คลังเก็บรายเดือน: มกราคม 2016

หมากรุกสมองกล สงครามปัญญาระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร ลาภลอย วานิชอังกูร

หมากรุกสมองกล 
สงครามปัญญาระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร
ลาภลอย วานิชอังกูร (laploy.com)

หมากรุกเป็นหนึ่งในเกมที่ต้องใช้สติปัญญาและไหวพริบมากที่สุดเกมหนึ่ง มนุษย์ใฝ่ฝันจะสร้างเครื่องจักรกลซึ่งมีเชาว์มากพอที่จะเล่นหมากรุกได้มานานแล้ว ก่อนที่คอมพิวเตอร์จะถูกประดิษฐ์ขึ้นเสียอีก เมื่อยุคคอมพิวเตอร์มาถึง ความฝันก็กลายเป็นความจริง

บทความนี้จะนำท่านไปพบกับเรื่องราวอันน่าตื่นใจ การประดิษฐ์คิดค้น การสร้างสิ่งที่เหลือเชื่อ ความหลอกลวง ความคดโกง ความโลภ สงคราม ชัยชนะและความพ่ายแพ้ จินตนาการและความเป็นจริง การสร้างสมองกล และหุ่นยนต์หมากรุกที่จะไม่มีใครเอาชนะได้

หมากรุกสากล

หมากรุกสากล หรือ “หมากรุกฝรั่ง” (chess) คล้ายหมากรุกไทย แต่มีตัวหมาก วิธีตั้งกระดาน และวิธีเล่นแตกต่างกันเล็กน้อย กระดานหมากรุกมีช่องสี่เหลี่ยมหกสิบสี่ช่อง ระบายสีขาวสลับดำ ผู้เล่นแบ่งเป็นฝ่ายขาวและฝ่ายดำ แต่ละฝ่ายมีหมากเท่ากัน คือคนละสิบหกตัว ประกอบด้วย คิง หนึ่งตัว (เทียบได้กับขุน) ควีน หนึ่งตัว (เทียบได้กับโคน) รุค สองตัว (เทียบได้กับเม็ด) ไนท์ สองตัว (เทียบได้กับม้า) บิชอป สองตัว (เทียบได้กับเรือ) และ พาวน์ แปดตัว (เทียบได้กับเบี้ย)

จุดประสงค์ของการเล่นคือการทำให้ เชค หรือคิงของฝ่ายตรงกันข้ามจนมุม (หรือรุกฆาต) วิธีเดินหมากบางตัวเหมือนหมากรุกไทย เช่นม้า แต่หมากบางตัวมีวิธีเดินแตกต่างจากหมากรุกไทยมาก เช่น ควีน ที่สามารถเดินได้สุดกระดานทุกทิศ ส่วนยุทธวิธีเดินหมาก ทำได้พลิกแพลงหลากหลายไม่ด้อยกว่าหมากรุกไทย

องค์กรสากลทำหน้าที่จัดการแข่งขัน เพื่อหาผู้มีฝีมือสูงสุด หรือปรมจารย์หมากรุก (เชสมาสเตอร์และแกรนมาสเตอร์) คือ สหพันธ์หมากรุกโลก ปรมาจารย์หมากรุกที่มีชื่อเสียงที่สุดตลอดกาลคือ แกรี คาสปารอฟ ชาวเมืองยูเครน ประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย แชมป์โลกคนปัจจุบันคือ อนันต์ วิศวะนันธนา ชาวเมืองมัธดราส (เชนไน) ประเทศอินเดีย ชนะการแข่งอย่างเป็นเอกฉันท์ในการแข่งหมากรุกโลก ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา (พ.ศ. 2550)

 

ตัวหมากของหมากรุกสากล ไล่จากซ้ายไปขวา

คิง ควีน รุค บิชอป ไนท์ และพาวน์

 คลิกอ่านต่อ

ไครโอนิกส์ แช่แข็งมนุษย์รอวันคืนชีพ ปาฏิหาริย์นี้เป็นไปได้จริงหรือ !? (ชมคลิปสยอง)

https://youtu.be/DzrIC-pGgT4

ปลาฟื้นชีวิตจากถูกแช่แข็ง

มีคนเห็นบ่อยๆ อยู่ในเมืองไทย

ไครโอนิกส์ แช่แข็งมนุษย์รอวันคืนชีพ ปาฏิหาริย์นี้เป็นไปได้จริงหรือ !?

การแช่แข็งมนุษย์ หรือไครโอนิกส์ (Cryonics) การแช่แข็งมนุษย์รอวันคืนชีพที่กำลังเป็นประเด็นน่าจับตา เทคโนโลยีแช่แข็งมนุษย์ที่ว่านี้จะมีความเป็นไปได้ไหม แล้วจะเกิดปาฏิหาริย์ชุบชีวิตคนตายได้จริงหรือเปล่า มาดูกัน

จากข่าวคู่สามีภรรยาตัดสินใจแช่แข็งศพลูกสาววัย 2 ขวบเอาไว้เพียงเพราะหวังว่าเทคโนโลยีแช่แข็งมนุษย์จะช่วยให้ลูก­­สาวตัวน้อยของพวกเขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้สังคมเริ่มจับตามองเทคโนโลยีไครโอนิกส์กันมากขึ้น เพราะหากการแช่แข็งมนุษย์ที่ตายไปแล้วเพื่อรอวันให้เทคโนโลยีทา­­งการแพทย์มาคืนชีพให้ศพนั้นเกิดขึ้นได้จริง เชื่อว่ามนุษย์เราคงกลัวความตายน้อยลง และคงเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่น้อยหากคนที่เรารักจะอยู่กับเราไ­­ปได้ตลอดกาล

ทว่าการแช่แข็งมนุษย์หรือไครโอนิกส์ (Cryonics) ในขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากน้อยแค่ไหน แล้วสามารถช่วยคืนชีพให้คนตายได้จริงหรือไม่ ประเด็นนี้น่าติดตามจนเราต้องนำมาบอกต่อให้ทุกคนได้ทราบไปพร้อม­­กัน

ความเป็นมาของการแช่แข็งมนุษย์

เทคโนโลยีนี้ถือกำเนิดขึ้นด้วยมันสมองของศาสตราจารย์โรเบิร์ต เอ­็ตทิงเกอร์ นักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน ผู้ริเริ่มการทดลองแช่แข็งสเปิร์มของกบ สเปิร์มของวัว และสเปิร์มมนุษย์มาก่อน จากนั้นจึงเริ่มทดลองแช่แข็งตัวอ่อนของหนู แพะ และกระต่ายเพื่อการรักษาเซลล์ในร่างกายจนประสบความสำเร็จมาแล้ว­­

ในที่สุดเขาจึงมีความคิดว่า เทคโนโลยีการแช่แข็งก็น่าจะช่วยรักษาสภาพร่างกายของมนุษย์ที่หม­­ดลมหายใจไปแล้วได้เช่นกัน นี่จึงเป็นที่มาของไครโอนิกส์หรือเทคโนโลยีแช่แข็งมนุษย์เพื่อร­­อวันฟื้นคืนชีพอีกครั้งนั่นเองค่ะ

ไครโอนิกส์ แช่แข็งมนุษย์รอวันคืนชีพ ปาฏิหาริย์นี้เป็นไปได้จริงหรือ !?

แช่แข็งเซลล์ ทำเพื่ออะไร?

แม้จะหมดลมหายใจไปแล้ว แต่หากเซลล์ยังไม่ถูกทำลาย สภาวะนี้ยังไม่เรียกว่าเสียชีวิตได้อย่างเต็มปากมากนัก ดังนั้นจุดประสงค์ของการแช่แข็งมนุษย์จึงทำขึ้นเพื่อรักษาสภาพข­­องเซลล์เพื่อรอวิวัฒนาการการทางการแพทย์ในอนาคตมาต่อลมหายใจให­้­ใหม่ และการแช่แข็งที่ทำกันมาอย่างแพร่หลายทั่วโลกอีกอย่างก็คือ การแช่แข็งสเปิร์มของสิ่งมีชีวิตเอาไว้รอการผสมพันธุ์อีกด้วยค่­­ะ

วิธีการแช่แข็งมนุษย์

เริ่มจากวัสดุและสารเคมีที่จะใช้ในกระบวนการแช่แข็งมนุษย์กันก่­­อน โดยการแช่แข็งมนุษย์นี้จะมีก๊าซไนโตรเจนเหลวเป็นส่วนประกอบสำคั­­ญ ซึ่งภายในถังไนโตรเจนเหลวที่ว่าก็จะมีสารเคมีผสมไกลคอล เช่น เอทิลีนไกลคอล หรือโพรไพลีนไกลคอลหรือไดเมทิลซัลฟอกไซด์ปะปนอยู่ด้วย

ทั้งนี้ก็เพื่อให้สารเคมีทั้งหมดทำหน้าที่ต้านการเยือกแข็งที่อ­­าจเกิดขึ้นกับร่างกายของศพที่นำมาแช่แข็ง เพราะหากความเย็นก่อผลึกน้ำแข็งกับร่างที่แช่ จะไปทำลายเซลล์ในร่างกายให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ได้รับความเสียหาย โอกาสจะฟื้นคืนชีพให้ศพก็อาจเป็นไปได้ยากมากขึ้น

มาถึงตรงนี้แล้วหลายคนคงอยากทราบแล้วสินะคะว่า วิธีการแช่แข็งมนุษย์นั้นเขาทำกันอย่างไร บอกให้รู้กันตรงนี้เลยก็ได้ว่าทันทีที่ผู้ป่วยหยุดหายใจ ร่างที่กำลังจะกลายเป็นศพโดยสมบูรณ์นั้นจะถูกนำไปแช่ไว้ในถังไน­­โตรเจนเหลว ในลักษณะคว่ำศีรษะลง เพื่อปกป้องศีรษะจากอันตรายในกรณีที่เกิดการรั่ว แล้วก็แช่ร่างมนุษย์เอาไว้อย่างนั้น ให้ความเย็นจากสารเคมีหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกายให้คงสภาพการมีช­­ีวิตอยู่ เสมือนสตาร์ฟเซลล์เอาไว้เพื่อรอวันที่เทคโนโลยีทางการแพทย์จะสา­­มารถรักษาอาการป่วยของร่างที่แช่อยู่ได้

ไครโอนิกส์ แช่แข็งมนุษย์รอวันคืนชีพ ปาฏิหาริย์นี้เป็นไปได้จริงหรือ !?

โอกาสชุบชีวิต เป็นไปได้แค่ไหน?

แม้จะมีวิธีรักษาสภาพเซลล์เอาไว้ได้ ทว่าขั้นตอนของการละลายความเย็นภายใต้อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียสนั้นยังคงไร้ความเสถียร เนื่องจากการประเมินเวลาของการละลายร่างที่ถูกแช่ด้วยความเย็นจ­­ัดมาช่วงระยะหนึ่งค่อนข้างมีความคลาดเคลื่อนอยู่มาก และนี่ก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การชุบชีวิตมนุษย์ด้วยการแช่แข­­็งยังคงไร้วี่แววประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีแช่แข็งมนุษย์ไว้ด้วยว­­่า สิ่งสำคัญคือต้องดูก่อนว่าเซลล์สมองของร่างนั้นยังคงมีชีวิตอยู­­่หรือไม่ เพราะหากแกนสมองได้ตายไปแล้วก็ไม่มีทางใดที่จะชุบชีวิตให้ตื่นข­­ึ้นมาได้อีกครั้งแน่ ๆ

และโดยส่วนมากเทคโนโลยีการแช่แข็งเพื่อดำรงเซลล์เอาไว้ก่อนจะถู­­กนำเข้าสู่กระบวนการกำเนิดชีวิตต่อไปจะใช้กับการแช่แข็งเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวหรือเซลล์กลุ่มอ­­ย่างการแช่สเปิร์มแช่แข็งไข่หรือแช่สเปิร์มและไข่ที่มีการผสมแล้วแต่ยังไม่พร้อมนำมาผ่านกระบวนการตั้งครรภ์ ซึ่งก็จะนำมาแช่แข็งเพื่อรอเวลานำไปปฏิสนธิในภายหลังมากกว่า

สรุปให้เข้าใจง่ายขึ้นอีกนิดก็คือ เทคโนโลยีแช่แข็งมนุษย์เพื่อรอวันฟื้นคืนชีวิตนั้นมีอยู่จริง และมีคนทำมาแล้วด้วยค่ะ แต่ถ้าถามว่าประสบผลสำเร็จหรือยัง ตรงนี้ตอบได้เลยว่ายังไม่มีรายงานจากแหล่งใดให้ได้ฮือฮาเลยว่า การแช่แข็งมนุษย์เป็นแนวทางการช่วยชุบชีวิตคนให้กลับมามีลมหายใ­­จอีกครั้งได้จริง ทว่านี่ก็นับเป็นความหวังทางการแพทย์ที่ยังคงน่าสนใจและเชื่อว่­­าใครหลายคนก็ภาวนาอยากให้ปาฏิหาริย์นี้เกิดขึ้นในเร็ววัน

รถจรวด

 

https://youtu.be/dIASUQOPv6E

วีดีโอ youtube ท่านนายพันสแตป วินาทีที่ 2.10 ถึง 3.20

   ภาพอริยบทในช่วงต่างๆของนายพัน สแตปขณะที่ขับขี่อยู่บนเลื่อนจรวดด้วยความเร็วสูง ภาพแรก เป็นจุดเริ่มต้นเบรกอย่างกระทันหัน

คลิกครับ  (Windows media 3MB)  download  จากฟิสิกส์ราชมงคล

 

     รถจรวด ปี 1977 นายคิตตี้ โอนีล สามารถทำความเร็วขึ้นมาใหม่เป็นสถิติโลก ด้วยความเร็ว 628 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลา 3.72 วินาที แต่ก่อนหน้านี้สิบเก้าปี นายบรีดดิ้ง จูเนียร์ สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 72.5 ไมล์ต่อชั่วโมงภายในเวลา 0.04 วินาที โดยใช้เครื่องยนต์จรวดเป็นตัวเร่ง สิ่งที่น่าสนใจก็คือการขับขี่ของใครเฉียดกับนรกมากกว่ากัน

คลิกดูต่อ

​มกราคมนี้จะได้เห็นปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัว

ในเดือนมกราคมนี้คุณจะได้เห็นปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ทั้ง 5 ดวง (ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์) เรียงตัวกันบริเวณขอบฟ้าทางทิศตะวันออก โดยปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัวนี้เกิดขึ้นจากเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ทั้ง 5 มาอยู่ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ในเวลาเดียวกันจากมุมมองของโลก  ซึ่งจะเรียงกันอยู่ในแนวใกล้กับเส้นสุริยะวิถีโดยมีระยะห่างไม่เกิน 5 องศา

การจัดตำแหน่งของดาวเคราะห์เพื่อนบ้านของเราทั้ง 5 ดวงนี้จะได้เห็นในช่วงวันพุธที่ 20 มกราคมไปจนถึงวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เราจะได้เห็นกันอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ในปี 2005

Dr. Tanya Hill ภัณฑารักษ์อาวุโสแห่งท้องฟ้าจำลองเมลเบิร์น บอกกับทาง Australian Geographic หากคุณพลาดชมปรากฏการณ์เรียงตัวของดาวเคราะห์ในเดือนนี้ คุณจะสามารถที่จะเห็นมันอีกครั้งในเดือนสิงหาคมของปีนี้ และจะเห็นได้อีกครั้งในเดือนตุลาคมปี 2018

Dr. Alan Duffy นักวิจัยแห่ง Swinburne University แนะนำเกี่ยวกับวิธีที่ดีในการรับชมปรากฏการณ์ครั้งนี้

ดาวพุธจะปรากฏให้เห็นชัดเจนที่สุดบริเวณขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ให้หาจุดที่ท้องฟ้าเปิด ห่างจากจุดที่มีอาคารสูงหรือต้นไม้ใหญ่บดบัง และไฟในเมืองที่รบกวนการมองเห็นแสงจากดวงดาว อย่างไรก็ดี ดาวเคราะห์ที่เรืองแสงสีแดงโดดเด่นของดาวอังคารจะค่อนข้างมองหาได้ง่ายมากกว่า หากคุณหาหนึ่งในจำนวนดาวเคราะห์เหล่านี้ได้แล้ว เพียงแค่วางแขนให้อยู่ในระนาบเดียวกับดาวดวงนั้นและดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ก็จะปรากฏให้คุณเห็นในแนวระนาบเดียวกับแขนของคุณ ซึ่งปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัวนี้จะเห็นได้ชัดเจนครบทุกดวงในช่วงประมาณ 80 นาทีก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น

“มีเพียงไม่กี่อย่างที่น่าตื่นตาตื่นใจบนท้องฟ้าเวลากลางคืนที่สามารถมองเห็นได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ” Dr. Duffy กล่าว “นี่คือสิ่งดี ๆ ที่คุ้มค่าแก่การมองเห็น”

ภาพแสดงการเรียงตัวของดาวเคราะห์ทั้ง 5 ดวง ในเวลา 6.00 น. ของวันที่ 25, 30 มกราคม และ 5 กุมภาพันธ์ 2559 ตามลำดับ/Photo credit: NARIT

อ้างอิง:

www.iflscience.com/space/mercury-venus-mars-jupiter-and-saturn-are-about-align  
www.narit.or.th/index.php/astronomy-news/2388-planet-conjunction-january-2559 
http://earthsky.org/science-wire/when-will-all-five-visible-planets-appear-simultaneously

​ไม่เคยเจอมนุษย์ต่างดาวเพราะอาจตายไปหมดแล้ว

อาจจะเคยสงสัยกันว่า ทำไมเราไม่เคยเจอมนุษย์ต่างดาวหรือได้สัญญาณอะไรเลย วันนี้ นักดาราศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เสนอว่า สิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่นนั้นใช่ว่าจะไม่มี แต่มีอายุสั้นและสูญพันธุ์ไปอย่างรวดเร็ว

ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ตั้งเป้าหมายเพื่อความเข้าใจว่าชีวิตพัฒนาขึ้นมาได้อย่างไร โดยเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่นอาจจะเกิดขึ้นแล้วก็ตายลงอย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด

“เอกภพของเรานั้นอาจจะมีดวงดาวที่เหมาะสมกับการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตอยู่มากมาย นักวิทยาศาสตร์ก็เลยเชื่อกันว่า เอเลียนอาจจะมีอยู่เยอะ” ดร.อธิตยา โชปรา นักวิทยาศาสตร์ที่คณะธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียเผย

“ชีวิตในยุคแรกนั้นเปราะบางมาก ดังนั้น เราจึงเชื่อว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะพัฒนาได้เร็วพอที่จะมีชีวิตอยู่รอด”

“สภาพแวดล้อมบนดาวเคราะห์ในยุคแรก ๆ นั้นไม่ค่อยจะเสถียร ดาวเคราะห์ที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้จะต้องมีแก๊สเรือนกระจกอย่างเช่น น้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากพอที่จะรักษาอุณหภูมิให้เสถียร”

ประมาณ 4 พันล้านปีก่อน โลก ดาวอังคาร และดวงจันทร์อาจจะมีสภาพเหมาะสมที่จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อ 1 พันล้านปีหลังจากดาวก่อตัวขึ้นมา ดาวศุกร์ก็ร้อนจัด ส่วนดาวอังคารก็กลายเป็นดาวที่เย็นยะเยือก

“หากมีจุลินทรีย์ในยุคแรก ๆ บนดาวอังคารและดาวศุกร์ จุลินทรีย์เหล่านี้ก็ไม่สามารถที่จะอยู่ได้อย่างเสถียรในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว” รศ.ชาร์ลีย์ ไลน์เวฟเวอร์ นักวิจัยร่วมเผย

“ชีวิตบนโลกอาจจะมีส่วนทำให้สภาพภูมิอากาศของโลกเสถียรได้ด้วยเช่นกัน”

“ปริศนาที่ว่าทำไมเราไม่ได้สัญญาณอะไรเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวเลยอาจจะไม่ใช่เรื่องของการกำเนิดสิ่งมีชีวิตหรือความฉลาดไปทั้งหมด แต่อาจจะเป็นเรื่องของความเร็วในการพัฒนากระบวนการทางชีววิทยาให้เหมาะสมกับสภาพบนผิวดาว”

แม้เราจะพบดาวเคราะห์หิน และอาจจะมีน้ำและองค์ประกอบที่เหมาะสมกับการมีอยู่สิ่งมีชีวิตอยู่บ่อยๆ แต่ทาง ดร.เอ็นริโก เฟอร์มี นักฟิสิกส์ก็เชื่อว่าเ รายังไม่พบว่าสิ่งมีชีวิตบนดาวอื่นๆ จะมีโอกาสอยู่รอดเลย

อ้างอิง: Australian National University. (2016, January 21). The aliens are silent because they’re dead: Life on other planets would probably go extinct soon after its origin, due to runaway heating or cooling on their fledgling planets. ScienceDaily. Retrieved January 23, 2016 from www.sciencedaily.com/releases/2016/01/160121110932.htm

งานวิจัย: Aditya Chopra, Charles H. Lineweaver. The Case for a Gaian Bottleneck: The Biology of Habitability. Astrobiology, 2016; 16 (1): 7 DOI: 10.1089/ast.2015.1387

การจัดการเรียนการสอนฟิสิกส์ ผ่านทางสมาร์ทโฟน (มือถือสมัยใหม่ และ Tablet ทุกรุ่น ทุกค่าย)

ที่ค่ายวิทยาศาสตร์ โรงเรียนสิงห์บุรี 23 มกราคม 2559

      ประกอบด้วยการทดลองเสมือนทางฟิสิกส์  วีดีโอ  และบทความที่น่าสนใจทางฟิสิกส์  แต่ละหัวข้อ มีการทำแบบทดสอบเก็บคะแนน

       หลังจากเสร็จสิ้นการเรียนการสอนและทำแบบทดสอบ  สรุปได้ว่า แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่นักเรียน พบกับ การเรียนการสอนแบบใหม่นี้   นักเรียนก็สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และทำแบบทดสอบได้  ระหว่างการเรียนการสอนไม่พบปัญหาอะไร  มีแต่ความสนุก และเสียงหัวเราะ 

       ผู้บรรยายไม่ต้องใช้การพูดมาก เพียงแต่แนะนำ และกระตุ้นเนื้อหา นอกนั้น  นักเรียน ศึกษาด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่

     ปัญหามีเพียงประการเดียว คือ ค่าเน็ตที่ให้นักเรียนเข้าเชื่อมต่อ ค่อนข้างแพง คิดเป็น เมกาไบต์  อนาคตถ้าถูกกว่านี้ น่าจะดี

     นักเรียนที่เข้าค่ายเป็นนักเรียนเก่งที่ได้รับการคัดเลือกเข้าค่าย  ของโรงเรียนสิงห์บุรี

คะแนนนักเรียนทั้งหมด เต็ม 63

บรรยากาศการเรียนการสอนที่ค่ายวิทย์สิงห์บุรี

   

  

https://youtu.be/S_DMv3LLh4s

ถ้าสนใจเนื้อหา โปรด 

   คลิกที่นี่

คลิกเข้าสู่ระบบในฐานะบุคคลทั่วไป

เมื่อเข้าสู่เนื้อหา ท่านสามารถคลิกดูเนื้อหา แต่ไม่สามารถทำแบบทดสอบได้ เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกของห้องเรียน

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1027967473934738

รวมภาพมหัศจรรย์ “คนตัวอ่อน” ชวนตะลึง!!!

เว็บไซต์ klyker รวบรวมภาพของคนกลุ่มหนึ่งที่มีความสามารถอันน่าทึ่งนั่นคือ “คนตัวอ่อน” ร่างกายมีความยืดหยุ่นอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งอาจมาจากการฝึกฝนด้านยิมนาสติก การเล่นโยคะ หรืออาจเป็นความสามารถพิเศษตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะแบบไหน ภาพของบุคคลเหล่านี้ดูมหัศจรรย์มาก จนอดคิดไม่ได้ว่าบางภาพอาจตัดต่อ!?

ไปชมกันเลยว่าร่างกายของพวกเขาน่าทึ่งแค่ไหน…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา http://klyker.com/

ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย เรื่องเวกเตอร์

ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ขอขอบคุณ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ 
และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำหรับโจทย์ที่ให้ความรู้เหล่านี้ครับ

view vdo

view vdo

view vdo

view vdo

view vdo

view vdo

10-25

view vdo

11-25

view vdo

view vdo

view vdo

view vdo

view vdo

view vdo

view vdo

view vdo

view vdo

view vdo

view vdo

view vdo

ที่มา  http://www.tewlek.com/anet_vector.html#uxv

พบหลักฐานหนุนมีดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ในระบบสุริยจักรวาล อยู่ไกลกว่าพลูโต

วอชิงตันโพสต์รายงานว่า คณะนักดาราศาสตร์แห่งสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย หรือ แคลเทค แถลงผลการศึกษาที่ค้นพบหลักฐานใหม่ที่สนับสนุนว่า มีดาวเคราะห์ดวงใหม่ในระบบสุริยจักรวาล ลักษณะเป็นดาวน้ำแข็งดวงใหญ่โคจรอยู่ที่ขอบจักรวาล เลยจากพลูโต ดาวเคราะห์ที่ถูกลดสถานะลงไปเป็นดาวเคราะห์แคระ เบื้องต้นนี้เรียกว่า ดาวเคราะห์เก้า หรือ แพลเน็ตไนน์ (Planet Nine)

 

 

ผลการศึกษานี้ตีพิมพ์ในวารสารดาราศาสตร์ จากการใช้กล้องโทรทรรศน์ที่ติดตั้งอยู่อย่างน้อยในสองทวีป เพื่อค้นหาดาวที่อยู่ไกลกว่าดาวเคราะห์ดวงที่ 8 คือเนปจูน ออกไปราว 20 เท่า แต่ไม่ได้สำรวจพบจากกล้องโทรทรรศน์โดยตรง อาศัยการศึกษาที่เริ่มจากดาวเคราะห์แคระเซดนา ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าพลูโต มีลักษณะถูกแรงโน้มถ่วงจากวัตถุอวกาศขนาดใหญ่ ซึ่งหมายถึงดาวเก้า หลักฐานใหม่นี้มาจากการใช้สูตรการคำนวณทางคณิตศาสตร์ และการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์

 

เมื่อประเมินแล้ว ดาวเก้าจะใช้เวลา 10,000-20,000 ปีในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ และน่าจะมีขนาดใหญ่กว่าโลก ราว 5-10 เท่า ซึ่งหากตรงตามข้อสันนิษฐานนี้ ดาวจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 รองจากดาวพฤหัสฯ ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน

 

“แม้ว่าตอนแรกเราจะสงสัยว่ามีดาวดวงนี้อยู่จริงหรือ แต่เมื่อเราเดินหน้าตรวจสอบวงโคจรขของมันว่าจะเป็นอย่างไรในระบบสุริยจักรวาลไกลโพ้น เราเริ่มมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ ว่ามีดาวอยู่ที่นั่นจริงๆ”คอนสแตนติน เบทีกิน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดาราศาสตร์แห่งแคลเทค กล่าว