คลังเก็บรายเดือน: พฤศจิกายน 2019

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book วิทยาศาสตร์ช่าง เรื่องอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น ของสำนักพิมพ์ OoKBee

Cover

     1545553384479

คลิกค่ะ  ฟรี 

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

สิทธิสตรี : พิพิธภัณฑ์ “โยนี” แห่งแรกของโลก ( ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ กับ สองขั้ว สองด้าน ของธรรมชาติ)

AFP ถ้วยรองประจำเดือน กับผ้าอนามัยแบบสอด สิ่งของตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์

yingyangjpg

yinyangvagina

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ กับ สองขั้ว  สองด้าน ของธรรมชาติสิทธิสตรี : พิพิธภัณฑ์ “โยนี” แห่งแรกของโลก – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ในสัปดาห์นี้มีพิพิธภัณฑ์เปิดใหม่ใกล้ตลาดแคมเดน (Camden Market) ทางเหนือของกรุงลอนดอน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่อุทิศให้กับเรื่องราวเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ของสตรี

ฟลอเรนซ์ เชชเทอร์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ บอกกับสื่อในวันเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ว่า ตัดสินใจเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพราะไม่เห็นว่ามีพิพิธภัณฑ์ใดที่ให้ความรู้เรื่องจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงโดยเฉพาะ ในขณะที่มีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ชายก่อตั้งขึ้นแล้วที่ไอซ์แลนด์

สิทธิสตรี : พิพิธภัณฑ์โยนี

A pair of crochet vulva earrings on sale during the press preview of the new Vagina Museum in Camden market AFP ต่างหูไหมพรมถักเป็นรูปปากช่องคลอดของสตรีวางขายในพิพิธภัณฑ์

โครงการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ “โยนี” แห่งแรกของโลกนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่สองปีก่อน โดยระยะแรกเป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ที่ชั่วคราวที่โยกย้ายไปเปิดแสดงในหลายเมืองของอังกฤษ ส่วนพิพิธภัณฑ์ที่เปิดล่าสุดนี้ตั้งอยู่ในห้องแสดงไม่ใหญ่มาก ผู้ก่อตั้งวางแผนว่า จะสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ถาวรในอีกสองสามปีข้างหน้า

Bookmarks on sale during the press preview of the new Vagina Museum in Camden market

AFP

นสพ.เดอะการ์เดี้ยนของอังกฤษรายงานว่า พิพิธภัณฑ์ตั้งขึ้นโดยได้รับเงินบริจาคจากคนราว 1,000 คน ที่บริจาคเงินราว 50,000 ปอนด์ หรือเกือบ 2 ล้านบาท ร่วมก่อตั้ง

ต่างหูของที่ระลึกที่วางขายในพิพิธภัณฑ์

AFP

ต่างหูของที่ระลึกที่วางขายในพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์โยนีมีแนวคิดว่า ผู้คนไม่ควรต้องละอายในเรื่องรูปร่างของตัวเอง แต่ควรจะมองกายวิภาคของกันและกันอย่างเสรีและเท่าเทียม

A visitor looks at a display during the press preview of the new Vagina Museum in Camden market,

AFP

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมุ่งหวังจะเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนในเรื่องสิทธิสตรี และความเท่าเทียมกันทางเพศ และชุมชนคนข้ามเพศ โดยไม่ต้องการให้มองการมีสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นนอกเหนือจากชาย-หญิงว่าเป็นสิ่งผิดปกติ

โปสเตอร์ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ให้ข้อมูลว่า “ประชากรเกือบ 50% ในโลกเป็นคนที่มีอวัยวะเพศหญิง และคนส่วนใหญ่ก็ลืมตาดูโลกผ่านทางอวัยวะเพศหญิง แต่ว่ากายวิภาคในเรื่องอวัยวะสืบพันธุ์ของสตรีกลับยังเป็นเรื่องต้องห้าม”

เนื้อหาส่วนหนึ่งของการจัดแสดงยังให้ข้อมูลผลการสำรวจของ YouGov เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาด้วยว่า ผู้หญิงอังกฤษกว่าครึ่งไม่สามารถบอกได้ว่า อวัยวะเพศหญิง (52%) แคมเล็ก/แคมใหญ่ (47%) และท่อปัสสาวะ (58%) นั้นทำงานหรือมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3060034

พลาสติกชีวภาพ : บัณฑิตอังกฤษคิดค้นวัสดุทดแทนพลาสติกจากสาหร่ายและเศษปลาเหลือทิ้ง

พลาสติกชีวภาพ

พลาสติกชีวภาพ : บัณฑิตอังกฤษคิดค้นวัสดุทดแทนพลาสติกจากสาหร่ายและเศษปลาเหลือทิ้ง -BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

“สำหรับฉัน เรื่องความยั่งยืนไม่เคยเป็นประเด็นรอง (ในการออกแบบ) เลย” ลูซี ฮิวจ์ นักออกแบบผลิตภัณฑ์วัย 24 ปีกล่าว

เธอคว้ารางวัลเจมส์ ไดสัน ระดับนานาชาติ ประจำปี 2019 ซึ่งเป็นการประกวดผลงานของนักศึกษาที่ช่วยแก้ปัญหาโลก จากผลงานการออกแบบพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) ที่ทำจากเศษปลาเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมประมงและสาหร่ายทะเล

DYSON IMAGERY
มารีนาเท็กซ์ ทำจาก ก้างปลา และเกล็ดปลา ผสมกับสาหร่ายสีแดง และส่วนผสมอื่น ๆ

ก่อนจะได้รับรางวัลระดับนานาชาตินี้ ลูซี เพิ่งจะได้รางวัลเจมส์ ไดสัน ในระดับประเทศไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาจากการออกแบบวัสดุทดแทนพลาสติกนี้

วัสดุดังกล่าวมีชื่อว่า มารีนาเท็กซ์ (MarinaTex) ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบในโครงการก่อนจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยซัสเซกซ์ของลูซี โดยเธอบอกว่าเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นสำคัญในแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ของเธอ

หนทางแก้ปัญหาขยะพลาสติก

โครงการของลูซี เริ่มต้นจากแนวคิดในการลดปัญหาปลาเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมประมง ซึ่งองค์การสหประชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า แต่ละปีมีขยะจากอุตสาหกรรมนี้ราว 50 ล้านตันทั่วโลก

มารีนาเท็กซ์ ผลิตขึ้นโดยใช้เศษปลาที่เหลือทิ้ง เช่น ก้างปลา และเกล็ดปลา ผสมกับสาหร่ายสีแดง (red algae) และส่วนผสมอื่น ๆ เช่น ไคโตซานจากเปลือกของสัตว์น้ำเปลือกแข็ง เช่น กุ้ง และปู เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทานให้ผลิตภัณฑ์

DYSON IMAGERY
ถุงใส่ขนมอบที่ใช้พลาสติกชีวภาพของลูซี ดูไม่ต่างจากถุงที่ใช้พลาสติกทั่วไป

แต่คุณสมบัติที่แตกต่างไปจากพลาสติกชีวภาพชนิดอื่นก็คือ มารีนาเท็กซ์ สามารถย่อยสลายในอุณหภูมิปกติได้ ซึ่งหมายความว่าผู้คนจะสามารถทิ้งมันลงในถังทำปุ๋ยหมักที่บ้านได้ โดยจะย่อยสลายภายใน 4-6 สัปดาห์

นอกจากนี้ การที่มารีนาเท็กซ์ผลิตจากของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมประมงก็เป็นอีกคุณสมบัติเด่นของผลงานชิ้นนี้ เพราะช่วยให้ต้นทุนการผลิตพลาสติกชีวภาพชนิดนี้มีราคาถูกพอ ๆ กับพลาสติกที่ใช้ทำถุงใส่ของชนิดบางทั่วไป

ลูซีหวังว่า วัสดุนี้จะสามารถนำไปใช้ทำหีบห่อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น กล่องใส่แซนด์วิช หรือถุงใส่ขนมอบต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งได้

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3061234

ยานสำรวจญี่ปุ่นกลับโลก จบภารกิจเก็บตัวอย่างดาวเคราะห์น้อย

ยานสำรวจญี่ปุ่นกลับโลก

ยานสำรวจญี่ปุ่นกลับโลก จบภารกิจเก็บตัวอย่างดาวเคราะห์น้อย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ยานสำรวจญี่ปุ่นกลับโลก – วันที่ 14 พ.ย. ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ยานสำรวจดาวเคราะห์น้อย ฮายาบูสะ 2 ของประเทศญี่ปุ่นเริ่มขั้นตอนเดินทางกลับสู่โลกแล้ว หลังภารกิจศึกษาและเก็บตัวอย่างดาวเคราะห์น้อยเรียวกุเสร็จสิ้น ถือเป็นตัวอย่างดาวเคราะห์น้อยประเภทซีชิ้นแรกของโลก

ภารกิจศึกษาและเก็บตัวอย่างบนดาวเคราะห์น้อย เรียวงุ ประกอบด้วยการถ่ายภาพ การระเบิดพื้นผิวดาว และยิงกระสุนขนาดเล็กลงไปยังพื้นผิวเพื่อวิเคราะห์ส่วนประกอบจากเศษหินที่ฟุ้งกระจายขึ้นมา ใช้เวลาประมาณ 1 ปีเศษ ห่างจากโลกไปราว 289 ล้านกิโลเมตร

ยานสำรวจญี่ปุ่นกลับโลก

เรียวงุ

องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ระบุว่า การศึกษาและเก็บตัวอย่างเป็นไปเพื่อช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทำความเข้าใจถึงทฤษฎีการก่อกำเนิดดาวเคราะห์ และที่มาของมหาสมุทรบนดาวเคราะห์โลก โดยยานสำรวจลำนี้จะยังคงถ่ายภาพ เรียวงุ ต่อไปจนถึงวันที่ 18 พ.ย.นี้ และจะใช้เวลาราว 1 ปี เพื่อเดินทางกลับ

รายงานระบุว่า เรียวงุ เป็นดาวเคราะห์น้อยประเภทซี ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยแบบทั่วไปมีอยู่ราวร้อยละ 75 ของดาวเคราะห์น้อยที่สำรวจพบทั้งหมดในปัจจบุัน มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 900 เมตร โดยภารกิจของยานฮายาบูสะ 2 เริ่มตั้งแต่ปี 2557

ทั้งนี้ การเดินทางกลับของยานฮายาบูสะ 2 ยังบังเอิญเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับยานสำรวจ โอซิริส-เอ็กซ์ ขององค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐอเมริกา หรือนาซ่า ที่มีภารกิจสำรวจคล้ายกันและมีกำหนดจะเดินทางกลับถึงโลกในปี 2566 ทำให้ทั้งสองหน่วยงานคาดว่าจะแลกเปลี่ยนตัวอย่างเพื่อนำไปศึกษาต่อ

https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_3056003

นักวิทยาศาสตร์สร้าง “บิ๊กแบง” ขนาดย่อมในห้องทดลองได้โดยบังเอิญ

 

นักวิทยาศาสตร์สร้าง “บิ๊กแบง” ขนาดย่อมในห้องทดลองได้โดยบังเอิญ – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

การระเบิดขยายตัวครั้งใหญ่หรือ “บิ๊กแบง” (Big Bang) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เชื่อกันว่าเป็นจุดกำเนิดของจักรวาลนั้น แม้ในทางทฤษฎีน่าจะเกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียว แต่ล่าสุดทีมนักวิจัยด้านวิศวกรรมเครื่องกลและอากาศยานของสหรัฐฯ กลับค้นพบกลไกที่ทำให้เกิดการระเบิดขยายตัวแบบเดียวกันได้ในระดับย่อม ๆ โดยบังเอิญ ระหว่างที่ทำการทดลองในห้องปฏิบัติการ

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซนทรัลฟลอริดา (UCF) นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. คารีม อาเหม็ด กำลังทดลองหาวิธีสร้างแรงขับดันด้วยไอพ่นความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic jet propulsion) ในท่อขนาดเล็กที่ควบคุมการกระแทกปั่นป่วนของอากาศได้

แต่ในขณะที่ปรับเปลี่ยนค่าความปั่นป่วนของกระแสอากาศซึ่งเป็นเงื่อนไขของการทดลองอยู่นั้นเอง พวกเขาพบว่าเปลวเพลิงจากเครื่องยนต์ที่เดิมลุกไหม้อย่างคงที่แบบเปลวเทียน กลับเกิดความแปรปรวนและเร่งปฏิกิริยาภายในตัวเองขึ้นได้อย่างฉับพลัน จนนำไปสู่การระเบิดรุนแรงในที่สุด

ดร. อาเหม็ดกล่าวในรายงานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Science ว่า “การระเบิดในลักษณะนี้มีหลักการพื้นฐานไม่ต่างไปจากซูเปอร์โนวา หรือการระเบิดของดาวฤกษ์ที่สิ้นอายุขัย โดยเราสามารถใช้ความปั่นป่วนเร่งให้ปฏิกิริยาต่าง ๆ เกิดขึ้น จนกลายเป็นการระเบิดที่รุนแรงในระดับมัค 5 หรือมีความเร็วเหนือเสียงถึง 5 เท่า ได้”

“เมื่อเราศึกษาลึกลงไปอีกก็พบว่า การระเบิดแบบซูเปอร์โนวาที่เราสร้างขึ้นโดยบังเอิญนั้น มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการระเบิดขยายตัวครั้งใหญ่ของเอกภพหรือบิ๊กแบงด้วย โดยกลไกที่นำไปสู่การระเบิดทั้งสองแบบนั้นคล้ายคลึงกัน”

การค้นพบโดยบังเอิญในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยีการบินและการเดินทางในอวกาศ โดยอาจจะใช้หลักการระเบิดแบบพิเศษสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนที่ทรงพลังได้แล้ว ยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในเรื่องความเป็นมาของเอกภพและเหตุการณ์บิ๊กแบง รวมทั้งช่วงเวลาที่อาจดำรงอยู่ก่อนการเกิดบิ๊กแบงได้อีกด้วย

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3030268

 

เมนูสั่งด้วยเสียง

เมนูสั่งด้วยเสียง

เมนูสั่งด้วยเสียง – เทเยอร์ แทบบ์ วิศวกรจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน สหรัฐอเมริกา เปิดเผยความคืบหน้าโครงการพัฒนา “ชีสบอร์ก” (Cheesborg) หุ่นยนต์ทำแซนด์วิชกริลชีส เมนูอาหารเช้าและอาหารว่างยอดนิยม ด้วยคำสั่งเสียง ชีสบอร์กทำงานเชื่อมต่อกับกูเกิ้ล แอสซิสแทนต์ ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำงานผ่านเสียง

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เมื่อผู้ใช้งานพูดประโยคเริ่มต้นสั่งการและระบุให้ทำแซนด์วิชกริลชีส อุปกรณ์ดูดของหุ่นยนต์ชีสบอร์กจะดูแผ่นขนมปัง 1 ชิ้น และปล่อยลงบนสายพาน จากนั้นหมุนไปอีกทางเพื่อดูดแผ่นชีสขึ้นมา และวางลงบนขนมปังที่อยู่บนสายพาน ก่อนจะหมุนกลับไปทางเดิมเพื่อดูดขนมปังอีกแผ่นเพื่อนำมาวางประกบ

เสร็จแล้วสายพานจะค่อยๆ เคลื่อนที่ นำขนมปังและชีสตรงไปยังเครื่องปิ้งขนมปังแบบพานีนี่ โดยจะปิ้งขนมปังในเวลาที่วิจัยมาแล้วว่าให้ผลลัพธ์ของกริลชีสที่อร่อยที่สุด เมื่อขนมปังสุก ถาดปิ้งจะเปิดออก และแถบดันด้านข้างจะดันกริลชีสร้อนๆ ลงสู่ถาดอีกฝั่งเพื่อให้ผู้ใช้งานหยิบรับประทานได้ทันที

เบื้องต้นชีสบอร์กยังใช้เวลาในการทำกริลชีสค่อนข้างนาน แต่ถือเป็นการจุดประกายหุ่นยนต์ทำครัวสำหรับโลกอนาคต ต่อยอดพัฒนาและปรับปรุงให้กลายเป็นหุ่นยนต์ ทำกริลชีสที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงหุ่นยนต์ทำครัวประเภทอื่นๆ ที่เชื่อมต่อกับระบบสั่งการทางเสียง

https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_3032343

รู้จักโรค “แมลงกินเนื้อคน” แรงขั้นตัดแขนขา พบบ่อย แนะทางป้องกัน

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

จากกรณีที่บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ดารานักแสดงชื่อดัง ถูกแมลงกินเนื้อกัดที่ขาระหว่างไปแช่น้ำออนเซ็นที่ประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้เกิดการอักเสบจากการติดเชื้อ มีอาการบวม และเริ่มลามประมาณ 2 ฝ่ามือ ทำให้เจ้าตัวต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วนเมื่อคืนวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา อันเนื่องมาจาก “โรคแบคทีเรียกินเนื้อคน” หรือที่หลายคนเข้าใจว่า แมลงกินเนื้อคน ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

สาเหตุ

สาเหตุของการเกิดโรคแบคทีเรียกินเนื้อคนนั้น มาจากแมลง (ชนิดแมลงไม่จำเพาะ แต่มักจะเป็นแมลงที่กัดแล้วเกิดรู และรอยแดงบนผิวหนัง) กัดเข้าไปที่ผิวหนัง จนทำให้เกิดแบคทีเรียแทรกซ้อนที่เยื่อใต้ผิวหนัง

และในกรณีที่ปล่อยละเลยไว้ แบคทีเรียจะค่อยๆ เข้าไปทำลายเนื้อเยื่อ จนทำให้เลือดเลี้ยงผิวหนังบริเวณนั้นๆ ไม่เพียงพอ ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาย และเชื้อแบคทีเรียก็จะเข้าแสเลือดและลามไปทั่วร่างกาย

ปัจจัยเสี่ยง

  • ผิวหนังมีแผลจากแมลงกัดต่อย อุบัติเหตุถูกของมีคมตำหรือบาด แผลผ่าตัด
  • มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง วัณโรค เป็นต้น

อาการ

หากแบ่งอาการของโรค ตามระยะเวลาที่เกิดโรค จะแบ่งออกได้ ดังนี้

  • วันที่ 1-2 มีอาการปวดบริเวณที่เกิดโรค บวม และแดง

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า “ในผู้ป่วยบางรายจะไม่ค่อยแสดงอาการบริเวณผิวหนังเท่าใดนัก เนื่องจากเกิดในผิวหนังชั้นลึก ซึ่งทำให้มองไม่เห็น แต่จะสามารถรู้สึกถึงอาการปวดได้ หรือมีอาการไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว หัวใจเต้นเร็ว เพราะฉะนั้น ถ้ามีอาการลักษณะเช่นนี้ อย่าละเลย ต้องรีบพบแพทย์ทันที”

  • วันที่ 2-4  พบว่าบริเวณที่บวมจะกว้างกว่าบริเวณผิวหนังที่แดง มีผื่นผุพองซึ่งบ่งบอกว่าผิวหนังขาดเลือด และมีเลือดซึม ผิวมีสีออกคล้ำเนื่องจากผิวหนังเริ่มตาย และผิวเริ่มมีสีดำ
  • วันที่ 4-5 จะมีความดันโลหิตต่ำ และมีภาวะโลหิตเป็นพิษ ผู้ป่วยจะไม่ค่อยรู้สึกตัว

การรักษา

“หากพบว่า มีอาการน่าสงสัยหรือผิดปกติ หลังจากโดนแมลงกัดหรือมีรอยผื่น ควรมาพบแพทย์โดยด่วนเพื่อวินิจฉัยให้เร็วที่สุด ซึ่งผู้ป่วยบางรายที่รู้ตัวเร็ว สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ”

“สำหรับผู้ป่วยบางรายที่ไม่ได้ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ถูกกัด และมาพบแพทย์ล่าช้า จะต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด เพื่อเอาเนื้อที่ตายหรือเนื้อที่ติดเชื้อออก” อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว

ความรุนแรง

“หากติดเชื้อรุนแรงอาจจำเป็นต้องตัดอวัยวะนั้นๆ ออก ซึ่งส่วนใหญ่มักพบที่แขนและขา” อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว

การป้องกัน

  • หมั่นสังเกตตนเอง ถ้าพบว่ามีบาดแผล ที่มีอาการปวดบวมแดง หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ บริเวณแผล ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาก่อนที่โรคจะมีการลุกลามติดเชื้อรุนแรงมากยิ่งขึ้น
  • ในระหว่างที่มีอาการผิดปกติบริเวณผิวหนัง ควรดูแลรักษาทำความสะอาดผิวหนังบริเวณนั้นๆ ให้ดีที่สุด

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1695571

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book คลื่นกลและคลื่นเสียง ของสำนักพิมพ์ OoKBee

Cover

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book  คลื่นกลและคลื่นเสียง ของสำนักพิมพ์ OoKBee

     1545553384479

คลิกค่ะ  ฟรี 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ญี่ปุ่นเปิดตัวซูเปอร์คาร์ ทำด้วยวัสดุสังเคราะห์จากไม้

ญี่ปุ่นเปิดตัวซูเปอร์คาร์

ญี่ปุ่นเปิดตัวซูเปอร์คาร์ ทำด้วยวัสดุสังเคราะห์จากไม้ – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

กระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ซูเปอร์คาร์ Nano Cellulose Vehicle (NCV) ที่สร้างด้วยวัสดุสังเคราะห์จากไม้และซากพืชเหลือทิ้งจากการเกษตร ซึ่งจะทำให้ตัวถังรถมีน้ำหนักเบา ประหยัดพลังงานในการขับเคลื่อน และไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศโลก

รถยนต์รุ่นนี้ทั้งคันจะมีน้ำหนักเบากว่าซูเปอร์คาร์ทั่วไป 10% แต่วัสดุที่ใช้เป็นหลักคือ “เซลลูโลสนาโนไฟเบอร์” (Cellulose Nanofiber – CNF) กลับมีความแข็งแกร่งกว่าและเบากว่าเหล็กกล้าถึง 5 เท่า

NCV
ภายในรถตกแต่งด้วยวัสดุสังเคราะห์จากไม้สไตล์ญี่ปุ่น

เซลลูโลสนาโนไฟเบอร์เป็นวัสดุที่ใช้กันในอุตสาหกรรมหลายประเภท โดยสกัดได้จากเยื่อไม้และเส้นใยของพืช นับเป็นวัสดุชีวมวลที่ล้ำสมัยที่สุดชนิดหนึ่งของโลก มีความหนาแน่นสูงและโครงสร้างเหนียวทนทานยิ่งกว่าใยแมงมุม

ทางการญี่ปุ่นเปิดตัวรถยนต์ NCV ต้นแบบ ในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ซึ่งกำลังมีขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเกียวโตและบริษัทยานยนต์ชั้นนำของประเทศเช่นโตโยต้า ได้ร่วมกันคิดค้นและพัฒนาซูเปอร์คาร์ดังกล่าวมาหลายปี

NCV
เบาะนั่งออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดกิโมโนของญี่ปุ่น

กระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นหวังว่า โครงการพัฒนารถยนต์ NCV จะช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและช่วยลดภาวะโลกร้อน โดยจะส่งเสริมให้มีการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์ไม้และซากพืชในระดับอุตสาหกรรมเพื่อนำมาผลิตตัวถังรถยนต์ต่อไป ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการผลิตคาร์บอนในช่วงชีวิตของรถยนต์คันหนึ่งลงได้ถึง 2,000 กิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม แม้เครื่องยนต์ของรถ NCV จะใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ซึ่งไม่ทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมา แต่ปัจจุบันซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ยังทำความเร็วสูงสุดได้เพียง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น จึงยังไม่พร้อมจะนำออกวางตลาดและทีมนักวิจัยจะต้องพัฒนาปรับปรุงกันต่อไปอีกระยะหนึ่ง

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3022650

นาซาเผยภาพ “กาแล็กซีหน้าผี” ร่วมฉลองเทศกาลฮาโลวีน


กาแล็กซีหน้าผี
NASA/ESA/UW กาแล็กซีวงแหวน Arp-Madore 2026-424 มองดูคล้ายกับใบหน้าของปีศาจ

นาซาเผยภาพ “กาแล็กซีหน้าผี” ร่วมฉลองเทศกาลฮาโลวีน – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้ควบคุมกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลขององค์การนาซาและองค์การอวกาศยุโรป (ESA) เผยภาพปรากฏการณ์ที่หาชมได้ยากในห้วงอวกาศ ซึ่งบันทึกไว้ได้เมื่อช่วงทศวรรษ 1980 โดยเป็นภาพดาราจักรคู่หนึ่งกำลังรวมตัวเข้าด้วยกัน แต่กลับมองดูคล้ายกับศีรษะของภูตผีปีศาจที่จ้องมองออกไปในความมืด

มีการเผยแพร่ภาพนี้ผ่านทางเว็บไซต์ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ที่ spacetelescope.org โดยทีมนักวิทยาสาสตร์ระบุว่าขอร่วมฉลองเทศกาลฮาโลวีนในปีนี้ ด้วยภาพของระบบดาราจักรคู่ Arp-Madore 2026-424 ซึ่งอยู่ห่างจากโลก 704 ล้านปีแสง

ดาราจักรคู่ดังกล่าวถูกจัดประเภทให้อยู่ในกลุ่มของ “กาแล็กซีวงแหวน” (Ring galaxy) โดยส่วนดวงตาปีศาจที่สุกสว่างคือดาราจักรสองแห่งที่กำลังชนและรวมตัวเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดกลุ่มฝุ่นและก๊าซฟุ้งกระจายออกไปเป็นรูปวงแหวนโดยรอบ ซึ่งก่อตัวเป็นใบหน้าสีน้ำเงินที่ดูน่าขนลุก

คลื่นกระแทกที่เกิดจากการชนกันของดาราจักรทั้งสอง ผลักให้มวลสารที่กระจัดกระจายออกไปเป็นส่วนจมูกและโครงหน้าของปีศาจอัดตัวกันแน่น และกลายเป็นแหล่งให้กำเนิดดาวฤกษ์ดวงใหม่ ๆ ในเวลาต่อมา

“กาแล็กซีวงแหวนนั้นหาพบได้ยาก มีอยู่เพียงไม่กี่ร้อยแห่งในห้วงอวกาศส่วนที่ใกล้กับกาแล็กซีของเรา โดยคู่ดาราจักรจะต้องเข้าชนกันในจังหวะที่เหมาะเหม็ง จึงจะเกิดวงแหวนลักษณะนี้ขึ้นได้” ทีมนักวิทยาศาสตร์ของนาซากล่าว

“วงแหวนที่เป็นโครงหน้าปีศาจนี้จะคงอยู่เพียงไม่กี่ร้อยล้านปี ก่อนจะสลายตัวไปในที่สุด เหลือทิ้งไว้เพียงดาราจักรเกิดใหม่ขนาดยักษ์ ซึ่งเป็นผลจากการรวมตัวกันของดาราจักรคู่เดิมนั่นเอง”

ด้านทีมนักวิทยาศาสตร์ของนาซาซึ่งรับผิดชอบดาวเทียมสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ Solar Dynamics Observatory (SDO) ก็ได้ร่วมฉลองเทศกาลปล่อยผีประจำปีนี้ด้วยเช่นกัน โดยเผยแพร่ภาพถ่ายของดวงอาทิตย์ที่ดูคล้ายกับตะเกียงฟักทอง “แจ๊ก-โอ-แลนเทิร์น” ไม่มีผิด

NASA / SDO
ในบางครั้ง ดวงอาทิตย์ก็ดูคล้ายกับตะเกียงฟักทอง “แจ๊ก-โอ-แลนเทิร์น”

ภาพดังกล่าวถูกบันทึกไว้ตั้งแต่เมื่อปี 2014 ขณะที่พื้นผิวดวงอาทิตย์บางส่วนมีความเคลื่อนไหวของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าสูงกว่าส่วนอื่น ๆ ทำให้ดูเหมือนลุกไหม้สว่างจ้าเป็นพิเศษ

ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ SDO ได้เชิญชวนให้ผู้สนใจเข้าชมและดาวน์โหลดภาพดังกล่าวได้ฟรีที่หน้าเฟซบุ๊ก NASA Sun Science และทางเว็บไซต์ nasa.gov

https://www.khaosod.co.th/home