คลังเก็บรายเดือน: พฤษภาคม 2020

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ นายอินทร์ e-book เรื่อง เฉลยคำถามจากหนังสือวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมปี 2 และ 3 ของ ผศ. สุชาติ สุภาพ

2

เฉลยคำถามจากหนังสือวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมปี 2    ของ ผศ. สุชาติ สุภาพ

คลิกที่นี่  ฟรี

3

เฉลยคำถามจากหนังสือวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมปี  3   ของ ผศ. สุชาติ สุภาพ

คลิกที่นี่  ฟรี

messageImage_1579750805381

A is for Atom – Physics cartoon, 1953

รถบรรทุกจอดติดไฟแดง ถูกลมหอบหมุนกลางอากาศ ความรู้ฟิสิกส์

 

52115

ภาพเหตุการณ์ขณะที่ลมแรงพัดผ่านรถบรรทุกคันหนึ่ง ซึ่งจอดติดไฟแดงอยู่ หอบรถคันนี้ขึ้นไปหมุนอยู่กลางอากาศ ก่อนเสียหลักพลิกตะแคงอยู่ริมถนน

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

โดยสื่อจีนรายงานว่า จุดนั้นน่าจะมีลมหมุน และหอบเอารถบรรทุกขึ้นไป สาเหตุที่รถบรรทุกคันนี้โดนอยู่คันเดียว อาจเป็นเพราะว่ารถสูง และอยู่ในระยะที่ลมพัดมาพอดี ก่อนจะเสียหลักพลิกตะแคงที่บริเวณขอบทาง

แต่รถคันอื่นที่จอดอยู่ไม่มีคันไหนเป็นอะไร ซึ่งอาจจะเป็นคราวเคราะห์ของรถคันนี้ก็ได้

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองหยินชวน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย ของจีน

เมื่อลมหอบรถคันนี้ขึ้นไป ก็ดูจะสงบลงและสลายตัวไป ส่วนรถคันอื่นดูจอดปกติ ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

ความรู้ฟิสิกส์

big_148877404058bce39862edf

พายุ (Storms) เกิดจากแรงดันในอากาศต่ำลงมากกว่าในบริเวณรอบๆ พื้นที่หนึ่ง พร้อมกับมีแรงดันอากาศสูงเกิดขึ้นรอบ ๆ พื้นที่นั้น การรวมของแรงปะทะต่าง ๆ ก่อให้เกิดลม

ซึ่งแรงดันอากาศต่ำอาจเกิดจากจุดเล็ก ๆ ที่พื้นที่ใด ๆ อันเกิดจากอากาศร้อนลอยล่องขึ้นจากพื้นดิน ส่งผลให้เกิดการปั่นป่วนน้อย ๆ เช่น การเกิดพายุฝุ่น (dust devils) หรือลมหมุน (whirlwinds)

นาซาเผยภาพพายุดาวพฤหัสบดีชัดสุด ไขปริศนาต้นกำเนิด-ชั้นบรรยากาศ

ปกภาพชัดสุดจูปิเตอร์

นาซาเผยภาพพายุดาวพฤหัสบดีชัดสุด ไขปริศนาต้นกำเนิด-ชั้นบรรยากาศ

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

นาซ่าเผยภาพพายุดาวพฤหัสบดีชัดสุด – วันที่ 11 พ.ค. ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซ่า) เผยภาพมหาพายุบนดาวพฤหัสบดีที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยใช้เทคนิคการรวมภาพแบบพิเศษอันซับซ้อน

เทคนิคดังกล่าวอาศัยการเก็บข้อมูลหลายด้านจากทั้งยานสำรวจจูโน กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล และกล้องขนาดยักษ์จากหอดูดาวเจมินี นอร์ท ที่เกาะฮาวาย เผยให้เห็นภาพที่ชัดเจนที่สุดของมหาพายุบนดาวพฤหัสฯ ที่อยู่ห่างจากโลกกว่า 700 ล้านกิโลเมตร

นาซ่าเผยภาพพายุดาวพฤหัสบดีชัดสุด

ยานสำรวจจูโนทำหน้าเก็บข้อมูลคลื่นวิทยุที่ปลดปล่อยออกมาจากสายฟ้าของดาวพฤหัสฯ ส่วนฮับเบิล จะเก็บภาพในช่วงคลื่นแสงขาว (ที่มนุษย์มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า) และใต้ม่วง (อัลตร้าไวโอเล็ต) ขณะที่หอดูดาวนั้นเก็บภาพในช่วงคลื่นแสงเหนือแดง (อินฟราเรด)

นักวิทยาศาสตร์นำข้อมูลทั้งหมดมารวมกันกลายเป็นภาพพายุดาวพฤหัสฯ ที่ชัดเจน เผยให้เห็นเมฆธันเดอร์คลาวด์ที่ทอดตัวสูงกว่า 64 กม. มากกว่าเมฆชนิดนี้บนโลกเป็น 5 เท่า ขณะที่สายฟ้าดาวพฤหัสฯ นั้นมีพลังงานไฟฟ้าสูงกว่าสายฟ้าที่รุนแรงที่สุดบนโลก หรือซูเปอร์โบลต์ เป็น 3 เท่า

นางเอมี ไซมอน นักวิทยาศาสตร์ด้านชั้นบรรยากาศดาวเคราะห์ ระบุว่า เครื่องตรวจจับคลื่นของยานจูโนทำให้สามารถมองเห็นทะลุผ่านม่านหมอกของพายุได้ ส่วนข้อมูลจากฮับเบิล และหอดูดาวจะบอกได้ว่าความลึกนั้นเท่าไหร่

นาซ่าเผยภาพพายุดาวพฤหัสบดีชัดสุด

ข้อมูลที่เก็บมาได้เผยให้เห็นเมฆหนา 3 แบบ ที่รวมกันกลายเป็นพายุ อาทิ เมฆที่เกิดไอน้ำจากน้ำที่อยู่ลึกลงไปในดาว และเมฆจากความชื้นในชั้นบรรยากาศ รวมถึงการเกิดสายฟ้าในพายุ และการพาความร้อนที่เกิดในชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัสฯ ซึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทำความเข้าใจหลักการหมุนเวียนความร้อนของชั้นบรรยากาศดาวพฤหัสฯ ที่แตกต่างไปจากโลกได้

รายงานระบุว่า การติดตามสายฟ้าในพายุของดาวดังกล่าวยังจะทำให้นักวิทยาศาสตร์คำนวณได้ว่ามีน้ำอยู่ในชั้นบรรยยากาศดาวพฤหัสฯ มาเพียงใด เพราะการเข้าใจสภาพชั้นบรรยากาศเป็นหนึ่งในหนทางที่จะนำไปสู่การไขปริศนาลักษณะการเกิดของดาวพฤหัสฯ ได้

นายไมเคิล หว่อง ผู้เชี่ยวชาญด้านชั้นบรรยากาศดาวเคราะห์จากมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า การถ่ายภาพนี้ยังต้องอาศัยโชคด้วย เพราะชั้นบรรยากาศโลกต้องเปิดโล่งมากพอ ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญมักตั้งชื่อเล่นๆ ให้ว่า ลัคกี้ อิเมจจิ้ง กล่าวคือเทคนิคพิเศษที่ต้องอาศัยโชค

https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_4108768

วัวตกบ่อ กับแรงลอยตัว (ความรู้ทางฟิสิกส์)


1312

วัวตกบ่อ กับแรงลอยตัว (ความรู้ทางฟิสิกส์)

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

แรงลอยตัว (ความรู้ทางฟิสิกส์)

แรงลอยตัว

                แรงลอยตัวคือแรงที่ช่วยพยุงวัตถุไม่ให้จมลงไปในของเหลว โดยมีขนาดขึ้นอยู่กับ ความหนาแน่นของของเหลวนั้น และปริมาตรของงวัตถุส่วนที่จมลงไปในของเหลว

คลิกอ่านต่อ

สดร.-นักดาราศาสตร์นานาชาติ ค้นพบ “ระบบดาวคู่ที่มองไม่เห็น”

 สดร.-นักดาราศาสตร์นานาชาติ ค้นพบ "ระบบดาวคู่ที่มองไม่เห็น"

เผยข่าวดี ทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติ ร่วมกับ สดร. ค้นพบ “ระบบดาวคู่ที่มองไม่เห็น” อยู่ห่างจากโลกมากกว่า 2,000 ปีแสง โดยเป็นการบันทึกภาพจากหอดูดาวเกาเหมยกู้ของจีน และหอดูดาวที่ดอยอินทนนท์ ของไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

วันนี้ (8 พ.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page รายงานว่า นักวิจัย NARIT ร่วมกับทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติ ใช้กล้องโทรทรรศน์ควบคุมระยะไกลอัตโนมัติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร ณ หอดูดาวเกาเหมยกู่ มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน กล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เมตร ณ หอดูดาวแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ และกล้องโทรทรรศน์อีกกว่า 50 ตัวทั่วโลก บันทึกภาพปรากฏการณ์สว่างขึ้นอย่างประหลาดของดาวฤกษ์ดวงหนึ่งกว่า 25,000 ภาพ ศึกษาจนค้นพบ “ระบบดาวคู่ที่มองไม่เห็น”

โดยเมื่อเดือนส.ค.2559 กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Gaia ขององค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency: ESA) ค้นพบการสว่างขึ้นของดาวฤกษ์ 2MASS19400112+3007533 ในกลุ่มดาวหงส์ และตั้งชื่อย่อปรากฏการณ์นี้ว่า Gaia16aye

ทางองค์การอวกาศยุโรป จึงแจ้งให้นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเฝ้าสังเกตการณ์ ร่วมถึงนักวิจัยของ สดร. ซึ่งจากการเฝ้าสังเกตนานกว่า 500 วัน พบว่าเป็นปรากฏการณ์ไมโครเลนส์ (Microlensing) ซึ่งเกิดจากการเลี้ยวเบนของแสงรอบวัตถุมวลมากตามทฤษฎีของไอสไตน์ เมื่อมีวัตถุมาอยู่ระหว่างโลกกับดาวฤกษ์พื้นหลัง สนามโน้มถ่วงของวัตถุจะทำให้แสงเลี้ยวเบนคล้ายเลนส์นูน ทำให้ผู้สังเกตบนโลกเห็นดาวฤกษ์พื้นหลังสว่างขึ้น

การศึกษาปรากฏการณ์ไมโครเลนส์ สามารถช่วยให้นักดาราศาสตร์ค้นพบวัตถุที่มีความสว่างน้อย เช่น ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ที่อยู่ไกล หรือแม้กระทั่งหลุมดำได้

จากข้อมูลภาพถ่ายปรากฏการณ์ Gaia16aye มากกว่า 25,000 ภาพ มีอยู่มากกว่า 1,000 จากกล้องโทรทรรศน์ของ สดร. ที่พบว่าดาวฤกษ์มีการสว่างขึ้นจำนวน 5 ครั้ง เมื่อนำข้อมูลมาสร้างแบบจำลองพบว่าวัตถุที่เป็นเลนส์ ประกอบด้วยดาวฤกษ์สองดวงที่มีมวล 0.57 และ 0.36 เท่าของดวงอาทิตย์ ดาวทั้งสองห่างกันประมาณ 2 เท่าของระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ และมีคาบโคจรรอบกันยาวนาน 2 ปี แต่ด้วยระยะห่างจากโลกที่มากกว่า 2,000 ปีแสง ทำให้แสงที่มาจากดาวฤกษ์ทั้งสองสว่างน้อยกว่าความสามารถของกล้องโทรทรรศน์ที่จะสังเกตเห็น

ระบบดาวคู่นี้ ไม่ใช่วัตถุแรกที่นักวิจัย สดร.ร่วมกับนักดาราศาสตร์นานาชาติค้นพบด้วยเทคนิคไมโครเลนส์ ก่อนหน้านี้ ได้ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบชื่อว่า Kojima-1Lb ด้วยเทคนิคไมโครเลนส์มาแล้วเช่นกัน ซึ่งยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกล้องโทรทรรศน์ของ สดร. ที่สามารถทำงานวิจัยร่วมในระดับนานาชาติได้

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.aanda.org/component/article…ภาพ : https://www.sciencealert.com/astronomers-found-a-pair-of-in…

โคลอมเบียผลิตเตียงกระดาษใช้เป็นโลงศพได้


11

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

  โคลอมเบีย     บริษัทผลิตกระดาษแข็งแห่งหนึ่งในโคลอมเบียผุดไอเดียนำกระดาษแข็งมาผลิตเป็นเตียงสำหรับผู้ป่วยโควิด -19 เพื่อบริจาคให้แก่โรงพยาบาล และสามารถดัดแปลงให้เป็นโลงศพได้ทันที
บริษัทผลิตกระดาษแข็งแห่งหนึ่งในโคลอมเบียผุดไอเดียนำกระดาษแข็งมาผลิตเป็นเตียงสำหรับผู้ป่วยโควิด -19 เพื่อบริจาคให้แก่โรงพยาบาล เตียงกระดาษที่ว่านี้สามารถดัดแปลงให้เป็นโลงศพได้ทันที หากผู้ป่วยเสียชีวิตลงและสามารถเคลื่อนย้ายไปทำพิธีฌาปนกิจได้อย่างสะดวก เตียงกระดาษแข็งนี้สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 150 กิโลกรัม

ทางบริษัทเผยว่าสามารถผลิตเตียงกระดาษได้เดือนละ 3,000 เตียง พร้อมยังเรียกร้องให้บริษัทอื่นๆ ช่วยกันผลิต และบริจาคเตียงให้แก่โรงพยาบาล ขณะที่โคลอมเบียมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่ยืนยันแล้วกว่า 10,000 คน และมีผู้เสียชีวิต 428 คน.-สำนักข่าวไทย

 

นักวิทย์ตื่น พบหลุมดำเงียบใกล้โลกสุด ห่างแค่พันปีแสง!

ปกหลุมดำใกล้โลกสุด

 นักวิทย์ตื่น พบหลุมดำเงียบใกล้โลกสุด ห่างแค่พันปีแสง!

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

นักวิทย์ตื่น พบหลุมเงียบดำใกล้โลกสุด – วันที่ 7 พ.ค. เว็บไซต์สเปซ.คอมรายงานความตื่นเต้นของนักดาราศาสตร์หลังการค้นพบหลุมดำใหม่ล่าสุด อยู่ห่างจากดาวเคราะห์โลกไปเพียง 1,000 ปีแสง ทั้งยังสามารถมองเห็นกลุ่มดาวที่มีหลุมดำนี้อยู่ได้ด้วยตาเปล่า

หลุมดำดังกล่าวถูกค้นพบโดยบังเอิญระหว่างการศึกษาระบบดาวคู่ HR 6819 ในกลุ่มดาวกล้องโทรทรรศน์ (เทเลสโคเปียม) ด้วยกล้องโทรทรรศน์ MPG/ESO ขนาด 2.2 เมตร ของหอดูดาว ลา ซิลลา ประเทศชิลี ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

อย่างไรก็ตาม หลุมดำในระบบดาวคู่ HR 6819 จะไม่สามารถมองเห็นได้ เนื่องจากหลุมดำนั้นมีแรงดึงดูดที่มหาศาลมากจนไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถรอดพ้นไปได้ ไม่แม้แต่แสง โดยหลุมดำนี้นักสำรวจพบหลังจากนำภาพมาวิเคราะห์ สร้างความตกตะลึงให้กับนักดาราศาสตร์

แม้ไม่สามารถมองหลุมดำเห็นได้ แต่นักวิทยาศาสตร์สามารถยืนยันตำแหน่งของหลุมดำจากการคำนวณปฏิกิริยาแรงโน้มถ่วงจากวัตถุสองชิ้นในระบบดาว โดยกรณีของ ระบบดาวคู่ HR 6819 เกิดจากการบันทึกวงโคจรนานหลายเดือนของดาวทั้งสองดวงจนพบหลุมดำ

ระบบดาวคู่ HR 6819 มีสมาชิกเป็นดาวเคราะห์เพียง 2 ดวง โคจรรอบหลุมดำ โดยดาวดวงแรกโคจรครบรอบหลุมดำทุกๆ 40 วัน ส่วนอีกดวงนั้นอยู่ห่างออกไปอีก ขณะที่หลุมดำดังกล่าวนั้นจากการคำนวณพบว่าเกิดจากดาวฤกษ์ขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ 4 เท่า แต่ดับสูญไปแล้ว

นักวิทย์ตื่น พบหลุมดำเงียบใกล้โลกสุด

นายโธมัส รีวีนีอุส นักวิทยาศาสตร์จากหอดูดาวยุโรปใต้ (ESO) กล่าวว่า หลุมดำในระบบดาวข้างต้นเป็นหลุมดำที่ใกล้ดาวเคราะห์โลกมากที่สุดเท่าที่มีการค้นพบมา

รายงานระบุว่า หลุมดำที่อยู่ถัดออกไปจากหลุมดำในระบบดาวคู่ HR 6819 นั้นห่างจากโลกราว 3,000 ปีแสง อยู่ในกลุ่มดาวยูนิคอร์น (โมโนเซรอส) แต่อาจมีหลุมดำอื่นที่ใกล้โลกกว่านี้ ที่ยังไม่มีการค้นพบ เนื่องจากคาดว่า มีหลุมดำในกาแล็กซีทางช้างเผือกที่โลกเป็นสมาชิกหลายล้านแห่ง

แถลงการณ์หอดูดาวชิลี ระบุว่า หลุมดำในระบบดาวคู่ HR 6819 เป็นหลุมดำขนาดใหญ่แห่งแรกๆ ที่ความพิเศษ คือ ไม่ปลดปล่อยรังสีเอกซเรย์ออกมามากนัก แต่มีอิทธิพลต่อดาวดวงอื่น จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจและค้นหา “หลุมดำเงียบ” ประเภทนี้ได้มากขึ้น

นักวิทย์ตื่น พบหลุมดำเงียบใกล้โลกสุด

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เปเตรอ ฮาดราวา นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ กรุงปราก ของสาธารณรัฐเช็ก กล่าวว่า HR 6819 เป็นระบบดาวแห่งแรกที่มีหลุมดำแล้วสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า สิ่งนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับนักวิทยาศาสตร์

ดาวทั้งสองดวงในระบบดาวคู่ HR6819 หากมองด้วยตาเปล่าจะเห็นเป็นดวงเดียวมีความสว่างอยู่ที่ระดับ 5.4 ในกลุ่มดาวกล้องโทรทรรศน์ ใกล้กับเขตกลุ่มดาวนกยูง (พาโว)

โดยระดับความสว่างนั้นเลขยิ่งต่ำลง หมายความว่า ยิ่งสว่างมาก โดยระดับแสงน้อยที่สุดที่มนุษย์เห็นได้ด้วยตาเปล่าอยู่ที่ระดับ 6.5 ซึ่งดาวใน HR 6819 นั้นถือว่าสว่างกว่าดาวมฤตยู (ยูเรนัส) สมาชิกระบบสุริยะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_4085592

 

Rappi ส่งอาหารถึงบ้านป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19)

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

    ในช่วงของการที่ผู้คนต้องอยู่แต่ในบ้าน เพื่อป้องกันการสัมผัสกับบุคคลอื่นในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) นั้น ที่เมือง เมเดลลิน ประเทศโคลัมเบีย ได้นำร่องการทดลองใช้หุ่นยนต์ Rappi ในการส่งอาหาร ยา และสิ่งของต่าง ๆ ซึ่ง Rappi เป็นหุ่นยนต์ที่ถูกพัฒนาโดย บริษัท Rappi ของโคลัมเบีย ร่วมกับ KiwiBot ของประเทศสหรัฐอเมริกา มีลักษณะเป็นกล่องสำหรับใส่ของที่ต้องการจัดส่ง สามารถรองรับน้ำหนักสิ่งของได้สูงสุดถึง 8 กิโลกรัม ซึ่งหุ่นยนต์นี้ลักษณะคือ มีสี่ล้อ มีธงสีส้มบนเสาอากาศ ที่หุ่นยนต์มีการติดตั้งเซ็นเซอร์และกล้องสำหรับปรับเส้นทางแบบเรียลไทม์ จึงทำให้สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง หรือมนุษย์ได้ และยังสามารถเคลื่อนที่บนทางเท้าได้ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจจับการข้ามถนนว่าสามารถข้ามได้หรือไม่การให้บริการนั้นจะมีการฆ่าเชื้อโรคก่อนและหลังการทุกครั้ง โดยสามารถทำการจัดส่งได้ประมาณ 120 ครั้งต่อวัน เนื่องจากตอนนี้มีหุ่นยนต์จำนวน 15 ตัวเท่านั้น และการสั่งซื้อของจะต้องสั่งผ่านทางโทรศัพท์ หรือเว็บไซต์ Rappi เท่านั้น ซึ่งโครงการนี้อยู่ในช่วงของการทดลองส่งเฉพาะอาหารเท่านั้น โดยมีแผนที่จะดำเนินการต่อไปจนถึงเดือนกรกฎาคมเพื่อขยายโครงการไปยังเมืองอื่นๆ ต่อไป

ที่มาของภาพ
https://www.inceptivemind.com/rappi-robots-home-deliveries-avoid-directcontact-people/12884/

ที่มาของข้อมูล
[1] Rappi robots make home deliveries to avoid direct contact between people[Internet]2020. (Retrieved April 25 2020 ) from: https://www.inceptivemind.com/rappi-robots-home-deliveries-avoid-direct-contact-people/12884/
[2] Colombia’s Rappi trails robots to deliver Restaurant food to homes[Internet]2020. (Retrieved April 25 2020 ) from:

https://www.reuters.com/article/us-health-coronavirus-rappi-colombia/colombias-rappi-trials-robots-to-deliver-restaurant-food-to-homes-idUSKBN21Z3DF

สดร.ชวนชม “ฝนดาวตกอีตาอควอริดส์” คืนวันวิสาขบูชา

สดร.ชวนชม "ฝนดาวตกอีตาอควอริดส์" คืนวันวิสาขบูชา

วันนี้ (6 พ.ค.2563) สดร.ชวนชม “ฝนดาวตกอีตาอควอริดส์”ทางทิศตะวันออก บริเวณกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ เริ่มสังเกตได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 02.00 น. เป็นต้นไป

วันนี้ (6 พ.ค.2563) เฟซบุ๊กเพจ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page ได้เผยแพร่ข้อความ ระบุว่า วันนี้หรือวันวิสาขบูชา มีฝนดาวตกอีตาอควอริดส์ ทางทิศตะวันออก บริเวณกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ เริ่มสังเกตได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 02.00 น. เป็นต้นไป แต่ด้วยเป็นคืนจันทร์เพ็ญ จึงทำให้มีแสงจันทร์รบกวนในการรับชม

สำหรับฝนดาวตกอีตาอควอริดส์ เกิดจากกระแสธารของเศษหินและเศษฝุ่นขนาดน้อยใหญ่ที่ดาวหางฮัลเลย์ (1P/Halley) ทิ้งไว้ในขณะเคลื่อนผ่านเข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน เมื่อโลกโคจรผ่านเส้นทางดังกล่าว สายธารของเศษหิน และฝุ่นของดาวหางจะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงเข้ามาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศเกิดเป็นลำแสงวาบ หรือในบางครั้งเกิดเป็นลูกไฟที่มีสีสวยงาม

ทั้งนี้ สำหรับใครที่สนใจรอชมฝนดาวตกอีตาอควอริดส์ แนะนำให้สังเกตในช่วงเวลา 04.00 ไปจนถึงรุ่งเช้า เนื่องจากดวงจันทร์ตกลับขอบฟ้าไปแล้ว

 

มะพลับภูวัว..พันธุ์ใหม่ของโลก

 11

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ห้วงหน้าแล้งพันธุ์พืชพันธุ์ต่างๆ มักออกดอกออกผลให้เห็น ทีมนักวิจัยนำโดย ผศ.ดร.สุธีร์ ดวงใจ คณะวนศาสตร์ มก. ร่วมกับ ผศ.ดร.ธรรมรัตน์ พุทธไทย คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.สมราน สุดดี กับ นายสุคิด เรืองเรื่อ นักพฤกษศาสตร์ สำนักหอพรรณไม้ อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ Dr.David Middleton ผู้เชี่ยวชาญประจำสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ ออกสำรวจป่าไม้และพรรณพืชชนิดใหม่ๆเข้าตรวจสอบพืชในสกุลมะเกลือ ที่ไม่ทราบชนิด ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จ.บึงกาฬ

ทีมงานนักพฤกษศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ของสำนักหอพรรณไม้ ได้ข้อสรุป…พืชดังกล่าวเป็นพืชชนิดใหม่ของโลก

เนื่องจากมีลักษณะสัณฐานวิทยาและพันธุกรรมที่แตกต่างจากชนิดที่ได้รายงานไว้เดิมอย่างชัดเจน พร้อมตั้งชื่อพืชชนิดใหม่นี้ว่า มะพลับภูวัว คำระบุชนิด phuwuaensis เนื่องจากพื้นที่พบพืชชนิดนี้กระจายพันธุ์อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว

มะพลับภูวัว เป็นพืชในวงศ์มะเกลือ ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ รูปใบหอกแกมรูปไข่ หรือรูปรี หลังใบเขียวเข้ม ท้องใบ เขียวนวล ดอกออกตามซอกใบหรือกิ่งอ่อนที่ทิ้งใบ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีจำนวน 4-5 กลีบ กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน กลีบดอกสีขาว ผลทรงรูปไข่ ขนาด 1.3-1.8 ซม. ผลอ่อนสีเขียวอ่อน สุกสีม่วงดำ และดำ กลีบจุกผลที่มีลักษณะเรียวยาว และบิด

ถือว่าเป็นพรรณไม้ในสกุลนี้เพียงชนิดเดียวของไทย ที่มีลักษณะกลีบจุกผลยาวเลยตัวผลอย่างชัดเจน.

https://www.thairath.co.th/news/local/1836694