คลังเก็บรายเดือน: กุมภาพันธ์ 2020

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ Meb mobile e-book เรื่อง วิทยาศาสตร์น่ารู้ เล่ม 4 ตอนภาพลวงตา ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

book_detail_large

คลิกค่ะ  ฟรี

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ Meb mobile e-book เรื่อง วิทยาศาสตร์น่ารู้ เล่ม 4 ตอนภาพลวงตา ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ไวรัสโคโรนาคร่าชีวิต ผอ.โรงพยาบาลอู่ฮั่น จีนสูญเสียหมอใหญ่รายที่สอง

รอยเตอร์ – ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่นทางตอนกลางของจีน ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา เสียชีวิตเพราะเชื้อไวรัสดังกล่าวในวันอังคาร (18) สถานีโทรทัศน์ทางการ รายงาน กลายเป็นการสูญเสียแพทย์จีนระดับอาวุโสคนที่สองให้กับเชื้อมรณะนี้

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

สถานีโทรทัศน์ทางการ ระบุว่า หลิว จื้อหมิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาล อู่ฮั่น อู่ชาง เสียชีวิตเมื่อเวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น

เมื่อต้นเดือน ชาวจีนหลายล้านก็เศร้าโศกกับการเสียชีวิตของ หลี่ เหวินเหลียง นายแพทย์ที่เคยถูกตำหนิฐานออกคำเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนา

เจ้าหน้าที่การแพทย์หลายหมื่นคนกำลังพยายามยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งเชื่อว่าปรากฏขึ้นครั้งแรกในตลาดอาหารทะเลแห่งหนึ่งในอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ยทางภาคกลาง

เช่นเดียวกับกรณีการเสียชีวิตของหลี่ มีความสับสนในโลกอินเตอร์เน็ตจีนเกี่ยวกับอาการของหลิวเมื่อคืนวันจันทร์ (17)

เมื่อคืนวันจันทร์ (17) ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการสาธารณสุขหูเป่ยภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์เขียนในโพสต์สื่อสังคมออนไลน์ว่า หลิวเสียชีวิตแล้ว แต่พวกเขาระบุในภายหลังว่า หลิวยังมีชีวิตอยู่

“จากคำพูดของครอบครัวของหลิว โรงพยาบาลยังพยายามช่วยชีวิตเขาอย่างเต็มที่อยู่” คณะกรรมการฯ ระบุในโพสต์ที่สอง และเสริมว่า ข้อมูลผิดพลาดก่อนหน้านี้มาจากเพื่อนสนิทของหลิวที่ไม่ได้รับรู้สถานการณ์ล่าสุด

คณะกรรมการฯ ไม่ได้โพสต์ข้อความใดๆ ต่ออีกเลยนับตั้งแต่สถานีโทรทัศน์ทางการประกาศการเสียชีวิตของหลิวเมื่อเช้าวันอังคาร (18)

ปักกิ่งเคยถูกกล่าวหาว่าปกปิดขอบเขตทั้งหมดของการแพร่ระบาดของโรคกลุ่มอาการทางเดินหายใจร้ายแรงเฉียบพลัน (ซาร์ส) เมื่อปี 2003 ในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาปัจจุบัน ปักกิ่งเรียกร้องให้มีความโปร่งใส

เมื่อวันศุกร์ (14) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาวุโสของจีนคนหนึ่ง กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดเชื้อไวรัสนี้แล้ว 1,716 ราย และเสียชีวิตไปแล้ว 6 คน

https://mgronline.com/around/detail/9630000016352

“นาซา” เผยลายแทงธารน้ำแข็งบนดาวแดง กับความหวัง!โลกใบที่สอง

เตรียมพร้อมอีก 4 ปีจะส่งคนไปดวงจันทร์และไปต่อดาวอังคาร โดยคาดจุดน้ำแข็งด้านซีกเหนือเหมาะ ต่อการใช้ชีวิต ทั้งปลูกพืช ใช้น้ำ และผลิตเชื้อเพลิงได้ โดยต้องศึกษาในทุกฤดูกาลว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุ “นาซาเผย #ลายแทง ใต้พื้นผิวดาวอังคาร ระบุตำแหน่งของ #น้ำแข็ง ซึ่งอาจจะเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับส่งมนุษย์ไปเยือน!

โดยในปี พ.ศ. 2567 นาซามีโครงการที่จะส่งมนุษย์กลับขึ้นไปดวงจันทร์อีกครั้ง เพื่อจะส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารเป็นลำดับต่อไป แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะไปตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณใดบนดาวอังคารกันแน่

จนล่าสุดมีงานวิจัยตีพิมพ์ใน Geophysical Research Letters เรื่องแผนที่การกระจายตัวของน้ำแข็งที่ระดับความลึก 2.5 เซนติเมตรภายใต้พื้นผิวดาวอังคารได้ ซึ่งจะเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญสำหรับการเลือกตำแหน่งที่จะส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารในอนาคต

นักวิทยาศาสตร์คาดว่า บริเวณใดที่พบน้ำแข็งนั้นย่อมเหมาะสมต่อการส่งมนุษย์ไปอยู่อาศัย เนื่องจากสามารถเพาะปลูก ใช้อุปโภคบริโภค และผลิตเชื้อเพลิงจรวดได้

นาซาเรียกแนวคิดนี้ว่า “In-Situ Resource Utilization” ซึ่งเป็นเกณฑ์การพิจารณาหลักในการเลือกพื้นที่ลงจอดของยานบนดาวอังคาร งานวิจัยข้างต้นเก็บข้อมูลร่วมกับยาน MRO (Mars Reconnaissance Orbiter) และยานมาร์สโอดิสซี (Mars Odyssey) ที่โคจรรอบดาวอังคาร

#สมบัติที่ฝังอยู่ใต้พื้นผิวดาวอังคาร

น้ำแข็งที่อยู่ใต้พื้นผิวดาวอังคารส่วนมากจะอยู่บริเวณละติจูดปานกลางของดาว บริเวณอื่นก็มีการค้นพบเช่นเดียวกันแต่อาจไม่มากเท่า เช่น ยานฟีนิกซ์ขององค์การนาซาเคยศึกษาและขุดพบน้ำแข็งที่อยู่ใต้พื้นผิวที่ขั้วดาวอังคารมาแล้ว

นอกจากนี้ ยานอวกาศ MRO ที่โคจรรอบดาวอังคารก็สามารถบันทึกภาพขณะที่อุกกาบาตพุ่งชนพื้นผิวดาวอังคารแล้วขุดน้ำแข็งเหล่านี้ขึ้นมาหลายต่อหลายครั้ง ดังนั้น จึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับนักบินอวกาศที่จะขุดหาน้ำแข็งบนดาวอังคาร

เนื่องจากยานที่โคจรรอบดาวอังคารทั้งสองลำยังมีเครื่องมือตรวจจับความร้อน ได้แก่ อุปกรณ์วัดสภาพภูมิอากาศ (Mars Climate Sounder) ของยาน MRO และ กล้องถ่ายภาพความร้อน (THEMIS) บนยานมาร์สโอดิสซี ช่วยระบุตำแหน่งของน้ำแข็งใต้ผิวดาวอังคาร

น้ำแข็งที่อยู่ใต้ผิวดาวทำให้อุณหภูมิพื้นผิวของดาวเปลี่ยนไป สามารถตรวจจับได้ในเครื่องมือตรวจจับความร้อน เมื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ตรวจวัดด้วยเรดาร์ หรือศึกษาหลังเกิดการพุ่งชนจากอุกกาบาต รวมทั้งข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดสเปกตรัมรังสีแกมมาของยานมาร์สโอดิสซีช่วยให้สามารถสร้างแผนที่การกระจายตัวของน้ำแข็งที่ระดับความลึกไม่มากนักได้

#การเลือกพื้นที่ที่จะลงจอด

บนดาวอังคารมีสถานที่มากมายที่เหมาะต่อการลงจอดของยาน ทั้งบริเวณละติจูดปานกลางของทั้งซีกเหนือและซีกใต้ของดาว เนื่องจากบริเวณนี้มีอุณหภูมิที่อบอุ่นกว่าบริเวณขั้วดาว

แต่นักวิทยาศาสตร์มุ่งความสนใจไปทางซีกเหนือมากกว่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบเรียบ ทำให้ยานมีพื้นที่ในการชะลอความเร็วเพื่อลงจอดมากขึ้น พวกเขาจึงเลือกพื้นที่ที่เรียกว่า “ที่ราบต่ำอาร์คาเดีย (Arcadia Planitia)” ซึ่งจากแผนที่การกระจายตัวของน้ำแข็งใต้ผิวดาวอังคาร แสดงให้เห็นว่าบริเวณดังกล่าวมีสีฟ้าและสีม่วง หมายความว่ามีน้ำแข็งอยู่ใต้บริเวณนั้นลึกลงไปประมาณ 30 เซนติเมตร บริเวณที่มีสีโทนร้อน (เช่น สีแดง) จะพบน้ำแข็งอยู่ลึกลงไปประมาณ 60 เซนติเมตร ส่วนพื้นที่สีดำ คือ บริเวณที่พื้นผิวดาวเต็มไปด้วยชั้นฝุ่นหนา หากยานลงจอดบริเวณดังกล่าวจะมีความเสี่ยงที่อาจจมชั้นฝุ่นได้ (ดูภาพเพิ่มเติมได้ในคอมเมนต์)

#การศึกษาต่อไปในอนาคต

หลังจากนี้ นักวิทยาศาสตร์จะศึกษาน้ำแข็งใต้พื้นผิวดาวอังคารในฤดูกาลที่แตกต่างกัน เพื่อศึกษาว่าแหล่งทรัพยากรมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ต่อไป

อ้างอิง : https://www.nasa.gov/…/nasas-treasure-map-for-water-ice-on-…
เรียบเรียง : ฟ้าประกาย เจียรคุปต์ – เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร.”

ภาพจาก  https://www.nasa.gov/…/nasas-treasure-map-for-water-ice-on-…

คลิกครับ

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ Meb mobile e-book เรื่อง วิทยาศาสตร์น่ารู้ เล่ม 5 ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

book_detail_large

คลิกค่ะ  ฟรี

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ Meb mobile e-book เรื่อง วิทยาศาสตร์น่ารู้ เล่ม 5  ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

วัตถุปริศนาพุ่งผ่านท้องฟ้าเหนือภูเขาไฟเม็กซิโก หรือจะเป็น UFO ?

11

    เม็กซิโก-เปิดคลิปวัตถุปริศนาพุ่งผ่านท้องฟ้าเหนือภูเขาไฟโปโปคาเตเปตล์ ที่ยังปะทุอยู่ของเม็กซิโก โดยวัตถุปริศนาดังกล่าวเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง ทำหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเป็นยานบินของมนุษย์ต่างดาว หรือ UFO หรือไม่ แต่บางส่วนก็มองว่าอาจจะเป็นเครื่องบิน หรือดาวเทียม

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

โรคไวรัสโคโรนา: องค์การอนามัยโลกเปลี่ยนชื่อปอดอักเสบอู่ฮั่น “โควิด-19″ เลี่ยงเอ่ยสถานที่

โรคไวรัสโคโรนา: องค์การอนามัยโลกเปลี่ยนชื่อปอดอักเสบอู่ฮั่น "โควิด-19" เลี่ยงเอ่ยสถานที่

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

    นายเทดรอส อะดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก แถลงวันนี้ (11 ก.พ.) ว่า ชื่ออย่างเป็นทางการของโรคปอดอักเสบอู่ฮั่น คือ โรคไวรัสโคโรนา (Corona Virus Disease) หรือย่อว่า โควิด-19 (COVID-19)

ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกรายนี้ ให้เหตุผลที่ต้องให้ชื่ออย่างเป็นทางการครั้งนี้ว่า เป็นเพราะต้องการเลี่ยงใช้ชื่อสถานที่ ชื่อสัตว์ ชื่อที่อ้างถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคล

นอกจากนี้ ชื่อใหม่ยังทำให้ออกเสียงง่าย และมีความเกี่ยวข้องกับโรค ที่ทำให้คนนึกถึงเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ทันที

ใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนขยะคาร์บอน เป็น “กราฟีน” วัสดุล้ำค่าแห่งอนาคต

ใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนขยะคาร์บอน เป็น “กราฟีน” วัสดุล้ำค่าแห่งอนาคต – BBCไทย

ปัญหาขยะล้นโลกและภาวะโลกร้อน ซึ่งเกิดจากการปล่อยคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ กำลังจะได้รับการแก้ไขด้วยนวัตกรรมชิ้นใหม่ โดยสิ่งประดิษฐ์นี้สามารถเปลี่ยนขยะซึ่งมีองค์ประกอบพื้นฐานเป็นคาร์บอนทุกชนิด ให้กลายเป็น “กราฟีน” (Graphene) วัสดุมหัศจรรย์แห่งอนาคตที่มีมูลค่าสูงได้

ทีมนักเคมีจากมหาวิทยาลัยไรซ์ (Rice University) ของสหรัฐฯ ผู้คิดค้นกรรมวิธีผลิตกราฟีนจากขยะคาร์บอน ได้ตีพิมพ์รายละเอียดเกี่ยวกับผลงานข้างต้นลงในวารสาร Nature โดยระบุว่าสามารถผลิตผงกราฟีนคุณภาพสูงได้ด้วยวิธีการที่เสียค่าใช้จ่ายน้อย ทั้งยังผลิตได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

มีการสร้างเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็กเพื่อให้ความร้อนกับขยะด้วยไฟฟ้า ตามวิธีการที่เรียกว่า “การให้ความร้อนแบบจูล” (Joule heating) หรือ “การให้ความร้อนแบบโอห์ม” (Ohmic heating) โดยจะปล่อยกระแสไฟฟ้าให้สัมผัสกับขยะซึ่งมีความต้านทานไฟฟ้าอยู่ชั่วขณะสั้น ๆ แต่ทำให้เกิดความร้อนได้สูงถึง 3,000 เคลวิน

ความร้อนนี้จะทำลายพันธะคาร์บอนของขยะ และทำให้มันเข้าสู่กระบวนการกลับคืนสู่สถานะพื้น ซึ่งก็คือการกลายสภาพกลับไปเป็นกราไฟต์ (Graphite) แต่อย่างไรก็ตาม นักวิจัยสามารถหยุดปฏิกิริยานี้ไว้กลางทางในขั้นที่มันกำลังกลายสภาพเป็นกราฟีนได้ โดยกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่กี่มิลลิวินาทีเท่านั้น

ศาสตราจารย์ เจมส์ ทัวร์ ผู้นำทีมวิจัยระบุว่า วิธีการผลิตกราฟีนแบบนี้ใช้ต้นทุนต่ำ และสามารถปรับให้เป็นการผลิตระดับอุตสาหกรรมได้ง่าย ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากกรรมวิธีผลิตไม่กินพลังงานมาก ส่วนก๊าซออกซิเจนและก๊าซไนโตรเจนที่เกิดขึ้นในเตาปฏิกรณ์ก็สามารถดักจับเพื่อนำไปใช้ประโยชน์อีกครั้งได้

ทีมผู้วิจัยเรียกกราฟีนชนิดนี้ว่า “กราฟีนสายฟ้า″ (Flash Graphene) เพราะสามารถผลิตได้อย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา และไม่ทำให้เกิดของเสียที่จะเป็นมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม แต่จะมีแสงสว่างจ้าเกิดขึ้นเพียงแวบเดียว ซึ่งมาจากความร้อนส่วนเกินที่เกิดขึ้นระหว่างให้กระแสไฟฟ้ากับวัตถุดิบนั่นเอง

ศ. ทัวร์ กล่าวว่า “ของแข็งที่มีองค์ประกอบพื้นฐานเป็นคาร์บอน สามารถนำมาผลิตเป็นกราฟีนได้ด้วยกรรมวิธีนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเปลือกกล้วย เศษอาหาร พลาสติก หรือยางรถยนต์ เราสามารถทำให้ขยะไร้ค่ากลายเป็นวัสดุสูงค่าขึ้นมาได้”

“ผงกราฟีนคุณภาพสูงที่ผลิตได้นี้ จะมีราคาถูกลงกว่าที่จำหน่ายกันอยู่ในปัจจุบันหลายเท่า อาจนำไปผสมกับคอนกรีตเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและช่วยลดการผลิตคอนกรีตลง เนื่องจากอุตสาหกรรมประเภทนี้เป็นตัวการสำคัญที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 8% ต่อปี”

กราฟีนเป็นวัสดุคาร์บอนที่มีความหนาเพียงอะตอมเดียว และได้รับการขนานนามว่าเป็นวัสดุมหัศจรรย์ เพราะมีความแข็งแกร่งกว่าเหล็กถึง 200 เท่า และนำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดง โดยเพียงผสมกราฟีน 1% ลงในพลาสติก ก็สามารถทำให้พลาสติกนั้นนำไฟฟ้าได้

หากกราฟีนมีราคาถูกลงและผลิตได้ง่ายขึ้น คาดว่าจะมีการนำมาใช้แพร่หลายในงานด้านเทคโนโลยีหลายแขนง เช่นการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ล้ำยุค แผงเซลล์สุริยะและแบตเตอรีประสิทธิภาพสูง วัสดุประกอบรถยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ที่ฝังในร่างกาย รวมทั้งแผ่นกรองน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืดบริสุทธิ์

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3547134

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book วิทยาศาสตร์น่ารู้ เล่ม 6 ของสำนักพิมพ์ OoKBee

Cover

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book วิทยาศาสตร์น่ารู้ เล่ม 6  ของสำนักพิมพ์ OoKBee

     

คลิกค่ะ  ฟรี

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ใครคือ Li Wenliang หมอจีนผู้เตือนภัยไวรัสโคโรนาคนแรกๆ

5F206726E28814501F33D50B376CB6F6

จักษุแพทย์ผู้นี้ เป็นหนึ่งในแปดคนที่ออกมาเตือนถึงการระบาดของไวรัสโคโรนาช่วงแรกๆ แต่กลับถูกจีนเอาผิดฐานแชร์ข้อมูลเท็จ

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

คืนวันพฤหัสบดี 6 ก.พ. ที่ผ่านมา บัญชีเว่ยป๋อ ของโรงพยาบาล Wuhan Central Hospital และทวิตเตอร์ขอสำนักข่าว Global Time ของทางการจีนรายงานว่า นายแพทย์ Li Wenliang ผู้ซึ่งออกมาเตือนถึงการระบาดของไวรัสโคโรนาช่วงแรกๆ ซึ่งตนเองเข้ารักษาตัวจากการติดเชื้อดังกล่าว ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อเวลา 02.58 น.

การเสียชีวิตของนายแพทย์หลี่ ส่งผลให้ผู้ใช้งานเว่ยป๋อ สื่อโซเชียลมีเดียของจีนเต็มไปด้วยการแสดงความคิดเห็นทั้งแสดงความเสียใจของการจากไปของนายแพทย์วัยเพียง34ปี และแสดงความโกธรเคืองต่อทางการจีน ที่สั่งเอาผิดเขาฐานแชร์ข้อมูลเท็จ

สำหรับนายแพทย์หลี่ วัย34 ปี เป็นจักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาล Wuhan Central Hospital โดยเรื่องราวการเปิดเผยของนพ.หลี่ เริ่มขึ้นในเดือนธันวาคมปี 2019 จากการที่เขาพบคนไข้ซึ่งป่วยด้วยการติดเชื้อลักษณะคล้ายกับโรคซาร์สถึง 7 ราย

กระทั่งวันที่ 30 ธ.ค. นพ.หลี่ได้ส่งข้อความเตือนเพื่อนหมอด้วยกันในแชทกรุ๊ปเกี่ยวกับ “โรคลึกลับ” รวมถึงแนะนำให้พวกเขาสวมชุดป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ ทั้งเขาได้เผยแพร่ข้อมูลการพบการติดเชื้อที่มีลักษณะ”คล้ายโรคซาร์ส”ลงในเว่อป๋อบัญชีส่วนตัว

สี่วันต่อมา ตำรวจในท้องถิ่นบุกไปที่บ้านนพ.หลี่ พร้อมด้วยคนอื่นๆอีก 7 ราย เพื่อสอบสวนฐานแชร์ข้อมูลเท็จอันก่อให้เกิดความสับสนต่อสังคมและสาธารณะ โดยสั่งให้นพ.หลี่พร้อมกับพวกลงนามว่าจะไม่ส่งต่อข้อมูลดังกล่าวอีก

วันที่ 10 ม.ค. นพ.หลี่โพสต์ข้อความลงเว่ยป๋อว่า เริ่มมีอาการไอ วันต่อมามีไข้สูง และอีกสองวันจากนั้นเขาเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล กระทั่งวันที่ 30 ม.ค. ผลการตรวจยืนยันชัดว่าเขาติดเชื้อไวรัสโคโรนา

หมอหลี่ เผยเรื่องราวของตนผ่านโซเชียลมีเดียว่า เขาอาจติดเชื้อจากคนไข้ในระหว่างทำการผ่าตัดต่อหิน ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าเกิดการระบาดขึ้นแล้ว

หลังเกิดการระบาด ทางการท้องถิ่นได้กล่าวขอโทษนายแพทย์หลี่แล้วพร้อมกับคนอื่นๆ จากการดำเนินการสอบสวนเอาผิดฐานแชร์ข้อมูลเท็จ ขณะที่ชาวเน็ตในโซเชียลมีเดียจีนต่างแสดงความโกรธเคืองต่อรัฐบาลที่ไม่ยอมรับการแพร่ระบาดของโรคในช่วงแรก ทั้งยังรับมือกับวิกฤตการระบาดที่ไม่ดีพอ ด้วยการติด# “รัฐบาลอู่ฮั่นเป็นหนี้คำขอโทษดร.หลี่” และ “เราต้องการเสรีภาพในการพูด”

สื่อจีนเผยประวัติของแพทย์ผู้เสียสละรายนี้ว่า เป็นจักษุแพทย์ที่มีชื่อเสียงของมณฑลอู่ฮั่น และยังเป็นทั้งพ่อและสามีของภรรยาซึ่งกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง ขณะที่บิดามารดาของหมอหลี่ถูกระบุว่าติดเชื้อโคโรนาเช่นกัน

ด้านโกลบอลไทม์ สื่อจีนได้เผยบทสัมภาษณ์หัวหน้าศูนย์ควบคุมโรคจีน (CCDC) ว่า ชาวอู่ฮั่นทั้ง8รายที่ออกมาเปิดเผยการระบาดเป็นกลุ่มแรกควรได้รับการยกย่อง พวกเขาฉลาดที่รับรู้ถึงการระบาดก่อนคนอื่นๆ แต่อย่างไรก็ดี การตัดสินว่าโรคระบาดได้เกิดขึ้นแล้วนั้น ต้องอาศัยการสนับสนุนจากหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์

คนไทยนิยมโทรหากันผ่านไลน์มากที่สุดในโลก!

LINE เผยพฤติกรรมผู้ใช้ชาวไทยนิยมใช้บริการ โทรไลน์มากถึง 49 ล้านครั้งต่อวัน สูงที่สุดในโลก

วันนี้ (4 ก.พ.63) LINE ประเทศไทย ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ใช้งานกว่า 45 ล้านราย พฤติกรรมที่นิยมมากที่สุดในปี 2562 ที่ผ่านมาคือบริการ LINE Call หรือโทรฟรีผ่าน LINE  โดยมีอัตราการใช้งานเฉลี่ยสูงถึง 49 ล้านครั้งต่อวัน ซึ่งนับเป็นยอดการใช้งานที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย

ขณะที่การส่งสติกเกอร์ยังคงเป็นวิธีการสื่อสารแทนข้อความที่โดนใจคนไทย พบว่าช่วงเวลาที่คนส่งสติกเกอร์ผ่าน LINE เยอะที่สุดคือเวลา 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืน และคำพูดหรือข้อความที่คนไทยนิยมส่งเป็นสติกเกอร์แทนมากที่สุดจะเป็นคำพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ได้แก่ Hello, Love, 555, Ok และ Thank you บ่งชี้ให้เห็นว่าคนไทยใช้สติกเกอร์เป็นหนึ่งในการสื่อสารขั้นพื้นฐานในชีวิตประจำวันไปแล้ว

นอกจากนี้ LINE ยังเน้นเรื่องของคอนเทนต์ที่ตรงใจคนไทย ด้วยการศึกษารูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้เพื่อมาวิเคราะห์หาคอนเทนต์ที่ใช่ เช่น การพูดคุยผ่านแชต LINE ที่จะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน LINE จึงมีการต่อยอดในการคัดสรรคอนเทนต์ที่น่าสนใจและอยู่ในกระแสความสนใจ อาทิ สลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งไม่เพียงแค่แสดงผลสลากกินแบ่ง ยังเพิ่มการถ่ายทอดสด และอัพเดทข่าวสารข้อมูลน่าสนใจอื่นๆ ผ่าน LINE TODAY

สิ่งที่ค้นพบเพิ่มเติม คือ รูปแบบพฤติกรรมของคนไทยเช่นคอนเทนต์ดูดวงใน LINE TODAY โดยช่วงเวลายอดฮิตที่คนไทยนิยมดูดวงมากที่สุดคือเวลา 7 โมงถึง 9 โมงเช้า แสดงให้เห็นว่า คนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เช็คดวงของตนเองในทุกๆ เช้าผ่านแพลตฟอร์ม LINE ก่อนเริ่มต้นกิจกรรมในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ข้อมูลจากบริการใหม่ล่าสุด LINE Melody เสียงเรียกเข้าและเสียงรอสายเมื่อโทรผ่าน LINE Call มีเพลงฮิตติดลมบนตั้งแต่วันที่ออกอากาศจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ เพลงรักติดไซเรน  ความนิยมส่งข้อความหรือรูปภาพในเทศกาลสำคัญต่างๆ เช่นเทศกาลส่งความสุจข้ามปีเที่ยงคืน ถึง ตี 1 ของวันที่ 1 มกราคม 2563   มีการส่งสติกเกอร์มากกว่าปกติถึง 6 เท่า และมีการส่งรูปภาพหากันสูงกว่าปกติถึง 8 เท่าเป็นต้น

https://www.tnnthailand.com/content/28033