสารคดีเอลเดอร์ ฟอกซ์ ที่ใช้ภาพถ่ายจากยานสำรวจพื้นผิวดาวอังคาร 3 เครื่อง ได้แก่ สปิริต คิวริออสซิตี และ ออปพอร์จูนิตี (Spirit, Curiosity and Opportunity)

ผู้บรรยายสารคดีอธิบายว่านี่เป็นครั้งแรกที่ภาพที่มีความละเอียดคมชัด ระดับ 4K แสดงให้เห็นรายละเอียดของสถานที่ต่างๆ อันน่าทึ่ง ทั้งเคปเวอร์ดี ปล่องซานตามาเรีย หน้าผาเบิร์น และทางเข้าหุบเขามาราธอน

ภาพคม4Kดาวอังคาร

ภาพอันน่ามหัศจรรย์เป็นเหมือนภาพโมเสกที่ใหญ่ที่สุดนำมาต่อเข้าด้วยกันโดยใช้ภาพที่ถ่ายโดยยานสำรวจพื้นผิวดาวอังคารคิวริออสซิตีมากว่า 1,000 ภาพ

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ผู้บรรยายกล่าวว่ายานสำรวจพื้นผิวดาวอังคารสำรวจพื้นที่ที่เรียกว่า “เกลน ทอร์ริดอน” Glen Torridon ซึ่งตามหลักทฤษฎี ถือได้ว่าพื้นที่นี้ มีภูเขาโคลนขนาดใหญ่จำนวนมาก

โคลนที่อยู่บนดาวอังคารทำให้อนุมานได้ว่าในอดีตเคยมีน้ำอยู่ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานที่ยานสำรวจพื้นผิวดาวอังคารหลายเครื่องที่เพิ่งพบในปีนี้ ว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นดาวที่มีน้ำ

ภาพคม4Kดาวอังคาร

คลิปวิดีโอนี้ เผยแพร่สู่สายตาชาวโลกไม่นาน ก่อนที่นาซาจะเปิดตัวยานสำรวจพื้นผิวดาวอังคารเครื่องใหม่ ชื่อ Perseverance เพียงไม่นาน

เพอร์ซีวีแรนซ์ จะออกเดินทางไปยังดาวอังคารซึ่งอยู่ห่างจากโลก 54 ล้านกิโลเมตร วันที่ 30 ก.ค. นี้ เวลา 07:50 น. ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐฯ

การปล่อยยานจาก กำหนดให้ทะยานจากฐานประจำศูนย์อวกาศเคนเนดี ไปกับจรวดอะไลแอนซ์ แอตลาส 5 และจะลงจอดที่ปล่องภูเขาเจเซโร วันที่ 18 ก.พ. 2564

นาซ่าหวังว่าตัวอย่างต่างๆ ที่ยานสำรวจเก็บข้อมูลมาได้จะเป็นการปูทางไปสู่การที่มนุษย์สำรวจดาวอังคารในอนาคตอันใกล้

ภารกิจหลัก คือ การสำรวจหาร่องรอยการมีชีวิตของจุลินทรีย์ในอดีต และจะเก็บตัวอย่างหินและฝุ่นดาวอังคารมาด้วย

 

นาซ่ากล่าวว่า ภารกิจ Mars หรือ ดาวอังคาร 2020 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่ รวมทั้ง ภารกิจบนดวงจันทร์ในโครงการ “อาร์ทีมิส” ซึ่งจะเป็นโครงการแรกของนาซ่าที่จะส่งนักบินอวกาศหญิงคนแรกและผู้ชายคนต่อไปลงไปสำรวจดวงจันทร์ ปี 2567 โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ที่ไม่เคยสำรวจมาก่อน

รวมทั้ง บุกเบิกการสำรวจอย่างยั่งยืนภายในทศวรรษนี้ เพื่อเก็บเกี่ยวองค์ความรู้ที่ได้จากการสำรวจบนพื้นผิวดวงจันทร์และรอบๆ ดวงจันทร์เพื่อก้าวต่อไป คือ การส่งมนุษย์ไปสำรวจดาวอังคาร

……….

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : จรวดจีนทะยานสู่ดาวอังคาร

เอมิเรตส์เฮ! จรวดส่งยานสำรวจ “โฮป” ทะยานขึ้นฟ้า-มุ่งหน้าสู่ดาวอังคาร

ออสเตรเลียเปิดตัว ผู้ช่วยจาก AI จัดการปัญหาจากการหย่าร้าง

ออสเตรเลียเปิดตัว ผู้ช่วยจาก AI จัดการปัญหาจากการหย่าร้าง

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

“amica” ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากศาลครอบครัวและศาลรัฐบาลกลาง ประเทศออสเตรเลียเปิดตัวแล้ว ระบุพัฒนาขึ้นเพื่อคลี่คลาย ลดขั้นตอน รวมถึงค่าใช้จ่ายในคดีหย่าร้างของคู่สมรส รวมถึงช่วยลดความเครียดและความกดดันที่อาจเกิดขึ้นได้

ศาลครอบครัวและศาลรัฐบาลกลาง ประเทศออสเตรเลีย เปิดตัวระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ชื่อว่า ‘amica‘ เป็นระบบที่เข้ามาช่วยจัดการปัญหาหลังการหย่าร้าง เมื่อคู่สมรสตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ และต้องการจัดการเรื่องการเรื่องต่าง ๆ เช่น การแบ่งทรัพย์สิน หรือการแบ่งสิทธิการเลี้ยงดูบุตร ฯลฯ โดยจะจัดสรรให้ได้รับความเป็นธรรมด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย อีกทั้งยังเป็นการลดความกดดัน และความเครียดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดการเรื่องการหย่าร้าง

ผู้ที่ต้องการใช้งาน amica สามารถเข้าไปกรอกข้อมูลในระบบ โดยระบุว่าต้องการให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ เข้าไปช่วยจัดการปัญหาเรื่องใด จากนั้นระบบจะเป็นผู้ดำเนินการส่งข้อมูลไปหาคู่สมรสอีกฝ่าย เพื่อจัดการเรื่องข้อตกลงต่าง ๆ ต่อไป โดยผู้ใช้งานไม่ต้องติดต่อไปหาคู่สมรสอีกฝ่ายด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังเป็นการลดภาระของศาลครอบครัวในการจัดการคดีหย่าร้างที่ไม่ซับซ้อนได้อีกทางหนึ่งด้วย

Photo: amica.gov.au

Photo: amica.gov.au

การจัดการปัญหาหลังการหย่าร้างมีความยุ่งยาก และความลำบากใจของคู่สมรสทั้ง 2 ฝ่าย รัฐบาลออสเตรเลียจึงได้เข้ามาจัดการปัญหาดังกล่าวด้วยการช่วยปรับปรุงกฎหมายครอบครัว โดยนำ amica ระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ามาจัดการแก้ไขปัญหา โดยคดีที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยจัดการนั้น ต้องมีความไม่ยุ่งยากซับซ้อน คู่สมรสสามารถตกลงกันได้ และยินยอมที่จะทำตามคำแนะนำของ amica หากไม่สามารถตกลงกันได้ ทนายความจะเข้ามารับช่วงต่อในการจัดการปัญหาเป็นลำดับต่อไป

การนำระบบปัญญาประดิษฐ์ amica มาใช้งาน เป็นอีกหนึ่งความพยายามในการนำเทคโนโลยีมาช่วยจัดการปัญหาให้กับมนุษย์ เพื่อให้เกิดความสะดวกสบาย ลดขั้นตอนต่าง ๆ และช่วยคลี่คลายคดีหย่าร้างของคู่สมรสซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในศาลฯ ให้น้อยลง

Photo: amica.gov.au

Photo: amica.gov.au

โดยระบบปัญญาประดิษฐ์นี้เปิดให้ใช้งานได้ฟรีในประเทศออสเตรเลียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมการใช้บริการตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป

 

————————–

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBS
ติดตาม #ThaiPBSSciAndTech ได้ที่
– https://www.facebook.com/ThaiPBSSciAndTech
– https://twitter.com/ThaiPBSSciTech

รูปร่างของเสียง (คลิป เลเซอร์ + กระจก + เสียง =?????)

 

 คลิกดูคลิป

messageImage_1595644889894

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เสียงมันคืออะไรหว่า… (ความรู้ทางฟิสิกส์)

 

    ค ลื่ นเ สี ย ง    
 

 
              เสียงเกิดจาก การสั่นของวัตถุ เราสามารถทำให้วัตถุสั่นด้วยวิธีการ ดีด สี ตีและเป่า เมื่อแหล่งกำเนิดเสียงเกิดการสั่น จะทำให้โมเลกุลอากาศสั่นตามไปด้วยความถี่เท่ากับการสั่นของแหล่งกำเนิดเสียง เกิดเป็นช่วงอัดช่วงยายของโมเลกุลของอากาศ ซึ่งพลังงานของการสั่นจะแผ่ออกไปรอบๆแหล่งกำเนิดเสียง ตรงกลางส่วนอัดและตรงกลางส่วนขยายโมเลกุลอากาศจะไม่มีการเคลื่อนที่(การกระจัดเป็นศูนย์) / แต่ตรงกลางส่วนอัดความดันอากาศจะมากและตรงกลางส่วนขยายความดันอากาศจะน้อยมาก ดังนั้นคลื่นเสียงจึงเป็นคลื่นตามยาวเพราะโมเลกุลของอากาศจะสั่นในทิศเดียวกับทิศที่เสียงเคลื่อนที่ไป ความดังของเสียงจะขึ้นอยู่กับช่วงกว้างของการสั่น(แอมปลิจูด) ถ้าแอมปลิจูดมากเสียงจะดังมาก การเปลี่ยนความดันอากาศนี้สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า จนถึง หูของ ผู้ฟังทำให้ได้ยินเสียง

รูปแสดงการเกิดคลื่นเสียงจากการสั่นของสายกีต้า เพียง 1 ทิศทาง  
 

           เสียง เป็นคลื่นกลที่ใช้อากาศเป็นพาหะ เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ เมื่อวัตถุสั่นสะเทือน ก็จะทำให้เกิดการอัดตัวและขยายตัวของคลื่นเสียง และถูกส่งผ่านตัวกลาง เช่น อากาศ ไปยังหู แต่เสียงสามารถเดินทางผ่านก๊าซ ของเหลว และของแข็งก็ได้ แต่ไม่สามารถเดินทางผ่าน สุญญากาศ เช่น ในอวกาศ ได้ เมื่อการสั่นสะเทือนนั้นมาถึงหูของเรา มันจะถูกแปลงเป็นพัลส์ประสาท ซึ่งจะถูกส่งไปยังสมอง ทำให้เรารับรู้และจำแนกเสียงต่างๆ ได้

คุณลักษณะเฉพาะของเสียง ได้แก่ ความถี่ ความยาวช่วงคลื่น แอมปลิจูด และความเร็ว

           เสียงแต่ละเสียงมีความแตกต่างกัน เสียงสูง-เสียงต่ำ, เสียงดัง-เสียงเบา, หรือคุณภาพของเสียงลักษณะต่างๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดเสียง และจำนวนรอบต่อวินาทีของการสั่นสะเทือน

ความถี่

          ระดับเสียง (pitch) หมายถึง เสียงสูงเสียงต่ำ สิ่งที่ทำให้เสียงแต่ละเสียงสูงต่ำแตกต่างกันนั้น ขึ้นอยู่กับความเร็วในการสั่นสะเทือนของวัตถุ วัตถุที่สั่นเร็วเสียงจะสูงกว่าวัตถุที่สั่นช้า โดยจะมีหน่วยวัดความถี่ของการสั่นสะเทือนต่อวินาที เช่น 60 รอบต่อวินาที, 2,000 รอบต่อวินาที เป็นต้น และนอกจาก วัตถุที่มีความถี่ในการสั่นสะเทือนมากกว่า จะมีเสียงที่สูงกว่าแล้ว หากความถี่มากขึ้นเท่าตัว ก็จะมีระดับเสียงสูงขึ้นเท่ากับ 1 ออกเตฟ (octave) ภาษาไทยเรียกว่า 1 ช่วงคู่แปด

 ความยาวช่วงคลื่น

           ความยาวช่วงคลื่น (wavelength) หมายถึง ระยะทางระหว่างยอดคลื่นสองยอดที่ติดกันซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการอัดตัวของคลื่นเสียง (คล้ายคลึงกับยอดคลื่นในทะเล) ยิ่งความยาวช่วงคลื่นมีมาก ความถึ่ของเสียง (ระดับเสียง) ยิ่งต่ำลง

 แอมปลิจูด

           แอมปลิจูด (amplitude) หมายถึง ความสูงระหว่างยอดคลื่นและท้องคลื่นของคลื่นเสียง ที่แสดงถึงความเข้มของเสียง (Intensity) หรือความดังของเสียง (Loudness) ยิ่งแอมปลิจูดมีค่ามาก ความเข้มหรือความดังของเสียงก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

จีนเฮ! ส่งจรวดพร้อมยานสำรวจไร้มนุษย์ ไปดาวอังคารแล้ว

ภาพประกอบข่าว
© Matichon ภาพประกอบข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวด “ลอง มาร์ช 5 วาย-4” ที่บรรทุกยานสำรวจดาวอังคารไร้มนุษย์ ของโครงการเทียนเวิ่น-1 เพื่อขึ้นไปสำรวจดาวอังคาร ที่ถูกปล่อยออกจากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง ที่เมืองเหวินชาง มณฑลไห่หนาน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นปฏิบัติการสำรวจดาวอังคารของจีนบนดาวดวงอื่นที่ไม่ต้องพึ่งพาประเทศอื่นเป็นครั้งแรก ในการแข่งขันการเป็นผู้นำโลกด้านอวกาศ

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ข่าวระบุว่า ลอง มาร์ช 5 วาย-4 เป็นจรวดขนส่งที่ใหญ่ที่สุดของจีน ทะยานออกจากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง เมื่อเวลา 11.41 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ตามเวลาในไทย และคาดว่าจะเดินทางถึงดาวอังคารในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เพื่อปล่อยยานสำรวจลงบนพื้นผิวดาวอังคารให้สำเร็จภายใน 90 วัน

หากประสบความสำเร็จ เทียนเวิ่น-1 หรือ “คำถามถึงสวรรค์” จะทำให้จีนกลายเป็นประเทศแรกที่ส่งยานโคจร ลงจอด และสำรวจ บนดาวอังคารได้ครั้งแรก

นายหลิว ถงเจีย โฆษกของโครงการเทียนเวิ่น-1 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวก่อนหน้าการปล่อยจรวดว่า ยานสำรวจจะโคจรรอบดาวอังคารก่อนเป็นเวลาประมาณ 2 เดือนครึ่ง แล้วจึงค่อยหาโอกาสในการเข้าสู่ชั้นบรรยากาศและหาทางลงจอดอย่างนุ่มนวล ซึ่งนายหลิวกล่าวว่า การเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ แล้วลดความเร็ว แล้วลงจอด เป็นกระบวนการที่ยากอย่างมาก แต่เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จและลงจอดได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ มียานอวกาศ 8 ยาน จากสหรัฐอเมริกา ยุโรป และอินเดีย ที่ทั้งโคจรและลงจอดอยู่บนพื้นผิวของดาวอังคาร ขณะที่เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่งส่งยานสำรวจดาวอังคารออกไป แต่เป็นการโคจรเพื่อสำรวจชั้นบรรยากาศเท่านั้น

อลังการมวลน้ำหลากแห่งแยงซีเกียงไหลสู่อ่างเก็บน้ำของเขื่อนใหญ่สุดในโลกโดยราบรื่น

563000007753101

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พญามังกรมีลุ้นระทึกหัวใจแทบทะลุอกจากสถานการณ์น้ำท่วมระลอกที่สอง สืบเนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกันนับสัปดาห์จนน้ำท่วมทะลักล้นมหานทีแยงซีเกียงซึ่งยาวถึง 6,300 กิโลเมตร

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

บรรดามณฑลริมฝั่งแยงซีเกียงผจญภัยน้ำท่วมกันอ่วม ประชาชนใน 24 มณฑลทั่วแผ่นดินใหญ่ รวมกว่า 20.27 ล้านคนได้รับความเดือดร้อน มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยตรงสูงถึง 4.91 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.22 แสนล้านบาท)

มณฑลหูเป่ย ซึ่งมีเมืองเอกคืออู่ฮั่นจุดประเดิมการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือ โควิด-19 ก็ประสบเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เจอน้ำท่วมครั้งประวัติการณ์

น้ำหลากที่ถูกระบายจากเขื่อนสามโตรกในมณฑลหูเป่ย ตอนกลางของประเทศจีน มวลน้ำหลากระลอกที่สองของปีนี้ไหลผ่านเขื่อนยักษ์ใหญ่สุดของโลกอย่างราบรื่น ภาพเมื่อเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2563 (ภาพซินหัว)

น้ำหลากที่ถูกระบายจากเขื่อนสามโตรกในมณฑลหูเป่ย ตอนกลางของประเทศจีน มวลน้ำหลากระลอกที่สองของปีนี้ไหลผ่านเขื่อนยักษ์ใหญ่สุดของโลกอย่างราบรื่น ภาพเมื่อเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2563 (ภาพซินหัว)

การต้านทานภัยพิบัติจากน้ำหลากที่เป็นที่จับตาของโลกคือ การระบายน้ำท่วมที่เขื่อนสามโตรก เขื่อนใหญ่ยักษ์ที่มีกำลังผลิตมากสุดในโลก ในอำเภออี๋ชัง มณฑลหูเป่ย

เขื่อนสามโตรกตั้งตระหง่านกลางลำน้ำแยงซี เป็นระบบควบคุมน้ำเอนกประสงค์ ตัวเขื่อนยาว 2.3 กิโลเมตร สูง 185 เมตร อ่างเก็บน้ำมีความยาวถึง 600 กิโลเมตร มีพื้นที่รับน้ำ กว่า 1 ล้านตารางกิโลเมตร มีกำลังกักเก็บน้ำ 3.93 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร ตอนก่อสร้างโครงการฯนี้จีนต้องอพยพประชาชน ราว 1.3 ล้านคนออกจากพื้นที่

น้ำหลากที่ถูกระบายจากเขื่อนสามโตรกในมณฑลหูเป่ย ตอนกลางของประเทศจีน มวลน้ำหลากระลอกที่สองของปีนี้ไหลผ่านเขื่อนยักษ์ใหญ่สุดของโลกอย่างราบรื่น ภาพเมื่อเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2563 (ภาพซินหัว)

น้ำหลากที่ถูกระบายจากเขื่อนสามโตรกในมณฑลหูเป่ย ตอนกลางของประเทศจีน มวลน้ำหลากระลอกที่สองของปีนี้ไหลผ่านเขื่อนยักษ์ใหญ่สุดของโลกอย่างราบรื่น ภาพเมื่อเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2563 (ภาพซินหัว)

เขื่อนสามโตรกได้ผ่านงานที่ท้าทายสุดอย่างราบรื่นในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มวลน้ำหลากไหลผ่านประตูระบายน้ำเข้าสู่อ่างเก็บน้ำได้ลดลงมาที่ 46,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ (19 ก.ค.) เทียบกับช่วงพีคที่สุดที่มีมวลน้ำ 61,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีไหลบ่าสู่อ่างเก็บน้ำในวันก่อนหน้าเป็นเวลานานถึง 18 ชั่วโมง

ระดับน้ำที่อ่างเก็บน้ำสามโตรกเมื่อวันอาทิตย์ มีระดับสูง 164.18 เมตร ซึ่งถือว่าทำสถิติระดับน้ำในฤดูน้ำหลากนับตั้งแต่สมัยเริ่มสร้างเขื่อนมหึมาหลังนี้

จากข้อมูลของบริษัท China Three Gorges Corporation ระบุว่า ณ เวลา 14.00 น. ขอวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. เขื่อนยักษ์สามโตรกได้ต้านทานมวลน้ำหลากถึง 14,000 ล้านลูกบาศก์เมตรระหว่างช่วงใจกลางของฤดูน้ำหลากของปีนี้

น้ำหลากที่ถูกระบายจากเขื่อนสามโตรกในมณฑลหูเป่ย ตอนกลางของประเทศจีน มวลน้ำหลากระลอกที่สองของปีนี้ไหลผ่านเขื่อนยักษ์ใหญ่สุดของโลกอย่างราบรื่น ภาพเมื่อเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2563 (ภาพซินหัว)

น้ำหลากที่ถูกระบายจากเขื่อนสามโตรกในมณฑลหูเป่ย ตอนกลางของประเทศจีน มวลน้ำหลากระลอกที่สองของปีนี้ไหลผ่านเขื่อนยักษ์ใหญ่สุดของโลกอย่างราบรื่น ภาพเมื่อเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2563 (ภาพซินหัว)

ทั้งนี้การก่อสร้างเขื่อนสามโตรก (Three Gorges Dam) หรือในชื่อจีนคือ ซันเสียต้าป้า (三峡大坝) เป็นอภิมหาโปรเจ็คบันลือโลก โดยเป็นวิสัยทัศน์ของซุนยัตเซ็น ผู้นำแห่งสาธารณรัฐจีน วางแผนการสร้างเขื่อนนี้มาในปีพ.ศ. 2462 (ค.ศ.1919) โดยมีเป้าหมายป้องกันน้ำท่วมที่ก่อเหตุวิปโยคสุดรันทดในจีนมานับพันปี งานก่อสร้างเขื่อนยักษ์ฝ่าฟันอุปสรรคนานามายาวนานจนเริ่มก่อสร้างได้ ในปี 2537 และเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2551

น้ำหลากที่ถูกระบายจากเขื่อนสามโตรกในมณฑลหูเป่ย ตอนกลางของประเทศจีน มวลน้ำหลากระลอกที่สองของปีนี้ไหลผ่านเขื่อนยักษ์ใหญ่สุดของโลกอย่างราบรื่น ภาพเมื่อเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2563 (ภาพซินหัว)

น้ำหลากที่ถูกระบายจากเขื่อนสามโตรกในมณฑลหูเป่ย ตอนกลางของประเทศจีน มวลน้ำหลากระลอกที่สองของปีนี้ไหลผ่านเขื่อนยักษ์ใหญ่สุดของโลกอย่างราบรื่น ภาพเมื่อเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2563 (ภาพซินหัว)

เครดิตภาพซินหัว เมื่อวันที่ 19 ก.ค. น้ำหลากที่ถูกระบายจากเขื่อนสามโตรกในมณฑลหูเป่ย ตอนกลางของประเทศจีน มวลน้ำหลากระลอกที่สองของปีนี้ไหลผ่านเขื่อนยักษ์ใหญ่สุดของโลกอย่างราบรื่น

ระดับน้ำที่อ่างเก็บน้ำสามโตรกเมื่อวันอาทิตย์ (19 ก.ค.)  มีระดับสูง 164.18 เมตร ทุบสถิติระดับน้ำในฤดูน้ำหลากนับตั้งแต่สมัยเริ่มสร้างเขื่อนมหึมาหลังนี้เมื่อราว 26 ปีที่แล้ว

ระดับน้ำที่อ่างเก็บน้ำสามโตรกเมื่อวันอาทิตย์ (19 ก.ค.) มีระดับสูง 164.18 เมตร ทุบสถิติระดับน้ำในฤดูน้ำหลากนับตั้งแต่สมัยเริ่มสร้างเขื่อนมหึมาหลังนี้เมื่อราว 26 ปีที่แล้ว

การผุดเขื่อนสามโตรก (Three Gorges Dam) เป็นวิสัยทัศน์ของผู้ซุนยัตเซ็นวางแผนการก่อสร้างฯในปีพ.ศ. 2462 โดยมีเป้าหมายป้องกันน้ำท่วมที่ก่อเหตุวิปโยคในแผ่นดินจีนมานับพันปี งานก่อสร้างเริ่มปี 2537  และเริ่มทำงานเมื่อปี 2551

การผุดเขื่อนสามโตรก (Three Gorges Dam) เป็นวิสัยทัศน์ของผู้ซุนยัตเซ็นวางแผนการก่อสร้างฯในปีพ.ศ. 2462 โดยมีเป้าหมายป้องกันน้ำท่วมที่ก่อเหตุวิปโยคในแผ่นดินจีนมานับพันปี งานก่อสร้างเริ่มปี 2537 และเริ่มทำงานเมื่อปี 2551

112 ปี อุกกาบาตถล่ม “ทังกัสกา″ 24 ก.ค. ดาวเคราะห์น้อยเฉียดโลก ใกล้ไทย 1 ทุ่ม

messageImage_1595400004035

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ร้างความระทึกให้กับชาวโลกอีกครั้ง เมื่อนาซา ออกมาระบุดาวเคราะห์น้อย “2020ND” จะผ่านเฉียดเข้าใกล้โลกของเรา ในระดับอาจเป็นอันตรายต่อโลก ในวันที่ 24 ก.ค.นี้ มีความเสี่ยงถูกดึงทะลุวงโคจรโลก ตกลงสู่พื้นโลกจนสร้างความเสียหายก็อาจเป็นไปได้ ทำให้หลายคนนึกถึงภาพยนตร์ “อาร์มาเกดดอน” เมื่อดาวหางยักษ์ หรืออุกกาบาตขนาดใหญ่เท่ารัฐเทกซัส ความเร็วกว่า 2 หมื่นไมล์ต่อชั่วโมง กำลังพุ่งเข้าชนโลก ภายในระยะเวลา 18 วัน

  • ดาวเคราะห์น้อย “2020ND” มีความสูง 170 เมตร ขนาดใหญ่กว่าชิงช้าสวรรค์ลอนดอนอาย ซึ่งมีความสูง 135 เมตร มากถึง 1.5 เท่าตัว จะเคลื่อนผ่านโลก ด้วยความเร็ว 48,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะใกล้ที่สุด 0.034 เอยู หรือ 5.1 ล้านกิโลเมตร แม้ในแต่ละวันมีวัตถุอวกาศต่างๆ เฉียดผ่านโลกเป็นจำนวนมาก แต่หากเคลื่อนเข้าใกล้โลกในระยะห่างไม่ถึง 0.05 เอยู หรือ 7.5 ล้านกิโลเมตร จะถือว่าอยู่ในระดับอาจเป็นอันตรายต่อโลก และอาจถูกผลัก หรือดึงทะลุเข้าในวงโคจรโลก
  • สิ่งที่เคยสร้างความสะพรึงให้กับชาวโลก ย้อนกลับไปเมื่อ 112 ปีก่อน เกิดอุกกาบาตถล่มป่า ใกล้แม่น้ำพอดกาเมนนายา ทังกัสกา ในประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ปี 2451 ความรุนแรงมากกว่าระเบิดปรมาณูถล่มเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่น จนแสงไฟสว่างจ้าจากการระเบิดเห็นได้ไกลไปถึงกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ และยังเผาผลาญทำลายต้นไม้ในป่ากินพื้นที่ 2 พันกว่าตารางกิโลเมตร ย่อยยับราบเป็นหน้ากลอง
30 มิ.ย. 2451 อุกกาบาตถล่มป่า ใกล้แม่น้ำพอดกาเมนนายา ทังกัสกา ในรัสเซีย

ความเป็นไปได้ที่ดาวเคราะห์น้อย “2020ND” จะสร้างความเสียหายกับโลกได้หรือไม่? อ.ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ภาคฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับ “ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ว่า ขอทุกคนอย่าตื่นตระหนกตกใจในเรื่องนี้ แม้ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จะเคลื่อนตัวเฉียดโลกในวันที่ 24 ก.ค. คาดว่าตำแหน่งอยู่ใกล้ไทยในช่วงหัวค่ำ หรือเวลาประมาณ 1 ทุ่ม แต่ไม่ชนโดนโลกอย่างแน่นอน เนื่องจากอยู่ไกลจากดวงจันทร์มากถึง 14.5 เท่า

ส่วนเหตุผลที่นาซาออกมาเปิดเผย เพื่อศึกษาติดตามวงโคจรของ “ดาวเคราะห์น้อย” ดวงนี้ให้ชัดเจนร่วมกับเครือข่าย เพื่อนำไปประมวลผล และเพื่อเฝ้าระวังว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร หรืออาจโดนอุกกาบาตอื่นพุ่งมาชน แต่เป็นไปได้น้อยมาก

“ที่ผ่านมามีวัตถุอวกาศขนาดความสูง 160 เมตรเคลื่อนผ่านโลกหลายรอบ และวัตถุที่สูงกว่า 120 เมตรขึ้นไป จะเรียกว่าใกล้โลก มีโอกาสทะลุมาถึงพื้นโลก และสร้างความเสียหาย ต้องมีการติดตามว่าวงโคจรเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ทำให้นาซาต้องประกาศออกมา จะมีอะไรเข้าใกล้กับโลกเรา โดยดาวเคราะห์ดวงนี้มีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ใกล้กว่า แต่จากดวงจันทร์ซึ่งใกล้โลก มีระยะทางไกลมากถึง 14.5 เท่า ถือว่าปลอดภัย และโอกาสที่โดนโลกดึงดูดทะลุวงโคจร ต้องมีระยะใกล้ 384,400 กิโลเมตร จึงจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และยังมีวัตถุมีความเสี่ยงใกล้โลกอยู่อีกประมาณ 10-20 ชิ้น ต้องติดตามว่ามีโอกาสชนโลกหรือไม่”

นอกจากนี้หากวงจรดาวเคราะห์น้อยเข้ามาตัดตรงกัน หรือพร้อมกันกับวงจรโลก อาจมีความเป็นไปได้ที่จะตกเข้ามาในโลก เนื่องจากเผาไหม้ในอากาศไม่หมด ทำให้มีโอกาสตกมายังพื้นโลกอย่างแน่นอน จนอาจเกิดหลุมอุกกาบาต หรือเกิดระเบิด ซึ่งขึ้นอยู่กับความรุนแรง หากอุกกาบาตมีขนาดใหญ่กว่า 2 กิโลเมตร ก็จะเหมือนในอดีตที่สามารถทำลายไดโนเสาร์จนสูญพันธุ์ไปหมด แต่หากขนาดเล็กกว่า 2 กิโลเมตร จะไม่ทำให้เกิดอะไรเลย

ขณะเดียวกันแรงโน้มถ่วงของโลก อาจมีส่วนทำให้ทิศทางการเคลื่อนตัวของดาวเคราะห์น้อยเปลี่ยนแปลงไปได้ ซึ่งภายหลังดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ผ่านโลกไปหลังวันที่ 24 ก.ค. จะต้องมีการติดตามถ่ายตำแหน่งข้อมูล เพื่อมาดูว่าจะมาชนโลกหรือไม่ ในอีก 15 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเข้าใกล้โลกอีกครั้ง แต่จะห่างกว่าครั้งนี้ประมาณ 15 ล้านกิโลเมตร

ส่วนที่ผ่านมามีดาวเคราะห์น้อยเคลื่อนผ่านโลก 5-6 ลูกในทุกๆ เดือน แต่ทางนาซาไม่ได้แจ้ง เพราะไม่ต้องการให้คนตื่นตระหนก ยกเว้นมีการเฉียดโลก จะแจ้งข้อมูลอย่างครั้งนี้ที่เข้ามาใกล้โลก มีอันดับความสว่างอยู่ที่ 11 โดยกล้องโทรทรรศน์สามารถมองเห็นได้ ซึ่งปกติแล้วดวงตาของคนเราสามารถเห็นดวงดาว อันดับความสว่างที่ 6 รวมถึงดาวหาง อันดับความสว่างอยู่ที่ 3 สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าเช่นกัน.

Photo From Wikipedia

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1894556

คลิกพากษ์ไทย

คลิกเสียงอังกฤษซับไทย