คลังเก็บรายเดือน: สิงหาคม 2019

นาซ่าเดินเครื่อง นาฬิกาอะตอมอวกาศ โหมโรงภารกิจดาวแดง

นาซ่าเดินเครื่อง นาฬิกาอะตอมอวกาศ

นาซ่าเดินเครื่อง นาฬิกาอะตอมอวกาศ โหมโรงภารกิจดาวแดง

นาซ่าเดินเครื่อง นาฬิกาอะตอมอวกาศ – วันที่ 29 ส.ค. ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือนาซ่า ประสบความสำเร็จในการเปิดการทำงาน “นาฬิกาอะตอมอวกาศ” ซึ่งมีความแม่นยำสูงกว่านาฬิกาอะตอมปัจจุบัน เพื่อช่วยสนับสนุนภารกิจในอวกาศ

นาฬิกาอะตอมอวกาศ (Deep Space Atomic Clock) หรือ DSAC ถูกนาซ่าเปิดระบบทำงานตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังนาซ่าส่งขึ้นไปบนอวกาศตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2562 เพื่อเป็นระบบกลางที่คอยบอกเวลาที่เที่ยงตรงให้กับนักบินอวกาศที่ต้องปฏิบัติภารกิจต่างๆ

นาซ่าเดินเครื่อง นาฬิกาอะตอมอวกาศ
DSAC – NASA

นาฬิกาอะตอมอวกาศถือเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากในห้วงลึกของอวกาศนั้นนักบินอวกาศต้องเผชิญกับปรากฏการณ์และทุกสิ่งที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยเช่นเวลาอาจส่งผลใหญ่หลวงต่อการคำนวณของระบบคอมพิวเตอร์ และนำไปสู่ความล้มเหลวของภารกิจได้

ยกตัวอย่างภารกิจเดินทางไปดาวอังคาร ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากเวลาที่ผิดเพี้ยนไปเพียง 1 ในหลายพันล้านวินาที อาจนำไปสู่การลงจอดผิดพลาดบนดาวเคราะห์ดังกล่าว หรืออาจทำให้ยานอวกาศนั้นผ่านเลยจุดหมายไปเลยก็ได้

Mars Mission

นาซ่า อธิบายว่า โดยทั่วไปแล้วดาวเทียมระบุพิกัด หรือจีพีเอส ที่โคจรรอบดาวเคราะห์โลกปัจจุบันใช้ตัวกลางบอกเวลาจาก นาฬิกาอะตอม ซึ่งมีความเที่ยงตรงสูงมาก แต่ในห้วงลึกอวกาศนั้นกระบวนการทำงานของนาฬิกาอะตอมอาจถูกรบกวนได้จากปรากฏการณ์ต่างๆ ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน

สาเหตุมาจากกระบวนการของนาฬิกาอะตอมที่ใช้ “อะตอม” ซึ่งมีประจุไฟฟ้าที่เป็นกลาง จึงสามารถถูกรบกวนได้หากมีการเปลี่ยนของอุณหภูมิและความกดอากาศแบบสุดขั้ว ขณะที่นาฬิกาอะตอมอวกาศนั้นจะมีความเที่ยงตรงมากกว่าเป็น 50 เท่า

หัวใจของนาฬิกาอะตอมอวกาศของนาซ่ามาจากหลักการใช้อะตอมของธาตุปรอท ซึ่งมีประจุบวก (แคทไอออน) ทำให้อะตอมดังกล่าวสามารถอยู่ภายในสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความคลาดเคลื่อนจากสิ่งเร้าภายนอก

ก่อนหน้านี้ นักบินอวกาศที่ปฏิบัติภารกิจในอวกาศต้องอาศัยการฟังคำสั่งจากศูนย์ปฏิบัติการบนโลกซึ่งเป็นที่ตั้งของนาฬิกาอะตอม (ขนาดเท่าตู้เย็น) แต่ด้วยเทคโนโลยีนาฬิกาอะตอมอวกาศ จะทำให้นักบินสามารถนำเครื่องดังกล่าวไปในยานได้ และทำให้เดินทางไปในห้วงลึกของอวกาศได้ไกลขึ้น

นาซ่า ระบุว่า DSAC จะถูกปล่อยให้โคจรรอบโลกเป็นเวลา 1 ปี เพื่อประเมินว่าสามารถทำงานได้ดีตามที่คาดไว้หรือไม่ หากการทดสอบผ่าน ก็จะทำให้ภารกิจเยือนดาวอังคารของนาซ่าใกล้ความจริงขึ้นอีกขั้น

https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_2845367

การส่ง “นาฬิกาอะตอม” (atomic clock) สู่ห้วงลึกของอวกาศ

 

 

คลิกดูคลิป  ความละเอียดระดับ HD

ผุดไอเดียลิฟต์อวกาศแบบใหม่ เชื่อมวงโคจรโลกกับพื้นดวงจันทร์ด้วยสายเคเบิล

ผุดไอเดียลิฟต์อวกาศแบบใหม่ เชื่อมวงโคจรโลกกับพื้นดวงจันทร์ด้วยสายเคเบิล – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติเสนอแผนการสร้าง “สเปซไลน์” (Spaceline) ลิฟต์อวกาศแบบใหม่ที่มีความเป็นไปได้ในการก่อสร้างสูงยิ่งกว่าเดิม โดยใช้สายเคเบิลที่ผลิตจากวัสดุล้ำยุคเชื่อมต่อระหว่างพื้นผิวดวงจันทร์กับสถานีอวกาศนอกโลก

วิธีดังกล่าวจะช่วยตัดลดค่าใช้จ่ายในการยิงจรวดส่งยานอวกาศออกนอกวงโคจรของโลกไปได้อย่างมาก โดยในอนาคตผู้เดินทางท่องอวกาศเพียงโดยสารมากับจรวดให้ถึงระดับวงโคจรค้างฟ้า (geostationary orbit) ของดาวเทียมทั่วไปเท่านั้น แล้วจะสามารถขึ้นลิฟต์อวกาศที่สถานีเชื่อมต่อนอกโลกตรงไปยังดวงจันทร์ได้ทันที

แนวความคิดใหม่นี้เป็นของทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในสหราชอาณาจักร โดยมีการเผยแพร่ในเว็บไซต์คลังเอกสารวิชาการออนไลน์ arXiv.org เมื่อไม่นานมานี้

ผุดไอเดียลิฟต์อวกาศแบบใหม่
OBAYASHI CORP
คำบรรยายภาพ
ภาพจำลองสถานีปลายทางของลิฟต์อวกาศ ตามการออกแบบของบริษัทญี่ปุ่นเมื่อไม่กี่ปีก่อน

รายงานการวิจัยดังกล่าวระบุว่า สเปซไลน์นั้นเป็นลิฟต์อวกาศที่มีความเป็นไปได้ในการก่อสร้างจริงสูง และสามารถสร้างขึ้นจากวัสดุแข็งแกร่งที่สุดที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน โดยการยึดสายเคเบิลเข้ากับพื้นผิวดวงจันทร์แต่ไม่ยึดโยงกับพื้นโลกนั้น ทำให้เสี่ยงกับปัญหาเดิม ๆ เรื่องความมั่นคงแข็งแกร่งและความปลอดภัยของลิฟต์อวกาศน้อยลง เนื่องจากไม่ต้องต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลกที่รุนแรงกว่า รวมทั้งความเร็วในการหมุนของโลกที่จะทำให้สายเคเบิลขาด

ลิฟต์อวกาศแบบใหม่จะใช้สายเคเบิลยึดพื้นผิวดวงจันทร์และโยงมายังสถานีอวกาศนอกโลก ซึ่งจะสร้างขึ้นในลักษณะคล้ายกับลูกดิ่งที่ถูกผูกห้อยไว้ที่ปลายเชือก และจะมีกระสวยอวกาศแบบใช้พลังงานแสงอาทิตย์วิ่งรับส่งผู้โดยสารไปตามเส้นทางนี้

สำหรับวัสดุที่จะใช้ในการผลิตสายเคเบิลนั้น ทีมผู้วิจัยเสนอว่าแม้ตัวเลือกที่ดีที่สุดจะเป็นวัสดุแห่งอนาคตอย่างคาร์บอนนาโนทิวบ์ แต่วัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันเช่นพอลิเอทิลีนน้ำหนักโมเลกุลสูงพิเศษ (UHMWPE) ซึ่งเป็นเส้นใยที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ก็มีความเหมาะสมสำหรับโครงการลิฟต์อวกาศเช่นกัน โดยอาจออกแบบให้สายเคเบิลมีรูปทรงตีบแคบที่ส่วนปลายทั้งสองข้าง แต่มีความหนามากเป็นพิเศษตรงส่วนกลาง เพื่อป้องกันการฉีกขาด

ทีมผู้วิจัยยังหวังว่า การสร้างลิฟต์อวกาศแบบยึดติดกับพื้นดวงจันทร์นี้ จะช่วยให้เกิดการพัฒนาสถานีทดลองในอวกาศหรือแม้แต่การสร้างอาณานิคมอวกาศแห่งใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้างสถานีต่าง ๆ ในจุดสมดุลแรงโน้มถ่วงระหว่างโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ หรือจุดลากรานเจียน (Lagrangian Point) ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มาก

ความคิดเรื่องก่อสร้างระบบลิฟต์อวกาศนั้นมีมานานกว่า 100 ปี แต่ยังไม่สามารถทำให้เป็นจริงขึ้นมาได้ เพราะมีข้อจำกัดอย่างมหาศาล ทั้งเรื่องวัสดุที่ใช้ซึ่งจะต้องมีน้ำหนักเบาและทนทานแข็งแกร่ง เพื่อให้ระบบลิฟต์ที่สูงเกินปกติรับน้ำหนักของตัวเองได้ ส่วนโครงสร้างของลิฟต์ต้องสามารถต้านทานต่อแรงโน้มถ่วงของโลกและแรงหนีศูนย์กลางที่มากระทำ รวมทั้งทนต่อสภาพอากาศรุนแรงบนโลกเช่นลมพายุได้ด้วย

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_2842375

ญี่ปุ่นทดสอบต้นแบบลิฟต์อวกาศ (Space Elevator) เป็นครั้งแรกของโลก

 

คลิกดูคลิป ความละเอียดระดับ HD

นาทีระทึก ภูเขาไฟสตรอมโบลีปะทุ บึ่งเรือหนีสุดชีวิต เถ้าถ่านทะมึนไล่หลัง (คลิป)

messageImage_1567057537240

ชาวบ้าน นักท่องเที่ยวแตกตื่น ภูเขาไฟสตรอมโบลีในอิตาลีปะทุใหญ่อีกครั้ง พ่นเถ้าถ่านดำทะมึนสูงนับ 2 กิโลเมตร เผยคลิปนาทีคนขับเรือลำหนึ่งต้องบึ่งเรือหนีเถ้าถ่านดำทะมึนที่ตามไล่หลังอย่างน่ากลัว

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เมื่อ 29 ส.ค.62 สำนักข่าวต่างประเทศ telegraph และเว็บไซต์ CNN รายงานเกิดเหตุระทึก ภูเขาไฟสตรอมโบลี ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กในทะเลติร์เรเนียน นอกชายฝั่งทางตอนเหนือของซิซิลี และเป็น 1 ใน 3 ภูเขาไฟที่ยังมีพลังในอิตาลีได้ ปะทุรุนแรงพ่นเถ้าถ่านควันดำทะมึนสู่ท้องฟ้า สูงถึง 2 กิโลเมตร เมื่อ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา สร้างความแตกตื่นตกใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ และบรรดานักท่องเที่ยว หลังจากเกือบ 2 เดือนก่อนหน้านี้ ภูเขาไฟสตรอมโบลีเพิ่งปะทุรุนแรงพอๆ กับคราวนี้ และเป็นเหตุให้นักเดินเขาเสียชีวิต 1 นาย

ชมคลิป :  ที่นี่

จากคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นนาทีระทึก ของเรือลำหนึ่ง ซึ่งคนขับพยายามบึ่งเรือหนีกลุ่มเถ้าถ่านดำทะมึนที่ไหลลงสู่ทะเลอย่างน่ากลัวที่พุ่งมาตามหลังมา จนทำให้เกิดความตื่นตกใจและหวาดกลัวอย่างที่สุด ขณะที่มีนักท่องเที่ยวหลายคนได้ถ่ายคลิปขณะภูเขาไฟสตรอมโบลีปะทุครั้งใหญ่ โดยมีนักท่องเที่ยวหญิงชาวอเมริกันคนหนึ่ง บอกว่า เธอไม่คิดเลยว่าพวกเราจะมาเที่ยวที่นี่และเกิดภูเขาไฟปะทุในวันนี้พอดี

เมื่อ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา มีนักเดินเขาชาวอิตาลี วัย 35 ปี ผู้หนึ่งต้องมาจบชีวิต ขณะภูเขาไฟสตรอมโบลีปะทุ และเขาประสบเหตุโดนเศษซากของหินตกใส่จนเสียชีวิต ส่วนเพื่อนที่มาด้วย รอดตายหวุดหวิด ทั้งนี้ ภูเขาไฟสตรอมโบลี เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะเอโอเอียน ในทะเลติร์เรเนียน และมีนักท่องเที่ยว ตลอดจนนักแล่นเรือนิยมมาเที่ยวพักผ่อนในช่วงฤดูร้อน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/1648565

หุ่นยนต์อวกาศรัสเซีย

messageImage_1566966385789

อานุภาพ เงินกระแชง

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

..06.38 น. วันพฤหัสบดี 22 ส.ค.2019 ประวัติศาสตร์โครงการอวกาศรัสเซียต้องบันทึกเหตุการณ์ส่ง “หุ่นยนต์” เดินทางลำพังขึ้นห้วงอวกาศครั้งแรก เพื่อภารกิจช่วยเหลือสนับสนุน “มนุษย์อวกาศ” นอกโลกอันไกลโพ้น

“เฟดอร์”––Fedor ชื่อหุ่นยนต์อวกาศรัสเซีย รูปร่างสูงใหญ่ 180 ซม. น้ำหนัก 160 กก. หน้าตาวิเคราะห์ไม่ถูกว่าหล่อเหลาหรือไม่ แต่ลักษณะเหมือนคน เดินสองขา มีสองมือและมี 10 นิ้ว

แม้ภารกิจนำพา “เฟดอร์” ขึ้นห้วงอวกาศครั้งแรก เผชิญปัญหาขลุกขลักเกี่ยวกับการเชื่อมต่อยานเข้ากับสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) แต่เป้าหมายภารกิจเบื้องต้นของ “เฟดอร์” คือช่วยเหลือสนับสนุนรับคำสั่ง “อเล็กซานเดอร์ สวอร์ตซอฟ” มนุษย์อวกาศรัสเซียบนสถานีอวกาศนานาชาติ เน้นภารกิจเสี่ยงภัยและกู้ภัย

“เฟดอร์” กำหนดอยู่ทำภารกิจบนไอเอสเอส 10 วัน แผนเดินทางกลับโลกวันที่ 7 ก.ย. ทักษะการทำงานถูกป้อนข้อมูลมาแล้ว อาทิ ต่อเชื่อมหรือปลดสายไฟตามรูปแบบมาตรฐาน ใช้ไขควงและสว่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปิดขวดน้ำเองได้ ใช้อุปกรณ์ดับเพลิงได้เอง แต่สิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมคือการเดินและใช้ชีวิตใกล้เคียงมนุษย์อวกาศ บนสภาพแรงดึงดูดน้อย แต่ก็สามารถถูกบังคับควบคุมได้โดยมนุษย์ผ่านคำสั่งระยะไกลจากศูนย์บนพื้นโลก

สำคัญอีกอย่างคือ “เฟดอร์” สามารถยิงปืนพกสั้นได้คราวละ 2 กระบอกอย่างแม่นยำ…

https://www.thairath.co.th/news/foreign/1646790

ระทึกอีก ดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ 2 ลูกจ่อพุ่งผ่านโลกวันนี้

messageImage_1566955064192

ดาวเคราะห์น้อยถึง 2 ลูกกำลังจะเคลื่อนตัวผ่านโลก ในวันพุธที่ 28 ส.ค. 2562 นี้ โดยหนึ่งในนั้นเพิ่งถูกค้นพบเมื่อสัปดาห์ก่อน

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดาวเคราะห์น้อยดวงแรกมีชื่อว่า 2019QS ซึ่งถูกพบเป็นครั้งแรกเมื่อ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 33-73 เมตร และเดินทางด้วยความเร็ว 49,709 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งหากชนโลกก็จะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง

อย่างไรก็ตาม องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ของสหรัฐฯ คำนวณได้ว่า ดาวเคราะห์น้อยลูกนี้จะเคลื่อนตัวผ่านโลกในเวลาประมาณ 13:31น. วันพุธ ตามเวลาประเทศไทย ห่างจากโลก 1,307,888 ไมล์

ส่วนดาวเคราะห์น้อยดวงที่ 2 ชื่อว่า 2019 OU1 ถูกพบเมื่อ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 76-170 เมตร หรือใกล้เคียงกับโบสถ์เซนต์พอลในลอนดอน เดินทางด้วยความเร็วราว 29,000 ไมล์ต่อชั่วโมง และจะเคลื่อนตัวผ่านโลกในเวลาประมาณ 17:36 น. โดยจะอยู่ห่างจาก 638,606 ไมล์

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีข่าวดาวเคราะห์น้อยพุ่งผ่านโลกหลายครั้ง แต่นาซาประเมินว่า ในช่วงศตวรรษนี้ จะไม่มีวัตถุใกล้โลกในอวกาศ (NEO) ที่มีความเสี่ยงชนโลก โดยดาวเคราะห์น้อยที่มีโอกาสชนโลกมาที่สุดคือ 2009FD ซึ่งจะเคลื่อนตัวผ่านโลกในปี 2728 โดยมีโอกาสชนโลกที่ 1 ต่อ 714 หรือราว 0.2%

https://www.thairath.co.th/news/foreign/1647508

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลก

 

คลิกดู คลิป ความละเอียดระดับ HD

คลิปตัวอย่าง

สารคดี วินาทีแห่งหายนะ ผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดในเหตุการณ์ 9 11 2001 ก ย พากย์ไทย

เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 หรือ 9/11 เป็นการการโจมตีพลีชีพที่ประสานกันสี่ครั้งต่อสหรัฐ ในนครนิวยอร์กและพื้นที่วอชิงตัน ดี.ซี. วิกิพีเดีย
วันที่11 กันยายน 2544

download

5874003df10a9a51098b76ca-750-523

คลิกดูคลิป ความละเอียดระดับ HD

ตัวอย่าง เครื่องบิน ชนตึก world trade

คลิกดูคลิปบางส่วน  1   2

คลิป ตัวอย่าง

 

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เย็นเจี๊ยบทันใจ : เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์

เย็นเจี๊ยบทันใจ

เย็นเจี๊ยบทันใจ – แมดส์ สเตนเบิร์ก เจนเซ่น จากประเทศเดนมาร์กแนะนำ “อินโนชิลเลอร์” (InnoChiller) อุปกรณ์เปลี่ยนเครื่องดื่มอุณหภูมิห้องให้เป็นเครื่องดื่มเย็นเจี๊ยบภายในเวลาเพียง 10 นาที

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

อินโนชิลเลอร์มาในรูปแบบกล่องทรงสามเหลี่ยม กว้าง 17 เซนติเมตรยาว 25 เซนติเมตร และสูง 17 เซนติเมตร ส่วนปลายมีพัดลมขนาดกะทัดรัดติดตั้ง การใช้งานนั้นแสนง่าย แค่นำขวดหรือกระป๋องเครื่องดื่ม รวมไปถึงถาดน้ำแข็ง ใส่ลงแล้วกดเปิดเครื่องและเลือกโปรแกรมให้เหมาะกับสิ่งที่ต้องการทำให้เย็น เสร็จแล้วนำไปแช่ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น หรือตู้แช่

เย็นเจี๊ยบทันใจ

อินโนชิลเลอร์ใช้หลักการนำพาอุณหภูมิเย็นของช่องแช่แข็งเข้าสู่วัตถุของแข็ง ในที่นี้คือบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่ม และถาดน้ำแข็ง ต่อมานำพาความเย็นผ่านไปยังชั้นของไหลบริเวณใกล้พื้นผิววัตถุ และนำความเย็นจากชั้นของไหลสู่ของเหลวข้างใน ทำให้น้ำในขวดหรือกระป๋องจำนวน 3 ขวด/กระป๋อง เย็นจัดเกือบเป็นวุ้นได้ในเวลา 9 นาทีจากระยะเวลาปกติหากนำไปแช่เฉยๆ ในช่องแช่ที่ราว 45 นาที

เครื่องดื่มแบบขวดแก้วขนาดใหญ่ใช้เวลา 11 นาที ลดลงจาก 50 นาทีเครื่องดื่ม 6 กระป๋องใช้เวลา 12 นาที และถาดน้ำแข็ง 20 ก้อนใช้เวลา30 นาที จากปกติจะใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมง

https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_2830969

อนุภาคผี “นิวทริโน” เบากว่าอิเล็กตรอนอย่างน้อย 6 ล้านเท่า

เครื่องมือตรวจจับอนุภาคนิวทริโน Super-Kamiokande ที่จังหวัดกิฟุของญี่ปุ่น
KAMIOKA OBSERVATORY
เครื่องมือตรวจจับอนุภาคนิวทริโน Super-Kamiokande ที่จังหวัดกิฟุของญี่ปุ่น

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

อนุภาคนิวทริโน หรือ “อนุภาคผี” (Ghost particle) คืออนุภาคมูลฐานชนิดหนึ่งที่ตรวจจับได้ยาก เนื่องจากมีมวลอยู่น้อยมากเหมือนกับไม่มี สามารถทะลุผ่านวัตถุต่าง ๆ ได้โดยไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาใด ๆ ขึ้นทั้งสิ้น จนเป็นที่มาของฉายาที่ทำให้นึกถึงภูตผีปีศาจนั่นเอง

ล่าสุดทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และบราซิล ประกาศว่าสามารถตรวจหาค่าของมวลที่เป็นไปได้ในระดับสูงสุดของอนุภาคนิวทริโนชนิดที่เบาที่สุดได้แล้ว โดยพบว่าเบาหวิวยิ่งกว่าอิเล็กตรอนถึงอย่างน้อย 6 ล้านเท่า และอาจมีมวลในระดับต่ำสุดเป็นศูนย์ได้ด้วย

แนวคิดที่ว่านิวทริโนมีมวลยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ มีการค้นพบข้อเท็จจริงนี้ครั้งแรกในปี 1998 ซึ่งทำให้นักวิจัยผู้ค้นพบได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี 2015 โดยพบว่านิวทริโนมีอยู่ 3 ชนิดหรือ “เฟลเวอร์” (flavor) และแต่ละชนิดมีมวลมากน้อยแตกต่างกันไป แต่ไม่ทราบถึงค่าของมวลดังกล่าวอย่างแน่ชัด

ดร. อาร์เทอร์ ลูเรโร จากยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน (ยูซีแอล) หนึ่งในทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติที่ตรวจหามวลของนิวทริโนในครั้งนี้บอกว่า “นิวทริโนที่พบบนโลกส่วนใหญ่มาจากดวงอาทิตย์ และนิวทริโนราว 1 แสนล้านอนุภาคเคลื่อนผ่านพื้นที่ขนาดเท่านิ้วโป้งของเราไปในทุกวินาที”

“ระหว่างที่เคลื่อนผ่านวัตถุต่าง ๆ ไป นิวทริโนจะเกิดการสั่นจนสามารถเปลี่ยนสถานะไปมาระหว่าง 3 เฟลเวอร์ที่มีอยู่ได้ ซึ่งปรากฎการณ์นี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อนิวทริโนอย่างน้อย 2 เฟลเวอร์มีมวลอยู่เท่านั้น”

“เปรียบเสมือนไอศกรีมลูกหนึ่งที่มีสามรสชาติอยู่รวมกัน ทั้งช็อกโกแลต วานิลลา และสตรอว์เบอรี โดยสามรสชาตินี้จะปรากฏอยู่เสมอ แต่มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของแต่ละรสไปได้เรื่อย ๆ พฤติกรรมแปลกประหลาดของนิวทริโนก็เช่นเดียวกัน เราจะสามารถจะเข้าใจได้ก็ต่อเมื่อยอมรับว่ามันมีมวลอยู่เท่านั้น” ดร. ลูเรโรกล่าว

เซนเซอร์ตรวจจับอนุภาคนิวทริโนในน้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้ของโครงการทดลองไอซ์คิวบ์
ICECUBE / NSF
เซนเซอร์ตรวจจับอนุภาคนิวทริโนในน้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้ของโครงการทดลองไอซ์คิวบ์

ทีมผู้วิจัยตีพิมพ์ผลการศึกษาดังกล่าวในวารสาร Physical Review Letters โดยระบุว่าใช้ข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big data เกี่ยวกับเอกภพและอนุภาคมูลฐานมากที่สุดเท่าที่จะรวบรวมได้ แล้วนำมาประมวลผลโดยสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อให้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ “เกรซ” (Grace) ของยูซีแอล คำนวณหาค่าของมวลที่เป็นไปได้ในระดับสูงสุดของอนุภาคนิวทริโนชนิดที่เบาที่สุด ซึ่งพบว่าเท่ากับ 0.086 อิเล็กตรอนโวลต์ หรือ 1.5 × 10 ¯³⁷ กิโลกรัม

ดร. ลูเรโรยังบอกว่า “เราใช้ข้อมูลจากหลากหลายแหล่งที่มา ทั้งจากโครงการสำรวจการสั่นของอนุภาคแบรีออน (BOSS) ใน 1.1 ล้านกาแล็กซี ไปจนถึงข้อมูลจากการทดลองชนอนุภาคจำนวนมหาศาล เพื่อให้ทราบถึงความหนาแน่นโดยประมาณของนิวทริโนในเอกภพและข้อจำกัดต่าง ๆ ในเชิงพฤติกรรมของอนุภาค ซึ่งท้ายที่สุดได้ช่วยให้เราคำนวณหามวลของนิวทริโนได้”

“ข้อมูลความรู้ที่ได้มานี้ มีความสำคัญต่อการไขปริศนาต่าง ๆ ทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์ในอนาคต เช่นคำถามที่ว่าเอกภพรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนอยู่ได้อย่างไร เหตุใดจักรวาลจึงขยายตัวด้วยอัตราเร่ง และสสารมืดคืออะไรกันแน่”

https://www.bbc.com/thai/features-49471163

ไขปริศนาจักรวาล ตอน อนุภาคผี ทะลุจักรวาล(นิวทริโน)

 

คลิกดูคลิป ความละเอียดระดับ HD

 

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำของรัสเซีย เริ่มออกเดินทางข้ามอาร์กติกแล้ว

Reuters อะคาเดมิก โลโมโนซอฟ เริ่มล่องออกจากเมืองเมอร์มันสก์ โดยมีเรือลากจูง 3 ลำ

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำของรัสเซีย เริ่มออกเดินทางข้ามอาร์กติกแล้ว – BBCไทย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

รัสเซียเริ่มใช้งานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำ ซึ่งจะล่องทะเลในมหาสมุทรอาร์กติกเป็นระยะทาง 5,000 กม. จากท่าเรือเมืองเมอร์มันสก์ (Murmansk) ไปยังเมืองชูคอตกา (Chukotka) ในภูมิภาคตะวันออก

สำนักงานนิวเคลียร์ Rosenergoatom ระบุว่า การเดินทางของอะคาเดมิก โลโมโนซอฟ จะช่วยให้พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล

หนึ่งในเป้าหมายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำคือ การให้พลังงานที่เหมืองคาวน์-บีลีบิน (Chaun-Bilibin) ในชูคอตกา ซึ่งมีการทำเหมืองทองที่นั่นด้วย

กรีนพีซ เห็นว่า การล่องในทะเลที่มีสภาพอากาศเลวร้ายทำให้โครงการนี้มีความเสี่ยงสูง

ผู้ไม่เห็นด้วยรวมถึงกรีนพีซได้อ้างถึงอุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในรัสเซียและสมัยที่เป็นโซเวียต ทั้งยังเตือนว่า ภารกิจของอะคาเดมิก โลโมโนซอฟ เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดมลพิษในอาร์กติก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อยู่ห่างไกลและมีประชากรเบาบาง ไม่มีสถานที่ขนาดใหญ่ในการกำจัดมลพิษต่าง ๆ

Northern Sea Route map

BBC

การเดินทางของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำของรัสเซีย เกิดขึ้นเพียง 2 สัปดาห์ หลังจากที่เครื่องยนต์พลังงานนิวเคลียร์ระเบิดที่ฐานทดสอบทางทะเลของรัสเซียในอาร์กติก ทำให้มีวิศวกรนิวเคลียร์เสียชีวิต 5 คน และปล่อยสารกัมมันตรังสีออกมา แต่ยังเทียบไม่ได้กับความรุนแรงของภัยพิบัติเชอร์โนบิลในปี 1986

เชื้อเพลิงกัมมันตรังสีของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำ จะถูกเก็บไว้ภายใน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำที่มีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกันอีกหลายลำจะถูกนำไปให้พลังงานในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลอื่น ๆ ต่อไป

อะคาเดมิก โลโมโนซอฟ 19 พ.ค. 2018
Getty Images ภาพนี้ถ่ายในเดือน พ.ค. 2018 ปัจจุบัน อะคาเดมิก โลโมโนซอฟ ถูกทาสีใหม่ทั้งลำ

อะคาเดมิก โลโมโนซอฟ จะเดินทางไปให้พลังงานไฟฟ้าแก่แท่นขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งในน่านน้ำของรัสเซียในมหาสมุทรอาร์กติกด้วย นอกจากนี้ยังมีอีกแนวคิดหนึ่งคือ การใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำนี้ไปให้พลังงานแก่โรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเล เพื่อผลิตน้ำจืด และในอนาคต ประเทศที่เป็นเกาะต่าง ๆ อาจได้ใช้ประโยชน์จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำเช่นนี้

เส้นทางทะเลเหนือซึ่งเชื่อมระหว่างรัสเซียฝั่งตะวันตกกับท่าเรือในฝั่งตะวันออกไกลของรัสเซีย เป็นเส้นทางที่สามารถใช้เดินเรือได้ยาวนานขึ้น เพราะอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นของโลก ทำให้ทะเลที่เย็นจนเป็นน้ำแข็งลดลง

อะคาเดมิก โลโมโนซอฟ 12 เม.ย. 2019
Getty Images ห้องควบคุมส่วนกลางในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำ

เรือชักจูง 3 ลำ จะลากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำไปยังเมืองเพอเวียก (Pevek) ซึ่งคาดว่าจะเดินทางไปถึงในช่วงปลายเดือน ก.ย. นี้ โดยในช่วงที่สภาพอากาศเป็นใจ มันจะล่องไปได้ด้วยความเร็ว 4-5 น็อต (7-9 กม. ต่อชั่วโมง)โรงไฟฟ้าลอยน้ำนี้ถูกสร้างขึ้นในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่เคยใช้ในเรือตัดน้ำแข็งของรัสเซีย 2 เตา คือ เตาปฏิกรณ์ KLT-40S ซึ่งมีขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้ารวมกันได้ 80 เมกกะวัตต์ และมีรายงานว่า รองรับคลื่นยักษ์สึนามิได้

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำของรัสเซีย
Getty Images ห้องเครื่องส่วนกลาง อะคาเดมิก โลโมโนซอฟ 12 เม.ย. 2019

รายการ Vesti ซึ่งเป็นรายการข่าวของรัสเซีย ระบุว่า โรงไฟฟ้าลอยน้ำนี้ จะมีพลังงานเพียงพอใจการให้แสงสว่างและให้ความอบอุ่นแก่เมืองที่มีผู้อยู่อาศัยราว 100,000 คน

มันมีความยาว 140 เมตร กว้าง 30 เมตร และคาดว่า จะใช้งานได้นาน 40 ปี

ในช่วงปี 1968-1976 กองทัพสหรัฐฯ เคยใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำที่ชื่อว่า MH-1A Sturgis ที่คลองปานามา เพื่อให้พลังงานในการปฏิบัติการของคลอง ต่อมาได้ถูกดัดแปลงไปเป็นเรือขนส่งสินค้าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และถูกปลดประจำการไป

https://www.khaosod.co.th/bbc-thai/news_2832997

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำ