คลังเก็บหมวดหมู่: นาย ณฐพล ทองหล่อ

นาซ่าพบเกาะปริศนาโผล่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ และไม่มีท่าทีจะจมกลับสู่ทะเล

เมื่อวาน (5 ก.พ.62) ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐอเมริกา หรือนาซ่า คาดว่าเกาะปริศนาที่ก่อตัวโผล่ขึ้นมาจากภูเขาไฟใต้ในมหาสมุทรแปซิฟิกซีกใต้ เมื่อ 4 ปีก่อนนั้นอาจคงอยู่ต่อไปอีกนาน และไม่มีทีท่าว่าจะจมกลับหายไปในทะเล

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

 เกาะดังกล่าวเป็นหนึ่งในสามเกาะใหม่ ปรากฎขึ้นบนโลกและอยู่รอดไม่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนจมหายไปในช่วง 150 ปีที่ผ่านมา โดยเกาะนี้ยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการอต่อยู่ใกล้กับประเทศตองกา และขนาบโดยเกาะใหม่อีก 2 เกาะ ชื่อว่า ฮังกา ตองกา และ ฮังกา ฮายาไป ผู้คนจึงพากันเรียกเกาะใหม่นี้ว่า ฮังกา ตองกา-ฮังกา ฮายาไป หรือย่อว่า HTHH เกิดจากการระเบิดภูเขาไฟใต้ทะเล แดน สเลย์แบ็ค นักวิทยาศาสตร์จากนาซ่า พร้อมคณะนักวิจัยและนักศึกษา เดินทางไปยังเกาะดังกล่าวในเดือนต.ค. 2561 เพื่อตรวจวัดตำแหน่งพิกัด GPS 150 จุด พบว่าเกาะดังกล่าวมีความสูงเหนือน้ำทะเลเพียง 10 เซนติเมตร โดยลักษณะทางธรณีวิทยาของเกาะสร้างความประหลาดใจให้นักวิทยโคลน ทั้งยังมีรอยน้ำกัดเซาะบนผาสูงบางแห่ง และเริ่มมีพืชเจริญเติบโต รวมทั้งบรรดานกที่เข้ามาทำรังอยู่บนเกาะด้วยาศาสตร์ เนื่องจากมีสัดส่วนของเถ้าธุลีภูเขาไฟน้อย แต่ส่วนใหญ่เป็น

ที่มา : https://kaijeaw.net/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2/?fbclid=IwAR2gzZjC2iHNH1NKipslsFtjNYEIskTE73INXtcVglaFMAOMvnc-zzBQ78A

เราอาจจะเลือกให้ ขนขึ้น หรือให้ขนไม่ขึ้น ตรงส่วนไหนของร่างกายได้ตามต้องการเลยนะ

เราอาจจะเลือกให้ ขนขึ้น หรือให้ขนไม่ขึ้น ตรงส่วนไหนของร่างกายได้ตามต้องการเลยนะคงจะปฏิเสธไม่ได้จริงๆ  ว่า “เส้นขน” ของมนุษย์เราช่างเป็นอะไรที่น่าอัศจรรย์ เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ ในวิวัฒนาการของมนุษย์มีการตัดสินใจเปลือยเส้นขนในบางส่วนของร่างกาย และแถมแต่ละคนยังมีขนขึ้นในบางจุดที่แตกต่างกันไปอีกด้วย

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

โดยส่วนของร่างกายที่คนเราโดยส่วนใหญ่เปลือยเส้นขนเหมือนๆ กันคือ ตรงฝ่ามือ และฝ่าเท้า นั่นทำให้เราแตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสายพันธุ์อื่นๆ อย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่นกระต่าย และหมีขั้วโลกที่มีเส้นขนหนานุ่มขึ้นในสองส่วนนี้

ซึ่งปริศนาเรื่องการไร้ขนในบางจุดของร่างกายมนุษย์นี้ เป็นอะไรที่คาใจนักวิทยาศาสตร์มาอย่างยาวนาน และดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขาจะมีคำอธิบายให้กับการไร้ขนในบางจุดของมนุษย์แล้วหล่ะ โดยผลการวิจัยล่าสุดกับหนูทดลอง เปิดเผยว่ามีฮอร์โมนบางตัวทีมีส่วนสำคัญที่ทำให้ฝ่ามือและฝ่าเท้าของเราเรียบเนียนไร้ขน

โดยคำอธิบายพุ่งเป้าไปที่ Molecular messenger (ฮอร์โมนหรือสารเคมีที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย) ที่มีชื่อเรียกว่า Wnt protein ที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลระหว่างเซลล์ในเรื่องที่เกี่ยวกับ การเจริญเติบโตของเส้นขน โดยคุณ Sarah Millar หนึ่งในทีมวิจัยจาก University of Pennsylvania กล่าวกับสื่อ Cosmos ว่า “เรารู้แล้วว่า Wnt protein มีส่วนสำคัญในการส่งสัญญาณเพื่อสร้างรูขุมขนในส่วนต่างๆ ของร่างกาย และถ้าการส่งสัญญาณถูกตัดขาด ก็จะไม่มีขนขึ้นในส่วนนั้นของร่างกาย และถ้าระบบส่งสัญญาณทำงานได้ดี ในบริเวณนั้นของร่างกายก็จะมีขนดก และในงานวิจัยนี้ เราพบว่าในส่วนของร่างกายที่ไร้ขน นั้นเกิดขึ้นมาจากการที่ร่างกายของเราสร้างสิ่งที่หยุดยั้งการทำงานของ Wnt protein  ขึ้นมา″

เราอาจจะเลือกให้ ขนขึ้น หรือให้ขนไม่ขึ้น ตรงส่วนไหนของร่างกายได้ตามต้องการเลยนะ

โดยโปรตีนที่ยับยั้งการทำงานนั้นมีชื่อว่า Dickkopf 2 (DKK2) และเมื่อมีการทดลองนำโปรตีนตัวนี้ออกไปจากร่างกายหนูโดยสมบูรณ์ ทำให้เกิดเรื่องน่าประหลาดใจขึ้นมา โดยบริเวณบนฝ่ามือของหนูที่ปกติควรจะไร้ขน กลับมีขนอ่อนๆ งอกขึ้นมาเลย

หนูโดยปกติตามธรรมชาติ จะไม่มีขนขึ้นบริเวณฝ่าเท้า แต่กับหนูทดลอง 40 ตัว พบว่ากลับมีขนขึ้นในจุดที่ไม่ควรจะมีขน และเมื่อทีมวิจัยพุ่งเป้าไปที่กระต่าย และหมีขั้วโลก พวกมันมีขนขึ้นบริเวณฝ่าเท้า เพื่อทำให้เท้าอบอุ่นเพื่อเอาชีวิตรอดในช่วงฤดูหิมะและน้ำแข็ง

และตรงนี้เองที่โปรตีนยับยั้งเส้นขนหรือ DKK2 เข้ามามีบทบาท โดยตรงบริเวณฝ่าเท้าของกระต่าย พบว่า DKK2 ไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ในจุดนี้ ทำให้มีเส้นขนงอกขึ้นมาได้

โดยที่ในเวลานี้ เราก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าทำไม ฝ่ามือ และฝ่าเท้าของเราถึงได้ไร้ขน แต่ก็มีสมมติฐานบางอย่างที่น่าสนใจ บางแนวคิดนำเสนอว่าความดกของเส้นขนนั้นเพื่อระบุความแตกต่างทางเพศ บางแนวคิดก็เสนอว่าเพื่อการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย อิงตามวิวัฒนาการของมนุษย์ที่มีการย้ายถิ่นฐานจากในป่า ออกมาอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าที่แสงอาทิตย์ส่องถึง ในขณะที่บางแนวคิดเสนอว่าการไร้ขนตรงฝ่ามือ และฝ่าเท้า นั้นเพื่อลดการรบกวนจากปรสิตขนาดเล็ก

ถึงแม้จะอาจยังไม่มีคำอธิบายที่ถูกต้องเกี่ยวกับการไร้ขนในบางจุดของมนุษย์ แต่การค้นพบในครั้งนี้ก็มีความสำคัญที่อาจจะทำให้ในวันหนึ่ง เราสามารถกำหนดได้ว่าจะให้มีขนขึ้นในส่วนไหนของร่างกาย หรือต้องการให้ส่วนไหนของร่างกายนั้นไร้ขน และอาจจะเป็นวิธีการรักษาอาการศีรษะล้านของท่านชาย หรือรักษาอาการของผู้ป่วยที่ผิวหนังถูกไฟไหม้ รวมถึงการรักษาอาการของโรคสะเก็ดเงินได้ด้วย
ที่มา : https://news.thaiware.com/15389.html

‘ปลาคิลลี่ฟิช’ กลายพันธุ์ตัวเอง เพื่อให้ทนสารเคมี 8,000 เท่า

นักวิจัยค้นพบปลาสายพันธุ์พิเศษที่หากินใกล้บริเวณริมชายฝั่งตะวันออกของอเมริกา จากการปล่อยสารเคมีลงแหล่งน้ำ ทำให้พวกมันต้องวิวัฒนาการตัวเองให้ต้านทานสารเคมีกว่า 8,000 เท่า เมื่อเทียบกับปลาทั่วๆ ไป

ปลาตัวจิ๋วๆ แต่ทนทายาด ‘ปลาคิลลี่ฟิช’ (Killifish) ที่อาศัยในฝั่งมหาสมุทรแอทแลนติก ต้องอยู่ในน่านน้ำที่เต็มไปด้วยมลภาวะจากแหล่งอุตสาหกรรมของ ‘อ่าวนวร์ก’ (Newark Bay) แต่นักวิจัยพบว่า พวกมันกำลังมีกระบวนการ ‘กลายพันธุ์’ (Mutation) โดยทนต่อสารเคมีในน้ำได้สูงกว่าปลาสายพันธุ์อื่นๆ

จากการที่ต้องทนอยู่ในน่านน้ำที่เต็มไปด้วย ไดอ๊อกซิน โพลีคลอริเนตไบฟีนิล (PCB) และสารโลหะหนักต่างๆ หากเป็นปลาสายพันธุ์อื่นๆ คงว่ายน้ำหงายท้องแล้ว แต่ปลาคิลลี่ฟิชสามารถทนต่อสารเคมีอันตรายได้มากกว่าปกติถึง 8,000 เท่า

การกลายพันธุ์ที่ว่า ทำให้ปลาพัฒนายีนพิเศษปิดกั้นเซลล์ไม่ให้ถูกทำลายจากสารเคมี แม้พวกมันจะดิ้นรนอยู่ได้ แต่ในมุมมองนักพิษวิทยานั้น ‘มันไม่ใช่ข่าวดีเลย

ที่มา – science.sciencemag.org , https://thematter.co/byte/top-20-sciences-2016-from-the-matter/14872

 

สนามแม่เหล็กโลกยุคโบราณอาจเกิดจากทะเลแมกมาเหนือพื้นผิว

magma

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

โลกในยุคที่เพิ่งเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่ ๆ เมื่อหลายพันล้านปีก่อน อาจมีสนามแม่เหล็กโลกอีกแบบที่แตกต่างไปจากทุกวันนี้ โดยเกิดจากการไหลเวียนของมหาสมุทรหินหนืดหรือแมกมา (Magma) บนพื้นผิวที่ยังไม่มีแผ่นเปลือกโลกนั่นเอง

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ของสหรัฐฯ ได้ทดสอบสร้างแบบจำลองทางธรณีวิทยาของโลกและดาวเคราะห์คล้ายโลกจำพวก “ซูเปอร์เอิร์ธ” (Super-Earth) ในยุคที่กำเนิดขึ้นได้ไม่นาน และพบว่ามีความเป็นไปได้ที่ดาวเคราะห์เหล่านี้จะมีสนามแม่เหล็กอยู่แล้ว ตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นใหม่ ๆ

ผลการศึกษาดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ระบุว่า กระบวนการที่ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กชนิดนี้อยู่บนพื้นผิวดาวเป็นหลัก ซึ่งในกรณีของโลกก็น่าจะอยู่บนพื้นผิวโลก ไม่ใช่ภายในแกนกลางและเนื้อโลกเช่นในปัจจุบัน

ทีมผู้วิจัยพบว่ากระแสไหลเวียนของหินหนืดปริมาณมหาศาลบนพื้นผิวดาว สามารถทำให้เกิดการนำไฟฟ้าที่มีกำลังมากพอจะเป็นไดนาโมขนาดยักษ์ได้ โดยความเร็วในการไหลเวียนของหินหนืดเพียง 1 มิลลิเมตรต่อวินาที ก็เพียงพอที่จะเกิดสนามแม่เหล็กซึ่งครอบคลุมดาวทั้งดวงขึ้นได้แล้ว

โอกาสเกิดสนามแม่เหล็กบนดาวเคราะห์ที่มีสูงขึ้นนี้ เท่ากับว่ามนุษย์จะมีโอกาสค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตมากขึ้น เนื่องจากการมีสนามแม่เหล็กเป็นตัวบ่งบอกว่า สิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนั้นได้รับการปกป้องจากรังสีอันตรายในอวกาศ

ทุกวันนี้โลกของเราเสมือนมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดยักษ์อยู่ภายใน โดยแกนโลกชั้นนอกที่เป็นเหล็กและนิกเกิลหลอมเหลวหมุนอยู่ท่ามกลางทะเลแมกมา ซึ่งประกอบไปด้วยแร่ธาตุที่เบากว่าและอนุภาคมีประจุไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม ทีมผู้วิจัยยังไม่ทราบว่ากระบวนการให้กำเนิดสนามแม่เหล็กที่พื้นผิวดาวเคราะห์ จะมีความสัมพันธ์อย่างไรกับการเกิดสนามแม่เหล็กอีกประเภทหนึ่งซึ่งมาจากแกนกลางของดาว

แหล่งที่มา https://www.bbc.com/thai/features-46316075