คลังเก็บรายเดือน: มิถุนายน 2020

ต้นไม้เรืองแสง

messageImage_1592181242243

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

การวิจัยทำให้ต้นไม้เรืองแสงได้ เพื่อช่วยเด็กในประเทศโลกที่สาม หรือพื้นที่ห่างไกลใช้อ่านหนังสือในยามค่ำคืน ไม่ต้องเสี่ยงกับฟืนไฟที่อาจทำความเสียหายให้บ้านเรือน รวมทั้งฝันไปไกลถึงขั้นให้ต้นไม้ใหญ่ ส่องทางสว่างยามค่ำคืนโดยไม่สิ้นเปลืองพลังงาน…มีวิธีการหลากหลาย

ทั้งการสังเคราะห์สารเลียนแบบหิ่งห้อย แล้วนำไปฉีดต้นพืช รวมถึงวิธีอื่น…แต่ท้ายสุดต้นไม้เรืองแสงได้ในระยะเวลาจำกัด

ล่าสุดวารสาร Nature Biotechnology รายงาน นักวิจัยจาก Planta และ Russian Academy of Sciences ประสบความสำเร็จในการทำให้ต้นยาสูบ 2 ชนิด…Nicotiana tabacum และ Nicotiana benthamiana สามารถเรืองแสงได้ตลอดช่วงอายุ

ที่สำคัญต้นยาสูบเหล่านี้ส่องสว่างมากกว่าถึง 10 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับพืชเรืองแสงที่มีรายงานก่อนหน้านี้ โดยสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ไม่จำเป็นต้องให้สารเคมีช่วยในการส่องสว่าง

ไม่ใช่การใช้ดีเอ็นเอของแบคทีเรียเรืองแสง หรือหิ่งห้อย เหมือนที่เคยมีมา…แต่เป็นต้นยาสูบที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรม โดยใช้ดีเอ็นเอของเชื้อราเรืองแสง

ที่จะเปลี่ยนกรดคาเฟอิก (caffeic) หนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระ พบในผักผลไม้ทุกชนิด ชา ธัญพืช กาแฟ เป็นสารรูซิเฟอริน (luciferin) ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์เปล่งแสงที่ทำให้เกิดการเรืองแสงสว่างได้แบบเดียวกับหิ่งห้อย

งานวิจัยนี้อาจนำมาซึ่งความสำเร็จเปลี่ยนต้นไม้ธรรมดาให้เป็นต้นไม้เรืองแสงได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะกรดคาเฟอิกพบในพืชแทบทุกชนิดมากบ้าง น้อยบ้าง ต่างกันไป.

https://www.thairath.co.th/news/local/1868864

 

ตื่นตาเต่าตนุ 64,000ตัว แน่นทะเล โดรนช่วยเห็นมุมแบบนี้

ตื่นตาเต่าตนุ 64,000ตัว แน่นทะเล โดรนช่วยเห็นมุมแบบนี้

คลิกดูเรื่องต่างของเต่าตนุ

ตื่นตาเต่าตนุ – เว็บไซต์ Phy.org รายงานว่า นักวิจัยชาวออสเตรเลียใช้โดรนสำรวจจำนวนเต่าตนุ หรือ Green Turtle เป็นครั้งแรก และทำให้ได้นับได้ว่ามันมีจำนวนมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

ภาพจากโดรนแสดงให้เห็นฝูงเต่าจำนวนมากว่ายน้ำมายังเกาะเรน ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นทำเลวางไข่ของเต่าตนุเพศเมียประมาณ 64,000 ตัว ซึ่งอพยพเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรจากแนวหินพืดปะการัง เกรต แบร์ริเออร์ รีฟ เพื่อมาวางไข่เป็นประจำทุกปี

ตื่นตาเต่าตนุ

The Great Barrier Reef Foundation and Queensland Government shows green turtles nesting on at the world’s largest green turtle rookery on Raine Island. (Photo by Handout / Great Barrier Reef Foundation an / AFP)

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

นักวิทยาศาสตร์ซึ่งทำงานด้านอนุรักษ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์พยายามแกะรอยเส้นทางเต่าอพยพมาวางไข่ โดยใช้โดรนเป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพเป็นครั้งแรก และต่างพากันตะลึง เมื่อเห็นท้องทะเลเต็มไปด้วยเต่าแหวกว่ายน้ำเข้าฝั่งมาวางไข่ซึ่งมีจำนวนมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึงร้อยละ 50

ผลการค้นพบครั้งนี้เผยในวารสาร PLOS One เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ตื่นตาเต่าตนุ

TOPSHOT – Australian researchers have discovered they were underestimating numbers at the world’s largest sea turtle nesting site after turning to drone technology for the first time. (Photo by Handout / Great Barrier Reef Foundation an / AFP)

ส่วนภาพทางอากาศที่ถ่ายจากโดรนเผยแพร่จากมูลนิธิเกรต แบร์ริเออร์ รีฟ เผยให้เห็นเต่าหลายพันตัวว่ายน้ำในทะเลสีคราม

ก่อนหน้านี้ นักวิจัยเคยนับจำนวนเต่าที่มาวางไข่บนชายหาดได้ถึง 23,000 ตัวภายในคืนเดียว ด้วยการทาสีที่ละลายน้ำได้และไม่มีสารพิษไว้บนกระดองเต่า ทำให้นับจำนวนได้ง่าย

ด้านนายแอนดริว ดันสแตน หัวหน้านักวิจัยที่เขียนรายงาน บอกว่าการทาสีและลบสีบนกระดองเต่าโดยที่เจ้าหน้าที่อยู่บนเรือลำเล็ก ท่ามกลางอากาศแปรปรวนเป็นงานที่ยาก ส่วนการใช้โดรนง่ายกว่าและปลอดภัยกว่าเยอะ อีกทั้ง นับจำนวนถูกต้องแม่นยำ รวมถึงส่งข้อมูลได้ทันทีและเก็บข้อมูลได้ถาวร


การนับจำนวนเต่าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการค้นพบเกาะเรน รวมทั้ง ฟื้นฟูชายหาดเคย์ซึ่งเป็นแหล่งที่เต่ามาวางไข่และกำลังสร้างรั้วเพื่อป้องกันเต่าตาย

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_4305809

โต๊ะอัจฉริยะ 

aaa

คอลัมน์ เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์ : โต๊ะอัจฉริยะ

โต๊ะอัจฉริยะ – เอไอทีเดสก์จากสหรัฐอเมริกา แนะนำ “เอไอทีสมาร์ตวัน” โต๊ะทำงานปรับระดับสุดเจ๋งเพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีกว่า รวมทั้งแก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรม ซึ่งไม่ใช่แค่คนทำงานเท่านั้นที่เผชิญกับภาวะดังกล่าว เพราะเด็กๆ ในยุคปัจจุบันพึ่งพาคอมพิวเตอร์และแก๊ดเจ็ตหน้าจอมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคออฟฟิศ

ซินโดรมขยายกลุ่มตั้งแต่เด็กวัยเรียนจนถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน โต๊ะเอไอทีสมาร์ตวันจึงเกิดขึ้นเพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการนั่งทำงาน เรียน ทำการบ้าน แม้แต่การใช้แก๊ดเจ็ตเพื่อความบันเทิง เช่น การดูหนัง และเล่นเกมออนไลน์โต๊ะเอไอทีสมาร์ตวันมีรูปทรงทันสมัย ปรับได้ 3 ระดับ คือ นั่ง ยืน และโหมดสบาย มีระบบฟิตเนสและเฮลธ์โมดูล

โต๊ะอัจฉริยะ

ทำงานเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ สามารถตั้งค่าและกำหนดระยะเวลาในการทำงานที่โต๊ะเอไอทีสมาร์ตวัน ระบบจะเตือนเมื่อใช้เวลาที่โต๊ะนานเกินไป รวมถึงแนะนำการผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน วิธีเพิ่มศักยภาพในการทำงาน ฝึกสมาธิ และแจ้งคุณภาพของอากาศในห้องที่วางโต๊ะเอไอทีสมาร์ตวัน

ซึ่งมุมหนึ่งด้านใต้โต๊ะมีอุปกรณ์เล็กๆ สำหรับใส่น้ำมันหอมระเหย ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายหรือกระตุ้นให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า พื้นผิวด้านบนของโต๊ะเคลือบด้วยวัสดุพิเศษ ใช้แทนกระดานดำ จดข้อความและลบออกได้ ทั้งยังมีระบบชาร์จไร้สาย วางและชาร์จแก๊ดเจ็ตในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย ลิ้นชักปิด-เปิดด้วยแอพพลิเคชั่น เพิ่มความปลอดภัยมั่นใจในการเก็บของสำคัญ

https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_4309060

10 อันดับ ชุดเกาะทหารที่ทรงพลังมากที่สุดในโลก

01Y_NEW RUSSIAN SOLDIER

คลิกดูคลิป

via GIPHY

images_14447948061

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีโครงการพัฒนาชุดเกราะสำหรับบรรดาทหาร ซึ่งมีชื่อว่า Tactical Light Operator Suit (Talos) โดยมีคุณสมบัติคล้ายๆ กับชุดของ Iron Man นั้น

โดยคุณสมบัติของชุด Talos นี้ นอกจากจะเป็นเกราะกันกระสุนแล้ว ยังสามารถช่วยยกวัตถุหนักๆ ได้, มีเซ็นเซอร์รอบตัว ที่จะช่วยเตือนภัยและควบคุมการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับระบบเสียงแบบ 3 มิติ, ระบบความร้อนและความเย็น อีกทั้ง ยังมีการติดตั้งระบบการตรวจร่างกาย ตั้งแต่ชีพจร ไปจนถึงระดับการสูญเสียน้ำอีกด้วย

ชุดเกราะ Talos นี้ จะถูกสวมใส่ตรงส่วนหลัง, ต้นขา และเท้า โดยจะมีน้ำหนักราวๆ 33 ปอนด์ ซึ่งนอกจากจะเป็นเกราะป้องกันตัวแล้ว ยังติดตั้งอาวุธไว้ภายในด้วยเช่นกัน

ปักกิ่งสั่งปิดตลาด 6 แห่ง หลังพบเชื้อโควิด-19 ติดบนเขียงปลาแซลมอน

จีนรายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 6 รายในเมืองหลวงของจีน รวมถึงพบเชื้อติดอยู่บนเขียงปลาแซลมอนของพ่อค้า

 

สื่อจีนรายงานว่า ในจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ 6 รายนี้ มีอย่างน้อย 2 ราย มีประวัติเดินทางมาที่ตลาดซินฟาตี้ (Xinfadi Market) เจ้าหน้าที่กล่าวว่าพนักงานและพ่อค้าทุกคนในตลาดอาหารสดแห่งนี้ รวมมากกว่า 1 หมื่นคน กำลังเข้าสู่กระบวนการตรวจหาเชื้อโควิด-19

ปักกิ่งสั่งปิดตลาด 6 แห่ง หลังพบเชื้อโควิด-19 ติดบนเขียงปลาแซลมอน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบเชื้อโควิด-19 บนเขียงปลาแซลมอนของผู้ค้าปลาแซลมอนนำเข้ารายหนึ่งในตลาดซินฟาตี้ โดยปลาแซลมอนของผู้ค้ารายนี้มาจากตลาดอาหารทะเลจิ่งเซิน (Jingshen Market) ของเขตเฟิงไท่ (Fengtai)

ทำให้ตลาดอาหารทะเลจิ่งเซินถูกปิดทำการชั่วคราวด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ทางการเมืองปักกิ่งยังสั่งให้มีการทดสอบตัวอย่างอาหาร อุปกรณ์ และพื้นที่แวดล้อมตลาดขายส่งทั้งหมดของเมืองปักกิ่ง

การตรวจพบเชื้อโควิด-19 บนเขียงปลาแซลมอน จุดขนวนความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารทะเล ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่ง รวมถึงตลาดเชาซื่อฟา (Chaoshifa Market), ห้างคาร์ฟูร์ (Carrefour) และอู้เม่ย (Wumart) ในเมืองปักกิ่ง ตัดสินใจกำจัดปลาแซลมอนทั้งหมดออกจากตลาด

ปักกิ่งรายงานกรณีการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ในประเทศเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 7 สัปดาห์ และด้วยสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดและอาหารสด ทำให้รวมแล้วมีการประกาศสั่งปิดตลาดในเมืองปักกิ่งทั้งหมด 6 แห่ง

นักฟิสิกส์สร้างของไหลที่มีมวลเป็นลบ

เครื่องมือสร้างสสารสถานะควบแน่น โบซ-ไอน์สไตน์ (เครื่องมือในภาพไม่ได้ใช้ในการทดลองครั้งนี้)

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

คณะนักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐวอชิงตัน (WSU) นำโดยศาสตราจารย์ปีเตอร์ เอนเกลส์ ประสบความสำเร็จในการสร้างของไหลที่มีมวลเป็นลบ ซึ่งของไหลชนิดนี้ท้าทายกฎการเคลื่อนที่ข้อที่สองของนิวตัน ซึ่งระบุว่ามวลจะเกิดความเร่งในทิศทางเดียวกับแรงที่มากระทำ แต่ของไหลนี้กลับมีความเร่งไปในทิศทางตรงกันข้าม

ผลการวิจัยนี้ ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Physical Review Letters โดยนักฟิสิกส์ใช้วิธีทำให้อะตอมของธาตุรูบิเดียมมีอุณหภูมิลดต่ำลงจนเข้าใกล้จุดอุณหภูมิศูนย์สัมบูรณ์ (-273.15 องศาเซลเซียส) ซึ่งจะทำให้อะตอมของรูบิเดียมอยู่ในสถานะควบแน่น โบซ-ไอน์สไตน์ (Bose-Einstein condensate – BEC) ซึ่งอนุภาคในสถานะนี้จะเคลื่อนไหวช้ามาก และมีพฤติกรรมแบบคลื่น ตามที่หลักการทางกลศาสตร์ควอนตัมได้ทำนายไว้ อนุภาคในสถานะนี้ยังสามารถเคลื่อนที่ในรูปแบบของไหลยิ่งยวด (superfluid) ซึ่งไหลไปได้โดยไร้แรงเสียดทานและไม่สูญเสียพลังงานอีกด้วย

เพื่อที่จะทำให้อะตอมของรูบิเดียมในสถานะดังกล่าวกลายเป็นสสารที่มีมวลลบ นักฟิสิกส์ใช้ลำแสงเลเซอร์สร้างกับดักจับอะตอมเหล่านี้ไว้ แล้วตีให้อะตอมในกับดักแล่นไปกระทบกับผนังเลเซอร์จนสะท้อนกลับไปกลับมา ซึ่งจะทำให้อะตอมเปลี่ยนรูปแบบการหมุนในที่สุด

เมื่อปล่อยอะตอมออกจากกับดัก อะตอมเหล่านี้จะกระจายตัวออก โดยมีบางตัวที่แสดงคุณสมบัติของสสารที่มีมวลลบ คือเมื่อถูกผลักไปในทิศทางหนึ่ง กลับเกิดความเร่งในทิศทางตรงข้ามกับแรงกระทำ “เหมือนอะตอมรูบิเดียมไปกระทบเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น” ศาสตราจารย์ไมเคิล ฟอร์บส์ ผู้ร่วมคณะวิจัยกล่าว

เทคนิคการสร้างของไหลที่มีมวลเป็นลบนี้ สามารถนำไปใช้เพื่อศึกษาทำความเข้าใจเรื่องสสารที่มีมวลเป็นลบ ซึ่งเดิมเป็นเพียงเรื่องทางทฤษฏีให้กระจ่างยิ่งขึ้น เนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สามารถสร้างและควบคุมภาวะที่จำเป็นต่อการศึกษาเรื่องดังกล่าวในห้องทดลองได้

ของไหลที่มีมวลเป็นลบยังอาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาความสัมพันธ์ของมวลลบกับปรากฏการณ์ต่าง ๆ ในจักรวาล เช่น ดาวนิวตรอน หลุมดำ และพลังงานมืดได้อีกด้วย

คลิกที่นี่

สร้างสสาร “สถานะที่ 5″ ในอวกาศได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก

becatomscloudnasanist

สร้างสสาร “สถานะที่ 5″ ในอวกาศได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ทีมนักฟิสิกส์ขององค์การนาซาประสบความสำเร็จในการสร้างและศึกษา “สสารสถานะที่ 5″ หรือสสารในสถานะควบแน่น โบซ-ไอน์สไตน์ (Bose-Einstein Condensate – BEC) ภายใต้ภาวะไร้น้ำหนักได้เป็นครั้งแรกของโลก

นอกจากสถานะของแข็ง, ของเหลว, ก๊าซ และพลาสมาแล้ว สสารยังสามารถอยู่ในสถานะควบแน่น โบซ-ไอน์สไตน์ได้อีกด้วย เมื่อธาตุบางอย่างเช่นรูบิเดียมถูกลดอุณหภูมิให้ต่ำลงจนเฉียดเข้าใกล้จุดศูนย์สัมบูรณ์ (-273.15 องศาเซลเซียส) กลุ่มของอะตอมจะแสดงพฤติกรรมในสถานะใหม่ เสมือนว่าทุกอะตอมรวมกันเป็นหน่วยเดียว และมีสมบัติทางควอนตัมเกิดขึ้น โดยอะตอมจะเคลื่อนไหวช้ามากทั้งยังมีพฤติกรรมแบบคลื่น

การศึกษาทดลองดังกล่าวมีขึ้น หลังนาซาติดตั้งชุดอุปกรณ์ “ห้องปฏิบัติการอะตอมเย็น” (Cold Atom Laboratory – CAL) บนสถานีอวกาศนานาชาติตั้งแต่ปี 2018 เพื่อสร้างสสารสถานะที่ 5 แบบที่มีความเสถียรกว่าบนโลก เพราะกลุ่มหมอกของอะตอมที่เย็นจัดจะลอยตัวและคงตัวอยู่ได้นานกว่า เนื่องจากไม่ได้รับอิทธิพลของแรงโน้มถ่วง

นักบินอวกาศหญิง คริสตินา คุก กำลังติดตั้งอุปกรณ์ทดลอง CAL บนสถานีอวกาศนานาชาติเมื่อปี 2018

 

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_4307631

 

โคมไฟแม็กเลฟ

คลิกดูคลิป

via GIPHY

aaa

โคมไฟแม็กเลฟ : คอลัมน์ เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

โคมไฟแม็กเลฟ – เยี่ยนนี่ หลิว จากเมกิ สตาร์ตอัพพัฒนาเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันจากสหรัฐอเมริกา เปิดตัว “เมกิ” โคมไฟแม็กเลฟอัจฉริยะ ต่อยอดจากระบบรถไฟแม็กเลฟที่ใช้แรงยกตัวของแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้ตัวยานพาหนะลอยขึ้นเหนือราง ส่วนหลอดไฟของเมกิจึงลอยขนานกับส่วนโคมด้านบน

ถือเป็นนวัตกรรมล้ำหน้าที่ช่วยเพิ่ม ความทันสมัยให้กับห้องและที่พักอาศัย มาในขนาดความสูง 39 เซนติเมตร ฐานกว้าง 17.4 เซนติเมตร และเป็นแท่นชาร์จไฟฟ้าไร้สายสำหรับโทรศัพท์มือถือ เมกิให้ความสว่าง 3 ระดับตามความเหมาะสม

โคมไฟแม็กเลฟ

เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสกับแผงสั่งการบนฐานโคมไฟ ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่ความสว่างสูงสุดสำหรับทำงาน และค่อยๆ ลดความเข้มข้นของแสงลงมาเพื่อให้การอ่านหนังสือสบายตามากขึ้น ลดลงมาอีกนิดเป็นความสว่างเพื่อการพักผ่อน นั่งสมาธิ หรือออกกำลังกายเบาๆ

อย่างการเล่นโยคะไม่เพียงกดปรับระดับความเข้มของแสงเท่านั้น เมกิยังมีระบบสั่งการด้วยเสียงเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนระดับแสงได้จากระยะไกล หรือเวลาใช้มือไม่สะดวก เช่น ระหว่างทำอาหาร หรือมือเปื้อน

นอกจากนี้เมกิยังมีระบบสนามแม่เหล็กไฟฟ้าปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว รวมถึงระยะ การเข้าใกล้ของวัสดุนำไฟฟ้า ระบบจะตัดไฟ และหากมีความเคลื่อนไหวกระทบกระเทือน อาทิ เดินชนโต๊ะที่วางโคมเมกิ ระบบแม่เหล็กจะดูดส่วนลอยตัวติดกับขั้วโคมไฟเพื่อป้องกันส่วนหลอดไฟตกแตก ทำให้การใช้งานปลอดภัยไร้กังวล เป็นมิตรต่อครอบครัวที่มีเด็กและสัตว์เลี้ยง

https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_4282978

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ Meb mobile e-book แนวข้อสอบ O-NET ป.6 ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

book_detail_large

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ Meb mobile e-book แนวข้อสอบ O-NET ป.6 ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

คลิกค่ะ  ฟรี

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ชวนชมสุริยุปราคา21มิ.ย. หากพลาดต้องรออีก7ปี

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 มิ.ย. 2563 จะเกิดปรากฏการณ์ สุริยุปราคาวงแหวน แนวคราสวงแหวนพาดผ่านสาธารณรัฐอัฟริกากลาง คองโก เอธิโอเปีย ตอนใต้ของปากีสถาน ตอนเหนือของอินเดีย และสาธารณรัฐประชาชนจีน ส่วนประเทศไทยจะเห็นเป็น สุริยุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์เพียงบางส่วน ทำให้มองเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่ง สามารถสังเกตได้ทุกภูมิภาคของไทย แต่ละภูมิภาคจะมองเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งมากน้อยแตกต่างกัน

© สนับสนุนโดย เดลินิวส์

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ดวงอาทิตย์จะถูกบดบังมากที่สุดบริเวณภาคเหนือที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประมาณร้อยละ 63 ส่วนภาคใต้ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ดวงอาทิตย์จะถูกบดบังน้อยที่สุดเพียงร้อยละ 16 สำหรับกรุงเทพมหานคร ดวงอาทิตย์จะถูกบดบังประมาณร้อยละ 40 สามารถสังเกตได้ในช่วงเวลาประมาณ 13.00 – 16.10 น. ตามเวลาประเทศไทย ดวงอาทิตย์จะปรากฏเว้าแหว่งมากที่สุด เวลาประมาณ 14.49 น.

© สนับสนุนโดย เดลินิวส์

สุริยุปราคา เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน มีดวงจันทร์อยู่ตรงกลาง เมื่อสังเกตจากโลกจะเห็นดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้ามาบดบังดวงอาทิตย์ สำหรับ สุริยุปราคาบางส่วน เกิดจากโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ไม่ได้เรียงอยู่ในแนวเดียวกัน ขณะเกิดสุริยุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์จึงบดบังดวงอาทิตย์เพียงบางส่วนเท่านั้น ทำให้มีเพียงเงามัวของดวงจันทร์ทอดผ่านพื้นผิวโลก ผู้สังเกตบนโลกภายในบริเวณที่เงามัวของดวงจันทร์พาดผ่านจะเห็นดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บดบังเพียงบางส่วนเท่านั้น

สำหรับผู้สนใจชมปรากฏการณ์ห้ามสังเกตการณ์ด้วยตาเปล่า แว่นกันแดด ฟิล์มเอ็กซ์เรย์ หรือแผ่นซีดี เนื่องจากแสงอาทิตย์สามารถทำลายเซลส์ประสาทตาจนตาบอดได้ ควรสังเกตการณ์ผ่านอุปกรณ์เฉพาะ ที่มีคุณสมบัติกรองแสงได้อย่างปลอดภัย อาทิ แว่นตาดูดวงอาทิตย์ทำจากแผ่นกรองแสงพอลิเมอร์ดำ แผ่นกรองแสงอะลูมิเนียมไมลาร์ กระจกแผ่นกรองแสงสำหรับหน้ากากเชื่อมโลหะ เบอร์ 14 หรือมากกว่า และอุปกรณ์สังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ทางอ้อม เช่น การดูเงาของแสงอาทิตย์ผ่านฉากรับภาพ หรือใช้หลักการของกล้องรูเข็ม ซึ่งเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยไม่เกิดอันตรายต่อดวงตา และยังสามารถดูปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ทีละหลายคน หากสังเกตการณ์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ ต้องเป็นกล้องโทรทรรศน์ที่ติดฟิลเตอร์กรองแสงดวงอาทิตย์เท่านั้นเนื่องจากกล้องโทรทรรศน์มีเลนส์รวมแสงทำให้แสงอาทิตย์ทวีกำลังมากขึ้น เป็นอันตรายอย่างยิ่งแก่ดวงตา

เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 จึงปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมจากการตั้งจุดสังเกตการณ์หลักเพื่อให้บริการประชาชน มาเป็นการถ่ายทอดสดปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน จากหอดูดาวภูมิภาคทั้ง 4 แห่ง ของ สดร. ได้แก่ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา และสงขลา ในวันที่ 21 มิ.ย. 2563 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 16.10 น.สามารถติดตามได้ทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ www.facebook.com/NARITpage

สำหรับปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งต่อไปที่สามารถสังเกตได้ในประเทศไทยคือ สุริยุปราคาบางส่วน ในวันที่ 2 ส.ค. 2570 ซึ่งจะต้องรออีก 7 ปีต่อจากนี้.

https://คลิกที่นี่