คลังเก็บรายเดือน: กรกฎาคม 2015

ใครอึดกว่ากัน? จุดไฟเผากันจะจะ “ไอโฟน6″กับซัมซุง เอส5″

Apple iPhone 6 vs Samsung Galaxy S5 ON FIRE

https://youtu.be/Qd5Ucj7-8Wc

1

เฟซบุ๊กในอนาคต : ไม่เห็นหน้า แต่ก็รู้ตัว (1)

เฟซบุ๊กในอนาคต : ไม่เห็นหน้า แต่ก็รู้ตัว (1)

เบื้องหลังของฟีเจอร์หาใบหน้า และระบุตัวตนนี้ล่ะครับ คือ สิ่งที่เรียกว่าเทคโนโลยีการรู้จำใบหน้า สำหรับแวดวงงานวิจัยเทคโนโลยีนี้ไม่ใช่ของใหม่อะไรเลยครับ

ถ้าคุณผู้อ่านเป็นคนหนึ่งที่ใช้กล้องในโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนเป็นประจำหรือเป็นผู้รักชอบศาสตร์และศิลป์ของการถ่ายภาพแล้วล่ะก็ เชื่อว่าคุณผู้อ่านน่าจะพอคุ้นเคยกับสิ่งที่เรียกว่า เทคโนโลยีการรู้จำใบหน้า (Face Recognition) บ้างใช่ไหมครับ กล้องสมัยนี้แค่เราเล็งไปเพื่อที่จะถ่ายรูปเพื่อน รูปคนรัก รูปครอบครัว ที่หน้าจอก็ปรากฏกล่องสี่เหลี่ยมโผล่ขึ้นมาคอยวงใบหน้าคนที่อยู่ในภาพให้แล้ว หรืออย่างในเฟซบุ๊ก เวลาคุณผู้อ่านจะอัพภาพ ถ่ายของกลุ่มเพื่อนนับสิบขึ้นไปโพสต์ ก็จะเห็นนะครับว่าเฟซบุ๊กเขามีตัวช่วยวาดกรอบ สี่เหลี่ยมล้อมรอบใบหน้าคนในภาพให้เราไว้แล้ว ไม่พอยังช่วยแทคชื่อเพื่อน ๆ ในภาพให้เราอัตโนมัติด้วย

เบื้องหลังของฟีเจอร์หาใบหน้า และระบุตัวตนนี้ล่ะครับ คือ สิ่งที่เรียกว่าเทคโนโลยีการรู้จำใบหน้า สำหรับแวดวงงานวิจัยเทคโนโลยีนี้ไม่ใช่ของใหม่อะไรเลยครับ มีมานานมาก ๆ ๆ แล้วเพียงแต่ในสมัยก่อนที่ยังไม่ใช่ยุคเซลฟี่ได้ทุกหัวมุมถนน อย่างตอนนี้ ฟีเจอร์นี้อาจไม่เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ใช้ทั่วไปอย่างกว้างขวางเท่าไหร่นัก วิธีคิดของเทคโนโลยีนี้ส่วนใหญ่ก็ตรงไปตรงมาครับ ก็ในเมื่อเราอยากให้คอมพิวเตอร์หาใบหน้าคนที่ต้องการจากภาพให้เราได้แบบอัตโนมัติ ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ก่อนอื่นจะต้องสอนให้คอมพิว เตอร์รู้จักว่าพิกเซลของภาพที่เรียงกันมาแบบไหนถึงจะเรียกว่าใบหน้าคน เช่น ต้องพบดวงตาสองข้างนะ ตรงกลางข้างใต้ตาต้องมีหนึ่งจมูก และใต้จมูกก็ต้องมีหนึ่งปาก ถ้า เจอบริเวณไหนของภาพมีแพตเทิร์นตามนี้ให้คอมพิวเตอร์ฟันธงว่าบริเวณนี้ล่ะคือหน้าคน ส่วนเรื่องว่าแล้วใบหน้าที่พบน่ะคือหน้าของใคร อันนี้ต้องนำภาพหน้านั้นไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลภาพใบหน้าบุคคลต่ออีกทีครับ ค่อยจะได้ว่ามีความคล้าย คลึงกันกี่เปอร์เซ็นต์ ตกลงใช่หน้าเดียวกันไหม เช่น ถ้าเราแทคหน้าตัวเราเองหรือเพื่อน ๆ เราบ่อยในเฟซบุ๊ก ก็จะทำให้ระบบการรู้จำใบหน้าจำแนกได้ง่ายขึ้น เพราะเป็นเหมือนการเพิ่มจำนวนภาพใบหน้าบุคคลของเราเข้าไปในฐานข้อมูล เป็นต้น

ที่ผ่านมาเทคโนโลยีรู้จำใบหน้ามักมีลักษณะการทำงานตรงไปตรงมาอย่างที่ผมอธิบายไปและอย่างที่เห็นกันบ่อย ๆ ในหนังตำรวจหนังสายสืบนี่ล่ะครับ คือ ถ้ามีภาพใบหน้าคนร้ายชัด ๆ สักหน่อยและมีฐานข้อมูลภาพใบหน้าผู้ต้องสงสัยให้เปรียบเทียบ โอกาสจะระบุตัวผู้ต้องสงสัยจากภาพใบหน้าได้ก็มีสูง แต่ถ้าบังเอิญว่าภาพที่ได้มาเห็นใบหน้าไม่ชัดหรือไม่เห็นหน้าเลย อันนี้ก็เกินกำลังกว่าที่เทคโนโลยีรู้จำใบหน้าจะช่วยเราได้แล้ว แต่ข่าวดีคือข้อจำกัดนี้กำลังจะกลายเป็นอดีตครับ เพราะล่าสุดมีงานวิจัยหนึ่งที่ถูกนำเสนอในงานประชุมวิชาการ CVPR 2015 (IEEE Conference on Computer Vision and Pattern Recognition) จัดขึ้นเดือนก่อน ณ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา Prof. Yann LeCun จาก Facebook AI Research (Artificial Intelligence) ร่วมกับ New York University ได้นำเสนอไอเดียใหม่ที่สอนให้คอมพิว เตอร์สามารถระบุได้ว่าภาพที่เห็นหน้าไม่ค่อยชัด หรือ แม้แต่ไม่เห็นหน้าคนในภาพเลยนี้น่ะ คือ ภาพของใครคนไหน

ระบบจำหน้าของเฟซบุ๊กในอนาคต นี้จะเป็นอย่างไร ไว้วันพุธหน้าผมจะเล่าให้ฟังต่อครับ.

ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

chutisant.ker@nida.ac.th

ประกาศผลนักวิทย์ดีเด่น-รุ่นใหม่ ประจำปี 2558

ประกาศผลนักวิทย์ดีเด่น-รุ่นใหม่ ประจำปี 2558

นักวิจัยชีวเคมีจากมหิดล คว้ารางวัลนักวิทย์ดีเด่นจากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ชี้สร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านกลไกการเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์ ช่วยภาคอุตสาหกรรมลดใช้สารเคมีอันตราย

วันนี้(29 กค.58) ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล  มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์  จัดงาน ประกาศผลรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปี 2558  โดยรศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน  ประธานมูลนิธิ ฯและอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  เปิดเผยว่า การมอบรางวัลดังกล่าวมูลนิธิฯ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 33 เพื่อให้วิทยาศาสตร์พื้นฐาน อันได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา หรือสาขาวิชาที่คาบเกี่ยวในเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย ให้ได้รับความสนใจและเกิดการกระตุ้นให้มีนักวิจัยใหม่ๆ เข้ามาขับเคลื่อนงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะวิกฤติที่ไทยกำลังประสบปัญหาในเรื่องการขาดแคลนนักวิจัย  ซึ่งจากการสำรวจพบว่าประเทศไทยมีนักวิจัยประมาณ 11 คน ต่อประชากร 10,000 คน ซึ่งถือว่าน้อยมากหากเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีนักวิจัย 100 คนต่อประชากร 10,000 คน

ด้านศ.ดร.จำรัส  ลิ้มตระกูล ประธานกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ และอธิการบดีสถาบันวิทยสิริเมธี  กล่าวว่า รางวัลดังกล่าวได้มาจากการเสาะแสวงหานักวิทยาศาสตร์ดีเด่นโดยไม่มีการสมัคร  ซึ่งจะต้องเป้นบุคคลผู้นี้จะต้องมีผลงานทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่มีความสำคัญติดต่อเนื่องมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยพิจารณาปริมาณและคุณภาพของผลงาน เพื่อเปรียบเทียบกับนักวิทยาศาสตร์ ในสาขาเดียวกัน  และที่สำคัญต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีคุณธรรมจริยธรรมสูง ซึ่งจะเป็นตัวอย่างที่ดี ก่อให้เกิดความศรัทธาในนักวิทยาศาสตร์ด้วยกันและต่อเยาวชนของชาติที่จะยึดถือปฏิบัติตาม

สำหรับในปีนี้ คณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ ศ.ดร. พิมพ์ใจ ใจเย็น อาจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมีและหน่วยวิจัยโครงสร้างและการทำงานของโปรตีน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น สาขาชีวเคมี ประจำปี พ.ศ. 2558 ได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 400,000 บาท

โดย ศ.ดร. พิมพ์ใจ ใจเย็น มีผลงานวิจัยด้านองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับกลไกการเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์หลายประการ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่ออุตสาหกรรม เนื่องจากสามารถทำให้ปฏิกิริยาเกิดได้อย่างรวดเร็วและใช้พลังงานกระตุ้นที่ต่ำ นอกจากนี้ยังทำให้การเกิดปฏิกิริยามีความถูกต้องและจำเพาะสูง ทั้งนี้ การใช้เอนไซม์ในกระบวนการผลิตมีข้อดี คือลดการใช้พลังงาน ลดการใช้สารเคมีอันตราย  ทำให้ได้กระบวนการผลิตที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมความสำเร็จดังกล่าวทำให้ผลงานของ ศ.ดร.พิมพ์ใจ ใจเย็น เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติและได้รับเชิญไปบรรยายในงานประชุมวิชาการชั้นนำทั่วโลก

ส่วนรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2558 ได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 100,000 บาท ได้แก่  ผศ.ดร.นงลักษณ์ มีทอง อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ซึ่งมีผลงานวิจัยการทำงานเกี่ยวกับวัสดุสำหรับทำขั้วไฟฟ้าใน “แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออน” ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตของผู้คนยุคใหม่   รศ.ดร.วุฒิชัย เอื้อวิทยาศุภร อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  มีผลงานวิจัย “เคมีอินทรีย์-อนินทรีย์สังเคราะห์” เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างโมเลกุลที่มีคุณสมบัติน่าสนใจ ที่ไม่สามารถพบในธรรมชาติ

และดร.เพียงพักตร์ สุขรักษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับ “อนุกรมวิธานและซิสเทมาติคส์ (Systematics) ของไบรโอไฟต์ (Bryophytes)” ซึ่ง ไบรโอไฟต์มีความสำคัญต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมาก ใช้เป็นดัชนีในการบ่งบอกคุณภาพของสภาพแวดล้อม เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตต่างๆ  ตลอดจนมีสารที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพ

ที่มา http://www.dailynews.co.th/it/338118

คนนับแสนแห่เข้าไปโหวต สาว“จิ๋ม”สวยที่สุดในโลก

1

    คนนับแสนแห่เข้าไปโหวต สาว“จิ๋ม”สวยที่สุดในโลก | บริษัทมะกันจัดประกวดหาสาว “อวัยวะเพศ”สวยที่สุดในโลก ผู้คนนับแสนแห่โหวต โดยมีสาว ๆ ส่งรูปอวัยวะตัวเองเข้าประกวดทั้งสิ้น 110 ราย

รายงานจากประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ว่า บริษัท “ออโตโบรว 2” ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมความสุขทางเพศของสหรัฐ จัดการประกวดหาสาวอวัยวะเพศสวยที่สุดในโลก โดยมีสาวใจกล้าส่งรูปอวัยวะเพศตัวเองเข้าประกวด 110 ราย และมีผู้คนสนใจเข้าร่วมโหวตหาภาพที่ชอบที่สุดราว 130,000 คน ผู้ชนะจะได้รางวัลเป็นตั๋วเครื่องบินเดินทางมายังเมืองลอสแองเจลิสของสหรัฐ เพื่อถ่ายภาพอวัยวะเพศของเธอเก็บไว้ใช้ทำอุปกรณ์เสริมความสุขทางเพศชิ้นต่อไปของบริษัทออโตโบรว 2 พร้อมทั้งเงินรางวัลอีก 5,000 ดอลลาร์หรัฐ (ราว 174,500 บาท)

บริษัทดังกล่าวได้เชิญนักวิทยาศาสตร์มาร่วมเป็นผู้ตัดสินโดยใช้การวิเคราะห์ที่ยึดหลักวิทยาศาสตร์ โดยในเว็บไซต์ “วัลวา เปเปอร์”ระบุ นักวิทยาศาสตร์จะประเมินความหลายหลากของปากช่องคลอดจากการใช้สัณฐานวิทยา (ชีววิทยา) แบ่งภาพต่าง ๆ เป็น 6 ประเภทด้วยกัน จากนั้นจึงส่งให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจลงคะแนนโหวต ผู้เข้าร่วมโหวตก็เพียงแค่เลือกภาพที่ชอบโดยให้คะแนนตั้งแต่ 1-10 ทั้งนี้ ในจำนวน 110 ภาพ มี 64 ภาพที่เป็นชาวอเมริกัน

ในที่สุดสาวอังกฤษที่ชื่อว่า “เนล” อายุ 27 ปี ก็ได้รับรางวัลเป็นผู้หญิงที่อวัยวะเพศสวยที่สุด ด้วยคะแนน 7.7 รองลงมาคือ “เจนนี” วัย 23 ปี จากเยอรมนี ได้รับเงินรางวัลไป 2,500 ดอลลาร์หรัฐ (87,250 บาท) ด้วยคะแนน 7.3 อันดับที่สามคือ “แอนิตา” วัย 20 ปี จากฮังการี ได้รับรางวัล 1,250 ดอลลาร์หรัฐ (43,625 บาท).

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/foreign/338085

ไปอยู่บนดวงจันทร์ อีกไม่ถึงทศวรรษ

โครงการการศึกษาซึ่งองค์การอวกาศสหรัฐฯได้จ้างให้ทำ ได้บอกให้รู้ว่ามนุษย์จะสามารถไปอาศัยอยู่บนดวงจันทร์ได้ภายในเวลาไม่ถึงทศวรรษ ผลการศึกษายังได้วางกำหนดการขึ้นไปอยู่บนดาวบริวารของมนุษย์เอาไว้เป็นขั้นๆไป

โครงการนั้นได้กำหนดขั้นตอนไว้ว่า การส่งหุ่นยนต์ไปดวงจันทร์ จะสามารถทำได้ตั้งแต่ พ.ศ.2560 นี้ ถ้าหากว่าองค์การจะลงมือทันที ต่อจากนั้น จะมีการส่งยานสำรวจไปลงดวงจันทร์ เพื่อการสำรวจหาไฮโดรเจนในปี พ.ศ.2561 และจะเริ่มการสำรวจหาแร่ธาตุในปีต่อไป หรือใน พ.ศ. 2563 เชื่อกันว่าองค์การจะเดินทางกลับไปยังดวงจันทร์ โดยจะใช้จรวดขับดันรุ่นใหม่ ซึ่งตามโครงการที่มีชื่อว่าระบบส่งยานอวกาศเอสแอนเอส แต่ยังไม่ถึงกับจะให้ยานนั้นลงด้วย.

โลกาภิวัตน์ 29/07/58 ทนไม่ไหว

ทนไม่ไหว

นักจักรยานคนหนึ่งถึงกับต้องหันเข้าพึ่งฝอยละอองน้ำจากเครื่องรดน้ำสนามหญ้า ระหว่างการแข่งขันที่เมืองเคียฟของยูเครน เมื่ออุณหภูมิขึ้นสูงถึง 33 องศาเซลเซียส และสถานีอุตุนิยมวิทยายังทำนายไว้ด้วยว่า อุณหภูมิจะขึ้นไปอีกถึง 36 องศา ในอีก 2–3 วันข้างหน้า.

ตูบไฮเทค

เจ้าของน้องหมาคนหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือใกล้ๆ กับปลอกคอของมันซึ่งติดเครื่องหาตำแหน่งไว้ด้วย ที่เมืองในฝรั่งเศสแห่งหนึ่ง ช่วยให้สามารถติดต่อกับมันได้ แม้ว่าอยู่ห่างไกลกัน.

หุ่นยนต์แสนรู้

บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น พาหุ่นยนต์รูปทรงคน “เปปเปอร์” ออกมาเผชิญกับกองทัพสื่อมวลชน ในร้านสรรพสินค้า “ลอฟต์” ในกรุงโตเกียว ทางร้านได้ลงทุนเช่าเปปเปอร์มานั่งเก้าอี้ในตำแหน่งที่ปรึกษาเรื่องการเสริมสวย ที่แผนกเครื่องสำอาง.

สุสานเถื่อน

สภาพของสุสาน ซึ่งชาวบ้านเปรูพากันสร้างกันขึ้นเองแห่งหนึ่ง ซ้อนๆ กันขึ้นไป ในเขตเทศบาล คอลเลา ชานกรุง ลิมา สุสานแห่งนี้มีพื้นที่เพียง 27,000 ตร.ม. แต่ฝังศพมากถึง 2 หมื่นศพ ในจำนวนสุสานทั้งหมด 20,000 แห่ง มีที่ได้รับอนุญาตเพียง 18 แห่งเท่านั้น.

ที่มา http://www.thairath.co.th/content/514676

โลกาภิวัตน์ 27/07/58 ดื้อแพ่ง

ดื้อแพ่ง

เจ้าของแฟลตใหญ่ ที่พักอาศัย ในมณฑลกว่างโจวของจีน ได้รับบทเรียนอันล้ำค่า เพราะดื้อแพ่งไม่ยอมย้ายออก แม้จะให้ค่า ชดเชยมากสักเท่าใด ทางการเลยแก้ปัญหา ด้วยการสร้างทางอ้อม พร้อมด้วยสะพานวงแหวนรถซ้อนกันหลายชั้นแทน ขังแฟลตหลังนี้ไม่มีทางออกหมดทุกด้าน นับเป็นสิ่งก่อสร้างอัศจรรย์แห่งหนึ่ง.

เครื่องทุ่นแรงการเดิน

พนักงานบริษัทฮอนด้าของญี่ปุ่น แสดง การใช้เครื่องช่วยทุ่นแรง ในการเดิน สำหรับผู้ที่มี กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง บริษัทแจ้งว่า จะเปิดให้เช่าอุปกรณ์นี้ ภายใน ญี่ปุ่นไปใช้ เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพของการเดิน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปลายปีนี้เป็นต้นไป.

ชีวิตในดงมลพิษ

สตรีจีนคนหนึ่งเดินกางร่มฝ่าอากาศที่คละคลุ้งไปด้วยมลพิษ จนแลเห็นเป็นหมอกในกรุงปักกิ่ง เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า กำลังมีโครงการใหญ่ เตรียมจะย้ายบริษัทอุตสาหกรรมเรือนร้อยที่ก่อมลพิษออกไปอยู่นอกเมืองตอนปลายปีนี้.

สนามแข่งกีฬา

ช่างก่อสร้างโหนลวดสลิงตรวจความเรียบร้อยการก่อสร้าง อาคารและสนามแข่งสำหรับการแข่งกีฬากลุ่มชาติแพนอเมริกัน เกมส์ 2015 ที่แคนาดา.

ที่มา http://www.thairath.co.th/content/514238

มรดกสงครามเย็น 30 ปี เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-1 แลนเซอร์

จากวันนั้นถึงวันนี้ 30 ปีผ่านไป บี-1 แลนเซอร์ เครื่องบินทิ้งระเบิดที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในทศวรรษที่ 80 ที่ในปัจจุบันมันถูกวางให้เป็นกำลังสำคัญในการโจมตีภาคพื้นดิน ของ ทอ.สหรัฐฯ และยังสามารถพับปีกได้อีกด้วย…

ถ้าเอ่ยถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เชื่อว่าคนคงรู้จัก ชื่อ บี-52 สตาโตรฟอร์เทรส ที่ผ่านสมรภูมิมามากมายทั้งเวียดนาม อ่าวเปอร์เซีย และในอิรัก กับ บี -2 สปิริต เครื่องบินทิ้งระเบิดที่มีคุณลักษณะสเตลธ์ รูปร่างเหมือนปีกบินได้ แต่จริงๆ แล้ว ทอ.สหรัฐฯ ยังมีเครื่องบินทิ้งระเบิดอีกแบบที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในทศวรรษที่ 80 เพื่อใช้ในภารกิจสำคัญ คือ การบินทิ้งระเบิดในระดับต่ำพิสัยไกล และยังสามารถทำความเร็วด้วยความเร็วเหนือเสียง 1.25 มัคได้ด้วย

บี-1 บี ถูกปรับปรุงให้ติดตั้งกระเปาะชี้เป้าแบบสไนเปอร์
สามารถติดตั้งขีปนาวุธร่อนได้ถึง 24 ลูก

ร็อคเวลล์ บี-1 แลนเซอร์ หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ‘เดอะโบน’ เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1974 กับรุ่น บี-1 เอ แต่โครงการถูกยกเลิกไป บี-1 กลับมาอีกครั้งในรุ่นปรับปรุง บี-1 บี ที่มุ่งเน้นมาเพื่อการโจมตีในระดับต่ำ มันเข้าประจำการในปี 1986 ขึ้นตรงกับกองบัญชาการยุทธศาสตร์ทางอากาศ กองทัพอากาศสหรัฐฯ (SAC) ในฐานะเครื่องบินทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ แต่มาในช่วงกลางยุค 90 บี-1 บี ได้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นการโจมตีแบบพิเศษในปี 1999 บี-1 ปฏิบัติภารกิจคิดเป็น 2% ของการโจมตีทางอากาศทั้งหมด แต่ทิ้งระเบิดคิดเป็น 20% ของที่ใช้โจมตี โดยมันได้ถูกใช้งานในสงครามอิรัก และอัฟกานิสถาน

บี-1 บี แลนเซอร์ มีคู่แข่งที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกัน จากฝั่งรัสเซีย นั่นคือ ตู-160 แบล็กแจ็ค (Tu-160 Blackjack)

10 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ B-1B Lancer 

เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดที่เร็วที่สุดของ ทอ.สหรัฐฯ

1. บี-1บี สามารถทำความเร็วได้ 1.2 มัค เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดที่เร็วที่สุดของ ทอ.สหรัฐฯ

2. มีระวางบรรทุกอาวุธที่ใหญ่มาก สามารถติดตั้งขีปนาวุธร่อน (ครุยส์ มิสไซล์) ได้ 24 ลูก

3. คิดเป็นน้ำหนักรวมสูงถึง 75,000 ปอนด์

4. ด้วยขีดความสามารถในการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ​ทำให้ บี-1บี บินไปได้ทุกที่ได้ทั่วโลก

5. มันสามารถใช้งานได้ไปจนถึงปี 2040 พร้อมการปรับปรุงห้องนักบินให้เป็นแบบดิจิตอล

บินไปได้ทุกที่ได้ทั่วโลก

6. ปฏิบัติงานแล้วกว่า 12,000 เที่ยวบิน ทั้ง ซีเรีย ลิเบีย อิรัก และ อัพกานิสถาน

7. B-1B Lancer ใช้ลูกเรือ 4 คน ผบ.เครื่อง นักบิน และเจ้าหน้าที่การอาวุธ 2 คน ยังคงมี B-1B Lancer ในประจำการอยู่ 62 ลำ ในฐานบินที่รัฐเทกซัส และรัฐเซาท์ดาโกต้า

8. ปัจจุบัน โบอิ้ง เป็นผู้รับผิดชอบในการปรับปรุง บี-1 บีของทอ.สหรัฐฯ ให้ทันสมัย ด้วยระบบอำนวยการรบในสนาม การติดตั้งอุปกรณ์นำทางใหม่ๆ เป็นต้น

9. จุดเด่นที่สะดุดตาของ B-1B Lancer คือ ปีกที่สามารถพับลู่ไปด้านหลังได้เหมือนกับ เอฟ-14 ทอมแคท และ อีเอฟ-111 เอ ราเวน

10. ปัจจุบัน B-1B Lancer สังกัดอยู่กับ กองบัญชาการรบทางอากาศ Air Combat Command (ACC)

ที่มา : โบอิ้ง

: วิกิพิเดีย

ที่มา  http://www.thairath.co.th/content/508144

เกมทดสอบความไวและสายตา (ราดน้ำบนหัว)

1

     ถ้าได้ 45 ขึ้น คุณยังไม่แก่ เยี่ยมเลย.. ทดสอบความเร็ว ของสายตา..จะมี หัวคนโผล่ขึ้นมา ให้รีบใช้นิ้วจิ้มที่หัว จะมีน้ำเทลงมา ใครได้น้อยกว่า 45หัวยอมรับซะดีๆ ว่าแก่แล้ว…5.5.5.. http://www.liebao.cn/game/ice_bucket2/?f=ice_bucket  สนุกมากๆ..!!

คลิกเล่นครับ

SIKORSKY S97 เฮลิคอปเตอร์แห่งอนาคต

ค่ายผู้ผลิตอากาศยานขึ้น-ลงทางดิ่งชั้นนำ Sikorsky Aircraft นำเฮลิคอปเตอร์ต้นแบบแนวคิดของ ฮ. ในอนาคตขึ้นทำการบินทดสอบเป็นครั้งแรก ด้วยเครื่องรุ่น S97 Raider โดยใช้เวลาในการบินทดลองประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ระบบแอโรไดนามิกส์หรือระบบอากาศพลศาสตร์ การทำงานของเครื่องยนต์และความเสถียรขณะทำการบิน รวมถึงสมรรถนะของระบบเดินอากาศแบบใหม่ เครื่อง S97 ทำการบินด้วยความเร็วต่ำในระยะเวลานานประมาณ 1 ชั่วโมงบิน ในเดือนพฤษภาคม 2558 โดยจะมีการทดสอบการบินในครั้งต่อไปตามโครงการพัฒนาเฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่ของบริษัท สำหรับเครื่องต้นแบบ Sikorsky S97 Raider จะทำการสร้างเพิ่มเติมอีกหนึ่งลำสำหรับการทดสอบที่เข้มข้นด้านสมรรถนะทางการบิน และภายในปี 2016 นี้ เครื่องต้นแบบ Sikorsky S97 Raider จะทำการบินสาธิตไปตามงานแสดงอากาศยานชั้นนำหรืองาน Air Show ทั่วโลก

แผนแบบของ ฮ. Sikorsky S97 Raider มีพื้นฐานมาจากเฮลิคอปเตอร์แนวคิด X-2 โดยมีการออกแบบโรเตอร์หรือใบพัดประธาน Coaxial Rotor Design หรือมีใบพัดประธานแบบ 2 ชุดติดตั้งอยู่บนแกนโรเตอร์หลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบินทั้งแบบขึ้นลงทางดิ่งรวมถึงการบินเดินทางที่ความเร็วมากกว่าเฮลิคอปเตอร์ในยุคปัจจุบัน ใบพัดประธานทั้งสองชุดที่ติดตั้งอยู่บนแกนเดียวกันจะหมุนสวนทางกันทำให้ไม่ต้องใช้โรเตอร์ท้ายหรือใบพัดหาง การส่งกำลังขับเคลื่อนด้วยโรเตอร์หางที่ติดตั้งอยู่ตรงแกนกลางท้ายเครื่องซึ่งเป็นการออกแบบใหม่ล่าสุดนี้ทำให้ ฮ. เครื่องต้นแบบ Sikorsky S97 Raider มีความเร็วในการบินมากกว่าเฮลิคอปเตอร์ทุกแบบที่ใช้งานกันอยู่ในทุกวันนี้

เทคโนโลยีทางการบินที่ก้าวไกลส่งผลให้บริษัท Sikorsky ทำการออกแบบและพัฒนา ฮ. S97 Raider เพื่อยึดพื้นที่ทางการตลาดในอนาคตสำหรับการขายเฮลิคอปเตอร์ทั้งแบบทหารและพลเรือน การวิจัยและพัฒนาในโครงการ ฮ. ต้นแบบ Sikorsky S97 เพื่อขายให้กับกองทัพอเมริกันโดยเฉพาะกองทัพบกที่มีความต้องการเฮลิคอปเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงมากกว่าที่มีใช้อยู่ในขณะนี้ เพื่อนำไปใช้งานในภารกิจทางการทหาร ทดแทนเฮลิคอปเตอร์รุ่นเก่าที่มีอายุใช้งานนานและเริ่มมีประสิทธิภาพลดลง เครื่องต้นแบบ Sikorsky S97 Raider มีค็อกพิตโดยสารหลังห้องนักบิน บรรทุกทหารได้ 6 นาย รวมถึงดัดแปลงเป็น ฮ. พยาบาลเพื่อลำเลียงทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการรบกลับสู่แนวหลัง Sikorsky S97 Raider ยังถูกออกแบบให้สามารถโหลดอาวุธเพื่อใช้ป้องกันตนเองหรือแม้แต่ใช้เป็น ฮ. โจมตีขนาดเบา ด้วยการติดตั้งระบบอาวุธไว้ที่คานติดอาวุธที่ยื่นออกมาฝั่งละข้าง โดยสามารถติดตั้งปืนกลอากาศแบบกระเปาะขนาด 12.7 มิลลิเมตร พร้อมกระสุน 500 นัด กระเปาะจรวดอากาศสู่พื้นขนาด 70 มิลลิเมตร จำนวน 7 นัด

Sikorsky S97 Raider ใช้เครื่องยนต์ General Electric รุ่น YT706 มีกำลังสูงสุดถึง 2600 แรงม้า จำนวน 1 เครื่องยนต์ การพัฒนาโดยตั้งเป้าการทำความเร็วของ ฮ. รุ่นนี้จะต้องบินได้เร็ว 220 นอต หรือ 407 กิโลเมตรต่อชั่วโมง – 253 ไมล์ต่อชั่วโมง พร้อมน้ำหนักบรรทุกเต็มพิกัด มีพิสัยบินหรือบินได้ไกลถึง 570 กิโลเมตร บินทน 2 ชั่วโมง 40 นาที และมีเพดานบินสูงสุด 3048 กิโลเมตร เครื่องต้นแบบถูกพัฒนาให้ใช้งานในเขตพื้นที่อันหลากหลาย หากประสบความสำเร็จและมียอดสั่งซื้อจากกองทัพที่น่าพอใจจะมีการออกแบบรุ่นต่อไปซึ่งจะสามารถปฏิบัติภารกิจทางการทหารได้อย่างหลากหลายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น.

เอกสารประกอบการเขียนจาก แทงโกนิตยสารเพื่อคนรักการบินและเทคโนโลยี ฉบับที่ 274
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

ที่มา http://www.thairath.co.th/content/512352