คลังเก็บหมวดหมู่: จรัส

ลุงวีระ เทพลูกคิด ตำนานแชมป์คนสุดท้าย

1568782817897@2x 

ลุงวีระ เทพลูกคิด ตำนานแชมป์คนสุดท้าย

คลิกดูคลิปความละเอียดระดับHD

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สัมภาษณ์ฟิสิกส์ราชมงคล เรื่องลูกคิด

2-1

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สัมภาษณ์ฟิสิกส์ราชมงคล เรื่องลูกคิด

“ลูกคิด” ใครรู้จักบ้างครับ? เชื่อว่าวัยรุ่นสมัยนี้หลายคนอาจไม่รู้จักกันแล้วว่า มันคืออะไร? หน้าตายังไง? แล้วมันสามารถทำอะไรได้บ้าง? วันนี้ จะพาทุกคนไปดู เรื่องน่ารู้ ของวิวัฒนาการลูกคิด พร้อมๆ กัน ว่าจริงๆ แล้วมีที่มาที่ไปอย่างไร? และมีวิธีการคิดเลขแบบไหน?

1364372554

เรื่องน่ารู้ ของวิวัฒนาการลูกคิด

คลิกอ่านต่อ

ขนหัวลุก เครื่องออกกำลังกายในวัด ขยับเองได้ ไม่มีคนเล่น หรือจะเป็น? (คลิป) ความเฉื่อยทางฟิสิกส์

1568525242013@2x

ขนลุก กลางวันแสกๆ ในวัด เครื่องออกกำลังโยกเองได้ ทั้งที่ไม่มีคนเล่น คนเห็นถ่ายคลิปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก คนแห่แชร์เพียบ หรือจะเป็นสิ่งลี้ลับก็เป็นได้ 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า Korntong Raksarat ได้โพสคลิปวิดิโอ เครื่องออกกำลังกายภายในวัดแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เครื่องเคลื่อนไหวเองโดยที่ไม่มีคนเล่นนั้น พร้อมด้วยข้อความว่า “ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง” จนมีชุมชนออนไลน์แชร์และคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก

วันนี้ (14 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดดังกล่าว เพื่อทดสอบเครื่องออกกำลังที่อยู่ในคลิป พบว่า ถ้าขึ้นโยกแรงๆ แล้วปล่อยมือออก เครื่องเล่นจะโยกเองอยู่ในระยะเวลาประมาณ 30 วินาที แล้วจะค่อยๆ ผ่อนช้าลงเรื่อยๆ ซึ่งจากคลิปที่โพสต์นั้น เป็นไปได้ว่าอาจมีคนขึ้นไปโยกเล่นก่อนหน้านั้นและเดินออกไปแล้ว ก่อนที่คนถ่ายคลิปจะมาเห็น แล้วถ่ายคลิปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก หรืออาจจะเป็นสิ่งลี้ลับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล.

https://www.thairath.co.th/news/local/south/1660715

ความเฉื่อยทางฟิสิกส์

ความเฉื่อย (อังกฤษinertia) ในทางฟิสิกส์ หมายถึง การต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุใด ๆ หลักการของความเฉื่อยเป็นหนึ่งในหลักการพื้นฐานของฟิสิกส์ดั้งเดิม ซึ่งนำมาอธิบายการเคลื่อนที่ของสสารและผลกระทบที่สสารนั้นได้รับจากแรงที่มากระทำ คำว่า inertia มาจากภาษาละติน iners หมายถึง เฉื่อยชาหรือขี้เกียจ

กฎของความเฉื่อยอาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ากฎการเคลื่อนที่ข้อที่หนึ่งของนิวตัน กฎดังกล่าวระบุว่า วัตถุที่ไม่มีแรงภายนอกมากระทำจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ กล่าวคือ วัตถุจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว (อัตราเร็วเท่าเดิมและทิศทางเหมือนเดิม) จนกว่าจะมีแรงบางอย่างมากระทำต่อวัตถุอันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอัตราเร็วและทิศทาง นี่รวมไปถึงวัตถุที่ยังไม่เคลื่อนที่ด้วย (คือมีความเร็วเท่ากับศูนย์) ก็จะหยุดนิ่งอยู่กับที่จนกว่าจะมีแรงบางอย่างมากระทำต่อวัตถุให้เคลื่อนที่ ตัวอย่างเช่น เมื่อรถยนต์จอดนิ่งไม่เคลื่อนที่ ความเฉื่อยของรถยนต์ต้องมากกว่าแรงที่กระทำต่อรถยนต์เพื่อที่จะให้รถยนต์เคลื่อนที่ เมื่อรถยนต์กำลังเคลื่อนที่ จะต้องเพิ่มแรงกระทำกับรถยนต์มากขึ้น เพื่อให้รถยนต์เคลื่อนที่เร็วมากขึ้น และเมื่อต้องการชะลออัตราเร็วของรถยนต์ แรงเบรกจะต้องมากกว่าความเฉื่อยของรถยนต์

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book ฟิสิกส์ ๒ เล่ม ๒ ของสำนักพิมพ์ OoKBee

Cover1

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book ฟิสิกส์ ๒ เล่ม ๒ ของสำนักพิมพ์ OoKBee

     1545553384479

คลิกค่ะ  ฟรี 

Wow Free Energy Generator | Free Energy Magnet Motor Generator

 

6 Experiments With Magnet

 

Tesla komt na 100 jaar toch weer om de hoek

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ฮือฮา นักวิทย์พบน้ำในชั้นบรรยากาศ ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะครั้งแรก

messageImage_1568247983677

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบน้ำในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ที่อยู่นอกระบบสุริยะของเราเป็นครั้งแรก โดยเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างออกไปถึง 111 ปีแสง

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 11 ก.ย. 2562 ว่า ทีมนักดาราศาสตร์ค้นพบน้ำในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่ในเขตอาศัยได้ของดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างไกลเป็นครั้งแรก ซึ่งการค้นพบครั้งนี้ทำให้ดาวเคราะห์ดวงนี้ที่มีชื่อว่า “K2-18b” อาจเป็นดาวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

ข้อมูลการค้นพบดังกล่าวถูกเผยแพร่ลงในวารสารวิทยาศาสตร์ (Nature Astronomy) โดยทีมนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ตรวจสอบดาวเคราะห์ต่างๆ ที่พบโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ “ฮับเบิล” ในวงโคจรโลก ระหว่างปี 2016-2017 และระบุสารเคมีบางอย่างในชั้นบรรยากาศของดาวเหล่านี้ด้วยการศึกษาความเปลี่ยนแปลงของแสงดาว ในขณะที่ดาวเคราะห์เหล่านั้นโคจรรอบดาวฤกษ์ของตัวเอง และมีเพียงดาว K2-18b เท่านั้นที่แสดงให้เห็นหลักฐานโมเลกุลของน้ำ โดยคอมพิวเตอร์วิเคาะห์ว่า ราว 50% ของชั้นบรรยากาศอาจประกอบด้วยน้ำ

ศาสตราจารย์ โจวานนา ติเนตติ จากมหาวิทยาลัยลอนดอน (UCL) ผู้นักทีมนักดาราศาสตร์กลุ่มนี้ ระบุว่า นี่เป็นการค้นพบที่น่าตื่นตาตื่นใจ “นี่เป็นครั้งแรกที่เราตรวจพบน้ำบนดาวเคราะห์ที่ดาวเคราะห์ในเขตอาศัยได้รอบดาวฤกษ์ ที่อุณหภูมิอาจเหมาะต่อการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิต”

อนึ่ง เขตอาศัยได้คือ เขตพื้นที่รอบดาวฤกษ์เช่นดวงอาทิตย์ ที่มีอุณหภูมิพอเหมาะให้นำคงสภาพเป็นของเหลวบนพื้นผิวของดาว ซึ่งโลกของเราก็เป็นหนึ่งในดาวเคราะห์ที่อยู่ในเขตอาศัยได้เช่นกัน

ขณะที่ดาว K2-18b มีขนาดประมาณ 2 เท่าของโลก อุณหภูมิระหว่าง 0-40 องศาเซลเซียส ซึ่งเย็นพอให้น้ำคงสภาพเป็นของเหลว แต่มันอยู่ห่างจากโลก 111 ปีแสงหรือประมาณ 650 ล้านล้านไมล์ ซึ่งไกลเกินกว่าที่จะส่งยานใดๆ ไปสำรวจ ทางเลือกเดียวตอนนี้คือต้องรอกล้องโทรทรรศน์รุ่นใหม่ที่จะถูกส่งออกสู่อวกาศในช่วงทศวรรษที่ 2020 เพื่อตรวจสอบแก๊สที่มีเพียงสิ่งมีชีวิตเท่านั้นที่สร้างได้ ในชั้นบรรยากาศของดาวดวงนี้

“นี่เป็นหนึ่งในคำถามใหญ่ที่สุดในวงการวิทยาศาสตร์ และเราก็สงสัยมาตลอดว่า เราอยู่อย่างโดดเดี่ยวในจักรวาลหรือไม่” ดร. อินโก วาลด์มันน์ จาก UCL กล่าว “ภายใน 10 ปีข้างหน้า เราจะได้รู้ว่ามีสารเคมีที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตในชั้นบรรยากาศของดาวดวงนั้นหรือไม่

https://www.thairath.co.th/news/foreign/1658761

สารคดี โลกที่ไร้ขอบเขต ตอน สำรวจโลกต่างดาวนอกระบบสุริยะ HD

คลิกดูสารคดี ความละเอียดระดับ HD

วิกฤติขยะทะเลตรัง สำรวจพบปลาทูกินขยะไมโครพลาสติกเต็มกระเพาะ

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

วิกฤติขยะทะเลตรัง สำรวจพบปลาทูกินขยะไมโครพลาสติกเต็มกระเพาะ หลัง ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล จ.ตรัง เผยผลวิจัยพบขยะไมโครพลาสติกในปลาทู 78ชิ้นต่อ1ตัว หวั่นกระทบห่วงโซ่อาหารทั้งระบบ รวมถึงแกงไตปลาอาหารยอดฮิตภาคใต้ ที่ใช้กระเพาะปลาผ่านการหมักดอง อาจจะมีส่วนผสมขยะไมโครพลาสติกด้วย เผยเดินหน้างานวิจัยในหอยตะเภา หอยชักตีน และหอยผีเสื้อ เตือนให้ทุกคนตระหนักว่า ควรจัดการขยะอย่างไรให้ถูกวิธี

วันที่ 11 กันยายน 2562 ที่ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 3 จ.ตรัง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ต.ไม้ฝาด อ.กันตัง จ.ตรัง ว่าหลังจากกรณีที่มาเรียม พะยูนน้อย ได้ตายจากสาเหตุกินถุงพลาสติกเข้าไป กระทั่งต่อมาทางสื่อโซเชียลได้มีการแชร์ข้อมูลจากเพจศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 3 จ.ตรัง เกี่ยวกับการพบไมโครพลาสติกในกระเพาะปลาทูไทย ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง เฉลี่ยตัวละ 78 ชิ้น ประกอบไปด้วยพลาสติกลักษณะต่างๆ เช่น เส้นใย ชิ้น แท่ง และกลิตเตอร์ ซึ่งลักษณะของไมโครพลาสติกที่พบมากที่สุดคือ ชิ้นสีดำ ด้วยค่าร้อยละ 33.96 ทำให้มีชาวโซเชียลต่างให้ความสนใจและเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด นางสาวเสาวลักษณ์ ขาวแสง อายุ 30 ปี ผู้ช่วยปฏิบัติงานวิจัย ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 3 จ.ตรัง กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการวิจัยเนื่องมาจากการที่ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ได้มีการเก็บขยะทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-09.30 น. จากนั้นก็จะนำมาแยกเป็นประเภทต่างๆ แล้วชั่งน้ำหนัก โดยมีการจัดหาสถานีเก็บขยะในแต่ละวัน เพื่อเป็นการจดบันทึกข้อมูลว่า ในแต่ละรอบเดือน ในแต่ละรอบปี มีปริมาณขยะในแต่ละชนิดประมาณเท่าไหร่ หลังจากที่เก็บพบปัญหาว่าขยะเล็กๆที่ไม่สามารถเก็บมาได้เนื่องจากไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าจึงคิดว่าขยะขนาดเล็กดังกล่าวจะต้องอยู่ในมวลน้ำ ตนจึงทำการศึกษาจากงานวิจัยของคนอื่นๆว่ามีการเก็บจากมวลน้ำในทราย
นางสาวเสาวลักษณ์ กล่าวอีกว่า ทางศูนย์ฯจึงสนใจว่าในระบบบ่วงโซ่อาหารที่อยู่ใกล้ตัว โดยเฉพาะอาหารพื้นบ้านแกงไตปลาที่ชาวใต้นิยมรับประทานกินกันในขนมจีน หรือแกงไตปลาพร้อมเครื่องเคียง ซึ่งวัสถุดิบจะต้องเอากระเพาะปลามาหมักดอง โดยเฉพาะระบบบ่วงโซ่อาหารในทะเลปลาใหญ่จะกินปลาเล็กกินกันเป็นทอดๆ ทางศูนย์ฯจึงสนใจในโซนทะเลตรังบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมจังหวัดตรัง ซึ่งมีปลาเศรษฐกิจทั่วไปที่ทุกคนสามารถบริโภคได้ และมีราคาที่ไม่สูงเกินไป อยู่เป็นจำนวนมาก

“ดังนั้น ทางศูนย์ฯ จึงได้เริ่มเก็บตัวอย่างปลาทู มาจากกลุ่มประมงขนาดเล็ก เฉพาะน่านน้ำในบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม แล้วนำปลามาแยกในส่วนของกระเพาะเข้า Lab ปฏิบัติการ ตรวจไมโครพลาสติกมีลักษณะเป็นอย่างไร ปรากฎว่าพบไมโครพลาสติกประมาณ 78 ชิ้น ต่อ 1 กระเพาะในตัวปลาทู การดำเนินการจะอาหารในกระเพาะปลามาผ่านการย่อย นขั้นตอนการกรองว่าสารที่เหลือพลาสติกเป็นอย่างไร ดูทั้งลักษณะของสีผ่านกล้องโทรทัศน์ จากงานวิจัยหลักวิชาการทั่วไป ไมโครพลาสติกจะมีขนาดประมาณ 1-5 มิลลิเมตร และไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ เพราะมีขนาดเล็กมาก เพราะเกิดมาจากการแตกหักของพลาสติกชิ้นใหญ่ในประเภทต่างๆ แล้วด้วยปัจจัยสิ่งแวดล้อม เช่น ความเค็ม กระแสน้ำ จะทำให้พลาสติกแตกหักเป็นชิ้นเล็กๆ เรื่อยๆ จนกลายเป็นไมโครพลาสติก และปลาทูได้กินเข้าไปดังกล่าว” นางสาวเสาวลักษณ์ กล่าว

นางสาวเสาวลักษณ์ กล่าวอีกว่า เมื่อปลาทูได้กินไมโครพลาสติกเข้าไป จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของปลาได้อย่างไรบ้างทางศูนย์ฯ ยังไม่ได้วิจัยถึงตัวปลาว่า จะได้รับผลกระทบหรือไม่ รวมทั้งสามารถบ่งบอกได้ว่าขยะเหล่านี้มาจากไหน แต่การวิจัยในครั้งนี้เพื่อต้องการที่จะให้ผู้คนตระหนักว่า ควรจัดการขยะอย่างไรให้ถูกวิธี และเป็นเพียงแค่ข้อมูลว่าระบบนิเวศตอนนี้มันเป็นยังไง เพราะถือเป็นวิกฤตขยะทางทะเลแล้ว อยากให้ทุกคนช่วยแก้กันที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ โดยเฉพาะการช่วยกันลดการทิ้งขยะ

“ ส่วนในอนาคตทางศูนย์ฯ จะทำการวิจัยเรื่องไมโครพลาสติกเพิ่มเติม ในหอยตะเภา หอยชักตีน และหอยผีเสื้อ ซึ่งเป็นหอยชื่อดังประจำถิ่นของ จ.ตรัง และเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่คนนิยมบริโภคกันมาก ซึ่งจากการทำวิจัยปลาทูทั้งหมด 60 ตัว ในระยะเวลา 3-4 เดือน พบว่าเจอไมโครพลาสติกอยู่ในปลาทูทุกตัว มี 78 ชิ้นต่อตัว ซึ่งมันอยู่ในห่วงโซ่อาหารแล้ว นอกจากนี้ได้มีการวิจัยหอยเสียบ ของ จ.จันทบุรีแล้วด้วย แต่ในทางของสุขภาพมนุษย์นั้นในอุจจาระก็จะมีอยู่แล้ว แต่ในของประเทศไทยยังไม่มีการทดลองในเรื่องนี้ ในส่วนของสุขภาพจะมีผลกระทบไหมยังคงต้องรอการวิจัยต่อไป”นางสาวเสาวลักษณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการที่มีสื่อโซเชียล กระจายข่าวเกี่ยวกับเรื่องการพบไมโครพลาสติกในกระเพาะปลาทูไทย จนอาจทำให้ผู้คนเริ่มตื่นตระหนก ถึงขั้นไม่กล้ากินปลาทูนั้น แต่จริงๆ แล้วขยะเหล่านี้คงไม่ได้อยู่ในเฉพาะปลาทูอย่างเดียว และไม่ได้เฉพาะเจาะจงบริโภคเฉพาะตัวของกระเพาะ เนื่องจากยังคงวิจัยต่อไปว่าในเนื้อเยื่อของปลามีการพบไมโครพลาสติกหรือไม่ด้วย ซึ่งไม่ถึงขั้นที่จะต้องตัดปลาจำพวกนี้ออกจากระบบห่วงโซ่อาหาร เพียงแต่เมื่อผลการวิจัยออกมา เราก็ควรยอมรับความจริง และอยากให้ตระหนักถึงเรื่องการไม่ทิ้งขยะให้มากที่สุด

https://siamrath.co.th/n/102329

คิดได้ไง! พัฒนา″ลิ้นเทียม”จับผิดเหล้าปลอม

นักวิทยาศาสตร์สก็อตแลนด์ พัฒนาเทคโนโลยี “ลิ้นเทียม” เพื่อตรวจจับวิสกี้ปลอม หลังจากที่วิสกี้ปลอมแพร่ระบาดในสหราชอาณาจักร

วันนี้ ( 4 ก.ย. 62 )นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกลาสโคว์ ของสก็อตแลนด์ พัฒนาเทคโนโลยี “ลิ้นเทียม” เพื่อใช้สำหรับตรวจจับวิสกี้ปลอม ซึ่งลิ้นเทียมมีการบรรจุเศษทองและอะลูมิเนียมขนาดเล็ก เพื่อทดสอบว่า เศษเหล็กในลิ้นเทียมเหล่านี้ มีการตอบสนองต่อแสงอย่างไร เมื่อนำมาจุ่มลงในวิสกี้

นักวิทยาศาสตร์อ้างว่า การใช้ต่อมรับรสเทียม ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าต่อมรับรสของมนุษย์ถึง 500 เท่า สามารถตรวจสอบว่าวิสกี้เป็นของปลอมได้หรือไม่ ซึ่งเทคโนโลยีนี้มีความแม่นยำมากถึง 99% ทั้งนี้ ในระหว่างการทดสอบพบว่า ลิ้นเทียมสามารถแยกแยะออกระหว่างวิสกี้ชนิดเดียวกัน แต่มีอายุแตกต่างกัน ตั้งแต่ 12 ปี 15 ปี และ 18 ปี

ดร.อลาสแดร์ คลาร์ค นักวิชาการด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยกลาสโคว์ เล่าว่า เทคโนโลยีนี้ยังสามารถใช้ได้ ในการควบคุมคุณภาพสินค้า และตรวจสอบความปลอดภัยของอาหาร อย่างเช่นการตรวจหาสารพิษในน้ำหอม นอกจากนี้แล้ว ลิ้นเทียมยังสามารถนำมาทดแทนอาชีพ “นักทดลองชิม” แบบดั้งเดิม เนื่องจากเป็นงานที่เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการจ้าง และยังเป็นอาชีพที่น่าเบื่อมาก

อย่างไรก็ตาม แกรม แม็กซ์เวลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิสกี้ของ McTear’s auctioneers บอกว่า เทคโนโลยีลิ้นเทียมอาจจะใช้ได้ผลในบางวงการ แต่ใช้ไม่ได้กับวงการการประมูล เนื่องจากวิสกี้ที่จำหน่ายในงานประมูลนั้น ไม่ได้มีไว้ให้ดื่ม แต่มีไว้สะสมเท่านั้น

ทั้งนี้ วิสกี้เป็นสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ที่ส่งออกมากที่สุดของสหราชอาณาจักร นอกเหนือจากแซลมอน ช็อคโกแลต และชีส โดยเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา การส่งออกวิสกี้ของสหราชอาณาจักร มีมูลค่ามากถึง 4,700 ล้านปอนด์ ซึ่งวิสกี้ได้รับความนิยมในหลายประเทศ โดยเฉพาะในจีน ฮ่องกง และสหรัฐฯ ขณะที่การจำหน่ายวิสกี้ปลอมมีการแพร่ระบาดเช่นเดียวกัน โดยศูนย์วิจัยด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มมหาวิทยาลัยในสก็อตแลนด์ หรือ SUERC ได้ทำการตรวจสอบวิสกี้ พบว่าวิสกี้จำนวน 21 ขวด จากทั้งหมด 55 ขวด เป็นวิสกี้ปลอม

https://www.tnnthailand.com/content/16017

 

เขียงสุดสมาร์ต

เขียงสุดสมาร์ต

เขียงสุดสมาร์ต – บริษัท ดิ เยส คัมพานี ในสหรัฐอเมริกา เปิดตัว “ช็อพบ็อกซ์” (ChopBox) เขียงอัจฉริยะอันแรกของโลก มาพร้อมฟังก์ชั่นของใช้สำคัญในครัวที่รวมอยู่ในเขียงเพียงอันเดียว ช็อพบ็อกซ์ผลิตจากไม้ไผ่ออร์แกนิก 100% แข็งแรงทนทานรับแรงกดได้เกือบ 70 กิโลกรัม ขนาดกว้าง 17.9 นิ้ว ยาว 11 นิ้ว และหนา 1.2 นิ้ว

ใช้แบตเตอรี่ลิเทียมไออน และชาร์จไฟด้วยสายยูเอสบี มาในรูปแบบเขียงคู่ โดยเขียงหลักอยู่ด้านบนและมีเขียงขนาดเล็กที่ดึงแยกส่วนออกมาใช้งานพร้อมกันได้ หรือจะใช้เขียงเล็กเป็นถาดรองของที่หั่นจากเขียงหลักก็ไม่มีปัญหา

เขียงสุดสมาร์ต

นอกจากหน้าที่หลักของเขียงสำหรับหั่นผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และสารพัดอาหารแล้ว ช็อพ บ็อกซ์ยังมีส่วน ชั่งตวงซึ่งรองรับ น้ำหนักสูงถึง 3 กิโลกรัม นาฬิกาจับเวลาและเสียงแจ้งเตือนบนแผงคำสั่ง เหมาะกับการตั้งเวลาอบ นึ่ง หรือตุ๋น

สามารถตั้งเวลาได้นานถึง 9 ชั่วโมง และไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นปัญหาเมื่อนำเขียงไปล้างทำความสะอาด เพราะช็อพบ็อกซ์ผลิตมา พิเศษตามมาตรฐานทนน้ำได้ของไอพีเอ็กซ์ 7 คืออยู่ในน้ำชั่วคราวได้นานสุด 30 นาทีที่ระดับความลึกไม่เกิน 1 เมตร

ที่สำคัญมีแถบทำความสะอาดมีดด้วยหลอดไฟแอลอีดีแสงอัลตราไวโอเลตซี (ยูวีซีที่ความยาวคลื่น 254 นาโนเมตร ทำลายเชื้อโรคและแบคทีเรียได้หมดจด 99.99% แถมยังมีส่วนลับมีดให้เลือก 2 แบบ คือ หินลับมีดไดม่อนสโตน และหินลับมีดเซรามิก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ kickstarter

https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_2873020

ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ในญี่ปุ่น “ฮาโดรซอร์” นักวิทย์ชี้อาศัยอยู่ใกล้ทะเล

ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ในญี่ปุ่น

AFP

ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ในญี่ปุ่น “ฮาโดรซอร์” นักวิทย์ชี้อาศัยอยู่ใกล้ทะเล

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ในญี่ปุ่น – วันที่ 6 ก.ย. เอเอฟพี รายงานว่า คณะนักวิจัยโดยการนำของมหาวิทยาฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ จากโครงกระดูกในสภาพเกือบสมบูรณ์ ด้วยความยาว 26 ฟุต หรือราว 8 เมตร ถือเป็นขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในญี่ปุ่น ซึ่งมีการขุดค้นครั้งแรกทางเหนือของญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2556

การค้นพบดังกล่าวตีพิมพ์ผ่านนิตยสารวิทยาศาสตร์ Scientific Reports คณะนักวิจัยสรุป หลังวิเคราะห์กระดูกไดโนเสาร์หลายร้อยชิ้น ซึ่งมีอายุย้อนไปถึง 72 ล้านปี ว่า เป็นของ ฮาโดรซอร์ หรือ ไดโนเสาร์ปากเป็ด สายพันธุ์ใหม่ เป็นไดโนเสาร์กินพืช มีชีวิตในช่วงปลายยุคครีเตเชียส หรือเมื่อ 65 ล้านปีก่อน

คณะนักวิจัยตั้งชื่อวิทยาศาสตร์เป็น คามูอิซอรัส จาโปนิคัส (Kamuysaurus japonicus) หมายถึง เทวมังกรญี่ปุ่น เชื่อว่าเป็นไดโนเสาร์ตัวเต็มวัย อายุ 9 ปี น้ำหนัก 4 ตัว หรือ 5.3 ตัน ขึ้นอยู่กับว่าเดินด้วย 2 ขา หรือ 4 ขา

“การค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ในญี่ปุ่นเท่ากับว่า ครั้งหนึ่งในญี่ปุ่นหรือเอเชียตะวันออกเคยมีโลกอิสระ (independent world) ของไดโนเสาร์ และกระบวนการวิวัฒนาการอิสระ” โยชิทซึงุ โคบายาชิ หัวหน้าคณะนักวิจัย ระบุ

คามูอิซอรัส จาโปนิคัส อาจอาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่ง ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยหายากสำหรับไดโนเสาร์ในเวลานั้น และฟอสซิลของฮาโดรซอร์สายพันธุ์ใหม่ยังให้ข้อมูลเชิงลึกมีค่าเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของไดโนเสาร์ด้วย

มหาวิทยาลัยฮอกไกโดระบุด้วยว่า การวิจัยในครั้งนี้เพิ่มน้ำหนักความเป็นไปได้ที่ว่า ไดโนเสาร์บางสายพันธุ์ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้ทะเล โดยสภาพแวดล้อมชายฝั่งทะเลเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไดโนเสาร์มีความหลากหลายในช่วงต้นวิวัฒนาการของไดโนเสาร์

++++++++++++

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ดูภาพยนตร์ จูราสสิค พาร์ค

 

กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์

คลิกเข้าดูเรื่องย่อ

และภาพยนตร์เต็มเรื่อง

Jurassic Park 1 จูราสสิค พาร์ค กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book ฟิสิกส์ ๒ เล่ม ๑ ของสำนักพิมพ์ OoKBee และ คลิป กระบวนการแปรรูปเหล็ก

Cover

ฟิสิกส์ ดิสคอฟเวอรี่ มอบหนังสือ e-book ฟิสิกส์ ๒ เล่ม ๑ ของสำนักพิมพ์ OoKBee

     1545553384479

คลิกค่ะ  ฟรี 

คลิป Most Satisfying Factory Machine & Tools

 

คลิป The rough iron processing process is amazing

 

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ภาพถ่ายหลุมดำภาพแรกของโลก ได้รับรางวัล 90 ล้านบาท

ภาพถ่ายหลุมดำภาพแรกของโลก

ภาพถ่ายหลุมดำภาพแรกของโลก ได้รับรางวัล 90 ล้านบาท

ภาพถ่ายหลุมดำภาพแรกของโลก – ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ “อีเวนท์ ฮอไรซอน เทเลสโคป คอลเลเบอเรชัน” หรือ อีเอชที ถ่ายภาพหลุมดำได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อเดือน เม.. 2019 ได้รับเงิน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 90 ล้านบาท จากการชนะการประกวดในเวทีการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ทางฟิสิกส์พื้นฐาน 2020

ส่วนผู้ชนะรางวัลอื่นๆ ได้แก่ ผู้ค้นพบเซลล์ที่เป็นกลไกทำให้รู้สึกเจ็บ และผู้ค้นพบระบบต่อมไร้ท่อชนิดใหม่ที่เนื้อเยื่อไขมันสื่อสารกับสมองซึ่งเชื่อมโยงกับการรับประทานอาหาร

รางวัลการค้นพบที่ย่ิ่งใหญ่จัดขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 8 แล้ว โดยมีรางวัล 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ ฟิสิกส์พื้นฐาน ชีววิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ แต่ละรางวัลจะได้รับเงิน  ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 90 ล้านบาท แม้ว่าแต่ละทีมอาจมีนักวิจัยคนเดียวหรืือหลายคนก็ตาม

ส่วนทีมอีเอชที มีนักวิทยาศาสตร์ 347 คน ประจำการใน 20 ประเทศ ซึ่งแต่ละคนจะได้รับเงินประมาณ 8,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 255,000 บาท โดยนักวิทยาศาสตร์แต่ละคนทำงานร่วมกันมานานกว่าทศวรรษเพื่อจับภาพหลุมดำโดยใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ติดตั้งทั่วโลก แล้วใช้ภาพอัลกอริธึมเติมช่องว่างและต่อภาพต่างๆ เข้าด้วยกันจนเป็นภาพเดียว

นอกจากเงินรางวัลแล้ว ผู้ชนะรางวัลจะเข้าพิธีรับรางวัลในวันที่ 3 .นี้อีกด้วย

https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_2869575

โดยหลุมดำแห่งแรก ที่มีการเก็บภาพคือ หลุมดำที่ใจกลางกาแลคซี ที่ใช้ชื่อ ‘Sagittarius A*’ มันมีมวลเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ของเราประมาณ 4.1 ล้านดวง การถ่ายภาพของมัน คือความพยายามถ่ายภาพจากระยะ 26,000 ปีแสง ที่โลกตั้งอยู่ใจกลางทางช้างเผือก และเป็นเหมือนความพยายามมองเห็นสีส้มบนดวงจันทร์ด้วยตาเปล่า