คลังเก็บรายเดือน: สิงหาคม 2015

มีสูตรลัดมาฝาก (การเคลื่อนที่ในแนวดิ่ง)

3593

ขอแก้ไขครูแดงเล็กน้อย1

เป็นไปได้! หนุ่มใช้แบงก์หยวนฟันตะเกียบคู่จนขาดกลาง (คลิป) โมเมนตัมทางฟิสิกส์

https://youtu.be/R3wwnZUJKZY

1

เป็นไปได้! หนุ่มใช้แบงก์หยวนฟันตะเกียบคู่จนขาดกลาง (คลิป) โมเมนตัมทางฟิสิกส์

ตะลึง !! จากห้อง 24 ตรม. แค่หนูดิ้นตาย แต่ผู้ชายคนนี้จะเปลี่ยนมันเป็นสวรรค์ ! มาดูวิธีเปลี่ยนเห็นแล้วจะอิ้ง!!!

มันเจ๋งมาก นี่คือการแปลงโฉมห้องอพาร์ทเมนท์จากห้องเล็กรูหนู แค่ 24 ตารางเมตรพอเดิน ให้กลายเป็นสวรรค์เล็กๆ ที่จะทำให้คุณตะลึงเลย เขาออกแบบเป็นแนว Lego-Style จะออกมาเป็นยังไง มาดูกันเลย

ที่มา: http://www.khaojing.com/5815/

คลิปการเคลื่อนที่หนึ่งมิติ (มหัศจรรย์)

1

https://youtu.be/SJPprPDnUmM

คลิปการเคลื่อนที่หนึ่งมิติ (มหัศจรรย์)


ในชีวิตประจำวัน เราพบเห็นการเคลื่อนที่ของสิ่งต่างๆ เช่น นกบิน คนเดิน รถแล่นบนถนน ลูกบอลเคลื่อนที่ในอากาศ ใบพัดพัดลมหมุน เด็กแกว่งชิงช้า ผลไม้หล่นจากต้น เหล่านี้ล้วนเป็นการเคลื่อนที่ทั้งหมด แต่การเคลื่อนที่ดังกล่าวนี้มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร และขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง

การเคลื่อนที่แนวเส้นตรง (การเคลื่อนที่ในหนึ่งมิติ)

การเคลื่อนที่แนวเส้นตรงของวัตถุ เป็นการเคลื่อนที่ที่ไม่เปลี่ยนทิศ เช่น การเคลื่อนที่ของมะพร้าว เมื่อตกจากต้นสู่พื้นดิน การเคลื่อนที่ของรถยนต์บนถนน การเคลื่อนที่ของนักวิ่งในลู่วิ่ง เป็นต้น

ในขณะที่รถยนต์เริ่มเคลื่อนที่บนถนนตรง คนขับจะเหยียบคันเร่งทำให้รถเคลื่อนที่เร็วขึ้น ถ้าเราสังเกตที่เข็มวัดอัตราเร็วของหน้าปัดของรถ จะพบว่าเข็มเบนมากขึ้น แสดงว่ารถเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็ว (speed) เพิ่มขึ้น และถ้าพิจารณาทิศของการเคลื่อนที่ด้วย กล่าวได้ว่า รถเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว (Velocity) เพิ่มขึ้น

เช่น เมื่ออ่านค่าเข็มชี้อัตราเร็วของรถที่กำลังเคลื่อนที่ ขณะที่รถเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วของรถเปลี่ยนแปลง กล่าวได้ว่ารถเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง (acceleration) 

คลิกอ่านต่อ

10 ความจริงทางประวัติศาสตร์ ที่เราถูกทำให้เชื่อเป็นอีกอย่างมาตลอด 

1. เลดี้โกดิว่า สตรีผู้เลอโฉมแห่งเกาะอังกฤษไม่เคยขี่ม้าเปลือยไปรอบเมือง

10 ความจริงทางประวัติศาสตร์ ที่เราถูกทำให้เชื่อเป็นอีกอย่างมาตลอด
เลดี้โกดิว่า เป็นสตรีผู้เลอโฉมที่มีตัวตนอยู่จริงเมื่อกว่า 100 ปีก่อน แต่สิ่งที่กล่าวกันไว้ว่าเธอมักจะขี่ม้าโดยเปลือยกายไปรอบ ๆ เมืองโคเวนทรี่ของอังกฤษนั้น อาจไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดเนื่องจากไม่มีหลักฐานใด ๆ มาพิสูจน์ได้เลยว่าเธอทำเช่นนั้นจริง ๆ

2. ไอน์สไตน์ไม่ได้สอบตกวิชาคณิตศาสตร์

10 ความจริงทางประวัติศาสตร์ ที่เราถูกทำให้เชื่อเป็นอีกอย่างมาตลอด

ความจริงมีอยู่ว่า ไอน์สไตน์ เป็นเด็กที่ฉายแววฉลาดมาตั้งแต่อายุยังน้อยแล้ว แต่การที่มีการเล่าลือว่าเขาไม่ถนัดในวิชาเลขจนถึงขั้นสอบตกนั้นไม่เป็นเรื่องจริงแต่อย่างใด เหตุมันเกิดจากการที่เขาไปลองสอบเข้าโปลีเทคนิคในสาขาที่เกี่ยวกับเลขและวิทยาศาสตร์แห่งหนึ่งในซูริค สวิตเซอร์แลนด์ แต่ไอน์สไตน์สอบไม่ติด เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะเขาอายุยังไม่ถึงเกณฑ์น่ะสิ เขาเด็กกว่าที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยถึง 2 ปี !! (ขณะนั้นเขาอายุ 16 ปี) แถมในช่วงสอบเขายังได้รับการกดดันจากพ่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในเร็ววันมากกว่าที่จะเรียนรู้ไปทีละขั้นตอนตามวัยตามที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้นเราจะพูดไม่ได้ว่าเขาสอบตกเลข เข้าใจตรงกันนะจ๊ะ

3. ซาโลเม่ ไม่ได้เป็นผู้ที่ต้องการให้ จอห์น เดอะ บัพติสท์ ถูกประหารตัดศีรษะ

10 ความจริงทางประวัติศาสตร์ ที่เราถูกทำให้เชื่อเป็นอีกอย่างมาตลอด

ในหลาย ๆ ตำนานกล่าวว่า ซาโลเม่ บุตรสาวของ เฮโรเดียส นางผู้เป็นชายาของกษัตริย์เฮโรด เป็นผู้สั่งฆ่า จอห์น เดอะ บัพติสท์ โดยการประหารตัดศีรษะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว นางเป็นเพียงผู้ส่งสารเท่านั้น คนสั่งฆ่าตัวจริงคือ เฮโรเดียส แม่ของนางต่างหาก ที่อาศัยจังหวะที่ลูกสาวเต้นระบำโชว์จน กษัตริย์เฮโรด พอพระทัยจนเอ่ยปากว่าจะมอบของขวัญให้ ซาโลเม่ เป็นอะไรก็ได้ก็ตามที่นางต้องการ

และเมื่อ ซาโลเม่ ไปปรึกษากับแม่ว่าจะขออะไรดี ก็กลายเป็นช่องทางที่ เฮโรเดียส เล็งเห็นว่าจะได้กำจัดศัตรูอย่าง จอห์น เดอะ บัพติสท์ ได้ จึงให้ลูกสาวทูลขอการประหารดังกล่าว แม้ กษัตริย์เฮโรด จะเสียพระทัยเป็นอย่างมากเพราะพระองค์ทรงรักและศรัทธาในตัว จอห์น เดอะ บัพติสท์ แต่กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ จึงต้องทรงทำตามความประสงค์ของลูกสาว (ที่ฟังแม่มา) อย่างเสียไม่ได้

4. โทมัส เอดิสัน ไม่ได้เป็นผู้ผลิตหลอดไฟคนแรก

10 ความจริงทางประวัติศาสตร์ ที่เราถูกทำให้เชื่อเป็นอีกอย่างมาตลอด

หลาย ๆ คนคงเข้าใจมาตลอดว่า โทมัส อัลวา เอดิสัน เป็นผู้ประดิษฐ์หลอดไฟเป็นคนแรก แต่ที่จริงแล้ว มีนักประดิษฐ์หลายคนได้ผลิตหลอดไฟออกมาก่อนแล้ว แต่ไม่สามารถใช้ได้เป็นระยะยาวพอที่จะผลิตขาย เอดิสันเป็นเพียงผู้พัฒนาต่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้นและสามารถผลิตขายได้ในท้องตลาดเท่านั้นเอง

5. โคลัมบัส รู้อยู่แล้วว่าโลกกลม

10 ความจริงทางประวัติศาสตร์ ที่เราถูกทำให้เชื่อเป็นอีกอย่างมาตลอด

ถ้าใครเคยอ่านประวัติศาสตร์ ก็จะรู้ว่า โคลัมบัส เป็นอีกคนที่ค้นพบว่าโลกกลม แต่ก่อนจะออกเดินทาง โคลัมบัส รู้อยู่แล้วว่าโลกของเรานั้นกลม ไม่ได้เพิ่งรู้ตอนเดินทางไปถึงแต่อย่างใด เขาจึงเลือกเดินทางไปหาฝั่งที่อยู่ทางตะวันออก โดยออกเดินทางไปทางตะวันตก !!

6. กลุ่มแม่มดที่ถูกเผาทั้งเป็นที่ซาเล็มไม่ใช่เรื่องจริง

10 ความจริงทางประวัติศาสตร์ ที่เราถูกทำให้เชื่อเป็นอีกอย่างมาตลอด

เรื่องจริงก็คือแม่มดส่วนใหญ่จาก 20 คนที่ถูกจับไม่ได้ถูกเผาทั้งเป็น แต่ถูกแขวนคอต่างหาก และมีส่วนที่เหลือจากกว่า 10 คนไม่ได้ถูกแขวนคอแต่ถูกจองจำในคุกแทน

7. นโปเลียน โบนาปาร์ต ไม่ได้ตัวเตี้ย

10 ความจริงทางประวัติศาสตร์ ที่เราถูกทำให้เชื่อเป็นอีกอย่างมาตลอด

 

ตามที่เห็นจากหลาย ๆ ที่ คนชอบคิดว่า นโปเลียน โบนาปาร์ต ตัวจริงต้องเป็นคนเตี้ยแน่ ๆ ด้วยความสูงเพียง 5′ 2″ นิ้วในหน่วย pounce ของฝรั่งเศส คนก็จะเข้าใจว่า นโปเลียน โบนาปาร์ต สูงเพียงประมาณ 157.5 เซนติเมตร แต่ในความเป็นจริงแล้ว 5′ 2″ ในหน่วย pounce จะเท่ากับ 5′ 6″ ในหน่วยวัดเป็นฟุตและนิ้ว เพราะฉะนั้นเมื่อเทียบจริง ๆ แล้ว นโปเลียน สูงถึง 167.5 เซนติเมตร ซึ่งก็ไม่ได้เรียกว่าเตี้ยแต่อย่างใด

8. กษัตริย์อาร์เธอร์ในตำนานอาจไม่มีตัวตนอยู่จริง

10 ความจริงทางประวัติศาสตร์ ที่เราถูกทำให้เชื่อเป็นอีกอย่างมาตลอด

ว่ากันว่าต้นตอเรื่องกษัตริย์อาร์เธอร์ เป็นการผสมเรื่องราวเล่าขานจากเรื่องพื้นบ้านจากหลาย ๆ ที่ โดยจะเห็นได้ว่าเรื่องที่เล่าต่อกันมา เนื้อหา ผู้เกี่ยวข้อง และสถานที่ มักจะไม่สอดคล้องกัน และเรื่องนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการประวัติศาสตร์อีกด้วยเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็ยังไม่มีบทสรุปใดฟันธงแน่ชัดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งหรือเรื่องจริงแต่อย่างใด

9. พระนางมารี อองตัวแนตต์ อาจไม่ได้พูดในหลาย ๆ อย่างที่มีคนอ้างว่าเธอพูด

10 ความจริงทางประวัติศาสตร์ ที่เราถูกทำให้เชื่อเป็นอีกอย่างมาตลอด

หลาย ๆ ประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกเกี่ยวกับสตรีผู้ยิ่งใหญ่จากแดนน้ำหอมคนนี้ มักจะมีหลาย ๆ คำพูดที่ถูกอ้างว่าเธอพูดขึ้นมาในช่วงที่เธอมีอำนาจเฟื่องฟู แต่…ไม่มีหลักฐานใดยืนยันแน่ชัดได้ว่า “เธอ” ได้พูดคำเหล่านั้นออกมาตามที่ได้กล่าวอ้าง

10. ชาวไวกิ้งไม่ได้สวมหมวกที่มีเขาสัตว์ประดับไว้บนหมวกตอนออกไปรบ

10 ความจริงทางประวัติศาสตร์ ที่เราถูกทำให้เชื่อเป็นอีกอย่างมาตลอด

ชาวไวกิ้ง ไม่ได้สวมที่มีเขาสัตว์ประดับไว้ตอนออกไปรบแต่อย่างใด หมวกใบนี้จะถูกใส่ในช่วงเวลาทำพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างหาก เพราะฉะนั้นลืมภาพนักรบในหมวกเขาสัตว์ไปได้เลยจ้า

 

แปลและเรียบเรียงโดย Boxza.com

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก wittyfeed.com

เรียนออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต 24 ชั่วโมง กับฟิสิกส์โกเอก

ขอต้อนรับนักเรียนเข้าสู่ ฟิสิกส์โกเอกออนไลน์

 
โดย ครูโกเอก (เอกนันท์ ตั้งธีระสุนันท์) 

ให้นักเรียนทบทวนทาง  YouTube Channel : physicskoake 

พัฒนามาเป็น  www.physicskoake.com 

เรียนฟิสิกส์ออนไลน์ ฟรี 3 บท  
เพียงสมัครสมาชิกและลงทะเบียนในบทที่ให้เรียนฟรี (0 บาท) สามารถเรียนฟรีได้ทันที (เมื่อแจ้งโอนและฟิสิกส์โกเอกตรวจสอบความถูกต้องแล้ว) 



ขั้นตอนการเข้าเรียน ฟรี

1. สมัครสมาชิก และ login

2. ลงทะเบียนเรียน บทฟรี

3. แจ้งการโอนเงิน บทฟรี (ไม่มีค่าใช้จ่าย)

4. รอฟิสิกส์โกเอกตรวจสอบ

ฟรี บทที่ 2. การเคลื่อนที่แนวเส้นตรง (ม.4) เรียนฟรีแนวตรง

บทที่ 9. คลื่นกล (ม.5) เรียนฟรีคลื่นกล

บทที่ 18. ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส (ม.6) เรียนฟรีแก๊ส


เรียนฟิสิกส์ ทบทวนฟิสิกส์ ทำแบบฝึกหัดฟิสิกส์ ด้วยตนเอง ที่บ้าน

         ด้วยระบบเรียนออนไลน์ของฟิสิกส์โกเอก สามารถเรียนได้ทุกที่ เช่น ที่บ้าน, ที่มำงานของคุณพ่อ คุณแม่  และทุกที่ที่มีสัญญาณอินเตอร์เนต

        สามารถเรียนได้ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง

มีเวลากับครอบครัวมากขึ้น  
          นักเรียนจะมีเวลาทำกิจกรรมกับครอบครัว เล่นดนตรี กีฬา (เนื่องจากไม่ต้องเดินทางและตื่นนอนแต่เช้า)

          มีร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพจิตที่ดี มีเวลาทบทวนบทเรียนและทำการบ้านมากขึ้น


ตรงตามหลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2551
         เนื้อหาฟิสิกส์ตรงตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2551

         วีดีโอและเอกสารการเรียนทั้งหมดจากคอร์สสอนสดฟิสิกส์ของโกเอก (เปิดกวดวิชาฟิสิกส์โดยเฉพาะที่จังหวัดภูเก็ตกว่า 10 ปี) เนื้อหาที่โกเอกสอนสามารถนำไปใช้ในการสอบเก็บคะแนน สอบปลายภาคและสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ 

เต็มคอร์สฟิสิกส์ ครบทุกเนื้อหา  
ฟิสิกส์โกเอกออนไลน์มีวีดีโอกว่า 300 ชั่วโมง เอกสารประกอบการเรียน 1,800 หน้าแบบฝึกหัดกว่า 3,000 ข้อ จะทำให้นักเรียนเข้าใจในวิชาฟิสิกส์ได้ดียิ่งขึ้น


แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ facebook:ฟิสิกส์โกเอก หรือ koake@physicskoake.com

ใจหาย! ′แรดสุมาตรา′ สูญพันธุ์แล้วในมาเลเซีย


ทีมนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์เพื่อการศึกษาภูมิอากาศ วิวัฒนาการและนิเวศวิทยามหภาค ของมหาวิทยาลัยแห่งโคเปนเฮเกน กรุโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก นำโดยราสมุส เกรน ฮัฟโมลเลอร์ นักศึกษาปริญญาเอกด้านสัตวศาสตร์ จัดทำรายงานเผยแพร่ในโอริกซ์ วารสารเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ระบุว่า แรดสุมาตราในพื้นที่ป่าธรรมชาติในมาเลเซีย ซึ่งไม่มีใครพบเห็นมาตั้งแต่ปี 2007 นั้น สูญพันธุ์ไปเรียบร้อยแล้วในประเทศมาเลเซีย

จากการยืนยันดังกล่าว ทำให้ในเวลานี้หลงเหลือแรดสุมาตราในสภาพธรรมชาติเพียงไม่ถึง 100 ตัว อยู่ในพื้นที่ป่าในอินโดนีเซีย และมีแรดสุมาตราที่อยู่ในที่กักขังอีกเพียง 9 ตัวเท่านั้น โดยตัวหนึ่งในจำนวนนี้เลี้ยงอยู่ที่สวนสัตว์ซินซินเนติ สหรัฐอเมริกา และเตรียมโยกย้ายกลับมายังอินโดนีเซียในอีกไม่นาน อีก 3 ตัว อยู่ในซับบะห์ ในประเทศมาเลเซีย ส่วนที่เหลืออีก 5 ตัว อยู่ในศูนย์สงวนพันธุ์สัตว์สุมาตรา บนเกาะสุมาตราของประเทศอินโดนีเซีย

รายงานชิ้นนี้ นอกจากจะเรียกร้องให้มีการจัดทำโครงการเพื่อการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ โดยการผสมเทียมให้เป็นโครงการเดียวในระดับนานาชาติแล้ว ยังเรียกร้องให้มีการจัดทำ “พื้นที่บริหารจัดการ” ที่แรดสุมาตราสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างอิสระภายใต้การคุ้มครองอย่างเข้มงวด

เพื่อไม่ให้แรดสุมาตราสูญพันธุ์หมดไปจากโลกนี้จริงๆ

ที่มา  http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1440677608

ญี่ปุ่นเปลี่ยนกฎการใช้บันไดเลื่อน

ญี่ปุ่นเปลี่ยนกฎการใช้บันไดเลื่อน

ญี่ปุ่นเปลี่ยนกฎการใช้บันไดเลื่อน

เวิลด์วาไรตี้ : ญี่ปุ่นเปลี่ยนกฎการใช้บันไดเลื่อน

        เมื่อไม่นานมานี้ มีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับบันไดเลื่อนในประเทศจีน จนกลืนชีวิตคุณแม่คนหนึ่ง กับขาของพนักงานทำความสะอาดชายคนหนึ่งไป เนื่องจากความสะเพร่าและประมาทของช่างที่ทำหน้าที่บำรุงรักษา จนทำให้เวลาใช้บันไดเลื่อนอดหวาดผวาไม่ได้
        ถึงจะไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น การใช้บันไดเลื่อนตามปกตินั้นก็มีอันตรายได้ หากไม่ระมัดระวัง โดยในประเทศญี่ปุ่น หนังสือพิมพ์โยมิอูริอ รายงานว่า จากสถิติของสำนักงานกิจการผู้บริโภคพบว่า ระหว่างช่วงปี 2554-2556 มีอุบัติเหตุจนทำให้ผู้ใช้บันไดเลื่อนได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมากถึง 3,865 คน
        อุบัติเหตุจากบันไดเลื่อนส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเกิดจากการที่ผู้ใช้ตกลงจากบันไดเลื่อนเนื่องจากผู้ใช้เสียสมดุลระหว่างเดินบนบันไดเลื่อน หรือพลิกคว่ำพลิกหงายเพราะมีคนที่เดินอยู่บนบันไดเลื่อนมาชนไม้เท้าของผู้สูงอายุ
        ขณะที่ชาวญี่ปุ่นนิยมการใช้รถไฟเป็นพาหนะในการเดินทาง ซึ่งในแต่ละสถานีจะมีทั้งบันไดเลื่อนและลิฟต์ให้บริการแก่ผู้โดยสารทุกวัย และด้วยความที่สังคมญี่ปุ่นเข้าสู่สภาวะสังคมผู้สูงอายุเต็มตัว ทางภาครัฐและเอกชนของญี่ปุ่นจึงมีความห่วงใยในความปลอดภัยของพลเมืองอาวุโสเหล่านี้ ไม่น้อยไปกว่าพลเมืองในวัยต่างๆ
        ดังนั้น บริษัทผู้ให้บริการรถไฟหลายแห่งในญี่ปุ่น จึงออกคำแนะนำในการใช้บันไดเลื่อนให้แก่ชาวญี่ปุ่นขึ้นมาโดยเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ
        บริษัทรถไฟหลักๆ หลายแห่ง ออกแคมเปญรณรงค์การใช้บันไดเลื่อนโดยไม่ต้องยืนชิดด้านใดด้านหนึ่งของตัวบันไดมาตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่เพิ่งมาในปีนี้ ที่บริษัทรถไฟ 51 แห่งและผู้ให้บริการรถไฟที่เชื่อมเส้นทางไปยังสนามบินระหว่างประเทศฮาเนดะ และสนามบินระหว่างประเทศนาริตะเข้าร่วมแคมเปญนี้กันถ้วนทั่ว
        แคมเปญดังกล่าวเกิดขึ้นโดยพื้นฐานของความเป็นจริงในการออกแบบและการใช้งานบันไดเลื่อนอย่างถูกต้อง โดยอ้างอิงข้อมูลของสมาคมบันไดเลื่อนแห่งประเทศญี่ปุ่นที่เป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ผลิตบันไดเลื่อนและลิฟต์ ที่ระบุว่าการออกแบบบันไดเลื่อน นั้นใช้สมมุติฐานว่าผู้ใช้จะไม่เดินขึ้นหรือลงระหว่างใช้บันไดเลื่อน และ ทุกคนที่ใช้อาจจะมีมือที่ถนัด หรือมือที่ว่างไว้จับราวบันไดเลื่อนไม่เหมือนกัน ดังนั้นการออกแบบจึงไม่ได้ทำให้บันไดเลื่อนด้านใดด้านหนึ่งต้องรองรับน้ำหนักมากเป็นพิเศษ
        แต่ปัญหาประการสำคัญของแคมเปญในการเปลี่ยนนิสัยการใช้งานบันไดเลื่อนของชาวญี่ปุ่นก็คือ การที่ชาวญี่ปุ่นซึมซับกับการรณรงค์ยืนชิดด้านใดด้านหนึ่งของบันไดเลื่อนเพื่อเปิดทางให้แก่คนที่รีบและต้องการเดินขึ้นไปบนบันไดเลื่อน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะอุปนิสัยส่วนตัวของชาวญี่ปุ่นที่โอบอ้อมอารี เคารพสิทธิของผู้อื่น
        ซึ่งบริษัท อีสต์ แจแปน เรลเวย์ หนึ่งในผู้ให้บริการรถไฟที่เข้าร่วมโครงการรณรงค์การไม่ยืนชิดด้านใดด้านหนึ่งและไม่เดินบนบันไดเลื่อน ยอมรับว่าตั้งแต่เริ่มการรณรงค์ในรูปแบบใหม่นี้เป็นต้นมา มีจำนวนอุบัติเหตุบนบันไดเลื่อนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ชาวญี่ปุ่นก็ยังยึดติดกับการยืนชิดราวบันไดด้านใดด้านหนึ่งอยู่ดี
        นอกจากนั้น ยังมีการออกกฎว่าด้วยการใช้บันไดเลื่อนโดยเว้นขั้นบันไดไว้หนึ่งขั้นจากคนหน้าเสมอ โดยกฎดังกล่าวเป็นผลจากการเรียนรู้จากอุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 เมื่อมีผู้ใช้บันไดเลื่อนราว 50 คน พลิกคว่ำพลิกหงายทับกันทำให้ในจำนวนนี้ 10 คนได้รับบาดเจ็บ จากการใช้บันไดเลื่อนความยาว 30 เมตรที่เชื่อมระหว่างชั้น 1 กับชั้น 4 ของตัวห้าง ที่อยู่ๆ มอเตอร์ควบคุมก็หยุดทำงานแล้วหมุนย้อนหลังเอาดื้อๆ
        ด้านกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว เพิ่งสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุเมื่อ 7 ปีที่แล้ว และประกาศออกมาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานี้เองว่าสาเหตุมาจากการที่บันไดเลื่อนไม่ได้รับการดูแลบำรุงรักษาอย่างพอเพียง และในเวลาเกิดเหตุมีผู้ใช้มากเกินไปจนเกิดการโอเวอร์โหลด ดังนั้นทางกระทรวงชื่อยาวแห่งนี้จึงออกกฎและติดคำแนะนำการใช้งานบันไดเลื่อนเป็นภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ ให้ผู้ใช้งานเว้นช่องว่างไว้ 1 ขั้นระหว่างคนหน้าด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

 

จาก คมชัดลึก

ภายในของบันไดเลื่อน

      บันไดเลื่อนเป็นอุปกรณ์ที่เห็นได้ทั่วไปในห้างสรรพสินค้า  มันเป็นเครื่องจักรที่มีราคาแพงลิบ   แต่ปัจจุบันเป็นเครื่องจักรที่ขาดเสียไม่ได้   เพราะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ได้อย่างดียิ่ง   ที่จริงบันไดเลื่อนก็คือ สายพานลำเลียงที่ใช้ขนคนจำนวนมาก ในระยะทางที่ไม่ไกลนัก

ฟิสิกส์ราชมงคลจะเปิดเผยกลไกของบันไดเลื่อน  ให้คุณได้เห็นภายในของมันว่า ไม่มีความลึกลับซับซ้อนอะไรเลย  มีแต่ความธรรมดาสามัญในหน้าถัดไป

คลิป 3 คลิป นำท่านสู่อวกาศ

คลิป 3 คลิป นำท่านสู่อวกาศ

การเคลื่อนที่แบบโปรเจกไทล์

 

https://youtu.be/UZv2R_u4GvU

คลิกครับ mp4


กระสุนของนิวตัน ยิงจากภูเขา จนมีความเร็ว รอบโลกได้

 

https://youtu.be/0-mROARlZ3g

คลิกครับ mp4


กระสวยอวกาศ คือตัวแทนของกระสุนนิวตัน

 

https://youtu.be/OnoNITE-CLc

ในการทดลองนี้ นิวตันนึกภาพปืนใหญ่ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงมาก

หากไม่มีแรงโน้มถ่วง ลูกกระสุนปืนใหญ่จะสามารถเคลื่อนที่ไปตามเส้นตรงออกไปจาก โลก ได้

ดังนั้น ตราบใดที่ยังมีแรงโน้มถ่วงกระทำต่อลูกกระสุนปืนใหญ่ กระสุนยังเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางขึ้นอยู่กับความเร็วเริ่มต้นของมัน

  1. ถ้าอัตราเร็วต่ำ มันจะตกลงกลับมาบนผิวโลกง่าย ๆ (A และ B)
  2. ถ้าอัตราเร็วเท่ากับ ความเร็วโคจร เริ่มต้น มันจะเคลื่อนที่วนรอบโลกไปตามวงโคจรวงกลมซึ่งอยู่กับที่เหมือนกับ ดวงจันทร์ (C)
  3. ถ้าอัตราเร็วสูงกว่าความเร็วโคตร แต่ไม่สูงพอที่จะหลุดไปจากโลก (คือ ต่ำกว่า ความเร็วหลุดพ้น) มันจะยังคงเคลื่อนที่ไปรอบโลกตามวงโคจรรูปวงร (D)
  4. ถ้าอัตราเร็วสูงมาก มันจะหลุดไปจากโลก (E)

1

โซเดียมกับสุขภาพ

โซเดียม กับ สุขภาพ

© Getty Images โซเดียม กับ สุขภาพ

ประเทศที่มีการบริโภคเกลือสูง และมีทรัพยากรทางการแพทย์ค่อนข้างจำกัด การลดการบริโภคเกลือ เป็นกลยุทธ์สำคัญที่สุดในการต่อสู้กับโรคหัวใจและหลอดเลือด ประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เริ่มให้ความสำคัญและตั้งเป้าหมายลดการบริโภคเกลือในประชากรทั่วไป

ผศ.ดร.อุไรพร จิตต์แจ้ง นักวิชาการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า รายงานการสำรวจปริมาณการบริโภคโซเดียมของกรมอนามัย ปี 2552 พบปริมาณการบริโภคโดยเฉลี่ย 10 กรัมต่อคนต่อวัน หรือสูงกว่าที่องค์การอนามัยโลกแนะนำถึง 1 เท่า

สำหรับการสำรวจรอบใหม่กำลังดำเนินการโดยสถาบันโภชนาการอยู่ในขณะนี้ และการเก็บข้อมูลคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีหน้า แต่ผลวิเคราะห์จะมีความสมบูรณ์มากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นกับการสร้างฐานข้อมูลส่วนประกอบอาหารว่าครอบคลุมรายการอาหารที่มีการบริโภคได้มากน้อยเพียงใด

โดยฐานข้อมูลโซเดียมที่ต้องปรับปรุงหรือพัฒนา อาทิ ฐานข้อมูลโซเดียมต่ออาหาร 100 กรัม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องปรุงรส และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปต่าง ๆ ที่ข้อมูลยังขาดอยู่ รายการที่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องขึ้นทะเบียนฉลาก เช่น น้ำปลา ซอสปรุงรส อาจใช้วิธีการรวบรวมข้อมูลจากฉลากซึ่งใช้งบประมาณน้อยและควรทำเป็นระยะ

เนื่องจากผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนสูตรอยู่เสมอ ฐานข้อมูลส่วนประกอบอาหารเครื่องปรุงรส ต่อ 100 กรัมอาหารสุกหรือปรุงสำเร็จ

จากการวิเคราะห์ปริมาณโซเดียมของเครื่องปรุงรสเค็มหลักในอาหารอีสาน เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม กุ้งจ่อม ปลาเค็ม เข้มข้นมากถึง 4,000-6,000 มิลลิกรัม ในอาหาร 100 กรัม ซึ่งอาหารเพียง 1 ช้อนโต๊ะจะมีโซเดียมเกินกว่าที่ควรได้ใน 1 มื้อแล้ว

© สนับสนุนโดย Daily News

นอกจากนี้มีข้อสังเกตว่า ปลาร้าต่าง ๆ แม้มีปริมาณโซเดียมใกล้เคียงกัน แต่เมื่อดูโซเดียมของปลาร้าที่ผลิตจากผู้ผลิตแบบวิธีการดั้งเดิมและที่แม่บ้านหมักเองจะมีค่าสูงกว่าของที่ขายปลีกในตลาดมาก ซึ่งสะท้อนถึงระดับโซเดียมคลอไรด์ที่ต่างกัน จึงเป็นไปได้มากว่าโซเดียมส่วนหนึ่งในปลาร้าขายปลีกไม่ใช้เกลือแกงที่จำเป็นในการหมัก

โดยมีโอกาสที่จะเป็นโซเดียมจากการเติมแต่งที่ไม่ใช่วิธีตามภูมิปัญญาดั้งเดิม เช่น การใส่ผงชูรส ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลการศึกษา “เส้นทางสายปลาร้า” ที่พบว่าปัจจุบันปลาร้าที่ผลิตในเชิงพาณิชย์มีการหมักในระยะเวลาที่สั้นลง และมักมีการเติมแต่งระหว่างเส้นทางการขายปลีกในแต่ละทอด

การรณรงค์เพื่อให้ประชาชนลดปริมาณการบริโภคโซเดียมจึงสามารถทำได้โดยให้ข้อมูลและความรู้ ถึงการลดปริมาณเครื่องปรุงรสเค็มในขั้นตอนการปรุงประกอบซึ่งยังมีความเป็นไปได้สูง ส่วนเมนูที่มีน้ำจิ้มนอกเหนือจากลดปริมาณเครื่องปรุงรสเค็มและผงชูรสในการปรุงแล้ว ผู้บริโภคยังมีโอกาสควบคุมปริมาณโซเดียมด้วยตนเองในการบริโภคน้ำจิ้มต่าง ๆ แต่พอควร

และการใช้เครื่องปรุงรสเค็มท้องถิ่น เช่น ปลาร้าต่าง ๆ ควรส่งเสริมการผลิตตามวิถีภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ดีอยู่แล้ว อาจใช้ระบบรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชนหรือโอทอป และพยายามหมักเองหากเป็นไปได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องบริโภคโซเดียมส่วนที่เกินจำเป็น

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน