คลังเก็บรายเดือน: มกราคม 2019

หลุมดำใหญ่เท่าดาวพฤหัสบดี กำลังเคลื่อนตัวไปรอบใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก

_105305965_wanderingblackholegettyimages

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

หลุมดำนั้นเป็นวัตถุอวกาศที่ลึกลับ เราไม่อาจจะมองเห็นหรือตรวจจับตำแหน่งของหลุมดำในขณะที่มันสงบนิ่ง ไม่ได้กลืนกินดวงดาวต่าง ๆ อยู่ หรือชนปะทะเข้ากับหลุมดำอื่นจนมีการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลุมดำที่มีมวลปานกลางระหว่าง 100 – 100,000 เท่าของดวงอาทิตย์นั้น จนบัดนี้นักดาราศาสตร์ก็ยังค้นหาไม่พบ

แต่ล่าสุดทีมนักวิจัยจากหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติญี่ปุ่น (NAOJ) ได้ตรวจพบความเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดของกลุ่มเมฆโมเลกุลบริเวณใกล้ศูนย์กลางกาแล็กซีทางช้างเผือก ซึ่งชี้ว่าอาจมีหลุมดำขนาดใหญ่เท่าดาวพฤหัสบดีและมีมวลราว 32,000 เท่าของดวงอาทิตย์ กำลังเคลื่อนตัวไปโดยรอบบริเวณดังกล่าวอย่างไร้ทิศทาง เหมือนคนพเนจรร่อนเร่

รายงานการวิจัยที่เผยแพร่ในคลังเอกสารวิชาการออนไลน์ arXiv.org ระบุว่านักดาราศาสตร์ญี่ปุ่นใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ ALMA ในประเทศชิลีมาทำการวิเคราะห์ โดยพบว่ากลุ่มเมฆที่หนาแน่นและมีความเร็วสูงบริเวณห่างจากใจกลางดาราจักรของเราไป 20 ปีแสง มีรูปร่างและการเคลื่อนตัวในลักษณะที่โคจรวนรอบวัตถุที่มองไม่เห็น ซึ่งวัตถุดังกล่าวน่าจะมีมวลมหาศาลด้วย

เหตุใดหลุมดำจึงไม่ดูดเอาห้วงอวกาศเข้าไปทั้งหมด ?
หลุมดำหมุนตัวใกล้ความเร็วแสงอาจปั่นห้วงอวกาศให้หมุนตาม
แสงดาวฤกษ์เปลี่ยนไปขณะเข้าใกล้หลุมดำตามทฤษฎีของไอน์สไตน์
ทีมนักดาราศาสตร์ญี่ปุ่นเรียกวัตถุที่มองไม่เห็นดังกล่าวว่า HCN-0.009-0.004 ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าวัตถุนี้คือหลุมดำมวลปานกลางที่แวดวงดาราศาสตร์เฝ้าค้นหามาโดยตลอด

ดร. ชุนยะ ทาเคกาวะ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ของ NAOJ บอกว่าลักษณะการเคลื่อนที่และการแผ่ขยายตัวของกลุ่มเมฆโมเลกุลที่พบ แตกต่างไปจากเมฆชนิดนี้ตามปกติซึ่งมักจะเกิดจากการชนกันระหว่างกลุ่มเมฆฝุ่นซูเปอร์โนวา

การค้นพบในครั้งนี้นอกจากจะเป็นหลักฐานชี้ถึงการมีอยู่ของหลุมดำมวลปานกลางแล้ว ยังช่วยเผยถึงวิธีการที่สามารถใช้ตรวจหาตำแหน่งหลุมดำในขณะที่มันสงบนิ่งอยู่ได้อีกด้วย โดยทีมผู้วิจัยแนะให้มองหาการเกิดประจุไฟฟ้าของก๊าซในกลุ่มเมฆที่กำลังหมุนวนรอบวัตถุที่มองไม่เห็น เพราะอาจเป็นร่องรอยที่ชี้ว่าตำแหน่งดังกล่าวมีหลุมดำอยู่ ซึ่งหลุมดำนี้เพิ่งจะดูดกลืนบางสิ่งลงไปก่อนหน้านั้นและทิ้งประจุไฟฟ้าบางส่วนเอาไว้

ที่มา:https://www.bbc.com/thai/features-46971271

เซิร์นเผยแผนสร้างอุโมงค์ยักษ์ชนอนุภาคแห่งใหม่ยาว 100 กม.

_105189312_tunnel_interiors.0120-1
องค์การเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรปหรือเซิร์น (CERN) เผยแผนการที่จะสร้างเครื่องเร่งและชนอนุภาคแห่งใหม่ ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าเครื่องชนอนุภาคแอลเอชซี (LHC) เกือบ 4 เท่า และทรงพลังกว่าถึง 10 เท่า

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เซิร์นแถลงถึงแผนการดังกล่าวในรายงานที่ยื่นเสนอต่อคณะกรรมการนักฟิสิกส์อนุภาคระหว่างประเทศว่า จะมีการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ใต้ดินรูปวงแหวนซึ่งมีความยาวถึง 100 กิโลเมตร ในบริเวณใกล้กับเครื่องชนอนุภาคที่มีอยู่เดิม โดยให้ชื่อว่า “เครื่องชนอนุภาควงกลมแห่งอนาคต” (Future Circular Collider) หรือเอฟซีซี (FCC)

คาดว่าโครงการนี้จะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 2 หมื่นล้านปอนด์ หรือกว่า 8 แสนล้านบาท เพื่อให้ได้เครื่องชนอนุภาคที่มีพลังมหาศาล อันจะนำไปสู่การค้นพบอนุภาคที่เล็กกว่าอะตอมตัวใหม่ ๆ ได้ โดยเซิร์นมีแผนให้เครื่องชนอนุภาคเอฟซีซีเริ่มทำงานภายในปี 2050

เครื่องชนอนุภาคแอลเอชซีตรวจพบ “ฮิกส์ โบซอน” เป็นครั้งที่สอง
แอลเอชซีทดลองเร่งอะตอมตัวแรกเข้าใกล้ความเร็วแสง
“เซิร์น” ค้นพบอนุภาคใหม่มีควาร์กหนัก 2 ตัว
_105189309_fccv2
สาเหตุที่ต้องมีเครื่องชนอนุภาคใหม่ซึ่งทรงพลังกว่าเดิมนั้น เป็นเพราะเครื่องชนอนุภาคแอลเอชซีมาถึงทางตันในการค้นหาอนุภาคใหม่ ๆ ที่อยู่นอกแบบจำลองมาตรฐาน (Standard model) ของฟิสิกส์ของอนุภาค โดยหลังจากการค้นพบอนุภาคฮิกส์โบซอน (Higgs Boson) ในปี 2012 แล้ว แอลเอชซียังไม่เคยมีการค้นพบอนุภาคชนิดใหม่ที่สามารถนำไปอธิบายกลไกการทำงานของจักรวาลได้ในระดับพื้นฐานอย่างแท้จริงเลย

ทั้งนี้ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างอนุภาคในทฤษฎีแบบจำลองมาตรฐาน 17 ตัว สามารถอธิบายพฤติกรรมของสสารและแรงต่าง ๆ ในจักรวาลได้ แต่ไม่สามารถใช้อธิบายปรากฏการณ์บางอย่างเช่นการเกิดแรงโน้มถ่วง รวมทั้งการที่ดาราจักรหมุนตัวเร็วกว่าที่ควรจะเป็น และการที่เอกภพขยายตัวด้วยอัตราเร่ง ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องการคำอธิบายที่ลึกซึ้งกว่าเดิม โดยต้องอาศัยการค้นพบอนุภาคชนิดใหม่ที่อยู่นอกแบบจำลองมาตรฐานเท่านั้น
_105189316_ermc-for-future-circular-collider-fcc_-4_30903012797_o
โครงการก่อสร้างเครื่องชนอนุภาคแห่งใหม่นี้ ประกอบไปด้วยการดำเนินงาน 3 ขั้นตอน คือจะมีการก่อสร้างเครื่องชนอนุภาคขนาดไม่ใหญ่นัก 2 แห่งก่อน โดยเครื่องชนอนุภาคแห่งแรกจะทำหน้าที่ชนอิเล็กตรอนที่มีประจุลบเข้ากับอนุภาคคู่ตรงข้ามคือโพสิตรอนซึ่งมีประจุบวก จากนั้นจะมีการก่อสร้างเครื่องชนอนุภาคขนาดใหญ่กว่าขึ้นอีกแห่ง เพื่อชนอนุภาคเฮดรอนหลายชนิดเข้ากับอิเล็กตรอน

เครื่องชนอนุภาคทั้งสองนี้จะเป็นพื้นฐานในการเตรียมทดลองชนอนุภาคเฮดรอนอย่างรุนแรงและทรงพลังกว่าเดิม 10 เท่า ในเครื่องชนอนุภาคเอฟซีซีซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดต่อไป
_105189314_tunnel_400
ศาสตราจารย์ เซอร์เดวิด คิง อดีตหัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหราชอาณาจักรมองว่า การทุ่มงบประมาณมหาศาลของชาติภาคีหลายประเทศเพื่อสร้างเครื่องชนอนุภาคแห่งใหม่นั้นไม่คุ้มค่า เพราะไม่มีใครทราบได้ว่าจะต้องก่อสร้างให้มีขนาดใหญ่แค่ไหนและทรงพลังในระดับใด จึงจะเพียงพอต่อการค้นพบอนุภาคใหม่ ๆ

“เรื่องนี้อาจจะต้องลงเอยที่การสร้างเครื่องชนอนุภาคขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ร่ำไป จนในที่สุดอาจมีขนาดเท่ากับรอบเส้นศูนย์สูตร หรือต้องออกนอกโลกไปถึงดวงจันทร์ก็เป็นได้ สู้นำเงินงบประมาณนี้ไปใช้หาทางแก้ไขเรื่องจำเป็นเร่งด่วนของมนุษยชาติเช่นภาวะโลกร้อนจะดีกว่า″ ศาสตราจารย์คิงกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของเซิร์นแย้งว่าการสร้างเครื่องชนอนุภาคแห่งใหม่นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง และจะสร้างประโยชน์นานัปการต่อมนุษยชาติในอนาคต เนื่องจากการค้นพบอนุภาคชนิดใหม่จะนำไปสู่การสร้าง “ทฤษฎีแห่งสรรพสิ่ง” (Theory of everything ) ที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ทุกอย่างและเชื่อมโยงแรงต่าง ๆ ในธรรมชาติเข้าด้วยกันได้ทั้งหมด ทั้งยังจะผสานทฤษฎีเสาหลักของฟิสิกส์คือสัมพัทธภาพทั่วไปและกลศาสตร์ควอนตัมให้สอดคล้องไม่ขัดแย้งกันได้อีกด้วย

ที่มา:https://www.bbc.com/thai/features-46892344

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book พลังงานทางเลือก ตอนพลังงานชีวมวล ของสำนักพิมพ์ OoKBee คลิป เชื้อเพลิงชีวภาพ

Cover

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่  มอบหนังสือ e-book พลังงานทางเลือก ตอนพลังงานชีวมวล ของสำนักพิมพ์ OoKBee คลิป เชื้อเพลิงชีวภาพ

      1545553384479

คลิกค่ะ  ฟรี 

คลิป เชื้อเพลิงชีวภาพ

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

คุณพ่อจีนสุดน่ารัก ถ่ายรูปคู่ลูกสาวที่ระลึกที่เดิมทุกปีนาน 35 ปี!!

พาไปชมเรื่องราวน่ารักของคุณพ่อชาวจีนนาย Hua Yun Qing เมื่อปี 1980 ที่เขาและครอบครัวเดินทางไปเยี่ยมญาติที่มณฑลเจียงซู และได้ถ่ายรูปกับลูกสาว Hua Hua ที่ตอนนั้นเพิ่ง 1 ขวบเอาไว้เป็นที่ระลึกธรรมดา

sss

ทว่าในปีต่อมา เขาและครอบครัวได้เดินทางมายังที่ๆเดิมอีกครั้ง คราวนี้กะมาว่ายน้ำเล่นกัน ซึ่งเขาจำได้ดีว่าปีที่แล้วก็ถ่ายตรงนี้เป๊ะๆ เลยขอคุณเมียถ่ายคู่ลูกสาวอีกครั้ง และทำมาเรื่อยๆทุกปีเลย

จนเวลาล่วงเลยผ่านมาจนถึงปี 2014 พวกเขาก็ยังทำเหมือนเดิมเรื่อยมา ทว่าไม่ได้มีเพียงเขากะลูกสาวเท่านั้นยังมีเด็กเล็กๆอีกสอง ซึ่งเป็นลูกของลูกสาวก็ได้มารวมแจมด้วย(น่ารักง่า) ตามภาพนี้เลยฮ่ะ

father_daugther

father_daugther2

father_daugther3

 

father_daugther4

 

father_daugther5

 

father_daugther6

 

father_daugther7

 

father_daugther8

 

father_daugther9

 

father_daugther10

 

father_daugther11

 

father_daugther12

 

father_daugther13

อันนี้เหมียวเอามาให้ดูย่อๆล่ะกันเนอะ เพื่อนคนไหนอยากดูชนิดทุกปีเลย สามารถตามไปดูได้ที่ลิ้งค์นี้เลย

ที่มา Shanghaiist

https://www.catdumb.com/hua-yun-qing/

พ่อ-ลูกชายถ่ายรูปคู่สไตล์เดิมทุกปี ตลอด 26 ปี เกิดเป็นภาพชุดทรงคุณค่า

ภาพถ่ายครอบครัว

ชมภาพชุดหาชมยาก เมื่อพ่อจับลูกชายมาถ่ายรูปคู่กันคู่กันทุกปี เป็นเวลานานกว่า 26 ปี กระทั่งภาพสุดท้ายแอบทำให้มีน้ำตาซึม

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

หลาย ๆ ครอบครัวมักจะไม่พลาดที่จะเก็บภาพลูกของตัวเองเอาไว้ตั้งแต่ยังแบเบาะ จนค่อย ๆ เติบโต เพื่อบันทึกความทรงจำและพัฒนาการของลูกไว้ในรูปถ่าย แต่สำหรับพ่อ-ลูกคู่นี้ การถ่ายรูปเก็บไว้เป็นประจำคงจะธรรมดาไป คุณพ่อเลยปิ๊งไอเดียถ่ายรูปสไตล์เดิม ๆ ทุกปี จนในที่สุดก็เกิดเป็นภาพชุดทรงคุณค่า ตั้งแต่ลูกแรกเกิดจนเติบโตอายุ 26 ปี

การถ่ายรูปสไตล์เดิมแต่ต่างวันเวลาของพ่อ-ลูกคู่นี้ เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2529 ที่คุณพ่อได้ลูกชายมาอยู่ในอ้อมอก จึงจัดแจงถ่ายภาพคู่กันเพื่อเก็บไว้ดู ซึ่งแน่นอนว่าสมัยนั้นยังคงเป็นภาพขาวดำอยู่ วันเวลาดำเนินผ่านไปเรื่อย ๆ ทุกปี ๆ จากลูกชายตัวน้อยที่เพิ่งจะลืมตาดูโลกในวัยแบเบาะ เติบโตเต็มไวกระทั่งกลายเป็นเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว คุณพ่อก็ยังคงถ่ายภาพขาว-ดำคู่กับลูกชายท่าเดิมและมุมเดิมอยู่จนถึงปี 2555

ระยะเวลารวมทั้งสิ้นกว่า 26 ปี ภาพถ่ายทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของลูกชายที่เติบโตขึ้นสวนทางกับคุณพ่อที่ค่อย ๆ แก่ลงทุกปีตามกาลเวลา

ภาพถ่ายครอบครัว
 ปี 2529ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2530ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2531

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2532

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2533

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2534

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2535

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2536

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2537

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2538

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2539

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2540

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2541

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2542

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2543

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2544

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2545

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2546

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2547

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2548

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2549

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2550

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2551

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2552

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2553

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2554

ภาพถ่ายครอบครัว
ปี 2555

แม้ว่าวันเวลาจะผ่านล่วงเลยไปนานจนลูกชายเติบใหญ่ดูแลตัวเองได้และมีครอบครัวเป็นของตัวเอง แต่สายใยสัมพันธ์ความรักระหว่างพ่อและลูก เชื่อว่าก็ยังคงอยู่เช่นเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาแต่อย่างใด และยังนับว่าประสบความสำเร็จในการสืบทอดทายาทแล้วด้วย มีหลานให้คุณปู่อุ้มเป็นที่เรียบร้อย

https://hilight.kapook.com/view/128176

ข้อมูลจาก lifebuzz

ภาพจาก imgur

มาชมอะไรบวกๆ กันบ้าง วาฬขาวหายากออกลูก (คลิป) ความรู้เรื่อง ปลาวาฬขาว

มาชมอะไรบวกๆ กันบ้าง วาฬขาวหายากออกลูก (คลิป)

มาชมอะไรบวกๆ กันบ้าง วาฬขาวหายากออกลูก (คลิป)

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

มาชมอะไรบวกๆ กันบ้าง วาฬขาวหายากออกลูก (คลิป) – วันที่ 22 ม.ค. เดลี่เมล์รายงานว่า สวนสัตว์น้ำ ไชม์ลอง โอเชียน ที่เมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เผยคลิปนาที “ยูเลีย” แม่วาฬเบลูก้า ออกลูกในสระของทางสวนสัตว์น้ำ ท่ามกลางผู้เชี่ยวชาญและความพยายามเอาใจช่วยของเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลกระทั่งประสบความสำเร็จ ใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมง

ความพยายามของช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่เกิดขึ้นหลังจากหัวของลูกวาฬน้อยโผล่ออกมาจากช่องคลอดของแม่วาฬเป็นเวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนจะว่ายออกมาได้สำเร็จ เรียกเสียงปรบมือยินดีจากเจ้าหน้าที่ โดยลูกวาฬตัวนี้ ถือเป็นตัวที่ 3 แล้วชองทางสวนน้ำ หลังมีแม่วาฬเบลูก้าออกลูก 2 ตัว ในช่วง 13 วัน เมื่อเดือนธ.ค. 2561 ส่วนตัวที่ 4 คาดว่าจะออกมาดูโลกในเดือนก.พ.นี้


จาง เต้อหลู รองผู้จัดการสวนน้ำไชม์ลอง โอเชียน กล่าวว่า ลูกวาฬทั้งหมดมีสุขภาพแข็งแรง และได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ โดยสิ่งสำคัญที่สุด คือ การที่ลูกวาฬแรกเกิดนั้นสามารถหายใจได้ ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมานั้นทางเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพครรภ์ของแม่วาฬมาอย่างต่อเนื่อง วันละ 2 ครั้ง ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนออกลูก

สำนักข่าวซินหัวของจีน ยังเผยแพร่ภาพอันน่าทึ่งของลูกวาฬเบลูก้าหัดแหวกว่ายอยู่เคียงข้างแม่ของมัน โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า วาฬเบลูก้ามีสีขาวตามธรรมชาติ แต่ลูกวาฬแรกเกิดนั้นจะมีสีเทา และอาจต้องใช้เวลาถึง 8 ปี ที่ผิวของมันจะเปลี่ยนเป็นสีขาว

ทั้งนี้ วาฬเบลูก้า รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า วาฬขาว ขนาดตัวเต็มวัยยาวประมาณ 3.9 จนถึง 6.1 เมตร และมีเอกลักษณ์ที่หัวเป็นลักษณะโหนกนูนเรียบกลม สามารถพบได้บ่อยตามชายฝั่งอลาสก้า แคนาดา และรัสเซีย มีนิสัยเป็นมิตร และว่ายน้ำระยะไกลเพื่อออกหาอาหาร สามารถว่ายได้ในทั้งน้ำเค็มและน้ำจืด

ขณะที่เสียงร้องของมันนั้นทำให้ชาวประมงขนานนามให้พวกมันว่า “นกคานารีแห่งท้องทะเล” ปัจจุบันเหลือเพียง 2 แสนตัวทั่วโลก ถือเป็นสัตว์สงวนทั้งในจีน และสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือไอยูซีเอ็น มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแกลนด์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ทีมา  https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_2120140

ความรู้เรื่อง ปลาวาฬขาว

       วาฬขาว หรือที่มีชื่อเป็นทางการว่า วาฬเบลูกา เป็นวาฬชนิดที่สวนสัตว์นิยมนำมาเลี้ยงและใช้ฝึกให้แสดงมากที่สุด เพราะความเฉลียวฉลาดที่เหนือกว่าวาฬพันธุ์อื่น ทั้งความสามารถในการส่งเสียงร้องได้หลายเสียง ความสามารถในการเลียนแบบได้อย่างสมบูรณ์ จึงทำให้ง่ายต่อการฝึกให้แสดงมากขึ้น วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับสัตว์น้ำแห่งท้องทะเลผู้เฉลียวฉลาดนี้ วาฬขาว หรือวาฬเบลูกาเป็นสัตว์ที่อยู่ในตระกูล Monodontidae เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในท้องทะเล มีฟัน กินสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร เมื่อแรกเกิดจะมีสีเทาและเมื่อโตขึ้นจะค่อยๆ กลายเป็นสีขาว ชื่อวาฬขาวจึงมาจากสีของตัวมันนี่เอง

Whale-Sea-show

TOYOTA I-ROAD สามล้อไฟฟ้าแห่งอนาคต มีคลิป

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

Toyota i-Road รถยนต์ขนาดจิ๋วลดปัญหาการคมนาคมที่แออัดบนท้องถนน เป็นรถที่ผสมผสานความกระทัดรัดของรถมอเตอร์ไซค์และความสะดวกสบายของรถยนต์เข้าด้วยกัน

สำหรับ Toyota i-Road เป็นรถสามล้อพลังงานไฟฟ้า แบบ 2 ที่นั่ง โดยมี 2 ล้ออยู่ข้างหน้าเป็นล้อหลักช่วยทรงตัว และ 1 ล้ออยู่ข้างหลัง เพื่อใช้บังคับเลี้ยว

ตัวรถกว้างเพียง 850 มม. ยาว 2,350 มม. สูง 1,445 มม. ระยะฐานล้อ 1,700 มม. มีวงเลี้ยวแคบสุดที่ 3 เมตร ทำให้มีความคล่องตัวไม่ต่างจากรถมอเตอร์ไซค์และง่ายกับการหาที่จอด (เมื่อเทียบกับช่องจอดรถปกติ 1 คัน จะสามารถจอด i-Road ได้ถึง 4 คัน)

ซึ่งผู้ออกแบบได้ย้ำชัดเจนว่ามันจะเป็นยานพาหนะที่เหมาะกับการใช้ในตัวเมืองที่สุด อีกทั้งยังมีการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ เพราะไม่มีการทำงานของเครื่องยนต์ ทำให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ที่ส่งกำลังผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่บนล้อคู่หน้าซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้ามีขนาด 2 กิโลวัตต์ มีแรงม้าสูงสุด 3 แรงม้าต่อมอเตอร์ 1 ตัว เมื่อชาร์จไฟฟ้าเต็ม 1 ครั้ง สามารถขับได้ระยะทางราวๆ 40-50 กิโลเมตร (เมื่อนั่ง 1 คน) ด้วยความเร็วเฉลี่ย 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและใช้เวลาในการชาร์จไฟฟ้าเต็มประมาณ 3 ชั่วโมงเมื่อชาร์จจากไฟบ้าน

ด้านภายในของ Toyota i-Road ติดตั้งระบบอำนวยความสะดวกเหมือนรถยนต์มาตรฐานทั่วไป เช่นระบบแอร์ ระบบเครื่องเสียง ทั้งยังถูกตกแต่งจัดวางให้เหมือนรถยนต์มาตรฐานทั่วไปเพียงแค่ย่อขนาดเล็กลงเท่านั้นเอง

ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีประกาศวางจำหน่าย Toyota i-Road แต่คาดว่าจะมีขึ้นในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน เพราะเริ่มมีการนำมาทดสอบใช้งานจริงแล้วทั่วทุกมุมโลก

 

เรื่อง : จณิสตา จุลโพธิ์

ข้อมูลจาก : Toyota

ภาพจาก : google.com

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รถจักรยานยนต์ รถใหม่ได้ที่ www.grandprix.co.th

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบหนังสือ e-book เรื่อง พลังงานความร้อนใต้พิภพ ของสำนักพิมพ์ OoKBee คลิป ทันโลก – พลังงานทางเลือก

Cover

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบหนังสือ e-book เรื่อง พลังงานความร้อนใต้พิภพ ของสำนักพิมพ์ OoKBee

      1545553384479

คลิกค่ะ  ฟรี 

คลิป ทันโลก – พลังงานทางเลือก

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ไมโครซอฟท์ยกธงขาว ยุติวินโดวส์โมบายปลายปี แนะผู้ใช้ย้ายค่ายไปแอนดรอยด์-ไอโอเอส

11

ไมโครซอฟท์ยกธงขาว ยุติวินโดวส์โมบายปลายปี แนะผู้ใช้ย้ายค่ายไปแอนดรอยด์-ไอโอเอส

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ไมโครซอฟท์ยกธงขาว – ซีเอ็นบีซีรายงานว่า ไมโครซอฟท์ ผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการวินโดวส์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศจะยุติการสนับสนุนโอเอส วินโดวส์ 10 โมบาย หรือวินโดวส์โฟน ในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ โดยแนะนำให้ผู้ที่ใช้โอเอสดังกล่าวเปลี่ยนไปใช้โอเอสแอนดรอยด์จากกูเกิ้ล หรือไอโอเอสจากแอปเปิ้ลแทน

ไมโครซอฟท์เผยแพร่ประกาศดังกล่าวผ่านหน้าเว็บไซต์สนับสนุนวินโดวส์ ซึ่งถูกค้นพบและเผยแพร่ต่อโดยเว็บไซต์ด้านไอทีเธอร์ร็อตต์ (Thurrott) ระบุว่า ทางไมโครซอฟท์จะยุติการอัพเดทแพทช์ด้านความปลอดภัยแก่ วินโดวส์ 10 โมบาย ในวันที่ 10 ธ.ค. 2562

ไมโครซอฟท์ยกธงขาว

ประกาศระบุต่อว่า ด้วยเหตุนี้ ทางไมโครซอฟท์จึงขอแนะนำให้ผู้ใช้วินโดวส์ 10 โมบาย เปลี่ยนไปใช้โอเอสแอนดรอยด์จากกูเกิ้ล หรือไอโอเอสจากแอปเปิ้ลแทน

เนื่องด้วยจุดยืนการส่งเสริมศักยภาพของบุคคลและนิติบุคคลทั้งหมดในโลกใบนี้ของทางบริษัททำให้ไมโครซอฟท์มองว่า การหันไปสนับสนุนด้านแอพพลิเคชั่นบนแอนดรอยด์และไอโอเอสนั้นเหมาะสมกว่า

ทั้งนี้ วินโดวส์ โมบาย เคยเป็นโอเอสที่ทางไมโครซอฟท์มุ่งหมายให้เป็นคู่แข่งกับแอนดรอยด์และไอโอเอส ถึงขนาดที่ในงานเปิดตัว วินโดวส์ โฟน 7 เมื่อปี 2553 ประกาศตัวว่า “แอนดรอยด์และไอโอเอสตายแล้ว”

อย่างไรก็ตาม วินโดวส์ โมบาย กลับไม่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเท่าที่ควร สาเหตุหลักมาจากขาดแคลนแอพที่สนับสนุนโอเอสดังกล่าว

ทีมา   https://www.khaosod.co.th/smartphone-gadget/news_2114900

ดีใจไม่ทันข้ามวัน ล่าสุดต้นไม้ที่จีนลองปลูกบนดวงจันทร์ ตายเรียบ

ดีใจไม่ทันข้ามวัน ล่าสุดต้นไม้ที่จีนลองปลูกบนดวงจันทร์ ตายเรียบ

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

รวดเร็วเกินกว่าจะทำใจ หลังจากที่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา องค์การอวกาศของจีนเพิ่งปล่อยข่าวว่า รถสำรวจของพวกเขา เพิ่งประสบความสำเร็จในการเพาะเมล็ดต้นฝ้ายบนดวงจันทร์ภายในคอนเทนเนอร์ที่ปิดผนึกอย่างดี และมันเป็นการปลูกต้นไม้ครั้งแรกบนดาวดวงอื่นที่ไม่ใช่โลก คลิกอ่านข่าวได้ที่นี่

และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด การเพาะปลูกพืชนับเป็นความก้าวหน้าอย่างยิ่งใหญ่ของโครงการสำรวจดวงจันทร์ แต่ในตอนนี้ มีข่าวล่าสุดออกมาว่า พืชที่จีนลองปลูกบนดวงจันทร์ได้ตายลงแล้ว…

ดีใจไม่ทันข้ามวัน ล่าสุดต้นไม้ที่จีนลองปลูกบนดวงจันทร์ ตายเรียบ

เมล็ดพันธุ์พืชที่งอกอยู่ในคอนเทนเนอร์ ตอนนี้ได้ตายลงแล้ว

ขอบคุณภาพประกอบจาก Chongqing University

คุณ Xie Gengxin หัวหน้านักวิจัยโครงการสำรวจดวงจันทร์ของจีน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Xinhua ว่า “ต้นฝ้ายไม่สามารถรอดชีวิตในช่วงที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เพราะในขณะที่ไม่มีแสงอาทิตย์ส่อง อุณหภูมิลดต่ำลงถึง -170 องศาเซลเซียส (-274 อาศาฟาเรนไฮต์)”

“ต้นฝ้ายในคอนเทนเนอร์ ไม่สามารถอยู่รอดในช่วงกลางคืนที่หนาวเย็นบนดวงจันทร์”

นอกจากนี้คุณ Xie ยังยืนยันอีกว่า เมล็ดพันธุ์ทั้งหมดในคอนเทนเนอร์ได้ตายลง ซึ่งก็มีทั้งมันฝรั่ง และกะหล่ำปลี และในตอนนี้การทดลองปลูกพืชบนดวงจันทร์ถือว่าสิ้นสุดลงแล้ว และพืชพันธุ์ทั้งหมดจะถูกปล่อยให้เน่าเปื่อยอยู่ในคอนเทนเนอร์

ที่มา : https://news.thaiware.com/15582.html