คลังเก็บหมวดหมู่: นายกิตติพงศ์ แก่นแสง

สุขภาพ : 6 ปัจจัยกระตุ้นหัวใจวายที่คุณอาจไม่รู้

Woman with heart disease
คำบรรยายภาพอาจมีพฤติกรรมหลายอย่างที่สร้างความเสียหายให้หัวใจโดยที่คุณไม่รู้ตัว

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า การสูบบุหรี่ โรคอ้วน และการออกกำลังกายไม่เพียงพออาจทำให้คุณมีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายได้มากขึ้น แต่คุณรู้หรือไม่ว่ายังมีปัจจัยอื่นที่คุณอาจไม่ทราบว่าสามารถกระตุ้นให้หัวใจวายได้ และการมองข้ามปัจจัยเหล่านี้ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดคือกลุ่มโรคที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนทั่วโลก และนี่คือปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคนี้ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจมองข้าม

1. ไม่ใช้ไหมขัดฟัน

Man flossingImage copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพหัวใจจะขอบคุณเวลาที่คุณใช้ไหมขัดฟัน

ฟันและหัวใจของเรามีความเชื่อมโยงกันมากกว่าที่เราคิด

งานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่า คนที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากมักมีอัตราการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าคนปกติ

อาการเลือดออกที่เหงือกและเหงือกอักเสบอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียในช่องปากเข้าสู่กระแสเลือดได้ และอาจทำให้เกิดคราบไขมันในหลอดเลือดแดง

นอกจากนี้ ยังอาจกระตุ้นให้ตับผลิตโปรตีนบางชนิดขึ้นในระดับสูง ซึ่งจะทำให้หลอดเลือดเกิดการอักเสบขึ้น อันจะนำไปสู่อาการหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน หรือแตก

การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเหล่านี้ทำได้โดยการใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ และพบทันตแพทย์ตามกำหนดเวลาที่เหมาะสม

2. การเกลียดหัวหน้างาน

Woman stressed by her boss
คำบรรยายภาพงานวิจัยจากสวีเดนชี้ว่า คนที่มีภาวะเครียดในที่ทำงานเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นี่ไม่ใช่เรื่องตลก แต่ความรู้สึกชิงชังเจ้านายอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจของคุณได้

งานวิจัยจากสวีเดนที่ทำการศึกษาเป็นเวลา 10 ปี ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ British Medical Journal พบว่าการมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับหัวหน้างานอาจเพิ่มโอกาสการเกิดภาวะหัวใจวายได้ถึง 40%

“ความเครียดในที่ทำงานอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจวายได้” นพ.วีเจย์ กุมาร ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจจากสถาบันสุขภาพหัวใจในเมืองออร์แลนโดของสหรัฐฯ กล่าว

ความเครียดในที่ทำงานประกอบกับปัจจัยอื่น ๆ เช่น การนอนหลับไม่เพียงพอ และการทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจขึ้นไปอีก

3. เหตุการณ์ที่สร้างบาดแผลทางจิตใจ

Man having bad news
คำบรรยายภาพเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรงกะทันหัน อาจสร้างความเสียหายให้หัวใจคุณได้

เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรงกะทันหัน เช่น การเสียชีวิตของสมาชิกในครอบครัวอาจสร้างความเสียหายให้หัวใจคุณได้จริง ๆ

ข้อมูลจากสมาคมวัยหมดประจำเดือนแห่งอเมริการะบุว่า เส้นเลือดของผู้หญิงที่เคยผ่านประสบการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง 3 ครั้งในชีวิตหรือมากกว่านั้น มีประสิทธิภาพการทำงานที่ย่ำแย่กว่าผู้หญิงที่ไม่เคยประสบเหตุแบบเดียวกัน

พญ.แจ็คกี ยูบานี แพทย์โรคหัวใจ ระบุว่า ภาวะเครียดสูงสามารถกระตุ้นให้ร่างกายผลิตอะดรีนาลีนมากผิดปกติ ซึ่งจะไปเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและเพิ่ม ภาวะความดันโลหิตสูง

4. ความรู้สึกเหงา

Lonely man with chest pains
คำบรรยายภาพความเหงาอาจส่งผลร้ายต่อหัวใจคุณ

งานวิจัยอีกชิ้นที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ British Medical Journal พบหลักฐานบ่งชี้ว่า คนที่มีความสัมพันธ์ทางสังคมน้อยมีโอกาสเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 29% และมีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายเพิ่มขึ้น 32%

ที่เป็นเช่นนี้เพราะความรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายสามารถกระตุ้นให้เกิดความเครียดได้ และคนที่รู้สึกเหงามักไม่ค่อยมีใครคอยปรับทุกข์และระบายความรู้สึกต่าง ๆ

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2014 ได้ทำการวิเคราะห์ผู้หญิงกว่า 700,000 คนในช่วงเวลา 8 ปี และพบว่าคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับคู่รักมีความเสี่ยงน้อยลง 28% ที่จะเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดเมื่อเทียบกับผู้หญิงโสดที่ใช้ชีวิตตามลำพัง

5. โรคซึมเศร้า

Man at the doctor
คำบรรยายภาพ33% ของผู้ป่วยที่เกิดภาวะหัวใจวายในสหรัฐฯ อาจเป็นผู้ที่มีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย

สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา ระบุว่า 33% ของผู้ป่วยที่เกิดภาวะหัวใจวายในสหรัฐฯ อาจเป็นผู้ที่มีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย

ผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่าคนที่มีปัญหาสุขภาพจิตอาจถูกถาโถมด้วยอารมณ์ต่าง ๆ จนยากที่จะตัดสินใจในเรื่องสุขภาพของตนเอง

ดร.นีกา โกลด์เบิร์ก ผู้อำนวยการศูนย์โจน เอช ทิช เพื่อสุขภาพสตรี ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักไม่สามารถควบคุมตัวเองให้มีพฤติกรรมที่ส่งผลดีต่อสุขภาพได้ เช่น การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และการจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

“คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายมักหันไปหาสิ่งที่ช่วยทำให้สบายใจ โดยที่ไม่คำนึงว่ามันจะเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพหรือไม่” ดร.โกลด์เบิร์ก กล่าว

6. วัยทอง

Woman drinking a cup of tea
คำบรรยายภาพฮอร์โมนเอสโตรเจนตามธรรมชาติในร่างกายที่ลดลงของผู้หญิงวัยทอง ทำให้ผู้หญิงกลุ่มนี้มีแนวโน้มมากขึ้นที่จะเกิดภาวะหัวใจวาย

ผู้หญิงมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะเกิดภาวะหัวใจวายเมื่อเข้าสู่วัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ภาวะเช่นนี้อาจเกี่ยวโยงกับการที่ผู้หญิงกลุ่มนี้มีฮอร์โมนเอสโตรเจนตามธรรมชาติในร่างกายลดลง

เชื่อกันว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจน ส่งผลดีต่อผนังหลอดเลือดแดง และช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น

พญ.ยูบานี เสริมว่า อายุที่มากขึ้นทำให้หลอดเลือดแข็งขึ้น และมีความยืดหยุ่นน้อยลง ซึ่งจะไปเพิ่มระดับความดันในหลอดเลือด

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และการออกกำลังกายเป็นประจำสามารถช่วยต้านทานภาวะเหล่านี้ได้

หัวเว่ย: ทำไมโลกตะวันตกจึงไม่ไว้ใจเครือข่ายโทรคมนาคมจีน

Huawei logoImage copyrightREUTERS

ข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับ หัวเว่ย บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีน ยังคงดำเนินไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะจบลงโดยง่าย

รัฐบาลชาติตะวันตกระแวงหัวเว่ยมาสักพักแล้ว สั่งห้ามไม่ให้บริษัทโทรคมนาคมใช้บริการด้านเครือข่ายของหัวเว่ยโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง

ในสหรัฐฯ รัฐบาลได้สั่งห้ามหน่วยงานรัฐบาลกลางใช้งานอุปกรณ์และระบบโทรคมนาคมของหัวเว่ย โดยเฉพาะระบบ 5 จี แล้วหัวเว่ย เป็นภัยต่อความมั่นคงจริงหรือ

หัวเว่ยคืออะไร

หากคุณกำลังมองหาสมาร์ทโฟนใหม่ หัวเว่ยเป็นหนึ่งในคู่แข่งสำคัญในท้องตลาด สถิติเมื่อเร็ว ๆ นี้ระบุว่าสินค้าจากจีนยี่ห้อนี้ครองส่วนแบ่งถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของตลาดโลก นำหน้าแอปเปิล และเป็นรองก็แต่ซัมซุง แต่ที่ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้คือหัวเว่ยเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะผู้ผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนสำหรับโครงข่ายโทรศัพท์ไร้สาย

ในขณะที่จีนมีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ หัวเว่ยก็เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของโลกแล้ว

เหริน เจิ้งเฟย อดีตวิศวกรแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ก่อตั้งหัวเว่ยในปี 1987 ที่เซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง โดยมีพนักงาน 1.8 แสนคนเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท

ภัยความมั่นคง?

สหรัฐฯ อ้างว่า ด้วยพื้นเพทางทหารของผู้ก่อตั้งบริษัท และและการที่หัวเว่ยมีอิทธิพลในเวทีโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้บริษัทนี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

โดยทฤษฎีแล้ว การเป็นผู้ควบคุมเทคโนโลยีที่ใช้ในเครือข่ายคมนาคมทำให้บริษัทมีความสามารถในการจารกรรม หรือขัดขวางการติดต่อ หากมีกรณีพิพาทกันในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออุปกรณ์มากมายที่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตมากขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นรถที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน ประเทศที่ใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยต่างจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ที่สำคัญไปกว่านั้น สหรัฐฯ อ้างถึงการผ่านกฎหมายด้านข่าวกรองแห่งชาติของจีนเมื่อปี 2017 ซึ่งระบุว่า องค์กรต่าง ๆ ต้องให้ความร่วมมือในงานด้านข่าวกรองของชาติ นี่ทำให้สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ห้ามบริษัทในประเทศไม่ให้ใช้บริการด้านเทคโนโลยีโดยหัวเว่ยสำหรับระบบเครือข่าย 5G ที่จะเริ่มใช้กันเร็ว ๆ นี้

นับเป็น 3 ใน 5 ประเทศที่รวมกลุ่มกันในชื่อ “Five Eyes” ซึ่งแลกเปลี่ยนด้านข่าวกรองระหว่างกัน ขณะนี้ แคนาดากำลังพิจารณาด้านความสัมพันธ์กับบริษัทอยู่ สหราชอาณาจักรก็ยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการเช่นเดียวกัน และกำลังถูกสหรัฐฯ กดดันอยู่Ren Zhengfei, founder of Huawei

คำบรรยายภาพเหริน เจิ้งเฟย

ทำไมสหราชอาณาจักรยังไม่บล็อกหัวเว่ย

รัฐบาลอังกฤษยอมรับว่าความสัมพันธ์กับหัวเว่ยไม่ได้ราบรื่น ศูนย์ความมั่นคงด้านไซเบอร์แห่งชาติ (National Cybersecurity Centre) ซึ่งดูแลด้านความมั่นคงของระบบเครือข่ายมือถือประเทศได้เรียกร้องให้หัวเว่ยแก้ไขปัญหาที่สร้างความเสี่ยงใหม่ ๆ ให้กับเครือข่าย

ยิ่งไปกว่านั้น อเล็กซ์ ยังเกอร์ ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองสหราชอาณาจักร MI6 ระบุว่า มีหลายสิ่งที่ “ต้องตัดสินใจ” เกี่ยวกับบทบาทของหัวเว่ยเพราะเมื่อเริ่มใช้เครือข่าย 5G แล้ว จะเฝ้าระวังในเรื่องของความมั่นคงได้ยากขึ้น

บริษัทโทรคมนาคม BT ได้ประกาศว่าอยู่ในกระบวนการถอดถอนเครื่องมือของหัวเว่ยออกจากการใช้ในระบบเครือข่ายโทรศัพท์ 3G และ 4G และจะไม่ใช้ชิ้นส่วนประกอบหลักสำหรับเครือข่าย 5G

อย่างไรก็ตาม หัวเว่ยได้ให้บริการด้านเทคโนโลยีกับบริษัทอังกฤษมากว่า 10 ปี และสหราชอาณาจักรก็อยากจะรักษาความสัมพันธ์อันดีกับจีนไว้ในขณะที่เตรียมถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

ผู้ให้บริการด้านเครือข่ายมือถือส่วนมากเช่น Vodafone, EE และ Three ได้เริ่มต้นทำงานกับหัวเว่ยเพื่อเตรียมรับระบบ 5G แล้ว และอาจจะไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน

หัวเว่ยว่าอย่างไร

หัวเว่ยพยายามแสดงออกว่าเป็นบริษัทเอกชนมาตลอด ไม่ว่าจะถือหุ้นโดยพนักงานของตัวเองและไม่มีการเชื่อมโยงกับรัฐบาลจีนไปมากกว่าเป็นผู้เสียภาษีให้รัฐ บริษัทบอกว่าให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยและความมั่นคงเป็นอันดับแรกเวลาให้บริการด้านเทคโนโลยี และมุมมองมุงร้ายบางส่วนเป็นผลมาจากเพราะบริษัทถูกมองว่าเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาด

ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนระบุว่า ความพยายามที่จะป้องกันไม่ให้ใช้บริการของหัวเว่ยเข้าข่ายลัทธิปกป้องการค้า และเป็นการเลือกปฏิบัติ

มุมมองในเชิงลบต่อหัวเว่ยมาพร้อมกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยสหรัฐฯ กล่าวหาว่าจีนใช้นโยบายทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และส่งเสริมให้เกิดขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากบริษัทในสหรัฐฯ

ที่มา

https://www.bbc.com/thai/international-46470637?ocid=socialflow_facebook&fbclid=IwAR2Szs2xsNnvVQeih7KlxAi2qS7cqD-d8u6dOVIZYjOc853l0fdesDEgcQk

นกแก้วติดยาบุกทำลายไร่ฝิ่นเพื่อเวชภัณฑ์ในอินเดียเสียหายยับ

Parrots in a tree
คำบรรยายภาพเกษตรกรไร่ฝิ่นรายงานปัญหานกแก้วบุกกินผลผลิตครั้งแรกในปี 2015

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

เกษตรกรผู้เพาะปลูกฝิ่นในรัฐมัธยประเทศทางภาคกลางของอินเดียกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังจากไร่ฝิ่นของพวกเขาถูกฝูงนกแก้วที่มีอาการเสพติดฝิ่นบุกเข้าขโมยผลผลิต ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมาก

เกษตรกรไร่ฝิ่นในพื้นที่แถบนี้ ปลูกฝิ่นส่งขายให้แก่บริษัทด้านเวชภัณฑ์ต่าง ๆ และมีใบอนุญาตปลูกฝิ่นอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากทางการอินเดีย

 

เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ระบุว่า นอกเหนือไปจากปัญหาฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลแล้ว การที่ฝูงนกแก้วบุกอาละวาดครั้งนี้น่าจะทำให้พวกเขาต้องขาดทุนอย่างหนักจากผลผลิตที่ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

สำนักข่าวเอเชียน นิวส์ อินเตอร์เนชันแนล (ANI) ของอินเดียได้ทวีตวิดีโอคลิปขณะนกแก้วกำลังใช้จะงอยปากเด็ดต้นฝิ่นอย่างคล่องแคล่ว ก่อนที่จะคาบฝิ่นบินหนีไป

เกษตรกรเล่าว่าที่ผ่านมาได้พยายามไล่นกแก้วฝูงนี้ทุกวิถีทาง เช่น การเปิดเครื่องกระจายเสียงแต่กลับไม่ได้ผล อีกทั้งทางการท้องถิ่นก็ไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย

เกษตรกรรายหนึ่งเผยกับสถานีโทรทัศน์ NDTV ของอินเดียว่า เขาได้พยายามทำเสียงดังให้นกแก้วตกใจกลัว เช่น การจุดประทัด แต่กลับไม่ได้ผล พร้อมเล่าว่า ดอกฝิ่น 1 ดอกจะให้ยางฝิ่นราว 20-25 กรัม แต่นกแก้วฝูงนี้จะบินลงมาจิกกินผลผลิตในไร่วันละ 30-40 ครั้ง และบางครั้งยังคาบเอาผลฝิ่นไปกินต่อที่อื่นอีกด้วย

“ไม่มีใครรับฟังปัญหาของพวกเราเลย ใครจะจ่ายค่าชดเชยความเสียหายให้พวกเรา?” เขาถาม

ดร.อาร์เอส ชุณวัตร ผู้เชี่ยวชาญด้านฝิ่นจากวิทยาลัยพืชสวนในเมืองมันด์ซอร์ รัฐมัธยประเทศ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดลีเมลว่า ฝิ่นมีฤทธิ์ทำให้นกแก้วรู้สึกกระชุ่มกระชวย คล้ายกับเวลาที่มนุษย์ดื่มชาหรือกาแฟ และเมื่อพวกมันได้สัมผัสกับความรู้สึกเช่นนี้แล้ว มันก็จะตกเป็นทาสฝิ่นอย่างรวดเร็ว

ที่มา

https://www.bbc.com/thai/features-47441826

GEL-NIMBUS 21 รองเท้าวิ่งระยะไกล เพิ่มความสบายด้วยเทคโนโลยีที่ปรับปรุงใหม่

ASICS เปิดตัวรองเท้ารุ่น GEL-NIMBUS 21 ซึ่งเป็นการเปิดตัวล่าสุดของรองเท้าวิ่งสำหรับนักวิ่งที่ใช้เท้าในองศาปกติ (Neutral) โดยรองเท้ารุ่นนี้จะเป็นรองเท้าวิ่งระยะไกลตัวท็อปที่สุด ด้วยความมุ่งมั่นของ ASICS ที่จะพัฒนาปรับปรุงรองเท้าให้ดียิ่งขึ้นต่อไป การออกแบบรองเท้ารุ่นนี้จึงได้ผนวกวิทยาศาสตร์ที่คำนึงถึงมนุษย์เป็นศูนย์กลางเข้ากับเทคโนโลยีรุ่นล่าสุดเพื่อมอบความสบายแบบเหนือชั้นให้กับนักวิ่งระยะไกล เพื่อให้พวกเขาสามารถวิ่งได้ไกลขึ้นและยาวนานขึ้น

รองเท้ารุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อนักวิ่งที่ใช้เท้าในองศาปกติ (Neutral) โดยใช้เทคโนโลยี FLYTEFOAM PROPEL และ FLYTEFOAM LYTE ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพื้นรองเท้าชั้นกลางล่าสุดของ ASICS อันจะทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเหมือนติดสปริงไว้ที่เท้าเพื่อการวิ่งที่เปี่ยมไปด้วยพลังและเบายิ่งขึ้น

สำหรับชื่อรุ่นรองเท้า GEL-NIMBUS 21 ได้ตั้งขึ้นตามคำในภาษาละตินเกี่ยวกับการเกิดเมฆนิมบัส คอลเลคชั่นนี้ของ ASICS นั้นให้ความรู้สึกเดียวกันในเรื่องของความสบาย การเปิดตัวรองเท้าใหม่แต่ละครั้งของทางแบรนด์จะมีเทคโนโลยีใหม่ที่ดียิ่งขึ้นเพื่อนักวิ่งทุกคน รองเท้า GEL-NIMBUS 21 นี้เป็นการปรับโฉมครั้งที่ 21 แล้ว และเป็นอีกครั้งที่จะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ อันรวมถึง

การสวมใส่สบายขึ้น เทคโนโลยีล่าสุดที่เพิ่มเนื้อที่ให้กับเท้าส่วนหน้า ผนวกเข้ากับตาข่ายแจ็คการ์ด(Jacquard mesh) และลวดลายแบบสามมิติที่ปรับให้เข้ากับการเคลื่อนไหวของนักวิ่งเพื่อการสวมใส่ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมและการระบายอากาศที่ดี

พื้นรองเท้าชั้นกลางที่เปี่ยมไปด้วยพลัง โดยรวมเข้ากับเทคโนโลยี FLYTEFOAM  พื้นรองเท้าชั้นกลางของรองเท้ารุ่นนี้จะมีทั้งเทคโนโลยี FLYTEFOAM PROPEL และ FLYTEFOAM LYTE เพื่อมอบประสบการณ์การวิ่งที่มีระดับมากขึ้น พื้นชั้นกลางรองเท้าแบบ FLYTEFOAM PROPEL จะช่วยให้เกิดการเด้งกลับที่แข็งแกร่งขึ้นในระหว่างการเปลี่ยนท่วงท่า ทำให้รู้สึกเหมือนติดสปริงไว้ที่รองเท้า ในขณะที่ FLYTEFOAM LYTE จะทำให้พื้นชั้นกลางของรองเท้ารุ่นนี้เป็นพื้นที่เบาที่สุดที่แบรนด์ ASICS เคยผลิตมา ด้วยการเพิ่มเซลลูโลสนาโนไฟเบอร์เข้าไปเพื่อเพิ่มความทนทานของพื้นกลางรองเท้าที่ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงมากกว่าเคย

การรองรับแรงกระแทกสูงสุด เทคโนโลยี GEL ได้เพิ่มเข้ามาในบริเวณที่จะมีการกระแทกสูง ทั้งตรงฝ่าเท้าส่วนหน้าและส่วนหลังเพื่อลดอัตราการกระแทกและลดแรงกดให้กับร่างกาย รวมถึงรองรับแรงกระแทกที่เหนือชั้นให้กับบริเวณที่นักวิ่งต้องการมากที่สุด

รองเท้ารุ่น GEL-NIMBUS 21 จะวางขายแล้วในประเทศไทย นักวิ่งคนไหนสนใจสามารถสัมผัสความนุ่มเบาสบายเหมือนวิ่งบนก้อนเมฆได้แล้ววันนี้ที่ร้าน ASICS ทุกสาขา

รวมเทคโนโลยีที่ตายไปในปี 2018 อย่างน่าเสียดาย

นอกจากจะมีการเปิดเทคโนโลยีใหม่ๆ ของโลกในปี 2018 แล้ว คราวนี้เรามาดูกันว่าข่าวร้ายว่าเทคโนโลยีอะไรที่จะต้องปิดตัวเองลงไป มาดูกันเลยดีกว่า

Netflix Viewer Review

ฟีเจอร์แรกของอยู่ในโปรแกรมดูหนังสุดฮิต โดยฟีเจอร์นี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้รีวิวหนังให้ใคร แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้บริการนี้ก็ปิดลงอย่างน่าเสียดาย

Playstation Vita

เครื่องเล่นเกมที่หลายคนบอกว่ามันย่อโลกจาก Playstation เครื่องใหญ่และมีจุดเด่นมากมายและเอามาต่อยอดยอดกับเครื่องใหญ่ได้ด้วย แต่การขายกลับทำได้ไม่ราบรื่นเจ้ากับคู่แข่งสุดท้ายเลยต้องยุติการขายไป

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

Apple AirPort

สำหรับอุปกรณ์เครือข่ายจาก Apple ที่มีออกมาตั้งแต่ยุคแรกของการสื่อสารผ่านทางเครือข่ายไม่ว่าจะเป็น Wireless ภายในบ้าน และสำรองข้อมูลก็ได้ แต่ข่าวร้ายคือ ตอนนี้ได้ยุติการทำตลาดไปแล้ว

iPhone รุ่นเก่า (5s, 6, 6s, และ iPhone X)

ต้องยอมรับว่า iPhone รุ่นเก่าทั้ง iPhon 5s, iPhone 6iPhone 6siPhone 6 PlusiPhone 6s Plus และ iPhone X เพราะว่าหยุดการผลิดไป เพราะรุ่นใหม่มาแทนนั่นเอง เรียกได้ว่าเก่าไป ใหม่มา

Google Inbox, Google +

2 บริการใหม่ที่มีการปิดตัวลงไปแล้ว เริมด้วย Google Inbox บริการรับข้อความเพราะคาดว่าจะซ้ำกันเลย ส่วน Google + นั้นเนื่องจากเรื่องราวของรอยรั่วภายในทำให้ข้อมูลของผู้ใช้นั้นเปิดเผยออกไปมากจนทำให้สุดท้าย Google เตรียมปิดให้บริการถาวร เมษายน 2561

GoPro Karma Drone

สำหรับ Drone รุ่นแรกและรุ่นเดียวของ GoPro เนื่องจากพบปัญหาในเรื่องของแบตเตอรี่อย่างมากทำให้สุดท้ายต้องเลิกจำหน่ายไปในปีนี้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม Karma จะยังคงมีชื่อในฐานะของ Karma Grip ไม้กันสั่นเท่านั้น

Honda Asimo

หุ่นยนต์คล้ายคนตัวแรกๆ ของโลกที่ใส่นวัตกรรมเรื่องของการเดินเข้ามามากมายแต่ล่าสุด Honda ก็ไม่คิดจะดำเนินต่อแล้ว จริงๆ Asimo ได้มีโอกาสโชว์ตัวครั้งล่าสุดในงาน CES 2018 ที่ผ่านมา

เรียกได้ว่านวัตกรรมเหล่านี้แม้ว่าจะต้องหยุดแต่เพียงเท่านี้แต่ว่าก็มีสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมาทดแทนอยู่เสมอ ฉะนั้นคุณจะตามไปหรือไม่ก็ควรศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้ดีก่อนก้าวไป ก็เป็นคำตอบที่ไม่เลวนะครับ

 

 

ที่มาhttps://www.sanook.com/hitech/1466237/

สำนักข่าวซินหัว โชว์ AI ผู้ประกาศข่าว เล่าข่าวได้ทั้งวัน ไม่มีวันหยุด

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

1543633352526

ตำแหน่งผู้ประกาศข่าว หรือเรียกบ้านๆ ว่าคนอ่านข่าวนั่นแหละ กำลังเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เทคโนโลยี AI ได้เข้าไปแย่งตำแหน่งงาน สำนักข่าวซินหัว สื่อรายใหญ่ของประเทศจีนได้เปิดตัวผู้ประกาศข่าว “ตน” ใหม่ ที่จะมาประกาศข่าวแทนมนุษย์จริงๆ โดย AI นี้สามารถอ่านได้ทั้งข่าวภาษาจีน และภาษาอังกฤษ

AI ของสำนักข่าวซินหัวได้ทำการสร้างกราฟฟิกคอมพิวเตอร์ของผู้ประกาศข่าวที่มีตัวตนอยู่จริงขึ้นมา โดยอาศัยเทคโนโลยี Deep learning ในการประมวลผลสีหน้า และริมฝีปากให้ขยับได้เหมือนคนจริง ซึ่งตัวเทคโนโลยีนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Search engine ชื่อดังในจีนอย่าง Sogou

ในรายงานของ South China Morning Post ได้เปิดเผยว่า ผู้ประกาศข่าว AI นี้ จะถูกนำไปใช้ในแอพฯ ของซินหัวทั้งเวอร์ชั่นภาษาจีน และภาษาอังกฤษ, เว็บเพจของช่องโทรทัศน์ และบัญชีสาธารณะบน WeChat

อย่างไรก็ตาม จากวีดีโอสาธิตด้านบน เรายังรู้สึกว่า ความรู้สึกมันยังแตกต่างจาก “มนุษย์” จริงๆ อยู่ค่อนข้างชัดเจน เวลาพูดมันดูเหมือน NPC ในเกมส์คอมพิวเตอร์เสียมากกว่า ซึ่งคงต้องอาศัยการพัฒนาไปอีกสักระยะ แต่ข้อดีของมันคือ AI สามารถอ่านข่าวได้ทั้งวัน 24 ชั่วโมง ตลอดปีไม่มีวันหยุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่ายในการจ้างคนไปอย่างมหาศาล

 

ที่มา : www.engadget.com , www.scmp.com