คลังเก็บหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

ชมคลิป สวยๆจากอวกาศสีดำ ดิ่งสู่พื้นโลก แค่ 2 นาที

สุดยอดภาพวีดีโอที่ถูกบันทึกในห้องโดยสาร โดย เจฟ เบซอส ผู้ก่อตั้งและ CEO ของบริษัทจำหน่ายหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Amazon.com เผยเเพร่ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา เป็นภาพ ในจรวดซึ่งเป็นช่วงขณะกำลังดิ่งลงมายังพื้นผิวโลก ทำให้เห็นภาพที่ไม่น่าเชื่อในระดับของชั้นบรรยากาศโลกจากสีดำ สู่พื้นโลก

โดยจรวดดังกล่าวเดินทางขึ้นสู่อวกาศเป็นครั้งที่ 3 ในวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา พุ่งขึ้นไปสูงถึง 103.4 กิโลเมตร หรือกว่า 3 แสนฟุต

โดย ในภาพจะเห็นส่วนหนึ่งของยานและการกลับเข้าอวกาศของจรวดก่อนดิ่งลงมายังพื้น โลกอย่างปลอดภัย ล่าสุดมีผู้เข้าชมคลิปดังกล่าวกว่า 200,000 คน

ที่มา http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1463127203

สุดเสียว คนขับรถไฟ มีเวลา 3 วินาที วิ่งบอกผู้โดยสาร (ความรู้ฟิสิกส์ เรื่อง โมเมนตัม)

 

https://youtu.be/N3HQjs7ZuH8

Untitled-1 copy

       คนขับรถไฟ ชาวโปแลนด์ มีเวลาเพียง 3 วินาที วิ่งบอกผู้โดยสาร ให้ก้มลงเพื่อรับแรงกระแทกจากที่รถไฟ วิ่งเข้าชนกับรถบรรทุก ขณะนั้น รถไฟกำลังวิ่งด้วยความเร็ว  110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ในช่วงเวลา แค่พริบตา ผู้โดยสารทุกคนก้มลงอย่างพร้อมเพรียง  รวมทั้งคนขับด้วย กล้องหน้าและในรถจับภาพ ได้อย่างกระชั้นชิด 

 (ความรู้ฟิสิกส์ เรื่อง โมเมนตัม)

คลิกอ่านต่อครับ

 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1101559879908830

เรือบรรทุกสินค้าเสียหลัก พุ่งชนตลิ่งลานคนเมืองพระประแดง (คลิป) (โมเมนตัม ฟิสิกส์)

14555046821455504706l

เหตุการณ์เรือชนตลิ่งดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ในช่วงเช้า โดย สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุเรือบรรทุกสินค้า สัญชาติสิงคโปร์ ชนตลิ่งบริเวณลานคนเมืองท่าน้ำพระประแดง ได้รับความเสียหายจึงเข้าตรวจสอบ เบื้องต้น จากการตรวจสอบพบว่า เป็นเรือบรรทุกสินค้า สัญชาติสิงคโปร์ ชื่อ “XETHA BHUM” โดยได้บรรทุกสินค้าออกมาจากทางท่าเรือคลองเตย มุ่งหน้าไปทางปากอ่าว เมื่อมาถึงบริเวณใต้สะพานภูมิพล 2 ซึ่งเป็นช่วงทางโค้งเรือได้เสียหลักพุ่งเข้ามาชนริมตลิ่งได้รับความเสียหาย

คลิกอ่านต่อครับ

โมเมนตัม,การดล,การชน,การระเบิด,ความเร็วจุดศูนย์กลางมวลของระบบ

11

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1040029299395222

ฟิสิกส์ราชมงคล มอบ e-book กลศาสตร์เวกเตอร์ เบื้องต้น ของ ผศ.สุชาติ สุภาพ

  11

     จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 59      โดย ท่าน ต้อง ดาวน์โลดโปรแกรมอ่านหนังสือเข้ามาที่เครื่องคอมของท่านก่อน จึงสามารถอ่านหนังสือได้ จากที่นี่ http://www.mebmarket.com/index.php?action=Download  และ เมื่อลงโปรแกรม แล้ว จึงดาวน์โลดหนังสือได้โดย  คลิกที่นี่   หรือ

คลิกที่นี่

    ถ้าขึ้นว่าฟรี สามารถ ดาวโลดได้เลยครับผม

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1033685063362979

เทคโนโลยี 2016 เจาะ10เทรนด์มาแรง

จันท์เกษม รุณภัย

1

เทคโนโลยี “อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง” Information of Everything หรือ IoT (ไอโอที) อุปกรณ์อัจฉริยะที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ และความก้าวหน้าของนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในเทรนด์เทคโนโลยีในปีใหม่

การ์ตเนอร์ บริษัทผู้วิจัยการตลาดชื่อดังได้รวบรวม 10 แนวโน้ม หรือเทรนด์ของเทคโนโลยีในปีค.ศ.2016 พร้อมระบุว่า บรรดาเจ้าของธุรกิจและบริษัทใหญ่จะต้องปรับตัวอย่างใหญ่หลวงต่อการเข้ามา ปฏิวัติการทำงานของระบบไอทีที่จะก้าวหน้าและฉลาดรวดเร็วยิ่งขึ้น

1.โครงข่ายการเชื่อมโยง

ของอุปกรณ์อัจฉริยะ

(Device Mesh)

ความ แพร่หลายของอุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต รวมไปถึงอุปกรณ์อัจฉริยะแบบสวมใส่ หรือแวเรเบิล เทคโนโลยี จะส่งให้อุปกรณ์เหล่านี้มีเซ็นเซอร์ที่มากขึ้น ทำให้สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ นำไปสู่ระบบการเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์ที่จะทำงานร่วมกันมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือ ขีดความสามารถในการเรียนรู้พฤติกรรมของ และการทำงานที่ตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้น

2.ประสบการณ์การใช้งานแบบกลมกลืน

(Ambient User Experience)

ประสบการณ์ การใช้งาน หรือยูเอ็กซ์ เป็นหนึ่งในหัวใจหลักของการออกแบบผลิตภัณฑ์ในหลากหลายวงการ ในปีนี้คาดว่าอุปกรณ์ในแวดวงเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอซีที จะพัฒนาไปอีกขั้นนำไปสู่ประสบการณ์การใช้งานที่ “กลมกลืน” มาจากความก้าวหน้าในการออกแบบซอฟต์แวร์ควบคุม ที่จะทำให้อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานสอดประสานกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ได้ถึง ขั้นที่ “ผู้ใช้ไม่รู้ตัว” ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวบริหารจัดการชีวิตให้อย่างไรบ้าง

3.วัสดุจากการพิมพ์แบบ 3 มิติ

(3D-printing Materials)

การ มาถึงของเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ จะเริ่มแพร่หลายลงมาถึงระดับ ผู้บริโภคมากขึ้น และบรรดาเอกชนจะนำเทคโนโลยีนี้มาประกอบการผลิตชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ที่มี ความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ชิ้นส่วนเครื่องยนตร์ในรถยนต์ของบริษัท เทสลา ผู้พัฒนายนตรกรรมไฟฟ้าชั้นนำของโลก ชิ้นส่วนจรวดส่งยานอวกาศของบริษัท สเปซเอ็กซ์ นอกจากนี้ การพิมพ์แบบ 3 มิติ จะเริ่มนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารด้วย

4.อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Information of Everything)

คาด ว่า ภายในปี 2563 จะมีอุปกรณ์สื่อสารในโลกนี้กว่า 25,000 ล้านเครื่อง ที่จะผลิตข้อมูลในทุกรูปแบบจนกลายเป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งข้อมูลล้นทำให้เกิดความสับสน และบริหารจัดการไม่ได้ แต่อีกด้านจะเป็นโอกาสทองของผู้ที่จัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะบรรดาเอกชนที่จะช่วยสนับสนุนศักยภาพให้นำหน้าคู่แข่งได้อย่างยอด เยี่ยม

5.จักรกลที่เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

(Advanced Machine Learning)

อุปกรณ์ อัจฉริยะและเครื่องจักรจะได้รับการพัฒนาจนมีขีดความสามารถไม่เพียงแต่เก็บ เกี่ยวข้อมูลเท่านั้น แต่จะเรียนรู้และแนะนำทางเลือกการตัดสินใจที่แม่นยำได้จากข้อมูลที่มีด้วย

รวม ไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่เครื่องจักรจะสามารถทำงานคู่ขนานไปกับการเก็บ เกี่ยวข้อมูล ซึ่งปกติแล้วการวิเคราะห์จะต้องเป็นหน้าที่ของมนุษย์ผู้ควบคุม

ส่งผลให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรมีความก้าวหน้ามากขึ้นไปอีก

6.หุ่นยนต์และการเพิ่มขึ้นของกลไกอัตโนมัติ

(Autonomous Agents and Things)

ศักยภาพ ของหุ่นยนต์จะพัฒนามากขึ้นจนทดแทนการทำงานของมนุษย์ได้ในหลายส่วนอย่างต่อ เนื่อง เช่น ระบบอัตโนมัติในรถยนต์ที่จะพาผู้ขับขี่ไปยังจุดหมายปลายทางได้อัตโนมัติ ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายในสิ่งแวดล้อมควบคุม เช่น รถโดยสารอัจฉริยะในนครมาซดาร์ เมืองเนรมิตกลางทะเลทราย ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางได้เอง ผู้ใช้เพียงเลือกจุดหมายปลายทาง

รถใช้ หลักการทำงานเชื่อมโยงกับโครงข่ายเซ็นเซอร์ที่ฝังไว้บนถนน ซึ่งภายในปีนี้ เทคโนโลยียวดยานจะพัฒนาไปถึงขั้นที่ทำงานได้เองโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ ภายใต้สภาพแวดล้อมควบคุม อาทิ โดรนบินไร้คนบังคับ

7.เทคโนโลยีป้องกันภัยเชิงรุก

(Adaptive Security Architecture)

“การ โจมตีที่ดี คือการป้องกันที่ยอดเยี่ยมที่สุด” วลีดังกล่าวเป็นที่ได้ยินกันบ่อยโดยเฉพาะในแวดวงความมั่นคง เชื่อว่าปีนี้เทคโนโลยีป้องกันภัยจะได้รับการพัฒนาไปอีกขั้นเพื่อรับมือกับ ภัยคุกคามในโลกนี้ที่มีมากขึ้น นำไปสู่การกำเนิดของเทคโนโลยีป้องกันภัยเชิงรุก หรือเอเอสเอ ที่จะตรวจจับพฤติกรรมการใช้งาน การไหลของข้อมูล และประเมินความเสี่ยง ก่อนลงมือปิดระบบ หรือสกัดกั้นได้ด้วยตัวเอง เช่น แอพพลิเคชั่นในสมาร์ตโฟนที่จะล็อกตัวเองหากตรวจพบการใช้งานที่ผิดปกติของผู้ ใช้

8.การสร้างปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ขั้นก้าวหน้า

(Advanced Customer Architecture)

บรรดา ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์จะผลิตซอฟต์ แวร์ที่มีฟีเจอร์การควบคุมเลียนแบบพฤติกรรมการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์มากขึ้น เช่น ระบบการจดจำผู้ใช้ด้วยใบหน้า เลียนแบบสัญชาตญาณการจดจำผู้อื่นของมนุษย์ คือ การจดจำลักษณะรูปพรรณและจุดเด่นบนใบหน้า การรับคำสั่งแบบสั่งงานด้วยเสียง เป็นต้น

9.โครงข่ายเชื่อมโยงแอพพลิเคชั่น

และการให้บริการ

(Mesh App and Service Architecture)

เช่น เดียวกันกับโครงข่ายการเชื่อมโยงของอุปกรณ์อัจฉริยะ บรรดาแอพพลิเคชั่นและการให้บริการจะถูกพัฒนาให้มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น และส่งเสริมให้ผู้ใช้ขยายการทำงานของแอพพลิเคชั่นของตัวเอง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัท ผู้พัฒนาด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการพัฒนาถูกลง และผู้ใช้ได้ใช้ แอพพลิเคชั่นและการให้บริการที่ดีกว่าเดิม

10.แพลตฟอร์มและสถาปัตยกรรม

อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง

(Internet of Things Architecture and Platforms)

เทคโนโลยี อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่งจะเริ่มมีการกล่าวถึงมากขึ้น แต่ผู้ให้บริการไอโอทีจะยังคงความเป็นเอกเทศ แยกออกเป็นค่าย และกลุ่มพันธมิตรการค้า สร้างความสับสนให้ผู้บริโภค กระทั่งปี 2561 ที่ภาครัฐจะเริ่มเข้ามามีบทบาทการจัดระเบียบไอโอที ที่จะนำไปสู่การรวมศูนย์ข้อมูลและการกำหนดมาตรฐานไอโอที สร้างสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะขึ้นบนโลก

ประมวล 10 ข่าววิทยาการ พลิกโฉมโลก ปี 2015

ประมวล 10 ข่าววิทยาการ พลิกโฉมโลก ปี 2015

(30 ธ.ค.58) การค้นพบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในปี 2015 ถือว่าเป็นปีที่สร้างความฮือฮากันทั้งวงการและสาธารณชน ผลงานบางชิ้นได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาต่อยอดสู่ผลงานใหม่ๆให้เห็นในอนาคต อีกทั้งมีการค้นพบบางอย่างได้หักล้างความเชื่อและสร้างคุณค่าใหม่ขึ้นแทน ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของคนจำนวนมาก ทำให้ปีนี้ อาจถือเป็นปีแห่งความสร้างสรรค์ครั้งสำคัญเลยก็ว่าได้

สำหรับข่าวด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งปี2015(2558)ใช้หลักเกณฑ์การที่ทำให้กลายเป็นข่าวโดยตั้งบนฐานของผลสะท้อนต่อชีวิตมนุษย์อย่างมากเป็นผลงานจุดประกาย และเป็นการค้นพบใหม่จากสิ่งที่มีอยู่แล้วหรือไม่เคยมีมาก่อน และนี่คือ 10 ข่าวในทรรศนะของผู้ติดตามวิทยาการและความก้าวหน้าประจำปี 2015

1. ลูกบอลพลาสติกดำกันน้ำระเหย 

1


โลกเผชิญกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี นอกจากเราทุกคนเสียเหงื่อแล้ว แหล่งน้ำหลายแห่งทั่วโลก ก็แห้งขอดเพราะน้ำระเหยตัวจากความร้อน จนทำให้เกิดภาวะน้ำขาดแคลน ส่งผลต่อชีวิตมนุษย์และเศรษฐกิจในวงกว้าง จนกระทั่ง ดร.ไบรอัน ไวท์ เจ้าหน้าที่เกษียณราชการของกรมทรัพยากรน้ำและพลังงานประจำนครลอสแองเจลิส ของสหรัฐฯ เสนอไอเดียใช้บอลสีดำ ซึ่งดร.ไวท์ ได้เริ่มทำตั้งแต่ปี 2008 และปีนี้ ทีมงานได้ทำการเทบอลสีดำขนาดเท่าลูกแอปเปิลกว่า 96 ล้านลูก ลงอ่างน้ำเก็บน้ำ ในซัลมาร์ แคลิฟอร์เนีย ซึ่งส่งผลทำให้ลดการระเหยน้ำได้กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และบอลสีดำยังสามารถป้องกันฝุ่น หรือปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้เกิดสารโบรเมต ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

จึงเป็นนวัตกรรมรักษ์โลกที่คาดว่าจะถูกใช้ในอีกหลายแห่ง เพื่อรับมือกับผลพวงที่เกิดจากปัญหาโลกร้อน
(ที่มา: http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-3194098/Could-plastic-balls-bring-relief-drought-stricken-California-Los-Angeles-releases-96-million-spheres-protect-reservoir-water.html)

2.พาวเวอร์วอลล์(Powerwall)แบตเตอรี่ฉบับกระเป๋าสำหรับบ้านประหยัดพลังงาน

1-2


อีออน มัสก์ผู้ก่อตั้งเทสล่า มอเตอร์ บริษัทผลิตรถยนต์พลังไฟฟ้าชั้นนำของโลก ที่มีวิสัยทัศน์ต้องการสร้างนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก ทีมวิจัยของมัสก์จึงได้พัฒนาโมเดลบ้านประหยัดพลังงานโดยทำให้บ้านสามารถเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าจากลมและแสงอาทิตย์แล้วกระแสไฟฟ้าถูกเก็บไว้ในพาวเวอร์วอลล์
ด้วยความจุขนาด7กิโลวัตต์สามารถจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ภายในบ้านอย่างเพียงพอรวมถึงชาร์จไฟให้กับรถไฟฟ้าของเทสล่าได้ ผู้ผลิตพาวเวอร์วอลล์แนะนำให้ติดตั้งเป็นคู่ เพื่อสามารถจ่ายไฟได้อย่างครอบคลุม ทั้งนี้ ผู้ใช้ไม่ต้องห่วงว่าไฟหมดแบต เพราะมีระบบฉุกเฉินเพื่อสำรองไฟอัตโนมัติไว้ในกรณีที่แบตใกล้หมดไฟหรือการผลิตกระแสไฟฟ้าขาดช่วงไปอีกด้วย

โมเดลของเทสล่าและความคิดของมัสก์จึงกลายเป็นนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่อาจถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตเราทุกคน
(ที่มา:http://www.teslamotors.com/powerwall)

3. การค้นพบน้ำบนดาวอังคาร

1

กลายเป็นข่าวสั่นสะเทือนวงการดาราศาสตร์ระดับโลก เมื่อยานสำรวจเอ็มอาร์โอ หรือ Mars Renaissance Orbitor ของนาซ่าได้ส่งภาพกลับมายังโลก เผยให้เห็นร่องรอยการไหลของน้ำเค็มทอดยาวบนพื้นผิวดาวอังคาร ซึ่งนักวิจัยเผยว่าแถบเส้นสีดำช่วงเนินลานชันนั้น คาดว่าเป็นรอยตะกอนของเกลือ ซึ่งมักปรากฎให้เห็นในช่วงอุณหภูมิของดาวอบอุ่น และค่อยๆจางลงในช่วงอากาศหนาว สอดคล้องกับจุดเยือกแข็งและจุดระเหยของน้ำ และเกิดขึ้นซ้ำๆในที่เดียวกันเป็นเวลาหลายปี ซึ่งการค้นพบเป็นการบ่งชี้ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร

การค้นพบครั้งใหม่นี้ จึงทำให้ความใฝ่ฝันที่จะใช้ชีวิตบนดาวอังคาร มีความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้น
(ที่มา: http://www.nasa.gov/press-release/nasa-confirms-evidence-that-liquid-water-flows-on-today-s-mars)

4.โรคมะเร็งหายไปในคนที่อายุต่ำกว่า80ปีภายในปี2050

1-1

ถือเป็นโรคภัยอินเทรนด์ที่มากับยุคสมัยนี้แล้ว สำหรับโรคมะเร็ง ที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนล้านคนทุกปี อันเป็นผลพวงจากสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนไป บวกกับรูปแบบชีวิตของคนสมัยใหม่ที่ทำให้คนไม่ค่อยระวัง และไม่คิดว่าตัวเองจะล้มป่วย และมารีบรักษาก็เมื่อเป็นขั้นร้ายแรงกันแล้ว แต่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอนเลจลอนดอนและคิงส์ คอลเลจ ได้เผยผลการศึกษาและคาดการณ์ว่า โรคมะเร็งจะหายไปในทุกกลุ่มวัย ยกเว้นคนอายุเกิน 80 ปี ภายในปี 2050 กล่าวคือ โดยเฉลี่ยผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งจะมีอายุอยู่ในช่วงประมาณ 50-60 ปี แต่การเปิดเผยล่าสุดนี้ นักวิจัยให้เหตุผลว่า เกิดจากการลงทุนของคนจำนวนมากเพื่อดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากมะเร็ง การพัฒนารูปแบบการรักษาที่มีมากมาย รวมถึงวิทยาการที่สามารถบอกล่วงหน้าได้ว่า เซลล์ส่วนไหนของร่างกายเรา มีโอกาสที่จะกลายพันธุ์เป็นเซลล์ร้าย แล้วกลายเป็นมะเร็งในที่สุด 
(ที่มา: http://www.independent.co.uk/life-style/health-and-families/health-news/cancer-deaths-will-be-eliminated-for-all-except-the-over-80s-by-2050-new-research-predicts-9976263.html)

5.การค้นพบดาวพลูโต(อีกครั้ง)

1

เป็นเวลานานถึง9ปีที่ยานสำรวจ นิว ฮอไรซันส์ เดินทางจากโลกมุ่งหน้าไปยังอดีตดาวเคราะห์ไกลปืนเที่ยงของระบบสุริยะอย่างดาวพลูโต จนเมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 14 กรกฎาคม ตามเวลาของไทย นาซ่าได้โชว์ภาพของดาวพลูโตแบบเต็มๆให้ชาวโลกได้ชม พร้อมกับหักล้างทฤษฎีที่เกี่ยวกับดาวแคระดวงนี้ ไม่ว่าจะเป็นสภาพทางธรณีวิทยาที่เป็นพื้นที่ราบกว้างใหญ่ลักษณะคล้ายรูปหัวใจที่ถูกเรียกกันว่า″หัวใจแห่งพลูโต”มีลักษณะพื้นผิวราบเรียบปราศจากหลุมอุกกาบาตเก่าแก่เหมือนพื้นที่ส่วนอื่นๆของดาวดวงนี้ที่คาดกันว่าอาจมีอายุนับเป็นพันล้านปีและการค้นพบภูเขาน้ำแข็งสูงหมื่นฟุตที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องตั้งสมมติฐานใหม่ที่ว่า ดาวเคราะห์ที่มีน้ำแข็งจะต้องอยู่ใกล้กับแรงดึงดูดที่ก่อให้เกิดน้ำขึ้นและน้ำลง ของกลุ่มดาวเคราะห์ใหญ่ ๆ ที่มีเคลื่อนไหวทางภูมิศาสตร์

ซึ่งหลังจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ของนาซ่า คงมีงานต้องทำอีกเพียบกับดาวดวงน้อยๆสุดขอบจักรวาลดวงนี้
(ที่มา: http://m.matichon.co.th/readnews.php?newsid=1437032642)

6.วัคซีนต้านอีโบล่าป้องกันได้ผล100%

2

เชื้อไวรัสที่ได้ชื่อว่าน่ากลัวที่สุดอย่างอีโบล่าที่แต่ก่อนจะมีการแพร่เชื้อติดต่อในวงจำกัดเฉพาะบางประเทศในแอฟริกาจนเมื่อปีที่แล้ว ทั่วโลกต่างหวาดกลัวกับภัยโรคระบาด เมื่อมีการเปิดเผยว่า เชื้ออีโบล่าอยู่เหนือการควบคุมและแพร่ระบาดไปหลายประเทศ กลายเป็นวิกฤตที่ทำให้โลกต้องโกลาหล เฝ้าระวังในขั้นสูงสุดเพื่อสกัดไม่ให้เชื้อโรคระบาด บรรดานักวิทยาศาสตร์และแพทย์ก็แข่งกับเวลาเพื่อค้นหาการรักษาหรือวัคซีนป้องกันการระบาดให้สามารถควบคุมได้จนเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดี้ยนได้รายงานว่ามีผลสำเร็จเต็มร้อยที่สามารถป้องกันเชื้ออีโบล่าด้วยวัคซีนจากการทดสอบกับชาวบ้านในประเทศกินีซึ่งองค์การอนามัยโลกถึงกับกล่าวว่าความสำเร็จในครั้งนี้ ถือว่าโอกาสสู่ความก้าวหน้าในการพัฒนาที่สดใส
(ที่มา: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1438423891)

7.ฝันสลายนักกิน!เบคอนแฮมไส้กรอกกลายเป็นอาหารก่อมะเร็ง

3


ถือว่าเป็นข่าวที่ช็อคความรู้สึกใครหลายคนโดยเฉพาะสายหมูกระทะ ชาบูทั้งหลายที่หลงใหลกับน้ำมันเยิ้มๆ ขอบกรอบๆของเบคอน และรสชาติกับกลิ่นหอมของไส้กรอกที่กำลังย่างไฟร้อนๆ แต่ องค์การอนามัยโลกก็ได้ประกาศเมื่อเดือนตุลาคมที่่ผ่านมา ว่าได้ประกาศให้อาหารแปรรูปจำพวกไส้กรอก เบคอน แฮม เป็นอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง โดยอ้างอิงจากงานศึกษาหลายร้อยชิ้นที่ชี้ว่าเนื้อแปรรูปเชื่อมโยงกับมะเร็งลำใส้ใหญ่พร้อมรายงานอีกว่าการรับประทานเนื้อแปรรูปประมาณ50กรัมต่อวันเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำใส้ใหญ่18เปอร์เซนต์แต่ถือว่าอยู่ในความเสี่ยงที่น้อยมาก พอมีข่าวนี้ขึ้นมา ก็ได้เกิดการแบ่งกลุ่มคนออกเป็นฝ่ายที่เลิกกันทันที หรือกินแต่พอดี หรืออาจไม่สนใจก็กินต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับอาหารที่มีสารก่อมะเร็งอาจไม่มีแค่เพียงอาหารแปรรูปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอาหารเนื้อสัตว์อื่น เช่น ไก่ที่ตัวอวบๆอ้วนจากการให้อาหารและยาปฏิชีวนะ เนื้อวัวที่ใส่สารเร่งเนื้อแดง หรือสารเร่งให้น้ำนมหรือกินถั่วข้าวโพดแทนหญ้าจากทุ่งหญ้าที่ทำให้ผลิตแบคทีเรียที่เป็นพิษต่อมนุษย์ ฉะนั้น อาหารอะไรที่ทำให้เราเสี่ยงเป็นมะเร็ง คำตอบที่ได้คงเป็น อาหารทุกชนิดที่เรารับประทานนั่นเอง แต่เราทุกคนสามารถรู้ได้ หากมีข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่เรากินมากพอ ก็ลดความเสี่ยงที่ทำให้เซลล์ในร่างกายของเราเกิดการกลายพันธุ์ในอนาคต
(ที่มา: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1445926404)

8.อย.สหรัฐฯอนุญาตให้”แซลมอนจีเอ็มโอ”จำหน่ายได้แล้ว

4

และเป็นอีกข่าวสำหรับผู้บริโภคทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยที่อาจชอบรสชาติมันๆเนื้อส้มๆของปลาแซลมอน เมื่อองค์การอาหารและยากลางของสหรัฐฯ ประกาศให้ “ปลาแซลมอนที่ผ่านการตัดต่อทางพันธุกรรม” ได้รับอนุญาตจำหน่ายได้โดยไม่ต้องติดฉลากบอกผู้ซื้อว่าเป็นปลาจีเอ็มโอ เท่ากับว่าสินค้าปลอดภัย กินแล้วไม่เป็นอันตราย นับเป็นการประกาศในขณะที่ปลาแซลมอนได้กระจายออกสู่ตลาดในหลายประเทศ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าแซลมอนธรรมชาติที่มีขนาดเล็ก จนสงสัยว่าปลาแซลมอนที่เรากินจิ้มกับโชยุอยู่นั้น ตกลงเป็นแซลมอนจริงๆหรือถูกตัดต่อมาแล้วกันแน่
(ที่มา: http://www.huffingtonpost.com/entry/fda-oks-genetically-modified-salmon-for-human-consumption_564dfe80e4b00b7997f98c57)

9.จรวดฟาลค่อน9กลับสู่พื้นโลกสำเร็จและนำมาใช้ใหม่ได้อีก

5

ปกติแล้วการส่งยานอวกาศออกมาสู่นอกโลกหลายครั้งจะถูกส่งไปพร้อมกับจรวดซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนส่งยานไปอวกาศก่อนถูกแยกตัวแล้วลอยเคว้งกลางอวกาศจนเสื่อมสภาพและตกลงพื้นโลกฝ่าชั้นบรรยากาศแตกกระจายเป็นชิ้นๆ แต่นี่อาจไม่ใช่กับ ฟาลค่อน 9 จรวดส่งยานอวกาศจากบริษัทสเปซเอ็กซ์ ของอีออน มัสก์ เจ้าของเดียวกับเทสล่า มอเตอร์ กลายเป็นจรวดลำแรกที่สามารถส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศก่อนที่จรวดจะลงจอดกลับสู่พื้นโลกได้เป็นผลสำเร็จครั้งแรกโดยที่จรวดไม่เป็นของใช้แล้วทิ้งอีกต่อไปกลายเป็นการเปิดมิติใหม่ในวงการขนส่งทางอวกาศที่สามารถนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ส่งผลให้ต้นทุนในการเดินทางสู่อวกาศนั้นลดน้อยลง
(ที่มา:http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1450757339)

10.เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่นประสบผลสำเร็จในการทดสอบครั้งแรก

6

อาจเป็นข่าวที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบแต่ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันแม็กซ์แพรงค์ด้านพลาสม่าฟิสิกส์ในเยอรมนีประสบความสำเร็จในการทดสอบครั้งแรกกับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เวนเดลสไตน์ เซเว่น-เอ็กซ์ ซึ่งเป็นเตาปฏิกรณ์พลังงานแบบฟิวชั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกขณะนี้ 

สำหรับปฏิกรณ์มูลค่า 408 ล้านดอลลาร์เครื่องนี้ เริ่มสร้างขึ้นในเดือนเมษายนปี 2005 และเสร็จสมบูรณ์เมื่อปีแล้ว ก่อนเดินเครื่องทดสอบเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยทีมเทคนิคในด้านควบคุมสูญญากาศ ระบบหล่อเย็น แกนปฏิกรณ์ตัวนำ และระบบสนามแม่เหล็ก ร่วมทดสอบด้วยการปล่อยก๊าซฮีเลียมขนาด 1 มิลลิกรัมเข้าไป ก่อนใช้คลื่นไมโครเวฟเร่งความร้อนในระดับ 1.3 เมกกะวัตต์ ทำให้พลาสม่าชุดแรกอยู่ได้ประมาณ 1 ใน 10 ต่อวินาที ด้วยอุณหภูมิสูงถึง 1 ล้านองศาเซลเซียส นับว่าเป็นการทดสอบที่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ ทีมพัฒนากล่าวว่า การทดสอบต่อไปจะเป็นการเพิ่มระยะเวลาการคงอยู่ของฮีเลียมพลาสม่า และควบคุมสภาวะให้ได้ด้วยการใช้คลื่นไมโครเวฟ อย่างไรก็ตาม จะยังไม่ใช้ไฮโดรเจนพลาสม่าจนถึงปีหน้า แต่การทดสอบดังกล่าว ก็สามารถให้พลังงานได้มากถึง 10 เมกกะวัตต์ในเวลา 5-10 วินาที ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับการพัฒนาพลังงานทางเลือก ที่ไม่ต้องกังวลการรั่วไหลในรูปแบบนิวเคลียร์ฟิชชั่นอีก ทั้งนี้สำหรับนิวเคลียร์ฟิวชั่นเหลือเพียงบททดสอบในการรักษาระดับไอโซเทปและสนามแม่เหล็กพร้อมกับเพิ่มระดับการสร้างพลังงานความร้อนที่มากขึ้นหากสำเร็จคาดว่าในอนาคตข้างหน้าเราอาจได้เห็นดวงอาทิตย์เสมือนบนพื้นโลกก็เป็นได้
(ที่มา:http://www.world-nuclear-news.org/NN-German-fusion-reactor-achieves-first-plasma-1612154.html )

เสียวท้อง!! ท้านรกโดดไร้ชูชีพจากบอลลูน 4 พันเมตร (คลิป)

เสียวท้อง!! ท้านรกโดดไร้ชูชีพจากบอลลูน 4 พันเมตร (คลิป)

เห็นยืนแค่นี้ก็เสียวแทนแล้ว

 

558000014000702

ถอดเสื้อกระโดดแบบไร้ชูชีพ

อันที เพนดิไคเนน สตันท์แมนชาวฟินแลนด์ โชว์ความระห่ำท้านรกสกายไดเวอร์จากบอลลูนความสูง 4,000 เมตรเหนือพื้นดินแบบปราศจากร่มชูชีพ โดยฝากชีวิตเอาไว้กับเพื่อนที่จะต้องจับตัวเขาให้ได้กลางอากาศหากมีอะไรผิดพลาดก็ตายสถานเดียว ดังนั้นไปชมคลิปที่ชวนเสียวท้องกันเลยดีกว่า

 

https://youtu.be/lq-54gox6-k

น้องหมาโชว์ยืน 2 ขาบนเชือก (ความสมดุลทางฟิสิกส์)

1-1

http://m.thairath.co.th/clip/30853 

นี่คือเจ้า Ozzy สุนัข วัย 5 ขวบ พันธุ์ผสมคอลลี่กับออสเตรเลียนเคลปี สุดยอดนักทรงตัวระดับโลก ที่ได้เคยได้รับการบันทึก Guinness Book Of World Records ปี 2014 กับการไต่เชือก

และยืนบนเชือกได้นานที่สุดในโลก เก่งขนาดนี้ก็ต้องขอปรบมือให้

      เสถียรภาพ (Stability) วัตถุที่มีเสถียรภาพจะล้มยาก วัตถุที่มีเสถียรภาพ คือวัตถุที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ รถแข่งถูกสร้าง ให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำมาก โดยให้ตัวรถมีความสูงจากพื้นน้อยที่สุด เพื่อให้ผู้ขับขี่ สามารถรักษาการทรงตัวได้ ถึงแม้จะแล่นเลี้ยว โค้งด้วยความเร็วสูง