คลังเก็บรายเดือน: กุมภาพันธ์ 2020

พบร่องรอยการระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดในจักรวาลรองจากบิ๊กแบง

post-featured-image

พบร่องรอยการระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดในจักรวาลรองจากบิ๊กแบง

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ทีมนักดาราศาสตร์ขององค์การนาซา ตรวจพบร่องรอยการระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาในประวัติศาสตร์ของจักรวาล ซึ่งมีความรุนแรงรองลงมาจากเหตุการณ์บิ๊กแบง (Big Bang) ที่เป็นจุดเริ่มต้นการขยายตัวของเอกภพเท่านั้น

ร่องรอยการระเบิดครั้งมโหฬารนี้ พบว่าเป็นช่องโหว่ขนาดยักษ์ในกระจุกดาราจักรโอฟิวคุส (Ophiuchus galaxy cluster) ซึ่งอยู่ห่างจากโลกราว 390 ล้านปีแสง โดยสันนิษฐานว่าการระเบิดปลดปล่อยพลังงานมหาศาลจากหลุมดำมวลยิ่งยวดตรงใจกลางกระจุกดาราจักรดังกล่าว ทำให้เกิดช่องโหว่นี้ขึ้น

Galaxy core
XMM/CHANDRA/GMRT/2MASS

กระจุกดาราจักร Ophiuchus มีช่องโหว่ (สีน้ำเงินในกรอบสี่เหลี่ยม) ซึ่งใหญ่กว่ากาแล็กซีทางช้างเผือก 15 เท่า

กล้องโทรทรรศน์รังสีเอกซ์จันทราพบร่องรอยการระเบิดนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2016 โดยต่อมาพบว่าเป็นช่องโหว่ในกลุ่มก๊าซร้อน ซึ่งกินพื้นที่ขนาดใหญ่กว่ากาแล็กซีทางช้างเผือกถึง 15 เท่า

ดร. ซีโมนา เจียชินตุชชี ผู้นำทีมวิจัยระบุว่า หลุมดำมวลยิ่งยวดที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 10 ล้านเท่า อาจปะทุพลังงานส่วนเกินที่ได้จากการดูดกลืนดาวฤกษ์ออกมาในรูปของไอพ่นเป็นครั้งคราว โดยการระเบิดไอพ่นพลังงานสูงจนทำให้บางส่วนของกระจุกดาราจักรเป็นช่องโหว่นั้น เทียบได้กับการปะทุของภูเขาไฟเซนต์เฮเลนส์เมื่อปี 1980 ซึ่งแรงระเบิดจากภายในทำให้ปากปล่องภูเขาไฟส่วนยอดต้องพังทลายไป

NASA/CXC /M.WEISS
คำบรรยายภาพ
ภาพจำลองระบบดาวคู่ 4U 1630-47 ประกอบด้วยหลุมดำที่กำลังดูดกลืนดาวฤกษ์และปลดปล่อยไอพ่นออกมา 2 ลำ

ดร. แม็กซิม มาร์เกวิตช์ ผู้ร่วมทีมวิจัยของนาซาอีกรายอธิบายเพิ่มเติมว่า ไอพ่นที่ปะทุจากหลุมดำน่าจะเดินทางผ่านห้วงอวกาศในกระจุกดาราจักรไประยะหนึ่ง ก่อนจะปะทะเข้ากับวัตถุบางอย่างจนทำให้เกิดการระเบิดเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ คล้ายกับการเป่าลมลงไปในหลอดดูดน้ำ ซึ่งจะทำให้เกิดฟองอากาศระเบิดออกที่ปลายหลอด

มีการตีพิมพ์รายงานวิจัยนี้ในวารสาร The Astrophysical Journal โดยระบุว่าข้อมูลล่าสุดที่รวบรวมได้มาจากกล้องโทรทรรศน์หลายตัว ทั้งกล้องที่อยู่ในอวกาศเช่นกล้องโทรทรรศน์รังสีเอกซ์จันทราและกล้องโทรทรรศน์อวกาศ XMM-Newton ขององค์การอวกาศยุโรป ส่วนข้อมูลการแผ่คลื่นวิทยุที่ชี้ถึงขอบเขตของช่องโหว่นั้น ได้จากกล้องโทรทรรศน์วิทยุคลื่นไมโครเวฟ GMRT ในอินเดีย และกล้องโทรทรรศน์วิทยุคลื่นความถี่ต่ำ MWA ในออสเตรเลีย

พลังงานมหาศาลที่ทำให้เกิดการระเบิดครั้งนี้ อยู่ในระดับที่สูงกว่าการระเบิดในกระจุกดาราจักร MS 0735.6+7421 ซึ่งเป็นแชมป์เก่าถึง 5 เท่า โดยทีมผู้วิจัยสันนิษฐานว่า การที่หลุมดำมวลยิ่งยวดปะทุไอพ่นในระดับพลังงานขนาดนี้ได้ น่าจะเป็นเพราะมีการดูดกลืนกาแล็กซีเข้าไปเมื่อหลายร้อยล้านปีมาแล้ว

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3663790

คลิกดูคลิป

ชมภาพความงามใต้ผืนน้ำที่ชนะการประกวดช่างภาพใต้น้ำยอดเยี่ยมแห่งปี 2020

post-featured-image

ชมภาพความงามใต้ผืนน้ำที่ชนะการประกวดช่างภาพใต้น้ำยอดเยี่ยมแห่งปี 2020 – BBCไทย

ช่างภาพใต้น้ำยอดเยี่ยมแห่งปี เป็นการประกวดภาพถ่ายใต้ผิวน้ำของมหาสมุทร ทะเลสาบ และแม่น้ำสายต่าง ๆ

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ช่างภาพใต้น้ำจาก 70 ประเทศทั่วโลก ส่งภาพกว่า 5,500 ภาพเข้าร่วมการประกวดใน 13 ประเภท

แมวน้ำว่ายวนรอบภูเขาน้ำแข็งในแอนตาร์กติกา

Greg Lecoeur

เกร็ก เลเกอร์ ชนะรางวัลช่างภาพใต้น้ำยอดเยี่ยมแห่งปี 2020 จากภาพ Frozen Mobile Home ซึ่งเป็นภาพแมวน้ำที่กำลังว่ายน้ำวนรอบภูเขาน้ำแข็งในแอนตาร์กติกา
ลูกฉลามเลมอน ในป่าชายเลนของบาฮามาส

Anita Kainrath

อานิทา เคนรัท จากออสเตรีย คว้ารางวัลช่างภาพใต้น้ำอัปแอนด์คัมมิงยอดเยี่ยมแห่งปี (Up & Coming Underwater Photographer of the Year) จากภาพ Shark Nursery ซึ่งเป็นภาพลูกฉลามเลมอน (lemon shark) ในป่าชายเลนของบาฮามาส
ปลาทูน่าที่ถูกจับ

Pasquale Vassallo

พาสควาเล บัสซัลโล จากอิตาลี คว้ารางวัล ช่างภาพใต้น้ำอนุรักษ์ทางทะเลยอดเยี่ยมแห่งปี (Marine Conservation Photographer of the Year) ด้วยภาพ Last Dawn, Last Gasp ซึ่งเป็นภาพของปลาทูน่าตัวหนึ่งที่กำลังถูกลากไปยังเรือลำหนึ่งที่อยู่นอกชายฝั่งของเมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี
ปลาแรบบิตฟิช (Rabbitfish)

Nick More

นิก มอร์ จากเมืองเดวอน ของอังกฤษ คว้ารางวัล ช่างภาพใต้น้ำชาวอังกฤษยอดเยี่ยมแห่งปี (British Underwater Photographer of the Year) จากภาพ Rabbitfish Zoom Blur ซึ่งถ่ายในอินโดนีเซีย
ม้าน้ำ

Nur Tucker

นัวร์ ทักเกอร์ จากวิมเบิลดัน ของอังกฤษ คว้ารางวัลช่างภาพใต้นำชาวอังกฤษที่ประสบความสำเร็จที่สุดยอดเยี่ยมแห่งปี (Most Promising British Underwater Photographer) จากภาพ Commotion in the Ocean ซึ่งเป็นภาพของม้าน้ำ
ฟลาเวีย เอเบอร์ฮาร์ด กำลังดำน้ำในคาบสมุทรยูคาตัน ของเม็กซิโก

Zena Holloway

เซนา ฮอลโลเวย์ คว้ารางวัลในประเภทภาพขวาดำจากภาพของ ฟลาเวีย เอเบอร์ฮาร์ด นักดำน้ำแบบฟรีไดฟ์วิงและนักอนุรักษ์ชาวบราซิล ในคาบสมุทรยูคาตันของเม็กซิโก
ซากเรือยอร์ยอส (Georgios)

Renee Capozzola

เรเน คาพอซโซลา คว้ารางวัลในประเภทภาพซากอับปาง ด้วยภาพซากเรือยอร์ยอส (Georgios) ในซาอุดีอาระเบีย เรือลำนี้เกยตื้นในปี 1978 และปัจจุบันกลายเป็นปะการังเทียม
กุ้งยูนิคอร์น

Keigo Kawamura

เคอิโงะ คาวามูระ คว้ารางวัลในประเภทภาพมาโคร จากภาพกุ้งยูนิคอร์นในญี่ปุ่น
ดอกไม้ทะเล

Trevor Rees

เทรเวอร์ รีส คว้ารางวัลในประเภทภาพมุมกว้างเฉพาะช่างภาพชาวอังกฤษ จากภาพดอกไม้ทะเล ที่ทะเลสาบ ล็อกดัตช์ บนเกาะเชตแลนด์ ของสกอตแลนด์
เชน คีนา คว้ารางวัลประเภทภาพอนุรักษ์ จากภาพปูเสฉวนบนเกาะเพเลลิว (Peleliu Island) ที่มุดไปอยู่ใต้กระป๋องที่ถูกทิ้ง

Shane Keena

เชน คีนา คว้ารางวัลประเภทภาพอนุรักษ์ จากภาพปูเสฉวนบนเกาะเพเลลิว (Peleliu Island) ที่มุดไปอยู่ใต้กระป๋องที่ถูกทิ้ง

 

ภาพทุกภาพเป็นลิขสิทธิ์ของช่างภาพตามที่ปรากฏชื่อ

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3659555

คลิกดูคลิป

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ Meb mobile e-book เรื่อง ฟิสิกส์ ม.ปลาย เรื่องควอนตัมของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

book_detail_large

คลิกค่ะ  ฟรี

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ Meb mobile e-book เรื่อง ฟิสิกส์ ม.ปลาย เรื่องควอนตัมของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

 

 –

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ที่นอนอัจฉริยะ Sleep Number Climate 360 ร้อน.. หนาว.. เราคุมได้.. ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ กับความร้อนและความเย็น

       ารนอนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์เราทุกคนนะคะ ซึ่งถ้าเรานอนคนเดียวก็แล้วไป แต่ถ้าเรามีเพื่อนร่วมเตียงที่ขี้หนาวขี้ร้อนต่างกับตัวเราอยู่ด้วยล่ะ.. จะทำยังไง

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ กับความร้อนและความเย็น

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

      นี่เลยค่ะตัวช่วยชั้นยอด Sleep Number Climate 360 เตียงปรับอุณหภูมิได้ ที่สามารถปรับได้ทั้งร้อน และเย็น.. แล้วมันน่าตื่นเต้นตรงไหนน่ะหรอ.. ถ้าแค่ปรับอุณหภูมิร้อนเย็นได้ พวก Cool Pad หรือเบาะไฟฟ้าความร้อนก็ไม่ต่างกันใช่ไหมล่ะคะ

      ต่างค่ะ.. ต่างกันมากๆ เพราะเจ้า Sleep Number Climate 360 นี้ สามารถปรับอุณหภูมิแบบ –แยกส่วน- ได้.. เอาง่ายๆเลย.. หากเป็นเตียงขนาดใหญ่ที่นอน 2 คนได้ แล้วคนนึงขี้หนาวอีกคนขี้ร้อน นั่นคือปัญหาโลกแตกที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาใช่ไหมคะ แต่ Sleep Number Climate 360 เขาแก้ปัญหานี้ให้เราได้แล้ว ด้วยการปรับอุณหภูมิแต่ละตำแหน่งให้มีความแตกต่างกันได้ เราก็แบ่งฝั่งกันไปเลยค่ะ.. เธอร้อน.. ฉันหนาว.. ก็ปรับให้สบายไปเลย.. winwin กันทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ

*ภาพจาก : Youtube Sleep Number

     เท่านั้นยังไม่พอนะคะ ที่นอนตัวนี้ยังสามารถปรับอุณหภูมิเฉพาะบริเวณเท้าของเราให้อุ่นหรือเย็นได้อีกด้วย เพราะเขาดีไซน์ออกมาตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ ที่ว่ากันว่าหากบริเวณเท้ามีอุณหภูมิที่สบาย ร่างกายทั้งร่างก็จะสบายไปด้วย เหมือนเวลาที่เราร้อนเราก็สะบัดปลายผ้าห่มให้เท้าเราโดนลม หรือเวลาหนาวเราก็ต้องเหน็บผ้าห่มให้แน่นกริ๊บอยู่ใต้เท้าเรานั่นแหละค่ะ

*ภาพจาก : Youtube Sleep Number

และนอกจากเรื่องการปรับอุณหภูมิที่ทำได้อย่างใจนึกแล้ว เขายังสามารถปรับความนุ่ม-ความแข็งของที่นอนได้ด้วยเทคโนโลยี DualAir™ เพื่อให้ที่นอนเข้ากับสรีระของแต่คนมากที่สุด รวมทั้งสามารถปรับเปลี่ยนความนุ่มความแข็งของที่นอนได้อัตโนมัติตามการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานด้วย ResponsiveAir™ เพื่อการนอนหลับที่สบายและเต็มประสิทธิภาพตลอดคืน เรียกว่าเอาให้รู้สึกสบายสุดๆกันไปเลย

*ภาพจาก : Youtube Sleep Number

Sleep Number Climate 360 ยังสามารถตรวจวัดอัตรการเต้นของหัวใจของเรา การหายใจ และการเคลื่อนไหวของร่างกายยามหลับ แล้วนำมาประมวลผลในแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนของเรา เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆออกมา ให้เราสามารถนำมาปรับปุรงการนอนของเราให้ดีขึ้น หลับสนิทตลอดทั้งคืน..

*ภาพจาก : Youtube Sleep Number

ไม่น่าเชื่อนะคะว่าเรามาถึงยุคที่แค่นอนก็สามารถทั้งวิเคราะห์สุขภาพ และปรับเปลี่ยนสรีระเราอย่างอัตโนมัติเพื่อให้ร่างกายเราสบายสุดๆกันแล้ว ซึ่งมันคงจะดีมากในวันที่เราเหนื่อยล้าจากเรื่องต่างๆระหว่างวันหากได้นอนบนที่นอนที่ทั้งฉลาดทั้งสบายขนาดนี้.. อยากได้ไว้ที่ห้องชะมัดเลย..

https://www.dailygizmo.tv/2020/01/09/sleep-number-climate-360/ 

“Larry Tesler” เจ้าของไอเดีย copy, paste เสียชีวิตแล้ว

“Larry Tesler” ผู้ริเริ่มฟังก์ชั่น  cut, copy, paste เสียชีวิตแล้วในวัย 74 ปี

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

 เว็บไซต์ the verge รายงานว่า “Larry Tesler” ผู้ริเริ่มฟังก์ชั่น  cut, copy,  paste ที่ใช้กันทั่วโลกอย่างแพร่หลายได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 74 ปี 

“Larry Tesler”เกิดเมื่อปี 1945 ที่เมืองนิวยอร์ก เขาศึกษาด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่ Stanford  หลังจากที่เขาได้ทำงานด้านการวิจัย AI เขาได้ร่วมงานกับ Xerox’s Palo Alto Research Center (PARC) ในปี 1973 ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาพัฒนาคอนเซปต์   cut, copy,  paste 


ต่อมา “Larry Tesler” ได้ย้ายมาทำงานที่แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ และทำงานจนถึงปี 1997 และพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทอีกหลายชิ้น อาทิ เครื่องแมกอินทอช และ ลิซ่า ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แรกๆทำให้ฟังก์ชั่น  cut, copy,  paste เป็นที่นิยม 

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ Meb mobile e-book เรื่อง วิทยาศาสตร์น่ารู้ เรื่องคลื่นและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

book_detail_large

คลิกค่ะ  ฟรี

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ Meb mobile e-book เรื่อง วิทยาศาสตร์น่ารู้ เรื่องคลื่นและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

 

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

นักฟิสิกส์จับอะตอมเดี่ยวให้อยู่นิ่ง ถ่ายภาพปฏิกิริยาระดับควอนตัมได้เป็นครั้งแรก

post-featured-image

นักฟิสิกส์จับอะตอมเดี่ยวให้อยู่นิ่ง ถ่ายภาพปฏิกิริยาระดับควอนตัมได้เป็นครั้งแรก – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

อะตอมรวมตัวกันเป็นโมเลกุลได้อย่างไร ? คำถามนี้อาจฟังดูไม่ยากสำหรับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน แต่อันที่จริงแล้ว เรายังไม่ทราบแน่ชัดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับเล็กที่สุดหรือในระดับควอนตัม ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จำเป็นจะต้องดักหรือจับยึดอะตอมเดี่ยว ๆ ให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ได้เสียก่อน จึงจะสามารถสังเกตกระบวนการรวมตัวเป็นโมเลกุลที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดได้

ล่าสุดทีมนักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยโอทาโกของนิวซีแลนด์ ใช้เทคนิคพิเศษจับยึดอะตอมเดี่ยวของธาตุรูบิเดียมให้อยู่นิ่งได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยใช้แสงเลเซอร์เป็นคีมจับอะตอมไว้ในตู้สุญญากาศระดับสูงยิ่งยวด ซึ่งมีอุณหภูมิหนาวเย็นสุดขั้วถึง 1 / 1,000,000 เคลวิน ก่อนจะนำมันไปอยู่ใกล้กับอะตอมที่ถูกจับไว้อีกตัวหนึ่ง เพื่อสังเกตปฏิกิริยาการรวมตัวได้ชัดเจนผ่านกล้องจุลทรรศน์

มีการตีพิมพ์รายงานการทดลองครั้งนี้ในวารสาร Physical Review Letters โดยระบุว่าในอดีตนักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถจะศึกษาปฏิกิริยาระหว่างอะตอมเดี่ยวขณะที่รวมตัวกันเป็นโมเลกุลได้ เพราะความสับสนของอะตอมจำนวนมากที่ชนกันและเคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็ว

UNIVERSITY OF OTAGO / ภาพถ่ายอะตอมที่เห็นเป็นกลุ่มหมอก เมื่อสังเกตการณ์ผ่านกล้องจุลทรรศน์

อย่างดีที่สุด นักวิทยาศาสตร์จะทำได้เพียงคำนวณหาค่าเฉลี่ยทางสถิติที่ต้องการทราบ จากกลุ่มของอะตอมที่ถูกทำให้เย็นจัดจนเสมือนมีคุณสมบัติเป็นเนื้อเดียวกันหมดเท่านั้น

รศ. มิกเคล แอนเดอร์เซน หนึ่งในทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยโอทาโกบอกว่า “ในครั้งนี้เราจับยึดอะตอมเดี่ยวไว้ 3 ตัว โดยแยกให้อยู่กันคนละที่ในตอนแรก ก่อนจะบังคับให้ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้กัน”

“อะตอมสองตัวเกิดพันธะเชื่อมต่อกันเป็นโมเลกุลไดรูบิเดียม (Dirubidium) ในขณะที่อะตอมตัวที่สามแบ่งเอาพลังงานจากการสร้างพันธะออกไปส่วนหนึ่ง จนโมเลกุลที่เกิดขึ้นมีความเสถียร”

ดร. ไมเคิล เวย์แลนด์ สมาชิกของทีมวิจัยอีกผู้หนึ่งบอกว่า “ในทางเคมีแล้ว การก่อตัวของโมเลกุลจะต้องใช้อะตอมอย่างน้อยสามตัวเสมอ แม้โมเลกุลที่เกิดขึ้นจะประกอบด้วยอะตอมเพียงสองตัวก็ตาม ซึ่งในครั้งนี้เราสามารถใช้กล้องชนิดพิเศษจับภาพการเกิดปฏิกิริยาที่ว่าไว้ได้เป็นครั้งแรก”

UNIVERSITY OF OTAGO / รศ. แอนเดอร์เซน (ซ้าย) และ ดร. เวย์แลนด์ ในห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ควอนตัม

นอกจากจะจับภาพที่ไม่เคยมีผู้ใดได้เห็นมาก่อนแล้ว ทีมนักวิจัยยังพบว่า กระบวนการก่อตัวของโมเลกุลนั้นเกิดขึ้นช้ากว่าผลที่ได้จากการทดลองและตรวจวัดแบบอื่น แต่ยังไม่สามารถอธิบายถึงสาเหตุของปรากฏการณ์นี้ได้

อย่างไรก็ตาม เทคนิคการจับยึดอะตอมเดี่ยวให้อยู่นิ่ง ยังสามารถนำไปพัฒนาเทคโนโลยีในหลายด้าน เช่นการควบคุมปฏิกิริยาเคมีให้เป็นไปตามต้องการ รวมทั้งการพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เล็กที่สุดในระดับอะตอมอีกด้วย

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3633196

ไดโนเสาร์เลือดอุ่นหรือเย็น นักวิทย์สืบจากฟอสซิลไข่จนได้คำตอบ

post-featured-image

ไดโนเสาร์เลือดอุ่นหรือเย็น นักวิทย์สืบจากฟอสซิลไข่จนได้คำตอบ

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ไดโนเสาร์เลือดอุ่นหรือเย็น – วันที่ 18 ก.พ. ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า คณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยล เมืองนิวเฮเวน รัฐคอนเนตทิคัต ประเทศสหรัฐอเมริกา ประสบความสำเร็จในการหาคำตอบว่า ไดโนเสาร์ เป็นสัตว์เลือดอุ่นหรือเย็น หลังประเด็นดังกล่าวเป็นหนึ่งในข้อถกเถียงของบรรดานักบรรพชีวินวิทยามายาวนาน

นางสาวโรบิน ดาว์สัน ผู้เชี่ยวชาญธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์ กล่าวว่า โครงการวิจัยข้างต้นเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของตน โดยเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าไดโนเสาร์นั้นเป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการอยู่ระหว่างสัตว์ปีกซึ่งเป็นสัตว์เลือดอุ่น กับสัตว์เลื้อยคลานซึ่งเป็นสัตว์เลือดเย็น จึงทำให้เกิดข้อถกเถียงว่าไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลือดอุ่นหรือเย็นกันแน่

โครงการวิจัยดังกล่าวนำเปลือกไข่จากฟอสซิลไข่ของไดโนเสาร์กินเนื้อสายพันธุ์ (Species) Troodon ซึ่งอยู่ในวงศ์ (Family) เดียวกันกับ T-Rex และเปลือกไข่ของไดโนเสาร์กินพืชสายพันธุ์ Maiasaura และ Megaloolithus มาศึกษาหาลักษณะการจัดเรียงของอะตอมธาตุออกซิเจน และคาร์บอน ด้วยเทคนิคการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ เรียกว่า clumped isotope paleothermometry ทำให้สามารถคำนวณย้อนกลับไปหาอุณหภูมิร่างกายของไดโนเสาร์ที่วางไข่ได้ ก่อนนำไปหาส่วนต่าง (เดลต้า) ด้วยการเทียบกับอุณหภูมิสภาพแวดล้อม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปินเซลลี ฮอลล์ จากสำนักวิชาธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเยล กล่าวว่า ไข่นั้นเปรียบได้เสมือนกับเครื่องวัดอุณหภูมิ หรือเทอร์โมมิเตอร์ เพราะมันถูกสร้างขึ้นในร่างกายของไดโนเสาร์ ต่อมาคณะนักวิจัยจึงใช้เทคนิคเดียวกันกับเปลือกไข่ของสัตว์เลือดเย็นในยุคเดียวกัน เพื่อหาอุณหภูมิของสภาพแวดล้อม เนื่องจากไข่ของสัตว์เลือดเย็นนั้นต้องอาศัยอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมในการฟัก จึงอนุมานได้ว่า อุณหภูมิของไข่สัตว์เลือดเย็นย่อมเท่ากันกับอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมทั่วไป

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่ง เนื่องจากพบว่าไดโนเสาร์นั้นมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าภายนอก ได้แก่ Troodon มีเดลต้าถึง 10 องศาเซลเซียส Maiasaura มีเดลต้าที่ 15 องศาเซลเซียส และ Megaloolithus มีเดลต้าอยู่ที่ 3 องศาเซลเซียส จึงสรุปได้ว่า ไดโนเสาร์นั้นไม่น่าจะเป็นสัตว์เลือดเย็น

ทว่า การวิจัยอีกชิ้นเมื่อปี 2557 ค้นพบว่า ไดโนเสาร์นั้นไม่ใช่ทั้งสัตว์เลือดอุ่นหรือเย็น เนื่องจากอุณหภูมิในร่างกายของพวกมันนั้นอยู่ในระดับกลางๆ ระหว่างอุ่นและเย็น โดยน.ส.ดาว์สัน สันนิษฐานว่า เนื่องจากไดโนเสาร์นั้นมีลักษณะคล้ายนก จึงอาจวิวัฒนาการจนมีขนปกคลุมร่างกาย ทำให้พวกมันมีอุณหภูมิร่างกายอุ่นมากขึ้น ต่อมาเมื่อกลายเป็นสัตว์เลือดอุ่นแล้ว ขนที่ปกคลุ่มร่างกายก็เริ่มมีความสวยงามขึ้นเพื่อใช้ดึงดูดเพศตรงข้าม

https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_3600294

ดูภาพยนตร์  Jurassic Park 1 จูราสสิค พาร์ค กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์ HD 1993

คลิกดูเรื่องย่อ และภาพยนคร์

ภูเขาไฟน้ำแข็ง ปะทุริมฝั่งทะเลสาบมิชิแกน

ภูเขาไฟน้ำแข็ง ปะทุริมฝั่งทะเลสาบมิชิแกน – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ใช่ว่าภูเขาไฟทุกแห่งบนโลกนี้จะพ่นแต่เถ้าถ่านร้อนและลาวาออกมาเท่านั้น ในบางครั้ง “ภูเขาไฟน้ำแข็ง” (Ice volcano) ที่ริมฝั่งทะเลสาบมิชิแกนของสหรัฐฯ กลับปะทุมวลน้ำแข็งที่มีความเหลวคล้ายน้ำปั่น ในช่วงกลางฤดูหนาวที่เย็นยะเยือก

NWS
“ภูเขาไฟน้ำแข็ง” ไม่พ่นเถ้าถ่านและลาวา แต่ปะทุเป็นเกล็ดน้ำแข็งที่มีความเหลวคล้ายน้ำปั่นแทน

“ภูเขาไฟน้ำแข็ง” ไม่ใช่ภูเขาไฟตามนิยามทางธรณีวิทยาจริง ๆ แต่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่หาดูได้ยาก โดยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) ได้พบเห็นและบันทึกภาพปรากฏการณ์นี้ไว้ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมา

กองน้ำแข็งทรงกรวยที่มีรูปร่างคล้ายภูเขา ทั้งยังพ่น “ลาวา″ ที่เป็นเกล็ดน้ำแข็งเปียกชุ่มน้ำออกมาเป็นระยะ สามารถจะเกิดขึ้นได้ในสภาพอากาศหนาวจัดและมีปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่เหมาะสม

อันที่จริงแล้ว การปะทุลาวาน้ำแข็งเกิดจากคลื่นลมกำลังแรงในทะเลสาบ ปะทะเข้ากับแผ่นน้ำแข็งที่ลอยเหนือผิวน้ำ จนเกิดแรงดันสะสมในบางจุดที่มีรอยร้าวอยู่แล้ว ทำให้เกิดการปะทุของน้ำและเกล็ดน้ำแข็งขึ้นมาจากรอยแตกดังกล่าว

หากอุณหภูมิในบริเวณโดยรอบต่ำมากพอ เกล็ดน้ำแข็งเปียกที่ถูกพ่นออกมาเป็นละอองจะกลับแข็งตัวใหม่อีกครั้ง ก่อนตกลงมาทับถมกันเป็นฐานของภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งในบางครั้งเกิดการสะสมตัวจนมีความสูงถึง 8 เมตรหรือมากกว่า

ภูเขาไฟน้ำแข็ง

 

NWS / มีคำแนะนำให้ชม “ภูเขาไฟน้ำแข็ง” จากระยะไกลเท่านั้น เพราะอาจพังถล่มได้ง่าย

 

คอร์ต สฟอลเทน นักอุตุนิยมวิทยาของ NSW บอกว่า “คลื่นจะต้องมีขนาดใหญ่มากพอที่จะยกมวลน้ำให้ขึ้นไปปะทะกับแผ่นน้ำแข็งได้ และอากาศก็จะต้องหนาวเย็นในระดับที่สามารถรักษาแผ่นน้ำแข็งให้คงตัวอยู่ได้”

อย่างไรก็ตาม ทอม ไนซีออล ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสภาพอากาศฤดูหนาวของสถานีโทรทัศน์ Weather Channel เตือนว่า “แม้ภาพภูเขาไฟน้ำแข็งที่ถ่ายได้ครั้งนี้ จะดูสวยงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา แต่ขอให้ทุกคนที่ผ่านไปแถวนั้น ชื่นชมมันอยู่แต่ในระยะห่าง ๆ จะดีกว่า″

“มันอันตรายมากถ้าหากเดินเข้าไปใกล้ หรือพยายามปีนป่ายกองน้ำแข็งที่ผนังบางและด้านในกลวงเปล่า แถมยังมีหลุมอยู่ตรงกลางอีกต่างหาก ไม่ใช่เรื่องสนุกหากมันเกิดพังถล่มลงมา″ ไนซีออลกล่าว

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3616651

เหตุที่ฝรั่งไม่คาดหน้ากากกันไวรัส COVID-19 / พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ

คอลัมน์ “Golf Healing” โดย “พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎ และ โรงพยาบาลรามคำแหง มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมากกว่า 30 ปี somsak_doctor@hotmail.com”

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

“มีคนบอกว่าใส่หน้ากากนานๆ ก็ไม่ดีใช่ไหมหมอ? เฮียเองใส่นานๆ ก็อึดอัดอ่อนเพลียมึนงงเหมือนกัน” เฮียเล่าอาการให้พี่หมอฟัง

“ถ้าใส่หน้ากากกันไวรัสโคโรน่าก็ไม่จำเป็นต้องใส่ตลอดเวลาครับ ใส่เมื่อพิจารณาว่าเป็นภาวะที่เสี่ยงติดเชื้อ เช่น สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือเมื่ออยู่ในที่ผู้คนแออัดครับ”

ทำไมฝรั่งไม่คาดหน้ากากอนามัย?

มีคนบอกว่าหน้ากากอนามัยใช้กับผู้ป่วย คนปกติไม่ต้องคาด เพราะทำให้เสียสุขภาพ การคาดหน้ากากตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นจะส่งผลที่อันตราย Side Effect พอๆ กันนั้นคือ การคาดหน้ากากอย่างมิดชิดลมหายใจออกจะวนเวียนอยู่บริเวณภายในหน้ากากแล้วถูกหายใจเข้าปอดอีก วนเวียนซ้ำซากเกิดผลเป็นการลดทอนออกซิเจนในกระแสเลือดลงไปเรื่อยๆ ส่งผลให้อ่อนเพลียเรี่ยวแรงถดถอยสมองมึนงงจนถึงหมดสติได้

อาจารย์ยง ภู่วรวรรณ คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัส ให้ความเห็นตรงกับ สถาบันการแพทย์ด้านทางเดินหายใจในฮ่องกง ว่าหน้ากากอนามัยใช้กับผู้ป่วยเท่านั้นคนปกติไม่ต้องใช้เพื่อให้ร่างกายพัฒนาภูมิคุ้มกันเพื่อปกป้องร่างกายเอง เพียงแต่ต้องหลีกเลี่ยงแหล่งชุมชนที่มีผู้คนจำนวนมาก หากเจอคนไข้ไอหรือจามก็ให้ถอยห่าง ฝรั่งเห็นคนกรุงเทพฯ สวมหน้ากากกันเกลื่อนกลาด ฝรั่งตกใจคนกรุงเทพฯ ติดเชื้อกันหมดทั้งเมืองเลยหรือ? ไม่ใช่หรอกคนส่วนใหญ่หวาดผวาความจริงผู้ป่วยติดเชื้อมีน้อยรายและทยอยรักษาหายกันไปเรื่อยๆ

ถ้าสวมหน้ากากนานเกินอาจสุ่มเสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือดในผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ เพราะออกซิเจนไม่เพียงพอในการเพิ่มภูมิคุ้มกัน