คลังเก็บหมวดหมู่: ณัฐธิดา บุญสร้าง

RTX2080Ti มีหนาว! มาดูความเทพของกราฟิกจาก CRYENGINE เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด!

RTX2080Ti มีหนาว! มาดูความเทพของกราฟิกจาก CRYENGINE เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด!

ในตอนนี้สำหรับวงการเกมนั้น กราฟิกสวยถือเป็นเรื่องปกติเพราะเกมระดับ AAA  ต่างมีภาพสวยงามอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า Engine ตัวไหนจะใส่ใจรายละเอียดแค่ไหนและหากพูดถึง Engine สำหรับการทำเกมแล้วทำให้ชื่อ CRYENGINE  น่าจะเป็นชื่อที่ใครหลายคนจำได้กับผู้ที่นำเสนอกราฟิกได้สมจริงในทุก ๆ Engine ที่เขาสร้างมา ล่าสุดเขาได้โชว์ผลงานใหม่ล่าสุดแล้ว

เว็บไซต์ dsogaming ได้นำเสนอภาพใหม่ใหม่จาก CRYENGINE เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด โดยรูปเหล่านี้ได้รับการเผยแพร่จาก Matthias Lindemann ผู้ที่ทำให้งานอยู่เบื้องหลังของ  CRYENGINE ที่ใช้ชื่อว่า Narcotic ซึ่งข้อมูลไม่ได้บอกว่าภาพเหล่านี้ต้องใช้สเปกเครื่องเท่าไหร่ แต่ภาพที่ออกมาสมจริงมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นแสงเงา รายละเอียดต่าง ๆ จนแทบจะแยกไม่ออกระหว่างของจริงหรือของปลอม  หากดูจากภาพแล้วคงยากที่คอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันจะสามารถเล่นเกมในภาพแบบนี้ได้ สำหรับฝั่งคอนโซลอาจจะต้องรอไปอีกหลายปี

ในตอนนี้ CRYENGINE เวอร์ชั่นนี้ยังไม่ได้นำออกมาสร้างเกมจริง ๆ โดยเกมที่ใช้ CRYENGINE ล่าสุดคือ Kingdom Come: Deliverance ที่หากอยากจะเล่นแบบ 60 FPS ก็ต้องใช้ GPU ที่แรงพอสมควร ทำให้เราจินตนาการไม่ออกเลยว่า Engine ตัวนี้จะกิน GPU ขนาดไหน

ที่มา https://www.gamingdose.com/news/rtx-2080-ti-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87/?fbclid=IwAR2jRRL_opymbMVJZBKBnqPFpXcnMPfMnAuaBU6n4pR-9wl19UG5d4JwopQ

แฮกเกอร์ : มนุษย์พยายาม “แฮก” ระบบร่างกายตัวเองด้วยเทคโนโลยี!?

“ไบโอแฮกเกอร์” คือชื่อเรียกของคนที่พยายาม “แฮก” ระบบร่างกายและสมองตัวเองให้ทำงานได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฝังอุปกรณ์เทคโนโลยีเข้าไปในร่างกาย ควบคุมอาหารอย่างสุดโต่ง ไปจนถึงพยายามเปลี่ยนดีเอ็นเอตัวเอง

ลิวิว บาบิตซ์ อยากจะสร้างประสาทสัมผัสของมนุษย์ขึ้นมาใหม่ ลองจับหน้าอกเขาสิ และคุณจะเห็นความพยายามเขา มันสั่นทุกครั้งที่เขามุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ

หากสัตว์สามารถสัมผัสถึงทิศทางที่พวกมันกำลังจะมุ่งหน้าไปได้ ทำไมมนุษย์เราจะทำบ้างไม่ได้

Liviu

คำบรรยายภาพลิวิว “รู้สึก” ถึงทิศเหนือได้เพราะเขาฝั่งเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีชื่อเรียกว่า “North Sense” ไว้

ลิวิว “รู้สึก” ถึงทิศเหนือได้เพราะเขาฝังเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีชื่อเรียกว่า “North Sense” ไว้ เป็นชิปเข็มทิศและระบบบลูทูธ ยึดไว้ด้วยแท่งไทเทเนียม

ชายวัย 33 ปีผู้นี้เป็นเจ้าของบริษัท Cyborgnest ซึ่งออกแบบเครื่องมือนี้ เขาบอกว่ามันเป็นก้าวแรกของการสร้างระบบการนำร่องเต็มรูปแบบในร่างกาย และอยากจะให้ยุคของ “สังคมก้มหน้า″ หมดไป

“คุณเดินไปตามถนนและก็มองมือถือตลอด อยากจะไปที่ไหนสักแห่งแต่ก็ไม่ได้เห็นเลยว่าอะไรเกิดขึ้นในโลกรอบตัวคุณ เพราะหมดเวลาไปกับการจ้องที่หน้าจอระหว่างเดินทาง” ลิวิว กล่าว

“ลองจินตนาการดูสิว่า คุณไม่ต้องใช้มันอีกต่อไป คุณสามารถหาทิศทางได้เหมือนนก และคุณก็รู้อยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองอยู่ที่ไหน คนตาบอดก็สามารถรู้ทิศทางได้”

Rich Lee

คำบรรยายภาพในนิ้วมือริชมีแม่เหล็กและชิปเทคโนโลยีสื่อสารข้อมูลแบบไร้สายด้วยคลื่นความถี่ในระยะใกล้ ซึ่งถูกตั้งโปรแกรมให้เชื่อมต่อกับเว็บไซต์และสามารถเปิดประตูรถได้

ชีวภาพที่ลื่นไหล

สิ่งประดิษฐ์ของลิวิวแปลก แต่ดูธรรมดาไปเลยหากเทียบกับของ ริช ลี ช่างทำชั้นและตู้วางของวัย 40 ปี จากเมืองเซนต์จอร์จในรัฐยูทาห์ของสหรัฐฯ เขาเป็นไบโอแฮกเกอร์ที่พยายามดัดแปลงร่างกายตัวเองอย่างสุดขีด

ในนิ้วมือเขามีแม่เหล็กและชิปเทคโนโลยีสื่อสารข้อมูลแบบไร้สายด้วยคลื่นความถี่ในระยะใกล้ ซึ่งถูกตั้งโปรแกรมให้เชื่อมต่อกับเว็บไซต์และสามารถเปิดประตูรถได้ และอื่น ๆ อีก

ที่แขนริชมีชิปที่คอยวัดอุณหภูมิร่างกายอยู่อย่างสม่ำเสมอ และเขาก็ฝังหูฟังไว้ที่หูตัวเองด้วย

นอกจากนี้ เขาก็ยังได้ลองกระบวนการแก้ไขดัดแปลงพันธุกรรมที่เรียกกันว่า “Crispr” ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยังต้องทดลองเรื่องข้อจำกัดและอันตรายของเทคนิคนี้อยู่ แต่ริชทดลองทำเองที่บ้าน และเขาก็ยอมรับว่าอาจถึงตายได้หากพลาด

“เรามีความรู้ด้านการดัดแปลงพันธุกรรมและผมสนับสนุนความคิดที่ว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงหรือดัดแปลงพันธุกรรมคุณได้เหมือนการไปสัก” ริช กล่าว “ผมอยากจะเห็นสังคมที่มีความลื่นไหลทางชีวภาพโดยคนสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ได้”

อย่างไรก็ตาม การพยายามทดลองเองที่บ้านก็อันตรายมาก ที่แข้งของริชมีรอยแผลจากความพยายามที่จะฝังอุปกรณ์ที่แข้งแต่ก็บวมมากจนต้องถอดออก โดยเขาใช้คีมทำเองและไม่ใช้ยาแก้ปวดใด ๆ

ลูค โรเบิร์ต เมสัน ผู้อำนวยการองค์กร Virtual Futures บอกว่ามีความตื่นตัวเกี่ยวกับการ “แฮก” ระบบชีวภาพมนุษย์มาก แต่ยังอีกนานกว่าจะสามารถดัดแปลงร่างกายมนุษย์ในแบบที่คนเหล่านี้พยายามจะเชื้อชวน

“สิ่งที่เราเห็นทุกวันนี้คือก้าวแรก ๆ โดยผู้บุกเบิกที่กล้าลอง ความจริงก็คือมันยังอยู่ในช่วงลองผิดลองถูกและยังทำให้เกิดความเจ็บปวดมากกว่าที่คนทั่วไปจะรับรู้”

ลูคบอกว่า มีอะไรให้เรียนรู้มากจากการทดลองด้วยตัวเองของคนเหล่านี้ และบางคนก็บอกว่าไบโอแฮกเกอร์เหล่านี้จะกลายมีส่วนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการพัฒนาอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีที่สวมใส่ได้ และเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

Corina

คำบรรยายภาพคอรินาเริ่มศึกษาเรื่องการดัดแปลงทางชีวภาพหลังพักฟื้นจากอุบัติเหตุกระทบกระเทือนร้ายแรง

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายคนที่พยายามทดลองด้วยวิธีการที่อาจจะไม่สุดโต่งเท่า

คอรินา อิงแกรม-โนเออร์ เป็นนักจัดการชาวอเมริกันวัย 33 ปีที่อาศัยอยู่ที่กรุงเบอร์ลิน เธอใช้เทคโนโลยีและการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดเพื่อทำให้ร่างกายมีสภาพสมบูรณ์เสมอ

เธอใช้ Power Plate หรือเครื่องสำหรับยืนทรงตัวที่สั่น 30-50 ครั้งต่อวินาทีที่จะช่วยให้เธอออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระหว่างนั้นเธอจะฉายแสงอินฟราเรดลงที่ผิวตัวเองเพื่อสร้างคอลลาเจนให้ผิว

นอกจากนี้ คอรินายังออกไปเดินตามท้องถนนที่หนาวเหน็บโดยไม่ใส่กางเกงขายาวด้วย โดยเธอบอกว่าเป็นการบำบัดด้วยความเย็นที่ไม่ต้องลงทุนอะไร

เธอเริ่มศึกษาเรื่องการดัดแปลงทางชีวภาพหลังพักฟื้นจากอุบัติเหตุกระทบกระเทือนร้ายแรงที่ทำให้เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากแม้แต่การจะกลับมาพูดอีกครั้ง เธอเริ่มใช้น้ำมันที่ทำมาจากกรดไขมันความยาวสายปานกลาง หรือ medium chain triglycerides (MCT) ที่เธอบอกว่าทำให้หัวสมองโล่ง และจากนั้นก็เริ่มลองอย่างอื่นเป็นต้นมา

“สำหรับฉัน การแฮกระบบชีวภาพคือการควบคุมระบบชีวภาพของตัวเอง เป็นการใช้ทางลัดเพื่อไปที่ที่คุณอยากไป นั่นก็คือไปสู่สุขภาพที่ดีของคุณ”

ที่มา https://www.bbc.com/thai/international-46470628?ocid=wsthai..social.sponsored-post.facebook.SMP(AEP)-Hackers.nneed2.Mixed.statementad.mktg&fbclid=IwAR3DbJPYi8PnaTolQvZlhWXPnv5v47d476AsxlepdmjK1O5tGvqBpMwOyws

 

นาซาเฮลั่น ยานอินไซต์บุกลงจอดบนดาวอังคารสำเร็จ!!

นาซาเฮลั่น ยานอินไซต์บุกลงจอดบนดาวอังคารสำเร็จ ส่งภาพมาได้ดั่งใจ

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

นาซาเฮลั่น – เอพี รายงานว่า เมื่อ 26 พ.ย.  ทีมงานองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือนาซา ที่ห้องปฏิบัติการ JPL เมืองพาซาเดนา รัฐแคลิฟอร์เนีย ฉลองกันอย่างปลาบปลื้ม หลังควบคุมยานสำรวจอินไซต์ (InSight lander) ลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารได้สำเร็จ หลังเดินทางจากโลกไปนาน 6 เดือน ระยะทาง 482 ล้านกิโลเมตร นับเป็นภารกิจสำรวจอวกาศครั้งแรกที่มุ่งจะศึกษาโครงสร้างภายในของดาวเคราะห์สีแดงโดยเฉพาะ

ยานสำรวจอินไซต์ลงจอดบนที่ราบเอลีเซียม แพลนิเทีย ทางตอนเหนือของเส้นศูนย์สูตรดาวอังคาร ตามแผนที่วางไว้ ทั้งยังถ่ายภาพภูมิประเทศรอบตัว และส่งกลับมายังโลกภายใน 30 นาทีแรกที่แตะพื้นดาวอังคาร ตามโปรแกรมที่ตั้งไว้

“ไร้ตำหนิ!” นายร็อบ แมนนิง หัวหน้าทีม JPL ประกาศก้อง ก่อนกล่าวว่า “นี่เป็นสิ่งที่เราหวังไว้และจินตนาการอยู่ในดวงตาของจิตใจ บางครั้งเรื่องก็เป็นไปอย่างที่เราอยากให้เป็น”

นาซาเฮลั่น

ทีมงานนาซาลุ้นระทึกกับภารกิจนี้มาก เนื่องจากมีความยากลำบากมากมาย ทั้งสภาพอากาศที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของดาวอังคาร รวมทั้งปัญหาทางเทคนิคอื่นๆ อีกทั้งบรรยากาศของดาวอังคารที่เบาบางเพียง 1% ของบรรยากาศโลกทำให้เกิดแรงเสียดทานที่จะช่วยชะลอความเร็วของยานได้น้อย ทำให้ภารกิจในอดีตล้มเหลวมาแล้วหลายครั้ง

บรูซ แบเนิร์ดต์ หัวหน้าทีมอินไซต์ กล่าวว่า การลงจอดที่ดาวดังคารเป็นงานยากยิ่งสำหรับการสำรวจ มันเป็นงานหิน อันตราย และมีโอกาสอันไม่น่าสบายใจว่าอาจเกิดอะไรผิดพลาดได้

ทั้งนี้ ยานอินไซต์ใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีส่วนใหญ่แบบเดียวกับยานฟีนิกซ์ ซึ่งเคยลงจอดบนดาวอังคารสำเร็จมาแล้ว ประสบความสำเร็จในการลงจอดบนดาวอังคารมาแล้วในปี 2550 ส่วนครั้งสุดท้ายที่นาซาส่งยานไปลงจอด คือคิวเรียสซิตี โรเวอร์ เมื่อปี 2552

สำหรับภารกิจต่อไปนี้ คือการสำรวจโครงสร้างภายในของดาวเคราะห์สีแดง ตรวจวัดคลื่นแผ่นดินไหวที่ช่วยบ่งบอกถึงสภาพชั้นหินและโครงสร้างทางธรณีวิทยาภายใน และมีหุ่นยนต์ตัวตุ่น คอยวัดอุณหภูมิใต้ดินของดาว โดยจะฝังตัวอยู่ลึกลงไปจากพื้นผิว 5 เมตร เพื่อให้ทราบว่าดาวอังคารยังคงมีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงภายในอยู่มากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้ ยานจะส่งสัญญาณคลื่นวิทยุเพื่อวัดว่าดาวอังคารเหวี่ยงตัวรอบแกนหมุนของตนเองอย่างไร ซึ่งข้อมูลจากการตรวจสอบและทดลองทั้งหมดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาเรื่องวิวัฒนาการของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ

ที่มา :   https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_1879467