คลังเก็บรายเดือน: มกราคม 2020

The Mummy (1999) เดอะ มัมมี่ คืนชีพคำสาปนรกล้างโลก

The Mummy (1999)
เดอะ มัมมี่ คืนชีพคำสาปนรกล้างโลก

Stephen Sommers

ชมภาพยนตร์

เสียงไทย   เสียงอังกฤษบรรยายไทย

เพราะเรื่องนี้ทำให้ตัวเองได้รู้จักมัมมี่มากขึ้น เมื่อตอนเด็กๆไม่รู้เรื่องอะไรหรอกนอกจากศพที่มีผ้าพันตามตัว แต่ไม่เคยคิดว่ามาจากอียิปต์จริงๆ ประมาณว่าไม่ค่อยมีหนังจำพวกมัมมี่เรื่องไหนให้ความรู้สึกถึงทะเลทรายเว้นกับเรื่องนี้ที่แห้งสมทะเลทราย

ว่าด้วยเรื่องราวการผจญภัยสุดเหนือธรรมชาติและมันส์ ด้วยเรื่องราวย้อนลงไปสมัยอียิปต์โบราณมีฟาโรห์นามว่าพระเจ้าเซติที่(Aharon Ipale) มีพระสนมเอกนามว่าอนั ซู นามูน (Patricia Velasquez) แต่แล้วคืนหนึ่งความรักที่ไม่น่าเกิดขึ้นทำให้อนัค ซู นามูนต้องลอบไปหาอิมโฮเทป (Arnold Vosloo) ด้วยความรักแท้ที่ทั้งคู่มีให้กัน ทว่าพระเจ้าเซติมาเห็นความลับเช่นนี้เข้าจึงถูกอนัค ซู นามูนกับอิมโฮเทปลอบสังหารเสียก่อน หลังจากทั้งคู่ได้สังหารก็มีราชองครักษ์มาพอดีทำให้อิมโฮเทปต้องหลบหนีไปกับองค์รักษ์ของตัวเอง ส่วนอนัค ซู นามูนเลือกจบชีวิตตัวเองลงขณะนั้นเพราะเชื่อว่าคนรักของตนจะมาชุบชีวิตให้ และแล้วอิมโฮเทปได้กลับมาอีกครั้งโดยได้ขโมยศพอนัค ซู นามูนติดตัวไปฮามูนัดตานครแห่งความตายเพื่อสานต่อเรื่องชุบชีวิตคนรักให้สำเร็จ แต่แล้วทหารองครักษ์ได้ตามตัวมาเจอและได้ทำลายพิธีพร้อมกับจับตัวอิมโฮเทปไปทำมัมมี่ทั้งเป็น ทั้งนี่ยังห้ามไม่ให้ผู้ใดกระทำการยุ่งกับสุสานไม่ว่าใดๆทั้งสิ้น มีผู้ใดไปเปิดสุสานนี้เข้าเขาจะกลับมาด้วยพลังอำนาจล้างสรรพสัตว์ และโรคร้ายต่างๆมากมายไม่จบสิ้น


3000 ปีต่อมา เอฟเวอร์ลีน (Rachel Weisz) บรรณารักษ์ห้องสมุดในเมืองอียิปต์กับโจนาธาน (John Hannah) พี่ชายต่างค้นพบบางสิ่งบางอย่างเป็นเงื่อนงำไปสู่การค้นพบประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่ชักจูงไปสู่ฮามูนัดตา ทว่าการไปที่แห่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดจึงจำเป็นขอความช่วยเหลือจากริค โอ คอนเนลล์ (Brendan Fraser) มาช่วยชี้นำทางไปสู่เป้าหมายครั้งสำคัญนี้ หลังจากไปถึงสถานที่ดังกล่าวต้องพบกับคนกลุ่มหนึ่งที่จ้องจะทำร้ายเพื่อต้องการขับไล่ออกไปจากสถานที่แห่งนี้ แต่ก็ไม่ได้รับฟังเชื่ออะไรจนได้ไปเจอคัมภีร์มรณะซึ่งเอฟเได้เป็นคนอ่านบางส่วนของหนังสือจนไปปลุกคืนชีพให้กับมัมมี่ตนหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจก่อนจะรู้ว่านั่นคืออิมโฮเทมที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอยากคืนชีพให้กับตัวเองอย่างสมบูรณ์และแรงปรารถนาในการฟื้นคืนชีพให้กับคนรัก การกลับของอิมโฮเทปได้นำมาซึ่งหายะครั้งใหญ่แล้วเป็นหน้าที่พักพวกทั้งริคกับเอฟต้องจัดการมัมมี่ตนนี้ลงหลุมไปให้ได้

อย่าไปเทียบกับ The Mummy ฉบับเก่าๆเลยดีกว่า เพราะผู้กำกับ Stephen Sommers ได้ปลุกตำนานมัมมี่ไปอีกแบบในทางด้านความบันเทิงชวนสนุกกับการผจญภัยมากกว่าจะเป็นหนังสยองขวัญกับผีไม่รู้จักตายซากตัวนี้ ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คอหนังสยองจะรู้สึกเอียนเอียงไปทางไม่ชอบที่สไตล์การดำเนินเรื่องค่อนข้างหลีกเลี่ยงฉากได้เลือดหรืออะไรแหวะๆไปซะแทบทุกฉาก ทั้งนี้ก็เพื่อให้รูปแบบออกมาดูสนุกเหมาะสมกับการผจญภัยอิงประวัติศาสตร์(โม้ๆ) แต่อย่าพึ่งบอกว่าเรื่องนี้จะไม่รู้สึกสนุกที่จะเลี่ยงฉากสยองขวัญเพราะตลอดทั้งเรื่องมีอยู่ไม่น้อยกับบางช่วงที่น่ากลัวจนเหวอทีเดียวกับพวกแมลงกินศพ หรือจะร่างกายมัมมี่อันแสนเน่าเปรื่อยมีหัวเป็นรูประมาณนี้ ถึงจะไม่อยู่ในระดับพาสยองจนน่าแหวะแต่พอจะให้ความกลัวชวนขนลุกมาได้บ้าง และเพราะเน้นความสนุกแนวผจญภัยจึงรู้สึกไปถึงหนังตำนานแนวแอ็คชั่นผจญภัย Indiana Jones ที่มีกลิ่นอายคล้ายคลึงกัน ถ้าจะเปรียบเทียบคิดว่า Steven Spielberg ทำมาตรฐานเอาไว้สูงกว่ามากทีเดียว ถ้าจะเทียบกันจริงๆมันคนละแนวกันเลยด้วยซ้ำ ที่ว่าคล้ายคือแนวผจญภัยที่อิงประวัติศาสตร์เป็นภูมิหลังของเรื่อง แต่เหมือน The Mummy จะใส่สีลงเยอะไปหน่อยจนออกมาเว่อร์


ทั้งบรรยากาศทั้งเสียงสีนี่มันมัมมี่ในอียิปต์ชัดๆ และนี่คือความชอบโดยส่วนตัวในโทนของหนังอันเหมาะสมที่สุดกับการสร้างหน้าตาของตัวหนังด้วยพื้นเพทะเลทรายอันแห้งแล้ง ที่น่าสนใจคือการเริ่มเรื่องด้วยการปูอดีตอันแสนเจ็บปวดของมัมมี่ตนนี้ว่ามีที่มาที่ไปยังไงบ้าง ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะช่วยให้มัมมี่เป็นตัวละครมีมิติมากขึ้น จะว่าไปเป็นเรื่องเศร้าที่รักกันแต่อยู่สมปรารถนาในรักไม่ได้จนต้องมาวนเวียนติดอยู่กับความรักแบบนี้ จะว่าไปว่ากันตามเนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไรลงลึกเท่าไหร่มายังไงไปอย่างนั้น แม้ตามตรงไปหน่อยในการดำเนินเรื่องแต่ไม่รู้ทำไมกับรู้สึกดีและเพลิดเพลินอย่างมากจนไม่คิดคำนึงเลยว่าเนื้อเรื่องจะเบาบางแค่ปลุกมัมมี่แล้วต้องกำจัดมัมมี่แค่นั่นเอง ต้องบอกเลยว่า Stephen Sommers มีทักษะใช่ได้ไม่เลวทีเดียวในการทำเนื้อเรื่องธรรมดาๆไปสู่ความต่อเนื่องอันแสนมันส์ได้ทั้งเรื่อง เนื่องจากตั้งแต่เปิดเรื่องมาหาเวลาพักแทบไม่เจอจะต้องมีอะไรเข้ามาให้ดูเป็นไฮไลท์ตลอดเวลา จะว่าไปแล้วตัวหนังทำให้เราตระหนักได้อย่างหนึ่งว่าการทำพล็อตเรื่องง่ายถ้าเรียบเรียงออกมาดีจะสนุกได้โดยไม่ต้องคิดว่าเนื้อเรื่องจะหลวมและเก่า ที่โดนใจคือความสมบูรณ์ด้านสถานที่ในเชิงความรู้สึกอารมณ์อย่างดนตรีประกอบที่เปอดเรื่องมาก็ใช่เลยกับทำนองนี ซึ่งคนประพันธ์คือ Jerry Goldsmith มาเพิ่มวิสัยทัศน์สไตล์อียิปต์ได้เยอะทีเดียว แล้วไหนจะงานด้านเอฟเฟคที่ดูๆแล้วทำได้ดีพอตัว ใช้ CG ได้เข้าท่าว่าช่วงไหนคือของจริงช่วงไหนต้องใช้ CG ให้ฉากออกมาอลังการอย่างพายุทรายที่โหมกระหน่ำลูกใหญ่ราวกับคลื่นสึนามิยักษ์ฉบับทะเลทราย

ด้านเนื้อเรื่องคงไม่ต้องหาความอะไรมากมายมาบรรจงเรียบเรียงในประวัติศาสตร์เพราะใส่ไข่ไปพอประมาณ ในเรื่องอิมโฮเทปคือนักบวชสูงสุดและมีชีวิตอันแสนไม่น่าจดจำ แต่ในประวัติศาสตร์ในอียิปต์ราว 2650 ปีก่อนคริสต์ศักราชได้บอกว่าอิมโฮเทปคือบุคคลในยุคพระเจ้าอันแสนสำคัญของโลกที่น่าจดจำอย่างยิ่ง เริ่มจากการเป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกของโลก(ซึ่งน่าจะใช่ตามหลักการ แต่ตามหลักฐานยังระบุแน่ชัดไม่ได้ว่าใช่) เนื่องจากได้รับการยกย่องว่ามีความรู้ในด้านต่างๆอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะการแพทย์ อิมโฮเทปได้บันทึกโรคภัยไข้เจ็บไว้นับร้อยๆโรค และมีความเชี่ยวชาญด้านการรักษามากเสียจนผู้คนในยุคหลังยังนับถือเขาดุจเทพเจ้าหลังจากเขาเสียชีวิตไปแล้วหลายพันปีที่เวลาต่อมาได้รับการยกย่องโดยชาวกรีกรุ่นต่อมาว่าเป็นเสมือนหนึ่งเทพเจ้าแห่งการแพทย์ เท่านั้นยังไม่หมดถ้าจะบอกว่าใครคือคนออกแบบรูปทรงพีระมิดล่ะ อันนี้คงจะนึกสงสัยไม่น้อยเพราะคนที่คิดคืออิมโฮเทปผู้เป็นคนออกแบบและควบคุมการสร้างพีระมิดแบบขั้นบันไดสูง 200 ฟุตเพื่อเป็นที่ฝังพระศพฟาโรห์โจเซอร์ ดูเหมือนหนังจะใส่ไข่ไว้เยอะทีเดียวกับการตีตัวละครอิมโฮเทป อ่าๆไม่เป็นไรถือเป็นความบันเทิงเอามันส์ไม่อิงประวัติศาตร์ เพราะใครจะไปคิดว่าจะมีมัมมี่เดินออกจากโลงศพอยู่จริงๆ หรือมีจริง!?


เป็น The Mummy อันแสนจะสนุกและเพลิดเพลินไปกับนักแสดงที่เข้ากับบทบาทของตัวเองได้ดีจนเหมาะสมอย่างถึงที่สุด โดยเฉพาะ Brendan Fraser ในบทริคที่ดูจะเข้าท่าเข้าทางไปซะหมด ตั้งแต่การแต่งกาย เอกลักษณ์ท่าทาง รูปร่าง หน้าตา และนิสัยตัวละครที่ทำออกมาได้น่าชื่นชม ลักษณะอย่างกับว่าเกิดมาเพื่อบทนี้โดยเฉพาะจริงๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Arnold Vosloo ที่เล่นเป็นอิมโฮเทปหรือจะมัมมี่ก็ได้ รายนี้สร้างแบบฉบับมัมมี่ได้เหมือนพ่อมดเลยแน่ะ เพราะมีพลังอำนาจสร้างพายุทราย ร่ายคาถาเรียกมัมมี่ตัวอื่น งอกแขน ฟังแล้วใช่มัมมี่อย่างที่คุ้นเคยแน่เหรอ แต่มันก็ดีเหมือนกันที่ดัดแปลงให้ดูมีลูกเล่นมากขึ้นก็ยังดีกว่ามัมมี่มีแต่ผ้าพันตัวเดินฆ่าคนอย่างเดียวจนเห็นแล้วงั้นๆ ก็ว่าเลยล่ะเพราะบทดูจะเหมาะสมกันดียิ่งตอนพูดภาษาอียิปต์ยิ่งดูสมราคามากขึ้น จะว่าไปตลอดทั้งเรื่องจะไม่พูดภาษาอื่นเลยนะนอกจากภาษาอียิปต์ เพราะถ้าพูดภาษาอื่นได้คงฟังไร้เหตุผลว่าทำไมถึงรู้จักภาษาที่ม่ใช่ถิ่นบ้านเกิดตัวเองได้ทั้งที่ถูกขังในโลงมาตั้ง 3000 กว่าปี ที่ขาดไม่ได้คือ Rachel Weisz ในบทนางเอกสาวน้อยผู้หลงใหลในโบราณคดีจนเจออะไรที่ว่าแปลกต้องรีบไปหาทันที(เป็นเหตุผลเดียวที่ว่าทำไมมัมมี่จึงตื่นขึ้นมาได้ เพราะเธอนี่แหละ) เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่มาได้บทเข้ากับคาแรกเตอร์ตัวละครจริงๆ จะว่าไปไม่มีเรื่องไหนจะฉาย Rachel Weisz ได้น่ารักเท่าเรื่องนี้อีกแล้วกระมั้ง ไม่ใช่เรื่องอื่นจะดูแย่หรอกนะแค่อารมณ์ประมาณว่าแลดูมีอายุเท่านั้นเอง พอมาเรื่องนี้นิสัยเหมือนเด็กมหาลัยที่คลั่งไคล้ในศาสตร์ของตัวเอง เป็นแบบฉบับน่ารักๆของนักโบาณคดีที่ต้องสืบเสาะหาคำตอบประมาณนั้นเลย ส่วนอีกคน John Hannah ในบทพี่ชายเอฟเวอร์ลีนแสนทะเล้นเป็นบางโอกาส นับเป็นอีกหนึ่งตัวเสริมสร้างความฮาได้ดี ที่ติดตามากสุดคือ Oded Fehr ในบทอาเด็ด เบย์ ผู้พิทักษ์เผ่ามาไจล์อันแสนลึกลับกับมาดของผู้พิทักษ์สุสาน และนักแสดงอีกหลายคนพร้อมฝีมือไม่ทำให้ผิดหวัง


การดำเนินเรื่องฉับไวจนไม่รู้สึกเบื่อทั้งยังมีตัวละครอันแสนน่าจดจำอีกมากมาย ทำให้เป็นฉบับมัมมี่ที่น่าสนใจอย่างมากกับการดูได้ทุกวัยเพราะหนังเลี่ยงจะมีฉากรุนแรง น่าเสียดายที่การวางมิติด้านตัวละครบางตัวยังดูไม่กระจ่างแน่ชัดเท่าไหร่นัก ซ้ำยังรู้สึกได้ว่ามีตัวละครมากมายในเรื่องนี้จนไม่ค่อยรู้สึกเสียดายในบางตัวละครที่เสียไปแต่กลับรู้สึกยินดีที่จะเสียตัวละครเพื่อให้ได้เห็นมัมมี่คืนร่างซึ่งดูจะสนุกและตื่นเต้นไม่น้อยในการโชว์พลังอำนาจที่มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างการพ่นแมลงออกจากปากนับพันเพื่อเป็นสัญญาณคำสาปแห่งโรคร้ายตามมา เพราะหลีกเลี่ยงฉากสยองเพื่อลดระดับมาเป็นน่ากลัวทำให้บางฉากดูเป็นการเลี่ยงมากเกินความจำเป็น แต่ความเป็นจริงเหตุผลเช่นนี้ไม่ได้ช่วยให้หน้าตาหนังดูน้อยลงไปเพียงแค่ทำให้คนติดภาพลักษณ์เดิมๆรู้สึกตะหงิดตามากกว่าเพราะอดเห็นเลือดสาด สิ่งที่ The Mummy ฉบับนี้ออกมาดีในด้านความบันเทิงคือมุขกับลีลาที่ไม่เว่อร์เกินไปมากำลังเหมาะบวกแอ็คชั่นที่วางคิวได้มันส์ดีจนไม่คิดว่าไม่ต้องกระหน่ำไม่ต้องระเบิดระเบ้อก็มันส์ได้กรอบของตัวเอง และที่สำคัญที่สุดคืออย่าพึ่งตัดสินว่าเนื้อเรื่องภาคนี้ยังไม่มีอะไรถ้ายังไม่หยิ The Mummy Returns (2001) มาชมซะก่อน เพราะนั่นแหละเนื้อเรื่องจะเข้มข้นขึ้นเมื่อตัวละครหลักที่ปรากฎในภาคนี้มีจุดเชื่อมโยงถึงอดีตชาติมาก่อน เอาล่ะสิจะยังไงหาชมความมันส์กันต่อเลย

อังกฤษสร้างอวัยวะเทียม คืนชีพเสียงตอนมีชีวิตให้มัมมี่นักบวชอายุ 3,000 ปี

คืนชีพเสียงมัมมี่

อังกฤษสร้างอวัยวะเทียม คืนชีพเสียงตอนมีชีวิตให้มัมมี่นักบวชอายุ 3,000 ปี – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของโลกยุคปัจจุบัน ได้ช่วยให้ความปรารถนาที่จะเป็นอมตะของนักบวชอียิปต์โบราณเมื่อกว่าสามพันปีก่อนเป็นจริงขึ้นมาแล้ว โดยทีมนักวิทยาศาสตร์อังกฤษได้คืนชีพให้กับเสียงของ “เนสยามุน” (Nesyamun) นักบวชชั้นสูงแห่งมหาวิหารคาร์นัก (Karnak) ตามความต้องการที่จารึกไว้ข้างโลงศพของเขาเลยทีเดียว

SCIENTIFIC REPORTS ช่องทางเดินเสียงเทียมของเนสยามุนที่ถูกผ่าครึ่ง สร้างโดยวิธีการพิมพ์สามมิติ

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากวิทยาลัยรอยัลฮอลโลเวย์ มหาวิทยาลัยลอนดอน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยยอร์กและพิพิธภัณฑ์แห่งเมืองลีดส์ของสหราชอาณาจักร ได้ร่วมกันสร้างอวัยวะเทียมซึ่งได้แก่ช่องทางเดินเสียง (vocal tract) และกล่องเสียง (larynx) ที่จำลองมาจากร่างมัมมี่ของเนสยามุนโดยตรง โดยใช้เทคนิคซีทีสแกนถ่ายทอดภาพโครงสร้างอวัยวะภายในของมัมมี่อย่างละเอียด และสร้างเป็นอวัยวะเทียมขึ้นมาโดยการพิมพ์สามมิติ

รายละเอียดของการคืนชีพเสียงให้มัมมี่ครั้งนี้ตีพิมพ์ลงในวารสาร Scientific Reports โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า เมื่อทำการสังเคราะห์เสียงจากกล่องเสียงเทียมที่ทำขึ้น เสียงของเนสยามุนที่ใกล้เคียงกับตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะเปล่งออกมาได้อย่างชัดเจน โดยในการสังเคราะห์เสียงครั้งแรกนี้เป็นการออกเสียงสระ “แอ” ที่ฟังดูคล้ายกับเสียงร้องของแกะ

เนสยามุนมีชีวิตอยู่ในช่วง 1,099 – 1,069 ปีก่อนคริสตกาล ในรัชสมัยของฟาโรห์รามเซสที่ 11 โดยเป็นนักบวชชั้นสูงประจำวิหารเทพอามุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิหารคาร์นักในเมืองธีบส์หรือเมืองลักซอร์อันเลื่องชื่อ

คาดว่าเนสยามุนเป็นนักบวชผู้นำการสวดสรรเสริญเทพเจ้า จึงน่าจะต้องมีเสียงที่ก้องกังวานและฟังดูแข็งแกร่ง เขาได้แสดงความปรารถนาที่จะให้เสียงของตนยังคงมีผู้ได้ยินได้ฟังกันต่อไปในอนาคต แม้เขาจะไปสู่ปรโลกแล้วก็ตาม โดยได้สลักข้อความดังกล่าวไว้ข้างโลงบรรจุมัมมี่ของเขานั่นเอง

LEEDS MUSEUMS AND GALLERIES
ร่างมัมมี่และโลงศพของเนสยามุนตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งเมืองลีดส์ของสหราชอาณาจักร

ศาสตราจารย์ โจแอน เฟล็ตเชอร์ นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยยอร์ก หนึ่งในทีมผู้สังเคราะห์เสียงของมัมมี่ในครั้งนี้บอกว่า “ในอนาคตเรามีแผนจะใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์สังเคราะห์เสียงของมัมมี่ให้เป็นคำที่มีความหมาย และจะรวบรวมคำต่าง ๆ เข้าด้วยกันให้เป็นประโยค โดยหวังว่าจะสามารถถ่ายทอดคำสวดร้องของเนสยามุนได้ตรงตามแบบที่เขาเปล่งออกมาในมหาวิหาร”

LEEDS MUSEUMS AND GALLERIES
นักวิทยาศาสตร์ใช้เทคนิคซีทีสแกนถ่ายทอดภาพโครงสร้างอวัยวะภายในของมัมมี่อย่างละเอียด

ผลการศึกษาของนักโบราณคดียังพบว่า เนสยามุนเป็นนักบวชชั้น “วาอับ” (waab) ซึ่งเชื่อว่าบรรลุถึงความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณขั้นสูง และได้รับอนุญาตให้เข้าไปยังที่ประดิษฐานรูปเคารพของเทพอามุนในชั้นในสุดของวิหารได้

ผลการตรวจด้วยเครื่องซีทีสแกนพบว่า เนสยามุนเป็นโรคเหงือกจนฟันเสื่อมสภาพไปอย่างมาก เขาน่าจะเสียชีวิตลงในวัยราว 50 ปี เนื่องมาจากอาการแพ้รุนแรง ซึ่งอาจจะเป็นการวางยาพิษหรือถูกผึ้งต่อยที่ลิ้น โดยมัมมี่ของเนสยามุนยังคงมีลิ้นจุกปากผิดจากสภาพของมัมมี่โดยทั่วไป

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3454502

ชมภาพยนตร์

The Mummy (1999)

เดอะ มัมมี่ คืนชีพคำสาปนรกล้างโลก

The Mummy (1999)
เดอะ มัมมี่ คืนชีพคำสาปนรกล้างโลก

Stephen Sommers

คลิกเข้าชมภาพยนตร์

สมองเหยื่อภูเขาไฟวีซูเวียส ถูกความร้อนสูงหลอมจนกลายเป็นแก้ว

EPA รูปหล่อจากเรซินจำลองท่าทางขณะเสียชีวิตของชาวเมืองปอมเปอี โดยชายผู้นี้ดึงผ้าคลุมตัวมาปิดปากและจมูกเอาไว้

คลิกดูคลิป

สมองเหยื่อภูเขาไฟวีซูเวียส ถูกความร้อนสูงหลอมจนกลายเป็นแก้ว – BBCไทย

คณะนักนิติมานุษยวิทยา (Forensic Anthropologist) ของอิตาลี เผยถึงการค้นพบล่าสุดจากการศึกษาซากโครงกระดูกของเหยื่อผู้เสียชีวิตด้วยเหตุภูเขาไฟวีซูเวียส (Vesuvius) ระเบิดครั้งรุนแรงเมื่อเกือบสองพันปีก่อน โดยชี้ว่าวัตถุสีดำที่เป็นประกายแวววาวซึ่งพบในกะโหลกศีรษะของผู้เสียชีวิตรายหนึ่ง คือชิ้นส่วนของสมองมนุษย์ที่ถูกความร้อนสูงหลอมจนกลายสภาพเป็นแก้ว

สมองเหยื่อภูเขาไฟวีซูเวียส
THE NEW ENGLAND JOURNAL OF MEDICINE/DR PIER PAOLO
คาดว่าซากแตกหักของวัตถุสีดำที่เป็นประกายแวววาว คือชิ้นส่วนของสมองมนุษย์ที่กลายเป็นแก้ว

การค้นพบวัตถุดังกล่าว นับว่าเป็นการค้นพบชิ้นส่วนสมองมนุษย์ที่กลายเป็นแก้วครั้งแรก นับตั้งแต่เริ่มมีการขุดค้นทางโบราณคดีที่เมืองปอมเปอีและเมืองข้างเคียงมานานกว่าร้อยปี

รายละเอียดของการค้นพบซึ่งตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ (New England Journal of Medicine) ระบุว่าพบชิ้นส่วนสมองมนุษย์ที่กลายเป็นแก้วในกะโหลกศีรษะของชายอายุประมาณ 25 ปีผู้หนึ่ง ที่เมืองเฮอร์คิวเลเนียม (Herculaneum) ซึ่งเป็นเมืองโบราณของจักรวรรดิโรมันบริเวณชายฝั่งอ่าวเนเปิลส์ ใกล้กับเมืองปอมเปอี

ซากโครงกระดูกของชายคนดังกล่าวถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อช่วงทศวรรษ 1960 โดยพบว่าเสียชีวิตในสภาพนอนคว่ำหน้าบนเตียงไม้ในห้องเล็ก ๆ ของอาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นที่ตั้งของสมาคมผู้นับถือลัทธิบูชาจักรพรรดิออกัสตัส นักโบราณคดีคาดว่าชายคนนี้น่าจะเป็นผู้ดูแลอาคารและเสียชีวิตขณะนอนหลับ

ดร. เปียร์ เปาโล เปโตรนี จากมหาวิทยาลัยเนเปิลส์เฟเดริโกเซกอนโดของอิตาลี ผู้นำทีมวิจัยในครั้งนี้บอกว่า “ชิ้นส่วนของสมองที่กลายเป็นแก้วในเหตุภูเขาไฟระเบิดนั้นหาพบได้ยากมาก โดยทั่วไปแล้วเรามักจะพบชิ้นส่วนสมองที่กลายเป็นสบู่ เนื่องจากการทำปฏิกิริยาของไขมันกับเถ้าถ่านภูเขาไฟมากกว่า”

“ชายผู้นี้น่าจะเสียชีวิตทันทีเมื่อกระแสความร้อนจากภูเขาไฟแผ่เข้าปกคลุมเมือง ผลการตรวจสอบซากไม้ที่ไหม้เกรียมจากเตียงที่เขานอนอยู่พบว่า ร่างของเขาถูกเผาไหม้อย่างฉับพลันด้วยอุณหภูมิสูงสุดถึง 520 องศาเซลเซียส”

สมองเหยื่อภูเขาไฟวีซูเวียส
Getty Images ก่อนการขุดค้นทางโบราณคดี เมืองเฮอร์คิวเลเนียมซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองปอมเปอี ถูกเถ้าถ่านภูเขาไฟกลบทับจนมิดเช่นกัน

 

กระแสความร้อนดังกล่าวเรียกว่ากระแสไพโรคลาสติก (Pyroclastic flow) ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มก๊าซร้อนจัด เถ้าถ่าน และเศษหินภูเขาไฟ ที่พวยพุ่งออกมาและไหลไปถึงบริเวณโดยรอบภูเขาไฟด้วยความเร็วสูง

“ความร้อนจากกระแสไพโรคลาสติกทำให้ไขมันในร่างกายมนุษย์ลุกไหม้ ความชื้นในเนื้อเยื่ออ่อนระเหยไปในทันที แต่หลังจากกระแสความร้อนของภูเขาไฟไหลผ่านไป อุณหภูมิโดยรอบจะเย็นลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เนื้อเยื่อสมองเกิดกระบวนการหลอมและจับตัวแข็งกลายเป็นแก้วได้” ดร. เปโตรนี อธิบาย

“เราสามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนแก้วสีดำที่พบในกะโหลกศีรษะของคนโบราณผู้นี้ คือสมองที่กลายสภาพจากความร้อนสูงจริง ๆ เพราะพบโปรตีนที่มีแต่ในสมองมนุษย์ปะปนอยู่ รวมทั้งพบกรดไขมันที่มีอยู่เฉพาะในเส้นผมของมนุษย์ด้วย”

ภูเขาไฟวีซูเวียสเกิดการปะทุครั้งรุนแรงเมื่อปี ค.ศ. 79 ทำให้ผู้คนจำนวนหลายพันในเมืองปอมเปอีและเมืองข้างเคียงต้องเสียชีวิตลง แต่เถ้าถ่านภูเขาไฟปริมาณมหาศาลที่ตกลงมาทับถมกันได้ฝังกลบเมืองปอมเปอีและเฮอร์คิวเลเนียมจนมิด ซึ่งช่วยรักษาสภาพดั้งเดิมของเมืองและซากร่างของผู้เสียชีวิตบางส่วนเอาไว้ได้

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3454926

 

ถุงละลายในทะเล! เอกชนญี่ปุ่นเจ๋ง คิดค้นพลาสติกรักษ์โลกสำเร็จ

ถุงละลายในทะเล!

ถุงละลายในทะเล! เอกชนญี่ปุ่นเจ๋ง คิดค้นพลาสติกรักษ์โลกสำเร็จ

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ถุงละลายในทะเล! – วันที่ 23 ม.ค. เอ็นเอชเค สำนักข่าวญี่ปุ่นรายงานว่า บริษัทฟูคุสุเกะ โคเกียว ผู้ผลิตและพัฒนารายใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่จังหวัดเอฮิเมะ ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ประสบความสำเร็จในคิดค้นถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและละลายได้ในน้ำทะเล

ถุงละลายในทะเล!

ผลงานดังกล่าวเป็นนวัตกรรมใหม่จากความร่วมมือระหว่าง บ.ฟูคุสุเกะ โคเกียว กับคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยกุนมะ เพื่อพัฒนาถุงพลาสติกที่ทำจากอ้อย และยางข้าวโพด (คอร์น เรซิน) มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดปัญหาขยะให้โลกโดยเฉพาะในมหาสมุทร

ถุงพลาสติกดังกล่าวที่ขนาดปกติมีความเหนียวพอที่จะรองรับน้ำหนักได้ถึง 8 กิโลกรัม โดยหากลงไปปะปนในน้ำทะเล จะย่อยสลายกว่าร้อยละ 90 ได้โดยแบคทีเรียธรรมชาติ หลายเป็นน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายใน 180 วัน

ล่าสุด บริษัทฟูคุสุเกะ โคเกียว อยู่ระหว่างยื่นจดทะเบียนลิขสิทธิ์ทางปัญญากับทางการสหภาพยุโรป หรืออียูแล้ว และมีแผนจะเริ่มจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนก.ค.นี้ โดยร้านค้าในญี่ปุ่นจะคิดราคาถุงดังกล่าวเพิ่มกับลูกค้าที่ไม่นำถุงมาเอง

รายงานระบุว่า ถุงพลาสติกแบบใหม่นี้มีต้นทุนสูงกว่าถุงพลาสติกรุ่นเก่าประมาณ 7-10 เท่า แต่มีธุรกิจและร้านค้าในญี่ปุ่นสนใจจะซื้อไปบริการลูกค้าแล้วจำนวนมาก

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_3447733

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ นายอินทร์ e-book เรื่อง วิทยาศาสตร์น่ารู้สำหรับเด็ก ตอน ไฟฟ้า-พลังงาน ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

6000036909_front_XXXL

messageImage_1579750805381

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ นายอินทร์   e-book เรื่อง วิทยาศาสตร์น่ารู้สำหรับเด็ก ตอน ไฟฟ้า-พลังงาน ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

คลิกที่นี่  ฟรี

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ มารู้จักไวรัสที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบระบาดในจีน

ผู้ชายชาวจีน

กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า พบผู้ป่วยเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 รายที่ 2 ในไทย โดยขณะนี้ได้รับการรักษาตัวอยู่ในห้องแยกโรค ที่สถาบันบำราศนราดูร แล้ว

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

วันนี้ (17 ม.ค.) นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวพบผู้ติดเชื้อปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2019 เพิ่ม 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน อายุ 74 ปี ซึ่งเดินทางมาจากเมืองอูฮั่น ประเทศจีน พื้นที่ซึ่งกำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ นับเป็นผู้ป่วยรายที่ 2 ของประเทศไทย

ขณะนี้ผู้ป่วยคนดังกล่าวรับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร โดยการดูแลของแพทย์ อาการทางคลินิกดีขึ้น ซึ่งหากผลตรวจจากห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อไวรัส แพทย์จะอนุญาตให้กลับบ้านได้

นายแพทย์สุขุม กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการเฝ้าระวังและควบคุมโรคตามระบบมาตรฐานโดยได้คัดกรองผู้โดยสารที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ณ ท่าอากาศยาน 4 แห่งที่มีเที่ยวบินตรง

ตั้งแต่วันที่ 3 – 16 ม.ค. 2563 รวม 86 เที่ยวบิน ผู้โดยสารและลูกเรือได้รับการตรวจคัดกรองทั้งสิ้น 13,624 ราย พบผู้ป่วยที่มีอาการเข้าเกณฑ์การสอบสวน 21 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ได้รับการรักษาหายดีและกลับบ้านแล้ว 12 ราย มีผู้ป่วยที่เป็นปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2 รายยังรักษาอยู่ในห้องแยกโรคความดันลบ สถาบันบำราศนราดูร

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 ม.ค. กระทรวงสาธารณสุขไทย ได้แถลงว่าได้พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทยเป็นรายแรก เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เข้ามาทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเมื่อวันที่ 12 ม.ค. ยืนยันว่าเป็นรายแรกที่ตรวจพบนอกประเทศจีน

เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบแพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่นของประเทศจีน มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อแล้ว 59 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยในระยะวิกฤต 7 ราย และกำลังสร้างความกังวลให้กับวงการสาธารณสุขทั่วโลก

นี่จะเป็นไวรัสที่อุบัติขึ้นมาแค่ชั่วคราวหรือเป็นสัญญาณแรกที่ส่อเค้าว่าจะอันตรายมากกว่านี้

รู้จักเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ทางการจีนยืนยันเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ปีที่แล้ว เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีประชากรกว่า 11 ล้านคน ภายหลังมีการเก็บตัวอย่างไวรัสจากคนไข้นำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ในเวลาต่อมาจีนและองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุชื่อเรียกของไวรัสชนิดนี้ว่าคือ “ไวรัสโคโรนา″

ไวรัสโคโรนา มีทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ที่เคยเกิดการระบาดในมนุษย์ สำหรับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดเป็นสายพันธุ์ที่ 7

ตลาดปลา

คนไทยรู้จักไวรัสในตระกูลนี้มาแล้วจากโรค “ซาร์ส” หรือโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS; Severe Acute Respiratory Syndrome) ซึ่งมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสโคโรนาเช่นกัน พบการระบาดครั้งแรกปลายปี 2545 โดยเริ่มจากพื้นที่มณฑลกวางตุ้งของประเทศจีน ก่อนกระจายไปยังหลายประเทศ มีผู้เสียชีวิตจากโรคซาร์ส 774 คน จากจำนวนผู้ป่วย 8,098 คน

“ผู้คนยังจำได้ดีถึงความรุนแรงของซาร์ส นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความกลัวแต่เรามีความเตรียมพร้อมมากกว่าเดิมที่จะรับมือกับเชื้อไวรัสเหล่านี้” ดร. โจ โกลดิ้ง จากกองทุน เวลคัม ทรัสต์ ในอังกฤษ ระบุ

รุนแรงแค่ไหน

ไวรัสโคโรนาเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการตั้งแต่เป็นหวัดเพียงเล็กน้อยไปจนถึงการป่วยรุนแรงจนเสียชีวิต

“เมื่อเราพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เราต้องการรู้ว่าอาการของโรครุนแรงแค่ไหน มันเป็นมากกว่าแค่ ‘อาการคล้ายไข้หวัด’ ซึ่งนั่นเป็นความน่ากังวล แต่อย่างไรก็ตาม ไวรัสชนิดนี้ไม่รุนแรงเท่ากับไวรัสซาร์ส” ศ.มาร์ก วูลเฮาส์ จากมหาวิทยาลัยเอดินเบอระ กล่าว

ไวรัสมาจากไหน

ไวรัสชนิดใหม่ ๆ ถูกค้นพบได้ตลอดเวลา โดยมักจะมาจากจากสปีชีส์ตัวใดตัวหนึ่งที่เข้าสู่ตัวมนุษย์

“หากเทียบกับโรคระบาดหลายโรคในอดีต เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ย่อมต้องมาจากแหล่งที่มาจากสัตว์” ศ.โจนาธาน บอล นักไวรัสวิทยาจากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม ระบุ

ยกตัวอย่างเช่น โรคซาร์ส เป็นเชื้อไวรัสที่มาจากชะมด ส่วนโรคเมอร์ส ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไป 858 คน จากผู้ติดเชื้อ 2,494 คน ในการระบาดเมื่อปี 2555 เป็นไวรัสที่มาจากอูฐแพร่เข้าสู่มนุษย์

ไวรัสโคโรนา

มาจากสัตว์ชนิดไหน

การควบคุมการระบาดของไวรัสจะง่ายขึ้นเมื่อรู้ว่าแหล่งที่มาของเชื้อไวรัสมาจากไหน สำหรับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ถูกเชื่อมโยงกับตลาดขายส่งปลาและอาหารทะเลขนาดใหญ่ในเมืองอู่ฮั่น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดอย่างวาฬเบลูก้า สามารถเป็นพาหะของไวรัสโคโรนาได้ แต่ตลาดอาหารทะเลแห่งนี้ยังมีการซื้อขายสัตว์ป่า เช่น ไก่ ค้างคาว กระต่าย งู ซึ่งดูเหมือนว่าน่าจะเป็นแหล่งของไวรัสมากกว่า

ทำไมเกิดที่จีน

ศ.วูลเฮาส์ กล่าวว่า เพราะจีนเป็นประเทศขนาดใหญ่ มีประชากรหนาแน่น และมีกิจกรรมที่มีการปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับแหล่งไวรัสที่มาจากสัตว์

“ไม่มีใครประหลาดใจว่าทำไมเป็นประเทศจีน หรือประเทศแถบนั้น”

แพร่ระบาดง่ายไหม

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การยืนยันให้ได้ว่าไวรัสชนิดใหม่จะไม่มีการแพร่เชื้อจากคนสู่คน นี่เป็นความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับไวรัสที่เป็นอันตรายต่อปอดชนิดนี้ เพราะการไอและจามเป็นวิธีที่เชื้อไวรัสจะแพร่ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด หากมีการติดต่อจากคนสู่คน นั่นหมายความว่าบุคคลากรทางการแพทย์ที่ให้การรักษาอาจเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัส

จนถึงขณะนี้ ทางการจีนยืนยันว่า ไม่มีบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนเตือนว่า อาจเร็วเกินไปที่จะรู้ว่าไวรัสชนิดใหม่มีการติดเชื้อจากคนสู่คนหรือไม่ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม กล่าวว่า “นั่นหมายถึงผู้ป่วย 59 ราย ได้รับเชื้อจากสัตว์ในเวลาที่สั้นมาก ซึ่งตามความรู้สึกนี่ไม่ใช่อัตราที่สูงเท่าใดนัก ตรงนี้จึงยังเป็นคำถามอยู่”

ส่วน ศ.วูลเฮาส์ บอกว่า เขาตระหนักในเรื่องนี้เช่นกัน และกล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกเรื่องนี้ เพราะไวรัสโคโรนาส่วนมากแพร่เชื้อได้

สุวรรณภูมิ

แพร่ระบาดเร็วแค่ไหน

จนถึงขนาดนี้ ต้องตอบว่า “ไม่เร็วมาก” ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 59 คน เริ่มแสดงอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 29 ธ.ค. ปีที่แล้ว และยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่

ดร. โกลดิ้ง ระบุว่า “เป็นสัญญาณบวก” ที่ไม่เห็นการแพร่ระบาดของผู้ป่วยในจำนวนที่มากกว่านี้ และมองว่าจีนควบคุมการระบาดได้ดี แต่ต้องติดตามดูต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มีความกังวลว่าเชื้อไวรัสอาจแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น สืบเนื่องจากประชาชนหลายสิบล้านคนที่เดินทางในช่วงเทศกาลตรุษจีนในช่วงปลายเดือนนี้

จีนจัดการอย่างไร

เมื่อพบผู้ติดเชื้อไวรัส โรงพยาบาลได้มีการแยกผู้ป่วยโรคนี้ออกจากผู้ป่วยทั่วไป และการติดตามบุคคลติดต่อใกล้ชิดกับผู้ป่วยอีกกว่า 150 คน เพื่อสอบสวนโรค นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งจุดสแกนอุณหภูมิร่างกายในหลายสถานที่ ส่วนตลาดขายส่งปลาที่เป็นแหล่งที่มาของไวรัสถูกปิดเพื่อกาทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค

ตรวจด่าน

บรรดาผู้เชี่ยวชาญกังวลแค่ไหน

ผู้เชี่ยวชาญจากสหราชอาณาจักรหลายคน ตอบคำถามนี้แตกต่างกันไป ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่ง บอกว่าตอนนี้ยังยากที่จะรู้ว่าเราควรกังวลแค่ไหนจนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมออกมา โดยเฉพาะการยืนยันแหล่งที่มาของไวรัส อีกรายระบุว่า ควรกังวลกับไวรัสใดก็ตามที่เข้าสู่ตัวมนุษย์เป็นครั้งแรก เพราะไวรัสชนิดนั้นได้เอาชนะด่านแรกเข้ามาได้แล้ว

ด้าน ศ.โจนาธาน บอล นักไวรัสวิทยาจากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม กล่าวว่า “เมื่อไวรัสเข้ามาอยู่ในตัวมนุษย์และสามารถผลิตตัวเองได้ใหม่ มันสามารถกลายพันธุ์ได้และอาจทำให้แพร่กระจายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและจะยิ่งอันตรายมากขึ้น….คุณไม่ต้องการให้ไวรัสได้มีโอกาสนั้นแน่”

ไทยคุมเข้มสนามบิน4 แห่ง ที่มีเที่ยวบินจากอู่ฮั่น

กระทรวงสาธารณสุข ได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ด้วยการคัดกรองผู้โดยสารเครื่องบินในเส้นทางที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่นสู่ท่าอากาศยานนานาชาติทั้ง 4 แห่ง ซึ่งมีเที่ยวบินตรงจากเมืองอู่ฮั่นมายังไทย เฝ้าระวังในโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน รวมทั้งชุมชนในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว

– ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีสายการบินไชน่า เซาท์เทิร์น แอร์ไลน์ ทำการบิน 3 เที่ยวบินต่อวัน

– ท่าอากาศยานดอนเมือง มีสายการบินไทยแอร์เอเชีย ทำการบิน 2 เที่ยวบินต่อวัน

– ท่าอากาศยานภูเก็ต มีสายการบินไทยแอร์เอเชีย ทำการบิน 2 เที่ยวบินต่อวัน และสายการบิน China Southern Airlines ทำการบินเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน (10 ม.ค.-3 ก.พ. 2563)

– ท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีสายการบินแอร์ไชน่า ทำการบิน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (วันอังคาร วันศุกร์ และวันอาทิตย์)

ส่วนมาตรการจากการท่าอากาศยานไทย ได้ขอความร่วมมือให้เที่ยวบินลงจอดตามจุดที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ บริเวณด่านควบคุมโรคฯ ได้ตั้งเทอร์โมสแกนตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย เพื่อคัดกรองตามขั้นตอนสาธารณสุข ก่อนผู้โดยสารจะแสดงตนที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

กรณีพบผู้ต้องสงสัยป่วยบนเครื่อง สายการบินจะสรุปเหตุการณ์และส่งให้ฝ่ายการแพทย์ตรวจสอบ ยืนยันทางข้อมูลก่อนที่เครื่องบินจะลงจอด โดยจะขอให้จำกัดบริเวณผู้โดยสารเที่ยวบินนั้นไว้ จนกว่าจะได้รับการตรวจสอบจากฝ่ายการแพทย์และด่านควบคุมโรค

https://www.bbc.com/thai/thailand-51089461

ดูภาพยนตร์ Outbreak (1995) วิกฤตไวรัสสูบนรก

10 หนังโรคระบาด Outbreak

เพราะความโลภและความเห็นแก่ตัว ทำให้เมืองเล็กๆเมืองหนึ่งในแคลิฟอร์เนีย ตกอยู่ในภาวะแห่งความวิบัติ ลิงตัวหนึ่งจากป่าแอฟริกาถูกจับมาทดลอง และถูกลักพาไปขายต่อโดยไม่มีใครรู้ว่า มันคือตัวนำโรคร้ายแรงที่ยังไม่พบทางรักษา ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสมรณะชื่อ “อีโบลา” จำนวนผู้ป่วยและผู้ตายเพิ่มปริมาณอยางรวดเร็วจนน่าสยอง พันเอกแซม แดเนียล (ดัสติน ฮอฟแมน) นายแพทย์ทหาร ได้รับมอบหมายให้มาตรวจสอบ พร้อมด้วย ร็อบบี้ (เรเน่ รุส) อดีตภรรยาของเขา ผู้ยังเหลือเยื่อใยต่อกันอยู่ แซมต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือโลกแม้จะมีอุปสรรคจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ ผู้พยายามปกปิดบางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสนี้

 คลิกดูเนื้อเรื่องและชมภาพยนตร์

มหาสมุทรร้อนขึ้น ในอัตราเทียบเท่าระเบิดปรมาณูถล่ม 5 ลูกต่อวินาที

มหาสมุทรร้อนขึ้น
Getty Images

มหาสมุทรร้อนขึ้น ในอัตราเทียบเท่าระเบิดปรมาณูถล่ม 5 ลูกต่อวินาที

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติเผยผลการศึกษาเรื่องระดับอุณหภูมิของมหาสมุทรทั่วโลก ในรายงานที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Advances in Atmospheric Sciences ฉบับล่าสุด โดยชี้ว่าในปี 2019 มหาสมุทรร้อนขึ้นในอัตราที่น่าตกใจยิ่งกว่าเดิม โดยพลังงานความร้อนที่เพิ่มขึ้น เทียบได้กับระเบิดปรมาณูแบบที่ใช้ถล่มเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่น ซึ่งถูกทำให้ระเบิดขึ้นเป็นจำนวน 5 ลูกต่อวินาทีอยู่ตลอดเวลา

มีการวิเคราะห์ข้อมูลตั้งแต่ของช่วงทศวรรษ 1950 มาจนถึงปี 2019 โดยพบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของมหาสมุทรโลกในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 0.075 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับของช่วงปี 1981-2010

แม้จะดูเหมือนว่าระดับอุณหภูมิเฉลี่ยของมหาสมุทรเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่หากคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่า มหาสมุทรกว้างใหญ่และมีปริมาณน้ำอยู่มหาศาล การทำให้อุณหภูมิของมหาสมุทรเพิ่มขึ้นนิดหน่อยก็ยังจะต้องใช้พลังงานความร้อนสูงมากในระดับที่เหลือเชื่อ เช่นในกรณีล่าสุดนี้ ทีมผู้วิจัยประมาณการว่าต้องใช้พลังงานถึง 228 เซกซ์ทิลเลียนจูล (Sextillion Joules ) จึงจะทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำทะเลเพิ่มขึ้นตามระดับที่รายงานได้

เพื่อให้คนทั่วไปมองเห็นภาพรวมและจินตนาการถึงพลังงานความร้อนระดับมหาศาลดังกล่าวได้ ทีมผู้วิจัยจึงได้คำนวณเปรียบเทียบกับพลังงานความร้อนที่ปลดปล่อยจากระเบิดปรมาณู ซึ่งสหรัฐฯใช้ถล่มเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่น เพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่สองในปี 1945

Aerial photo of Nagasaki bombing

Getty Images

ระเบิดปรมาณูที่เมืองนางาซากิมีอานุภาพร้ายแรงกว่าที่เมืองฮิโรชิมาเสียอีก

“ระเบิดปรมาณู 1 ลูก ปลดปล่อยพลังงานราว 63 ล้านล้านจูล” ดร. เจิ้ง ลี่จิง จากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) หนึ่งในทีมผู้วิจัยอธิบาย “พลังงานความร้อนที่เราใส่เพิ่มเข้าไปในมหาสมุทรตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เทียบได้กับระเบิดปรมาณูที่ใช้ถล่มเมืองฮิโรชิมา 3.6 พันล้านลูก หรือเท่ากับการทิ้งระเบิดปรมาณู 4 ลูก ในทุก 1 วินาที”

“แต่ในปี 2019 อัตราการเพิ่มขึ้นของพลังงานความร้อนนี้กลับสูงขึ้นอีก เทียบเท่ากับการทิ้งระเบิดปรมาณู 5 ลูก ในทุก 1 วินาทีอยู่ตลอดเวลา”

ศาสตราจารย์จอห์น อับราแฮม จากมหาวิทยาลัยเซนต์โทมัสในรัฐมินนิโซตาของสหรัฐฯ หนึ่งในทีมผู้วิจัยกล่าวเสริมว่า “ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ให้ลองเปรียบเทียบกับการที่คนบนโลกนี้ทุกคน ใช้ไดร์เป่าผมคนละ 100 ตัว เป่าลมร้อนจ่อไปยังมหาสมุทรพร้อมกันก็ได้”

การที่มหาสมุทรร้อนขึ้นทำให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายเร็วขึ้น ระดับน้ำในมหาสมุทรเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สัตว์ทะเลหลายชนิดรวมทั้งโลมาต้องตายลง เพราะไม่สามารถปรับตัวตามทันความเปลี่ยนแปลงนี้ได้

“แม้แต่การที่มีไอน้ำระเหยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น ก็ยังส่งผลทางลบต่อสภาพภูมิอากาศ โดยทำให้ฝนตกหนักมากขึ้นและเกิดพายุทรงพลังรุนแรงมากขึ้นทุกที” ศ. อับราแฮมกล่าว

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3396829

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ Meb mobile e-book เรื่อง นิยามศัพท์ พลังงานทางเลือก ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

 book_detail_large

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ มอบ Meb mobile e-book เรื่อง นิยามศัพท์ พลังงานทางเลือก  ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

คลิกที่นี่  ฟรี

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ป้องกัน: ด็อกเตอร์ ดูลิตเติ้ล/เดอะ ไลท์เฮาส์/มฤตยูใต้สมุทร

บทความนี้มีรหัสผ่านป้องกันอยู่ การจะดูบทความโปรดใส่รหัสผ่านของคุณด้านล่าง