คลังเก็บรายเดือน: พฤศจิกายน 2019

ฮือฮา ‘น้ำโขง’ เปลี่ยนสี! เตือนสัญญาณอันตราย(ชมภาพชุด)

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

30 พ.ย. 62 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีจังหวัดนครพนมวานนี้ว่าผลกระทบจากภัยแล้ง ได้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ สร้างความฮือฮาแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาท่องเที่ยว เนื่องจากระดับในน้ำโขงมีความผันผวน และแห้งขั้นวิกฤติ ล่าสุดระดับน้ำโขงเฉลี่ยต่ำสุดที่ประมาณ 1 เมตร  ถือว่าต่ำสุดในรอบกว่า 50 ปี  ทำให้หลายจุดกลางน้ำโขงในเขตอำเภอท่าอุเทน,เมือง และอำเภอธาตุพนม เกิดสันดอนทรายเป็นพื้นที่กว้างหลายร้อยไร่  บางจุดมีสันดอนทรายโผล่ยาวเป็นระยะทางยาวกว่า 2-3 กิโลเมตร  ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟากไทยลาว รวมถึงเกษตรกรที่ใช้น้ำในการเกษตร ต้องมีการวางท่อสูบน้ำเป็นระยะทางไกลขึ้น  และล่าสุดเรือสำราญแม่โขงพาราไดซ์ครูซ ซึ่งเป็นเรือนำเที่ยวขนาดใหญ่ของจังหวัด ประกาศแจ้งหยุดล่องเรือ ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.- 1 ธ.ค. เพื่อประเมินสถานการณ์

ขณะเดียวกันในแม่น้ำโขง เกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน เนื่องจากน้ำที่เคยเป็นขุ่นสีปูน ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามคล้ายน้ำทะเล ทำให้มีสีสันสวยงาม บวกกับเกิดหาดทรายตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง กลายเป็นความสวยงามทางธรรมชาติที่ลงตัว  ทำให้มีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางไปชมและเซลฟี่ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

ทั้งนี้จากข้อมูลของนักวิชาการกลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขง พบว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวถึงแม้จะสวยงาม แต่ที่สำคัญคือสัญญาณอันตราย ที่บ่งชี้ว่าจะเกิดภัยแล้งขาดน้ำขั้นวิกฤติ เนื่องจากระดับน้ำโขงที่เป็นสีฟ้าครามคล้ายน้ำทะเล เพราะแม่น้ำโขงปริมาณต่ำ ทำให้น้ำนิ่ง จนเกิดการตกตะกอนใส บวกกับการทำปฏิกิริยาระหว่าง หินทราย ทำให้มองเห็นเป็นสีฟ้าครามสวยงาม

นายอาทิตย์ พนาศูนย์ ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ระดับน้ำโขงผันผวน ปีนี้ถือว่าหนักสุดในรอบกว่า 50 ปี  ตั้งแต่ช่วงปลายฝนต้นหนาวมาถึงปัจจุบัน ยังไม่ทันถึงปีใหม่ น้ำโขงแห้งขอดหนักกว่าทุกปี ส่วนปัจจัยไม่เพียงเป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อนของประเทศจีน รวมถึงเขื่อนในประเทศลาวเท่านั้น ยังได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ หรือภาวะโลกร้อน ที่ทำให้ธรรมชาติถูกทำลาย สภาพอากาศแปรปรวน เป็นการทำลายความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ

“ที่สำคัญทำให้ปริมาณฝนน้อยทิ้งช่วง ไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้แล้งน้ำมีปริมาณน้ำต่ำ รวมถึงน้ำโขง  สิ่งเหล่านี้คือปัญหาของระบบนิเวศน์กำลังถูกทำลาย  นอกจากนี้หลังน้ำโขงแห้ง ยังเกิดปรากฎการณ์น้ำโขงเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามคล้ายทะเลที่สวยงาม หลายคนมองว่าเป็นความสวยงามแปลกตา แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือสัญญาณอันตราย ตัวบ่งชี้ว่าภัยแล้งวิกฤิตจะมาเยือน สิ่งที่ตามมาคือปัญหาขาดแคลนน้ำ รวมไปถึงระบบนิเวศน์ถูกทำลาย  ปลาน้ำโขงเริ่มสูญพันธุ์ อาชีพประมง เกษตรกรขาดรายได้ ซึ่งแนวทางการแก้ไขจะต้องมีการหารือกันระดับประเทศ บวกกับคนในพื้นที่จะต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ถึงแม้อาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ถือว่าจะเป็นการลดความรุนแรงของผลกระทบที่จะตามมา″  ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจังหวัดนครพนมกล่าว

ทั้งนี้ปรากฎการณ์น้ำโขงเปลี่ยนสี นักวิชาการเรียกว่า Hungry Water Effect: เมื่อน้ำโขงหิวตะกอน น้ำห่างฝั่งใสเป็นสีฟ้าราวน้ำทะเล ส่วนน้ำใกล้ฝั่งจะเห็นว่าขุ่นกว่าอย่างชัดเจน เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “น้ำหิว” คือ น้ำที่ถูกกักมาหลังเขื่อนและไหลช้า ในฤดูนี้ตะกอนจะตกอยู่ในอ่างเก็บน้ำท้ายเขื่อนหมด น้ำที่ปล่อยออกมาจะเป็นน้ำใสที่ไม่มีตะกอน น้ำพวกนี้หิวตะกอน ผ่านตลิ่งผ่านท้องน้ำตรงไหนก็ดึงเอาตลิ่งตรงนั้นออกมา เกิดการกัดเซาะตลิ่งและพื้นท้องน้ำมากกว่าปกติ.

https://www.thaipost.net/main/detail/51432

ป้องกัน: ภาพยนตร์ เรื่อง โคตรใหญ่ฟัดเหล็ก (เฉินหลง)

บทความนี้มีรหัสผ่านป้องกันอยู่ การจะดูบทความโปรดใส่รหัสผ่านของคุณด้านล่าง

ก๊าซเรือนกระจก ในชั้นบรรยากาศโลกสะสมตัวเข้มข้น ทำลายสถิติอีกครั้ง

Getty Imag

ก๊าซเรือนกระจก ในชั้นบรรยากาศโลกสะสมตัวเข้มข้น ทำลายสถิติอีกครั้ง – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) แถลงว่าระดับความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ในชั้นบรรยากาศโลกเมื่อปี 2018 ยังคงพุ่งสูงขึ้น จนถึงขั้นทำลายสถิติที่มีการบันทึกเอาไว้อีกครั้ง

เมื่อปีที่แล้ว ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งทศวรรษที่ผ่านมา คือที่ 407.8 ส่วนในล้านส่วน (ppm) สูงกว่าของปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 405.5 ppm ทั้งสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมในปี 1750 ถึง 147%

ส่วนความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ เช่นมีเทนและไนตรัสออกไซด์ ก็เพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยด้วยเช่นกัน โดยกว่า 60% ของมีเทนในชั้นบรรยากาศมาจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่นการเกษตรและเลี้ยงปศุสัตว์ ทำให้มีเทนในชั้นบรรยากาศยุคปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 259% ส่วนไนตรัสออกไซด์ที่บางส่วนมาจากการใช้ปุ๋ยเคมี มีความเข้มข้นเพิ่มสูงขึ้นกว่า 123% เมื่อเทียบกับของปี 1750

นับแต่ช่วงทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา ผลกระทบจากก๊าซเรือนกระจกต่ออุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้นโดยรวม (Total radiative forcing) นับว่าสูงขึ้นถึง 43% ทำให้โลกร้อนและเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในวงกว้าง

ระดับความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกที่ตกค้างและสะสมตัวในชั้นบรรยากาศโลกนั้น แตกต่างจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในขั้นต้น เนื่องจากป่าไม้ ผืนดิน และมหาสมุทร จะช่วยดูดซับคาร์บอนและก๊าซอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นก่อน แต่หากก๊าซเรือนกระจกยังมีเหลือมากจนกลายเป็นส่วนเกิน ก็จะไปสะสมตัวอยู่ในชั้นบรรยากาศ กลายเป็นฉนวนกักเก็บความร้อนของโลกไม่ให้มีการระบายออกไป

ก๊าซเรือนกระจก

Getty Images

นายเปตเตรี ตาลาส เลขาธิการของ WMO กล่าวว่า “ไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่าการสะสมตัวของก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน มีแนวโน้มจะชะลอลง หรือแม้แต่จะลดลงเลย ถึงนานาชาติจะมีพันธกิจในการแก้ไขปัญหานี้ ตามความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็ตาม”

Air monitoring
Getty Images

สถานีตรวจสภาพอากาศแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์

“เราจำเป็นจะต้องเปลี่ยนความตกลงให้เป็นการลงมือปฏิบัติจริงจัง ต้องไม่ลืมว่าครั้งล่าสุดที่โลกมีความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในระดับนี้ ก็คือเมื่อ 3-5 ล้านปีก่อน ซึ่งในตอนนั้นอุณหภูมิโลกสูงกว่านี้ 2-3 องศาเซลเซียส และระดับน้ำทะเลสูงกว่าปัจจุบัน 10-20 เมตร” เลขาธิการ WMO กล่าว

ข้อมูลในรายงานข้างต้นนี้ จะถูกนำเสนอโดยละเอียดอีกครั้ง ในที่ประชุม COP 25 ซึ่งผู้แทนจากเกือบ 200 ประเทศทั่วโลก จะร่วมหารือกันในประเด็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่กรุงมาดริดของสเปนในสัปดาห์หน้า

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3088747

แบบทดสอบ เรื่อง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นน้ำ คลื่นบนสแตนเชียร์
แรงทางไฟฟ้า

สนามของแรงทางไฟฟ้า

แกว่งประจุ เส้นแรง

วงลูบของเส้นแรง

วัดความเร็วแสง

ความเร็วของแสง

แบบจำลองของอะตอม

   ทดลองไม่ได้ให้ download    ไป setup

และตั้งค่า cofig ให้เรียบร้อย ก่อนครับ

คลิก เข้าทำ   แบบทดสอบ 

คลิก ดูคะแนน แบบทดสอบ  

 

แบบทดสอบออนไลน์ เรื่อง กฎของคูลอมบ์

วิธีทดลอง

1.  กำหนดค่า  q 1  และ  q2

2. เลื่อนประจุไปตามไม้บรรทัด

3. บันทึกขนาดของแรงลงในตาราง

4. คำนวณแรงจากกฏของคูลอมบ์ ตามสูตร

คลิกเข้าสู่การทดลอง  HTML 5 

คลิก เข้าทำ  แบบทดสอบ 

คลิก ดูคะแนน แบบทดสอบ 

 

คลิกทดลองที่ server

ลูกบิดเปล่งแสง

ลูกบิดเปล่งแสง

ลูกบิดเปล่งแสง

คอลัมน์ เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์

ลูกบิดเปล่งแสง – คริสโตเฟอร์ โนเอลด์เนอร์ จาก อัลลูมิเมตส์ สตาร์ตอัพพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อชีวิตประจำวัน ในสหรัฐอเมริกา แนะนำ “ไบรต์ล็อก” ลูกบิดเปล่งแสงสุดอัจฉริยะเพื่อแก้ปัญหาการมองไม่เห็นเมื่อต้องลุกขึ้นจากที่นอนในช่วงกลางคืน ไม่ว่าจะออกไปเข้าห้องน้ำ แวะไปดูลูกเล็กๆ ช่วงกลางดึก หรือแม้แต่หาของใกล้ตัวที่มองเห็นไม่ถนัด ไบรต์ล็อกติดตั้งง่าย แค่ถอดลูกบิดเดิมออก จากนั้นประกบไบรต์ล็อกเข้ากับส่วนลูกบิดเดิมและไขนอตให้แน่น จากนั้นกดเลือกสีที่ต้องการจากปุ่มข้างซ้าย มีด้วยกัน 6 สี ได้แก่ ฟ้า แดง ม่วง ชมพู เขียว และขาว รองรับกับทุกสีสันและสไตล์ของบ้าน สำนักงาน หรือห้องที่ติดตั้งไบรต์ล็อก ส่วนด้านขวามีปุ่มเลือดระดับความสว่างของแสง ซึ่งแม้จะเลือกสว่างสูงสุดก็ไม่ระคายเคืองต่อสายตา โดยเฉพาะการลืมตาตื่นในความมืด

ลูกบิดเปล่งแสง

ที่สำคัญไบรต์ล็อกมีเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงล้อมรอบและเซ็นเซอร์ความเคลื่อนไหว หากผู้ใช้งานเคลื่อนตัวในรัศมี 2.1 เมตร ไบรต์ล็อกจะเปล่งแสงออกมารอบๆ ลูกบิด ช่วยให้มองเห็นตำแหน่งของประตู และจะปรากฏแสงเป็นเวลานาน 45 วินาที ซึ่งเพียงพอให้ผู้ใช้เดินไปยังพิกัดดังกล่าวได้โดยไม่เสี่ยงได้รับบาดเจ็บจากการชนเฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งกีดขวางต่างๆ ในห้อง

การใช้งานไบรต์ล็อกยังช่วยลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าจากการเปิดโคมไฟทิ้งไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนใจดูรายละเอียดที่ kickstarter

https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_3069668

สิทธิสตรี : พิพิธภัณฑ์ “โยนี” แห่งแรกของโลก ( ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ กับ สองขั้ว สองด้าน ของธรรมชาติ)

AFP ถ้วยรองประจำเดือน กับผ้าอนามัยแบบสอด สิ่งของตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์

yingyangjpg

yinyangvagina

ฟิสิกส์ดิสคอฟเวอรี่ กับ สองขั้ว  สองด้าน ของธรรมชาติสิทธิสตรี : พิพิธภัณฑ์ “โยนี” แห่งแรกของโลก – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ในสัปดาห์นี้มีพิพิธภัณฑ์เปิดใหม่ใกล้ตลาดแคมเดน (Camden Market) ทางเหนือของกรุงลอนดอน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่อุทิศให้กับเรื่องราวเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ของสตรี

ฟลอเรนซ์ เชชเทอร์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ บอกกับสื่อในวันเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ว่า ตัดสินใจเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพราะไม่เห็นว่ามีพิพิธภัณฑ์ใดที่ให้ความรู้เรื่องจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงโดยเฉพาะ ในขณะที่มีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ชายก่อตั้งขึ้นแล้วที่ไอซ์แลนด์

สิทธิสตรี : พิพิธภัณฑ์โยนี

A pair of crochet vulva earrings on sale during the press preview of the new Vagina Museum in Camden market AFP ต่างหูไหมพรมถักเป็นรูปปากช่องคลอดของสตรีวางขายในพิพิธภัณฑ์

โครงการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ “โยนี” แห่งแรกของโลกนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่สองปีก่อน โดยระยะแรกเป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ที่ชั่วคราวที่โยกย้ายไปเปิดแสดงในหลายเมืองของอังกฤษ ส่วนพิพิธภัณฑ์ที่เปิดล่าสุดนี้ตั้งอยู่ในห้องแสดงไม่ใหญ่มาก ผู้ก่อตั้งวางแผนว่า จะสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ถาวรในอีกสองสามปีข้างหน้า

Bookmarks on sale during the press preview of the new Vagina Museum in Camden market

AFP

นสพ.เดอะการ์เดี้ยนของอังกฤษรายงานว่า พิพิธภัณฑ์ตั้งขึ้นโดยได้รับเงินบริจาคจากคนราว 1,000 คน ที่บริจาคเงินราว 50,000 ปอนด์ หรือเกือบ 2 ล้านบาท ร่วมก่อตั้ง

ต่างหูของที่ระลึกที่วางขายในพิพิธภัณฑ์

AFP

ต่างหูของที่ระลึกที่วางขายในพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์โยนีมีแนวคิดว่า ผู้คนไม่ควรต้องละอายในเรื่องรูปร่างของตัวเอง แต่ควรจะมองกายวิภาคของกันและกันอย่างเสรีและเท่าเทียม

A visitor looks at a display during the press preview of the new Vagina Museum in Camden market,

AFP

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมุ่งหวังจะเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนในเรื่องสิทธิสตรี และความเท่าเทียมกันทางเพศ และชุมชนคนข้ามเพศ โดยไม่ต้องการให้มองการมีสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นนอกเหนือจากชาย-หญิงว่าเป็นสิ่งผิดปกติ

โปสเตอร์ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ให้ข้อมูลว่า “ประชากรเกือบ 50% ในโลกเป็นคนที่มีอวัยวะเพศหญิง และคนส่วนใหญ่ก็ลืมตาดูโลกผ่านทางอวัยวะเพศหญิง แต่ว่ากายวิภาคในเรื่องอวัยวะสืบพันธุ์ของสตรีกลับยังเป็นเรื่องต้องห้าม”

เนื้อหาส่วนหนึ่งของการจัดแสดงยังให้ข้อมูลผลการสำรวจของ YouGov เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาด้วยว่า ผู้หญิงอังกฤษกว่าครึ่งไม่สามารถบอกได้ว่า อวัยวะเพศหญิง (52%) แคมเล็ก/แคมใหญ่ (47%) และท่อปัสสาวะ (58%) นั้นทำงานหรือมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_3060034