คลังเก็บหมวดหมู่: นายธีรพนธ์ บุญปก/นายจิรายุส แซ่อึง/นายศักรินทร์ เกษกรรณ์/นายเมธวัจน์ ศิรรุ่งเรืองภรณ์

สุดครีเอต! เปลี่ยน “สมองปลา″ เป็น “แฟลชไดรฟ์” เพื่อบันทึกข้อมูล

สุดครีเอต! เปลี่ยน "สมองปลา" เป็น "แฟลชไดรฟ์" เพื่อบันทึกข้อมูล

USB Flash Drive (แฟลชไดรฟ์) หรืออุปกรณ์บันทึกข้อมูลและไฟล์ดิจิตอลยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกงาน ไฟล์เอกสาร ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เพลง หรือไฟล์อื่นๆ ตามแต่ผู้ใช้ต้องการ

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ยิ่งในยุคนี้ มีแฟลชไดรฟ์ตัวการ์ตูนน่ารักๆ หลายแบบให้ผู้ใช้ได้เลือกตามความชื่นชอบของตนเอง ซึ่งเราก็ขอแนะนำให้คุณเลือกแบบที่มีขนาดพอเหมาะพอดี ไม่ใหญ่เกินไป สามารถพกพาง่าย และตรวจสอบแล้วว่าเป็นสินค้าที่ผลิตมาได้มาตรฐาน

วันนี้ ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะพาคุณไปดูอีกหนึ่งแฟลชไดรฟ์สุดสร้างสรรค์ นั่นคือการ “นำสมองของปลาแห้งมาทำแฟลชไดรฟ์” ผลงานของเยาวชนจากแดนปลาดิบ

เรื่องราวมีอยู่ว่า นักศึกษาวิชาเคมีชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งกำลังทำวิจัยเกี่ยวกับสารสังเคราะห์อยู่นั้น ได้พัฒนา USB Drive ที่ใช้สมองของปลาตัวเล็กเป็นพื้นที่จัดเก็บ

เนื่องจากเขาตั้งข้อสังเกตว่าสมองของเจ้าปลาแห้งนี้สามารถนำมาทำเป็นหน่วยความจำ ดังนั้นเขาจึงนำชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เชื่อมต่อกับเจ้าปลาแห้งนี้ แล้วนำไปใส่ในหลอดแก้ว เพื่อให้สามารถเห็นเจ้าปลาตัวเล็กนี้ได้อย่างชัดเจน แถมสมองของแฟลชไดรฟ์ปลาแห้งนี้ยังมีความจุมากถึง 32GB อีกด้วย

สำหรับองค์กรพิทักษ์สัตว์ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะปลาที่นำมาใช้คือ ปลาคิบินาโกะแห้ง หรือ Silver-striped round herrings ที่ขายอยู่ทั่วไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตประเทศญี่ปุ่น เพราะชาวญี่ปุ่นนิยมนำมาทำซุป หรือนำมาปรุงอาหารอื่นๆ กันแพร่หลาย (แน่นอนว่าตอนที่เอามาใช้ พวกปลาตัวน้อยนั้นตายแล้วจ้า)

ทั้งนั้น แฟลชไดรฟ์ลูกปลาน้อย จะถูกนำมาวางจำหน่ายครั้งแรกในงาน HandMade In Japan Fes 2019 ณ Tokyo Big Sight เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในราคา 7,800 เยน (ประมาณ 72 ดอลลาร์สหรัฐ) และจะได้รับส่วนลดถึง 20% หากติดตามทวิตเตอร์ของเขา!

อย่างไรก็ตาม…มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายคนออกมาตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้สมองปลาเป็นหน่วยความจำ ชาวโซเชียลหลายคนก็ให้ข้อสรุปออกมาแล้วว่าอันที่จริงแล้วเป็นการนำไดร์ฟขนาดเล็กมาติดที่บริเวณหัวปลาให้สวยงามเท่านั้น ไม่ได้ใช้สมองปลาเก็บข้อมูลจริงๆ แหม แต่เอาปลามาทำแฟลชไดร์ฟได้…แค่นี้ก็ยอมใจความครีเอตแล้วจ้า

เอ้า…คุณผู้อ่านคิดว่าอย่างไร น่าใช้ไหมคะ??

ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/1465419

5 เกร็ดความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี VR ที่คุณควรทราบ

ปัจจุบัน บริษัททางเทคโนโลยีจำนวนมากนำเสนอผลิตภัณฑ์และคอนเทนต์สำหรับแว่นVR  เพื่อเพิ่มช่องทางใหม่ในการสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงจากแว่น VR ที่ดีและเหมาะสมตามความต้องการของผู้ใช้ แต่การจะเลือกผลิตภัณฑ์ VR ที่ถูกใจ คุณควรจะทำการบ้านและศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีน้องใหม่นี้ซักหน่อย ในงานสังสรรค์ครั้งต่อไป สร้างความประทับใจให้กับแขกในงานด้วยเกร็ดความรู้ 5 อย่างเกี่ยวกับเทคโนโลยี VR ดังต่อไปนี้

1 จุดกำเนิดของเทคโนโลยี virtual reality (VR)

เทคโนโลยี VR ถูกออกแบบมาเพื่อการยกระดับการรับชมความบันเทิงโดยเฉพาะ โดยคุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ผ่านประสบการณ์เสมือนจริง ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีเสมือนจริงจะไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในช่วงแรก แต่ถือเป็นก้าวบุกเบิกที่สำคัญสำหรับวงการบันเทิงในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีนักประดิษฐ์เทคโนโลยี VR ท่านอื่นๆ ได้แก่ นาย Jaron Lanier นักประดิษฐ์คนแรกที่สร้างคำนิยาม “Virtual Reality” หรือประสบการณ์เสมือนจริง และยังมีนาย Douglas Engelbart  ผู้สร้างโครงสร้างการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์และผู้ใช้ หรือ Interface User ซึ่งเขาเองก็ได้คิดค้นเมาส์สำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์อีกด้วย

Jaron Lanier

นอกจากนี้ยังมี นาย Ivan Sutherland ซึ่งเป็นนักประดิษฐ์คนแรกที่คิดค้นหน้ากากหน้าจําลองภาพและเสียง หรือ Head Mounted Display (HMD) และ นาย Myron Krueger ผู้เชี่ยวชาญทางด้านคอมพิวเตอร์กราฟิกและระบบเสียง ซึ่งบุคคลเหล่านี้ช่วยยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงและทำให้เกิดเทคโนโลยี VR และระบบ TheaterMax ขึ้นมา ด้วยภาพ widescreen และสีสันสมจริง พร้อมด้วยคุณภาพเสียงเหนือระดับ โดยคุณสามารถสัมผัสประสบการณ์ทั้งหมดนี้ได้อย่างง่ายดายผ่าน Lenovo VIBE 3 หรือ Lenovo K4 Note นอกจากนี้เลอโนโวสมาร์ทโฟนยังมาพร้อมแว่น VR ที่ให้ประสบการณ์ชมภาพยนตร์และการเล่นเกมส์ผ่านจอ widescreen ในราคาย่อมเยา

2 การผจญภัยในโลกใหม่ๆ

หาก คุณต้องการแข่งขันเทนนิสกับบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่าง มาเรีย ชาราโปว่า หรือกอบกู้โลกเคียงข้างเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่จาก The Avenger แน่นอนว่า ท่านสามารถสัมผัสประสบการณ์เหล่านั้นได้ด้วยเทคโนโลยีแว่น VR (VR technology) ซึ่งช่วยทำให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้กลายเป็นจริงขึ้นมา ด้วยการพัฒนาข้อมูลที่น่าตื่นตาตื่นใจที่ส่งมอบประสบการณ์เสมือนจริงให้กับ ผู้ใช้งาน ด้วยอุปกรณ์ ตั้งแต่ระบบเสียงรอบทิศทาง – ซึ่งสามารถใช้งานได้บนสมาร์ทโฟนรุ่น VIBE X3 และ A7010/K4 Note จนไปถึงถุงมือเซนเซอร์ซึ่งตรวจจับการเคลื่อนไหว ผู้ใช้งานแว่น VR สามารถเพลิดเพลินโลกเสมือนจริงที่ไร้ขีดจำกัด

3 เทคโนโลยี VR เป็นมากกว่าความบันเทิง

หลายคนมองว่าเทคโนโลยี VR สร้างมาสำหรับความบันเทิงเพียงเท่านั้น แต่ทราบหรือไม่ว่าอุปกรณ์แว่น VR มีความสามารถที่มากกว่าความบันเทิงและการเล่นเกมส์ เพราะยังมีความสามารถในการช่วยเหลือสังคมอีกด้วย โดยสามารถนำไปใช้ในการช่วยบรรเทาอาการผู้ป่วยภาวะปวดหลอน ที่เจ็บปวดในส่วนแขน-ขาที่ถูกตัดไปแล้ว และยังสามารถช่วยทหารผ่านศึกที่ต้องต่อสู้กับโรคเครียด PTSD หรือ post-traumatic stress disorder ได้อีกด้วย ดูเหมือนว่าเทคโนโลยี VR จะสามารถรื้อฟื้นความเชื่อมั่นในมนุษยชาติ เพราะเหล่านักพัฒนามักใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อช่วยผู้คนในวิธีที่ไม่คาดไม่ถึง

4 แว่น VR กระดาษแข็ง

ในปีที่ผ่านมา เทคโนโลยี VR กลายเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลายซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และดูเหมือนว่าเทคโนโลยี VR จะได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถล้ำสมัยยิ่งขึ้น ทำให้หลายคนประทับใจในความสามารถของเทคโนโลยีดังกล่าว ทั้งนี้ นักพัฒนาทางด้านไอทียังได้คิดค้นวิธีการนำเสนอเทคโนโลยี VR ที่ทุกคนสามารถนำมาใช้งานได้โดยแชร์ขั้นตอนการประดิษฐ์แว่น VR จากกระดาษแข็ง ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้ทดลองใช้เทคโนโลยี VR แต่ยังช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ความคิดสร้างสรรค์ให้แก่ผู้ใช้งานอีกด้วย

5 คู่หูความบันเทิงที่เหนือระดับ

สมาร์ทโฟนกลายเป็นคู่หูสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวัน ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนให้คุณสามารถสัมผัสความบันเทิงในรูปแบบใหม่ผ่านเทคโนโลยีและแว่น VR เลือกสมาร์ทโฟนที่โดนใจคุณ พร้อมกับสวมแว่น VR และเพลิดเพลินไปกับโลกแห่งความบันเทิงเสมือนจริงที่กำลังรอคุณอยู่ สำหรับท่านที่รักการดูหนัง เทคโนโลยี VR ยังทำให้คุณสนุกกับการชมภาพยนตร์สุดโปรดผ่านระบบ TheatreMax ด้วยภาพ widescreen และสีสันสมจริงแบบไม่ต้องง้อโรงภาพยนตร์

ที่มา https://tech.mthai.com/gadget/57839.html?fbclid=IwAR3RZSQ9CVE0Oh81pEp_SI4y2b6YeU9TGHZL0FeRUoLheY7_99nmlnYHWzU

Intel เผยข้อมูล Sunny Cove สถาปัตยกรรมของซีพียูรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้า

Intel เผยข้อมูล Sunny Cove สถาปัตยกรรมของซีพียูรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้า

Intel ได้เผยรายละเอียดของ Sunny Cove สถาปัตยกรรมการออกแบบซีพียูรุ่นใหม่ ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีระดับ 10 นาโนเมตร คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2019 โดยได้วางแผนการพัฒนาให้ตัวซีพียูรองรับการทำงานขนาดใหญ่ได้ดีกว่าในปัจจุบัน อย่างเช่น การคำนวณผลของ AI, การถอดรหัส Crypto (ขุดเหมืองดิจิทัล), ประมวลผลพาหนะขับเคลื่อนอัตโนมัติ ฯลฯ

Sunny Cove มีการออกแบบตัวสถาปัตยกรรมการทำงานใหม่ทั้งหมด ทำให้มันมีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงกว่าเทคโนโลยีปัจจุบันอย่าง Skylake แบบก้าวกระโดด พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ ทั้ง Skylake, Kaby Lake, Coffee Lake. Whiskey Lake แม้ว่าจะมีความเร็วของสัญญาณนาฬิกาไม่เท่ากัน และหลายสิ่งที่แตกต่างกัน แต่ตัวสถาปัตยกรรมหลักที่ใช้ทำงานยังคงเหมือนเดิม นั่นหมายความว่าค่าวัฏจักรคำสั่ง หรือที่เรียกว่า Instructions per cycle (IPC) ยังคงเท่าเดิม

Intel เผยข้อมูล Sunny Cove สถาปัตยกรรมของซีพียูรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้า

Ronak Singhal ผู้อำนวยการของ Intel ได้เผยว่า “Sunny Cove มีค่า Latency ที่ต่ำ และมีความสามารถในการรับส่งข้อมูลที่สูงขึ้น ซึ่งมันจะทำให้ประสิทธิภาพในการใช้ทำงานดีกว่าเดิมเป็นอย่างมาก โดยมันเป็นซีพียูที่ Deeper (ลึกขึ้น), Wider (กว้างกว่า) และ Smarter (ชาญฉลาด) กว่าเดิม”

ความหมายของ Deeper คือ มันเพิ่มขนาด Cache ให้ใหญ่กว่าเดิม, Wider คือ การที่แต่ละคอร์สามารถรับคำสั่งแบบ Parallel ได้มากกว่าเดิม หากเทียบกับ Skylake ตัวชิปได้รับการออกแบบเป็น 5-Wide จากเดิมที่มีเพียง 4-Wide ส่วน Smarter จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างการถอดสมการ Cryptography, AI และ Machine learning ให้ดียิ่งกว่าเดิม

Intel เผยข้อมูล Sunny Cove สถาปัตยกรรมของซีพียูรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้า

อินเทลได้มีการสาธิตประสิทธิภาพของซีพียู Sunny Cove ด้วยการใช้โปรแกรม 7-Zip เข้ารหัส AES-256 ซึ่งผลลัพธ์ได้แสดงให้เห็นถึงความเร็วที่สูงกว่าซีพียูในปัจจุบันถึง 75% เลยทีเดียว ทั้งนี้ ตัวโปรแกรม 7-Zip ที่ใช้สาธิต เป็นเวอร์ชั่นที่ได้รับการปรับแต่งให้ใช้ประโยชน์ของ Sunny Cove ด้านการ Vector processing, compression และ Decompression แล้ว

Intel เผยข้อมูล Sunny Cove สถาปัตยกรรมของซีพียูรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้า

นอกจากนี้ Sunny Cove ยังมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในส่วนของ x64 Virtual memory นับตั้งแต่ที่ AMD ได้เปิดตัว x86-64-extension ให้กับ x86 ในปี 2003 โดยถึงแม้ว่าตัว Virtual memory จะใช้ระบบ 64 บิต ในการเก็บข้อมูล แต่ในความเป็นจริงแล้วมี ค่าที่ใช้ประโยชน์จริงมีเพียง 48 บิต เท่านั้น โดยค่าบิตจะถูกใช้ตั้งแต่ 0-47 ส่วนค่าบิต 48-63 จะเป็นค่าที่ถูกคัดลอกมาจาก 47 บิตแรกอีกที ซึ่งทำให้ค่าพื้นที่ Virtual address มีเพดานจำกัดอยู่ที่ 256TB นั่นหมายความว่าระบบจะรองรับ Physical memory สูงสุดอยู่ที่ 256TB ด้วยเช่นกัน ซึ่งมันถูกจำกัดเพดานเอาไว้เท่านี้ตั้งแต่ปี 2003

แต่ใน Sunny Cove อินเทลได้ทำลายเพดานดังกล่าวแล้ว ด้วยการออกแบบให้ใช้ค่าบิตได้ถึงถึง 57 บิต ทำให้ Virtual address space ขยับไปอยู่ที่ 128PB (128,000TB) และ Physical memory สูงสุดที่ 4PB(4,000TB)

การ์ดจอที่มาพร้อมกับตัวซีพียูก็เป็นอีกส่วนที่ทางอินเทลได้ทำการอัพเกรดให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยเช่นกัน โดยมันทำความเร็วในการคำนวณได้สูงกว่า 1 FLOPS มันอาจจะไม่แรงเท่ากับพวกการ์ดจอภายนอก แต่หากนำไปเทียบกับ Intel HD Graphics 630 ที่ทำได้เพียง 460 GFLOPS ก็ถือว่าเร็วกว่าเดิมมากเลยทีเดียว ซึ่งทำให้ Sunnny Cove รองรับการเล่นเกมส์ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเก่า

Intel เผยข้อมูล Sunny Cove สถาปัตยกรรมของซีพียูรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้า

อินเทลได้กล่าวว่า Sunny Cove จะถูกใช้ทั้งซีพียู Core และ Xeon โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงครึ่งปีหลังของปี ค.ศ. 2019 แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดวันที่อย่างแน่นอน

อ้างอิงจาก : https://news.thaiware.com/15302.html

Hövding หมวกกันน๊อคถุงลมนิรภัย ง่าย ปลอดภัย ป้องกันการกระแทกศีรษะ

ไม่ว่าจะเป็น อุบัติเหตุ ที่กะทันหันแค่ไหน ร้ายแรงเพียงใด Hövding หมวกกันน๊อคถุงลมนิรภัยจะปกคลุมหัวของคุณทันทีก่อนการกระแทกกับวัตถุ ประสิทธิภาพปกป้องหัวของคุณได้ดีกว่า หมวกกันน๊อค ทั่วไป

นี่คือ หมวกกันน๊อคถุงลมนิรภัย ใบแรกของโลกเหมาะสำหรับนักปั่นจักรยานที่มีการวิจัยคิดค้นมาตั้งแต่ปี 2005 จนได้ระบบเซ็นเซอร์ของ Hövding ที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของนักปั่นและปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายอย่างทันทีในกรณีที่เกิด อุบัติเหตุ และสามารถตรวจจับแรงกระแทกจากการชน เพียงแค่ติดมันไว้ที่คอของคุณขณะปั่นจักรยาน Hövding ลักษณะพิเศษของ ถุงลมนิรภัย จะพองตัวปิดคลุมหัวของผู้ใช้ทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ถุงลมนิรภัย ถูกออกแบบมาให้คล้ายกับฮูดทำจากวัสดุผ้าไนล่อนพิเศษที่แข็งแกร่งไม่สามารถฉีกขาดได้เมื่อขูดกับพื้นถนน เมื่อเกิดอุบัติเหตุแก๊ส Inflator จะพองตัวอย่างรวดเร็วเมื่อมีแรงกระแทกถุงลมนิรภัยจะทำงานทันทีด้วยการปกคลุมศีรษะอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นอุบัตเหตุที่มีความกะทันหันเพียงใด ตัวเซ็นเซอร์จะจับการเคลื่อนไหวทันที หลังจากพองตัวสักพัก ถุงลมนิรภัย จะค่อยๆ ยุบลงเองอย่าง

Hövding มีสวิตช์ เปิด/ปิด บริเวณซิป และมีไฟ LED แจ้งเตือนระดับการใช้งานของแบตเตอรี่และไม่ว่า Hövding จะถูกเปิดใช้งานหรือปิด จะมีเสียงแจ้งเตือนเมื่อระดับแบตเตอรี่ต่ำหลังจากมีการใช้งานมาแล้วประมาณ 9ชั่วโมง การชาร์จสามารถชาร์จผ่าน USB คอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายๆ

ที่มา  https://auto.mthai.com/news/21738.html?fbclid=IwAR1iuXqXCrZM3BQ-gEbXq3hj_QzdMm8_gknAGzDVrqXo7jMt3fJnIrDZn5A